Saturday, 13 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

‘ดร.เฉลิมชัย’ พร้อมร่วมเจรจา CPTPP ย้ำจุดยืนชัดเจน!! เกษตรกรต้องไม่เสียเปรียบ ยึดผลประโยชน์เกษตรกรต้องมาก่อน

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงประเด็นการเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ CPTPP ของประเทศไทย ว่า ในส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความพร้อมในการร่วมเจรจาความตกลง CPTPP ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาล และทุกฝ่ายทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคประชาสังคม ได้ศึกษาในรายละเอียด ประเด็นผลดี ผลเสีย และความพร้อมของไทยมาโดยตลอด โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอยืนยันว่า ภาคเกษตรไทยต้องไม่เสียเปรียบ โดยกรอบการเจรจาจะยึดผลประโยชน์เกษตรกรเป็นหลักถ้าหากประเทศไทยตัดสินใจเข้าร่วม CPTPP ในครั้งนี้

สำหรับการจัดทำกรอบการเจรจาเพื่อรับพันธกรณีความตกลง CPTPP ในส่วนของผลต่อภาคการเกษตร มี 2 ประเด็นหลักสำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะต้องคำนึงถึง คือ ด้านพันธุ์พืช และด้านการค้าสินค้าให้กับประเทศไทย ซึ่ง ด้านพันธุ์พืช เงื่อนไขการเข้าร่วมความตกลง CPTPP กำหนดให้ประเทศที่เข้าร่วมจะต้องปฏิบัติตามอนุสัญญา UPOV1991 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ให้การคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ทำให้หลายฝ่ายกังวลในประเด็นต่างๆ อาทิ เกษตรกรไม่สามารถเก็บส่วนขยายพันธุ์พืชไว้ปลูกต่อได้ และเมล็ดพันธุ์พืชของไทยถูกผูกขาดทางการค้า ซึ่งประเด็นดังกล่าว ไทยจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการปรับตัวหลายปี ทั้งการทำความเข้าใจสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน เกษตรกร และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง 

การเตรียมความพร้อมภาคการเกษตร ทั้งด้านความต้องการใช้พันธุ์พืชของเกษตรกร การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการผลิตพันธุ์และการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์พืชให้เกษตรกร การจัดทำฐานข้อมูลทรัพยากรพันธุกรรมพืชของประเทศ เพื่อรวบรวมลักษณะประจำพันธุ์ของพันธุ์พื้นเมือง สำหรับใช้อ้างอิงป้องกันไม่ให้มีการนำพันธุ์พื้นเมืองหรือพันธุ์ท้องถิ่นไปจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ ตลอดจนการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 

โดยจะต้องหารือกับทุกภาคส่วนพิจารณากำหนดเงื่อนไขให้เกษตรกรรายย่อย สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์พืชไว้ปลูกต่อได้ตามวิถีดั้งเดิมของเกษตรกร และอยู่ภายใต้ความเหมาะสมของบริบทประเทศไทย ซึ่งทั้งหมดนี้ จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการเตรียมการ ดังนั้น การเจรจาในประเด็นด้านพันธุ์พืช กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดประเด็นที่จะเจรจาขอสงวนสิทธิ์ไว้หรือขอเว้นการปฏิบัติเพื่อรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรเป็นสำคัญ หรือเจรจาขอระยะเวลาในการปรับตัว  เพื่อเตรียมความพร้อม เป็นระยะเวลาประมาณ 10 ปี ถึงจะพร้อมปฏิบัติตามสัตยาบันอนุสัญญา UPOV1991

ด้านการค้าสินค้า เนื่องด้วยสมาชิก CPTPP มีการยกเลิกหรือลดภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกันในระดับที่สูงมากถึงร้อยละ 95 – 100 ซึ่งแน่นอนว่า จะส่งผลกระทบต่อสินค้าเกษตรของไทยที่มีศักยภาพแข่งขันน้อย เช่น กลุ่มสินค้าปศุสัตว์และสินค้าประมงบางรายการ จึงจำเป็นต้องมีระยะเวลาเพื่อเตรียมความพร้อมและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย 

