Monday, 10 August 2026
Hard News Team

‘นายกฯ’ ชื่นชมกองทัพ เป็นที่พึ่งของประชาชนยามทุกข์ยาก พร้อมส่งกำลังใจให้กำลังพลปฏิบัติงานด้วยความปลอดภัย

(18 ก.ย. 67) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ชื่นชมกองทัพเป็นที่พึ่งของประชาชน โดยเฉพาะยามเกิดภัยพิบัติกองทัพได้นำกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างทุ่มเท เต็มกำลังความสามารถและอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่า กองทัพอยู่เคียงข้าง ไม่ทอดทิ้งประชาชน

นายกฯ กล่าวว่า จากรายงานกองทัพได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนตั้งแต่เกิดเหตุการณ์จนสถานการณ์คลี่คลายทั้งในพื้นที่ จ.เชียงราย, น่าน, หนองคาย, เลย, บึงกาฬ, นครพนม, ราชบุรี, อุบลราชธานี และ จ.กาฬสินธุ์ โดยได้ทำการช่วยเหลือประชาชน ดังนี้... 

1.ช่วยเหลือประชาชนล้างทำความสะอาด ดินโคลน (บ.เล่าลิ่ว ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย) 

2.ลาดตระเวนป้องกันอาชญากรรม เฝ้าระวังความปลอดภัยดูแลทรัพย์สินประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย (แม่สาย เชียงราย) 

3.ติดตั้งชุดประปาสนาม ผลิตน้ำประปาชั่วคราว 4 แห่ง ให้ประชาชนเชียงรายคลายความเดือดร้อน

4.ฟื้นฟู/ปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย (รร.บ้านปอน ต.ปอน อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน) 

และ 5.ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่หนองคาย กรอกกระสอบทราย และนำกระสอบทรายไปวางเพื่อเสริมแนวกั้นป้องกันมวลน้ำโขง เพื่อจัดทำพนังกั้นน้ำ (บ้านปากมาง ม.12 ต.กองนาง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย)

“ขอเป็นกำลังใจให้กองทัพและกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน ขอให้ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง บนพื้นฐานความไม่ประมาท คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก” นายกฯ เน้นย้ำ 

'ไอซ์' อึ้ง!! พม่าครองตลาดบางบอน จี้!! บังคับใช้กฎหมาย-เก็บภาษีให้คุ้ม

(18 ก.ย. 67) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม โดยก่อนเข้าสู่วาระได้เปิดให้สมาชิกการหารือปัญหาต่าง ๆ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) หารือปัญหาชาวเมียนมาในพื้นที่ ว่า ในเขตของตน มีตลาดพม่า-บางบอน ซึ่งมีคนไทยและเมียนมาตั้งแผงขายของ

มีแรงงานเมียนมา มาใช้บริการจำนวนมาก ถึงขนาดเรียกลูกค้ากันเป็นภาษาพม่าทั้งตลาด มีป้ายโฆษณาเป็นภาษาพม่าทั้งหมด ซึ่งตนได้รับการร้องเรียนของคนในพื้นที่ ว่า มีแรงงานพม่าเป็นเจ้าของแผง ซึ่งเป็นอาชีพต้องห้ามสำหรับแรงงานต่างด้าว

“เมื่อไปลงพื้นที่ ดิฉันถามแม่ค้าคนไทยที่ขายของว่า แผงที่แหกปากตะโกนเป็นภาษาพม่าเป็นเจ้าของแผงหรือลูกจ้าง คนไทยบอกว่าไม่กล้าตอบ เพราะตอบแล้วกลัวจะเดือดร้อน นี่มันตลาดหรือแหล่งซ่องสุมอะไร ทำไมคนไทยจะตอบคำถามแค่นี้ยังต้องกลัว” น.ส.รักชนก กล่าว

น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เมื่อเดินไปยังพบว่ามีป้ายห้ามถ่ายรูป ทำไมต้องขออนุญาตก่อน เพราะตลาดทั่วไปก็ต้องอยากที่จะโปรโมต ตนโทรศัพท์ไปสอบถามเพราะจะถ่าย Vlog ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ และแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบแล้ว ก็พบการกระทำผิดอยู่เนือง ๆ แต่กลายเป็นว่าแทนที่จะบังคับใช้กฎหมาย กลับมารีดไถเก็บส่วย

