Sunday, 7 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

นราธิวาส - ผอ.ศปพร. ตรวจเยี่ยม พร้อมปรับภูมิทัศน์ โดยรอบต้นไม้ทรงปลูก ในพื้นที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

พลตรีไพศาล หนูสังข์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 /ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เดินทางลงพื้นเข้าตรวจเยี่ยม ต้นไม้ทรงปลูก  ณ วัดชลธาราสิงเห ซึ่งตั้งอยู่ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ทั้งนี้พลตรีไพศาล หนูสังข์ ได้จัดชุดทหารช่างดำเนินการจัดทำรั้วรอบต้นไม้ทรงปลูก เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์รอบต้นไม้ทรงปลูกให้เป็นระเบียบ สง่างามและสมพระเกียรติโดยศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตระหนักเห็นความสำคัญของต้นไม้ทรงปลูก จึงจัดโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์รอบต้นไม้ทรงปลูกขึ้น เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ได้ทรงเสด็จปฎิบัติพระราชกรณียกิจ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และได้ทรงปลูกต้นไม้ในสถานที่ต่าง ๆ ที่ได้ทรงเสด็จปฎิบัติพระราชกรณียกิจ จึงจำเป็นที่จะต้องดูแลรักษาต้นไม้ทรงปลูกไม่ให้เสื่อมโทรม ให้เจริญเติบโตงอกงามอย่างสมพระเกียรติ

พลตรีไพศาล หนูสังข์ ได้กำชับและเน้นย้ำหน่วยกำลังในพื้นที่ให้ดูแล รักษา ต้นไม้ทรงปลูกให้เป็นอย่างดี โดยกล่าวว่าการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ตลอดจน พระบรมวงศานุวงศ์ ทุกพระองค์ ทรงปลูกต้นไม้ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงงาน หรือทรงเยี่ยมราษฎรในที่ต่างๆนั้น ไว้เป็นที่ระลึกและให้แบบอย่างที่ดีในการอนุรักษ์ป่าไม้ไว้เสมอ ด้วยทรงเห็นความสำคัญของปัญหาป่าเสื่อมโทรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อปัญหาด้านอื่น ๆ ไม่เฉพาะเรื่องดินและน้ำ หากแต่โยงถึงปัญหาสังคม เศรษฐกิจ การเมือง คุณธรรม และระบบนิเวศบางอย่างอีกด้วย เราซึ่งในฐานะทหารที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ควรจะ “สืบสาน รักษา ต่อยอด” ต้นไม้ทรงปลูกให้อยู่คู่กับประชาชนในพื้นที่ต่อไป

สำหรับต้นไม้ทรงปลูก ภายในวัดชลธาราสิงเห ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส มีจำนวน 2 ต้นได้แก่ 1. ต้นสาละ โดยสมเด็จพระเจ้าพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงปลูกเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินปฎิบัติพระราชกรณียกิจ ไปเยี่ยมราษฎรในพื้นที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ไว้เป็นที่ระลึก บริเวณวัดชลธาราสิงเห ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส โดยทรงปลูกเมื่อวันที่ 16 มกราคม พุทธศักราช 2540 และ 2. ต้นพิกุลทอง โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินปฎิบัติพระราชกรณียกิจ ไปเยี่ยมราษฎรในพื้นที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ไว้เป็นที่ระลึก บริเวณวัดชลธาราสิงเห ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส โดยทรงปลูกเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2534


ภาพ/ข่าว  แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

เชียงใหม่ - เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ต้อนรับสมาชิกใหม่ “ลูกกูดูใหญ่” สัตว์แห่งแอฟริกา

สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ต้อนรับสมาชิกใหม่ “ลูกกูดูใหญ่” สัตว์แห่งแอฟริกา พร้อมเน้นย้ำมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาด COVID – 19 อย่างต่อเนื่อง

นายเบญจพล นาคประเสริฐ กรรมการบริหารพัฒนาพิงนคร ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร กล่าวว่า เนื่องจากเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้ปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน - 4 พฤษภาคม 2564  ตามมาตรการเฝ้าระวังระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ซึ่งในช่วงเวลานี้ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้มีการเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการอีกครั้ง  รวมทั้งการดูแลสวัสดิภาพของสัตว์กว่า 1,266  ตัว 129 ชนิด  เป็นอย่างดี พร้อมทั้งต้อนรับสมาชิกใหม่ “ลูกกูดูใหญ่”  จำนวน 1 ตัว เกิดเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2564 (ยังไม่ทราบเพศ)และได้รับการเลี้ยงดูจากแม่ตามธรรมชาติ ปัจจุบันอาศัยรวมกับฝูงกูดูใหญ่อยู่ภายในส่วนแสดงซาวันนาซาฟารี ซึ่งเป็นส่วนแสดงสัตว์จากทุ่งหญ้าซาวันนา และสัตว์ผู้ถูกล่าในธรรมชาติ และนับเป็นสมาชิกกูดูใหญ่ ตัวที่ 9 ของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

