Friday, 4 April 2025
Special News Team

แอควา พาวเวอร์ - ปตท. - กฟผ. ร่วมลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีขับเคลื่อนไทย เดินหน้าสู่ฐานการผลิตไฮโดรเจนสีเขียว

ปตท. เดินหน้าเสริมความมั่นคงด้านพลังงานไทย ผนึก แอควา พาวเวอร์ - กฟผ. ลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีขับเคลื่อนไทย สู่ฐานการผลิตไฮโดรเจนสีเขียว ตอบรับความต้องการใช้พลังงานสะอาดของประเทศและภูมิภาคอาเซียนในอนาคต 

เมื่อเร็ว ๆ นี้ - เจ้าชายอับดุลอาซิซ บิน อับดุลอาซิซ อัล-เซาด์ (His Royal Highness Prince Abdulaziz bin Abdulaziz AL-Saud) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย (Minister of Energy of the Kingdom of Saudi Arabia) และ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อพัฒนาและลงทุนในโครงการไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง (Derivatives) เพื่อตอบสนองการใช้พลังงานสะอาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงโอกาสการส่งออกไปยังภูมิภาคใกล้เคียง ระหว่าง บริษัท แอควา พาวเวอร์ จำกัด (ACWA Power) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยมี ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยาน ณ บ้านปาร์คนายเลิศ กรุงเทพฯ

ตามที่รัฐบาลได้ประกาศคำมั่นว่าประเทศไทยจะบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2065 ประเทศไทยมีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะเป็นฐานการผลิตไฮโดรเจนสีเขียวและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อเป็นแหล่งพลังงานทางเลือกใหม่ในอนาคต ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทุกภาคส่วน รวมถึงช่วยเสริมสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนคาร์บอนตํ่า (Low-Carbon Circular Economy) ของประเทศ และเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่ท้าทายนี้ แอควา พาวเวอร์ ปตท. และ กฟผ. จึงได้ร่วมกันศึกษาโอกาสการลงทุนด้านพลังงานสะอาด เพื่อจัดตั้งโรงงานขนาดใหญ่ที่ใช้พลังงานหมุนเวียนภายในประเทศ ในการผลิตไฮโดรเจนสีเขียวและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องในประเทศไทย และมีเป้าหมายผลิตไฮโดรเจนสีเขียวในประเทศไทยประมาณ 2.25 แสนตันต่อปี หรือเทียบเท่ากรีนแอมโมเนีย 1.2 ล้านตันต่อปี ด้วยเงินลงทุนประมาณ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อตอบรับเทรนด์การใช้พลังงานสะอาดที่กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก รวมถึงตอบสนองความต้องการใช้พลังงานภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น และศึกษาโอกาสในการส่งออกไปยังประเทศในภูมิภาคอาเซียน

นายแพดดี้ ปัทมานาทาน รองประธานกรรมการ บริษัท แอควา พาวเวอร์ จำกัด เปิดเผยว่า การประกาศความร่วมมือกับ ปตท. และ กฟผ. แสดงถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของซาอุดีอาระเบีย ในการสนับสนุนพันธมิตรระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การสนับสนุนและร่วมศึกษาโอกาสการลงทุนในโครงการไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen)และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง (Derivatives) ในประเทศไทย ซึ่งมีวิสัยทัศน์ในทิศทางเดียวกับซาอุดีอาระเบีย ส่งมอบพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและพึ่งพาได้ เป็นการส่งเสริมการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับวาระด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ความร่วมมือกับ ปตท. และ กฟผ. ในครั้งนี้จะเป็นการวางรากฐานที่จำเป็น รวมทั้งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม ตลอดจนทรัพยากรและความเชี่ยวชาญระหว่างกัน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและบรรลุเป้าหมายต่อไป

