Saturday, 8 August 2026
Hard News Team

‘พันธุ์ไทย’ แจ้งเกิด 'ไทยริกาโน' อเมริกาโนสัญชาติไทย หวังปั้นแบรนด์กาแฟแห่งชาติ ยกระดับกาแฟไทยสู่เวทีโลก

(4 ต.ค.67) กาแฟพันธุ์ไทย ตอกย้ำ Brand DNA เครื่องดื่มหัวใจไทย บันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการกาแฟ เปิดตัว 'ไทยริกาโน' (Thairicano) กาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) สายพันธุ์อาราบิก้า 100% จากแหล่งปลูกที่ดีที่สุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน รับเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่พิถีพิถันกับการดื่มกาแฟ

ชูจุดเด่น รสชาติกลมกล่อม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในราคาเข้าถึงง่าย พร้อมใส่ใจความยั่งยืนทั้งอุตสาหกรรมของกาแฟ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ที่พันธุ์ไทยตั้งใจให้เป็นกาแฟไทยที่ดีที่สุดสำหรับโลก ทั้งในด้านรสชาติ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน อยู่ดี มีสุข อย่างยั่งยืน 

นางสุขวสา ภูชัชวนิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบัน คนนิยมดื่มกาแฟเพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ ชอบรสชาติที่หลากหลาย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงคนรุ่นใหม่ยังมีความรู้ ความเข้าใจถึงกรรมวิธีการปลูกกาแฟที่ซับซ้อน และคุณภาพที่แตกต่างกันของกาแฟแต่ละประเภท เทรนด์การดื่มกาแฟที่มีรสชาติอ่อนลง กาแฟคั่วกลาง คั่วอ่อนจึงได้รับความนิยมสูงขึ้น นอกจากนี้ ในส่วนของเดต้าลูกค้าพันธุ์ไทย มีการเลือกสรรรสชาติ และระดับการคั่วมากขึ้น

เมนูขายดีที่สุดของพันธุ์ไทยก็คือ อเมริกาโน เป็นสัดส่วนแบบร้อน 14% และแบบเย็น 86% พันธุ์ไทยจึงมุ่งมั่นพัฒนาสินค้า ให้ตรงใจผู้บริโภค โดยยังคงเอกลักษณ์ของพันธุ์ไทย และยึดมั่นในวิสัยทัศน์ขององค์กร คือการสนับสนุนกาแฟไทย จึงเป็นที่มาของการสร้างสรรค์ ‘ไทยริกาโน’ กาแฟสเปเชียลตี้สัญชาติไทย ที่ตั้งใจให้เป็นกาแฟไทยที่ดีที่สุด ทั้งในแง่ของรสชาติ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน”

‘ไทยริกาโน’ คือ อเมริกาโน ของคนไทย เป็นกาแฟพิเศษ หรือ Specialty Coffee ที่ได้รับการประเมินคุณภาพเมล็ดกาแฟ จากสถาบันกาแฟพิเศษแห่งประเทศไทย (SCITH) โดยต้องผ่านการทดสอบจากนักชิมกาแฟ (Cupper หรือ Q Grader) และได้คะแนน 80 ขึ้นไป

พันธุ์ไทยตั้งใจให้ ‘ไทยริกาโน’ เป็น ‘กาแฟแห่งชาติ’ ที่คนไทยภาคภูมิใจ เพราะกาแฟดี มีคุณภาพ ไม่จําเป็นต้องอิมพอร์ต รสชาติกาแฟไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก สัมผัสรสชาติเฉพาะตัวของไทยริกาโนที่รวบรวมความพิเศษไว้ในแก้วเดียว ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในด้านต่าง ๆ ดังนี้

กาแฟจากแหล่งปลูกที่ดีที่สุดในไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นแหล่งปลูกกาแฟที่ดีที่สุดในภาคเหนือของไทย ด้วยระดับความสูงจากน้ำทะเลตั้งแต่ 1,200 – 2,000 เมตร ทั้งยังมีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม ภายใต้ร่มเงาของป่าใหญ่ จึงทำให้ต้นกาแฟงอกงาม เติบโตเป็นเมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์

เมล็ดกาแฟไทย สายพันธุ์อาราบิก้า 100% เพราะเป็นสายพันธุ์คุณภาพสูง ที่ถูกปากคอกาแฟ ด้วยการคั่วระดับกลาง ที่มอบรสชาตินุ่ม ละมุน กลมกล่อม เพลิดเพลินไปกับรสชาติหลากหลายมิติ สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายโทนช็อกโกแลต และผลไม้ตระกูลเบอร์รี พีช พรุน กรุ่นกลิ่นหอมของดอกไม้สีขาวอันเป็นเอกลักษณ์

กาแฟที่ถูกคัดสรรเมล็ดพันธุ์อย่างพิถีพิถัน เพื่อคุณภาพที่ดีที่สุด เพราะทุกเมล็ดในทุกแก้ว ผ่านการคัดสรรอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวเมล็ดจากต้นด้วยมือ การนำเมล็ดลอยน้ำเพื่อคัดแยกเมล็ดเสียออก ไปจนถึงการตรวจสอบเมล็ดด้วยมือและสายตาอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าเมล็ดกาแฟที่ได้นั้นสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง

พร้อมใส่ใจสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำ เพราะพันธุ์ไทยมุ่งมั่นพัฒนาป่า และภูเขาให้กลายเป็นไร่กาแฟที่อุดมสมบูรณ์มาอย่างต่อเนื่อง โดยผสานการปลูกกาแฟเข้ากับการอนุรักษ์ป่าไม้ เพื่อผลิตเมล็ดกาแฟดีที่มีคุณภาพ รวมถึงเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

