Thursday, 3 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

ชลบุรี – ฐานทัพเรือสัตหีบ มอบรางวัลการประกวดบ้านพักให้กำลังพล ตามโครงการ ‘หน้าบ้านน่ามอง ในบ้านน่าอยู่ เหล่านาวีมีสุข’

วันนี้ 22 มิ.ย.64 พลเรือโท อนุชาติ อินทรเสน ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ มาเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลการประกวดบ้านพักและอาคารที่พักอาศัย ของฐานทัพเรือสัตหีบ (แบบ New Normal) ณ สโมสรสัญญาบัตร ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี คณะผู้บังคับบัญชา ข้าราชการ ทหาร ตลอดจนผู้ที่ได้รับรางวัล เข้าร่วมในพิธี

ตามนโยบาย ผบ.ทร. ประจำปีงบประมาณ 2564 ด้านสวัสดิการ ดำเนินการจัดการ เรื่องสวัสดิการที่พักของ ทร.ทั้งบ้านพักหน่วยและบ้านพักส่วนกลางของ ทร.ต้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้องตามระเบียบฯ และมีรูปแบบการบริหารจัดการที่มีความเป็นมาตรฐานเดียวกัน ตอบสนองต่อความมีสวัสดิการที่ดีของกำลังพล ทร.ในทุกระดับอย่างแท้จริง

คณะทำงานจัดประกวดบ้านพักและอาคารที่พักอาศัย (จร.ทร.) ได้ดำเนินการโครงการ “หน้าบ้านน่ามอง ในบ้านน่าอยู่ เหล่านาวีมีสุข” โดยการจัดประกวดบ้านพักแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทแฟลต ประเภทเรือนแถว และประเภทบ้าน (บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด) และแบ่งการประกวดออกเป็น 2 ระดับ คือ ในระดับ ทร. และระดับพื้นที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ได้ดำเนินการตามนโยบาย ผบ.ทร. โดยการจัดโครงการประกวดบ้านพักและอาคารที่พักส่วนกลางในระดับพื้นที่ ซึ่งขอให้หน่วยที่รับผิดชอบบ้านพักและอาคารที่พักอาศัยในเขตพื้นที่ ดำเนินการออกตรวจบ้านพักและให้คะแนนในรอบแรก เสร็จแล้วให้สรุปคะแนนส่งผลให้คณะกรรมการจัดประกวดบ้านพักของฐานทัพเรือสัตหีบทราบ หลังจากนั้น คณะกรรมการฯ ได้ออกตรวจบ้านพักและอาคารที่พักฯ เพื่อให้คะแนนในรอบสุดท้ายต่อไป ในการนี้ คณะกรรมการฯ ได้ตัดสินการประกวดฯ เสร็จเรียบร้อยแล้ว มีผู้ได้รับรางวัลการประกวดฯ รวมทั้งสิ้น 35 รางวัล

พลเรือโท อนุชาติ อินทรเสน กล่าวว่า ขอชื่นชมและขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลการประกวดบ้านพักฯทุกท่านวันนี้ ทุกท่านได้แสดงความตั้งใจความร่วมมือร่วมใจกัน ของการเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินกิจกรรมในโครงการฯจนบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือซึ่งในอนาคตผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านจะช่วยกันและดูแลบ้านพักและอาคารที่พักอาศัยให้มีความสะอาดเรียบร้อยอยู่เสมอตลอดไปเป็นตัวอย่างที่ดีแก่อาคารที่พัก อาศัยอื่น ๆ


ภาพ/ข่าว  นิราช ทิพย์ศรี / นันทพล  ทิพย์ศรี  อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

“โอกาสครบรอบ 120 ปี รร.นรต.” จัดทำภาพวาดสีน้ำ ของ พ.ต.ท.พีระศิลป์ ประสานทอง ศิลปินคนดัง เพื่อจำหน่ายเป็นที่ระลึก