โดยจะเห็นได้ว่าประเทศสมาชิกเดิมอย่างญี่ปุ่นและเวียดนาม ขอใช้ระยะเวลาในการลดภาษีนานถึง 21 ปี นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลเรื่องการยกเว้นการใช้มาตรการปกป้องพิเศษ หรือ Special Safeguard (SSG) กับประเทศสมาชิก CPTPP แต่ประเทศไทย เราได้ใช้มาตรการ SSG ซึ่งผูกพันไว้กับองค์การการค้าโลก (WTO) สำหรับสินค้าเกษตร 23 รายการเพื่อรองรับผลกระทบในกรณีที่มีปริมาณการนำเข้าสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้นผิดปกติหรือราคานำเข้าที่ลดต่ำลงอย่างผิดปกติ 

จะเห็นได้จากปี 2563 และ 2564 ไทยได้ใช้ประโยชน์จากมาตรการ SSG กับสินค้ามะพร้าวเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งเมื่อมีการนำเข้าเกินกว่าระดับปริมาณนำเข้าที่กำหนด ก็จะมีการจัดเก็บภาษีนำเข้าในอัตราที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น การเจรจาในประเด็นด้านการค้า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องขอสงวนการบังคับใช้มาตรการ SSG ของไทยสำหรับสินค้าเกษตรทั้ง 23 รายการไว้ตามเดิม

ครูไทยหัวใจต้องแกร่ง! ไขข้อข้องใจ​ทำไมการศึกษาไทยไปไม่ถึงไหน | MEET THE STATES TIMES EP.39

????‘เกิดเป็นครูไทย...หัวใจต้องแกร่ง! ไขข้อข้องใจ​ ทำไมการศึกษาไทยไปไม่ถึงไหน?'
????เปิดปมการศึกษาไทย...ทำไมนับวันยิ่งถอยหลังลงคลอง!!?  มาหาคำตอบไปพร้อมกัน!!

ในรายการ MEET THE STATES TIMES

ดำเนินรายการโดย หยก THE STATES TIMES

‘มก.- อปท.’ ร่วมลงนามความร่วมมือพัฒนาบุคลากรส่วนท้องถิ่น

​มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ 5 ปี กับ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดทำและพัฒนาหลักสูตรสำหรับใช้ในการจัดฝึกอบรมพัฒนาข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น และบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตำแหน่งต่าง ๆ รวมถึงข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ให้มีความรู้ ทักษะสมรรถนะที่เหมาะสมกับตำแหน่งและมีความเป็นมืออาชีพในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นที่ยอมรับเชื่อถือศรัทธาแก่ประชาชน

19 พฤศจิกายน 2564 เวลา 13.00 น. - 15.00 น. ณ ห้องกำพล อดุลย์วิทย์ ชั้น 2 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ กับ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดย นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเป็นผู้ร่วมลงนาม โดยมี ดร.อัศวิน โชติพนัง ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม รศ.สุวิสา พัฒนเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม นาศศิน พัฒนภิรมย์ ผู้อํานวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

ดร.ยุพวัลย์ ทองใบอ่อน รองผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม ร่วมในงานครั้งนี้ด้วย เพื่อความร่วมมือด้านการศึกษาวิจัย จัดทำ และพัฒนาหลักสูตรสำหรับการฝึกอบรมข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่นทุกตำแหน่ง การพัฒนาหลักสูตรเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาสมรรถนะการปฏิบัติงานด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสำหรับบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 

รวมถึงข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และความร่วมมือด้านการจัดโครงการฝึกอบรม สัมมนา หรือกิจกรรมพัฒนาความรู้ ทักษะและสมรรถนะในการบริหารงานและการปฏิบัติงานให้กับข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น บุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำแหน่งต่าง ๆ รวมถึงข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยมีระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น ได้ให้ความไว้วางใจร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เนื่องจากเป็นสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสี่ยง มีความเชี่ยวชาญ มีผลงานทางวิชาการและผลงานวิจัยเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป และมีประสบการณ์ในการดำเนินงานทางวิชาการ ทั้งนี้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้มอบหมายให้สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักด้านวิชาการ การจัดทำโครงการและงบประมาณ รวมทั้งบริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่าง ๆ โดยมีสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นผู้ให้คำปรึกษาแนะนำและพิจารณากลั่นกรองร่วมด้วยทุกโครงการ

