Wednesday, 4 November 2026
THE STATES TIMES TEAM

ขอนแก่น - รพ.ศรีนครินทร์ มข. เพิ่มเตียงผู้ป่วยโควิด รับมือทุกกลุ่มอาการเป็น 400 เตียง รับขอนแก่นกลับบ้าน ปรับหอผู้ป่วยหลัก 3 จุดเป็นหอผู้ป่วยโควิดโดยเฉพาะ ขณะที่ล่าสุดพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น เร่งจับตาคลัสเตอร์ใหม่เชื่อมโยงตลาดศรีเมือทอง

เมื่อเวลา  09.00 น.วันที่ 11 ส.ค.2564  ที่ รพ.ศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. นพ.สมชายโชติ  ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุข จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย รศ.นพ.อภิชาติ  จิระวุฒิพงศ์ คณะบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. และ รศ.นพ.ทรงศักดิ์  เกียรติชูสกุล ผอ.รพ.ศรีนครินทร์ ตรวจติดตามความคืบหน้าการปรับปรุงอาคารรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ตามกรอบความร่วมมือร่วมระหว่าง สสจ.ขอนแก่น และ มข. ในการให้การรักษาผู้ป่วยโควิด-19 โดยเฉพาะ

รศ.นพ.ทรงศักดิ์ เกียรติชูสกุล ผอ.รพ.ศรีนครินทร์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น คณะแพทยศาสตร์ มข. จึงได้มีการพิจารณาปรับเปลี่ยนหอผู้ป่วย 3 แห่ง ซึ่งประกอบด้วย หอผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน หรือ AE 1,2,3 หอผู้ป่วยไฟไหม้น้ำร้อนลวก หรือ Burn Unit และ ICU ศัลยกรรม มาเป็นหอผู้ป่วยรวมสำหรับการให้บริการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 โดยเฉพาะ โดยมีการแยกส่วนเฉพาะหอผู้ป่วยดังกล่าวชั้น 2 ของ รพ. เป็นเขตพื้นที่ควบคุม ดูแลรับผู้ป่วยโควิด ในโซนตะวันตกของจังหวัดขอนแก่น เพื่อแบ่งเบาภาระของ รพ.ขอนแก่น ในการดูแลผู้ป่วยที่จะต้องรับส่งต่อซึ่งจากแผนการปรับปรุงดังกล่าวหากนับรวม รพ.สนามขอนแก่น แห่งที่ 1 ที่หอพัก 26 ที่ดำเนินการอยู่จะให้ศักยภาพของ รพ.ศรีนครินทร์จะสามารถให้บริการทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ได้มากถึง 300 เตียง

“แผนการดำเนินงานดังกล่าวขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างมาก โดยคาดว่ายในเดือน ส.ค.นี้การรับหอผู้ป่วยเดิมเป็นหอผู้ป่วยโควิดโดยเฉพาะจะสามารถดำเนินการได้ทั้งระบบ ตามสัดส่วนการบริหารจัดการเหตุการณ์ในความรับผิดชอบของ รพ.ศรีนครินทร์ ประกอบด้วย ที่ รพ.สนามขอนแก่น แห่งที่ 1 หอพัก 26 มข. ที่รองรับการรักษาได้ 256 เตียง , ที่ รพ.ศรีนครินทร์ จะรองรับผู้ป่วยในกลุ่มอาการสีเขียว เป็น 100 เตียง,สีเหลือ 30 เตียง ,สีส้ม 16 เตียงและสีแดง 22 เตียง โดยได้ประสานการทำงานร่วมกันกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในการรับผู้ป่วยในเขตอำเภอทางตะวันตกและกลุ่มผู้ป่วยในเขต อ.เมือง ตามแผนการดำเนินงานร่วมระหว่างหน่วยงานที่ได้กำหนดไว้”