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท. มุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมสร้างเสถียรภาพทางด้านพลังงานแห่งอนาคตให้กับประเทศไทย ตามวิสัยทัศน์ 'Powering Life with Future Energy and Beyond ขับเคลื่อนทุกชีวิตด้วยพลังแห่งอนาคต' ตลอดจนให้ความสำคัญต่อการสร้างความร่วมมือกับภาคีต่าง ๆ ในการผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานสะอาดเพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญระดับประเทศและระดับโลก ปตท. จึงตั้งเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 15  ภายในปี ค.ศ. 2030  บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2040 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายของประเทศ

ผบ.ตร. มอบรางวัลคลิป ฝรั่งเล่นโรลเลอร์เบลด และคลิปอื่นๆใน 'โครงการอาสาตาจราจร' รวมเงินรางวัลกว่า 60,000 บาท เร่งประชาสัมพันธ์การใช้โทรศัพท์ ขณะขับรถอย่างถูกกฎหมาย

วันนี้ (19 ต.ค. 65) เวลา 10.00 น.ณ ห้องศรียานนท์ โซนซี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., พล.ต.ท.วีระ จิรวีระ รอง จตช., พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น., พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผบก.ทล. พร้อมด้วย นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ, คุณกานดา วัฒนายิ่งสมสุข ที่ปรึกษา ฝ่ายการตลาด บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ผู้แทนสถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์  สวพ.91 และ สถานีวิทยุ จส.100 

ร่วมแถลงผลการมอบรางวัล และเกียรติบัตร โครงการอาสาตาจราจร โดยมอบรางวัลให้กับประชาชนเจ้าของคลิปที่บันทึกเหตุการณ์ฝรั่งเล่นโรลเลอร์เบลด ที่ถนนสุขุมวิท และคลิปกล้องหน้ารถอื่นๆ อีก 10 รางวัล (คลิปประจำเดือน ส.ค.2565) รวมเงินรางวัล จำนวน 60,000 บาท โดยมีบริษัท วิริยะฯ สนับสนุนเงินรางวัลในกิจกรรมดังกล่าว  

ผบ.ตร.กล่าวว่า โครงการนี้ เป็นการรณรงค์เพื่อร่วมกันสร้างจิตสำนึกในการขับรถตามกฎจราจร เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน  โดยผู้ที่พบเห็นการทำผิดกฎจราจร หรือพบเห็นอุบัติเหตุจราจรสำคัญ ให้บันทึกเหตุการณ์จากคลิปกล้องหน้ารถ หรือกล้องโทรศัพท์มือถือ แล้วส่งมาให้ในเพจตำรวจทางหลวง หรือเพจกองบังคับการตำรวจจราจร รวมถึงเพจเครือข่ายที่ร่วมโครงการ ทั้งเพจมูลนิธิเมาไม่ขับ สวพ.91 และ จส.100  

นอกจากนั้น จะขยายช่องทางการตรวจสอบคลิปที่แชร์การทำผิดกฎจราจร ใน Platform ที่หลากหลายมากขึ้น เช่น Twitter หรือ Tiktok ตัวอย่างเช่น คลิปฝรั่งเล่นโรลเลอร์เบลด ที่ถนนสุขุมวิท เมื่อวันที่ 14 ต.ค.65 ได้มาจาก TIKTOK ซึ่งประชาชนที่พบเหตุการณ์ดังกล่าว ได้บันทึกจากโทรศัพท์มือถือ โดยผู้โดยสารที่ซ้อนท้ายเป็นผู้ถ่ายคลิป และหลักฐานจากคลิปดังกล่าว สามารถเป็นข้อมูลให้ตำรวจ สน.ลุมพินี สามารถติดตามผู้กระทำผิด ซึ่งเป็นชาวต่างชาติมาดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหา “กีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร โดยวางหรือทอดทิ้งสิ่งของหรือกระทำด้วยประการอื่นใด” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 385 ปรับเป็นเงิน 1,000 บาท ซึ่งคลิปเหตุการณ์สำคัญต่างๆ เช่น คลิปที่สามารถเป็นอุทาหรณ์แสดงถึงอันตรายที่เกิดจาก ฝ่าฝืนกฎหมายจราจร หรือคลิปที่สามารถเป็นพยานหลักฐานในการติดตามผู้กระทำผิดมารับโทษ จะได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากมูลนิธิเมาไม่ขับและบริษัท วิริยะประกันภัยฯ เดือนละ 10 รางวัล โดยคลิปที่ได้ลำดับ 1 จะได้รับรางวัลสูงสุดถึง 20,000 บาท

