Thursday, 3 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

'ตำรวจ PCT' จับกุมเครือข่ายลักลอบเปิดเว็บพนันฟุตบอลยูโร 2020

วันนี้ (18 มิ.ย.2564) ที่ศูนย์ PCT ตร. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ผอ.PCT เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม. หัวหน้าชุดเทคนิคและสืบสวน PCT นำหมายค้นศาลพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และประจวบคีรีขันธ์ รวม 4 จุด จับกุมเครือข่ายเว็บไซต์พนันบอลยูโร 2020 www.UFABET.COM พบเงินหมุนเวียนกว่า 200 ล้านบาทต่อเดือน

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ฯ กล่าวว่า ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ให้เร่งปราบปรามการพนันทายผลฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (EURO 2020) เนื่องจากมีผู้ปกครองร้องเรียนเข้ามาว่ามีเด็กนักเรียนเข้าไปแทงบอลผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว ชุดเทคนิคและสืบสวน PCT ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเครือข่าย​ www.UFABET.COM ผ่าน Line Official UFA777, UFA368, UFAR1, UBET777 จึงขออนุมัติหมายค้นจากศาล เข้าทำการตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางจำนวน 4 จุด ได้แก่...

จุดที่ 1 หมายค้นศาลแขวงนนทบุรี บ้านเลขที่ 107/112 ม.4 หมู่บ้านปริญญดาไลท์ พระราม 5 ถ.ราชพฤกษ์ ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี

จุดที่ 2 หมายค้นศาลแขวงนนทบุรี บ้านเลขที่ 51/3 ม.4 ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

จุดที่ 3 หมายค้นศาลแขวงธนบุรี ห้องเลขที่ 18/219 ชั้น 19 คอนโด ลุมพินีวิวทาวน์บางแค ถ. สุขาภิบาล1 แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพ

จุดที่ 4 หมายค้นศาลจังหวัดหัวหิน บ้านเลขที่ 391 ต. ทับใต้ อ.หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์

จับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 7 คน คือ...

1. นายสุรสิทธิ์ หรือเก่ง คงเจริญ​ อายุ 27 ปี

2. นายสิทธิพงษ์ หรือแบ้งค์ ทับทอง อายุ 28 ปี

3. นายชัยสิทธิ์ หรือบีม ศรประสิทธิ์​ อายุ 27 ปี

4. นายชิภาณุพงศ์ หรือเบียร์ โรจนรุ่งเรืองพร​ อายุ 26 ปี

5. นายพิพัฒน์ หรือแอล เล็กผลา อายุ 27 ปี

6. น.ส.สิริพรรณ หรือแตงโม จันทรวิสูตร อายุ 39 ปี

7. น.ส.วิภาวรรณ หรือกิ๊ก ธานี​ อายุ 26 ปี

โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนัน​ (ออนไลน์) ในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน” พร้อมด้วยของกลาง...

1. สมุดบัญชี 91 เล่ม

2. บัตรกดเงินสด 51 ใบ

3. โทรศัพท์มือถือ 17 เครื่อง

4. แท็ปเล็ต 2 เครื่อง

5. โน๊ตบุ๊ค 5 เครื่อง

6. คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 1 เครื่อง

7. จอมอนิเตอร์ 2 เครื่อง

8. อาวุธปืนสั้น 1 กระบอก

9. พระเครื่อง/เครื่องราง 424 องค์  (ประมาณ 5 ล้านบาท)

10. สร้อยคอ เครื่องประดับเพชร ฯลฯ 4 ชิ้น   (ประมาณ 1 ล้านบาท)

11. รถยนต์ 4 คัน   (ประมาณ 11 ล้านบาท)

12. เงินสด 595,000 บาท

มูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดประมาณ 18 ล้านบาท​ เงินสดค้างอยู่ในบัญชีของผู้ต้องหา จำนวน 1.6 ล้านบาท​ นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่ง พงส.สภ.บางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี,​ พงส.สภ.บางศรีเมือง จังหวัดนนทบุรี และ พงส.สน.เพชรเกษม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ ย้ำว่า ช่วงนี้มีการแข่งขันฟุตบอล EURO 2020 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยและกำชับมิให้มีการเล่นการพนัน โดยเฉพาะการทายผลการแข่งขันฟุตบอล รวมถึงการทายผลทางออนไลน์ด้วย ซึ่งถือเป็นความผิดตามกฎหมาย โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้กำชับให้กวดขันจับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนอย่างเด็ดขาด

 

ทลายแก๊ง App เงินกู้ดอกเบี้ยโหด!! จังหวัดนนทบุรี พบเบื้องหลังเป็นนายทุนจีน ตะลึงยอดลูกหนี้กว่า 70,000 ราย!!