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2564 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) “พล.ต.อ.”ปิยะ อุทาโย รอง ผบ.ตร.(บร.)เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาส ครบรอบ 120 ปี รร.นรต. จึงได้จัดทำของที่ระลึก ภาพพิมพ์สีน้ำ วาดโดย พ.ต.ท.พีระศิลป์ ประสานทอง และบุคลากรของ รร.นรต. เป็นภาพวาดสถานที่และกิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของ รร.นรต. พิมพ์ลงบนผ้าใบแคนวาส คุณภาพสูงเหมาะสำหรับประดับบ้านพักหรือห้องทำงาน หรือเป็นของที่ระลึกอันทรงคุณค่า

จัดจำหน่าย ในรูปแบบ Made to order ผลิตตามการสั่งซื้อเท่านั้นรายได้จากการจำหน่ายหลังหักค่าใช้จ่าย จะนำเข้าเป็นกองทุนสำหรับสนับสนุนการเรียนการสอน สวัสดิการข้าราชการตำรวจและครอบครัว และกิจกรรมต่าง ๆ ของ รร.นรต. ซึ่งสามารถสั่งซื้อผ่านทาง http://rpca-store.lnwshop.com/

 

ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม มอบนโยบายและสิ่งของบำรุงขวัญ แก่กำลังพลในสังกัดสำนักงาน ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก

ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก  อ.แม่สอด จ.ตาก พลตำรวจโท สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม มอบนโยบายและสิ่งของบำรุงขวัญ แก่กำลังพลในสังกัด สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก โดยมี พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตากพร้อมเจ้าหน้าที่กำลังพลให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง เริ่มจากการสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และไหว้พระภูมิเจ้าที่ ประจำสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก ตรวจกำลังพล พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก และต่อด้วยการประชุมบรรยายสรุปของหน่วยงานและมอบนโยบายตามลำดับ

พลตำรวจโท สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวว่า การลงพื้นที่ในการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ตามคำสั่งของ ท่าน ผบ.ตร.ให้มากวดขันด้านการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง ซึ่งอาจนำเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้ามาในประเทสไทยได้ โดยเป็นไปตามนโยบายของท่านพลเอกประยุทธน์  จันโอชานายกรัฐมนตรี ในวันนี้จึงลงพื้นที่มาดูการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึง การปราบปรามบ่อนพนันออนไลน์ ตามนโยบายของรัฐบาล พร้อมกันนี้ยังได้นำสิ่งของมามอบเพื่อปลอบขวัญ บำรุงขวัญ เป็นไปตามนโยบายของ ผบ.ตร. ต้องขอบขอบคุณในการต้อนรับและความพร้อมในการปฏิบัติ ก็ต้องขอชมเชยและฝากให้ทุกคนระมัดระวังการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วย


ภาพ/ข่าว  วรภา พันลุตัน จ.ตาก

มทบ.32 ร่วมปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมใน พท.ลำปาง

วันที่ 22 มิถุนายน 2564 ณ ลานหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง พลตรี อโณทัย ชัยมงคล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ร่วมปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ประจำไตรมาสที่ 3 โดยมีพลตำรวจตรี นันทวิทย์ เทียมบุญธง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยพันเอก โสภณ โสภณ นันทสุวรรณ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง นายวาทิต ปัญญาคม นายอำเภอเมืองลำปาง ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลำปาง ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ร่วมพิธีปล่อยแถว

ด้วยสถานการณ์ที่ผ่านมา มีการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่อง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประชาชนไม่มีงานทำและขาดรายได้เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีแนวโน้มในการเกิดอาชญากรรมมาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้มีการสั่งการให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมและทำการปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมประจำไตรมาสที่ 3 ขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดลำปาง รวมทั้งเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงมาตรการในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าว ตามสั่งการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 5 ตำรวจภูธรจังหวัดลำปางจึงได้กำหนดให้มีการปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมประจำไตรมาสที่ 3 ขึ้นในวันนี้

ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง จึงได้บูรณาการหน่วยงานภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ มณฑลทหารบกที่ 32 ,กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง,ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลำปาง,ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง,อำเภอเมืองลำปาง,ศบภ.จังหวัดลำปาง,สมาคมกู้ภัยลำปาง,สมาคมกู้ภัยสว่างนครลำปางธรรมสถาน ,อส.ตบ. จำนวน 200 นายเพื่อรวมพลังในการป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหาอาชญากรรม เพื่อร่วมเดินหน้าเมืองลำปาง “สุข ทุกด้าน”


ภาพ/ข่าว  ภาวินันท์ บุตรหล้า รายงาน

ขอนแก่น - ทน.ขอนแก่น อัดงบ 100 ล้านบาท ซื้อวัคซีน “ชิโนฟาร์ม” 100,000 โดส ให้กับคนในชุมชน “ธีระศักดิ์” ย้ำชัดกลุ่มเป้าหมายชัดเจน ลงลึกถึงกลุ่มเปราะบาง ตามระเบียบที่กำหนด วอนต้นทางชัดเจนและเร่งจัดสรรให้กับ อปท.เร่งด่วน

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 23 มิ.ย.2564 ที่สำนักงานเทศบาลนครขอนแก่น หรือ ทน.นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ประชุมร่วมคณะทำงานด้านการจัดหาวัคซีนทางเลือก จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตามระเบียบและข้อบังคับที่กำหนดภายหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ จ.ขอนแก่น ได้รับทราบถึงแผนการจัดซื้อดังกล่าวจากเทศบาลฯละพิจารณาอนุญาตให้ทำการจัดซื้อตามระเบียบและขั้นตอนต่าง ๆ ในการนำมาให้บริการกับประชาชนในพื้นที่เขตเทศบาลนครขอนแก่น

นายธีระศักดิ์  ฑีฆายุพันธ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้มีสัญญาณที่ดีที่คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดได้รับทราบและพิจารณาอนุญาตและสนับสนุนการดำเนินงานของเทศบาลฯในการจัดซื้อวัคซีนชิโนฟาร์ม จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สำหรับการนำมาฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่เขตเทศบาลฯตามกลุ่มเป้าหมายหลักที่กำหนด โดยขั้นตอนจากนี้ไปคือการจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมตามที่ราชวิทยาลัยฯได้กำหนดออกมา ให้แล้วเสร็จจากนั้นก็จะเข้าสู่ระเบียบของกระทรวงมหาดไทยในการที่จะพิจารณาจ่ายขาดเงินสะสม ซึ่งเทศบาลฯ จะทำการจัดซื้อวัคซีนชิโนฟาร์ม จำนวน 100,000 โดส ในการให้บริการกับประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบจำนวน 50,000 คน ประมาณการวงเงินที่ใช้จ่ายประมาณ 100 ล้านบาท

“ผู้ที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนในกลุ่มของวัคซีนทางเลือกที่เทศบาลฯจัดซื้อรวมจำนวน 50,000 คนนั้น ได้มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้ 3 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย ครู และบุคลากรทางการศึกษา ,กลุ่มผู้ค้าในตลาดและประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป และ กลุ่มเปราะบางไม่ต่ำกว่า 5,000 คน ทั้งหมดเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรการโรคติดต่อจังหวัดและระเบียบของราชวิทยาลัยฯ ซึ่งขั้นตอนและกระบวนการต่าง ๆ จากนี้ไปคณะทำงานจะประสานงานร่วมทุกฝ่ายเพื่อให้การดำเนินงานนั้นเสร็จสิ้น โดยคาดว่าจะได้รับการส่งมอบวัคซีนในเดือน ต.ค. ซึ่งเทศบาลฯได้ประสานการทำงานร่วมกับ รพ.ศรีนครินทร์ มข.เป็นหน่วยงานบริการทางการแพทย์ในการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเป้าหมายตามบัญชีรายชื่อที่กำหนดไว้”

นายธีระศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าวัคซีนจากราชวิทยาลัยฯชุดแรก 400,000 โดสได้มีการจัดสรรให้กับหน่วยงานต่าง ๆ แล้วแต่ยังไม่มีปรากฎรายชื่อขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดเลย จึงขอให้คณะกรรมการกลางได้พิจารณาจัดสรรวัคซีนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในลำดับต้น ๆ ด้วย เพื่อที่จะได้รับวัคซีนทางเลือกมาสนับสนุนวัคซีนหลักที่รัฐบาลจัดสรร จนนำไปสู่การให้ประชาชนทุกพื้นที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 กันให้ได้อย่างครอบคลุมตามสัดส่วนที่รัฐบาลกำหนด ขณะเดียวกันรายชื่อของผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีน ในส่วนที่เทศบาลฯรับผิดชอบนอกจากการลงพื้นที่สำรวจของคณะทำงานแล้ว จะยังคงมีการประสานรายชื่อกับระบบหมอพร้อม และขอนแก่นพร้อม เพื่อดำเนินการจัดระบบการฉีดวัคซีนครอบคลุมเป้าหมายที่กำหนดต่อไป

สงขลา - แพขนานยนต์ เปิดวิ่งให้บริการเริ่มเช้าวันนี้ หลังหยุดวิ่งมา 2 วัน พนักงานแพขนานยนต์บางส่วนติดโควิค ต้องกักตัวระยะหนึ่ง

เพื่อดูอาการและทางแพขนานยนต์ได้บิ๊กคลีนนิ่งทำความสะอาดแพขนานยนต์ ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ทั้ง 3 ลำรวมทั้งอาคารสำนักงานบริเวณท่าแพทุกหลังด้วย วันนี้สามารถเปิดให้บริการได้ แต่เปลี่ยนแปลงเวลาให้บริการเป็น 2 ช่วงคือ ภาคเช้าตั้งแต่ 05.00น - 09.00 น. ภาคบ่าย 16.00 น.- 20.00 น.

เช้าวันนี้ (ที่ 23 มิ.ย.64) แพขนานยนต์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาเปิดวิ่งให้บริการแล้ว ตั้งแต่เวลา 05.00 น.เป็นต้นมา มีประชาชนทั้งชาวสงขลาและชาวสิงหนครมาใช้บริการตามปรกติ หลังหยุดวิ่งมา 2 วัน พนักงานแพขนานยนต์บางส่วนติดโควิคต้องกักตัวระยะหนึ่งเพื่อดูอาการและทางแพขนานยนต์ได้บิ๊กคลีนนิ่งทำความสะอาดแพขนานยนต์ ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ทั้ง 3 ลำรวมทั้งอาคารสำนักงานบริเวณท่าแพทุกหลังด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่มาใช้บริการและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่มีความจำเป็น ต้องใช้แพขนานยนต์ ข้ามฟากเป็นประจำทุกวัน เนื่องจากเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายที่ดีที่สุดในขณะนี้

ในขณะเดียวกัน ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ออกประกาศ ขอเปลี่ยนแปลงเวลาให้บริการแพขนานยนต์เป็น 2 ช่วงเวลา ดังนี้ ช่วงที่ 1 เวลา 05.00 น. - 09.00 น. ช่วงที่ 2 เวลา 16.00 น. - 20.00 น. ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง จึงเรียนมาเพื่อทราบและขออภัยในความไม่สะดวก

สำหรับสาเหตุที่ต้องเปลี่ยนแปลงเวลาจำกัดการให้บริการ สาเหตุเนื่องจากพนักงานแพขนานยนต์บางส่วนติดโควิค ต้องกักตัวระยะหนึ่ง 14 วันเพื่อดูอาการจนกว่าแน่ใจว่าหายดีแล้ว แพขนานยนต์ถึงจะได้มาให้บริการเต็มรูปแบบตามปกติอีกครั้งหนึ่ง โดยในเช้าวันนี้ ใช้แพขนานยนต์ 2 ลำ คือ หมายเลข 9 และหมายเลข 11 โดยหมายเลข 9 บรรทุกรถยนต์และรถจักรยานยนต์บางส่วน ส่วนหมายเลข 11 ใช้บรรทุกเฉพาะรถจักรยานยนต์เท่านั้น เนื่องจาก มีรถจักรยานยนต์ทั้งฝั่งสิงหนครและฝั่งอำเภอเมืองสงขลาที่จะเดินทางไปทำงานเป็นจำนวนมากจึงต้องแยกแพขนานยนต์คนละลำเพื่อความรวดเร็วสำหรับคนทำงาน ที่ใช้รถจักรยานยนต์