สำหรับ “กูดูใหญ่” (Greater dudu) เป็นสัตว์แอนทีโลปที่มีความสูงที่สุดแห่งแอฟริกา มีจุดเด่นที่ทำให้มันโดดเด่นสะดุดตาคือเขาที่บิดเป็นเกลียวอย่างสวยงาม ซึ่งจะมีเฉพาะในตัวผู้เท่านั้น ซึ่งมีลักษณะคล้ายดอกสว่าน ใช้เวลาในการบิดเต็มที่ประมาณ 5 ปี โดยความยาวเฉลี่ยของเขาจะอยู่ที่ประมาณ 1.2 เมตร (ถ้ายืดตรง) กูดูใหญ่ตัวเมียชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง และจะปลีกตัวออกจากฝูงในช่วงเวลาตกลูก ส่วนตัวผู้บางครั้งอยู่ร่วมกันเป็นฝูงเล็ก แต่ส่วนมากชอบอยู่อย่างสันโดษ สามารถพบในแถบแอฟริกาตะวันออกถึงแอฟริกาใต้ อาศัยอยู่ตามป่าไม้สูง ไม้เตี้ย และป่าโปร่ง กินหญ้าและใบไม้เป็นอาหาร มีอายุเฉลี่ยถึง 23 ปี

และเนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID - 19 ระลอกใหม่ ที่มีการพบผู้ติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีมีความห่วงใยและตระหนักถึงความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก เพื่อเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว จึงขอแจ้งหยุดให้บริการนักท่องเที่ยวเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน- 4 พฤษภาคม 2564 และระหว่างช่วงปิดให้บริการ ทางเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้ดำเนินการทำความสะอาด Big Cleaning ในทุกพื้นที่ รวมถึงการฆ่าเชื้อบริเวณกรงสัตว์ การฉีดวัคซีน และการดูแลสัตว์อย่างต่อเนื่อง และปรับปรุงส่วนต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการกลับมาให้บริการอีกครั้ง

ทั้งนี้ ในช่วงเวลานี้นักท่องเที่ยวสามารถติดตามข่าวสารและชมภาพบรรยากาศ พร้อมคลิปน่ารักๆ ของเหล่าบรรดาสมาชิกสัตว์ป่าของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ได้ในช่องทาง TIKTOK: https://vt.tiktok.com/ZSJdBmEAR/, IG : https://bit.ly/3nhUqs0, LINE@ : nightsafari และ Facebook : เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี Chiang Mai Night Safari


ภาพ/ข่าว  นภาพร / เชียงใหม่

สระแก้ว – พบระเบิดสังหารบุคคล หน่วยกู้ระเบิดสามารถเก็บกู้และทำลายเรียบร้อย เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

เรียนผู้บังคับบัญชาเมื่อเวลา 12.30 น.หน่วยกู้ระเบิด EOD จากสืบจังหวัดสระแก้วนำโดย ร้อยตำรวจเอกบุญเลิศ เรืองหิรัญ ดาบตำรวจโกวิทย์ บัวขาว รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ภูธรจังหวัดสระแก้ว รับแจ้งว่าพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดบริเวณบ้านคลองปูนหมู่ 8 ตำบลสระขวัญอำเภอเมืองจังหวัดสระแก้ว ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดสระแก้ว เข้าตรวจสอบ พบเป็นระเบิดขว้างสังหารบุคคล แบบ M 67 ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา นำมาดัดแปลงใช้ ใหม่ สภาพเก่า มีสนิมจับเต็มลำตัว สามารถเก็บกู้และทำลายเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ปลอดภัย เสร็จสิ้นภารกิจ

ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 เม.ย. นายราเยส ราย รักษาราชการแทนนายอำเภอเมืองสระแก้ว และนายบุรินทร์ ล่วงเขต ปลัดอำเภอเมืองสระแก้วฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (อีโอดี) กก.สส.ภ.จว.สระแก้ว เข้าตรวจสอบวัตถุคล้ายระเบิด ที่กลางสวนยูคา บ้านคลองปูน ม.8 ต.สระขวัญ อ.เมือง จ.สระแก้ว ตรวจสอบพบเป็นระเบิดชนิดขว้างสังหารบุคคล แบบ M จุด 67 ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา นำมาดัดแปลงใช้ใหม่ มีสภาพเก่า แต่ยังใช้งานได้ จึงต้องกั้นบุคคลไม่เกี่ยวข้องออกจากบริเวณ ซึ่ง จนท.EOD ได้ตรวจสอบแล้วพบว่าที่บริเวณคอชนวนขาดแล้วไม่สามารถทำการเก็บกู้ได้และถ้ามีอะไรกระทบกระเทือนก็สามารถทำงานได้ทันที จึงจำเป็นต้องทำลายวัตถุระเบิดทิ้งในที่เกิดเหตุทันที

ร้อยตำรวจเอกบุญเลิศ เรืองหิรัญ หัวหน้าหน่วยกู้ระเบิด EOD จากสืบจังหวัดสระแก้วทั้งนี้คาดว่าน่าจะเป็นของผู้ที่กลัวมีความผิด จึงนำระเบิดมาทิ้งไว้ที่กลางสวนเพื่อหลบหลีกการตรวจค้นจากเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ดี ที่มีชาวบ้านมาพบเห็นก่อนไม่งั้นอาจจะต้องมีเหตุบาดเจ็บหรือสูญเสียขึ้น ทั้งนี้ ภายหลังเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าจุดที่พบระเบิด พร้อมกันประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปจากพื้นที่เสี่ยงด้วย เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้ฯ นำอุปกรณ์พร้อมเครื่องมือเข้าตรวจสอบ พบว่าเป็นระเบิดที่ใช้ในสงครามแบบชนิดขว้างสังหารบุคคล แบบ M 67 ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา ตัวเรือนไม่มีชนวน ถ้ามีการเผาไฟหรือกระทบกระเทือนรุนแรงอาจเกิดระเบิดได้ จึงได้ทำลายในบริเวณใกล้เคียงเป็นที่เรียบร้อย


ภาพ/ข่าว ตำรวจภูธรสระแก้ว / อรอุมา อร่ามศรี / บูรพาทีวีออนไลน์ รายงาน

สงขลา – บรรยากาศคืนแรก งดออกจากเคหะสถานตั้งแต่ 4 ทุ่ม ถึงตี 4 ที่อำเภอหาดใหญ่ เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามคำสั่ง

ในส่วนของ อ.หาดใหญ่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอหาดใหญ่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบตามตลาดต่าง ๆ เช่น ตลาดหาดใหญ่ใน พบว่าในช่วงเวลา 20 นาฬิกา บรรดาร้านค้าแผงลอยริมถนนยังคงเปิดให้บริการ ตามปกติบางร้านก็มีลูกค้าเข้าไปนั่งเนื่องจากเข้าใจว่าต้องปิดตอน 22 นาฬิกา 

เจ้าหน้าที่จึงได้ชี้แจงทำความเข้าใจขอความร่วมมือเจ้าของร้านให้ปฏิบัติตามคำสั่งให้ปิดตอน 20 นาฬิกาเพื่อร่วมกันการระบาดของโควิด ซึ่งร้านค้าส่วนใหญ่เข้าใจสถานการณ์และให้ความร่วมมือและพร้อมปฏิบัติตาม

ส่วนบรรยากาศในเมืองหาดใหญ่หลังจากที่ย่างเข้าเวลา 22 นาฬิกา ปรากฏว่าตามถนนสายต่างๆในตัวเมืองหาดใหญ่เงียบเหงาลงทันที โดยเฉพาะถนนสายหลักที่เป็นสายเศรษฐกิจ ย่านบันเทิง เช่นถนนราษฎร์อุทิศ หรือเขต 8 ถนนเพชรเกษมวงเวียนน้ำพุ , ถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 , ถนนเสน่หานุสรณ์ ซึ่งเป็นถนนคนเดินย่านโรงแรมลีการ์เด้นพลาซ่า เริ่มว่างเปล่าแทบไม่มีรถวิ่งผ่านไปมา และทั้งเมืองเงียบสงบลงทันที

ชาวเมืองหาดใหญ่พร้อมให้ความร่วมมือเป็นผลมาจากพื้นที่ อ.หาดใหญ่ มียอดผู้ป่วยโควิดมากที่สุดใน จ.สงขลา จำนวน 447 คน จากผู้ป่วยทั้งหมดของ จ.สงขลา 567 คน