“ประชาชนเล่าให้ดิฉันฟังว่า เจ้าหน้าที่รัฐเหล่านี้เข้ามาส่วนใหญ่จะเข้ามารีดไถ เก็บส่วย มาไถทองคนพม่า มาไถแหวน ไถตุ้มหู ไถสร้อย ถ้าไม่ถอดให้ก็จะเดือดร้อน มีการข่มขู่สารพัด การกระทำที่อุกอาจทั้งหมดนี้ เป็นจุดตรวจสอบ สน.บางขุนเทียน ดิฉันอยากให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ…

“ดิฉันไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อน แต่ถ้าผิดกฎหมายก็ต้องจัดการ การที่ภาครัฐปล่อยปละละเลย คนไทยต้องอยู่แบบตั้งคำถามว่าจะจัดการกี่โมง จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาบังคับใช้กฎหมายด้วย อยากให้จัดเก็บภาษีให้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ให้คุ้มกับการมาใช้ทรัพยากรบ้านเรา” น.ส.รักชนก กล่าว

'สาว' โพสต์!! 'น้องชาย' ไม่ผ่านทดลองงาน เหตุใส่เสื้อสีส้มและใช้ภาษาอีสานในที่ทำงาน

(18 ก.ย. 67) จากกรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'Ployly Pornprapha Linlaphat' ได้โพสต์ข้อความ ว่า "น้องชายเราไม่ผ่านการทดลองงาน ตอนนี้ดิ่งมาก งานก็หายาก" โดยมีการแนบแชตระบุเนื้อหาบทสนทนาของน้องชายกับฝ่ายบุคคลด้วย ว่า...

>> น้องชาย: 
แล้วคะแนนประเมินส่วนไหนของผมที่ไม่ผ่านอ่ะครับ

>> ฝ่ายบุคคล: 
ที่เขาแจ้งมามี 2 ข้อค่ะ
1. คุณนัทชอบใส่เสื้อส้มมาทำงาน เชื่อว่ามีความคิดชังชาติ อาจมีพฤติกรรม ฝักใฝ่ฝ่ายล้มล้างการปกครอง อั้งยี่ ซ่องโจรได้ในอนาคต
2. คุณนัทมักใช้ภาษาอีสานในที่ทำงานกับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเป็นข้อห้ามโดยเด็ดขาด

>> น้องชาย: 
ขอผมคุยกับพี่เลิศอีกทีได้ไหมครับ

>> ฝ่ายบุคคล: 
คงไม่ได้นะคะ เพราะพี่เลิศลงนามไปแล้วและเสนอให้ MD ไปแล้วค่ะ

อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็ทำให้เกิดคำถามในโลกโซเชียลว่า เป็นเรื่องจริงหรือแค่คอนเทนต์ เพราะถ้าเป็นเรื่องจริง ก็ถือว่าโชคดีแล้วที่ไม่ต้องร่วมงานกับองค์กรแบบนี้ ขณะเดียวกัน อีกมุมก็มองว่า นี่อาจเป็นการปั่นกระแส ด้วยการสร้างนิยายในอากาศ เพื่อหวังผลบางประการทางการเมืองหรือไม่?

'เลบานอน' อ้าง 'อิสราเอล' ฝังระเบิดไว้ในเพจเจอร์ 5,000 เครื่อง ตั้งแต่ขั้นผลิต ชี้!! ยากต่อการตรวจจับ และจะระเบิดเมื่อได้รับข้อความที่เป็นสัญญาณ

(18 ก.ย. 67) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานข่าว อ้างอิงแหล่งข่าวด้านความมั่นคงระดับสูงของเลบานอนและแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง ระบุว่า มอสซาด หน่วยงานด้านข่าวกรองและปฏิบัติการพิเศษของอิสราเอลฝังระเบิดไว้ในวิทยุติดตามตัว หรือ เพจเจอร์ ที่ใช้สำหรับการรับข้อความสั้น ๆ 5,000 เครื่อง ที่นำเข้าโดยกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ในเลบานอน หลายเดือนก่อนที่จะเกิดการระเบิดในวันอังคาร (17 ก.ย.)

