Wednesday, 2 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

'สรยุทธ' ได้โพสต์ความในใจผ่านเฟซบุ๊กโดยบอกเล่าความรู้สึกตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรือนจำจนกระทั่งได้รับการพักโทษและมีโอกาสกลับมานั่งอ่านข่าวอีกครั้งว่า...

หลังจากได้ปล่อยทีเซอร์เตรียมคัมแบ็คในเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 อีกครั้งของ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ไปก่อนหน้า

ล่าสุด สรยุทธ ได้โพสต์ความในใจผ่านเฟซบุ๊กโดยบอกเล่าความรู้สึกตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรือนจำจนกระทั่งได้รับการพักโทษและมีโอกาสกลับมานั่งอ่านข่าวอีกครั้งว่า...

วันที่ผมถูกจำคุก รับโทษตามคำพิพากษา

ผมนึกถึงประโยค อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้

พูดง่าย แต่ทำยากเหลือเกิน โดยเฉพาะทำใจ

ผมพยายามมองในแง่ดีว่า อย่างน้อยมันก็จบเสียที

วันหนึ่งผมจะได้เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่

ในคุก ผมพยายามใช้เวลาให้เป็นประโยชน์

ทั้งกับเรือนจำ ทั้งกับเพื่อน ๆ ผู้ต้องขัง

แม้กระทั่งกับตัวผมเองเพื่อให้เวลามันผ่านไปได้

ในคุกไม่เคยมีความสุข

ขอแค่ทุกข์พอประมาณก็ดีถมไปแล้ว

ผมได้รับมอบหมายให้ทำ “เรื่องเล่าชาวเรือนจำ”

ให้ความรู้เรื่องโควิด-19 เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกจนนำไปสู่เหตุวุ่นวาย

ผมเสนอทำรายการ “กำลังใจสู่ชาวเรือนจำ”

เพราะผมอยากเห็นเพื่อน ๆ มีกำลังใจ รอวันเวลาออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่และไม่หวนกลับไปทำผิดซ้ำอีก

แน่นอน ผมต้องให้กำลังใจตัวเองด้วยให้อดทน

ก้มหน้ารับโทษตามคำพิพากษา

กระทั่งผมได้รับการพักการลงโทษตามกฎเกณฑ์

ได้ออกมาใช้ชีวิตในโลกภายนอกอีกครั้ง

ผมดีใจที่แฟนข่าวไม่ลืมกัน

โลกเปลี่ยนไปมาก สังคมข่าวสารก็เปลี่ยนไปเยอะ

งานข่าวคืออย่างเดียวที่ผมทำเป็นและการทำงานคือชีวิตของผม

ผมต้องหยุดใช้ชีวิตของผมมานาน ตั้งแต่วันที่ศาลชั้นต้นพิพากษา

ทุกวันตื่นขึ้นมาแล้วไม่ได้ไปใช้ชีวิตอย่างที่เคยเป็น

ทุกข์ที่สุดจริง ๆ ครับ

วันที่ผมได้รับการพักการลงโทษ ผมได้รู้ในสิ่งที่ผมเองคาดไม่ถึงจากช่องทางการสื่อสารในโลกยุคใหม่

ทุกคนแสดงออกได้ บอกความรู้สึกได้

ผมได้รู้ว่ามีแฟนข่าวรอคอยการกลับมา

กลับมาทำหน้าที่หน้าจออีกครั้ง

หลายคนรับผมเป็นคนในครอบครัวจริง ๆ

หลายคนบอกว่าดูผมตั้งแต่ยังเป็นเด็กจนเรียนจบ ทำงานทำการ มีลูกมีเต้า

คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายมากมายที่ลูก ๆ หลาน ๆ ออกมาบอกว่าท่านรออยู่นะ

วันแรกที่ผมเดินเข้าคุก ผมไม่ได้ร้องไห้

แต่วันแรกที่ผมได้พักการลงโทษ ผมกลับบ้านไปร้องไห้

ผมได้อ่านข้อความต่าง ๆ เสมือนได้พบครอบครัวใหญ่ของผม

เสมือนญาติ ๆ สนิทของผม พากันมารับผมออกจากเรือนจำ

หลายคนบอกน้ำตาไหล และผมก็น้ำตาไหล

พวกเขาน่าจะอยากให้ผมได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ กลับไปทำหน้าที่พูดคุยกับพวกเขาทุกเช้า

พวกเขาอยากให้ผมกลับไปทำรายการ เป็นคนมานั่งบอกเล่าข่าวให้ฟังทุก ๆ วัน

บางวันฟังแล้วเขาอาจจะชอบใจ บางวันอาจจะไม่ชอบใจ เหมือนที่เคยเป็นมา

เป็นเพื่อน เป็นพี่เป็นน้อง เป็นลูกเป็นหลาน เป็นลุงเป็นอา ยามที่เขาทำกิจวัตรตอนเช้า

หรือแม้แต่เป็นนาฬิกาปลุก

ไม่มีใครรู้ว่ารายการที่ผมกลับมาทำจะประสบความสำเร็จหรือไม่?