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้มีประชาชนเดินทางมาใช้บริการแพขนานยนต์เหมือนปรกติไม่ได้ลดน้อยลงเลย เนื่องจากมีความมั่นใจในความปลอดภัยและการปลอดเชื้อเพราะทางแพขนานยนต์ได้บิ๊กคลีนนิ่งทำความสะอาดแพขนานยนต์ ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อแพ ทั้ง 3 ลำรวมทั้งอาคารสำนักงานบริเวณท่าแพทุกหลังด้วย


ภาพ/ข่าว  นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

สนง.ศาลยุติธรรม ร่วมมือ สนง.ปลัดกระทรวงกลาโหม ลงนาม MOU มุ่งหวังสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมแก่สังคมอย่างยั่งยืน

วันนี้ (23 มิถุนายน 2564) เวลา 11.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 12 อาคารศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และพลเอกประชาพัฒน์ วัจนะรัตน์ เจ้ากรมพระธรรมนูญ ทำการแทนปลัดกระทรวงกลาโหม ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างสำนักงานศาลยุติธรรม กับ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เรื่อง ความร่วมมือ แลกเปลี่ยน สนับสนุนข้อมูลทางวิชาการ และพัฒนาบุคลากรทางวิชาการ

นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า สำนักงานศาลยุติธรรมและกรมพระธรรมนูญ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ตระหนักถึงความสำคัญของหลักนิติธรรม และหลักธรรมาภิบาล อันเป็นหลักการสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่เพื่ออำนวยความยุติธรรมและดำรงไว้ซึ่งความสงบสุขของสังคม อีกทั้ง คำนึงถึงความจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม กับ ตุลาการพระธรรมนูญและข้าราชการสำนักตุลาการทหาร โดยการเพิ่มพูนความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านวิชาการ การบริหารงานยุติธรรม ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ ดังนั้น สำนักงานศาลยุติธรรม และกรมพระธรรมนูญ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจลักษณะเดียวกัน คือ งานธุรการที่สนับสนุน และอำนวยความสะดวกแก่ศาลในการพิจารณาพิพากษาคดี รวมถึงงานด้านวิชาการ ตลอดจนการฝึกอบรมบุคลากรในด้านต่าง ๆ จึงได้ร่วมกันจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว เพื่อพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการในการแลกเปลี่ยน และสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการระหว่างหน่วยงาน อาทิ บทความทางวิชาการ เอกสารงานวิจัย คู่มือการปฏิบัติงาน แนวปฏิบัติตามกฎหมายต่าง ๆ

รวมถึงคำพิพากษา คำสั่ง หรือคำวินิจฉัยที่สามารถเปิดเผยและเป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างงานวิชาการ ตลอดจนแลกเปลี่ยน และสนับสนุนการฝึกอบรมและดูงานในหลักสูตรต่าง ๆ ตามความเหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน ด้วยความมุ่งหวังที่จะสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมแก่สังคมอย่างยั่งยืน โดยบุคลากรของทั้งสองหน่วยงานสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ สามารถอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน สร้างความสงบสุขในสังคม ความเชื่อมั่น และความศรัทธาในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยต่อไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเตือนการแชร์ภาพหรือคลิปที่ไม่เหมาะสมบนสื่อสังคมออนไลน์