ภาพ/ข่าว  นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

พท.ชวนคนไทยนับหนึ่ง ลั่น “ประยุทธ์” ต้องลาออก ไม่ต้องอยู่เป็นนายกฯ อีกต่อไป

เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ.2564  ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นางสาวอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค พท.แถลงว่า พรรค พท.อยากเห็นท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลต่อการบริหารงานผิดพลาดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ทั้งนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านขีดเส้นตายการลาออกของ พล.อ.ประยุทธ์จากการล้มเหลวผิดพลาดในการบริหารงานของ ดังนั้นการลาออกของ พล.อ.ประยุทธ์จึงเป็นการแก้วิกฤตในสถานการณ์วิกฤต เพื่อให้ประเทศนับหนึ่งใหม่อีกครั้งจากที่ผ่านมาติดลบ สิ่งที่รัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์ต้องทำคือการลาออก ทั้งจากการล้มเหลวการบริหารจัดการวัคซีน เงินกู้ 1 ล้านล้านที่ใช้ไม่เกิดประโยชน์ การบริหารแบบไม่กระจายอำนาจ รวบอำนาจ สะท้อนถึงความล้มเหลว ไม่ว่าจะรวบอำนาจอีกกี่ครั้งแต่นายกฯ ยังเป็น พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ดังนั้นพล.อ.ประยุทธ์ไม่จำเป็นต้องอยู่เป็นนายกฯ อีกต่อไป 

นางสาวอรุณี กล่าวอีกว่า ส่วนที่ภาคเอกชนจะจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมนั้น แต่รัฐบาลอาจมองว่าการจัดหาวัคซีนทางเลือกเป็นการกระทำระหว่างรัฐบาต่อรัฐบาล แต่ถ้าเอกชนที่มีศักยภาพควรให้มีการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมได้ ดังนั้นอยากยืนยันว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องนับหนึ่งใหม่ ประเทศก้าวต่อไปโดย พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออก

ชลบุรี - กองเรือยุทธการ จัดอบรมศาสตร์พระราชาให้แก่พลทหารก่อนปลดประจำการในวาระเมษายนนี้ เพื่อเป็นแนวทางสู่การปฏิบัติตามเกษตรทฤษฎีใหม่แบบประยุกต์

วันที่ 27 เมษายน 64 พล.ร.อ.สุทธินันท์  สมานรักษ์ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ มอบหมายให้ น.อ.กฤษดา จิระไตรพร ผู้บังคับการกองสนับสนุน กองเรือยุทธการ จัดการอบรมพลทหารที่กำลังจะปลดประจำการในวาระเมษายน 2564 เพื่อปลูกฝังเกษตรทฤษฏีใหม่แบบประยุกต์ (โคก หนอง นา) ณ พุทธสถานกองเรือยุทธการ และทำการอบรมในภาคปฏิบัติ ณ สวนผักรัษ์สุข กองเรือยุทธการ โดยมีหัวข้อการสอน ประกอบด้วย การเตรียมดิน , เพาะกล้าดิน , ปลูกเพอร์มาคัลเจอร์ (permaculture) , การเพาะต้นกล้าผัก , การทำน้ำหมัก/จุลินทรีย์ สำหรับบำรุงพืชผักและดิน , การจัดการแมลงศัตรูพืช

เพื่อส่งเสริมให้พลทหารที่ปลดไป ให้มีความรู้ในการปลูกผักปลอดภัย มีคุณภาพได้มาตรฐานเพื่อบริโภค อันเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน หากเหลือจากการบริโภคแล้ว สามารถจำหน่ายเป็นรายได้เสริมอีกด้วย น้อมนำแนวทางที่ได้ต่อยอดจากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  ซึ่งในช่วงโควิดระบาดแบบนี้ เสบียงอาหารเป็นเรื่องสำคัญ เราทุกคนต่างก็ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาที่มีการปรับสูงขึ้น การปิดตัวหรืองดการจำหน่ายของแหล่งขายอาหารในภาวะต่าง ๆ ทำให้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก การมีวัตถุดิบที่หลากหลายเก็บไว้ในบ้าน หรือหน่วยงาน เพื่อทำอาหารกินเองนั้น ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

