Thursday, 3 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

แม่ฮ่องสอน - นพค.36 ส่งมอบโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบนำหลักทฤษฎีใหม่ มาประยุกต์สู่ “ โคก หนอง นา โมเดล” เพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชนในชุมชน

นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ,นายปฐมพงษ์ จันทร์สว่าง พัฒนาการจังหวัดแม่ฮ่องสอน รับมอบบ่อกักเก็บน้ำโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ "โคก หนอง นา โมเดล" ของนายประเสริฐ จันทร์โอภาส บ้านกลาง หมู่ 7 ต.ห้วยโป่ง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จากหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการปรับพื้นที่และขุดบ่อกักเก็บน้ำ สำหรับแปลงพื้นที่ของนายประเสริฐ จันทร์โอภาส เป็นแปลง CLM พื้นที่ขนาด 15 ไร่ ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบฯ กับกรมการพัฒนาชุมชน ดำเนินการปรับพื้นที่โดยหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 และขุดบ่อกักเก็บน้ำจำนวน 5 บ่อ และขุดคลองไส้ไก่เพื่อนำน้ำไปใช้ในพื้นที่ ซึ่งเมื่อได้ดำเนินการปรับพื้นที่แล้วจะได้มีการเอามื้อสามัคคีในการพัฒนาพื้นที่ต่อไป

นายปฐมพงษ์ จันทร์สว่าง พัฒนาการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า โครงการโคก หนอง นา โมเดล โดยพัฒนาชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล เข้าดำเนินการในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทั้ง 7 อำเภอ  25 ตำบล 103 หมู่บ้าน แบ่งเป็นขนาดพื้นที่ 1 ไร่ 3 ไร่ จำนวน 99 แปลง และพื้นที่ 10 ไร่ขึ้นไป จำนวน 4 แปลง ซึ่งพื้นที่ของหมู่บ้านกลาง ต.ห้วยโป่ง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ที่รับมอบจาก นพค.36 ดังกล่าว เป็นของนายประเสริฐฯ มีพื้นที่จำนวน 15 ไร่ และขุดบ่อเก็บน้ำ 5 บ่อ สำหรับแปลงนี้อยู่ในขั้นตอนที่ 2 คือการปรับพื้นที่ หลังจากปรับพื้นที่เสร็จก็จะจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ 9 ฐาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดใกล้เคียงในการศึกษาเรียนรู้โครงการ “ โคก หนองนา โมเดล”

หลังจากจัดทำศูนย์เรียนรู้เสร็จ จะนำหลักทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นำศาสตร์พระราชา มาประยุกต์สู่ “โคก หนองนา โมเดล” ในการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนบ่อกักเก็บน้ำที่ขุด จำนวน 5 บ่อ นอกจากจะเลี้ยงปลาแล้ว น้ำในบ่อก็จะใช้ในการทำการเกษตรของโครงการและเกิดความชุ่มชื้นในพื้นที่ มีแปลงนา มีการปลูกป่า 5 ระดับ ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ไปจนถึงการปลูกพืชผักสวนครัว ปลูกข้าว เลี้ยงสัตว์ เช่น ไก่ เป็น สุกร อย่างเป็นรูปธรรมและสร้างรายได้ให้ประชาชนในชุมชนอย่างยั้งยืน


ภาพ/ข่าว  สุกัลยา / ถาวร อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

กาฬสินธุ์ – ผู้ปกครองและกลุ่มประชาชนทั่วไปในจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้ารับการฉีดวัคซีนซิโนแวค และแอสตราเซเนกาเข็มแรก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ และสร้างความมั่นใจปลอดภัยจากโรคโควิด-19

เมื่อเวลา 10.30 น.ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา หน้าศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ (หลังเก่า) นายแพทย์ประมวล ไทยงามศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เข้าให้กำลังใจผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป ทั้งในส่วนข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พ่อค้า ประชาชน ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนซิโนแวคและแอสตราเซเนกา โดยมีบุคลากร แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข คอยอำนวยความสะดวก ทั้งนี้ ทุกคนต่างสวมหน้ากาก 100%  มีการตรวจคัดกรอง วัดอุณหภูมิร่างกาย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ รักษาระยะห่าง ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

นายแพทย์ประมวล ไทยงามศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในส่วนของการให้บริการฉีดวัคซีนในวันนี้ เป็นในรอบของกลุ่มประชาชนทั่วไป ซึ่งรวมไปถึงข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พ่อค้า ประชาชน โดยเฉพาะผู้ปกครองนักเรียน ที่เริ่มเปิดภาคเรียน ที่ได้ลงทะเบียนขอจองฉีดวัคซีน ตามช่องทางแอพพลิเคชั่นหมอพร้อม และลงทะเบียนกับโรงพยาบาล สำหรับการฉีดวัคซีนในรอบวันนี้ ได้ให้บริการฉีดวัคซีนทั้งซิโนแวคสำหรับกลุ่มประชาชนทั่วไป  และแอสตราเซเนกา ในกลุ่มผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว 7 โรค จำนวน 500 ราย ซึ่งเป็นเข็มแรกของรอบนี้ อย่างไรก็ตาม นอกจากวันนี้ให้บริการฉีดในภาคเช้าและภาคบ่ายแล้ว ในวันพรุ่งนี้ยังจะจัดให้มีการฉีดวัคซีนอีกกลุ่มเป้าหมายจำนวน 600 คน

นายแพทย์ประมวลกล่าวอีกว่า สำหรับประชาชนที่ลงทะเบียนไว้ และยังรอการรับการฉีดวัคซีน ขอให้ใจเย็น ๆ รอไปสักระยะ หากได้รับการจัดสรรวัคซีนมาอีก ก็จะแจ้งให้มารับบริการฉีดวัคซีนทันที เพราะวัคซีนยังจะมีมาเรื่อยๆ และผู้ที่ลงทะเบียนไว้ก็จะได้รับการฉีดวัคซีนครบทุกคน ดังนั้น หากได้รับการแจ้งกำหนดนัดหมาย ขอความร่วมมือมาฉีดโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ป้องกันโควิด-19 ทั้งนี้ ขอให้ความมั่นใจว่าหลังจากการฉีดวัคซีนแล้ว ไม่มีผลข้างเคียงหรือเกิดอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามผู้เข้ารับการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ปกครองที่บุตรหลานเพิ่งเปิดเทอมใหม่ ระบุว่า ก่อนหน้านี้มีความกังวลอยู่มาก เนื่องจากประชาชนทั่วไป รวมทั้งบุคลากรครู นักเรียน ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนกันเลย  ทำให้รู้สึกว่าอยู่ในภาวะเสี่ยงตลอด แม้ว่าจะปฏิบัติตนตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด แต่การดำเนินชีวิตก็เต็มไปด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากมีผู้ป่วยได้รับเชื้อเป็นรายวัน ซึ่งหลังจากเข้ารับการฉีดวัคซีน จึงรู้สึกอบอุ่นและมั่นใจมากขึ้น