โลกเปลี่ยนไป สังคมเปลี่ยนไป

แต่ผมเชื่อของผมว่า ครอบครัวข่าวของผม แฟนข่าวของผม ยังอยากพบอยากเจอกัน

ความผูกพันที่เกิดขึ้นจากความจริงใจต่อกันมายาวนาน

วันนี้ ผมอยากจะกลับมาทักทาย พูดคุย เล่าเรื่อง

อยากจะร่วมทุกข์ร่วมสุขอย่างที่เคยเป็นมา

ขอบคุณที่ติดตามเป็นกำลังใจให้เสมอมาครับ


ที่มา: https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=3980372595383814&id=1263483477072753

ตะโกนก้อง “แรมโบ้” ยัน “บิ๊กตู่” ไม่ควรลาออก “โว” ยังไม่เห็นจะมาแทนได้ ขอฝ่ายค้านย้อนดูตัวเองบ้างเรียกร้องให้คนอื่นลาออก เพราะอยากกลับมาเป็นรัฐบาลตัวสั่น

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2564 นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงพรรคร่วมฝ่ายค้านออกแถลงการณ์ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลาออก เพราะแก้โควิด-19 ล้มเหลว ว่า นายกรัฐมนตรีไม่ควรลาออกในเวลานี้ที่บ้านเมืองเกิดสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ผ่านมาได้แก้ไขปัญหาได้ดีอยู่แล้ว แม้จะเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่ทั้ง นายกฯ รัฐบาล บุคลากรทางการแพทย์ ไม่เคยย่อท้อทำงานอย่างหนัก และหากนายกรัฐมนตรีลาออกตอนนี้ก็มองไม่เห็นว่าจะมีใครเข้ามาแก้ไขปัญหาได้

ในส่วนของการบริหารจัดการวัคซีนนั้นมั่นใจว่าตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ที่จะเปิดให้ประชาชนได้ลงทะเบียนฉีดวัคซีน กระบวนการต่างๆจะเดินหน้าและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ทั้งนี้จากการหารือแนวทางความร่วมมือการจัดหาวัคซีนร่วมกับภาคเอกชน ได้จัดตั้ง 4 ทีมขึ้นมาบริหารจัดการ เพื่อเร่งจัดหาและกระจายวัคซีนให้เข้าถึงประชาชนกว่า 50 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 70 ของจำนวนประชากรในประเทศ ภายในปี 2564 โดยมีทีมกระจายวัคซีน  ทีมประชาสัมพันธ์ ทีมอำนวยความสะดวก ทีมจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม ขณะที่การให้ความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจฝ่ายค้านก็ต้องยอมรับว่าต่างประเทศก็ประสบปัญหาเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรี ก็ช่วยเหลือประชาชน โดยมีมาตรการออกมาอย่างต่อเนื่อง

นายเสกสกล กล่าวว่า ยืนยันว่านายกรัฐมนตรี ไม่เคยสนับสนุนพวกพ้อง ทำลายผู้ที่เห็นต่างนั้น ตามที่ฝ่ายค้านกล่าวหาซึ่งหากฝ่ายค้านจะถามหาความเป็นหนึ่งเดียวของคนทั้งประเทศก็ต้องถามหาจากฝ่ายค้านมากกว่า เพราะที่ผ่านมาจ้องที่จะทำลายความรัก ความสามัคคีของคนในประเทศ ไม่เคยให้ความร่วมมือ หรือแม้แต่ให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตาม หากฝ่ายค้านจะยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ไต่สวนก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ แน่ไม่อยากให้ฝ่ายค้านเล่นการเมืองมากเกินไปในขณะที่ประเทศกำลังเกิดวิกฤต เชื่อประชาชนไม่เอา ย้อนดูตัวเองด้วยว่าได้ทำอะไรไปบ้างหากเทียบกับนายกรัฐมนตรี

"เป็นฝ่ายค้านนานหลายปี คงอยากกลับมามีอำนาจมากกว่า คงอยากเป็นรัฐบาลเป็นรัฐมนตรีจนตัวสั่น หรือเพราะว่าไปรับธงมาจากคนแดนไกลสั่งการมา คนประเภทนี้ ผมเคยสัมผัสมารู้ทางว่า คิดอะไรอยู่ อีกไม่ถึง 2 ปีคงอดทนไม่ไหว อดอยากปากแห้งหรือเปล่า อดีตตอนเป็นรัฐบาลก็มีแต่ข่าวเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่กลัวประชาชนลุกฮือขึ้นมาไล่อีกรอบ เหมือนตอนอดีตนายกฯ นายทักษิณ นายสมชาย นางสาวยิ่งลักษณ์ จำไม่ได้หรือไง ฝ่ายค้านทุกวันนี้น่าเบื่อหน่าย ชอบทำตามใบสั่ง ไม่สงสารประเทศชาติ  ขอร้องอย่าเอาผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก หัดคิดถึงผลประโยชน์ประชาชนบ้าง