“กาแฟพันธุ์ไทย มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ควบคู่กับการสนับสนุนชุมชน และดูแลรักษาธรรมชาติมาอย่างต่อเนื่อง ‘ไทยริกาโน’ จึงเป็นกาแฟสเปเชียลตี้สัญชาติไทย ที่มุ่งหวังให้ผู้บริโภคได้ดื่มด่ำรสชาติพรีเมียมในราคาเข้าถึงได้ พร้อมทั้งมีส่วนช่วยรักษาป่าเดิมและเพิ่มป่าใหม่ เพราะกาแฟเป็นพืชที่ต้องการร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่ในการเติบโต ซึ่งการดูแลกาแฟนั้น ยังสามารถช่วยลดการเผาป่าและมลพิษ อันเป็นสาเหตุของวิกฤตภาวะโลกร้อน นอกจากนี้ยัง ช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชีพ และรายได้ที่มั่นคง และอยู่ดีมีสุข สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน” 

‘รร.ราชินี’ ยกมาตรฐานการเลือก ‘รถทัศนศึกษา’ พร้อมส่งครู 7-9 คนนั่งประจำจุด คุมเข้มตลอดเส้นทาง

(4 ต.ค.67) เพจเฟซบุ๊ก ‘Rajiniactivity’ ของโรงเรียนราชินี ได้โพสต์ถึงการจัดกิจกรรมนอกสถานที่และการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย ว่า วันที่ 3 - 6 ตุลาคม 2567 นักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 116 คน เข้าร่วมกิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษ (English Camp) รุ่นที่ 21 โรงเรียนมีมาตรการความปลอดภัยด้านการเดินทาง ดังนี้

1. คัดเลือกบริษัทรถที่ได้มาตรฐาน คือ บริษัท ซีอาร์วี ทรานสปอร์ต จำกัด รถมีสภาพดี มีประตูฉุกเฉินที่มีสภาพพร้อมใช้งาน เบาะที่นั่งเป็นเบาะกันไฟ และเป็นรถใช้น้ำมัน ไม่ใช้แก๊ส และจำกัดความเร็วไม่เกิน 90 กม./ ชม. หากพนักงานขับรถเกินความเร็วที่กำหนด จะมีเสียงเตือนภายในรถ และพนักงานขับรถติดต่อกันด้วยวิทยุสื่อสาร แจ้งสภาพปัญหาการจราจรเป็นระยะ

2. มีตำรวจนำทางตลอดการเดินทาง ทั้งขาไปและขากลับ และมีความชำนาญเส้นทางเป็นอย่างดี

3. รถทุกคันมีครูและ staff นั่งกระจายอยู่ด้านหน้า ตรงกลาง และด้านหลัง คันละ 7-9 คน มีครูนั่งประจำอยู่ประตูฉุกเฉินทุกคัน และครูชายฝ่ายเดินทางติดต่อด้วยวิทยุสื่อสาร โดยคันที่ 1 จะแจ้งเหตุการณ์บนถนนด้านหน้า เป็นระยะ 

4. วันเดินทาง ครูชายตรวจสอบสภาพรถทุกคัน ทดสอบความพร้อมของประตูฉุกเฉินและอุปกรณ์ต่าง ๆ เมื่อนักเรียนขึ้นรถ ครูอธิบายการปฏิบัติตนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินให้นักเรียนเข้าใจอีกครั้ง

ด่านจีน-เวียดนาม ใช้ระบบอัจฉริยะลดเวลาพิธีศุลกากรเหลือไม่ถึง 3 ชั่วโมง เชื่อ หนุน! เพิ่มการส่งออกสินค้าทางการเกษตรไปยังประเทศจีน

(4 ต.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 67 ซึ่งเป็นวันแรกของช่วงหยุดยาววันชาติจีน ระยะ 1 สัปดาห์ (1-7 ต.ค.) ด่านโหย่วอี้หรือด่านมิตรภาพบนชายแดนจีน-เวียดนาม ในเมืองผิงเสียง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน ได้รับรองรถบรรทุกขนส่งทุเรียนไทยคันหนึ่งที่วิ่งผ่านเวียดนามมายังด่านโหย่วอี้ของจีน

รายงานระบุว่ารถบรรทุกทุเรียนไทยคันนี้ได้ผ่านพิธีการศุลกากรแบบไร้กระดาษและการตรวจสอบเชิงอัจฉริยะอย่างราบรื่นภายในระยะเวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมง ทำให้สามารถกระจายสินค้าทุเรียนไทยอันเป็นที่โปรดปรานของผู้บริโภคชาวจีนสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว

อนึ่ง ด่านโหย่วอี้เป็นด่านบกขนาดใหญ่ที่สุดสำหรับการขนส่งผลไม้ไทยเข้าสู่จีน โดยข้อมูลศุลกากรของด่านโหย่วอี้ระบุว่ามูลค่าการนำเข้าทุเรียนไทยผ่านด่านแห่งนี้ ช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม 2024 สูงถึง 5.88 พันล้านหยวน (ราว 2.76 หมื่นล้านบาท)

ด่านโหย่วอี้ได้ปรับปรุงพิธีการศุลกากรและกระบวนการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มความรวดเร็วของการขนส่งสินค้าเกษตรนำเข้าที่ต้องรักษาความสดใหม่ เช่น ผลไม้สดจากไทยและกลุ่มประเทศอาเซียน

สยงฉู่โจว เจ้าหน้าที่ด่านโหย่วอี้ เผยว่ามีการใช้ระบบตรวจสอบยานพาหนะขาเข้า-ขาออก เวอร์ชัน 2.0 พร้อมทดลองระบบแจ้งยานพาหนะเข้า-ออกล่วงหน้าทางออนไลน์ ทำให้เกิดพิธีการศุลกากรแบบไร้กระดาษ โดยบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ การยืนยันตัวตนผ่านข้อมูลชีวภาพ และการโต้ตอบเชิงอัจฉริยะ