สำหรับ จ.กาฬสินธุ์ ได้รับจัดสรรวัคซีนป้องกันโควิด-19 รวมวัคซีนทั้งหมด 45,160 โดส ฉีดให้บุคลากรการแพทย์ เจ้าหน้าที่ด่านหน้า ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง และผู้ประกอบอาชีพเสี่ยงไปแล้ว 32,785 โด๊ส คิดเป็นร้อยละ 72.59 ของวัคซีนที่ได้รับจัดสรร ส่วนวัคซีนที่เหลืออยู่ระหว่างการนัดหมายและจัดฉีดเพิ่มเติมต่อไป อย่างไรก็ตามประชาชนชาวกาฬสินธุ์ ผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถลงทะเบียนขอรับสิทธิ์การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในวาระแห่งชาติ "ฉีดวัคซีน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ" ผ่านอสม./รพ.สต./โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือผ่าน Platform “กาฬสินธุ์พร้อม” และตรวจสอบคิวนัดหมายและประวัติการได้รับวัคซีนผ่าน Application “หมอพร้อม”

ขณะที่สถานการณ์โรคโควิด-19 ล่าสุดวันนี้ยังไม่พบผู้ป่วยเพิ่ม โดยมีผู้ติดเชื้อสะสม 136 ราย  รักษาหายป่วยแล้วสะสม 109 ราย ยังคงรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 23 ราย และเสียชีวิตสะสม 4 ราย


ภาพ/ข่าว  ณัฐพงษ์  ประชากูล จ.กาฬสินธุ์

ดีอีเอส ร่วม ตร โชว์ผลจับกุมพนันยูโร 2020 พร้อมรับเรื่องร้องทุกข์กลุ่มผู้เสียหาย ถูกหลอกเล่นเว็บไซต์พนัน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 14 มิ.ย. 64 ที่ห้องประชุม กระทรวง ดีอีเอส ชั้น 9 อาคารบี ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อม พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. - รองโฆษก ตร. ร่วมรับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มผู้เสียหายจากการถูกชักชวนร่วมลงทุนพนันออนไลน์เบื้องต้นมีผู้เสียหาย 39 ราย ทั้งสูญเงิน ถูกหลอกถ่ายคลิป และโพสต์ทวิตเตอร์ประจาน พร้อมแถลงผลการปฏิบัติการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ฟุตบอลยูโร 2020 โดยกระทรวงดิจิทัลฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้ประสานการปฏิบัติในการปราบปราม เว็บไซต์การพนันออนไลน์ทุกรูปแบบ ภายใต้นโยบายของรัฐบาลที่ให้มุ่งเน้นการปราบปรามการกระทำความผิดเว็บไซต์การพนันออนไลน์โดยเฉพาะในช่วงมีการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 ที่ต้องเฝ้าระวังและเข้มงวดตรวจสอบการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลผ่านระบบออนไลน์

ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ฯ กล่าวว่า ผู้เสียหายกลุ่มนี้ถูกคนร้ายแอดเป็นเฟรนด์กับเหยื่อก่อนจะชักชวนร่วมลงทุนพนันออนไลน์ โดยคนร้ายจะเล่นให้เมื่อได้กำไรก็จะคืนเงินให้ แต่เมื่อเล่นไปถึงจุดหนึ่งผู้เสียหายต้องการถอนเงินคืน คนร้ายบอกต้องเพิ่มเงินเข้าไปตามจำนวนก่อน แต่เหยื่อรายหนึ่งมีเงินไม่พอ คนร้ายจึงขอให้ถอดเสื้อผ้าถ่ายรูป-คลิปเป็นประกัน ก่อนเอามาแบล็คเมลล์ สุดท้ายเอาคลิปไปปล่อยในทวิตเตอร์ประจานผู้เสียหายอีกเบื้องต้นมีผู้เสียหาย 39 ราย ทั้งสูญเงิน มูลค่าความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท

กรณีนี้จึงมีความผิด 2 ส่วน คือ เรื่องหลอกลวงลงทุน กับเรื่อง พ.ร.บ.คอมพ์ ม.14(4) ปล่อยภาพลามกอนาจาร และ ป.อาญา ม.309 บังคับขู่เข็ญให้หรือไม่กระทำการใด ๆ (แบล็คเมลล์) ซึ่งผู้เสียหายได้มีการแจ้งความทั้งที่สถานีตำรวจ และ บก.ปอท. โดยรมว.กระทรวง ดีอีเอส ได้กำชับให้ บก.ปอท.ช่วยติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีโดยเร็วเพื่อไม่ให้เป็นภัยสังคมหลอกเหยื่อต่อไปอีก

อย่างไรก็ตาม ภายใต้นโยบายรัฐบาล ในเรื่องการลักเล่นการพนันทายผลฟุตบอลผ่านระบบออนไลน์นั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ได้กำชับให้ทุกหน่วยในสังกัดเพิ่มความเข้มในการสืบสวนปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการพนัน และบ่อนการพนัน ทุกรูปแบบทุกช่องทางอย่างเคร่งครัด และพร้อมบูรณาการประสานการปฏิบัติกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอประชาสัมพันธ์มายังพี่น้องประชาชน หากพบเห็นการกระทำความผิดหรือพบเบาะแสเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ สามารถแจ้งไปยังสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลข 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

กระบี่ - เกษตรกระบี่ ลุยตรวจสวนทุเรียน ห้ามตัดทุเรียนอ่อนขาย คาดโทษหนัก จำ-ปรับ

วันที่ 15 มิ.ย.64 นายชูศักดิ์ วณิชวัฒนกุล หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบการตัดทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ของเกษตรกรในพื้นที่ ต.เขาเขน และปลายพระยา จ.กระบี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง มากที่สุดของจังหวัด เพื่อแนะนำและให้ความรู้แก่ชาวสวนทุเรียน ในการตัดทุเรียนคุณภาพออกขาย หลังพบว่าชาวสวนทุเรียนเริ่มทะยอยตัดผลทุเรียนออกจำหน่าย เบื้องต้นยังไม่พบผู้กระทำผิด

นายชูศักดิ์ วณิชวัฒนกุล หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ในช่วงนี้จนถึงเดือน ก.ย.จะเป็นช่วงที่ทุเรียนของ จ.กระบี่ ออกสู่ตลาด ประกอบกับกรมส่งเสริการเกษตร ได้สั่งคุมเข้มเรื่องคุณภาพมาตรฐานของทุเรียน ห้ามมีการนำทุเรียนอ่อนมาจำหน่ายโดยเด็ดขาด เนื่องจากชาวสวนบางคน เร่งตัดทุเรียนอ่อนออกขาย เพื่อหวังทำกำไร ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาทุเรียนทั้งในและต่างประเทศ เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อทุเรียนไทยในสายตาผู้บริโภค และอาจส่งผลทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเมื่อถูกกดราคาจากผู้รับซื้อ

สำหรับในพื้นที่ อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ เป็นพื้นที่ที่มีการปลูกทุเรียนมากที่สุดอยู่ในพื้นที่ ต.เขาเขน และต.ปลายพระยา มีเนื้อที่ปลูกกว่า 1,600 กว่าไร่ ให้ผลผลิต แล้ว 816 ไร่ จำนวน 398 ตัน มูลค่า กว่า 50 ล้านบาทในส่วนผลผลิตทุเรียนทั้งจังหวัดในพื้นที่จังหวัดกระบี่ มีไม่ต่ำกว่า 1,457 ตัน ให้ผลผลิตแล้ว 3,269ไร่ จากพื้นที่ปลูกทั้งหมด 4,978 ไร่ สำหรับราคาจำหน่ายคาดว่าจะใกล้เคียงกับปี 2563 โดยราคาขายส่งอยู่ที่กิโลกรัมละ 120 – 140 บาท ซึ่งประเทศจีนยังเป็นตลาดส่งออกหลัก มีปริมาณความต้องการมาก คาดว่าจะมีเงินหมุนเวียนราว 204 ล้านบาทเศษ