หรือว่า อยากให้คนโกงบ้านโกงเมืองกลับมามีอำนาจอีกครั้ง บ้านเมืองจะได้ฉิบหายเหมือนในอดีต สมองคนเหล่านี้ไม่มีคุณค่าอะไรเลย แก่เกินแกง แก่เพราะอยู่นานจริงๆ ควรหยุดเล่นการเมืองในภาวะวิกฤตความเดือดประชาชนได้แล้ว" นายเสกสกลกล่าว

ลพบุรี – ทหารปืนใหญ่ค่ายภูมิพล บริจาคโลหิตสำรองให้โรงพยาบาล ในสถานการณ์โควิด-19

ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายภูมิพล นำกำลังพล ร่วม บริจาคโลหิต ตามโครงการ กองทัพบกบริจาคโลหิต เพื่อชาติ เพื่อเป็นโลหิตสำรองให้กับโรงพยาบาล ซึ่งอยู่ในภาวะขาดแคลนโลหิตในการดูแลผู้ป่วย จากวิกฤต COVID 19 ระลอกใหม่

พลตรี ทวนชัย นัดนะรา ผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ นำกำลังพล จากหน่วยขึ้นตรงในพื้นที่ ค่ายภูมิพล ฯ ที่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เข้าข่ายที่เป็นผู้มีความเสี่ยงติดเชื้อไวรัส COVID19 ประกอบด้วย กองพันทหารปืนใหญ่ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จำนวน 25 นาย  กองพันบริการ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จำนวน 50 นาย  โรงเรียนทหารปืนใหญ่ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จำนวน 25 นาย รวม 100 นาย เข้าร่วมบริจาคโลหิต ตามโครงการ   ทบ.บริจาคโลหิต เพื่อชาติ  ซึ่งอยู่ในภาวะขาดแคลนโลหิตสำรองไม่เพียงพอต่อการนำที่ใช่ในการช่วยเหลือรักษาผู้ป่วย ในห้วงสถานการณ์การระบาด Covid 19 ระลอกใหม่ เมษายน 2564 ณ สโมสรนายทหารปืนใหญ่ ค่ายภูมิพล ต.เขาพระงาม อ.เมือง จ.ลพบุรี

โดยมีเจ้าหน้าที่ ทีมแพทย์ พยาบาล จากสำนักงานภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 2 จังหวัดลพบุรี และ ทีมแพทย์หมอทหาร จากหน่วยตรวจโรคศูนย์การทหารปืนใหญ่ มาคอยอำนวยความสะดวกในการตรวจคักกรองกำลังพล ที่เดินทางมาบริจาคโลหิตในครั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการคัดกรองและเฝ้าระวังการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัส COVID 19 ในสถานที่รับบริจาคอย่างเคร่งคัด ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด โดยมีการตรวจคัดกรองซักประวัติผู้เข้าร่วมบริจาคโลหิต มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย พร้อมกำหนดการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลที่มารอบริจาคโลหิต “Social Distancing” เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริจาคโลหิตทุกคน ตลอดจนเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันการถ่ายทอดโรคติดเชื้อ COVID19 ทางโลหิต

โดยได้โลหิตรวมทั้งสิ้น 49 ยูนิต รวม 19,600 ซีซี โดยโลหิตที่ได้จะถูกนำไปใช้เป็นโลหิตสำรอง สำหรับใช้ดูแลรักษาผู้ป่วย ในโรงพยาลต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี และจังหวัดใกล้เคียง ในพื้นที่รับผิดชอบ รวม 8 จังหวัด ของสำนักงานภาคบริการโลหิตแห่งชาติ ที่ 2 ในโอกาสต่อไป ทั้งนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่ง ในการร่วมแก้ปัญหาภาวะโลหิต ขาดแคลน จากสถานการณ์ การแพร่ ระบาดของเชื้อไวรัส COVID 19 รอบใหม่ เมษายน 2564 ตามนโยบายของกองทัพบก


ภาพ/ข่าว  กฤษณ์ สนใจ

นนทบุรี - สภ.รัตนาธิเบศร์ จับกุมผู้ต้องหาชิงทรัพย์ร้านทองโต๊ะกัง 1991ห้างพันธ์ทิพย์จังหวัดนนทบุรีได้แล้ว