โดยนอกจากเนื้อสัตว์ และเครื่องเทศแล้ว สิ่งที่เราควรมีติดบ้านไว้ก็คือ “ผักสวนครัวที่ปลูกเอง” เพราะถ้าเราปลูกไว้ได้มากพอ นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในเรื่องอาหารการกินได้แล้ว เรายังได้งานอดิเรกใหม่เพิ่มขึ้นด้วย การปลูกผักกินเองนั้น คือ ความมั่นคงทางอาหารที่เราสร้างได้ แม้จะเป็นการเริ่มต้นจากสิ่งเล็กน้อย เช่น การปลูกพริก ผักบุ้ง คะน้า ตำลึง แต่เมื่อยิ่งปลูกก็จะยิ่งงอกงาม ช่วยประหยัดค่าอาหารได้ตลอดทั้งปี เมล็ดที่ได้มาจากพืชที่ปลูกก็สามารถหมุนเวียนปลูกต่อหรือแบ่งปันต่อได้ เศษผักบางชนิดอย่างเช่น หอม กระเทียม  แครอท สัปปะรด ก้านผักกาด ผักสลัด ก็สามารถปักลงดินและเติบโตต่อได้เช่นกัน โดยไม่มีสิ่งเหลือทิ้ง เศษอาหารก็กลับมานำเป็นปุ๋ยใช้ต่อได้ เป็นการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร

ในการนี้ คุณสุนันท์ สมานรักษ์ ประธานชมรมภริยากองเรือยุทธการ ได้นำคณะภริยาสมาชิกในชมรม ร่วมศึกษาดูงานในการเรียนการสอน การเตรียมดินเพาะกล้า และการทำน้ำหมัก/จุลินทรีย์ ณ สวนผักรักษ์สุข กองเรือยุทธการ เพื่อจะได้นำมาเผยแพร่ให้กำลังพลในกองเรือยุทธการนำมาประยุกต์ใช้ในครอบครัวต่อไป


ภาพ/ข่าว  สมนึก เชื้อสนุก

"ปารีณา" ซัด รมต.นินทา "บิ๊กตู่" นิสัยผู้หญิง ตะเพิด ไม่พอใจก็ลาออกไป ยัน สัมพันธ์พรรคร่วมยังปึ้ก แม้วิจารณ์ "บิ๊กตู่" จัดการโควิดห่วย 

วันที่ 29 เมษายน 2564 ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพปชร. กล่าวกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลโจมตีการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และพรรคพปชร. ว่า ความสัมพันธ์ของพรรคร่วมยังดี การออกมาแสดงความเห็นของสมาชิก เป็นสิทธิเสรีภาพ แต่ในภาวะที่รัฐบาลต้องต่อสู้กับโควิด-19 ไม่ใช่เวลาที่จะมาทะเลาะกัน ควรร่วมมือแก้ปัญหา เรื่องนี้คล้ายผัวเมียทะเลาะกัน ลิ้นกับฟัน พ่อกับลูก ที่อาจกระทบกันบ้างแต่ก็ไม่มีอะไร แม้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะบอกว่าไม่มีอะไรแต่ลูกพรรคก็ยังโจมตีไม่หยุด ถ้าอยากแสดงออกก็ควรเสนอเเนวทางแก้ปัญหาดีกว่าการแสดงออกที่ไม่สร้างสรรค์ 

นางสาวปารีณา กล่าวว่า ที่หลายฝ่ายมองว่าเมื่อสถานการณ์โควิด-19 แย่ลง พรรคร่วมเริ่มที่จะตีตัวออกห่างและมีโอกาสจะถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาล ยืนยันว่าความสัมพันธ์ยังแน่นแฟ้นกับนายกฯจึงเป็นไปไม่ได้ที่ประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยจะถอนตัว และให้เพื่อไทยเข้ามาแทนที่ ส่วนที่ครม.โอนอำนาจให้นายกฯสั่งการเรื่องวัคซีน เป็นเรื่องที่ดีและจำเป็นเพราะจะทำให้การบริหารจัดการแก้ไขปัญหารวดเร็วและง่ายขึ้น โดยไม่ต้องมารอ

“คนที่วิจารณ์ก็วิจารณ์ไปเรื่อยคนทำงานก็เหนื่อยกันไป ทางที่ดีมาช่วยกันดีกว่า ใครมีอะไรก็เเนะนำมาทั้งฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาล แต่ไม่ควรจะทำให้เกิดบรรยาการแบบนี้ “

เมื่อถามว่ากรณีมีรัฐมนตรีบางคนแอบนินทานายกรัฐมนตรี น.ส.ปารีณา กล่าวว่า การนินทานั้น เป็นเรื่องของผู้หญิง ดังนั้นคนที่นินทาก็มีนิสัยของผู้หญิง ก็อยากจะรู้ว่าเป็นใคร ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีอยู่แล้ว  คิดว่าถ้าไม่พอใจก็ควรจะลาออกไปเลย 

'สรยุทธ' ได้โพสต์ความในใจผ่านเฟซบุ๊กโดยบอกเล่าความรู้สึกตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรือนจำจนกระทั่งได้รับการพักโทษและมีโอกาสกลับมานั่งอ่านข่าวอีกครั้งว่า...