พ.ต.อ.กฤษณะ  พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณี การโพสต์ การแชร์ ภาพหรือคลิปวิดีโอที่ไม่เหมาะสมบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจจะเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมาย ว่าที่ผ่านมามีเหตุการณ์เกิดขึ้น เช่น กรณีเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 64 ในพื้นที่ จ.ชลบุรี เด็กหญิงผู้เสียหายได้ถูกกลุ่มรุ่นพี่รุมทำร้ายร่างกายและถ่ายคลิปวิดีโอไว้ ก่อนจะนำไปเผยแพร่ลงบนสื่อสังคมออนไลน์ จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงถึงการกระทำดังกล่าว และกรณีเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.64 ที่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ชายวัย 32 ปี ได้ทะเลาะกับภรรยาและเกิดความน้อยใจ ก่อนจะฆ่าตัวตายโดยได้ถ่ายทอดสดการฆ่าตัวตายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ด้วย

ขอเรียนถึงประเด็นของการนำคลิปหรือภาพถ่าย ที่เป็นลักษณะการทำเรื่องที่ไม่ดี  ไม่เหมาะสม กลั่นแกล้ง ส่งต่อข้อความแสดงการเกลียดชัง  คุกคามทางเพศ ล้วนมีผลกระทบต่อสภาพร่างกายหรือจิตใจ ของผู้ถูกกระทำและผู้ที่พบเห็น ซึ่งขณะนี้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ได้เล็งเห็นความสำคัญและรณรงค์เรื่องนี้มาโดยตลอด อย่างเช่นโครงการล่าสุดที่ทาง สสส. ได้จัดแคมเปญ #UnknownTogether ที่มุ่งเป้าหมายไปที่การลดการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ ทำให้ผู้ใช้สื่อเกิดความเท่าทัน มีสติ ไม่กลั่นแกล้งผู้อื่น พร้อมฟื้นฟูจิตใจผู้ที่ตกเป็นเหยื่อให้รู้จักคุณค่าของตัวเอง

ในทางกฎหมายหากคลิปวิดีโอหรือภาพที่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผู้ที่แชร์หรือส่งต่อก็อาจจะมีความผิดในลักษณะของการเป็นผู้สนับสนุนซึ่งมีโทษ 2 ใน 3 ส่วนจากโทษของการกระทำความผิดนั้น ๆ

ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญและกำชับทุกหน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากมีการกระทำความผิดในลักษณะไม่เหมาะสมหรือกระทำผิดกฎหมายบนโลกออนไลน์ ให้ทำการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีไปตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมสร้างการรับรู้ให้ประชาชนทุกภาคส่วน หยุดการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในทางที่ไม่เหมาะสม

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอฝากเตือนในเรื่องการกระทำที่ไม่เหมาะสมบนโลกออนไลน์ ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ การโพสต์ แชร์ หรือการแสดงความคิดเห็น ควรทำในทางที่สร้างสรรค์ ไม่เป็นการละเมิดสิทธิหรือไปกระทบผู้อื่นและสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นความผิดตามกฎหมาย โดยเฉาะที่เกิดขึ้นกับเด็กซึ่งได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 และตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิเด็กและเยาวชนขององค์การสหประชาชาติ

ขอฝากเตือนเพิ่มเติมถึงทุกผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ เมื่อพบเห็นการกระทำในลักษณะดังกล่าว อย่าเข้าไปดู แสดงความคิดเห็น หรือส่งต่อ เพราะยิ่งมีส่งต่อเรื่องราวดังกล่าวก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำผู้เสียหายและส่งเสริมการกระทำที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากทุกคนล้วนเป็นส่วนสำคัญในการช่วยกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวและทำให้สังคมออนไลน์เป็นสังคมที่น่าอยู่ต่อไป และหากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