ด่านโหย่วอี้ได้ดำเนินการตรวจสอบยานพาหนะข้ามพรมแดนจีน-เวียดนามในปีนี้สูงถึง 5.38 แสนคัน เมื่อนับถึงวันที่ 23 ก.ย. ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.1 เมื่อเทียบปีต่อปี และครองอันดับหนึ่งในภูมิภาคกว่างซีติดต่อกัน 5 ปี

ไช่เจิ้นอวี่ ผู้จัดการทั่วไปของกว่างซี โอวเหิง อินเตอร์เนชันแนล โลจิสติกส์ จำกัด เผยว่าบริษัทนำเข้าทุเรียนผ่านด่านโหย่วอี้มากกว่า 2,000 ตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทุเรียนไทย ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2024 โดยความรวดเร็วในการดำเนินพิธีการศุลกากรของด่านโหย่วอี้ช่วยรับประกันความสดของทุเรียนและส่งสินค้าถึงผู้บริโภคได้เร็วยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ จีนและเวียดนามเริ่มต้นก่อสร้าง 'กิโลเมตรที่ 0' ของช่องทางขนส่งสินค้าที่ด่านโหย่วอี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2023 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการด่านบกอัจฉริยะจีน-เวียดนาม ที่เป็นโครงการด่านบกอัจฉริยะข้ามพรมแดนแห่งแรกของจีน โดยโครงการนี้มุ่งกระชับขั้นตอน ลดการใช้กระดาษ ทุ่นแรงงานมนุษย์ ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพ

โครงการด่านบกอัจฉริยะจีน-เวียดนาม ประยุกต์ใช้ระบบนำทางผ่านดาวเทียมและสัญญาณ 5G เพื่อสร้างแพลตฟอร์มอัจฉริยะสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน การเดินรถขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ไร้คนขับ การใช้อุปกรณ์ยกย้ายอัตโนมัติ การตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์เชิงอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการดำเนินพิธีการศุลกากรได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘สุกฤษฏิ์ชัย’ ชี้เหตุการณ์น้ำท่วมภาคเหนือ เกิดจากวิกฤติทรัพยากรธรรมชาติแนะเร่งฟื้นฟูป่าไม้ สร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ลดผลกระทบในอนาคต

(4 ต.ค. 67) นายสุกฤษฏิ์ชัย ธีระเริงฤทธิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ (หน่วยงานดีเด่นแห่งชาติสาขาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) และที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... ในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า 

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจ รวมถึงขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยพิบัติจากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มรุนแรงที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียงหลายจังหวัดทางภาคเหนือ ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนจำนวนมาก 

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ต้องเร่งแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาสภาพพื้นที่ป่าที่ถูกทำลาย เสียหาย เปลี่ยนแปลงสภาพ จากการตัดไม้ทำลายป่าต้นน้ำ ป่าสมบูรณ์ จนเกิดเป็นภูเขาหัวโล้น การบุกรุกเพื่อเปิดพื้นที่ทำการเกษตร ทำไร่เลื่อยรอย ปลูกพืชไร่เชิงเดี่ยว 

ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้น้ำป่าไหลหลากและเกิดดินถล่มโดยไม่มีการชะลอความรุนแรงจากป่า รวมถึงการปลูกสร้างอาคารที่อยู่อาศัยที่กีดขวาง รุกล้ำทางน้ำธรรมชาติ

ข้อมูลจากสำนักจัดการที่ดินป่าไม้ กรมป่าไม้ พบว่าพื้นที่ป่าไม้ในภาคเหนือในปี 2566 มีจำนวน 37,976,519.37 ไร่ หรือ 63.24% ของพื้นที่ภูมิภาค ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากปี 2565 เท่ากับ 171,143.04 ไร่ 

การสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการดูดซับน้ำของพื้นที่ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภัยธรรมชาติ 

อีกข้อมูลจากคณะนักวิจัยจากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่าในปี 2566 พื้นที่ป่าลดลงมาก ปัจจัยหนึ่งเกิดจากไฟป่าที่ลุกลามและขยายวงอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ สะท้อนถึงปัญหาเรื้อรังและเป็นปัจจัยสำคัญสู่วิกฤติทางสิ่งแวดล้อมจนนำไปสู่ภัยพิบัติที่เกิดขึ้น 

การบังคับใช้กฎหมายให้เข้มข้น จริงจัง คงเป็นสิ่งที่หน่วยงานผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต้องรีบดำเนินการ และถือปฏิบัติโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ รวมถึงการเร่งฟื้นฟูป่าไม้ จัดกิจกรรมรณรงค์ปลูกต้นไม้ เพิ่มความแข็งแรงสมบูรณ์ให้ป่าต้นน้ำ ให้ระบบนิเวศธรรมชาติคืนกลับมาโดยเร็ว บนพื้นฐานให้ชุมชนและสังคมมีส่วนร่วมเพื่อความยั่งยืน 

ภาครัฐ ภาคราชการอาจเป็นผู้สนับสนุนให้ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม มูลนิธิต่าง ๆ มาร่วมกันเป็นเจ้าภาพดำเนินการ พร้อมทั้งเพิ่มจำนวนอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) ให้มากขึ้นและครอบคลุมทุกพื้นที่ ใช้เทคโนโลยี ระบบดิจิทัล ภาพถ่ายดาวเทียมเข้ามาใช้กำหนดแผนงาน สำรวจภูมิประเทศ

เราอาจได้ทั้งป่าไม้ที่คืนสภาพธรรมชาติเดิม และยังแก้ไขปัญหาฝุ่นควันพิษ PM2.5 ได้อากาศสะอาดกลับคืนมา วิกฤติครั้งนี้อาจเป็นโอกาสให้เราได้แก้ไขและบูรณาการการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบจากทุกภาคส่วนได้อย่างยั่งยืนด้วย