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปน.ตร. มอบหมายให้สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สํานักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร

ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม. โดยมอบหมายให้พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.​ (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.ปอพ.บก.สส.สตม. และ ศปชก.สตม. ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา จํานวน 2 ราย ข้อหา “ร่วมกันประกอบกิจการทวงถามหนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต” กรณีในช่วงเดือน พ.ค. - มิ.ย.64 ที่ผ่านมา ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า ได้กู้เงินนอกระบบจากแอปพลิเคชัน ที่โฆษณาตามสื่อออนไลน์ต่างๆ เบื้องต้นพบมี 6 แอปพลิเคชั่น ดังนี้

1.แมวกวัก

2.Tiktak

3.Ubaht

4.Cashdaddy

5.เต่ามงคล

6.ถุงเงิน

พฤติการณ์​ คือ เมื่อประชาชนตกลงกู้เงิน จะต้องทำการส่งข้อมูลส่วนตัวพร้อมหมายเลขโทรศัพท์ให้กับทางแอปฯ​ ดังกล่าว ยอดเงินกู้ เริ่มตั้งแต่ 2,500-10,000 บาท ซึ่งจะคิดหักค่าธรรมเนียมประมาณ 30-42% ให้เวลาคืน 7 วัน

หากเกินวันแรกดอกเบี้ย+ค่าปรับ 12% วันถัดไปวันละ 5% หากไม่ชำระตามที่กำหนด จะถูกเจ้าหน้าที่โทรตามทวงหนี้ หรือโทรหาญาติพี่น้อง หรือคนรู้จัก เพื่อให้เกิดความอับอาย

ปัจจุบันมีประชาชนตกเป็นผู้เสียหายจำนวนมาก ซึ่งมีบางรายถูกโทรข่มขู่ จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ ซึ่งต่อมาศาลได้ออกหมายจับชาวไทย 1 คน และชาวจีน 1 คน

และต่อมาในวันนี้​ (18 มิ.ย.64) จึงได้ขออนุมัติหมายศาลเข้าทำการตรวจค้น 2 จุด คือ...

จุดที่ 1 บ้านเลขที่ 30 ซอยหมู่บ้านจันทิมา ธานี 2 แขวงบางรักพัฒนา เขตบางบัวทอง จ.นนทบุรี ทำการจับกุม Mr.Lian BinBin สัญชาติจีน ตามหมายจับ ที่ 516/2564 ข้อหา ร่วมกันประกอบกิจการทวงหนี้ โดยไม่ได้รับอนุญาต

จากการตรวจค้น พบสมุดบัญชี 15 เล่ม , บัตรกดเงิน 10 ใบ และโทรศัพมือถือ 13 เครื่อง

จุดที่ 2 บ้านเลขที่ 13 ซอยรัตนาธิเบศร์ 30 ต.บางกระสอ อ.เมือง จว.นนทบุรีทำการจับกุม น.ส.ณัฐชุตา กุลเชษฐ์ ตามหมายจับ ศาลอาญา กรุงเทพใต้ ที่ จ 299/2564 ข้อหา ร่วมกันประกอบกิจการทวงหนี้ โดยไม่ได้รับอนุญาต จากการตรวจ

ค้นพบ คอมพิวเตอร์/โน้ตบุ๊ก, โทรศัพท์ อย่างละประมาณกว่า 100 เครื่อง ซึ่งภายในอาคารดังกล่าว มีกลุ่มบุคคล​ ซึ่งยอมรับว่าเป็นพนักงานโทรทวงหนี้ รวมจำนวน 66 คน (บริเวณชั้นสอง จำนวน 16 คน , ชั้นสาม จำนวน 27 คน และชั้น

สี่จำนวน 23 คน)

ทั้งนี้สตม. จะได้ประสานกับศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติในการสืบสวนสอบสวนขยายผลผู้เกี่ยวข้องในความผิด ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต

ภายใต้การกำกับของกระทรวงการคลังเป็นตามการค้าปกติ และให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกําหนดไว้ต่อไป

สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพ มหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโท รศัพ ท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สงขลา – คลัสเตอร์ชุมชนบาลาเซ๊าะเก้าเส้ง ติดโควิด-19 เพิ่มเป็น 60 คน

นายกอบจ.สงขลา และนายอำเภอเมืองสงขลารวมทั้งชาวบ้านในชุมชนเก้าเส้ง เร่งให้การช่วยเหลือด้านอาหารการกินกับชาวบ้าน 782 คนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ต้องกักตัวอยู่ในบ้าน 14 วัน