ขณะที่ นพ.สมชายโชติ  ปิยวัชร์เวลา นยแพทย์สาธารณสุข จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ยอดผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีการรายงานยืนยันล่าสุดวันนี้ อยู่ที่ 264 รายในจำนวนนี้แยกเป็นกลุ่มคลัสเตอร์เรือนจำ 145 ราย ที่เหลือคือกลุ่มที่เดินทางกลับมาจากต่างจังหวัดที่เข้ารับการรักษาตัวตามระบบการส่งต่อทางการแพทย์ ทำให้ขณะนี้ยอดผู้ป่วยสะสมของจังหวัดอยู่ที่ 6,680 ราย กำลังรักษา 5,480 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 25 ราย ขณะที่การเพิ่มจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยตามบริหารจัดการทางการแพทย์ ซึ่งวันนี้ข่าวดีจาก รพศรีนครินทร์ ที่มีความคืบหน้าในการสร้างหอพักผู้ป่วยโควิดโดยเฉพาะซึ่งแม้ว่า รพ.ศรีนครินทร์ จะเป็นโรงเรียนแพทย์ที่มีภารกิจหลัก คือ การเรียนการสอน แต่ในสภาวะการระบาดของโควิด-19 ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแรงร่วมใจ จนนำมาสู่การดำเนินงานของ รพ.ฯและการจัดระบบรับส่งต่อจากรพ. ชุมแพ, ภูผาม่าน ,สีชมพู, เวียงเก่า, หนองนาคำ ,ภูเวียง ,หนองเรือ  และ อ.บ้านฝาง  ซึ่งแม้จะไม่สามารถรับได้ทั้งหมด แต่ได้เปิดรับในการให้การดูแล และให้คำปรึกษา ในการสร้างความร่วมมือ สร้างความเข้มแข็ง ในระบบบริการสาธารณสุข ได้อย่างดีเยี่ยม

อย่างไรก็ตามขณะนี้คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อยังได้จับตาคลัสเตอร์ตลาดหนองหม่น เขต ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น ที่เชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ตลาดศรีเมืองทอง หลังพบพ่อค้า-แม่ค้า ป่วยติดเชื้อแล้ว 12 รายและมีผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและมารายงานตัวแล้กว่า 800 ราย ทำให้การตรวจคัดกรองเชิงรุกจึงดำเนินการต่อเนื่องทุกวันควบคู่กับการควบคุมสถานการณ์ของตลาดดังกล่าวไว้ในวงที่จำกัดอย่างรวดเร็ว

พังงา - รมช.มหาดไทย 'นิพนธ์ บุญญามณี' เดินสายตรวจความพร้อมการรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อเตรยมรับการท่องเที่ยว

ที่บริเวณด่านหน้า รพ.สต.บ้านเตรียม อ.คุระบุรี จังหวัดพังงา 'นายนิพนธ์ บุญญามณี' รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางจากจังหวัดระนอง เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ ด่านตรวจป้องกันโควิด-19 จังหวัดพังงา ฝั่งรอยต่อจังหวัดระนอง ก่อนมอบ เสื้อกั๊ก “บำบัดทุก บำรุงสุข” ให้กับ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เนื่องในวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน และเดินทางต่อไป จ.กระบี่

โดยพบว่า จังหวัดพังงาเป็นจังหวัดต้น ๆ ของประเทศไทย ที่สามารถบริหารจัดการ และรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี และถือเป็นจังหวัดที่มีความพร้อม ในการนำร่องเปิดโมเดลอันดามันแซนด์บ๊อก ต่อจากภูเก็ตแซนด์บ๊อก ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้ ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน ควบคู่กับการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จังหวัดพังงา พบว่า ในระลอกแรก พบผู้ติดเชื้อ 2 ราย ระลอกที่2 ไม่พบผู้ติดเชื้อ ส่วนระลอก3 ข้อมูลล่าสุดพบ 806 ราย โดยจังหวัดพังงายังคงใช้มาตรการ SEAL พื้นที่ชุมชนที่เกิดการระบาด SCAN ตรวจหาผู้ป่วย และ CLEAN พร้อมกับมาตรการ รักษา เยียวยา ฟื้นฟูผู้ติดเชื้อ

ส่วนการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ด้วยการฉีดวัคซีน คาดว่าในช่วยปลายปี จะครบตามจำนวนที่วางแผนเอาไว้


ภาพ/ข่าว  อโนทัย​ งานดี / พังงา​

กาฬสินธุ์ – นำจิตอาสาร่วมกิจกรรมพัฒนาชุมชน ทำความดี ด้วยหัวใจ ร่วมกิจกรรม จิตอาสาพัฒนาชุมชนเอามื้อสามัคคี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ที่ศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต บ้านโจด หมู่ที่ 10 ต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ นายทรงพล  ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดกาฬสินธุ์ นำจิตอาสาพระราชทาน จ.กาฬสินธุ์ ถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในกิจกรรม จิตอาสาพัฒนาชุมชนเอามื้อสามัคคี ที่ศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต (CLM) ระดับตำบล ของนางอุไลย์ ทบวัน  ซึ่งเป็นไปตามโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ 'โคก หนอง นา โมเดล'