​ในส่วนของความร่วมมือในการจัดหลักสูตรการฝึกอบรมนั้น เป็นหลักสูตรภาคบังคับของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น 

แบ่งเป็น ประเภทอำนวยการท้องถิ่น ได้แก่ หลักสูตรนักบริหารงานการเกษตร ประเภทวิชาการ ได้แก่ หลักสูตรนักวิชาการเกษตร หลักสูตรนักวิชาการประมง หลักสูตรนักวิชาการสวนสาธารณะ หลักสูตรนักวิชาการสิ่งแวดล้อมหลักสูตรนักวิชาการสุขาภิบาล หลักสูตรนายสัตวแพทย์ 

ตำนานบทใหม่ ‘จีน 3.0’ !! “มติครั้งประวัติศาสตร์” ส่ง ‘สี จิ้นผิง’ นั่งแท่นปกครองจีนตลอดกาล?! | Knowledge Times EP.37

???? รอบรู้แบบรู้ลึก ในรายการ ‘Knowledge Times’
???? ตำนานบทใหม่ ‘จีน 3.0’ !! “มติครั้งประวัติศาสตร์” ส่ง ‘สี จิ้นผิง’ นั่งแท่นปกครองจีนตลอดกาล?! 

การประชุมใหญ่แบบเต็มคณะครั้งที่ 6 ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนจบลงแล้ว! ซึ่งก็เป็นไปตามคาดการณ์ เมื่อที่ประชุมมีการรับรอง “มติประวัติศาสตร์” คือ การยกย่องให้ประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” เป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ปูทางให้ครองอำนาจต่อสมัยที่ 3 รวม 15 ปี หรืออาจจะนานกว่านั้น…หลังจากก่อนหน้านี้จีนได้แก้กฎหมายที่จำกัดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีที่ 2 สมัย เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา

ผู้สังเกตการณ์บางคนมองว่า “มติประวัติศาสตร์” เป็นความพยายามเสริมสร้างสถานะของ “สีจิ้นผิง” ให้เทียบเท่า “เหมาเจ๋อตง” ผู้ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน และ “เติ้งเสี่ยวผิง” ผู้สืบทอดอำนาจทางการเมืองต่อจากประธานเหมา และเป็นผู้ที่เปิดประเทศจีน

เพราะในอดีตมีการผ่านมติลักษณะดังกล่าวเพียง 2 ครั้งเท่านั้น คือในยุคของประธาน “เหมาเจ๋อตง” และครั้งที่ 2 คือ “เติ้งเสี่ยวผิง” นักวิเคราะห์การเมืองกล่าวว่า นัยสำคัญของ “มติประวัติศาสตร์” คือการใช้เป็นเครื่องมือ หรือช่องทางแก้ไขความผิดพลาดในอดีต และเป็นหมุดหมายในการปรับทิศทางสังคมครั้งใหญ่

ย้อนไปเมื่อครั้งแรกที่ประกาศในที่ประชุมใหญ่พรรคเมื่อปี 1945 “มติประวัติศาสตร์ ครั้งที่ 1” ช่วยให้ “เหมาเจ๋อตง” รวบรวมความเป็นผู้นำเพื่อให้มีอำนาจเต็มที่ ก่อนการประกาศสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 1949 ส่วน “มติประวัติศาสตร์ ครั้งที่ 2” เกิดขึ้นเมื่อปี 1981 หลังเติ้งเสี่ยวผิงขึ้นสู่อำนาจได้ 2 ปี ในคราวนั้นได้พยายามชำระประวัติศาสตร์ด้วยการวิจารณ์ความผิดพลาดนโยบายก้าวกระโดดครั้งใหญ่ ของ “เหมาเจ๋อตง” ที่ทำให้ประชาชนอดอยากและล้มตายเป็นจำนวนมาก   

ด้าน BBC รายงานบทวิเคราะห์ของ “อดัม นี” บรรณาธิการ China Neican ว่า “สีจิ้นผิง” กำลังทำตัวเองให้เหมือนเป็นฮีโร่ในมหากาพย์เส้นทางการเดินทางของประเทศ ด้วยการผลักดันผ่านมติประวัติศาสตร์ ซึ่งจะช่วยให้เขาเข้าไปอยู่เป็นศูนย์กลางเรื่องเล่าอันยิ่งใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์และจีนสมัยใหม่