สถานการณ์โควิด-19 ที่ จ.สงขลา ยังคงพบจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด19 เพิ่มขึ้นในหลายชุมชน โดยเฉพาะที่ชุมชนบาลาเซาะ ซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนเก้าเส้ง ซึ่งเป็นชุมชนชาวประมงพื้นบ้านในเขตเทศบาลนครสงขลา ซึ่งล่าสุดพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น60คนแล้ว จากจำนวนผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนบาลาเซ๊าะ 184 ครัวเรือนจำนวน 880 คน และมีการตรวจเชิงรุกไปแล้ว 351 คน และได้มีการล๊อคดาวน์ชุมชนบาลาเซ๊าะ 14 วันตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน ถึง 28 มิถุนายน คนในห้ามออกคนนอกห้ามเข้า และมีชาวบ้านกลุ่มเสี่ยงที่ต้องกักตัวอยู่ในบ้านจำนวน 782 คน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

และในวันนี้ (18มิ.ย.) นายไพเจน มากสุวรรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นายอริย์ธัช ทองเพชร ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา พร้อม รองประธานสภาฯ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด

ร่วมกับนายนายไชยพร นิยมแก้ว นายอำเภอเมืองสงขลา ยกทีมลงไปให้การช่วยเหลือชาวบ้านในชุมชนเก้าเส้งที่ถูกกักตัวอยู่บ้านโดยนำถุงยังชีพของกินของใช้ไปแจกให้กับชาวบ้านในชุมชนบาลาเซ๊าะเพื่อช่วยเหลือในเรื่องของอาหารการกินระหว่างที่กักตัว 14 วันและออกไปไหนไม่ได้

นายไพเจน มากสวุรรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ทาง อบจ.สงขลา จะให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างเต็มที่และต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเฉพาะชุมชนที่มีการล๊อคดาวน์ซึ่งชาวบ้านเดือดร้อนทั้งชุมชนบาลาเซ๊าะที่เก้าเส้งและพื้นที่อื่น ๆ ใน จ.สงขลา เพื่อให้ชาวบ้านมีอาหารการกินระหว่างที่มีการกักตัว

ด้านนายไชยพร นิยมแก้ว นายอำเภอเมืองสงขลา เปิดเผยว่า ภาพรวมของสถานการณ์โควิด19ในชุมชนบาลาเซ๊าะเก้าเส้งขณะนี้พบผู้ติดเชื้อจำนวน 60 คน แต่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมให้อยู่ในวงจำกัดภายในชุมชนโดยไม่แพร่กระจายไปในพื้นที่อื่น ๆ  นอกจากนี้ทางฝ่ายปกครองอำเภอเมืองสงขลาจะเริ่มใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดกับผู้ที่ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยจับจริงปรับจริงทุกคนตามคำสั่งของทางจังหวัดซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ใน จ.สงขลา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในส่วนของความช่วยเหลือชาวบ้านในชุมชนบาลาเซ๊าะเก้าเส้ง นอกเหนือจากทาง อบจ.สงขลา ทางอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงมาช่วยเหลือแล้ว ในแต่ละวันก็จะมีพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเก้าเส้งเองก็ช่วยกันทำอาหารปรุงสดเช่นข้าวแกง ข้าวหมกไก่ และอื่น ๆ มาช่วยเหลือชาวบ้านในชุมชนบาลาเซ๊าะเช่นกัน เพื่อช่วยเหลือคนในชุมชนเก้าเส้งด้วยกันและไม่มีการตำหนิหรือรังเกียรติคนที่ติดโควิดทุกคนในเก้าเส้งต้องผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน


ภาพ/ข่าว  นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์

ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับประเด็น สปป.ลาว ให้คนไทยไปฉีดวัคซีนไฟเซอร์ได้โดยไม่ต้องลงทะเบียน

หลังจากที่มีผู้นำเสนอข่าว รวมทั้งสื่อไทย ว่า สปป.ลาว ให้คนไทยไปฉีดวัคซีนไฟเซอร์ได้โดยไม่ต้องลงทะเบียนนั้น

ด้าน ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนาคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) NIDA โพสต์เฟซบุ๊ก 'Warat Karuchit' ว่า

ทางการลาว แจ้งว่า สำหรับคนต่างชาตินั้น จะอนุญาตเฉพาะผู้ที่มีเอกสารการทำงานในประเทศลาวเท่านั้น

และยังย้ำว่า ผู้ที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย ไม่มีเอกสารอ้างอิง จะไม่ได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์อย่างเด็ดขาด

โดย ผศ.ดร.วรัชญ์ ได้เปิดเผยประกาศอย่างเป็นทางการของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวียงจันทน์ เกี่ยวกับการเข้ารับวัคซีนไฟเซอร์ ใน สปป.ลาว ดังนี้อีกด้วยว่า...