ขอฝากไปยังผู้บริโภคหากพบเห็นการซื้อขายทุเรียนอ่อนด้อยคุณภาพ สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือศูนย์ดำรงธรรมแต่ละจังหวัด ซึ่งจะมีบทลงโทษผู้กระทำผิด จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และพ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะที่นายสมสมเกียรติ โกฎิกุล อ.58 ปี ประธานแปลงทุเรียน อ.ปลายพระยา กล่าวว่า การตัดทุเรียนอ่อนไปขายเหมือนกับตัดไปทิ้ง เชื่อว่าชาวสวนไม่ทำอย่างแน่นอน แต่ปัญหาที่พบทุเรียนอ่อนขายอยู่ตามท้องตลาด เกิดจากพ่อค้าคนกลางมารับซื้อแล้วฝืนตัดทุเรียนไป เพื่อให้ได้ตามใบสั่ง โดยไม่คำนึงถึงคุณภาพ เมื่อมีการเข้มงวดทำให้ทุเรียนอ่อนไม่สามารถส่งออกได้ ถูกคัดแยกออกมาจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาด และเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ แต่เชื่อว่าจากมาตรการที่เข้มงวดของรัฐก็จะทำให้ปัญหาเหล่านี้หมดไป


ภาพ/ข่าว  ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง

จับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 3 คดี ผู้ต้องหา 11 คน ไอซ์ 500 กิโลกรัม และยาบ้าจำนวน 4,200,000 เม็ด

วันอังคาร ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2564 เวลา 10.00 น. ณ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ตามนโยบายรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังทั้งระบบ

ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ปราบปรามแหล่งผลิตและเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด โดยเฉพาะผู้มีอิทธิพลและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด ตลอดจนการป้องกันและปราบปรามแหล่งชุมชนที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด และชุมชนที่เชื่อว่าเป็นแหล่งมั่วสุมยาเสพติดและพื้นที่ล่อแหลม

​ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร.(ปป), พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป 6), พล.อ.วรเกียรต รัตนานนท์ เลขาธิการ กอ.รมน., พล.ท.อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่3/ผอ.ศอ.ปส.ชน., และ นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้รับบัญชานำข้อสั่งการนำสู่การปฏิบัติ

​กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด โดย พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส.,พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส.,พล.ต.ต.นพดล ศรสำราญ รอง ผบช.ปส.,พล.ต.ต.สุศักดิ์ ปรักกมะกุล รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.อนุภาพ ศรีนวล รอง ผบช.ปส.,พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง ผบก.ปส.1, พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ปส.2, พล.ต.ต.บรรพต มุ่งขอบกลาง ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ นาวิน ผบก.ปส.4, พล.ต.ต.พลัฏฐ์ วิเศษสิงห์ ผบก.สกส., พล.ต.ต.วิวัฒน์ ลีลาเขตต์ ผบก.ขส., พล.ต.ต.สมบัติ ชูชัยยะ ผบก.อก.บช.ปส., พล.ต.ต.หญิง วนิดา หาญบุญเศรษฐ ผบก.ประจำ บช.ปส.

สำนักงาน ป.ป.ส. โดย นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส.,พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองเลขาธิการ ป.ป.ส., พ.ต.ท.ไพศิษฎ์  สังคหะพงศ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส.,นายธนากร คัยนันท์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส.,นายไกรเลิศ ดาวเรือง ผอ.ปปส.ภ.5,นายอุดมชัย โลหณุต ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด,นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปป.6 ปปส., นายนพดล นุใหม่ นักสืบสวนฯ ชำนาญการพิเศษ, นางทิพย์ชนก โชติกเสถียร นักสืบสวนฯชำนาญการ, นายเชาวลิต ชูเลื่อน นักสืบสวนฯชำนาญการ, นายปทาน ช่วยเพชร นักสืบสวนฯชำนาญการ, นายศักดิ์วุฒิ ใจสมุทร นักสืบสวนฯชำนาญการ

​กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดย พล.ท.ธนณัฐ ยังเฟื่องมนต์ ผอ.ศปป.2 กอ.รมน., พล.ต.ศุรพงษ์ ชำนิยันต์ รอง ผอ.ศปป.2 กอ.รมน., พล.อ.ต.สมยศ  จุลเสน รอง ผอ.ศปป.2, พ.อ.เสกสรร โพทิพยวงศ์ ผช.ผอ.ศปป.2 กอ.รมน.

ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย โดย พล.ท.กนกพงษ์ จันทร์นวล ผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย และ พ.อ.อภิชาติ ชูเกียรติตกุล ผอ.กอง 12

คดีที่ 1

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2564 เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.2 ร่วมกับเจ้าที่ตำรวจ บก.ขส., ชุดวิเคราะห์ข่าวฯ บก.ปส.2, ปป.3 สปป.ป.ป.ส., เจ้าหน้าที่ ศรภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ผู้ต้องหา 4 คน

ผู้ต้องหา

1. นายพีรพัฒน์ หรือติมอร์ พิรักษา อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60/102 ม.7 ต.บางจาก อ.พระประแดง จว.สมุทรปราการ

2. นายสามารถ หรือแก๊ป คุ้มสมุทร อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 ม.1 ต.ปากคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ 

3. นายพุฒิพงศ์ หรือปอนด์ พวงสมบัติ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 139 ม.4 ต.ปากคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ 

4. นายศุภฤกษ์ หรือแครอท  แรงกสิวิทย์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37/9 ม.11 ต.บางครุ อ.พระประแดง จว.สมุทรปราการ

พร้อมของกลาง จำนวน 5 รายการ

​1. ไอซ์ น้ำหนักประมาณ 516 กิโลกรัม

​2. รถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน

​3. รถยนต์เก๋ง จำนวน 1 คัน

​4. อาวุธปืน ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน จำนวน 12 นัด

​5. โทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 8 เครื่อง

​โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้อนุญาต และร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ใจครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”