โดยจิตอาสาพระราชทานได้ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ได้พระราชทานโครงการจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้มีส่วนร่วมในการทำประโยชน์แก่สังคม ชุมชนและประเทศชาติ ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนได้น้อมนำแนวทางจิตอาสาพระราชทานนี้ มาจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาชุมชนเอามื้อสามัคคี เพื่อเป็นการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ และสร้างจิตสำนึกในการเกื้อกูลแบ่ง อันเป็นวัฒนธรรมอันที่ทรงคุณค่าและดีงามของประเทศไทย โดยมีนายสนั่น พงษ์อักษร รองผวจ.กาฬสินธุ์ พ.อ.เรืองพงษ์ วงศรีสุข รอง ผอ.รมน.กาฬสินธุ์ นายอุทัย สิงห์ทอง พัฒนาการ จ.กาฬสินธุ์ นายสัมฤทธิ์ กิตติโชติสุขสงค์ นายอำเภอกมลาไสย พร้อมด้วยจิตอาสาพระราชทาน จ.กาฬสินธุ์เข้าร่วมกิจกรรม

นอกจากนี้นายทรงพล  ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์พร้อมด้วยจิตอาสาพระราชทาน จ.กาฬสินธุ์ ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้รอบแปลงศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบฯ พร้อมทั้งได้ร่วมกันปล่อยปลาตะเพียนจำนวน 30,000 ตัว และเยี่ยมชมแปลงสาธิต โคก หนอง นา โมเดล ซึ่งมีพื้นที่ 15 ไร่ ได้ทำการปั้นโคก ขุดหนอง และทำนา พร้อมทั้งเตรียมเพาะปลูกพืชบนคันนา เป็นคันนาทองคำ ปลูกไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง และเยี่ยมชมแปลงเพาะต้นกล้าสมุนไพร ประกอบด้วย  ฟ้าทะลายโจร ว่านหางจระเข้ ว่านไฟ และพืชผักสวนครัว ทั้งนี้ศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต (CLM) ระดับตำบล บ้านโจด มีประชาชน ผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้และสอบถามเกี่ยวกับการทำโคก หนอง นา โมเดล อย่างต่อเนื่อง


ภาพ/ข่าว ณัฐพงษ์  ประชากูล จ.กาฬสินธุ์

ปทุมธานี - อบจ.ปทุมธานี จับมือกรมชล ร่วมพัฒนาแหล่งน้ำพร้อมถนนคอนกรีตเพื่อประชาชน

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564 เวลา 08:30 น. ที่คลองระบายน้ำลาดผักขวง ต.ศาลาครุ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี , นายสุริยา ธรรมธารา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เขต 1หนองเสือปทุมธานี , นายอนันต์ รุ่งแสง นายก อบต.ศาลาครุ ได้ตรวจดูการดำเนินงานของ กรมชลประทาน ที่ได้ดำเนินการขุดลอกคลองระบายน้ำลาดผักขวง ระยะทาง 4 กิโลเมตร พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อรองรับปริมาณน้ำช่วงหน้าฝน และให้เกษตรกรกว่า 10,000 ไร่ได้ใช้ประโยชน์

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี กล่าวว่า ต้องขอบคุณกรมชลประทานที่ได้งบประมานมาขุดลอกคลอง โดยได้จัดสรรจากจังหวัดปทุมธานี เป็นจำนวนเงินล้านกว่าบาท เพื่อขุดลอกคลองระยะทาง 4 กิโลเมตร คาดว่าใช้ระยะเวลาไม่ถึง 10 วัน หลังจากที่เมื่อดำเนินการเสร็จแล้ว จะต้องมีการดูแลรักษาเพื่อไม่ให้วัชพืชขึ้นเต็มคลองอย่างที่เคยเป็นมา จะต้องไม่ให้มีขึ้นอีก ขอบคุณกรมชลประทานจริง ๆ ที่เห็นความสำคัญของพี่น้องชาวเกษตรกรในการใช้น้ำ เมื่อดำเนินการพัฒนาคลองดีแล้วก็จะทำถนนเลียบคลองจากบริเวณประตูทางระบายน้ำ นี้ไปออกเส้นทางคลองสิบสี่หลังวัดปทุมนายก เป็นการย่นระยะทางการสัญจรของประชาชนได้ในระดับหนึ่ง เมื่อกรมชลประทานมีงบประมานมาทำถนน เลียบคลองทั้งสองฝั่ง ซึ่งก็พอจะทราบในการจัดสรรงบของกรมชลประทาน เป็นถนนลูกรัง ทาง อบจ.ก็จะสามารถสนับสนุนใช้งบประมานสร้างถนนคอนกรีต เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนให้มากที่สุด