ปฏิบัติการที่เกิดขึ้นถือเป็นการเจาะระบบความมั่นคงของฮิซบอลเลาะห์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งทำให้เพจเจอร์หลายพันเครื่องระเบิดทั่วเลบานอน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และบาดเจ็บเกือบ 3,000 คน รวมถึงนักรบของฮิซบอลเลาะห์และเจ้าหน้าที่การทูตของอิหร่านในกรุงเบรุต ของเลบานอน แหล่งข่าวด้านความมั่นคงของเลบานอนระบุว่า เพจเจอร์เหล่านี้มาจากบริษัทโกลด์ อพอลโล ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในไต้หวัน แต่ทางบริษัทออกมาระบุว่า ไม่ได้เป็นผู้ผลิตเพจเจอร์ดังกล่าว แต่เพจเจอร์นี้ผลิตในบริษัทในทวีปยุโรปที่ได้สิทธิในการใช้ยี่ห้อของโกลด์ อพอลโล กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ที่มีอิหร่านหนุนหลังประกาศจะตอบโต้เอาคืนอิสราเอล ในขณะที่กองทัพอิสราเอลปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับการระเบิดของเพจเจอร์ แหล่งข่าวหลายแหล่งให้ข้อมูลกับรอยเตอร์สว่า แผนการครั้งนี้ใช้เวลาดำเนินการหลายเดือน

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงของเลบานอนกล่าวว่า กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ สั่งซื้อเพจเจอร์ 5,000 เครื่องจากบริษัทโกลด์ อพอลโล และมีรายงานว่า เพจเจอร์ที่สั่งซื้อนี้ถูกนำเข้ามายังเลบานอนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซู ชิง-กวง ผู้ก่อตั้งโกลด์ อพอลโล กล่าวว่า เพจเจอร์ที่เกิดการระเบิดดผลิตโดยบริษัทแห่งหนึ่งในยุโรปที่ได้สิทธิในการใช้ชื่อแบรนด์ของบริษัท ซึ่งมีสำนักงานอยู่ไนไต้หวัน เขายืนยันว่า ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้เป็นของบริษัท เพียงแต่มีชื่อแบรนด์บนผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่เขาไม่ได้เปิดเผยชื่อของบริษัทที่เป็นผู้ผลิตเพจเจอร์แต่อย่างใด บรรดานักรบของฮีซบอลเลาะห์หันมาใช้เพจเจอร์ในการสื่อสารเพื่อหลบเลี่ยงการติดตามของอิสราเอล

แหล่งข่าวกล่าวว่า เพจเจอร์มีการปรับแต่งฝังระเบิดโดยมอสซาดในระหว่างการผลิต ซึ่งแผงวงจรที่ใช้นั้น ยากต่อการตรวจจับ โดยเพจเจอร์ 3,000 เครื่องจะระเบิดเมื่อได้รับข้อความที่เป็นสัญญาณ บางแหล่งข่าวระบุว่า ระเบิดน้ำหนักราว 3 กรัม ถูกซ่อนไว้ในเพจเจอร์และผ่านการตรวจของฮิซบอลเลาะห์มาเป็นเวลาหลายเดือน

‘4 นักเทนนิสสาว’ เรียนรู้วัฒนธรรมไทยอันงดงาม ผ่านกิจกรรม ‘ร้อยพวงมาลัยดอกไม้สด’

(18 ก.ย. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวการแข่งขันเทนนิสอาชีพหญิงรายการใหญ่ที่สุดของอาเซียน ดับเบิลยูทีเอ 250 รายการ ‘แอลไลด์ ไทยแลนด์ โอเพ่น 2024 พรีเซนเต็ด บาย แคล-คอมพ์’ ชิงเงินรางวัลรวม 267,082 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณเกือบ 10 ล้านบาท ที่อารีน่า หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 

ล่าสุด ผู้จัดการแข่งขันฯ ได้จัดกิจกรรมพิเศษภายใต้การสนับสนุนของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้นักเทนนิสระดับโลกได้เรียนรู้ และสัมผัสวัฒนธรรมการร้อยพวงมาลัยดอกไม้สด