เมื่อวันพุธที่ 28 เม.ย.64 เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร  ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพล เปรมบุตร รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พล.ต.ต.ณพล กลัดเข็มเพชร ผู้ทรงคุณวุฒิ ตร., พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.ถาวร ดุลยวิทย์ รอง ผบก.ฯ ปฏิบัติราชการ ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.จิรายุส วานิชกุล ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.เมษนนท์ นาขวัญ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ และดร.ชัยรัตน์ จำนงค์การ ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษา กต.ตร.ภ.1 ร่วมแถลงข่าวจับกุมและทำแผนประกอบคำรับสารภาพผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองโต๊ะกัง 1991 ห้างพันทิพย์งามวงศ์วาน พื้นที่ สภ.รัตนาธิเบศร์

จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย คือ

1.นายวรธนหรือโทน สมปาง อายุ 21 ปี ที่อยู่ 32 ม.4 ต.ผาอินทร์แปลง อ.เอราวัณ จว.เลย

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

2.นายดำรงหรือดำ ใจภักดี อายุ 57 ปี ที่อยู่ 10 ม.8 ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จว.นครสวรรค์

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน รับของโจร

พฤติการณ์ ด้วยวันที่ 24 เม.ย.64 เวลา 18.28 น. เกิดเหตุคนร้าย จำนวน 1 คน ก่อเหตุใช้อาวุธปืนชิงเอาสร้อยทองคำรูปพรรณ ไปจากร้านทองโต๊ะกัง 1991 ห้างพันธ์ทิพย์งามวงศ์วาน ได้สร้อยคอทองคำรูปพรรณ หนัก 1 บาท จำนวน 37 เส้น คิดเป็นมูลค่า 999,000 บาท จากนั้นได้วิ่งหลบหนีและใช้อาวุธปืนชิงเอารถจักรยานยนต์ บริเวณกลางซอยงามวงศ์วาน 25 ต.บางกระสอ อ.เมือง จว.นนทบุรี แล้วขับขี่หลบหนีไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนจนทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะพักอาศัยอยู่บริเวณวัดบัวขวัญ จึงได้กระจายกำลังกันพิสูจน์ทราบ จนกระทั่งทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุคือนายวรธนหรือโทน สมปาง อายุ 21 ปี พักอาศัยอยู่ภายในวัดบัวขวัญ ซอยงามวงศ์วาน 25 กับนายดำรง หรือดำ ใจภักดี อายุ 57 ปี ต่อมาพบตัวนายดำรงฯ ยอมรับว่านายวรธนฯ ได้นำทองที่ได้จากการก่อเหตุชิงทรัพย์มาฝากไว้ ต่อมาได้นำไปซุกซ่อนภายในห้องพักและนำทองจำนวน 2 บาท ไปขายที่ร้านทองตลาดท่าน้ำนนท์ ได้เงินมา 49,000 บาท จึงนำตัวไปตรวจค้นห้องพักและพบทองรูปพรรณ จำนวน 29 เส้น, เศษทอง จำนวน 1 ชิ้น ซุกซ่อนอยู่ จึงยึดเป็นของกลาง และจับกุมตัวนายดำรงฯ ดำเนินคดีข้อหา รับของโจร

ต่อมาสืบทราบว่า นายวรธนฯ หลบหนีไปอยู่ที่ อ.เอราวัณ จว.เลย จึงได้ติดตามไปจับกุมตัวได้ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี เลขที่ จ.162/2564, จ.163/2564 ลงวันที่ 27 เมษายน 2564พร้อมพบของกลาง สร้อยคอทองคำ หนัก 15.21 กรัม จำนวน 1 เส้น และเศษโลหะสีเหลืองคล้ายทอง หนัก 14.68 กรัม

พร้อมตรวจยึดทรัพย์

1.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น ดรีม ซูเปอร์คัพ ทะเบียน 7 กข 3816 กทม จำนวน 1 คัน (จอดทิ้งไว้บริเวณปากซอยรังสิต นครนายก 39 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จว.ปทุมธานี)

ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยมี เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวฯ ณ ร้านทองโต๊ะกัง 1991 ห้างพันทิพย์งามวงศ์วาน จว.นนทบุรี