สถานที่เกิดเหตุ/จับกุม

​พิสมัยรีสอร์ท ต.จุมจัง อ.กุฉินารายณ์ จว.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2564 เวลาประมาณ 11.00 น.พฤติการณ์แห่งคดี  เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทำการสืบสวนขยายผลและวิเคราะห์ข้อมูลจากการจับกุมเครือข่าย  ยาเสพติดรายสำคัญในห้วงที่ผ่านมารวม 7 คดี สามารถตรวจยึดยาบ้ารวม จำนวนประมาณ 20,000,000 เม็ด, ตรวจยึดไอซ์ รวมจำนวนประมาณ 2,000 กิโลกรัม และยาเสพติดอื่นอีกจำนวนมาก ทำให้พบข้อมูลว่ายังมีเครือข่าย ยาเสพติดที่พยายามลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้วนำไปซุกซ่อนอำพรางในสินค้าต่าง ๆ เพื่อลักลอบส่งออกไปยังต่างประเทศจึงได้ประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2564 พบข้อมูลว่ากลุ่มผู้ต้องหาจะขึ้นไปดำเนินการเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชุดจับกุมจึงร่วมบูรณาการออกสืบสวนติดตาม จนพบว่าในเวลาช่วงเช้ามืดของวันที่ 10 มิถุนายน 2564 กลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ใช้รถยนต์จำนวน 2 คัน ขับขี่ตามกันเข้าไปในพื้นที่ริมแม่น้ำโขง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม แล้วขับขี่กลับออกมามุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ตอนในและเข้าพักที่ พิศมัยรีสอร์ท ต.จุมจัง อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ จึงเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาทั้ง  4 คน พร้อมของกลาง ไอซ์ จำนวน 12 กระสอบ รวมน้ำหนักประมาณ 516 กก. และสืบสวนขยายผลยึดทรัพย์ เพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวต่อไป 

คดีที่ 2

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2564 เวลาประมาณ 00.10 น. ต่อเนื่องวันที่ 10 มิถุนายน 2564 เวลา 23.00 น. เจ้าพนักงานตำรวจ บก.สกส.บช.ปส. ได้จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ผู้ต้องหา 4 คน

ผู้ต้องหา

1. นายกมลชัย พูลสวัสดิ์ อายุ 21 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 120 ม. 3 ต. มงคลธรรมนิมิต อ. สามโก้ จว.อ่างทอง

2. น.ส.นภิศ พิกุลขาว อายุ 29 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 59 ม.6 ต.อบทม อ.สามโก้ จว.อ่างทอง

3. นายสาทร  อาหลี อายุ 26 ปี   บ้านเลขที่ 48 ม.4 ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จว.สงขลา

4. นายฮารง  ยามา อายุ 44 ปี บ้านเลขที่ 2/9 ม.4 ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จว.สงขลา 

พร้อมของกลาง จำนวน 6 รายการ

1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) จำนวนประมาณ 200,000 เม็ด

2. รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อ อีซูซุ จำนวน 1 คัน

3. รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ อีซูซุ จำนวน 1 คัน

4. รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ มิซูบิชิ จำนวน 1 คัน

5. รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน

6. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง

โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต” 

​สถานที่เกิดเหตุและจับกุม บริเวณด่านตรวจพยุหะคีรี ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จว.นครสวรรค์ ต่อเนื่อง โรงแรม มิรา รีสอร์ท เลขที่ 173 ต.ท่ามิหรำ อ.เมืองพัทลุง จว.พัทลุง

​พฤติการณ์แห่งคดี  เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนและติดตามกลุ่มบุคคล มีพฤติการณ์ร่วมกันลักลอบลำเลียงยาเสพติด จากกลุ่มผู้ว่าจ้าง จากพื้นที่ทางภาคเหนือ มาส่งมอบให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้ โดยใช้เส้นทางถนนพหลโยธิน จว.เชียงราย มุ่งหน้าไปยัง จว.แพร่ และใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 11 มุ่งหน้าจาก อ.เด่นชัย จว.แพร่ มุ่งหน้าไปยังภาคกลาง จนกระทั่ง วันที่ 10 มิถุนายน 2564 สามารถจับกุม ผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 ได้ที่บริเวณด่านตรวจพยุหะคีรี ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จว.นครสวรรค์ พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวนประมาณ 200,000 เม็ด จับกุมผู้ต้องหาที่ 3 ได้ที่ บริเวณโรงแรมมิรารีสอร์ท เลขที่ 173 ต.ท่ามิหรำ อ.เมืองพัทลุง จว.พัทลุง และ สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ 4 ได้ที่บริเวณบนถนนเพชรเกษม ต.ท่ามิหรำ อ.เมืองพัทลุง จว.พัทลุง จึงทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ตามกฎหมายเพื่อขยายผลออกหมายจับบุคคล ในเครือข่ายและยึดทรัพย์สิน ตาม พ.ร.บ.มาตราการฯ ต่อไป

คดีที่ 3

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลาประมาณ 08.30 น. เจ้าพนักงานตำรวจ บก.สกส.บช.ปส.ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ผู้ต้องหา 3 คน

ผู้ต้องหา

1. นายศุภโชค สุขสุด อายุ 35 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 55 ม.1 ต.บ้านกลาง อ.วังทอง จว. พิษณุโลก

2. นายวิชัย อินทรีย์วงศ์ อายุ 40 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 86 ม. 1 ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง จว. สุพรรณบุรี                             

3. นายประมวล ขันแก้ว. อายุ 36 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 115 ม.1 ต.บัววัฒนา อ.หนองไผ่ จว.เพชรบูรณ์

พร้อมของกลาง จำนวน 4 รายการ

1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) จำนวนประมาณ 4,000,000 เม็ด

2. รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน  ยี่ห้อ ISUZU จำนวน 1 คัน

​3. รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ TOYOTA จำนวน 1 คัน

4. รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อ MG จำนวน 1 คัน

5. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Honda จำนวน 1 คัน

6. ทองคำแท่ง น้ำหนักประมาณ 5 บาท

7. ทองรูปพรรณ น้ำหนักประมาณ 3 บาท

8. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง

โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต” 

สถานที่เกิดเหตุ บริเวณภายในปั๊มน้ำมันเอสโซ่ หสน.ธวัชบริการแพร่ เลขที่ 188 หมู่ 4 ต. ทุ่งโฮ้ง อ.เมือง จว.แพร่ ต่อเนื่อง บริเวณภายในลานจอดรถตลาดไท ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จว.ปทุมธานี

สถานที่เกิดเหตุและจับกุม 

​สืบเนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายศุภโชค สุขสุด ซึ่งมีประวัติเกี่ยวกับ ยาเสพติดให้โทษ ร่วมกับ นายวิชัย อินทรีย์วงศ์ ทั้งสองมีพฤติการณ์ร่วมกันลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ทางภาคเหนือ และจะนำไปจำหน่ายให้กับลูกค้าในพื้นที่ทางกลางและปริมณฑล ตามสั่งการของผู้ว่าจ้าง โดยใช้เส้นทาง จว.เชียงราย - พะเยา – ลำปาง - แพร่ - อุตรดิตถ์ - พิษณุโลก - พิจิตร - นครสวรรค์ จนกระทั่งวันที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลา 08.30 น.สามารถจับกุมผู้ต้องหา 1 และ 2 ได้ที่บริเวณ บริเวณภายในปั๊มน้ำมันเอสโซ่ หสน.ธวัชบริการแพร่ เลขที่ 188 ม. 4 ต.ทุ่งโฮ้ง อ.เมือง จว.แพร่ พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 4,000,000 เม็ด และจับผู้ต้องหาที่ 3 ได้ที่บริเวณภายในลานจอดรถตลาดไท ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จว.ปทุมธานี จึงทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ตามกฎหมายเพื่อขยายผลออกหมายจับบุคคล ในเครือข่ายและยึดทรัพย์สิน ตาม พ.ร.บ.มาตราการฯ ต่อไป