โดย 4 นักเทนนิสสาวที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ นำโดยนักหวดชาวไทย ‘แต้ว’ ทรรศพร นาคหล่อ มือ 3 ของไทย และมือ 333 ของโลก, อารีน่า โรดิโอโนวา มือ 115 ของโลก จากออสเตรเลีย, อลิเซีย พาร์ค มือ 116 ของโลก จากสหรัฐอเมริกา และ ยาน่า เฟทท์ มือ 129 ของโลก จากโครเอเชีย ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมการร้อยพวงมาลัย ที่สนามหน้าห้อง แทมมาลีน บลูพอร์ต วิง ฝั่งตรงข้ามโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี สุวรรณา คุ้มเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดดอกไม้ ประจำโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดกิจกรรม นักเทนนิสทั้ง 4 คน ต่างสนุกและตื่นตาตื่นใจในการเรียนรู้การร้อยพวงมาลัยดอกมะลิ โดย แต้วที่แม้เป็นคนไทย ยังอดตื่นเต้นไปกับกิจกรรมนี้ไม่ได้ เพราะเจ้าตัวเองก็ไม่เคยมีโอกาสได้ร้อยพวงมาลัยมาก่อน

นอกจากนี้ ในระหว่างกิจกรรม ฯพณฯ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาการจัดการแข่งขัน ‘แอลไลด์ ไทยแลนด์ โอเพ่น 2024 พรีเซนเต็ด บาย แคล-คอมพ์’ ได้เดินทางมาร่วมชม พร้อมพูดคุยกับนักกีฬาทั้ง 4 คนอย่างเป็นกันเองด้วย และหลังจากใช้เวลาประมาณ 20 นาที นักเทนนิสทั้ง 4 คน สามารถร้อยพวงมาลัยได้เสร็จสมบูรณ์ พร้อมกับได้พวงมาลัยที่เป็นงานฝีมือของตัวเองติดมือกลับไปด้วย

สำหรับการร้อยมาลัยถือเป็นอีกเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง ที่บ่งบอกถึงศิลปะและวัฒนธรรมไทยได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีคุณค่าทั้งในด้านความสวยงาม ประณีต สื่อถึงความหมายไปในทางที่ดี อีกทั้งกิจกรรมนี้ยังช่วยสืบสานวัฒนธรรมของไทยที่มีมาตั้งแต่โบราณ และเป็นการฝึกสมาธิและจิตใจที่ดีอีกด้วย

‘เมตา’ ออกแถลงการณ์แบน ‘สื่อรัสเซีย’ หลัง ‘สหรัฐฯ’ อ้างตัวทำเป็นหน่วยสอดแนม

(18 ก.ย. 67) เมตา (Meta) บริษัทโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่เจ้าของเฟซบุ๊ก (Facebook) ได้ออกประกาศเมื่อวันจันทร์ (16 ก.ย.67) ว่า ทางบริษัทกำลังแบน RT ซึ่งเป็นสื่อของรัสเซีย หลังจากที่คณะบริหารของประธานาธิบดี โจ ไบเดน กล่าวหาว่า RT เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยสอดแนมรัสเซีย

โดยทางด้านโฆษกของเมตา ได้ระบุในแถลงการณ์ว่า “หลังจากพิจารณาโดยละเอียดแล้ว เราได้เพิ่มการบังคับใช้มาตรการ ซึ่งกำลังดำเนินอยู่ในตอนนี้ต่อสื่อต่าง ๆ ของรัสเซีย โดย Rossiya Segodnya, RT และสื่ออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องถูกแบนจากแอปของเราทั่วโลก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการแทรกแซงกิจการต่างประเทศ”

สำนักข่าวซีเอ็นบีซี (CNBC) รายงานว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่คณะบริหารของ ปธน.ไบเดนประกาศมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (13 ก.ย. 67) ขณะที่เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ รายหนึ่ง เรียกสื่อดังกล่าวว่าเป็น ‘สมาชิกเต็มตัวของหน่วยข่าวกรองและการปฏิบัติการของรัฐบาลรัสเซีย’ สำหรับการสู้รบในยูเครน ก่อนที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จะกล่าวหาว่า RT แอบทำสงครามข้อมูลทั่วโลกในนามของหน่วยสอดแนมรัสเซีย