ภาพ/ข่าว  ปริญญา​  ดวง​สุวรรณ​ ​ / ข่าว​ สยามโฟกัสไทม์

ขอนแก่น - ม.ขอนแก่น ผลิตชุด "พีเอพีอา" อุปกรณ์ป้องกันทางเดินหายใจแบบจ่ายอากาศบริสุทธิ์ สนับสนุนการทำงานของชุดพีพีอีและหน้ากากพีเอ็ม 2.5 ใช้สำหรับการรักษาผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ และเริ่มทดลองใช้งานในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 29 เม.ย.2564 ที่ รพ.ศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. รศ.ดร.จีรนุช เสงี่ยมศักดิ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ มข.พร้อมด้วย นพ.อภิชาติ โซ่เงิน อายุรแพทย์ โรคระบบทางเดินหายใจ รพ.ศรีนครินทร์  คณะแพทยศาสตร์ มข. ร่วมทำการทดสอบอุปกรณ์ป้องกันทางเดินหายใจแบบจ่ายอากาศบริสุทธิ์ หรือ พีเอพีอาร์ (PAPR)  ซึ่งคณะวิทยาศาสตร์ ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ มข. ได้ทำการวิจัยและประดิษฐ์ขึ้น ชุดแรก จำนวน 10 ชุด สำหรับการให้บุคลากรทางการแพทย์นำไปใช้งานสำหรับการรักษาผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลสนาม จ.ขอนแก่น แห่งที่ 1 ( หอพัก 26 มข.) อยู่ในขณะนี้

รศ.จีรนุช เสงี่ยมศักดิ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ มข. กล่าวว่า การปฎิบัติงานในปัจจุบันของบุคลากรทางการแพทย์นั้น ชุดพีพีอี เป็นชุดที่สามารถกรองเชื้อได้แต่ว่าในลักษณะของการกรองอากาศที่เข้าไปให้กับผู้ที่สวมใส่นั้นจะต้องสวมใส่หน้ากาก N95 เพิ่มเข้าไป ทำให้มีลำบากที่จะหายใจต่อการใช้งาน ทีมงานวิจัยร่วมระหว่างคณะวิทยาศาสตร์ และ คณะแพทยศาสตร์ มข. จึงได้ร่วมกันวิจัยและผลิตชุดดังกล่าวขึ้นมาที่จัดเป็นชุดที่จ่ายอากาศบริสุทธิ์ที่มีความสามารถในการกรองเชื้อไวรัสได้มากกว่า96%  ในลักษณะของหมวกแรงดันบวก โดยผ้าที่ใช้ต้องเป็นผ้าร่มกันน้ำกันลม  เพื่อให้ภายใน สามารถจ่ายลมแรงดันบวก จากด้านหลัง และออกแบบท่อให้นำอากาศมาด้านหน้า เพื่อความสะดวกในการหายใจ และยังมีฟิวเตอร์ ที่สามารถกรองไวรัสได้ ดังนั้นผู้ที่อยู่ในห้องที่มีอากาศไม่บริสุทธิ์หรือในห้องติดเชื้อผู้ที่สวมใส่จะหายใจได้สะดวกกว่าโดยไม่ต้องใส่หน้ากากN95 โดยที่สามารถสวมหน้ากากที่ใช้ในทางการแพทย์แบบปกติได้

ขณะที่ นพ.อภิชาติ โซ่เงิน อายุรแพทย์ โรคระบบทางเดินหายใจ รพ.ศรีนครินทร์ กล่าวว่า  กรณีที่มีโรคระบาดที่เราไม่มั่นใจว่าจะแพร่กระจายทางระบบทางเดินหายใจ ทุกครั้งที่มีโรคอุบัติใหม่จะต้องคิดเสมอว่าน่าจะเป็นโรคที่แพร่กระจายทางเดินหายใจ ดังนั้นผลงานวิจัยที่ร่วมกันคิดค้นขึ้นชุดนี้จึงมีความสำคัญในทุกครั้งที่มีโรคระบาดที่เกิดขึ้น ในยุคที่เจอมาไม่ว่าจะเป็นH5n1 ,H1n1 ,ซ่าร์ส จนกระทั่งมาถึงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

 " โดยเฉลี่ย 10ปีจะเจอโรคแบบนี้สักครั้งซึ่งชุดนี้จะมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเป็นชุดที่มีความปลอดภัยสูงสุดและทำให้ดูแลคนไข้ได้มากกว่าชุดพีพีอีโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล บุคลากรกลุ่มอื่นที่จำเป็นที่จะต้องอยู่ในห้องที่ผู่ป่วยมีการหายใจเช่น เจ้าหน้าที่รังษีเทคนิคที่เข้าไปเอ๊กซ์เรย์ปอดคนไข้หรือแม้กระทั่งแม่บ้านที่เข้าไปเก็บขยะหรือของเสียอะไรก็ตามที่ออกมาจากห้องถ้ามีชุดพอและเหมาะสมกับทุกฝ่ายที่จำเป็นต้องเข้าไปดูแลคนไข้ในห้องที่มีท่อช่วยหายใจกับผู้ป่วยแยกโรคดังกล่าว"

ชลบุรี - ทหารเรือพื้นที่สัตหีบ ร่วมฝ่ายปกครอง ตำรวจ สาธารณสุข ออกตรวจพื้นที่ตลาดกลางวันและกลางคืน เน้นย้ำให้ประชาชนป้องกันมาตรการโควิด-19