นายสมบูรณ์ เจิมไทย วิศวกรชลประทานชำนาญการ กรมชลประทาน กล่าวว่า คลองแห่งนี้เป็นคลองที่เชื่อมระวังคลองสิบสามและคลองสิบสี่ ในการดำเนินลอกคูคลองครั้งนี้มีเกษตรกรได้รับประโยชน์จากการใช้น้ำถึง 10,000 ไร่ นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของการระบายน้ำ ซึ่งโครงการระยะยาวจะมีการสร้างประตูระบายน้ำและขยายคลอง อาจจะมีการสร้างถนนเลียบตลอดทั้งคลอง โดยได้รับการประสานทางจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ในการเสริมคอนกรีตถนน เป็นเรื่องการทำงานร่วมกันระหว่าง กรมชลประทานและ อบจ.ปทุมธานี


ภาพ/ข่าว ประภาพรรณ ขาวขำ/รายงาน

“คุณสมบัติ อนันตรัมพร” ประธานบริษัทอินเตอร์ลิ้งค์ฯ จัดการแข่งขันสุดยอดทักษะสายสัญญาณและเน็ตเวิร์ค ปีที่ 9 ชิงถ้วยพระราชทาน และเงินรางวัลรวมกว่า 400,000 บาท

คุณสมบัติ อนันตรัมพร ประธาน บมจ. อินเตอร์ลิ้งค์ฯ จัดงาน Cabling & Networking Contest #9 (การแข่งขันสุดยอดทักษะสายสัญญาณและเน็ตเวิร์ค ปีที่ 9) รอบคัดเลือกกรุงเทพฯ และภาคกลาง ซึ่งเป็นการพลิกโฉมการแข่งขันมาในรูปแบบ Fully Online ผ่านระบบ Zoom

แบ่งเป็นสัมมนาช่วงเช้า โดยได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนิสิต นักศึกษากว่า 950 คน และการแข่งขันช่วงบ่ายที่จัดส่งอุปกรณ์ไปถึงบ้านหรือมหาวิทยาลัย เพื่อทำการแข่งขันออนไลน์พร้อมกันกว่า 40 คน

เพื่อชิงถ้วยพระราชทาน และชิงเงินรางวัลรวมกว่า 400,000 บาท

???? LIVE จากสนง.ใหญ่ อินเตอร์ลิ้งค์ กรุงเทพฯ

‘วัชระ’ บริจาคเงิน 4 องค์กร พร้อมเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาสมทบเป็นทุนสู้โควิด-19 ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

(11 ส.ค.64) นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ ได้บริจาคเงินจากกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาที่ตนได้รับเดือนละ 12,000 บาท (หนึ่งหมื่นสองพันบาทถ้วน) เป็นเวลา 4 เดือน รวมเป็นเงิน 48,000 บาท (สี่หมื่นแปดพันบาทถ้วน) เพื่อใช้สำหรับจัดซื้อวัคซีนหรือค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด- 19 ให้กับองค์กร 4 แห่งคือ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มูลนิธิรามาธิบดี มูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ฯ และศิริราชมูลนิธิ(ศิริราชสู้ภัยโควิด-19) ในการนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อันเป็นที่เคารพสักการะอย่างยิ่งของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า

นายวัชระ กล่าวว่า รู้สึกเข้าใจถึงความทุกข์ยากลำบากของบุคลากรทางการแพทย์ ที่เป็นผู้เสียสละด่านหน้าเสี่ยงชีวิตในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 จึงขอส่งกำลังใจมายังบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนให้มีพลังในการปฎิบัติหน้าที่ต่อไป และขอเชิญชวนให้นักการเมือง รวมทั้งผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์หรือปัจจัยต่าง ๆ สมทบด้วย เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติต่อไป ซึ่งก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 18 พ.ค.64 นายวัชระ ได้ยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แสดงความจำนงบริจาคเงินเดือนของตนเองจากกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา เป็นเวลา 3 เดือน เดือนละ 12,000 บาท (หนึ่งหมื่นสองพันบาทถ้วน)รวมเป็นเงิน 36,000 บาท (สามหมื่นหกพันบาทถ้วน) ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2564  สมทบทุนให้รัฐบาลเป็นค่าจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ปกป้องชีวิตประชาชนให้ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด

ร.15 พัน.1 ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ

พ.อ.ธนพล นุ้ยสุข ผบ.ร.15 พัน.1 จัดกำลังพลลงพื้นที่รับซื้อผลผลิตทางการเกษตร ของเกษตรกรชาวสวนมังคุดในพื้นที่ ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จ.กระบี่  โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางในพื้นที่ ตามนโยบายของกองทัพบกที่ห่วงใยพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (Covid-19) และยังส่งผลให้ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ โดยให้หน่วยทหารเข้าช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอย่างเต็มศักยภาพทุกรูปแบบ 

ทั้งนี้หน่วยได้รับซื้อมังคุด จำนวน 1 ตัน มาแจกจ่ายให้กับกำลังพลภายในหน่วย ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และนำไปมอบเป็นขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่/บุคลากรทางการแพทย์ รพ.คลองท่อม เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่ต่อไป


ภาพ/ข่าว  มโนธรรม ใจหาญ จ.กระบี่

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการจัดการพลังงานในองค์กรด้วยระบบดิจิทัล (Digital Platform) ผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting

พล.ต.ต.ญาณพงศ์  โสมาภา ผู้บังคับการกองสารนิเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 64 เวลา 15.00 น. ณ ห้องพรหมนอก ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.สมชาย  พัชรอินโต ผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุงและคณะจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการจัดการพลังงานในองค์กรด้วยระบบดิจิทัล (Digital Platform) ผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting โดยมี นายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นผู้ลงนาม และมีนายชาติชาย ภุมรินทร์ รองผู้ว่าการธุรกิจและการตลาด การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นพยาน

สำหรับโครงการจัดการพลังงานในองค์กรด้วยระบบดิจิทัล (Digital Platform)เป็นโครงการที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้ามาช่วยในการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงาน รวมถึงการเสนอแนะแนวทางในการจัดการพลังงาน เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ฉะเชิงเทรา - เปิดบรรยากาศ Bubble and seal โรงพยาบาลสนามภายในโรงงานไทยแอร์โรว์

จากการที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฉะเชิงเทรามีนโยบายโครงการตำบลเข้มแข็ง เพื่อเอ็กซเรย์ทุกตำบล หากมีผู้ติดเชื้อต้องรีบรักษา และผู้เสี่ยงสูงต้องมีสถานที่กักตัว และตั้งคณะทำงาน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเอกชนในพื้นที่

ทั้งนี้ วันที่ 10 สิงหาคม 2564 นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผวจ.ฉะเชิงเทรา ได้มอบหมายให้ นายไพโรจน์ ปลื้มจันทร์ ปลัดอำเภอบางคล้า พร้อมด้วย นายวันชัย เกาะสูงเนิน อุตสาหกรรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่ดูโรงงานไทยแอร์โรว์ ซึ่งถูกสั่งปิดโรงงานเป็นเวลา 14 วัน หลังพบว่าพนักงงานติดเชื้อกว่า 700 คน  เมื่อปลายเดือน กค. ที่ผ่านมา และทางโรงงานฯ ได้ทำแผนเสนอขอเปิดโรงงานฯ เมื่อวันที่ 5 ส.ค 2564 เนื่องจากทางโรงงานฯ มีการทำ Bubble and seal พื้นที่เรียบร้อยแล้ว

โรงงานไทยแอร์โรว์เป็นโรงงานที่ตั้งอยู่ที่เขต อ.บางคล้า เป็นโรงงานที่ตั้งอยู่คู่แปดริ้ว มานานกว่า 30 ปี มีพนักงานประมาณ 4,200 คน ถือเป็นโรงงานขนาดใหญ่ เจ้าของโรงงานเป็นชาวญี่ปุ่น ภายในบริเวณโรงงานมีอาคารถึง 4 โรง ตามแผนที่โรงงานฯ เสนอต่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อขอเปิดโรงงานนั้น ระบุว่าจะขอใช้พนักงานทำงานเพียง 1,050 คน ทางโรงงาน ได้ปรับพื้นที่ส่วนหนึ่งนำตู้คอนเทนเนอร์ มาจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนามภายในโรงงาน มีเตียงสนามประมาณ 300 เตียง และกันพื้นที่เป็นอาคาร สำหรับผู้มีความเสี่ยงสูง กักตัว อย่างปลอดภัย และหากพบว่าครอบครัวติดเชื้อก็สามารถนำครอบครัวมาพักได้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังทีมแพทย์และพยาบาลประจำโรงงาน ให้คำแนะนำในการรักษาตลอด 24 ชม. อีกด้วย