ด้าน เจมส์ โรบิน ผู้ประสานงานศูนย์การมีส่วนร่วมระดับโลก (GEC) ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า “RT คือแหล่งรวมโฆษณาชวนเชื่อ ข้อมูลเท็จ และคำโกหกที่เผยแพร่ไปสู่ผู้คนนับล้านหรืออาจถึงพันล้านคนทั่วโลก”

ฟากทางการสหรัฐฯ ระบุว่า คณะบริหารของ ปธน.ไบเดน กำลังดำเนินการคว่ำบาตรสื่อที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐซึ่งกำกับดูแล RT, TV-Novosti และ Rossiya Segodnya ซึ่งเป็นสื่อของทางการ ตลอดจนผู้บริหารอย่าง ดมิทรี คิเซลยอฟ

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้กล่าวหารัสเซียว่า พยายามแทรกแซงการเลือกตั้ง โดยก่อให้เกิดความขัดแย้งและความแตกแยก และในปี 2561 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ประกาศฟ้องชาวรัสเซีย 12 คน ฐานก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ ซึ่งมุ่งเป้าที่จะแทรกแซงการเลือกตั้งปี 2559 รวมถึงการแฮกคอมพิวเตอร์ของคณะกรรมการแห่งชาติของพรรคเดโมแครตและการขโมยอีเมล

'สนธิ' แฉแหลก!! แพลตฟอร์มปั้นไอดอลดูดทรัพย์คนไทยผู้ไม่มีจะกิน ล่อหลอกให้ส่งเปย์สติ๊กเกอร์ 'หัวใจครึ่งพัน-เรือยอร์ช 4 หมื่น'

(18 ก.ย. 67) จากช่องยูทูบ 'sondhitalk' โดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์เครือผู้จัดการ ได้เปิดฉากแฉขบวนการดูดทรัพย์แฟนคลับไทยผ่านโซเชียลแพลตฟอร์ม ว่า...

คอนเทนต์ครีเอเตอร์กลายเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ยอดนิยม เพราะสามารถสร้างทั้งชื่อเสียง-รายได้ และยังเป็นใบเบิกทางสู่การทําธุรกิจได้อีกด้วย และบางคนที่ดังมาก ๆ ก็ยังก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเป็นขั้นอินฟลูเอนเซอร์ไลฟ์สดในระดับชั่วโมงหนึ่งได้เงินเป็นหลักล้านกันเลยทีเดียว

คุณสนธิ เผยอีกว่า ปัจจุบันคนไทยมีอัตราการเข้าสู่อินเทอร์เน็ตประมาณ 90% หรือทุกครัวเรือนมีมือถือมีอินเทอร์เน็ตใช้กันหมด แล้วกว่า 50 ล้านคนเข้าถึงช่องทางโซเชียลมีเดียกันหมด หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ย 71.5% ของประชากรทั้งประเทศ เรียกว่าติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกได้เลย

ภาพดังกล่าว ทำให้ประเทศไทย (คนไทย) กลายเป็น 'ดินแดนสวรรค์' ที่ทำให้ต่างชาติบางคนสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ เปลี่ยนชีวิตคนที่ปกติอยู่ประเทศตัวเองแล้วเป็นคนธรรมดา ๆ ให้กลายมาเป็นอินฟลูเอนเซอร์รายได้มหาศาลที่ไทยได้ทันที ภายใต้ความเอ็นดูของคนไทย ที่หลายคนมักจะรู้สึกปลื้มใจถ้ามีคนต่างชาติหัดพูดภาษาไทยและทํากิจกรรมเงอะ ๆ งะ ๆ ซึ่งน่ารําคาญ แต่ยังถูกมองว่าน่ารัก

นอกจากนี้ ด้วยความที่คนไทยเป็นคนขี้สงสาร เหมือนกรณี 'แน็ก-ชาลี' มันก็เลยเกิดคอนเทนต์ครีเอเตอร์อย่าง 'กามิน' เข้ามากอบโกย ซึ่งเดี๋ยวผมจะอธิบายต่อว่า 'กามิน' ก็คือหนึ่งในตัวละครของ 'ขบวนการ' ที่เข้ามาสูบเงินสูบทองของคนไทยยังไงบ้างในวันศุกร์นี้ (20)