หลังจากได้ปล่อยทีเซอร์เตรียมคัมแบ็คในเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 อีกครั้งของ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ไปก่อนหน้า

ล่าสุด สรยุทธ ได้โพสต์ความในใจผ่านเฟซบุ๊กโดยบอกเล่าความรู้สึกตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรือนจำจนกระทั่งได้รับการพักโทษและมีโอกาสกลับมานั่งอ่านข่าวอีกครั้งว่า...

วันที่ผมถูกจำคุก รับโทษตามคำพิพากษา

ผมนึกถึงประโยค อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้

พูดง่าย แต่ทำยากเหลือเกิน โดยเฉพาะทำใจ

ผมพยายามมองในแง่ดีว่า อย่างน้อยมันก็จบเสียที

วันหนึ่งผมจะได้เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่

ในคุก ผมพยายามใช้เวลาให้เป็นประโยชน์

ทั้งกับเรือนจำ ทั้งกับเพื่อน ๆ ผู้ต้องขัง

แม้กระทั่งกับตัวผมเองเพื่อให้เวลามันผ่านไปได้

ในคุกไม่เคยมีความสุข

ขอแค่ทุกข์พอประมาณก็ดีถมไปแล้ว

ผมได้รับมอบหมายให้ทำ “เรื่องเล่าชาวเรือนจำ”

ให้ความรู้เรื่องโควิด-19 เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกจนนำไปสู่เหตุวุ่นวาย

ผมเสนอทำรายการ “กำลังใจสู่ชาวเรือนจำ”

เพราะผมอยากเห็นเพื่อน ๆ มีกำลังใจ รอวันเวลาออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่และไม่หวนกลับไปทำผิดซ้ำอีก

แน่นอน ผมต้องให้กำลังใจตัวเองด้วยให้อดทน

ก้มหน้ารับโทษตามคำพิพากษา

กระทั่งผมได้รับการพักการลงโทษตามกฎเกณฑ์

ได้ออกมาใช้ชีวิตในโลกภายนอกอีกครั้ง

ผมดีใจที่แฟนข่าวไม่ลืมกัน

โลกเปลี่ยนไปมาก สังคมข่าวสารก็เปลี่ยนไปเยอะ

งานข่าวคืออย่างเดียวที่ผมทำเป็นและการทำงานคือชีวิตของผม

ผมต้องหยุดใช้ชีวิตของผมมานาน ตั้งแต่วันที่ศาลชั้นต้นพิพากษา

ทุกวันตื่นขึ้นมาแล้วไม่ได้ไปใช้ชีวิตอย่างที่เคยเป็น

ทุกข์ที่สุดจริง ๆ ครับ

วันที่ผมได้รับการพักการลงโทษ ผมได้รู้ในสิ่งที่ผมเองคาดไม่ถึงจากช่องทางการสื่อสารในโลกยุคใหม่

ทุกคนแสดงออกได้ บอกความรู้สึกได้

ผมได้รู้ว่ามีแฟนข่าวรอคอยการกลับมา

กลับมาทำหน้าที่หน้าจออีกครั้ง

หลายคนรับผมเป็นคนในครอบครัวจริง ๆ

หลายคนบอกว่าดูผมตั้งแต่ยังเป็นเด็กจนเรียนจบ ทำงานทำการ มีลูกมีเต้า

คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายมากมายที่ลูก ๆ หลาน ๆ ออกมาบอกว่าท่านรออยู่นะ

วันแรกที่ผมเดินเข้าคุก ผมไม่ได้ร้องไห้

แต่วันแรกที่ผมได้พักการลงโทษ ผมกลับบ้านไปร้องไห้

ผมได้อ่านข้อความต่าง ๆ เสมือนได้พบครอบครัวใหญ่ของผม

เสมือนญาติ ๆ สนิทของผม พากันมารับผมออกจากเรือนจำ

หลายคนบอกน้ำตาไหล และผมก็น้ำตาไหล

พวกเขาน่าจะอยากให้ผมได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ กลับไปทำหน้าที่พูดคุยกับพวกเขาทุกเช้า

พวกเขาอยากให้ผมกลับไปทำรายการ เป็นคนมานั่งบอกเล่าข่าวให้ฟังทุก ๆ วัน

บางวันฟังแล้วเขาอาจจะชอบใจ บางวันอาจจะไม่ชอบใจ เหมือนที่เคยเป็นมา

เป็นเพื่อน เป็นพี่เป็นน้อง เป็นลูกเป็นหลาน เป็นลุงเป็นอา ยามที่เขาทำกิจวัตรตอนเช้า

หรือแม้แต่เป็นนาฬิกาปลุก

ไม่มีใครรู้ว่ารายการที่ผมกลับมาทำจะประสบความสำเร็จหรือไม่?