สรุปก็คือ หากชาวลาวหรือชาวต่างชาติที่ทำงานในลาว ที่ตรงตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง คือ...

1.) อายุเกิน 60 ปี และยังไม่ได้รับวัคซีนชนิดอื่น

2.) เป็นอาชีพเสี่ยง เช่น บุคลากรทางการแพทย์ ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนชนิดอื่น

3.) มีโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยง

ทั้งนี้ หากเป็นชาวต่างประเทศ ที่ตรงตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ให้มีเอกสารรับรองการทำงานใน สปป.ลาวด้วย

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ สปป.ลาว ยังไม่เปิดพรมแดนให้เข้าประเทศ

ดังนั้นคนไทยจึงไม่สามารถข้ามแดนไปขอฉีดวัคซีนไฟเซอร์ได้นะครับ

 

ที่มา: https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=4691459854202950&id=100000169455098

https://www.facebook.com/RoyalThaiEmbassyVientiane/posts/4083220115096771

https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=4688133027868966&id=100000169455098


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

พังงา – ด่วน !! พบผู้ป่วยใหม่ 27 ราย จากการตรวจคัดกรองเชิงรุกในคลัสเตอร์แพปลาคุระบุรี

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (Covid 19) จังหวัดพังงา (ศบค.พง) รายงานสถานการณ์การเฝ้าระวังโรคติดเชื้อโควิด-19 วันที่ 18 มิถุนายน 2564 เวลา 06.00 น. ว่าพบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน27 รายอยู่ในพื้นที่อำเภอคุระบุรี เป็นคนไทย6คนแรงงานต่างชาติ 21 คน ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยสะสมรวม 147 ราย โดยเมื่อวานนี้ (17 มิ.ย.) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงาได้ออกตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วย  Rapid Test ประชาชนทั้งในกลุ่มคนไทยและแรงงานพม่าในชุมชนแพปลาบ้านหินลาด ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงาจำนวน 1,244 ราย พบผลเป็นบวกจำนวน 51 ราย ได้ส่งตรวจยืนยันผลอีกครั้งที่ห้องแล็บโรงพยาบาลตะกั่วป่า และผลตรวจยืนยันว่าติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 27 ราย ซึ่งจะส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาในโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลสนามอำเภอคุระบุรี สำหรับผู้ที่ผลตรวจเป็นลบ จะให้สังเกตอาการและดูแลตัวเอง 14 วัน ตามมาตรการ DMHTTA   โดยทางจังหวัดพังงาได้ปิดพื้นที่ พร้อมกำหนดแผนการตรวจเชิงรุกต่อเนื่อง ไปจนถึงวันที่ 19 มิถุนายน 2564 

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจังหวัดพังงา ล่าสุดมีผู้ป่วยสะสม147 ราย ยังพบผู้ป่วยรายใหม่อย่างต่อเนื่องในคลัสเตอร์แพปลาอำเภอคุระบุรี ซึ่งผู้ป่วยคลัสเตอร์นี้พบในอำเภอคุระบุรี 68 ราย อำเภอตะกั่วป่า 2 ราย และล่าสุดพบผู้ป่วยรายใหม่ในคลัสเตอร์นักเรียนที่เดินทางกลับมาจากโรงเรียนสอนศาสนาในจังหวัดยะลาจำนวน6ราย  ในอำเภอทับปุด 1ราย อำเภอเมืองพังงา 1 ราย และอำเภอตะกั่วทุ่ง 4 ราย และล่าสุดจังหวัดพังงาได้เตรียมความพร้อมเปิดโรงพยาบาลสนามในอำเภอคุระบุรีอีก 2 แห่ง และเตรียมเปิดโรงพยาบาลสนามพังงา1ในสนามกีฬา อบจ.พังงา เพื่อรับมือผู้ป่วยรายใหม่ที่ยังเพิ่มไม่หยุด


ภาพ/ข่าว  อโนทัย งานดี

ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ประชุมติดตามผลการปฏิบัติการบริหารจัดการ และการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

การแก้ไขปัญหาหนี้สินของข้าราชการตำรวจ และลูกจ้างประจำของ ตร.,การปราบปรามบุคคลหลบหนีเข้าเมือง, การปราบปรามการลักลอบเล่นการพนัน, การบริหารจัดการศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์รถจักรยานยนต์, งานตำรวจชุมชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ของตำรวจภูธรภาค 5

18 มิ.ย. 64 เวลา 10.00 น. ด้วย พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจเยี่ยมและตรวจราชการ ของหน่วยตำรวจทุกหน่วยในพื้นที่ ภ.5 