เมื่อวันที่ 27 เม.ย.64 ฐานทัพเรือสัตหีบ มอบหมายให้ เจ้าหน้าที่ พัน สห.ทร.ที่ 2ฯ ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอสัตหีบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ สาธารณสุขอำเภอสัตหีบ ร่วมกันออกตรวจตามคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อ จว.ชลบุรี ที่ 18/2564

โดยในวันนี้ลงพื้นที่ตลาดสดและร้านอาหาร สถานบริการในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เวลา 16.00 น. ตรวจบริเวณตลาดไนท์พลาซ่า ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เวลา 21.00 น. ตรวจร้านอาหารและสถานบริการ กำชับให้ปฏิบัติตามเวลาที่กำหนด เพื่อเน้นยำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการ COVID-19 ซึ่งผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการและประชาชนเป็นอย่างดี


ภาพ/ข่าว  สมนึก เชื้อสนุก

แม่ฮ่องสอน - สถานการณ์ฝั่งเมียนมายังไม่สงบ มีการบินโจมตีทางอากาศยานทหารเมียนมา และยังได้ยินเสียงปืน เหนือ ’ฐานด๊ากวิน’ ตรงข้ามบ้านท่าตาฝั่ง

เมื่อเวลา 10.30 น. หน่วยงานความมั่นคงของไทย ด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า สถานการณ์สู้รบในฝั่งประเทศเมียนมา แถบชายแดนลำน้ำสาละวิน มีการบินโจมตีทางอากาศ โดยอากาศยานทหารเมียนมา จำนวน 2 ลำ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ที่ฐานด๊าก-วิน ของทหารเมียนมา กองพันเคลื่อนที่เร็วที่ 340  บริเวณด้านตรงข้าม บ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม  อ.แม่สะเรียง  จ.แม่ฮ่องสอน และ ยังได้ยินเสียงปืนเป็นระยะ ผลการปะทะ ยังไม่ทราบรายละเอียดและการสูญเสียของทั้งสองฝ่าย โดยเจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพรานที่ประจำอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ทุกขณะ และ คาดว่าอาจมีมวลชนกะเหรี่ยงอพยพข้ามมาฝั่งไทยได้ทุกขณะ

ซึ่งทางศูนย์สั่งการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยนายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน   จะสรุปสถานการณ์การสู้รบในฝั่งประเทศเมียนมาอีกครั้งในช่วงบ่ายของวันนี้

ส่วนกรณี หากมีผู้หนีภัยความไม่สงบ ชาวเมียนมา หลบหนีข้ามฝั่งมายังฝั่งไทย จะได้ดำเนินการตามแผนบริหารจัดการ โดยดำเนินการนำผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา พักรอในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว (พื้นที่แรกรับ) ซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลของทางทหาร บริเวณชายแดน โดยมีการคัดกรอง COVID – 19 และแยกพื้นที่ ตามมาตรการสาธารณสุขต่อไป และในส่วนกระบวนการทางสาธารณสุขอื่น ๆ ได้มีมาตรการในการเตรียมความพร้อมรองรับไว้ครบถ้วนแล้วตามหลักมนุษยธรรม   กรณีการสู้รบมีความรุนแรงและยืดเยื้อมีแผนดำเนินการเคลื่อนย้ายผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา เข้าไปพักรอในพื้นที่พักรอที่จัดเตรียมไว้ ซึ่งห่างจากชายแดน ประมาณ 1 กิโลเมตร โดยจะดูแลตามหลักมนุษยธรรม ทั้งนี้ ยังคงยืนยัน เจ้าหน้าที่รัฐไม่สนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มุ่งเน้นให้ประชาชนชาวไทย ที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ ที่เกิดเหตุการณ์ได้รับความปลอดภัยสูงสุดและทั้งนี้จะดูแลช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม กับทั้ง 2 ฝ่าย อย่างเท่าเทียมกัน

สถานการณ์ทั่วไป เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังคะปิดกันไม่ให้เข้าพื้นที่การสู้รบ ตั้งแต่ปากเข้าบ้านแม่สามแลบ  ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เนื่องจากยังไม่สามารถคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีคำสั่งปิดจุดผ่อนปรนทางการค้า  บ้านแม่สามแลบ และ งดการเดินเรือในลำน้ำสาละวิน  ตั้งแต่ 28 เมษายน 2564 เป็นต้นไป  และห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด


ภาพ/ข่าว  สุกัลยา / ถาวร อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน 

เชียงราย - ทหารผาเมือง รวบ 15 เมียนมา ก่อนข้ามแดนจะไปทำงานกรุงเทพฯ

เวลา 02.30 น.วันที่ 28 เม.ย.64 กำลังทหาร ร้อย.ม.3 บก.ควบคุมที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.สัมฤิทธิ์ ฉัตรวัฒนาสุกล ผบ.ฉก.ม.3 นำโดย ร.อ.พิสิฐ อภิเดช ผบ.ร้อย.ม.3 นำกำลัง 1 ชุดปฏิบัติการ ได้เดินลาดตระเวณในพื้นที่รับผิดชอบ จนกระทั่งถึงบ้านสันผักฮี้ หมู่ 3 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงรายได้พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยกลุ่มใหญ่  ได้เดินผ่านบริเวณดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตนเข้าขอตรวจค้น  โดยพบว่ากลุ่มดังกล่าวมีจำนวน 15 คน  เป็นชาย 6 คน เป็นหญิง 9 คน อายุระหว่าง 19 ถึง 38 ปี โดยเดินทางมาตากรัฐคะฉิ่น และรัฐฉาน ประเทศเมียนมา

จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภารภาพว่าได้ลักลอบข้ามพรมแดนมาเพื่อที่จะไป ทำงานที่กรุงเทพฯ โดยมีนายหน้าพาข้ามพรมแดน มาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อมาถึงแล้วจะมีคนมารับ เพื่อไปส่งถึงกรุงเทพฯ แต่ก็มาถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบเสียก่อน หลังจากทำการสอบสวนแล้วทางเจ้าหน้าที่ได้ประสาน เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เชียงราย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เทำการเข้าจับกุม และควบคุมตัวนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และคัดกรองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ต่อไป


ภาพ/ข่าว  ณัฐวัตร ลาพิงค์

อุดรธานี – ‘เจ้าของร้านป้าย’ชาวอุดร ร่วมใจกับเพื่อนส่งตู้ตรวจโควิด-19 แบบสนามช่วยนักรบชุดขาว

สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในประเทศไทยยังมีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงขึ้นทุกวัน เฉพาะ จ.อุดรธานี ณ วันที่ 27 เมษายน 2564  โดยมีผู้ติดเชื้อสะสม 327 ราย และยังมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอีก ท่ามกลางการควบคุมโรค มาตรการเข้มงวดต่างๆ ต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจจากทุกภาคส่วนเพื่อลดตัวเลขการติดเชื้อ ดังเช่นภาคเอกชนของ จ.อุดรธานี ได้รวบรวมเงินทุนเพื่อสร้างตู้ตรวจโควิดแบบสนาม (Positive swap test box) ส่งมอบต่อ รพ.อุดรธานี สนับสนุนการทำงานของนักรบชุดขาวให้ทำงานได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น

วันที่ 27 เมษายน 2564 เวลา10.30 น. ที่ร้านบางกอกพลาสติค หรือ ร้านทำป้าย เลขที่ 559/28 – 29 ถ.โพศรี ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี นายณัฐพงษ์ แซ่ตั้ง หรือเฮียณัฐ อายุ 43 ปี เจ้าของร้าน  ได้ทำการสาธิตในการประกอบตู้ตรวจโควิดแบบสนาม (Positive swap test box) โดยมีลูกน้องที่ร้าน 3 คนเป็นลูกมือช่วยกันประกอบชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อส่งต่อไปยัง รพ.อุดรธานี ให้ทีมแพทย์พยาบาลได้ใช้ในการตรวจรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด – 19 ซึ่งเฮียณัฐ ให้ข้อมูลและแนะนำวิธีการประกอบอย่างอารมณ์ดี

นายณัฐพงษ์ แซ่ตั้ง  เปิดเผยว่า โควิค – 19 เป็นโรคระบาดที่น่ากลัวมาก ติดตามข่าวอยู่เป็นประจำและเห็นความเหน็ดเหนื่อยของทีมแพทย์พยาบาลที่ต้องดูแลพี่น้องประชาชน จากการพูดคุยในกลุ่มเพื่อนฝูงอยากจะสนับสนุนการทำงานของพี่น้องสาธารณสุข จึงมีแนวคิดสร้างตู้ตรวจโควิดแบบสนามเพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจรักษา ต้นแบบเดิมเราเห็นจากโรงพยาบาลต่าง ๆ จะให้ผู้ป่วยอยู่ด้านในและรับการตรวจ เราจึงปรับเปลี่ยนมาเป็นให้คุณหมอคุณพยาบาลอยู่ข้างในแทน ไม่ต้องสวมชุด PPE ร้อน ๆ สามารถทำงานได้สะดวกมากขึ้น