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนวิเคราะห์ว่า “มติประวัติศาสตร์” นี้ เป็นสัญญาณว่าจีนอาจย้อนกลับไปสู่ ‘ลัทธิบูชาบุคคล' หลัง “สีจิ้นผิง” เดินหน้ากระชับอำนาจมานานหลายปี เพราะจีนมีบทเรียนที่เคยพาประเทศไปสู่โศกนาฏกรรมมาแล้วในอดีต ย้อนไปสมัย “เหมาเจ๋อตง” ผู้นำคนแรกที่นำแนวคิด “มาร์กซิส” มาใช้ ส่งผลให้ในทศวรรษถัดมา จีนเผชิญกับ ‘ทุพภิกขภัย’ ครั้งใหญ่ และมีผู้เสียชีวิตจากความอดอยากมากถึง 30 ล้านคน!! 

ความสุดโต่งของนโยบายนี้เอง จึงทำให้ “เติ้งเสี่ยวผิง” ผู้นำคนถัดมา ได้เปลี่ยนรูปแบบการบริหาร ป้องกันการรวมอำนาจปกครองไว้ที่ผู้นำเพียงคนเดียว ด้วยการให้คณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์สูงสุดจำนวน 7 คน เพื่อคานอำนาจผู้นำพรรค

อย่างไรก็ตาม ข้ามเวลามาใน ปี 2018 สภาประชาชนแห่งชาติจีน กลับลงมติรับรองให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเลิกบทบัญญัติที่จำกัดจำนวนวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไม่เกิน 2 สมัย เพื่อเปิดทางให้ “สีจิ้นผิง” ครองอำนาจในฐานะประมุขของประเทศไปตลอดชีวิต หรือจนกว่าจะสละตำแหน่ง ส่งผลให้ในปัจจุบัน “สี จิ้นผิง” คือ ผู้นำจีนที่ทรงอำนาจที่สุดนับตั้งแต่ยุคเหมาเจ๋อตง และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่จีนก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจของโลก ซึ่งมาไกลเกินกว่าที่คนรุ่นก่อนจะคาดคิด

ขณะที่ “ดร.ชง จา เอียน” จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวว่า จีนยืนอยู่ในจุดที่สามารถมองย้อนกลับไปเห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การทหาร และการได้รับการยอมรับสถานะในฐานะชาติมหาอำนาจของโลก โดยที่พรรคคอมมิวนิสต์จีน และบรรดาผู้นำต่างอยู่ในอำนาจโดยที่ไม่มีฝ่ายค้านในประเทศ "อาจพูดได้ว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนในยุค สี จิ้นผิง ได้ก้าวมาถึงจุดสูงสุดของความสำเร็จสำหรับตัวพรรคและสำหรับประเทศจีน"

ถึงอย่างนั้นแล้ว การเมืองเป็นเรื่องที่อาจพลิกผันได้ และแม้จะมีหลักฐานมากมายว่า “สี จิ้นผิง” ได้กุมอำนาจไว้อย่างเหนียวแน่น แต่ในขณะเดียวกัน “อดัม นี” ก็กล่าวทิ้งท้ายไว้อีกด้วยว่า “แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ในอนาคต การเมืองระดับชนชั้นนำของจีนเต็มไปด้วยความลับ และมีเรื่องราวอีกมากที่เรายังไม่รู้" 

ส่วนความท้าทายใหญ่ที่สุดในการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 3 กำลังเผชิญกับศึกใหญ่ทั้ง 2 ทาง คือการแข่งขันกับชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ สงครามการค้าและเทคโนโลยี บวกกับบรรยากาศทางการเมืองระหว่างประเทศที่ไม่เป็นมิตร รวมทั้งกรณีไต้หวันและทะเลจีนใต้ 

และการเผชิญกับภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ด้วยโครงสร้างประชากรสูงอายุ และความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนโมเดลเศรษฐกิจ แม้ว่า “สีจิ้นผิง” มองว่าความท้าทายเหล่านี้จำเป็นต้องมีผู้นำที่แข็งแกร่ง... แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นความเสี่ยงมหาศาลที่ต้องพิสูจน์ฝีมือตัวเองเช่นกัน