ศูนย์บริบาลช้างแม่แตง แจ้งข่าวน้ำท่วมศูนย์หนัก ต้องการเรือ-กรงสัตว์ ขนย้ายสัตว์หนีน้ำขึ้นเขา

(4 ต.ค.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศูนย์บริบาลช้าง แม่แตง-เชียงใหม่ หรือ 'Elephant Nature Park' ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ของศูนย์ ว่า

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เป็นครั้งที่หนักที่สุด ! 
น้ำป่าลงมาจากเขาเร็วมากเข้าท่วมพื้นที่ของศูนย์บริบาลเวลานี้ หนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา บางพื้นที่ที่ไม่เคยท่วมก็ท่วมแล้ว ควาญช้างและอาสาสมัครของเราทำงานกันอย่างหนักในการขนย้ายทุก ๆ ชีวิตขึ้นพื้นที่ปลอดภัย

และล่าสุดเมื่อประมาณ 10.00 น. ทางศูนย์บริบาลช้าง แม่แตง-เชียงใหม่ ได้โพสต์ว่า 

ต้องการอาสาสมัครและกรงค่ะ เพราะต้องย้ายสัตว์ไปบนเขาด่วน เนื่องจากถนนถูกตัดทั้งสองทาง

ดังนั้นจึงขอความช่วยเหลือเรื่องเรือค่ะ เพราะอาสาจะเข้าพื้นที่ไม่ได้เลย ถนนบางจุดสองเมตรแล้วค่ะ ถนนที่ปางไม้แดงเป็นเส้นทางเดียวที่ยังจะไปได้ แต่ตอนนี้ดินสไลด์ถนนปิด 

ดิฉันได้ประสานงานท่านรองผู้ว่าจังหวัดเชียงใหม่เพื่อให้ช่วยเหลือเปิดทาง เส้นทางที่จะไปได้คือสายบ้านช้างปางไม้แดง 

สิ่งที่เราต้องการที่สุดในเวลานี้คือ เรือ และกรงขนสัตว์เล็ก และผ้าเต้นท์กันฝน ค่ะ เพราะน้ำท่วมหมดต้องย้ายพวกเขาไปอยู่บนเขาเท่านั้น 

ถ้าท่านใดต้องการเข้าไปช่วยในพื้นที่ ติดต่อพนักงานที่ออฟฟิศตามเบอร์ข้างล่างนี้ เพราะในพื้นที่สัญญาณอ่อนมากค่ะ

คุณดาด้า 098-6566685
064-44688989
คุณยุ้ย 095-361515
คุณเปรี้ยว 095-3615156
คุณไพลิน 088-9172668
สำนักงานมูลนิธิ 053-272855
ขอความช่วยเหลือด่วนค่ะ

ดร.สุวินัย ชี้ใกล้ถึงจุดตัดสินเหตุการณ์ปะทะ ‘อิหร่าน-อิสราเอล’ ในตะวันออกกลาง พี่ใหญ่ ‘สหรัฐ’ ไม่เอาสงครามภูมิภาค หวั่น! จีน-รัสเซีย-อิหร่าน เกาะกลุ่มแน่น

(4 ต.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความวิเคราะห์สถานการณ์ระหว่างอิสราเอล-อิหร่านในชื่อ ‘ตุลาคม คือคำตอบ’ บนเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า

‘ตุลาคม’ คือคำตอบ

อิสราเอลต้องการทำสงครามโดยมีส่วนร่วมของสหรัฐอเมริกา อิหร่านกำลังพยายามป้องกันสงครามใหญ่

‘ยูเครนและอิสราเอล’ ต้องการดึงสหรัฐฯ เข้าสู่ความขัดแย้ง แต่พวกเขาจะพบว่าตัวเองติดกับดัก ต้องการสงครามแต่ทำเนียบขาวไม่ขี่ม้าขาวส่งกองกำลังผสมมาช่วย 

หลังจากนั้นปลายเดือนนี้รัสเซีย​และจีน พร้อมชาติ BRICS ที่ ‘คาซาน’ จะม้วนเสื่อ กรอบความคิดเกี่ยวกับ ‘ทฤษฎีพันล้านทองคำ’ โลกาภิวัตน์และรัฐลึก ไว้ใต้พรมตลอดชีวิต

‘ทฤษฎีพันล้านทองคำ’ เป็นทฤษฎีสมคบคิดที่กลุ่มคนชั้นสูงระดับโลก กำลังใช้เส้นสายเพื่อสะสมความมั่งคั่งให้กับคนรวยที่สุดจำนวนหนึ่งของโลก โดยไม่คำนึงถึงมนุษยชาติที่เหลือ ทฤษฎีนี้เป็นคำศัพท์ที่นิยมใช้กันในโลกที่พูดภาษารัสเซีย

>>>การยับยั้งสงครามใหญ่ ชนวนแห่งสงครามโลกครั้งที่สาม
(1) การโจมตีในพื้นที่มีความหมาย​เฉพาะของอิหร่านบนดินแดนอิสราเอล​ไม่ได้สร้างความเสียหายเพียงเล็กน้อย การโจมตีสำนักงานใหญ่ของ Mossad ในเทลอาวีฟ และหน่วยที่อยู่รอบนอกเพียงครั้งเดียวจะมีผลยับยั้งและไม่น่าจะนำไปสู่สงครามใหญ่

ขีปนาวุธโจมตีฐานทัพอากาศของอิสราเอลใน Nevatim ซึ่งมีเครื่องบินของอเมริกาและอิสราเอล 30 ถึง 50 ลำประจำการอยู่ พื้นที่นี้ทางการอิสราเอล พยายามปกปิดความเสียหายอยู่