ตำรวจ PCT โชว์ผลงานจับกุม 4 คดีสำคัญในรอบ 2 เดือน

วันนี้ (15 มิ.ย.64) เวลา 11.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร./ผอ. PCT, พล.ต.ท.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ฯ , พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม. แถลงผลการปฏิบัติของศูนย์ PCT ในรอบเดือน พ.ค.- มิ.ย.64 พร้อมเรียกประชุมตำรวจ PCT ทั่วประเทศ กำชับแนวทางการปฏิบัติ

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ฯ กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มีนโยบายให้ตำรวจทุกหน่วยเร่งปราบปรามการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการทายผลฟุตบอลยูโร (Euro 2021)​ ซึ่งในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา ศูนย์ PCT มีผลการจับกุมคดีสำคัญทั้งสิ้น 17 คดี ผู้ต้องหา 46 คน  ผู้เสียหาย 2,000 คน มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,000 ล้านบาท เช่น จับกุมเครือข่ายพนันออนไลน์ทายผลฟุตบอลยูโร Betclic89 บางเขน, เครือข่าย UFA168SURE นนทบุรี, เครือข่าย Superslot ขอนแก่น, เครือข่าย imi9bet.com นครศรีธรรมราช, เครือข่าย ALLSLOT777.com สมุทรปราการ, เครือข่าย PGSLOT889.com บางยี่ขัน และ ล่าสุด "สำนักใบ้หวยแม่น้ำหนึ่ง" ซึ่งเป็นการแนะนำให้เล่นหวยผ่านเว็บพนันออนไลน์ เงินหมุนเวียนในบัญชีรวมหลายพันล้านบาท

สำหรับในวันนี้เป็นการแถลงผลการจับกุมคดีสำคัญที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก 4 คดี คือ

>> คดีแรก จับกุมผู้ต้องหา Romance Scam และเงินดำ

เมื่อวันที่ 7 พ.ค.64 ชุดสอบสวนเฉพาะทาง PCT ได้ร่วมกับ สน.ปทุมวัน และตรวจคนเข้าเมือง จับกุมตัวผู้ต้องหา 2 ราย คือ Miss NATALYA TERESA SILVA (ลูกสาว) สัญชาติอเมริกัน และ นางโรชินีเปรม เดียลดาส (มารดา) สัญชาติไทย ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหาย เป็นเงินกว่า 16 ล้านบาท

ก่อนหน้าผู้เสียหายได้รู้จักกับ นายจิมมี่ จาง (Jimmi Zhang)​ ทาง Facebook ซึ่งใช้ชื่อว่า "MD Wasin"  และได้มีการสนทนากันมาเป็นระยะโดยอ้างว่า เป็นวิศวกรอยู่กลางทะเล ประเทศอิตาลี ระยะหลังเริ่มอ้างว่าอุปกรณ์ทำงานเสีย ต้องสั่งซื้อ แต่กลับไปถอนเงินบนฝั่งไม่ได้ จึงขอให้ผู้เสียหายโอนเข้าบัญชี หลังจากนั้นก็อ้างว่าตนป่วย และต้องใช้เงินวิ่งเต้นเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อโอนเงินคืนให้ ซึ่งผู้เสียหายก็หลงเชื่อ และให้ยืมเงินเรื่อยมา รวม 55 ครั้ง เป็นเงิน 14.5 ล้านบาท โดยอ้างว่าจะคืนเป็นเงิน 4 ล้านดอลล่าห์ คิดเป็นมูลค่า 21 ล้านบาท

ต่อมากลุ่มผู้ต้องหาวางแผนอ้างเป็นบริษัทพัสดุ ติดต่อให้ผู้เสียหายมารับกระเป๋าที่ส่งมาจากดูไบ แต่ต้องนำเงินมาชำระ 1,500,000 บาท โดยนัดรับส่งกันที่จามจุรีสแควร์ ชั้น 24 จนผู้เสียหายหลงเชื่อ นำเงินมาแลกกับกระเป๋า ทราบภายหลังว่าเป็นเงินปลอม จึงได้มาแจ้งความต่อศูนย์ PCT ทำการสืบสวนติดตามจนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายได้ พร้อมเงินของกลาง 1,500,000 บาท คืนให้กับผู้เสียหาย ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือจะได้ติดตามมาดำเนินคดีต่อไป

 >> คดีที่ 2 จับกุมผู้ต้องหาแชร์ออนไลน์ “บ้านปีใหม่”

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2564 จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่ น.ส.กชมน (สงวนนามสกุล)และนาย วศิน (สงวนนามสกุล) ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 1589/39 หมู่บ้าน เดอะ มิราเคิล พลัส โครงการ 3 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร

 ตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชัน ข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน, ผู้นั้นจ่ายหรือ โฆษณา ประกาศ แพร่ข่าว หรือตกลงว่าจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้กู้ยืมเงิน ในอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ย สูงสุด ที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะพึงจ่าย” นําส่ง กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ

พฤติการณ์ในคดี เมื่อประมาณต้นปี 2563 เป็นต้นมา กลุ่มผู้ต้องหาได้มีการโพสต์ข้อความ โฆษณาทางแอพพลิเคชเทนเฟชบุ๊ค ชักชวน ให้ประชาชนทั่วไป ร่วมเล่นแชร์ และออมเงินการันตี ผลตอบแทนสูง ตามรูปแบบและระยะเวลาที่ผู้ต้องหากําหนด เมื่อมีผู้สนใจผู้ต้องหาจะให้เข้าร่วมเล่นแชร์ ผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์กลุ่ม ชื่อ "แชร์บ้านปีใหม่" จากนั้นผู้ต้องหาจะชักชวนให้ลงทุนออมเงินระยะ สั้นต่อ มีการสร้างความน่าเชื่อถือโดยการประกาศในกลุ่มไลน์ว่า ส่งยอดไว ฟรีดูแล ไม่ต้องรอเก็บยอด ครบ มีแจกมีแถมเงินทอง ท้าวมีธุรกิจมั่นคงมีเงินเย็นสํารองไม่มีท้าวหักรับกันตาย ซึ่งจะมีนายวศินฯ สามี ของ น.ส.กชมนฯ เป็นผู้ดูแลกลุ่มไลน์ดังกล่าว เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจะให้โอนเงินไปที่บัญชีของผู้ต้องหา ทั้ง 2 ราย

รูปแบบของการลงทุนเป็นการออมระยะสั้น ราย 30 วัน ราย 20 วัน หรือตามที่ท้าวกําหนด รับ ผลตอบแทนร้อยละ 20 ต่อรอบ โดยกําหนด 1 วงให้ผู้เล่นจะลงทุนกี่มือก็ได้ ซึ่งในช่วงแรกได้รับ ผลตอบแทนจริง ต่อมาภายหลังผู้ต้องหาอ้างว่าบ้านแชร์ล้ม เมื่อผู้เสียหายทวงถามเงินคืนก็ถูกบ่ายเบี่ยง จึงทําให้มีผู้เสียหายมากกว่า 200 ราย มูลค่าความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท

>> คดีที่ 3  จับกุมผู้ต้องหา แอบอ้างใช้รูปดาราไปสร้างโปรไฟล์ในทวิตเตอร์ เพื่อการค้าประเวณี