ผู้ว่าฯ สุโขทัย นำประชาชนร่วมตักบาตรสะพานบุญรับรุ่งอรุณแห่งความสุข! บวงสรวงบูรพกษัตริย์ เริ่มงาน ‘ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ วิถีใหม่ ประจำปี 2564’

วันนี้ (18 พฤศจิกายน 2564) นายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วยนางกนกพร พรรณเทวี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุโขทัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน และนักท่องเที่ยว ร่วมพิธีตักบาตรสะพานบุญรับอรุณแห่งความสุข ณ บริเวณวัดตระพังทอง ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังสุโขทัย  ซึ่งถือเป็นกิจกรรมแรกในงานประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย เป็นประจำทุกปี โดยประชาชนจะร่วมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ ถือเป็นการรับรุ่งอรุณแห่งความสุขของเช้าวันใหม่ เป็นการเริ่มต้นที่ดี และจะส่งผลให้เกิดความสุขตลอดทั้งวัน รวมทั้งยังได้ซึมซับบรรยากาศ และร่องรอยของความสวยงาม ความสมบูรณ์ของอาณาจักรสุโขทัยตั้งแต่สมัยอดีต จนถึงปัจจุบัน

จากนั้น นายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ประธานพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริย์สุโขทัยทุกพระองค์ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย ประกอบด้วยจุดที่ 1 บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จุดที่ 2 บริเวณศาลพระแม่ย่า ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย และจุดที่ 3 บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย เพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นการเริ่มต้นที่ดี อันจะส่งผลให้เกิดความสุขตลอดทั้งวัน รวมทั้งได้ซึมซับบรรยากาศ และร่องรอยของประวัติศาสตร์มรดกโลกที่มีความสวยงาม และความสมบูรณ์ของอาณาจักรสุโขทัย

ส่วนกิจกรรมในวันนี้ พิธีเปิดเริ่ม 17.30 น. ขบวนกระทงใหญ่ 9 อำเภอ แห่ให้นักท่องเที่ยวชม มีนายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ประธานพิธีเปิดงาน นักท่องเที่ยวเข้าชมความงามประดับตกแต่งพื้นที่บริเวณโบราณสถานวัดมหาธาตุ ด้วยไฟ Light Up และตะคันดินเผา การประดับโคมไฟที่สว่างไสวโดยรอบบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย การจุดพลุไฟ และการแสดงลานวัฒนธรรมของชาวจังหวัดสุโขทัย ทั้งนี้เพื่อให้การจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ วิถีใหม่ ประจำปี 2564 ระหว่างวันที่ 18 - 20 พฤศจิกายน 2564 ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

 

สวนนงนุชพัทยา เปิดพื้นที่จัดงาน! “MICE Business Roadshow เส้นทาง Eastern Coastal Economic Rivera”

ในวันนี้สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) ร่วมกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้มีการจัดงาน “ MICE Business Roadshow เส้นทาง Eastern Coastal Economic Rivera ” โดยมี ว่าที่ ร.ต.เอนก นุรักษ์ รองประธานอุสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้แทนประจำภาคกลาง และภาคตะวันออก สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) , นางอำไพ ศักดานุกูลจิต สไลวินสกี้ ท่องเที่ยวและกีฬา จ.ปราจีนบุรี , นายภูริวัจน์ ลิ้มถาวรรัตน์ ผู้ช่วยประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นายขจรเดช อภิชาติตรากูล ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา เข้าร่วมประชุมงานดังกล่าวข้างต้น เพื่อนำไปจัดทำเป็น Package สำหรับการประชาสัมพันธ์

ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุม 80 ท่าน โดยแบบการจัดงานแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงที่ 1 Business Matching โดยมี Seller ประมาณ 30 หน่วยงาน 40 ท่าน และช่วงที่ 2 การเสวนา Debrief “Creative New Destination Eastem Coastal Rivera CVTE” ร่วมผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 80 ท่าน