กรมการทหารช่าง กักตัว ครูฝึก-นร.นายสิบ ติดโควิด-19 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  กรณีการแพร่ระบาดของเชื่อไวรัสโคโรนา 2019 ในค่ายภาณุรังษี ทางเฟซบุ๊ก กรมการทหารช่างได้ชี้แจ้ง ว่า การแพร่ระบาดเกิดขึ้นภายในหน่วยฝึกหลักสูตรนายสิบกองหนุน ที่เข้ารับการฝึกตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 ถึง วันที่ 6 สิงหาคม 2564 มีระยะเวลาการฝึก 3 เดือน และด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดในห้วงที่ผ่านมา หน่วยได้มีการเตรียมการตามมาตรการข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข และตามแนวทางการจัดการฝึกของกองทัพบกภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาด ซึ่งการเตรียมการหน่วยได้ดำเนินการกักตัวครูฝึกเป็นระยะเวลา 14 วันก่อนที่จะดำเนินการฝึก และในวันรายงานตัวเพื่อเข้ารับการฝึกของนายสิบนักเรียน หน่วยได้ดำเนินการคัดกรองนายสิบนักเรียนเป็นรายบุคคล โดยประเมินความเสี่ยงจาก ประวัติการเดินทาง ภูมิลำเนา และคัดแยกนักเรียนออกเป็นกลุ่ม เพื่อเฝ้าสังเกตอาการก่อนที่จะเริ่มดำเนินการฝึกเป็นเวลา 14 วัน 

โดยมีจำนวนนายสิบนักเรียน 147 นาย ซึ่งการดำเนินกิจกรรม เช่น การฝึกอบรม การรับประทานอาหาร การนอน และการทำกิจกรรมต่างๆ หน่วยได้แยกนายสิบนักเรียนออกเป็นกลุ่มย่อย เพื่อรักษามาตรการเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัยป้องกันเชื้อโรค ตามแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของกระทรวงสาธารณสุขและกรมแพทย์ทหารบก นอกจากนี้ยังได้มีแผนรองรับ หากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดภายในหน่วย โดยได้จัดเตรียม โรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ติดเชื้อ พื้นที่กักกันตัวสำหรับกำลังพลกลุ่มเสี่ยงสูง และพื้นที่กักกันตัวเพื่อสังเกตอาหารสำหรับกำลังพลกลุ่มเฝ้าระวัง

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2564 หน่วยได้รับทราบจากครูฝึกซึ่งได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับไปพัก ในห้วงวันหยุด ซึ่งระหว่างการพัก ได้ไปสัมผัสกับผู้ป่วย ซึ่งทราบผลว่าเป็นผู้ป่วยยืนยัน ในวันที่ 18 มิถุนายน 2564 หน่วยจึงได้นำตัวครูฝึกดังกล่าว เข้ารับการตรวจหาเชื้อ ซึ่งผลการตรวจพบว่าติดเชื้อ และในวันที่ 21 มิถุนายน 2564 กรมการทหารช่าง จึงแจ้งโรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี เข้าดำเนินการตรวจคัดกรองเชิงรุก ครูฝึก และนายสิบนักเรียนทั้งหมด จำนวน 161 นาย และทราบผลในคืนวันที่ 21 มิถุนายน 2564 ว่ามีครูฝึกและนายสิบนักเรียนติดเชื้อ จำนวน 72 นาย หน่วยจึงได้ดำเนินการร่วมกับโรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี คัดแยกครูฝึก นายสิบนักเรียนที่ติดเชื้อ และที่ไม่พบการติดเชื้อออกจากกัน โดยกลุ่มผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนามกองทัพบก (โรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี) และส่วนที่เหลือซึ่งเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง เข้ากักตัวในพื้นที่กักตัวค่ายบุรฉัตร จำนวน 84 นาย ตามแผนการป้องกันที่หน่วยได้เตรียมการไว้

ต่อมา เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2564 กระทรวงสาธารณสุข และกรมแพทย์ทหารบก ได้จัดส่งบุคคลากรทางการแพทย์ เข้าตรวจคัดกรองอาการผู้ป่วยติดเชื้อทั้งหมดภายในโรงพยาบาลสนาม ซึ่งได้ดำเนินการตรวจโลหิต และเอ็กซเรย์ปอด เพื่อประเมินอาการเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป

กรมการทหารช่างจึงขอแจ้งให้ทราบถึงเหตุการณ์ การเตรียมการ มาตรการป้องกัน และการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และขอยืนยันเพื่อให้พี่น้องประชาชนเกิดความมั่นใจว่าการติดเชื้อดังกล่าวจะไม่แพร่กระจายไปสู่พี่น้องประชาชนภายนอก เนื่องจากกำลังพลนายสิบนักเรียนดังกล่าวทั้งหมด อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมและมาตรการป้องกันโรคมาโดยตลอด ซึ่งมิได้มีโอกาสสัมผัสบุคคคลภายนอก และมิได้อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าพบในห้วงระหว่างการฝึก สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อ กองทัพบกได้สั่งการให้กรมการทหารช่างและกรมแพทย์ทหารบก ประสานการรักษาร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด จึงขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน

“ประวิตร” ยันไม่แก้ ม.144,185 อุบไต๋ วางกลยุทธ์ดันพปชร. ตั้งรัฐบาลพรรคเดียว ชี้ เป็นเรื่องอนาคต กั๊กตอบ จับมือร่วมงานเพื่อไทย

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนของพรรคพปชร. ว่า ยืนยันจะไม่แก้มาตรา 144,185 ไม่แก้แน่นอน เรื่องนี้นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ในฐานะผู้เสนอร่างให้สัมภาษณ์ไปแล้ว และจะมีการปรับร่างที่ยื่นไปแล้วของพรรคพปชร. 

เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรจะต้องคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลก่อนหรือไม่ หรือต่างคนต่างยื่น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า แต่ละพรรคก็ยื่นข้อเสนอมาเพื่อแก้ไข ก็ต้องไปคุยกันในสภาฯ ซึ่งแกนนำพรรคร่วมก็ได้คุยกัน ก็พูดกันทุกเรื่องร่วมทั้งเรื่องประเด็นบัตรเลือกตั้งด้วย

เมื่อถามว่าพรรคพปชร.กับพรรคเพื่อไทย (พท.) มีโอการจับมือกันในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเหตุการณ์ข้างหน้า อย่าไปประมาณการณ์ เพราะเราไม่รู้อะไรเป็นอะไร เมื่อถามย้ำว่าพรรคพปชร.จะไม่ปิดประตูร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ ยังไม่รู้ เป็นเรื่องอนาคต ตอบได้ว่าไม่รู้จริงๆ ยังไม่คิดอะไรทั้งนั้น 

เมื่อถามว่ามั่นใจว่าพรรคพปชร.จะเป็นพรรคอันดับหนึ่ง ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ ก็บอกเป็นเรื่องข้างหน้าจะไปรู้ได้อย่างไร จะไปพูดได้อย่างไร วันนี้ต้องการให้พรรคเข้มแข็ง มีความคิดเป็นหนึ่งเดียวไม่แตกแยก ความคิดแตกต่างแต่อยู่ในพรรคเดียวกันก็ให้มีความคิดเหมือนๆกัน คิดไปในทางสร้างสรรค์ ให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ให้ประเทศเจริญก้าวหน้าเราก็ทำ ส่วนการสร้างพรรคให้เป็นสถาบันการเมืองเป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เราทำงานโดยใช้กก.บห.พรรค 

เมื่อถามว่าพรรคพปชร.จะไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็เห็นแล้วจะถามทำไม เมื่อถามย้ำว่าในอนาคตพรรคพปชร. จะตั้งรัฐบาลพรรคเดียว ได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “โอ้ยจะไปรู้ได้อย่างไร” การณ์ข้างหน้าจะไปรู้ได้อย่างไร ยังไม่ได้เลือกตั้งเลย ยังเหลืออีกตั้ง 2 ปี และตอนนี้รัฐบาลยังอยู่ได้แน่นอน ส่วนตนจะอยู่ต่อหรือไม่ยังไม่รู้เพราะแก่แล้ว

เมื่อถามถึงการวางกลยุทธ์ขับเคลื่อนพรรคพปชร. เป็นอย่างไรพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีเราอาสาสมัครมา ไม่ใช่นักการเมือง 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top