โลกเปลี่ยนไป สังคมเปลี่ยนไป

แต่ผมเชื่อของผมว่า ครอบครัวข่าวของผม แฟนข่าวของผม ยังอยากพบอยากเจอกัน

ความผูกพันที่เกิดขึ้นจากความจริงใจต่อกันมายาวนาน

วันนี้ ผมอยากจะกลับมาทักทาย พูดคุย เล่าเรื่อง

อยากจะร่วมทุกข์ร่วมสุขอย่างที่เคยเป็นมา

ขอบคุณที่ติดตามเป็นกำลังใจให้เสมอมาครับ


ที่มา: https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=3980372595383814&id=1263483477072753

ตะโกนก้อง “แรมโบ้” ยัน “บิ๊กตู่” ไม่ควรลาออก “โว” ยังไม่เห็นจะมาแทนได้ ขอฝ่ายค้านย้อนดูตัวเองบ้างเรียกร้องให้คนอื่นลาออก เพราะอยากกลับมาเป็นรัฐบาลตัวสั่น

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2564 นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงพรรคร่วมฝ่ายค้านออกแถลงการณ์ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลาออก เพราะแก้โควิด-19 ล้มเหลว ว่า นายกรัฐมนตรีไม่ควรลาออกในเวลานี้ที่บ้านเมืองเกิดสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ผ่านมาได้แก้ไขปัญหาได้ดีอยู่แล้ว แม้จะเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่ทั้ง นายกฯ รัฐบาล บุคลากรทางการแพทย์ ไม่เคยย่อท้อทำงานอย่างหนัก และหากนายกรัฐมนตรีลาออกตอนนี้ก็มองไม่เห็นว่าจะมีใครเข้ามาแก้ไขปัญหาได้

ในส่วนของการบริหารจัดการวัคซีนนั้นมั่นใจว่าตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ที่จะเปิดให้ประชาชนได้ลงทะเบียนฉีดวัคซีน กระบวนการต่างๆจะเดินหน้าและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ทั้งนี้จากการหารือแนวทางความร่วมมือการจัดหาวัคซีนร่วมกับภาคเอกชน ได้จัดตั้ง 4 ทีมขึ้นมาบริหารจัดการ เพื่อเร่งจัดหาและกระจายวัคซีนให้เข้าถึงประชาชนกว่า 50 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 70 ของจำนวนประชากรในประเทศ ภายในปี 2564 โดยมีทีมกระจายวัคซีน  ทีมประชาสัมพันธ์ ทีมอำนวยความสะดวก ทีมจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม ขณะที่การให้ความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจฝ่ายค้านก็ต้องยอมรับว่าต่างประเทศก็ประสบปัญหาเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรี ก็ช่วยเหลือประชาชน โดยมีมาตรการออกมาอย่างต่อเนื่อง

นายเสกสกล กล่าวว่า ยืนยันว่านายกรัฐมนตรี ไม่เคยสนับสนุนพวกพ้อง ทำลายผู้ที่เห็นต่างนั้น ตามที่ฝ่ายค้านกล่าวหาซึ่งหากฝ่ายค้านจะถามหาความเป็นหนึ่งเดียวของคนทั้งประเทศก็ต้องถามหาจากฝ่ายค้านมากกว่า เพราะที่ผ่านมาจ้องที่จะทำลายความรัก ความสามัคคีของคนในประเทศ ไม่เคยให้ความร่วมมือ หรือแม้แต่ให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตาม หากฝ่ายค้านจะยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ไต่สวนก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ แน่ไม่อยากให้ฝ่ายค้านเล่นการเมืองมากเกินไปในขณะที่ประเทศกำลังเกิดวิกฤต เชื่อประชาชนไม่เอา ย้อนดูตัวเองด้วยว่าได้ทำอะไรไปบ้างหากเทียบกับนายกรัฐมนตรี