นาย กัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุช พัทยา กล่าวต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมประชุมเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ ให้กับนักท่องเที่ยว ชาวไทย เวียดนาม กัมพูชา รวมถึงนักท่องเที่ยวชาติอื่น ๆ ที่สนใจโดยเชื่อมโยงเส้นทาง จังหวัดตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี และได้อธิบายถึงความพร้อมสวนนงนุช พัทยา นอกจากความสวยงามของสวนในฐานะที่เป็น 1 ใน 10 สวนที่สวยที่สุดในโลกและ มีสวนสวย มากกว่า 40 สวน เราได้ตระหนักถึง การดูแลสุขภาพ ซึ่งสวนนงนุชพัทยาได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก เรามีสวนเกษตร ปลูกผักอินทรีย์ เพื่อนำมาประกอบอาหาร ให้กับลูกค้า มีสวนสมุนไพร ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ สำหรับคนรักสุขภาพ มีคลินิกการแพทย์แผนไทย

 

‘สมาคมสื่อมวลชนเพื่อสังคม - พสบ.ทอ.1 และสวนอาหาร 89’ มอบอาหารแก่บุคลาการทางการแพทย์ ณ โรงพยาบาลภูมิพล

เมื่อวันที่ 18 พ.ย.64 ที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยจะดีขึ้น แต่พี่ ๆ บุคลากรทางการแพทย์ คุณหมอพยาบาล ยังคงทำงานหนัก เพราะนอกจากผู้ป่วยโควิดแล้วก็ยังมีผู้ป่วยทั่วไปเข้ารับการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่องและค่อนข้างเยอะกว่าปกติ  เพราะช่วงที่ผ่านมาหลาย ๆ คนอาจจะกังวลเพราะสถานการณ์ดังกล่าว เลยชะลอไว้ก่อน

ล่าสุดวันนี้ นายกสมาคมสื่อมวลชนเพื่อสังคม ธวัชชัย กิตติรัตนวิวัฒน์ และประธานบริษัท 88 แปซิฟิค จำกัด กล่าวว่า "คนป่วยโควิทมารักษาหายใจเหนื่อยและพอรักษาหายใจสะดวก แต่แพทย์และพยาบาลยังคงหายใจเหนื่อยไปตลอดเวลา เพื่อผู้ป่วยกี่รุ่นต่อกี่รุ่น"

พิธียิ่งใหญ่นครรังสิต!! ‘บิ๊กแจ๊ส’ ร่วมเป็นประธานในพิธี บวงสรวงวางศิลาฤกษ์อนุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 เวลา 10:00 น. ที่บริเวณมณฑลพิธีประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี เป็นประธานวางศิลาฤกษ์อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) และพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลฯ งานรำลึกเสด็จพระราชดำเนินเปิดประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ 125 ปี

โดยมี ร.ต.อ.ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต คณะผู้บริหารร่วมถึงพ่อค้าประชาชน ร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งในอนาคตสถานที่แห่งนี้จะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและสถานที่ออกกำลังกายของประชาชนชาวรังสิต

โดยพิธีพราหมณ์เริ่มบวงสรวงดวงพระวิญญาณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ประธานได้เจิมรูปหล่อจำลอง ร.5 และจุดธูปเทียนเพื่อสักการะดวงพระวิญญาณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งวางพวงมาลา หลังจากนั้น พระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต พระอารามหลวง  ประธานฝ่ายสงฆ์ เริ่มพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.5 งานรำลึกเสด็จพระราชดำเนินเปิดประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ 125 ปี ซึ่งได้พระราชทาน นามประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการรำลึกเสด็จพระราชดำเนินเปิดประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ 125 ปี

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี กล่าวว่า ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ของจังหวัดปทุมธานีที่เกิดขึ้นในพื้นที่เทศบาลนครรังสิต 125 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2439 พระองค์ท่านเคยเสด็จมาประทับที่นี่เปิดประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ทรงมีพระเมตตาใช้พระนามมาเป็นชื่อประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ถือว่าที่นี่เป็นประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ แต่ที่ผ่านมายังไม่มีอนุสาวรีย์ของพระองค์ท่านขึ้นมาให้ยิ่งใหญ่ให้สมกับที่พระองค์ท่านได้เสด็จมาทำเพื่อประชาชน  นับเป็นนิมิตรหมายที่ดี แล้วที่จะต้องเปลี่ยนแปลงสถานที่แห่งนี้