โดยที่อิหร่านไม่ได้ใช้ขีปนาวุธจำนวนมาก แค่บางส่วนเพียงเท่านั้น แต่สามารถเอาชนะระบบป้องกันทางอากาศ/ป้องกันขีปนาวุธของอิสราเอลและพันธมิตรได้ มีรายงานว่าขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงเกือบทั้งหมดไปถึงเป้าหมาย

การโจมตีที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น ที่จะมีผลยับยั้งต่ออิสราเอลและสหรัฐฯ จึงเป็นการยากที่เทลอาวีฟจะเดินหน้าเพิ่มระดับความรุนแรง

อิสราเอลกำลังทำเช่นนี้ เพื่อดึงสหรัฐอเมริกาเข้าสู่ความขัดแย้ง แต่เตหะรานกำลังพยายามอย่างดีที่สุดที่จะตอบสนองต่อพวกเขา ในลักษณะที่จะป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งลุกลามบานปลาย

(2) อิหร่านกำลังจัดปาร์ตี้เดือนตุลาคม และการนิ่งของเตหะรานต่อการถูกลอบสังหาร ผู้นำหลายท่านในช่วงที่ผ่านมาไม่ใช่ความอ่อนแอ 

ส่วนสงครามในยูเครนและชายแดนรัสเซียจะจบลงในเดือนตุลาคม หรืออย่างช้าคือสิ้นปีนี้แหละ เพราะ... 

เป็นความจริงที่อิสราเอลตั้งใจที่จะประสานแผนกับสหรัฐฯ เพื่อเปิดฉากโจมตีบนดินแดนของอิหร่านโดยจะต้องอาศัยความร่วมมือเชิงป้องกันกับกองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ รวมทั้งอาวุธเพิ่มเติมสำหรับกองทัพอากาศอิสราเอล และอาจต้องได้รับการสนับสนุนปฏิบัติการประเภทอื่น ๆ จากสหรัฐฯ 

แต่ในเดือนหน้า วอชิงตันไม่ต้องการเพิ่มระดับความรุนแรงในตะวันออกกลาง เพราะผลที่ตามมาจากการแลกเปลี่ยนการโจมตี อาจไม่เป็นตามที่อิสราเอลคาดหวัง ไม่ว่าจะผลจะเป็น บวกหรือลบ

ชาติในตะวันออกกลาง อาจมองว่าอิสราเอลเป็นภัยคุกคามระดับใหม่ ซึ่งจะต้องต่อต้านทันที เตหะรานจะกระชับความสัมพันธ์กับมอสโกและปักกิ่งให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ซึ่งมันเป็นผลดีกับทำเนียบขาวตรงไหน วอชิงตันอยากแยกพวกเขาทั้งสามออกจากกัน ไม่ใช่สร้างสถานการณ์​เพื่อให้เกิด สามประสาน และทำลายยาก

สิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับสหรัฐฯ ในอนาคตอันใกล้นี้ คือความจำเป็นในการแทรกแซงในระดับใหญ่ การส่งทรัพยากรและกระสุนเพิ่มเติมให้กับอิสราเอล และก็ยังต้องแก้ไขกลยุทธ์และวาทกรรมในทิศทางของยูเครนเพื่อรักษาพื้นที่เดิม 

และหากสหรัฐฯ ต้องเข้าแทรกแซงความขัดแย้งโดยตรงในเดือนหน้า (พฤศจิกายน)​ ที่จะมีการเลือกตั้ง รัฐลึกก็จะเปลี่ยนสภาพไปอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมผลการเลือกตั้งไม่ได้อย่างสิ้นเชิง 

ดังนั้น วอชิงตันจะพยายามแก้ไขความขัดแย้งด้วยพลังทั้งหมด ไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงที่รับประกันการยืดเวลาการโจมตีซึ่งกันและกัน

ขณะนี้ สหรัฐฯ 'ห้ามปราม' อิสราเอลไม่ให้ตอบโต้อิหร่าน และจนถึงขณะนี้ สถานการณ์ดูเหมือนทั้งสองฝ่ายมีเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรง 

เหตุผลนั้นชัดเจน ... การปะทะดังกล่าวอาจกลายเป็นหายนะครั้งใหญ่ ทำลายแผนการทางการเมืองทั้งหมด และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง รวมถึงห่วงโซ่อุปทาน เนื่องจากการสื่อสารเคเบิลใต้น้ำทางทะเลในตะวันออกกลางมีบทบาทในการสั่งการเป็นอย่างมาก

แต่สงครามระหว่างอิสราเอลและฮิซบุลเลาะห์ยังคงดำเนินต่อไป 

ณ เวลานี้ ตัวเลือก "สหรัฐฯ กำลังจัดตั้งกองกำลังผสมเพื่อโจมตีอิหร่าน" ยังไม่ใช่ตัวเลือกที่ใช่

แทบจะรับประกันได้เลยว่าผู้นำนาโต้จะไม่รวมอยู่ในกองกำลังผสมดังกล่าว และการร่วมมือกันของอิสราเอลและราชวงศ์อาหรับในอ่าวเปอร์เซียต่ออิหร่านก็ถูกตัดออก เนื่องจากทัศนคติเฉพาะเจาะจงของชาวอาหรับที่มีต่อเปอร์เซีย ดีขึ้นในช่วงหลัง

สหรัฐอเมริกาเองก็ไม่ต้องการสงครามในตะวันออกกลาง 

และในระหว่างนี้สหรัฐอเมริกาไม่อยากกระตุ้นให้อิหร่าน​กลายเป็นสมาชิกโดยพฤตินัยของ 'Club Nuclear' อย่างรวดเร็ว 

การแก้ปัญหาทางการทูตเป็นสิ่งที่พึงปรารถนา เพราะวอชิงตันเน้นย้ำว่าอิหร่านเป็นอำนาจนิวเคลียร์ 'ที่ซ่อนอยู่' ซึ่งเป็นอำนาจที่ยังคงไม่ใช้นิวเคลียร์ตามความใจชอบ 