'ชูวิทย์' สะใจ 'ศรีสุวรรณ' ถูกต่อย เหมือนได้ดูมวยคู่เด็ด แนะ!! เป็น 'นักร้อง' ก็ต้องร้องเป็นเพลงให้คนฟังเขาลื่นหูบ้าง

(19 ต.ค. 65) จากกรณีนายวีรวิชญ์ รุ่งเรืองศิริผล อายุ 62 ปี เจ้าของช่องยูทูป ศักดินาเสื้อแดง บุกเข้าไปต่อยนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ระหว่างเข้าร้องเรียนต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อให้ตรวจสอบ โน้ส - อุดม แต้พานิช ในการจัดแสดงเดี่ยวไมโครโฟน 13 มีการวิจารณ์รัฐบาลและสนับสนุนม็อบ

ด้านนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ก็ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กถึงเรื่องดังกล่าวโดยมีเนื้อหาระบุว่า...

มวยคู่เอกประจำปี

วันนี้ได้ดูมวยเด็ด 

ภาษาเซียนมวยเขาร้องกันว่า “ทั้งสืบเท้า คลุกวงใน ไถนา เทกระจาด ครบเครื่องเรื่องอาวุธมวยไทย”

ฝั่งมุมแดงร้องเสียง “ซี๊ดดดดปาก” กันลั่นเวทีมวยตู้ ที่ชาวบ้านดูกันอยู่ทั่วประเทศ

หากชอบจะเป็น “นักร้อง” ก็ต้องร้องเป็นเพลงให้คนฟังเขาลื่นหูบ้าง 

ไม่ใช่ร้องมั่วซั่วไปหมดทุกคลื่นความถี่เสียงสังคมไทย อย่างนี้ผมเรียกว่าเป็นพวกต้องแสงสถิตย์

ช่วงไหนไม่โดนแสง เนื้อตัวมันออกซีด ๆ ยังไงพิกล เลยต้องพึ่งแสงสว่างอยู่ตลอดเวลานาที

‘ทั่วถิ่นทุรกันดาร’

พ่อเดินนำหน้า 
ลูกชายเดินตามหลังพ่อ 
ลูกสาวเดินตามพี่ชายและพ่อ 

ทั้ง 3 พระองค์ทรงไปในถิ่นทุรกันดารที่ไม่เคยมีนักการเมืองคนไหนเดินไปถึง 

ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้


ที่มา: เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค

เปิด 14 มุม ‘กรณ์ จาติกวณิช’ ที่ไม่ใช่ ‘การเมือง’ | THE CORNER EP.1

เปิดมุมต่าง!! จากชีวิตคนดัง ไปกับ THE CORNER EP.1

EP. นี้ เราจะพาไปคุยกับบุคคลที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมากคนหนึ่งในสังคมไทย กับ 'คุณกรณ์ จาติกวณิช' ที่วันนี้เขาพร้อมมาเปิดหลากมุม หลายมิติชีวิต ที่เชื่อว่าใครหลายๆ คน คงยังไม่คุ้นเคยกันอย่างแน่นอน (ไม่ใช่การเมือง)

ตามไปรู้จักอีกมุมชีวิตคนดังคนนี้กันได้เลย!!