คุณสนธิ เผยต่ออีกว่า อันที่จริง กามิน เป็นแค่เพียงตัวละครเล็ก ๆ เท่านั้น เพราะขบวนการดูดทรัพย์คนไทยนั้น ถูกเตรียมการผ่านคนแบบกามินไว้อีกเป็นจํานวนมากที่จะเข้ามาในเมืองไทย ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ใหญ่โตมากระดับชาติ มันไม่ใช่ประเด็นเล็ก ๆ จากดรามาระหว่างดาราคู่จิ้นหนุ่มไทยกับสาวเกาหลีอีกแล้ว

คุณสนธิ แฉต่อว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมไปสืบค้นข้อมูลมา และค้นพบว่าช่องทางโซเชียลมีเดียและติ๊กต็อกในปัจจุบันนั้นเป็นช่องทางในการดูดเงินจากแฟนคลับได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมาก ผ่านฟีเจอร์ที่มีชื่อว่า 'PK' (การแข่ง PK ใน TikTok ย่อมาจาก 'Player Kill' เป็นฟีเจอร์ไลฟ์สดบนติ๊กต๊อกที่ผู้ใช้สองคนสามารถแข่งขันกันเพื่อรับของรางวัลหรือเพื่อความสนุกสนาน โดยผู้ชมจะเป็นผู้ตัดสินว่าใครคือผู้ชนะ)

PK หรือ Player Kill เป็นแพลตฟอร์มสร้างปฏิสัมพันธ์ เพื่อเปิดเอนเกจเมนต์ให้มีการแข่งขันกัน โดยผู้ไลฟ์จะแข่งกันสร้างฐานผู้ชม และเพื่อรับของขวัญจากผู้ชม จากนั้นชัยชนะจะถูกตัดสินผู้ไลฟ์คนไหนได้รับการเปย์ให้มากที่สุด

นี่เป็นเรื่องตลกแล้ว!! เพราะรู้ไหมว่าไอ้พวกที่เปย์ให้พวกคนแบบกามินหรือกลุ่มขบวนการที่ว่านี้นั้น ส่วนใหญ่ไม่ใช่คนมีเงินมีทอง เป็นคนที่มีเงินต้นเดือนไม่ชนปลายเดือน หรือว่ามีเงินอยู่เล็กน้อย แต่แทนที่จะเอาเงินไปทําประโยชน์ให้กับครอบครัวตัวเอง หรือไปทําบุญทําทาน กลับเอาเงินมาเปย์ให้คนเหล่านี้

บางคนที่เปย์ยังวิ่งเต้นทํางานพาร์ตไทม์ บางคนเป็นนักศึกษาแพทย์ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมเกือบแสน 87,000 บาทบ้าง 81,000 บาทบ้าง ก็เข้าไปบ้าในฟีเจอร์ PK นี้

สำหรับหลักการของ PK ที่คุณสนธิ กล่าว คือ จะมีการส่งสติ๊กเกอร์ให้ผู้ไลฟ์ที่ชื่นชอบ ซึ่งสติ๊กเกอร์เหล่านี้ต้องใช้เงินจริงแลกมา ถ้ายังพอจําได้ก็คือเงินแบบกรณีของกามินที่เอาส่วนแบ่งค่าสติ๊กเกอร์ไปให้ 'แน็ก-ชาลี' 500,000 บาท และแน็กก็เอาไปทำบุญต่อนั่นเอง 

คุณสนธิ เผยด้วยว่า ตรงนี้เป็นรูปแบบกระบวนการจากเครือข่ายเกาหลีที่ปั้นทุกอย่างขึ้นมาทั้งสิ้น

ช่วงท้าย คุณสนธิ ยังเผยอีกว่า ตนรู้สึกแค้นใจที่มีคนหรือแฟนคลับไปตามสนับสนุนขบวนการเหล่านี้ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ยังมีปัญหาด้านการเงิน ด้วยการส่งสติ๊กเกอร์กันตั้งแต่หลัก 10 บาทไปถึงแสนบาท อย่างเช่นส่ง 'บวก' ให้ 99 คอยน์ ก็ต้องแลกด้วยเงินไทย 207 บาท ส่งหัวใจให้ 199 คอยน์ เป็นเงิน 417 บาท คือ แค่กดสติ๊กเกอร์คุณต้องเสียเงินไปขนาดนี้ บางคนส่งสติกเกอร์เรือยอร์ช 20,000 คอยน์ เท่ากับเงินไทย 42,000 บาท และอื่น ๆ ที่มีอัตราแลกเปลี่ยนสูงขึ้นไปอีก มันบ้าไปแล้ว...