แต่เมื่อเตหะรานตัดสินใจที่จะเพิ่มความเข้มข้นยูเรเนียมเป็นอาวุธ อิหร่านจะกลายเป็นสมาชิกโดยพฤตินัยของ 'Club Nuclear' ไปแล้ว

ผลที่ตามมาจะทำให้เตหะรานมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ 

ตะวันออกกลางเป็นจุดตัดระหว่างการค้าโลก โทรคมนาคม และการจัดหาพลังงานให้กับยุโรป แอฟริกา และเอเชีย ภูมิภาคนี้มีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำรองมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก และอิทธิพลของอิหร่านจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก 

อย่างน้อยที่สุด อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานในสหรัฐฯ 

อีกทั้งการคว่ำบาตรอิหร่านจะยากขึ้นมากเนื่องจากไพ่เด็ดด้านนิวเคลียร์สามารถใช้ได้ในหลายพื้นที่ทั่วโลก ไม่ใช่แค่ตะวันออกกลาง 

ความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้นจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการค้าโลกทั้งหมด อิหร่านยังไม่ได้ครอบงำภูมิภาคนี้ แต่ด้วยอาวุธนิวเคลียร์ อิหร่านจะกลายเป็นคู่แข่งของสหรัฐฯ ในทางภูมิศาสตร์ทันที

สิ่งเหล่านี้คือความกลืนไม่เข้าคายไม่ออก​ของทำเนียบขาว เหตุผลที่ทำไมเตหะรานรอเดือนตุลาคม โดยชะลอการโจมตีอิสราเอล ปิดปากอยู่เงียบ ๆ จนโลกชี้หน้าว่า อ่อนแอ ไม่แก้แค้นเสียที 

เตหะรานต้องแก้แค้นแน่นอน แต่ต้องควบคุมวิถีของสงครามให้อยู่ในวงจำกัดได้อีกด้วย และส่งไม่ให้ ปูตินและลุงสี ปลายเดือนนี้ในการล้มกรอบความคิดเกี่ยวกับ 'ทฤษฎีพันล้านทองคำ' ของโลกาภิวัตน์และรัฐลึก ไว้ใต้พรมตลอดชีวิต ที่เมืองคาซาน สหพันธรัฐ​รัสเซีย

~ AnneHya

>>>อิหร่านมีรายได้หลักจากการค้าน้ำมัน (แม้จะอยู่ภายใต้มาตรการแซงชันของตะวันตก) ทำให้มีรายได้ สำหรับการพัฒนาด้านกองทัพ และ สนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในตะวันออกกลาง
>>>หากสถานีน้ำมันของอิหร่านถูกอิสราเอลโจมตี จะสร้างผลกระทบแรง ต่อราคาน้ำมันที่จะพุ่งขึ้น และจะกระทบกับการขนส่งทางทะเลในอ่าวเปอร์เซีย

>>>เศรษฐกิจโลกจะได้รับผลกระทบ เงินเฟ้อจะพุ่งแรง (ราคาทองคำ และ น้ำมันจะพุ่งขึ้นด้วยกันสวนทางกับ ตลาดหุ้น และ ตลาดบอนด์ ที่ถูกหนุนเอาไว้ ด้วย พันธบัตรอเมริกาที่จะดิ่งลง)
>>>ความตึงเครียดที่ยกระดับขึ้นเรื่อย ๆ ในตะวันออกกลาง จากการเปิดศึกของอิสราเอล ที่หนุนหลังโดย อเมริกา และกลุ่ม G7 รวมทั้งตอนนี้ คือการเปิดหน้า โจมตีกันไปมา ระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน

>>>ผู้คุมเกม/ผู้รู้เท่าทัน ได้เล็งเห็น ผลลัพธ์ล่วงหน้าแล้วว่าความขัดแย้งเหล่านี้ จะต้องนำไปสู่สงครามขั้นแตกหัก (สงครามใหญ่ระดับสงครามโลก) และการพังทลายของระบบเศรษฐกิจโลก ที่หนุนด้วย พันธบัตรอเมริกา
>>>ขั้วอำนาจตะวันออก ... ได้ถือกำเนิดกลุ่ม BRICS และสกุลเงินใหม่ที่อิงด้วยทองคำ (BRICS Unit) โดยไม่ต้องอาศัย ดอลลาร์... ที่จะมีการประกาศความชัดเจนมากขึ้น ในการประชุมใหญ่ BRICS Summit ในวันที่ 24 ตุลาคม 2024 ที่รัสเซีย... อิหร่าน และ กลุ่ม East จึงมีการเพิ่มการสะสมทองคำ เพื่อใช้อ้างอิงสกุลเงินใหม่แบบดิจิทัล (Digital payment system)... ที่ท้าทาย ดอลลาร์ (ซึ่งกำลังเสื่อมอำนาจซื้อลงเรื่อย ๆ)

>>>ขั้วอำนาจตะวันตก ... โดยกองทุนจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก คือ BlackRock ซึ่งมี AUM (Asset Under Management ) 10.65 T(rillion dollars) ใน Q2 2024 

รองลงมาคือ Vanguard มี AUM ที่ 8.7T... เพื่อปกป้องความเสี่ยงจากระบบการเงินของโลก ที่มีดอลลาร์เป็นเงินสำรองหลัก ที่กำลังจะล่มสลาย

ด้วยการที่ BlackRock ได้ก่อตั้ง BUIDL (กองทุนเพื่อสภาพคล่องแห่งสถาบันแบบดอลลาร์ดิจิทัล) (BlackRock USD Institutional Digital Liquidity Fund)... โดยแปลง ดอลลาร์ เป็นเหรียญโทเคน (Tokenised fund) บน Ethereum Blockchain (ในความร่วมมือกับ Ethena Labs)... ซึ่งจะจ่ายผลตอบแทนจากดอลลาร์ ผ่านเหรียญโทเคน (Stablecoin UStb) ที่อิงด้วยกองทุน BUIDL ซึ่งลงทุนใน US Dollars, US Treasury bills และ Repo (Repurchase agreements)