ตัวตู้สูง 195 ซม. กว้าง 115 ซม. ลึก 90 ซม. มีล้อเลื่อนด้านล่าง โครงสร้างทำจากสแตนเลส พื้นเป็นเหล็กซิงค์ ผนังทำจากพลาสวู้ด และติดตั้งระบบไฟส่องสว่าง พร้อมกับเครื่อง Smile O2 หรือเครื่องกรองอากาศ 3 ตัว ดูดอากาศเข้า 2 ตัว ระบายอากาศออก 1 ตัว งบประมาณทั้งสิ้น 73,000 บาท ต่อ 1 ตู้ โดยเป็นการบริจาคของพรรคพวกเพื่อนฝูง ทางร้านก็จะช่วยในงบประมาณบางส่วนและออกแรงในการประกอบตู้ขึ้นมา  โดยประกอบและส่งมอบมาแล้ว 1 ครั้ง จำนวน 4 ตู้ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2563 มอบให้กับ โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ,โรงพยาบาลสกลนคร ,โรงพยาบาลหนองคาย และ โรงพยาบาลบึงกาฬ”

นายณัฐพงษ์ แซ่ตั้ง เปิดเผยอีกว่า ล็อตนี้เรามีงบประมาณประกอบ 2 ตู้ น่าจะผ่านการทดสอบพร้อมส่งมอบในวันพฤหัสบดีนี้ โดยจะมอบให้กับ โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ต่อไป หากท่านใดสนใจที่ร่วมสนับสนุนตู้ตรวจโควิดแบบสนาม (Positive swap test box) เพื่อสู้กับโรคร้ายครั้งนี้ สามารถบริจาคได้ที่ บัญชี ธ.กรุงศรีอยุธยา ชื่อบัญชี : นรุตม์ชัย ศุภชัยสาคร เลขที่  215-1-56101-9 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ พิชัย เอื้อมธุรพจน์ (เฮียเปา) ทางร้านบางกอกพลาสติค เปิดมากว่า 45 ปี  ซึ่งตนเองเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว ทางครอบครัวก็เห็นว่าจะเป็นการช่วยเหลือสังคมได้อีกทางหนึ่ง จึงร่วมสนับสนุนและส่งกำลังใจให้ทีมแพทย์พยาบาลทุก ๆ ท่าน


ภาพ/ข่าว  นายกฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี

สระแก้ว - กองกำลังบูรพา พร้อมด้วยตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว และด่านศุลกากรอรัญประเทศ ลุยเข้าตรวจ 6ช่องทางธรรมชาติชายแดนไทยกัมพูชา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

พันเอกเสกสรรค์ พรหมศักดิ์ รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา พร้อมด้วย พันตำรวจเอก รัชพงศ์ เตี้ยสุด รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 รักษาการผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสรแก้ว ,พันเอก เอกพงษ์ กฤตยาเกียรติชุติ ผู้บังคับชุดควบคุมกรมทหารพราน 12 , เจ้าเหน้าที่ด่านศุลกากรอรัญประเทศ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภออรัญประเทศ เดินทางเข้าตรวจสอบช่องทางธรรมชาติบริเวณตลาดหลังคาแดง ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังของ บิ๊กซีสาขาตลาดโรงเกลือ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของกองร้อยทหารพราน 1205 จากนั้นได้เดินทางไปตรวจช่องทางธรรมชาติอีก 2ช่องทางซึ่งอยู่ด้านหลังของโรงเรียนบ้านท่าข้าม ตำบลท่าข้าม ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของกองร้อยทหารพราน 1201

นอกจากนั้นได้เข้าตรวจช่องทางธรรมชาติในพื้นที่บ้านโคกสะแบงอีก 3 จุดซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของกองร้อยทหารพราน 1202 โดยช่องทางธรรมชาติที่เข้าทำการตรวจสอบทั้งหมดในครั้งนี้เป็นช่องทางธรรมชาติที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนอำเภออรัญประเทศและอยู่ตรงข้ามกับบ่อนกาสิโนฝั่งปอยเปตประเทศกัมพูชา

ซึ่งจากการตรวจสอบช่องทางธรรมชาติทั้งหมดดังกล่าว พบว่าช่องทางธรรมชาติทั้งหมด มีลำคลองพรมโหดขนาดเล็กขวางกั้นอยู่ และมีแนวลวดหนามหีบเพลง 3 ชั้นวางขวางกั้นอยู่อย่างแข็งแรง ที่สำคัญมีกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานคอยดูแลอย่างเข้มงวด และจากการตรวจสอบอย่างละเอียดไม่พบร่องรอยการเดินทางข้ามชายแดนแต่อย่างใด ซึ่งไม่ได้เป็นช่องทางธรรมชาติที่มีการลักลอบข้ามชายแดนตามที่มีกระแสข่าวในข่าวโซเชียลแต่อย่างใด ทั้งนี้การตรวจสอบช่องทางธรรมชาติในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการป้องกันการลักลอบข้ามชายแดนของแรงงานผิดกฎหมายและนักเล่นพนันแล้ว ยังเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จากฝั่งประเทศกัมพูชาอย่างเข้มงวดอีกด้วย


ภาพ/ข่าว เพลิน พิมพ์อรัญ / วีระยุทธ สารการ / บูรพาทีวีออนไลน์ รายงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top