'เพื่อไทย' เปิดตัว Telemedicine ต่อยอด 30 บาทรักษาทุกโรค ด้านชาวเน็ตจับโป๊ะ 'อนุทิน' เดินหน้าโครงการนี้ตั้งแต่ปี 62

จากกรณีที่ พรรคเพื่อไทย ได้มีแนวคิดจัดทำนโยบาย ต่อยอดโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค โดยวางแผนใช้ Telemedicine คนพื้นที่ห่างไกล พบหมอไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาลประจำอำเภอ  

อย่างไรก็ตามโลกโซเชียลได้มีการแชร์การเปิดตัว Telemedicine ดังกล่าวเป็นการเคลมผลงานรัฐบาล เพราะมีการใช้กันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว โดยเกี่ยวกับเรื่องนี้ต้องย้อนไปเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2562 พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ให้สัมภาษณ์ว่า จากการติดตามนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่จ.นครราชสีมาเมื่อช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อติดตามการแก้ปัญหาผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล และปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุข โดยนายอนุทิน ให้เข้ามาช่วยงานในนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงสาธารณสุข คือการปฏิรูประบบสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพ โดยใช้ระบบโทรเวชกรรม หรือ “Telemedicine” เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินงาน ซึ่งปัจจุบันปัญหาของระบบสาธารณสุขของไทย คือเรามีผู้ป่วยที่ไม่มีความจำเป็นต้องไปโรงพยาบาลมากถึงร้อยละ 25 ของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล รวมทั้งเรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จึงทำให้บุคลากรทางการแพทย์จะต้องรับงานหนักเกินความจำเป็น และใช้งบประมาณมากเกินความจำเป็น รวมไปถึงการเดินทางทำให้ประชาชนเสียค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุ และไทยก็เป็นประเทศที่มีค่าเฉลี่ยแพทย์ 1 คนต่อประชากรที่สูงมาก คือแพทย์ 1คน ต่อ ประชากร 2,065 คน ขณะที่ องค์การอนามัยโลกได้กำหนดค่าเฉลี่ยแพทย์ 1 คน ต่อจำนวนประชากรอยู่ที่ 439 คน ทำให้ประชาชนในพื้นที่ชนบทและพื้นที่ห่างไกลยังขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์

พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อขับเคลื่อนโครงการพัฒนาและการประยุกต์ใช้งานบริการทางการแพทย์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชนบท “Telemedicine” เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชนในพื้นที่ชนบทผ่านโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (Zone C) และพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) ซึ่งผู้ป่วยเหมือนได้เดินทางไปรับคำปรึกษาจากแพทย์ด้วยตัวเอง ทำให้ได้รับคำปรึกษาได้อย่างทันเวลา และยังช่วยลดความแออัดของจำนวนคนไข้ ลดภาระของแพทย์ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในเมือง ซึ่งระบบโทรคมนาคมเฉพาะทางเพื่อรองรับระบบดูแลสุขภาพทางไกล เช่น การใช้ซอฟต์แวร์ที่มีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยในการคัดกรองโรค ระบบให้คำปรึกษาด้านสุขภาพทางไกล เป็นต้น ทั้งนี้สำนักงาน กสทช. ได้ดำเนินการตามกรอบความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข ในระยะเริ่มต้น 8 จังหวัด และในอนาคตจะขยายไปสู่พื้นที่ชนบทอื่นทั่วประเทศ

‘เทพบิว’ ยึดสถิติเบอร์ 1 โลกวิ่ง 100 เมตร หลังสมาคมกรีฑานานาชาติ ยืนยันเร็วสุดในรุ่น 18 ปี

สมาคมกรีฑานานาชาติ World Athletics หรือ International Association of Athletics Federations (IAAF) ได้ประกาศสถิติการวิ่งของ “บิว” ภูริพล บุญสอน ดาวโรจน์วัย 16 ปี ของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ว่า เป็นนักกีฬาที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก ด้วยอายุต่ำกว่า 18 ปี หลังจากสร้างผลงานกระหึ่มในการแข่งขันกรีฑาเยาวชนชิงแชมป์โลก ที่เมืองคาลี ประเทศโคลอมเบีย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

สถิติดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อ “บิว-ภูริพล” ลงแข่งขัน 100 เมตรชาย รอบรองชนะเลิศ ก่อนจะทำเวลาได้ 10.09 วินาที ส่งผลให้เป็นสถิติโลกใหม่ เมื่อเป็นนักวิ่งเร็วสุดที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ด้วยวัยเพียง 16 ปี 210 วันเท่านั้น เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2022 ที่ผ่านมา

'เพื่อไทย' จี้ 'นายกฯ-ศักดิ์สยาม' อย่านิ่งเฉย เหตุเครื่องบินลื่นไถลที่จังหวัดเชียงราย

นายวิกรม เตชะธีราวัฒน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เชียงราย เขต 2 และ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่สายการบิน 'นกแอร์' เกิดลื่นไถลออกนอกรันเวย์ ระหว่างนักบินนำเครื่องลงจอดที่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ผู้โดยสารจำนวน 164 คน ติดอยู่บนเครื่องบินนานนับชั่วโมง เนื่องจากต้องรอการช่วยเหลือจากการท่าอากาศยาน ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงคมนาคม ตนได้มีโอกาสพบกับผู้โดยสารหลายคน ต่างก็หวาดกลัวและตำหนิการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินของการท่าอากาศยานเชียงราย 

ทั้งนี้ เพราะการอพยพและการกู้ภัยของการท่าอากาศยานเชียงรายเป็นไปอย่างล่าช้า ในขณะที่เครื่องบินดับไฟทั้งหมดไม่มีแอร์ระบายอากาศ ผู้โดยสารหลายคนไม่มีอากาศหายใจ แผนรับมือภาวะฉุกเฉินที่ควรมีแต่การท่าอากาศยานกลับไม่มี ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่ร้ายแรงกว่านี้ เช่น หากเกิดเพลิงไหม้ แล้วเกิดมีผู้เสียชีวิตหรือมีผู้บาดเจ็บ คงจะทำให้ภาพพจน์การท่องเที่ยวของประเทศไทยเสียหายอย่างร้ายแรง

นายวิกรม กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไม่ควรนิ่งเฉย และควรลงมาดูพื้นที่จริง อย่าอ้างแต่รอรายงานจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งจนถึงขนาดนี้ผ่านมาเกือบสัปดาห์แล้ว แต่ 'สนามบินเชียงราย' ยังไม่สามารถเปิดทำการบินได้ ซึ่งถือเป็นความล้มเหลวของการบริหารงาน

สตช. ชี้แจงกรณีตำรวจสิงคโปร์ออกหมายจับคดีฉ้อโกง หญิงไทยและสามีชาวสิงคโปร์หลอกซื้อขายนาฬิกาและกระเป๋า มูลค่ากว่า 800 ล้านบาท

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียนชี้แจงกรณีตำรวจสิงคโปร์ออกหมายจับหญิงไทยและสามีสิงคโปร์ ในคดีฉ้อโกงมูลค่ากว่า 800 ล้านบาท

 จากประเด็นที่สำนักข่าวไทยและต่างประเทศรายงานเหตุการณ์หญิงไทย และสามีชาวสิงคโปร์ ถูกสำนักงานตำรวจสิงคโปร์ออกหมายจับในข้อหาฉ้อโกง กรณีหลอกซื้อนาฬิกาและกระเป๋าหรูมูลค่าความเสียหายกว่า 800 ล้านบาท และมีผู้เสียหายกว่า 180 ราย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อตำรวจสิงคโปร์ซึ่งต่อมาผู้ต้องหาทั้งสองรายได้หลบหนีการประกันตัวในระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่