"เป็นฝ่ายค้านนานหลายปี คงอยากกลับมามีอำนาจมากกว่า คงอยากเป็นรัฐบาลเป็นรัฐมนตรีจนตัวสั่น หรือเพราะว่าไปรับธงมาจากคนแดนไกลสั่งการมา คนประเภทนี้ ผมเคยสัมผัสมารู้ทางว่า คิดอะไรอยู่ อีกไม่ถึง 2 ปีคงอดทนไม่ไหว อดอยากปากแห้งหรือเปล่า อดีตตอนเป็นรัฐบาลก็มีแต่ข่าวเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่กลัวประชาชนลุกฮือขึ้นมาไล่อีกรอบ เหมือนตอนอดีตนายกฯ นายทักษิณ นายสมชาย นางสาวยิ่งลักษณ์ จำไม่ได้หรือไง ฝ่ายค้านทุกวันนี้น่าเบื่อหน่าย ชอบทำตามใบสั่ง ไม่สงสารประเทศชาติ  ขอร้องอย่าเอาผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก หัดคิดถึงผลประโยชน์ประชาชนบ้าง

หรือว่า อยากให้คนโกงบ้านโกงเมืองกลับมามีอำนาจอีกครั้ง บ้านเมืองจะได้ฉิบหายเหมือนในอดีต สมองคนเหล่านี้ไม่มีคุณค่าอะไรเลย แก่เกินแกง แก่เพราะอยู่นานจริงๆ ควรหยุดเล่นการเมืองในภาวะวิกฤตความเดือดประชาชนได้แล้ว" นายเสกสกลกล่าว

ลพบุรี – ทหารปืนใหญ่ค่ายภูมิพล บริจาคโลหิตสำรองให้โรงพยาบาล ในสถานการณ์โควิด-19

ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายภูมิพล นำกำลังพล ร่วม บริจาคโลหิต ตามโครงการ กองทัพบกบริจาคโลหิต เพื่อชาติ เพื่อเป็นโลหิตสำรองให้กับโรงพยาบาล ซึ่งอยู่ในภาวะขาดแคลนโลหิตในการดูแลผู้ป่วย จากวิกฤต COVID 19 ระลอกใหม่

พลตรี ทวนชัย นัดนะรา ผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ นำกำลังพล จากหน่วยขึ้นตรงในพื้นที่ ค่ายภูมิพล ฯ ที่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เข้าข่ายที่เป็นผู้มีความเสี่ยงติดเชื้อไวรัส COVID19 ประกอบด้วย กองพันทหารปืนใหญ่ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จำนวน 25 นาย  กองพันบริการ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จำนวน 50 นาย  โรงเรียนทหารปืนใหญ่ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จำนวน 25 นาย รวม 100 นาย เข้าร่วมบริจาคโลหิต ตามโครงการ   ทบ.บริจาคโลหิต เพื่อชาติ  ซึ่งอยู่ในภาวะขาดแคลนโลหิตสำรองไม่เพียงพอต่อการนำที่ใช่ในการช่วยเหลือรักษาผู้ป่วย ในห้วงสถานการณ์การระบาด Covid 19 ระลอกใหม่ เมษายน 2564 ณ สโมสรนายทหารปืนใหญ่ ค่ายภูมิพล ต.เขาพระงาม อ.เมือง จ.ลพบุรี

โดยมีเจ้าหน้าที่ ทีมแพทย์ พยาบาล จากสำนักงานภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 2 จังหวัดลพบุรี และ ทีมแพทย์หมอทหาร จากหน่วยตรวจโรคศูนย์การทหารปืนใหญ่ มาคอยอำนวยความสะดวกในการตรวจคักกรองกำลังพล ที่เดินทางมาบริจาคโลหิตในครั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการคัดกรองและเฝ้าระวังการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัส COVID 19 ในสถานที่รับบริจาคอย่างเคร่งคัด ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด โดยมีการตรวจคัดกรองซักประวัติผู้เข้าร่วมบริจาคโลหิต มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย พร้อมกำหนดการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลที่มารอบริจาคโลหิต “Social Distancing” เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริจาคโลหิตทุกคน ตลอดจนเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันการถ่ายทอดโรคติดเชื้อ COVID19 ทางโลหิต

โดยได้โลหิตรวมทั้งสิ้น 49 ยูนิต รวม 19,600 ซีซี โดยโลหิตที่ได้จะถูกนำไปใช้เป็นโลหิตสำรอง สำหรับใช้ดูแลรักษาผู้ป่วย ในโรงพยาลต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี และจังหวัดใกล้เคียง ในพื้นที่รับผิดชอบ รวม 8 จังหวัด ของสำนักงานภาคบริการโลหิตแห่งชาติ ที่ 2 ในโอกาสต่อไป ทั้งนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่ง ในการร่วมแก้ปัญหาภาวะโลหิต ขาดแคลน จากสถานการณ์ การแพร่ ระบาดของเชื้อไวรัส COVID 19 รอบใหม่ เมษายน 2564 ตามนโยบายของกองทัพบก


ภาพ/ข่าว  กฤษณ์ สนใจ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top