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม ติดตามผลการปฏิบัติ การบริหารจัดการและการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19), การแก้ไขปัญหาหนี้สินของข้าราชการตำรวจ และลูกจ้างประจำของ ตร.,การปราบปรามบุคคลหลบหนีเข้าเมือง, การปราบปรามการลักลอบเล่นการพนัน, การบริหารจัดการศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์รถจักรยานยนต์, งานตำรวจชุมชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ของตำรวจภูธรภาค 5

โดยมี พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธชัย พัวประเสริฐ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.เฉลิมพล จินตรัตน์ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.สัณห์ โพธิ์รักษา รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.สุเทพ ฐาปนวรกุล ผบก.กค.ภ.5, พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร ผบก.อก.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พล.ต.ต.หญิง พิมพรรณ ทรัพย์ขำ ผบก.รพ.ดารารัศมี, พล.ต.ต.เดชา กัลยาวุฒิพงศ์ ผบก.ตม.5, รอง ผบก.ทท., หน่วยขึ้นตรงในพื้นที่ จว.เชียงใหม่, เจ้าหน้าที่สหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.5 และเชียงใหม่ และข้าราชการตำรวจในสังกัด ร่วมให้การต้อนรับและประชุมรับมอบนโยบาย  ณ ห้องประชุมพระพุทธประทานยศบารมี ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่

โดย ผบก.ภ.จว.ในสังกัด ร่วมการประชุมผ่านระบบทางไกลผ่านจอภาพ (Video Conference) และ สภ.ในสังกัดรวม 159 แห่ง ร่วมเฝ้าฟัง ณ ที่ตั้งของหน่วย

ตำรวจน้ำโชว์ศักยภาพ นำกำลังเข้าตรวจจับ เฮโรฮีน และยาไอซ์จำนวนมาก ประสานทุกหน่วยเตรียมขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้อง

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 มิ.ย. 64 จากนโยบายท่าน พล.ต.ท. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางให้ความสำคัญในการตรวจสอบการกระทำความผิดทางทะเล โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติด พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง,พ.ต.อ.จตุรวิทย์ คชน่วม ผู้กำกับการ 9 กองบังคับการตำรวจน้ำได้รับรายงานจากสายว่า จะมีการขนเฮโรฮีน และยาไอซ์ รวม 2 ชนิดลงเรือในลำคลอง ม. 2 ต.ตำมะลัง อ.เมือง จ.สตูล เพื่อส่งไปขายยังไม่ทราบจุดหมายทีแน่ชัดจึงได้ ประสานพ.ต.ท.บรรเจิด มานะเวช รองผู้กำกับการ 9 กองบังคับการตำรวจน้ำ, พ.ต.ท.ศิโรดมสนุ่นดี สว.ส.รน.3กก.9บก.รน. เพื่อสนธิกำลัง เจ้าหน้าที่ ร่วมกับ ศรชล จ.สตูล น.อ.จุมพจน์ เสนาะพิณ รอง ผอ.ศูนย์อำนวยการรักษมผลประโยชน์ของชาติทางทะเล,พ.ต.อ.ธนิสร แสงท่านั่ง ผกก.ตม.จว.สตูลและเจ้าหน้าที่ ฝ่ายตำรวจรวจ

โดยนำเรือ ออกตรวจสอบ พื้นที่ตามเบาะแสที่สายแจ้งมาว่า ซึ่งอยู่ในลำคลองท่าส้ม ม. 2 ต.ตำมะลัง อ.เมือง จ.สตูล ซึ่งลำคลองแห่งนี้ สามารถที่จะผ่านออกไปยังลำคลองใหญ่ทางฝั่งตำมะลัง ที่มีรอยต่อระหว่าง ตำมะลังกับ รัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย โดยการตรวจสอบ พบยาไอซ์และเฮโรอีนชนิดผงขาวตราสิงห์โตเหยียบลูกโลกห่อในกระดาษห่อชาซึ่งเป็นวัสดุกันน้ำอย่างดีบรรจุในลังพลาสติกและใส่ในตะกร้าผลไม้ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ วางเกลื่อนอยู่ในป่าชายเลนข้างลำคลอง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึด  ซึ่งในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ และถ้าสามารถส่งออกไปยังประเทศปลายทางได้ ก็จะมีมูลค่าหลายร้านบาท