กรณีดังกล่าวได้ตรวจสอบข้อมูลจากกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า ปัจจุบัน องค์การตำรวจสากล ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศด้านการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งมีประเทศสมาชิกจำนวน 195 ประเทศทั่วโลก ได้ออกหมายแดง (Red Notice) ตามที่ทางการสิงคโปร์ร้องขอจริง แต่ยังมิได้มีการประสานเรื่องหรือร้องขอมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ดำเนินการแต่อย่างใด ทั้งนี้ หากได้รับการประสานมาเมื่อใด ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมที่จะดำเนินการแจ้งข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับทางการสิงคโปร์ทันที และทำการจับกุมตัว เพื่อนำตัวผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

‘ดร.สมเกียรติ’ แย้ม!! ข่าวเจาะแบบโทรเลข ต่างชาติหอบทุนหนุนไทยจากทั่วสารทิศ

ดร.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ในหัวข้อ ‘ข่าวดีของไทย ข่าวเจาะแบบโทรเลข’ เผยถึงความเคลื่อนไหวของนานาประเทศที่กำลังจะเข้ามาร่วมมือกันทางด้านเศรษฐกิจกับประเทศไทย โดยระบุว่า...

‘นายกฯ ลาว’ จะมาไทยสองวัน วันที่ 1ถึง 2 นี้ คุยกันทุกเรื่อง ดีมากครับ ดีต่อประชาชนทั้งสองประเทศ ย้ำทุกเรื่อง ทุกอย่างดีมาก

‘ญี่ปุ่น’ ส่งหน่วยงานเศรษฐกิจมาประชุมยืนยันกับนายกฯ สมัยก่อนผมเคยติดต่อ หน่วยงานระดับนี้มา จะเกิดการลงทุนระดับใหญ่มาก ทุกด้าน (ขีดเส้นใต้ ไม่มีอะไรเกี่ยวกับสงคราม)

‘ทีมงานซาอุดีอาระเบีย’ กับ ‘ไทย’ ทำงานหนัก ซาอุฯ ขนกองทุนความมั่งคั่งที่ใหญ่สุดของโลกเข้ามา ซาอุฯ มาจะดึงพันธมิตรแห่งริยาดห์ 55 ประเทศมาด้วย (วิชั่น2030)

‘อเมริกา’ เสนอแนวทางลงทุนแล้ว ระดับรัฐบาลจะมีอุตสาหกรรมใหญ่เยอะ เปลี่ยนโฉมประเทศเลย

‘รัสเซีย’ ยืนยันขยายการค้า การท่องเที่ยว การบิน พันธมิตรรัสเซียมาอีกตรึม ทะเลสาบแคสเปี้ยนน่าสนใจมาก จะขนนักท่องเที่ยวมา

‘อินเดีย’ กลายเป็นผู้มาท่องเที่ยวอันดับหนึ่ง สิ้นปีนี้เริ่มเดือนละล้านขึ้น

‘ยุโรป’ กำลังมา เพราะอนาคตยุโรปไม่แน่นอน

ดร.สมเกียรติ เผยอีกว่า จะไม่มีสงครามในย่าน อินโดจีน และ ไทย รวมพม่าด้วย เพราะเค้าคุยกันแล้ว 

อาเซียนตั้งมา 55 ปี ทำดุลยภาพกันมา 30 ปี ตัวแทนประเทศต่างๆ ในอาเซียนบินคุยกันว่อนถึงยุทธศาสตร์อาเซียน ที่ไม่เอาสงคราม เพราะวันนี้อาเซียนมีประชากร 650 ล้าน มีเกาะ 30,000 เกาะ ต้องเน้นหาตังค์ลูกเดียว

อย่างไรก็ตาม อาเซียนคุยลับกันเยอะ แต่ก็ไม่มีอันตรายกับจีนแน่นอน แต่เช่นเดียวกันก็ไม่อยากโดนแซนด์วิช
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top