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 64 จับกุม นายศรีสวัสดิ์ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหา ที่บ้านพัก chill pool villa ต.หมูสี อ.ปากช่อง จว.นครราชสีมา ตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา “เป็นธุระจัดหาล่อไป หรือชักพาไป ซึ่งบุคคลใดให้เพื่อบุคคล นั้น กระทําการด้วยวิธีใด ค้าประเวณีแม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม ,โฆษณาชักชวน หรือแนะนําด้วย เอกสาร สิ่งพิมพ์ หรือกระทําให้แพร่หลายไปยังสาธารณะที่เห็นได้ว่าเป็นการเรียกร้องหรือการติดต่อ เพื่อการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น ,เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น” นําส่งสน.ลาดพร้าว และแจ้ง ข้อกล่าวหา “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา”

พฤติการณ์ในคดี ผู้ต้องหานํารูปในอินสตราแกรมของ น.ส.เพียววรินทร์ กอศิริวลานนท์ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง ชื่อบัญชี purewr.g มา ใช้เป็นรูปโปรไฟล์ในทวิสเตอร์ชื่อบัญชี “นางฟ้า SL” เพื่อชักจูงลูกค้า ในการค้าประเวณี จากนั้นใช้ แอปพลิเคชั่นไลน์ชื่อ “น้องไอติม” ติดต่อลูกค้า แจ้งราคา และนัดหมายสถานที่ แล้วแจ้งผู้ค้าประเวณีให้ ทราบ โดยการค้าประเวณีครั้งละ 1,500 บาท ผู้ต้องหาได้ส่วนแบ่งจากการค้าประเวณีเป็นจํานวนเงินครั้ง ละ 500 บาท

>> คดีที่ 4 จับกุมพนันออนไลน์ ฟุตบอลยูโร 4 จุด

จุดที่ 1 บ้านเลขที่ 50/42 หมู่บ้านไลฟ์ บางกอก บูเลอวาร์ด รามอินทรา 65 บางเขน จับกุมนายธนวิชญ์ (สงวนนามสกุล) เครือข่ายเว็บไซต์ https://mbc.sunmcsports.com/ และไลน์กอด Berclic89

จุดที่ 2 บ้านเลขที่ 99/185 ซ.บงกช 42 หมู่บ้านเดอะนอร์ธเทิร์นโนวายาซิมลียา ถ.เลียบคลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จับกุม นายสุทธิศักดิ์ หรือ ต้อม (สงวนนามสกุล) และ นายพงศวัชร หรือ พัด (สงวนนามสกุล) เครือข่ายเว็บไซต์ SBOUFABET

จุดที่ 3 บ้านไม่มีเลขที่ บึงหนองโครต ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น จับกุม นายอิทธิพล และ น.ส.พรพรรณ (สงวนนามสกุล ) เครือข่าย Superslot

จุดที่ 4 บ้านไม่มีเลขที่ หมู่บ้าน the flex ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น จับกุม นายธนวิชญ์ (สงวนนามสกุล) ในข้อหา "ประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อม ให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์" ยึดของกลาง รถยนต์ ยี่ห้อ BMW รุ่น 430i coupe m sport สีขาว 1 คัน และ รถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด 1 คัน คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 2 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 5 เล่ม ซิมการ์ด 194 ชิ้น บัตร ATM 14 ใบ ยอดเงินหมุนเวียนในบัญชีประมาณ 50 ล้านบาทต่อเดือน ส่วนทรัพย์สินที่ตรวจพบทั้งหมดจะทำรายงาน ปปง. มีคำสั่งยึดและอายัดตามกฎหมายฟอกเงินต่อไป

ก่อนหน้าสืบทราบว่า ผู้ต้องหาได้ทำการเปิดเว็บไซต์ https://mbc.sunmcsports.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์พนันออนไลน์ฟุตบอลยูโร, หวย และการพนันประเภทอื่น ๆ โดยใช้บ้านเลขที่ 50/ 42 หมู่บ้านไลฟ์บางกอก บูเลอวาร์ด รามอินทรา 65 เขตบางบอน กรุงเทพฯ เป็นที่ตั้งเซิฟเวอร์

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ ย้ำว่า ช่วงนี้มีการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (EURO 2020) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยและกำชับมิให้มีการเล่นการพนัน โดยเฉพาะการทายผลการแข่งขันฟุตบอล รวมถึงการทายผลทางออนไลน์ด้วย ซึ่งถือเป็นความผิดตามกฎหมาย โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้กำชับให้กวดขันจับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนอย่างเด็ดขาด

ทั้งนี้ ศูนย์ PCT ได้พยายามสร้างภูมิกันให้กับประชาชนโดยการผลิตคลิป เตือนภัยในรูปแบบต่าง ๆ ของอาชญากรรมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เช่น คลิป "รู้ทัน แชร์ลูกโซ่", "รู้ลึก พนันออนไลน์ ภัยใกล้ตัว กับติ๊ก บิ๊กบราเธอร์", "ลงทุนแค่ 100 ได้เงินเป็น 1,000,000" , "3 กระบวนยุทธ์ สกัดหยุด การโจรกรรมข้อมูลออนไลน์", "ภัยใกล้ตัว ระวัง เงินหายหมดบัญชี" และล่าสุดคลิป "รักแท้ ใครว่าแพ้ระยะทาง" ซึ่งเป็นคลิปเตือนภัยเรื่อง Romance Scam โดยสามารถเข้าไปดูได้ที่ Facebook Page และ Youtube @PCTPOLICE  และจะมีการผลิตคลิปเตือนภัยทุกเดือน  เพื่อให้ทันต่อรูปแบบของอาชญากรรมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หากพบพฤติการณ์ดังกล่าวสามารถโทรแจ้งเบาะแสมาที่สายด่วน ตร. 1599 ตลอด 24 ชม. หรือสายตรง ศูนย์ PCT 081-8663000 เฉพาะเวลาราชการ

สตูล - มอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภค - บริโภค ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลตำมะลัง กว่า 600 ครัวเรือน

นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วยนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายก อบจ.สตูล นายยาลา ใบกาเด็ม นายอำเภอเมืองสตูล พันจ่าเอกสาคร สิทธิศักดิ์ ท้องถิ่นจังหวัดสตูล นายชัยนันท์ หลงสาม๊ะ นายก อบต.ตำมะลัง ร่วมมอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภค - บริโภค เพื่อการดำรงชีพต่อครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อน หรือได้รับผลกระทบจากมาตรการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มัสยิดบ้านตำมะลังใต้ และบ้านตำมะลังเหนือ ต.ตำมะลัง อ.เมืองสตูล รวม 673 ครัวเรือน โดยบรรยากาศมีประชาชนมารอรับถุงยังชีพจำนวนมาก ซึ่งด้านหน้ามีการตรวจวัดไข้ ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ มีการจัดให้ประชาชนมารอรับถุงยังชีพนั่งกันอย่างเป็นระเบียบตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 อย่างเคร่งครัด

นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวพบปะประชาชนที่เข้ารับมอบถุงยังชีพในครั้งนี้ ว่า การมอบถุงยังชีพฯในครั้งนี้เป็นความห่วงใยประชาชนในสถานการณ์โควิด -19 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศและจังหวัดสตูล พบจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมและผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จังหวัดสตูลโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ได้มีคำสั่งให้ปิดสถานที่และห้ามดำเนินกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคติดต่อ ส่งผลให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยได้รับความเดือดร้อน และประสบภาวะยากลำบากในการดำรงชีพ