โดยต้องขอบคุณกรมชลประทานที่อนุญาตให้ใช้สถานที่นี่ดำเนินการสร้างเป็นอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.5  ต่อจากนี้ไปจะต้องมีการทำ MOU กับกรมชลประทาน เพื่อที่จะดูแลสถานที่แห่งนี้ให้สวยงานตลอดไป และเป็นที่พักผ่านของพี่น้องชาวนครรังสิต เป็นแลนด์มาร์คที่น่าภาคภูมิใจของชาวนครรังสิต วันนี้เป็นวันสำคัญของชาวปทุมธานี ฝากทางเทศบาลนครรังสิตทุก ๆ ปีควรต้องมีงานสมโภชประจำปี นำสิ่งต่าง ๆที่เคยมีกลับมา ให้เป็นสถานที่ลอยกระทง มีตลาดน้ำ รวมถึงมีการแข่งขันเรือพาย ต้องเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของชาวนครรังสิตและชาวปทุมธานีต่อไป

 

 

ทหารสตูล ลุยพื้นที่น้ำท่วม!! เร่งช่วยชาวบ้านขนของขึ้นที่สูงหนีน้ำ และนำรถแม็คโคลงขุดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ขณะมวลน้ำไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือน

วันนี้ 18 พ.ย.2564 พ.อ. เรวัตร เซ่งเข็ม ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5 / ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5 พร้อมด้วยทหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านขนของขึ้นที่สูงหนีน้ำพร้อมทั้งได้นำรถแม็คโคเร่งขุดลอกเอากิ่งไม้ และเศษขยะที่ถูกน้ำพัดพามากีดขวางทางน้ำ อยู่ที่คอสะพาน ทำให้มวลน้ำเกิดการไหลช้า และไหลล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน เนื่องจากสภาพอากาศท้องฟ้าในจังหวัดสตูล ยังมืดครึ้ม บางพื้นที่มีฝนตก

ในขณะที่มวลน้ำจากตามภูเขาที่ได้สะสมกับน้ำฝนที่ตกมาหลายวันไหลเข้าท่วมบ้านชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดสตูล ที่เป็นเส้นทางน้ำในขณะนี้ล่าสุดน้ำได้เข้าท่วมพื้นที่อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล หลายหมู่บ้าน ชาวบ้านเดือดร้อน ทางอำเภอควนโดนประเมินบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจากท้องถิ่น จำนวน 300 ครัวเรือน

 

รองโฆษก ตร. เตือน!! ‘ลอยกระทงออนไลน์’ ระวังถูกหลอกเอาข้อมูล หมายเลขบัตรปชช. ขอให้เลือกเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ

วันที่ 18 พ.ย. 2564 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น

เนื่องด้วยในวันพรุ่งนี้ (19 พ.ย. 2564) เป็นวันลอยกระทง ซึ่งปกติจะมีพี่น้องประชาชน เดินทางนำกระทงไปลอย ตามสถานที่ที่จัดงานให้มีการลอยกระทง หรือลอยตามแม่น้ำลำคลองต่าง ๆ แต่เนื่องจากในห้วงนี้มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงอาจมีพี่น้องประชาชนบางส่วนเกิดความกังวล ไม่อยากเดินทางไปในพื้นที่ที่มีคนหนาแน่น และได้มีเว็บไซต์ต่างๆ ใช้โอกาสนี้ในการจัดกิจกรรมลอยกระทงออนไลน์ โดยให้ผู้ที่มีความประสงค์จะร่วมกิจกรรมกรอกชื่อ นามสกุล ข้อมูลส่วนบุคคล และคำอธิฐานต่าง ๆ เพื่อลอยไปกับกระทงออนไลน์

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังในการกรอกข้อมูลส่วนบุคคลต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลที่มีความอ่อนไหว เช่น วันเดือนปีเกิด ชื่อนามสกุลจริง หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขบัตรประชาชน ที่อยู่ ฯลฯ และขอให้เลือกใช้บริการเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ เนื่องจากอาจมีผู้ไม่หวังดี อาศัยโอกาสนี้ในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อนำไปใช้โดยมิชอบ หรือนำไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมาย และบางเว็บไซต์อาจให้พี่น้องประชาชนกรอก บัญชี และรหัสผ่าน ของสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งบางเว็บไซต์อาจสร้างหน้าเว็บขึ้นมาเพื่อหลอกเก็บข้อมูล บัญชี และรหัสผ่าน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในภายหลัง ซึ่งจะส่งผลให้พี่น้องประชาชนได้รับความเสียหาย

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top