น.ส ณัฐธิดา วาศโสภา พยาบาลประจำโรงงานกล่าวว่า มีแพทย์และพยาบาลเวร 15 คนเข้าเวรตลอด 24 ชม. เพื่อดูแลผู้ป่วย และให้คำแนะนำจนกว่าจะรักษาหายเป็นปกติ ทางด้าน นพ.ธนู นพโสภณ หัวหน้ากลุ่มงานอาชีวเวชกรรม โรงพยาบาลพุทธโสธร ได้กล่าวว่า โรงพยาบาลสนามแห่งนี้ได้มาตรฐานเป็นต้นแบบที่ดีให้โรงงานอื่น ได้อีกด้วย

ที่ผ่านมา โรงงานไทยแอร์โรว์ถูกสังคมมองด้วยความไม่มั่นใจ แต่เมื่อเข้ามาดูการจัดทำ Bubble and seal แล้ว ขอชื่นชม และน่าจะเป็นต้นแบบที่ดีให้โรงงานอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่เมื่อพบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก แล้วต้องเตรียมความพร้อมในการจัดสร้างโรงพยาบาลสนาม และสถานที่กักตัวที่ได้มาตรฐานแบบไทยแอร์โรว์ วันนี้ชาวแปดริ้ว ทุกคนจับตามองคลัสเตอร์โรงงานต่าง ๆ เนื่องจากจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นที่ตั้งนิคมอุตสาหกรรม และศูนย์อุตสาหกรรมถึง 4 แห่ง มีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่ประมาณ 2,000 แห่ง จำนวนผู้ติดเชื้อหลัก ๆ มาจากคลัสเตอร์โรงงานอุตสาหกรรม

นโยบายของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้วางกรอบให้โรงงานอุตสาหกรรมจัดทำแผน 4 แผน คือ แผนคน คือให้ความรู้พนักงานในการป้องกันตัวเอง แผนองค์กร ปรับสภาพโรงงานให้เหมาะสม รักษาระยะห่าง มีเจล แอลกอฮอล์ และที่วัดอุณหภูมิ แผนการขนย้ายพนักงาน ต้องชัดเจนว่า ระหว่างที่ทำงานถึงบ้านพัก ต้องปลอดภัย และเมื่อพบผู้ติดเชื้อ ต้องมีแผนเผชิญเหตุ โดยเฉพาะการทำ Bubble and seal เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด และสร้างความมั่นใจให้ชุมชนใกล้เคียงอีกด้วย


ภาพ/ข่าว  ผู้สื่อข่าวภูมิภาคฉะเชิงเทรา

จันทบุรี - ประชุมระดมความคิดเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับมาตรการในการรองรับผลผลิตทางการเกษตร ป้องกันแก้ไขปัญหาผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำ

วันนี้ ( 10 ส.ค.64 ) ที่ห้องประชุม 4 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานการประชุม ระดมความคิดเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับมาตรการในการรองรับผลผลิตทางการเกษตร ป้องกันแก้ไขปัญหาผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำ โดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดจันทบุรีเชิญส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชนมาร่วมแสดงความคิดเห็นตามข้อเสนอของ คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน หรือ กรอ.จังหวัดจันทบุรี เนื่องจากจังหวัดจันทบุรีเป็นแหล่งผลิตผลไม้เขตร้อนที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการส่งออกผลไม้ไปต่างประเทศสร้างมูลค่าและรายได้แก่ประชาชนจำนวนมาก

การผลิตผลไม้คุณภาพของเกษตรกรจังหวัดจันทบุรีเป็นที่ยอมรับของตลาดต่างประเทศ แต่บางครั้งในช่วงฤดูการผลิตผลไม้มีมากว่าความต้องการของตลาด และข้อจำกัดในการขนส่งสินค้า รวมทั้งกลไกการตลาดเสรี จึงอาจส่งผลให้ผลไม้ราคาตกต่ำ ทางจังหวัดจึงได้มีแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและให้ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการวางแผนการบริหารตัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น จึงได้จัดประชุมระดมความคิดเห็นในครั้งนี้ ก่อนสรุปเป็นแผนเพื่อป้องกันแก้ไขผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตให้เกษตรกรมีความมั่นคงในอาชีพ 

  


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี

พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top