พ.ต.ท.บรรเจิด มานะเวช รองผู้กำกับการ 9 กองบังคับการตำรวจน้ำกล่าวว่า การตรวจยึดได้ในครั้งนี้นั้น เนื่องจากได้มีสายแจ้งเข้ามาว่าจะมีการนำเฮโรฮีน และยาไอซ์มาซุกไว้ โดยใส่ในตระกร้าผลไม้ จึงได้ประสานทุกหน่วยเพื่อร่วมกันเข้าตรวจสอบ ซึ่งผลการเข้าตรวจสอบก็พบว่า เฮโรฮีนตราสิงโตเหยียบลูกโลก และยาไอซร์ บรรจุในถุงชา และใส่ในตะกร้าผลไม้ 39 ใบ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่และได้วางไว้ในป่าโกงกาง พื้นที่ป่าชายเลน และคาดว่าคงจะรอน้ำขึ้น ก็จะนำขึ้นเรือเพื่อส่งต่อไปยังจุดหมาย สำหรับการจับกุมครั้งนี้ ไม่เจอผู้กระทำผิดแต่ก็ได้มีการจัดชุดตรวจสอบ เพื่อติดตามเจ้าของดำเนินคดีต่อไป

\


ภาพ/ข่าว  นิตยา แสงมณี / ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล

สงขลา – สีสันแฟนบอล ทีมชาติอังกฤษเรียกร้องให้เจ้าจ้อน หรือฉายาใหม่มิสเตอร์จอน ลิงชิมแปนซีแสนฉลาดและแสนซน ประจำสวนสัตว์สงขลา ทายผลการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 คู่ อังกฤษ - สก๊อตแลนด์ ที่จะมีการแข่งขันในคืนวันที่ 18 มิ.ย. 64 เวลา 02.00 น.ว่าใครจะชนะ หลังจากเจ้

สีสัน..มาอีกแล้ว เจ้าจ้อน หรือมิสเตอร์จอน ฉายาใหม่ ลิงชิมแปนซีแสนฉลาดและแสนซน ประจำสวนสัตว์สงขลา หลังจากมีผลงานทายผลบอลในรอบแรก อังกฤษชนะโครเอเชียมาแล้ว แฟนบอลทีมชาติอังกฤษเรียกร้องให้ทางสวนสัตว์สงขลา ช่วยจัดให้เจ้าจ้อนทายผลการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 คู่ อังกฤษ - สก๊อตแลนด์ อีกครั้ง ว่าคู่นี้ใครจะชนะ ซึ่งจะมีการแข่งขันในคืนวันนี้ 18 นี้เวลา 02.00 น.

สวนสัตว์สงขลาจัดให้ตามคำเรียกร้อง ของแฟนบอลทีมชาติอังกฤษ โดยให้ พี่เลี้ยงเจ้าจ้อน นำป้ายธงชาติสกอตแลนด์และธงชาติอังกฤษ ไปแขวนไว้ในส่วนแสดงเจ้าจ้อน บริเวณเชือกที่โยงเพื่อให้เจ้าจอมโหนเล่น พร้อมนำฟุตบอล 2 ลูกไปวางไว้ให้เจ้าจ้อนโยนเล่นด้วย

หลังจากนั้น พี่เลี้ยงได้ปล่อยเจ้าจ้อน ลิงชิมแปนซีออกมา เพื่อทายผลฟุตบอลยูโร 2020 คู่ อังกฤษ – สก๊อตแลนด์ เมื่อมันวิ่งออกมาก็คว้าฟุตบอลลูกแรก วิ่งถือมาผ่านป้ายธงสก๊อตแลนด์และอังกฤษ และก็ไปคว้าฟุตบอลลูกที่สองที่วางอยู่ติดกับเสา วิ่งถือไปโดยเตะฟุตบอลลูกแรกสีขาวตกลงไปในคูน้ำ ส่วนลูกที่ 2 สีส้มมันโยนโยนออกไปนอกคอกเลี้ยง หลังจากนั้นมันก็เดินกลับมาที่ บริเวณที่แขวนธงชาติสก๊อตแลนด์และอังกฤษ วันนี้เจ้าจ้อนไม่คึกคักเท่าที่ควร คาดว่าคงยังไม่ได้โด๊ปน้ำแดง จึงยังไม่มีเรี่ยวแรง

เมื่อเจ้าจ้อนเดินมาถึงบริเวณที่แขวนธงชาติและอังกฤษ มันก็ตรงไปที่ธงชาติอังกฤษทันที คว้าธงชาติอังกฤษ คิดว่ามันคงจะยืนอ่านชื่อภาษาอังกฤษออกว่า เป็นธงชาติอังกฤษ มันจึงดึงเชือกที่ผูกธงชาติอังกฤษจนขาดให้รู้ว่า ยังคงเลือกทีมชาติอังกฤษอยู่เหมือนเดิม