นี่คือความบ้าของผู้ชมที่มีสติ ตอนที่คุณเปย์ให้คนพวกนี้ร่ำรวย เขาก็ไม่ได้มาสนใจคุณ เขาและคุณใจฟูวันนี้ วันพรุ่งนี้เขาก็ลืมคุณ และเมื่อไม่อยากให้ลืม คุณก็ต้องเปย์ต่อ สุดท้ายเขารวยขึ้น ๆ ส่วนคุณจนลง ๆ

คุณสนธิ เสริมด้วยว่า เมื่อผมสืบประวัติและย้อนดูพฤติกรรมต่าง ๆ แล้ว กามิน ก็เป็นแค่หนึ่งในกระบวนการเกาหลีที่ขนคนมาหลอกเงินคนไทยและเมืองไทย เพราะเขามองว่าคนไทยหลอกง่ายเหมือนกันหมด

‘รัฐบาล’ เล็ง!! ยกระดับ ‘แอปทางรัฐ’ จ่ายเยียวยา-รับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้

(18 ก.ย. 67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการพัฒนาแอปพลิเคชันทางรัฐของรัฐบาล ว่า ปัจจุบันแอปฯ นี้ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพราะรัฐบาลมุ่งหวังให้แอปฯ นี้เป็นซูเปอร์แอปที่จะเป็นแอปฯ หลักรองรับการให้บริการต่าง ๆ ที่ภาครัฐจะให้บริการกับประชาชนอย่างครอบคลุมในเรื่องอื่น ๆ ไม่ได้ใช้เป็นครั้งคราวแต่ใช้ต่อเนื่อง รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะมีในอนาคตก็จะมาใช้แอปฯ นี้ด้วย

“เรื่องการจะพัฒนาให้แอปฯ ทางรัฐ สามารถรองรับการจ่ายเงินให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยตามนโยบายนายกรัฐมนตรีนั้น สามารถที่จะทำได้ในระยะต่อไป เพราะในระบบนี้มีฐานข้อมูลที่ประชาชนลงทะเบียนไว้จำนวนมากกว่า 30 ล้านคน ถ้าในการจ่ายเงินและการเยียวยาหากสามารถเชื่อมโยงบัญชีได้ อาจจะใช้ในเรื่องของพร้อมเพย์เข้ามาช่วย” นายประเสริฐ กล่าว

อย่างไรก็ตามขึ้นกับการตัดสินใจของกระทรวงการคลังอีกครั้ง ตรงนี้ขอรอความชัดเจนจากกระทรวงการคลัง แต่ว่าในเรื่องระบบนั้นทำไม่ยากเพราะสามารถที่จะเชื่อมโยงข้อมูลกันได้อยู่แล้ว 

'รศ.ดร.คมสัน' ชื่นชม 'น้องบีม' อีกหนึ่งคนเก่งที่น่าภาคภูมิใจจากรั้ว สจล. สร้าง ‘Revision Success’ แพลตฟอร์มเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ในยุคปัจจุบัน

(18 ก.ย. 67) รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Komsan Maleesee' ระบุว่า...

เพราะเด็กในวันนี้ คือ อนาคตของชาติในวันหน้า 

เเละ 'น้องบีม' คือ อีกหนึ่งความภาคภูมิใจในรั้ว สจล. ครับ น้องบีม นักเรียน Grade 11 จากโรงเรียนสาธิตนานาชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMIDS) ที่สร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ ‘Revision Success’ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ในยุคปัจจุบัน

น้องได้รับรางวัลมากมาย และยังได้ไปเป็นวิทยากรสอนการใช้ Platform และ AI technology ให้โรงเรียนหลายแห่ง ทั่วประเทศ

ผมและพวกเรา สจล. ภูมิใจในตัวน้องมากครับ เด็กไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ

'มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง' รวมพลัง ส่งต่อธารน้ำใจ สู้ภัยน้ำท่วม ระดมเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และจิตอาสาหน่วยงานในเครือ เร่งบรรจุถุงยังชีพฉุกเฉิน เพื่อออกเดินทางสมทบช่วยผู้ประภัยน้ำท่วมเย็นนี้!