รายใหญ่ เขาเตรียมเรือชูชีพ/ทางรอด/Hedging เอาไว้แล้ว เพราะเล็งเห็นแล้วว่า 'เรือใหญ่ดอลลาร์' กำลังจะจม

ย้อนมาดูตัวเล็ก ๆ เช่นเรา ตอนนี้ เราต้องตกผลึกทางความคิดกันแล้วว่า..เรือชูชีพของเรา คือ ปัจจัย 4 ที่ไม่ต้องพึ่งพาระบบ, ที่หลบภัย, และทองคำแท่งในกำมือ

ศิษย์เก่า-ปัจจุบัน อุเทนถวาย เกือบ 100 ชีวิต ยกพลขึ้นเชียงราย ช่วยเหลือชาวบ้าน  

อดีตไม่สำคัญ ปัจจุบันขอเป็นพลังอาสาฟื้นฟูชุมชนหลังน้ำท่วมใหญ่ ศิษย์เก่า-ปัจจุบัน อุเทนถวาย เกือบ 100 ชีวิต ยกพลขึ้นเชียงราย ช่วยเหลือชาวบ้าน เยาวชนจากศูนย์ฝึกบ้านกาญจนาภิเษก กว่า 20 ชีวิต เดินทางมาร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา ลงพื้นที่ฟื้นฟู ตักโคลนล้างบ้าน ด้านนายวิศาล ประธาน กมธ.วิสามัญ พรบ.คุมเหล้า ลงพื้นที่ให้กำลังใจ พร้อมหนุนเสริมภารกิจเยาวชนช่วยชาวเชียงรายสู้ภัยพิบัติ

เมื่อวันที่ (29 ก.ย.67) ที่ผ่านมานายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คณะกรรมาธิการฯ ซึ่งเดินทางมาศึกษาดูงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่จังหวัดเชียงราย และเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ (27-29 กย.) ได้เดินทางมอบถุงยังชีพให้กับประชาชน ผู้ประสบภัยในพื้นที่ และได้เดินทางไปมาเยี่ยมให้กำลังใจนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เขตพื้นที่อุเทนถวาย และศิษย์เก่า ที่ประจำการอยู่ที่สนามกีฬากลาง อบจ.เชียงราย ได้ร่วมสนับสนุนเงินและสิ่งของกับโครงการ 'หมดตัวไม่หมดใจ เพราะยังมีอีจัน' และหลังจากนั้นกรรมาธิการฯได้เดินทางไปยังบ้านเกาะลอย อ.เมือง จ.เชียงราย 

เพื่อพบปะกับนักศึกษาอุเทนถวายที่ทำงานกันอยู่ในพื้นที่ ได้มอบอาหารให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม และทานข้าวกับน้อง ๆ นักศึกษา “ในฐานะที่เป็นคนเชียงราย ต้องขอบคุณน้อง ๆ ชาวอุเทนถวายและรุ่นพี่ทุกคน ที่เดินทางไกลเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบกับความทุกข์ยากในเวลานี้ ทราบมาว่าในแต่ละวันทุกคนมีภารกิจที่หนักหน่วงกันมาก ทั้งที่จุดจัดการของบริจาคร่วมกับเพจอีจัน และในพื้นที่ประสบภัย ทำงานกันชนิดแทบไม่ได้พัก ได้เห็นภาพที่น้อง ๆ นอนพักกลางวันทั้งที่เนื้อตัวยังเต็มไปด้วยโคลนแล้ว ยังต้องลุกขึ้นมาทำงานต่อ ยิ่งรู้สึกเห็นใจและชื่นชมในความเป็นนักสู้ของทุกคน หากต้องการความช่วยเหลือให้ประสานงานมาได้ตลอด” นายวิศาล กล่าว  

นายเตชาติ์ มีชัย ประธานมูลนิธิเด็ก เยาวชนและครอบครัวมกล่าวว่า ท่ามกลางความโกลาหลหลังเกิดภัยพิบัติฝนตกถล่มเชียงรายในหลายพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 9-14 กันยายนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตนับสิบราย บ้านเรือนเสียหายมากกว่าห้าหมื่นครัวเรือน หลายหน่วยงานเร่งเข้าให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟูความเสียหายที่มาพร้อมกับความรุนแรงของกระแสน้ำและดินโคลนจำนวนมหาศาล กลุ่มคนเล็กๆสองกลุ่มที่เข้าพื้นที่มาปฏิบัติภารกิจอย่างเงียบ ๆ และสม่ำเสมอ เรียกได้ว่าสายตัวแทบจะขาดในแต่ละวัน กลุ่มแรกพวกเขาคือคนหนุ่มสาวชาวอุเทนถวาย ที่ในอดีตมักถูกสังคมตัดสินตีตรา ในนามเด็กอาชีวะที่มักจะมีข่าวทะเลาะวิวาทต่างสถาบัน แต่วันนี้พวกเขาทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง และศิษย์เก่าเกือบ 100 ชีวิต พร้อมใจกันมาทุ่มเทแรงกายแรงใจเข้ามาฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วมเชียงราย แม้จะรู้ว่าต้องมาเจองานที่ยากและหนักยิ่งก็เต็มใจที่จะมา และอีกกลุ่มคือเยาวชนจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก กว่า 20 คน พร้อมเจ้าหน้าที่ ก็เดินทางเข้าพื้นที่ด้วยเช่นกัน  