หลังจากนั้น เจ้าจอมก็ไปยืนตบมือ แสดงความดีใจว่า ได้เลือกทีมชาติอังกฤษแล้ว โดย วางป้ายธงชาติอังกฤษไว้กับพื้น แล้วยินตบมือ พร้อมโชว์ป้ายธงชาติอังกฤษให้ดู

เมื่อทำงานเสร็จมันก็ขอรางวัล ก็คือมะม่วง โดยเจ้าจ้อนยกมือไหว้ขอบคุณก่อน พี่เลี้ยงจึงจะโยนมะม่วงให้นำไปกินบนห้างอย่างสบายใจ เมื่อกินมะม่วงเสร็จเรียบร้อยแล้ว มันก็ลงจากห้างลงมาหยิบป้ายธงชาติอังกฤษ ถือขึ้นไปบนห้าง ที่มันใช้เป็นที่ หลับที่นอนในช่วงกลางวันพร้อมโชว์ป้ายธงชาติอังกฤษ ให้พี่เลี้ยง และเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ที่อยู่ข้างล่างได้เห็น และรับรู้ว่าวันนี้เลือก ทีมชาติอังกฤษเป็นฝ่ายชนะในการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 คู่ อังกฤษ - สก๊อตแลนด์ ที่จะมีการแข่งขันในคืนวันนี้ 18 มิ.ย.64 เวลา 02.00 น.

นายวันชัย ตันวัฒนะ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา กล่าวว่า ไม่ว่าคืนวันนี้ 18 มิ.ย.64 ผลการแข่งขันฟุตบอลยูโร2020 ระหว่างอังกฤษกับสก๊อตแลนด์ จะออกมาเป็นอย่างไรไม่ว่ากัน แต่วันนี้เจ้าจ้อน ลิงชิมแปนซีแสนฉลาด และแสนซนประจำสวนสัตว์สงขลา ทำงานสำเร็จตามที่สวนสัตว์สงขลาตั้งเป้าไว้ หากเจ้าจ้อน ลิงชิมแปนซีทายผลฟุตบอลยูโร2020 ระหว่างอังกฤษกับสก๊อตแลนด์ ทายถูกหรือทายผิดก็ไม่มีอะไร ถือว่าเป็นการประชาสัมพันธ์สวนสัตว์สงขลาที่นำสัตว์ออกมามีส่วนร่วมประชาสัมพันธ์ ในช่วงมีการแข่งขันฟุตบอลยูโร2020  รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์สวนสัตว์สงขลาอีกทางหนึ่งด้วย


ภาพ/ข่าว  นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5หรือ กก.สส.บก.ตม.5 และ ตม.จว.นครสวรรค์ ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาคนสัญชาติไทย ขับรถยนต์ขนคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาหลบหนีเข้าเมือง 18 คน หวังเข้าพื้นที่ตอนใน

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักในประเทศไทยกระทำความผิดกฎหมายและก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศหรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวกับคนไทยหรือต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด                    

สํานักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.เดชา กัลยาวุฒิพงศ์ ผบก.ตม.5, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5, พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลา ผกก.สส.บก.ตม.5 และ พ.ต.ท.มนตรี อินเปรี้ยว สว.ตม.จว.นครสวรรค์ ร่วมแถลงข่าว ดังนี้…

เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครสวรรค์ ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายวัชรพงศ์ สัญชาติไทย พร้อมของกลาง รถกระบะสีขาว ทะเบียน แพร่ (ป้ายแดง) ซึ่งใช้บรรทุกคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาหลบหนีเข้าเมือง จำนวน 18 คนส่งดำเนินคดี โดยกล่าวหานายวัชรพงศ์ว่า “ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองพ้นจากการจับกุม ต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงานฯ เสพ และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย เป็นผู้ขับขี่รถเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย ทำให้เสียทรัพย์ และฝ่าฝืนเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้ามาในจังหวัดตากโดยไม่ได้รับอนุญาต” และกล่าวหาคนต่างด้าวว่า “เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตาก และฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดตาก เรื่องมาตรการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019)”  เหตุเกิดบริเวณริมถนนพหลโยธิน กม.538-539 หมู่ 1 ตำบลสมอโคน อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก

พฤติการณ์ก่อนจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย  โดยใช้รถยนต์ในการขนคนต่างด้าวจากเขตติดต่อ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ กับ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ไปยังพื้นที่กรุงเทพฯ ต่อมาเวลาประมาณ 01.30 น. พบรถกระบะต้องสงสัยขับมาตามถนนพหลโยธิน หมู่ 7 ตำบลเถินบุรี อำเภอเถินบุรี จังหวัดลำปาง มุ่งหน้าไปทาง จังหวัดตาก จึงได้ขับรถยนต์ติดตามและสังเกตการณ์อย่างต่อเนื่องมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเปิดสัญญาณไฟวับวาบและเรียกให้จอดรถ เมื่อรถดังกล่าวจอดแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถยนต์ส่วนตัว จอดขวางบริเวณด้านหน้ารถและได้นำรถยนต์อีกคันจอดขนาบข้างด้านขวา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังจะลงจากรถเพื่อเข้าไปตรวจสอบ ปรากฏว่านายวัชรพงศ์ (ทราบชื่อภายหลังจับกุม) พยายามจะหลบหนีและได้ขับรถชนรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองคันเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย จากนั้นได้ขับขี่หลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมได้ ผลการตรวจสอบพบคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาหลบหนีเข้าเมือง จำนวน 18 คน อยู่ภายในรถ จึงได้จับกุมตัวนายวัชรพงศ์ ซึ่งเป็นคนขับ พร้อมคนต่างด้าวส่งดำเนินคดี

สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5หรือ กก.สส.บก.ตม.5 และด่าน ตม.เชียงแสน ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาคนต่างด้าวสัญชาติลาว หลังให้การช่วยเหลือคนต่างด้าวสัญชาติจีนหลบหนีเข้าเมือง 7 คน เตรียมข้ามไป สปป.ลาว

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักในประเทศไทยกระทำความผิดกฎหมายและก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศหรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวกับคนไทยหรือต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด  

                  

สํานักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.เดชา กัลยาวุฒิพงศ์ ผบก.ตม.5, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5, พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลา ผกก.สส.บก.ตม.5 และ พ.ต.อ.มนุวัฒน์ กอสนาน ผกก.ด่าน ตม.เชียงแสน ร่วมแถลงข่าว ดังนี้

เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครสวรรค์ ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายพันฯ คนต่างด้าวสัญชาติลาว พร้อมกับนายจางเสวี่ย  คนต่างด้าวสัญชาติจีนหลบหนีเข้าเมือง กับพวกจำนวน 4 คน และร่วมกันจับกุมตัวนายลีเจิ่น คนต่างด้าวสัญชาติจีนหลบหนีเข้าเมือง กับพวกรวม 3 คน ส่งดำเนินคดี โดยกล่าวหาว่า นายพัน ว่า

“ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองพ้นจากการจับกุม ไม่เดินเข้ามาในราชอาณาจักรตามช่องทางฯ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อฯ และฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา 9 แห่ง พรก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ” และกล่าวหาคนต่างด้าวสัญชาติจีนว่า “เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อฯ และฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา 9 แห่ง พรก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ” เหตุเกิด บริเวณช่องทางธรรมชาติบ้านสบรวก และโรงแรมแสนโชคการ์เด้นโฮม ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย 

สำหรับพฤติการณ์ก่อนจับกุมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีคนต่างด้าวสัญชาติจีนเข้าพักในโรงแรมแสนโชคการ์เด้นโฮมเพื่อเตรียมตัวหนีออกนอกราชอาณาจักรไป สปป.ลาว จึงรีบไปตรวจสอบโดยแบ่งกำลังเป็นสองชุด โดยให้อีกชุดไปลาดตระเวนบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ผลการตรวจสอบพบนายลีเจิ่นฯ คนต่างด้าวสัญชาติจีนหลบหนีเข้าเมืองกับพวกอีก 3 คน พักอาศัยอยู่ในโรงแรม จึงได้จับกุมตัวไว้ และจากการลาดตระเวนยังพบนายจางเสวี่ย คนต่างด้าวสัญชาติจีนหลบหนีเข้าเมืองกับพวกรวม 4 ราย กำลังจะลงเรือยาวสัญชาติ โดยมีนายพัน คอยดูต้นทาง จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม แต่คนขับเรือสัญชาติลาวได้ออกเรือหลบหนีไป จึงได้จับกุมตัวคนต่างด้าวสัญชาติจีนทั้ง 7 คน และคนสัญชาติลาว 1 คน ส่ง พงส.สภ.เชียงแสน ดำเนินคดี

จากการขยายผลพบว่ามีเครือข่ายคนสัญชาติไทยคือ นายโอม เป็นผู้เช่ารถยนต์และให้บุคคลอื่นขับนำคนต่างด้าวสัญชาติจีนมาเข้าพักในโรงแรมดังกล่าว จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานส่ง พงส.สภ.เชียงแสน และ พงส.ฯ ได้แจ้งข้อหานายโอม แล้วว่ากระทำความผิดฐาน “ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองพ้นจากการจับกุม” ส่วนผู้ร่วมกระทำผิดอื่นอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีตามกฎหมาย

สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่  507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

 

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top