(18 ก.ย. 67) ตามที่ประเทศไทยได้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดอุทกภัย ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และเสียหายเป็นจำนวนมาก อาทิ เชียงราย หนองคาย สุโขทัย ฯลฯ ซึ่งเมื่อเกิดอุทกภัยขึ้น มูลนิธิฯ ได้จัดทีมกู้ภัย กู้ชีพ อาสาสมัคร พร้อมเรือท้องแบน อุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำ รถโฟวิล [4x4] รถพยาบาลขับเคลื่อน 4 ล้อ โรงครัวเคลื่อนที่ ถุงยังชีพ ชุดยาสามัญประจำบ้าน อาหารสุนัขและแมว นำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ในเบื้องต้นทันที โดยขณะนี้ได้จัดตั้งกองอำนวยการ และโรงครัวประกอบอาหารปรุงสุก ณ วัดท่าบ่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย

เช้าวันนี้ (วันพุธที่ 18 กันยายน 2567) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย นางชุติมา ตันติศิริวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการ และนายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ นำทีมเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครกู้ภัย อาสาสมัครบริการ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ นำโดย ดร.ปภัสรา เตชะไพบูลย์ นางศิริวรรณ โอภาสวงศ์ และ นางศิริพร โอภาสวงศ์ และ อาสาสมัครศิลปิน อาทิ นางสาวพรชดา วราพชระ (มะเหมี่ยว-พรชดา) เร่งบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภค รวมทั้งสิ่งของที่ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาค อาทิ อาหารสำเร็จรูป ไฟฉาย ผ้าอนามัย ถุงขยะดำ ทิชชู่เปียก ทิชชูแห้ง สบู่เหลว ยากันยุง แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ชุดยาสามัญประจำบ้าน บรรจุถุงมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 

จัดเป็น 'ถุงยังชีพฉุกเฉิน' เพื่อจัดส่งให้ทีมบรรเทาสาธารณภัยนำออกแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ในช่วงเย็นวันนี้เป็นต้นไป โดยมีคณะมิสไทยแลนด์เวิลด์ ร่วมทางบรรจุถุงยังชีพในวันนี้ ณ บริเวณลานสำนักงานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

นอกจากนี้ หน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิฯ ได้จัดให้มีการจัดเตรียม ชุดยาสามัญประจำบ้าน เพื่อเตรียมพร้อมลำเลียงออกแจกจ่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว โดยล่าสุดวานนี้ (วันที่ 17 กันยายน 2567) ได้ระดมเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ อาสาสมัคร และจิตอาสาหน่วยงานในเครือมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อาทิ คณะนักศึกษาจิตอาสาจากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ร่วมบรรจุชุดยาสามัญประจำบ้าน ณ บริเวณอาคาร 2 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

ภายหลังจากทีมบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายปฏิบัติการ ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว หลังจากนั้น ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จะดำเนินการประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อบรรเทาทุกข์ ฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยแจกเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมถึงมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย รายละ 20,000 บาท โดยนับตั้งแต่เกิดเหตุอุทกภัย โดยเมื่อช่วงระหว่าง 19 สิงหาคม – 10 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ฟื้นฟูหลังน้ำลดแล้ว 7 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดจันทบุรี ตราด พะเยา น่าน สุโขทัย แพร่ และเชียงรายในพื้นที่น้ำลดแล้วในขณะนั้น รวมงบประมาณฟื้นฟูหลังน้ำลดในช่วงเวลาดังกล่าวกว่า 5.1 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากมีผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย ญาติของผู้เสียชีวิตสามารถขอรับเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพ จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ต่อ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยต่าง ๆ ทั้งที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ และที่กองอำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดหนองคาย สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่มีความประสงค์จะบริจาคสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม  หรือติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org  เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/pohtecktungofficial หรือ ติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

ทุกบาท ทุกสตางค์ ที่ท่านบริจาค สามารถร่วม ช่วยชีวิต รักษาชีวิต และสร้างชีวิต นับล้านชีวิต ขอขอบคุณ ในความ มีจิตกุศลของท่าน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง #ช่วยชีวิต #รักษาชีวิต #สร้างชีวิต
#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top