โดยมติของ ศบค.จังหวัดสตูล ได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณาให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ดังนั้น ทางองค์การบริหารส่วนตำบลตำมะลัง ได้ประสานคณะกรรมการชุมชน จัดเก็บข้อมูลและรับรองรายชื่อผู้ประสบปัญหาที่ได้รับผลกระทบรวม 673 ครอบครัว ซึ่งแบ่งเป็นถุงยังชีพที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล จำนวน 336 ชุด และองค์การบริหารส่วนตำบลตำมะลังสนันสนุนอีกจำนวน 337 ชุด ภายในถุงยังชีพประกอบด้วย ข้าวสาร ขนาด 5 กก. จำนวน 1 ถุง , ปลากระป๋อง จำนวน 6 กระป๋อง , น้ำปลา ขนาด 700 ซีซี จำนวน 2 ขวด , น้ำมัน ขนาด 1,000 ซีซี จำนวน 2 ขวด , น้ำตาลทราย ขนาด 1 กก. จำนวน 1 ถุง , และมาม่าอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนในเบื้องต้น


ภาพ/ข่าว  นิตยา แสงมณี ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล / ปชส.สตูล

พังงา – เกิน 100 แล้ว !! คลัสเตอร์แพปลาคุระบุรียังน่าห่วง เตรียมย้ายผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลสนาม และจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพิ่มยอดผู้ป่วยรวม 102 ราย

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 มิถุนายน 2564 นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วย น.อ.อภิชาติ วรรณอมร รอง ผอ.กอ.รมน.พังงา นายชาติชาย กิติยานันท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพังงา นำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่โรงเรียนอนุบาลบ้านเด็ก ซึ่งได้จัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ในคลัสเตอร์แพปลาคุระบุรี ที่พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน โดยจะย้ายผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการหรือแสดงอาการเล็กน้อย เข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลสนาม ซึ่งจะทำการย้ายผู้ป่วยชุดแรกเป็นแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงรวม 18 ราย ในช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้ ขณะที่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ลงพื้นที่ตรวจหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุก แบบ Rapid Antigen Test ให้กับประชาชนทุกคนในเขตพื้นที่บ้านหินลาด หมู่ 3 ตำบลคุระ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พร้อมกันนี้ได้เข้าดูสถานที่เตรียมจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพิ่มเติมที่โรงเรียนโชคอำนวยและโรงเรียนบ้านกลางประชาสรรค์ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ถุกยุบแล้วไม่มีการใช้ประโยชน์

นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา กล่าวว่า จากสถานการณ์ผู้ป่วยโควิด-19 ในคลัสเตอร์แพปลาคุระบุรี ได้ส่งสัญญานที่ไม่ดี ในการแพร่ระบาดที่มีเป็นจำนวนมากทั้งกลุ่มลูกเรือและกลุ่มแรงงานบนแพปลา ซึ่งจากการตรวจเชิงรุกยังพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ทางจังหวัดพังงาจึงต้องจัดเตรียมโรงพยาบาลสนามเพิ่มเติม เพื่อรองรับกับจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ที่พบทุกวัน ทำให้ทางโรงพยาบาลปกติไม่สามารถรองรับได้ เพราะผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการหรือมีอาการเล็กน้อยเท่านั้น สำหรับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้โรงพยาบาลสนามก็ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะมีระบบการรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดีโดยเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พร้อมกันนี้ทางสาธารณสุขจังหวัดพังงาก็ได้วางระบบการจัดการป้องกันเชื้อโควิด-19 ไว้เป็นอย่างดี

ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 วันนี้พบผู้ป่วยใหม่ 5 ราย เป็นแรงงานต่างด้าว 4 ราย ชายไทย 1 ราย อยู่ในคลัสเตอร์แพปลาคุระบุรี ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมในคลัสเตอร์นี้รวม 33 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวในกิจการประมง ส่วนยอดผู้ป่วยสะสมในระลอกใหม่ของจังหวัดพังงารวม 102 ราย  


ภาพ/ข่าว  อโนทัย งานดี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ศาลเจ้าไต้ฮงกงแห่งที่ 2 “ศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร)” เนื่องในโอกาสครบรอบ การก่อตั้ง 110 ปี ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของมูลนิธิฯ ด้านกิจกรรมทางศาสนา และกิจกรรมเพื่อสังคม

วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน 64 เวลา 11.10 น. พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ และนายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ เป็นประธานร่วมในพิธีวางศิลาฤกษ์และลงเสาเอกสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิ

ป่อเต็กตึ๊ง แห่งที่ 2 ภายใต้ชื่อ “ศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร)” ประดิษฐานองค์ไต้ฮงกงหยกขาวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ในการจัดกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมเพื่อสังคม อีกทั้งสามารถรองรับสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการกราบไหว้บูชาองค์ไต้ฮงกงซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยมี คณะกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ ร่วมในพิธี ณ สถานที่ก่อสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร) ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพฯ

นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กล่าวว่า มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ไม่แสวงหากำไร ดำเนินงานบรรเทาสาธารณภัยและงานสาธารณสงเคราะห์ตามแนวจริยวัตรขององค์ไต้ฮงกง พระนักพัฒนาและนักสังคมสงเคราะห์ ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ บำรุงสุขแก่เพื่อนมนุษย์ผู้ตกทุกข์ยากไร้ ทุกชนชั้น ทุกเชื้อชาติ ศาสนา ไม่เลือกเพศและวัย เนื่องในโอกาสครบรอบ 110 ปีของการก่อตั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง คณะกรรมการมูลนิธิฯ ได้มีมติ ให้สร้างศาลเจ้าไต้ฮงกงขึ้นใหม่อีกแห่งหนึ่งในพื้นที่ 4 ไร่ 17 ตารางวา ซึ่งเป็นที่ดินของมูลนิธิฯ ติดกับด้านหลังของสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อเป็นถาวรวัตถุอนุสรณ์และเป็นพุทธสถานไต้ฮงกงอีกแห่งหนึ่ง ที่มีพื้นที่กว้างขวางในการทำกิจกรรมทางศาสนาและงานสังคมสงเคราะห์ เนื่องจากสถานที่เดิมเป็นสถานที่เช่า มีพื้นที่ไม่ถึง 300 ตารางวา และไม่สามารถขยายพื้นที่เพื่อรองรับสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาและผู้ที่มาร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีเป็นจำนวนมากได้

ทั้งนี้ สำหรับการจัดพิธีวางศิลาฤกษ์และลงเสาเอกสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร) ในวันนี้ มูลนิธิฯ ได้ประสานกับหน่วยงานภาครัฐ พร้อมจัดพิธีภายใต้มาตรการการควบคุมโรคที่ราชการกำหนดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด

สำหรับศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร) แห่งนี้ จะเป็นที่ประดิษฐานขององค์ไต้ฮงกงหยกขาวแกะสลักน้ำหนัก 50 ตัน ความสูง 3 เมตร ฐานหน้า ตักกว้าง 2.60 เมตร ตั้งบนฐานหยกขาวซึ่งสลักจากหินหยกขาวก้อนเดียวกันจากประเทศจีน ฐานหยกขาวสูงจากพื้น 1.20 เมตร รวมองค์ไต้ฮงกงและฐานตั้ง มีความสูงรวม 4.20 เมตร นับเป็นองค์ไต้ฮงกงหยกขาวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  โดยคุณอุทิศ ชัยลือกิจ (ฉั่วเตาะเม้ง) เป็นผู้จัดสร้างและบริจาคให้แก่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญชวนท่านสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบุญก่อสร้าง “ศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร)” ตามแต่กําลังศรัทธา เพื่อร่วมกันจรรโลงศาลเจ้าไต้ฮงกงแห่งใหม่นี้ ให้เป็นพุทธสถานของชาวพุทธเราอีกแห่งหนึ่ง ท่านสามารถร่วมทำบุญ โดยติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-225-0020 ต่อ 366 ข้อมูลศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

พลังศรัทธาองค์หลวงปู่ไต้ฮงในประเทศไทย มีจุดเริ่มต้นจากเมื่อปี พ.ศ.2439 นายเบ๊ยุ่น ได้อัญเชิญรูปจำลองหลวงปู่ไต้ฮงจากอำเภอเตี้ยเอี้ย มายังประเทศไทย ประดิษฐานอยู่ที่ร้านกระจกย่านวัดเลียบ ผู้คนเมื่อทราบต่างก็พากันมาสักการบูชาที่จำนวนมาก จนต้องย้ายไปประดิษฐานที่ซอยดอนกุศล ถนนเจริญกรุง  ช่วงนั้นเกิดโรคระบาดประชาชนต่างมากราบไหว้หลวงปู่ เพื่อช่วยให้คุ้มครองปลอดภัยและหายจากโรค ทำให้เกิดความศรัทธา บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากและจัดการเก็บศพอนาถาไปฝัง ต่อมาในปี 2452-2453 พระอนุวัตร์ราชนิยม (ฮง เตชะวณิช) ได้ร่วมกับพ่อค้าคหบดี รวม 12 ท่าน ได้เห็นความสำคัญและประโยชน์แห่งกุศลเจตนาของผู้เลื่อมใสศรัทธาหลวงปู่ไต้ฮง จึงจัดตั้งคณะเก็บศพไต้ฮงกงขึ้น พร้อมสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกงขึ้นที่บริเวณถนนพลับพลาไชย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ เพื่อประดิษฐานองค์หลวงปู่ไต้ฮง  เมื่อศาลเจ้าไต้ฮงกงสร้างเสร็จสมบูรณ์ ได้อัญเชิญรูปจำลองของหลวงปู่ที่นายเบ๊ยุ่น คหบดีนำมาจากประเทศจีนมาประดิษฐานไว้ที่ศาลเจ้าไต้ฮงกงเป็นการถาวร  โดยศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตั้งอยู่ที่ 326 ถนนเจ้าคำรพ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบฯ กรุงเทพฯ 10100

ติดต่อสอบถามหรือติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง www.facebook.com/atpohtecktung

#ถึ ง จ ะ ต้ อ ง อ ยู่ ห่ า ง ...แต่เราพร้อมเคียงข้างคุณเสมอ

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

 

"คนพิการ" ป่วยติดเตียง จาก "ผู้รับ"เป็น "ผู้ให้" แบ่งปันรถวีลแชร์ให้ผู้อื่นนำไปใช้งาน

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2564 ณ บ้านเลขที่ 10/4 ม.17 ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ "นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล" นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย และ ตำแหน่ง คณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการด้านแรงงาน  ได้รับการประสานจาก "นายณัฐวุฒิ เหมือนเพชร" ผู้อำนวยการข่าวจังหวัดสมุทรปราการ (หนังสือพิมพ์สยามโฟกัสไทม์) แจ้งว่า นายชิดชัย สมสนิท (คนพิการ) ขาทั้ง 2 ข้างลีบ สายตาทั้ง 2 ข้าง มองเห็นแบบเลือนลาง เนื่องจาก "ติดเชื้อราในสมอง" จึงทำให้ต้องเป็นคนพิการติดเตียง และอาศัยอยู่กับ "แม่" ก็เป็นคนพิการ นิ้วมือหัวแม่โป้งขาด อาศัยอยู่ภายในบ้านไม้ที่มีสภาพทรุดโทรม ผุพัง และอยู่กันแบบตามมีตามเกิด

โดย "นายชิดชัย สมสนิท" (คนพิการ) ติดต่อ ประสานไปยัง "นายณัฐวุฒิ เหมือนเพชร" ว่า "ผมมีรถวีลแชร์อยู่ 2 คัน" คันหนึ่งเป็นคันเก่า ส่วนอีกคันหนึ่งเป็นคันที่มีสภาพใหม่ ซึ่งได้รับบริจาคมาจาก "ผู้ใจบุญ" ตนเองคิดว่า รถวีลแชร์คันเก่าก็ยังสามารถใช้งานที่เหมาะสมกับสภาพความพิการของตนเองอยู่ จึงอยากจะนำรถวิลแชร์คันใหม่ที่ได้รับบริจาคมานั้น นำไปบริจาคต่อให้กับคนพิการหรือผู้สูงอายุ ที่มีความจำเป็นใช้รถวิลแชร์ ตนเองมองว่าน่าจะเกิดประโยชน์มากกว่า และเข้าใจถึงความลำบากในหัวอกคนพิการด้วยกัน ที่บางคนไม่มีรถวีลแชร์ และบางคนต้องนอนป่วยติดเตียง ไม่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ และที่สำคัญอยากพบหน้า "นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล" นายกสมาคมฯ เพราะทราบว่า นายกฯเป็นคนชอบช่วยเหลือคนพิการ คนยากไร้ จึงอยากจะพบเพื่อส่งต่อมอบรถวีลแชร์ให้ด้วยตนเอง

ในการนี้ "นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล" นายกสมาคมฯ ได้ให้คำปรึกษา เกี่ยวกับ "สิทธิของคนพิการ" เช่น เบี้ยความพิการ / การกู้ยืมเงินจากกองทุนฯ / การศึกษา / การจ้างงานคนพิการ / การปรับสภาพที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นเสมือนสิทธิและสวัสดิการ ที่ทางภาครัฐมีไว้ช่วยเหลือคนพิการตามกฎหมาย และท้ายสุด นายกสมาคมฯ กล่าวให้กำลังใจ "คนพิการทั้ง 2 คนนี้ ขอให้มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง อย่าย่อท้อต่อชะตาชีวิต ถึงเราจะเป็น "คนพิการ" แต่เราก็สามารถช่วยเหลือสังคม และประเทศชาติ ได้เช่นเดียวกับคนปกติ นั่นคือ "การทำความดี ด้วยใจบริสุทธิ์" และขอขอบพระคุณในน้ำใจไมตรี ที่มีจิตใจคิดเพื่อเผื่อแผ่ "รถวีลแชร์ มอบให้กับผู้อื่นโดยรู้จักความพอเพียงและเพียงพอ สิ่งที่ท่านทั้ง 2 คน กระทำในวันนี้จะนำพาให้ท่านทั้งสองมีความสุข มีความเจริญ มีสุขภาพจิตใจที่ดี และขอให้คงคุณงามความดีอย่างนี้ไปตลอด และหากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ทางข้าพเจ้าจะช่วยเหลือได้ก็มีความยินดีที่จะรับใช้ และะติดต่อมาได้ตลอดเวลา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top