ซึ่งเป็นภารกิจที่ถูกจัดขึ้นแทบทุกครั้งที่มีภัยพิบัติครั้งใหญ่ ๆในประเทศ เช่น กรณี คลื่นยักษ์สึนามิที่พังงา ดินถล่มที่ลับแล เป็นต้น โดยเป็นการตัดสินใจร่วมกันของเยาวชนในศูนย์ฝึกแห่งนี้ ซึ่งทุกคนต้องการใช้พลังกายพลังใจตอบแทนคืนสู่สังคมในยามที่ยากลำบากแบบนี้ มูลนิธิฯเป็นเพียงลมใต้ปีกผู้ที่คอยสนับสนุนภารกิจของทั้งสองกลุ่มนี้ให้ลุล่วง และพยายามระดมทรัพยากรช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้  

นายศุภชัย ลิ้มพิพัฒนโสภณ นายกสมาคมศิษย์เก่าอุเทนถวาย กล่าวว่า ช่วงมีข่าวน้ำท่วมหนักที่เชียงราย พวกเรารุ่นพี่รุ่นน้องอุเทนถวาย ได้จัดทำโครงการอาสารวมน้ำใจคนไทย กู้วิกฤตภัยน้ำท่วมที่จังหวัดเชียงราย โดยเบื้องต้นระดมเงินจากรุ่นพี่ ๆ หน่วยงานห้างร้าน องค์กรเครือข่ายเพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วม โคลนถล่มในจังหวัดเชียงราย เราเดินทางเข้าพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน แบ่งภารกิจเป็นสองส่วนคือส่วนแรกประจำการที่สนามกีฬากลาง อบจ.เชียงราย สนับสนุนภารกิจจัดการกับของบริจาค ในโครงการ 'หมดตัวไม่หมดใจ เพราะยังมีอีจัน' ที่จะส่งมอบอุปกรณ์ของใช้จำเป็นให้บ้านที่ได้รับผลกระทบหนัก ช่วยเหลือตัวเองได้ยากลำบาก เช่น 

ที่นอน หม้อหุงข้าว เตาแก๊ส ฯลฯ ส่วนที่สองจะเข้าไปในพื้นที่ที่น้ำท่วมโคลนถล่ม ไปช่วยตักโคลน ล้างบ้าน ทำความสะอาดบ้าน อุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ให้มีสภาพพร้อมใช้งาน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เราได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานในพื้นที่เป็นอย่างดีทำให้ภารกิจที่วางไว้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี  

ด้านนายอนนทกรณ์ นาดี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เขตพื้นที่อุเทนถวาย กล่าวว่า รู้สึกมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือคนที่ยากลำบาก พวกเขาลำบากเราก็เห็นใจ พวกเราทุกคนมีความสุขได้รับการต้อนรับจากคนในพื้นที่เหมือนลูกเหมือนหลาน น้อง ๆ ที่มาช่วยก็เต็มใจมา รู้สึกดี  เห็นแววตาที่ชาวบ้านมองเราอย่างเอ็นดู อยากชักชวนเพื่อนคนนักเรียนนักศึกษามาใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ มาช่วยเหลือชาวบ้านในยามที่ทุกคนกำลังแย่ ผมคิดว่าการมีกิจกรรมแบบนี้ เป็นเรื่องที่ดีจะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาและน้อง ๆ ที่มาร่วมด้วย แม้ว่าเราจะเหนื่อย หนัก และได้พักผ่อนน้อย แต่เราก็มีความสุขทุกครั้งที่ออกไปทำงาน เวลาที่ได้ยินเสียงขอบคุณ แววตาของความเมตตาจากชาวบ้านที่มองเรา การโอบกอดเราอย่างลูกหลานคือพลังใจที่เราได้กลับมา

ด้านนายเอ นามสมมุติ เยาวชนจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย)บ้านกาญจนาภิเษก กล่าวว่า พวกเราเดินทางมาเชียงรายด้วยความสมัครใจ กว่า 20 ชีวิต และยังมีเพื่อนอีกจำนวนหนึ่งอยู่ที่บ้านกาญ คอยไปเป็นอาสาสมัครช่วยจัดการของบริจาคของมูลนิธิกระจกเงาที่กรุงเทพ ตามที่ได้รับแจ้งภารกิจมา ก่อนการตัดสินใจทำภารกิจในครั้งนี้ ป้ามล ทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกฯบ้านกาญจนาภิเษก ได้เปิดโอกาสให้พวกเราได้พูดคุยกัน หาข้อมูล ตัดสินใจร่วมกันว่าจะไปช่วยชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมในพื้นที่เชียงราย ส่วนคนที่ไม่ได้ไปจะต้องพร้อมสแตนบายสำหรับภารกิจอาสาที่กรุงเทพ เราได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือ จากพี่ๆที่เคยเป็นศิษย์เก่าบ้านกาญ มูลนิชนะใจ มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว และเครือข่ายที่เป็นกัลยาณมิตรกับบ้านกาญจนา พวกเรารู้ดีว่าการมาในครั้งนี้ต้องเจองานใหญ่แน่นอน  

ซึ่งในความจริงที่มาก็เจองานหนักจริง ๆ ในแต่ละวันการเข้าพื้นที่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย งานตักโคลน ล้างบ้าน ทำความสะอาดทุกอย่าง ต้องใช้พลังกายพลังใจอย่างมาก มีเวลาพักน้อยต้องทำงานแข่งกับเวลา แต่สิ่งที่ตอบแทนกลับมามันมีคุณค่ามากๆสำหรับพวกเราคือรอยยิ้ม คำขอบคุณและความเมตตาของลุงป้าน้าอา ที่เราเข้าไปช่วย เหมือนกับพวกเราเป็นลูกหลานจริง ๆ หลายๆบ้านคุณตาคุณยายร้องไห้บอกให้เราแวะมาเยี่ยมด้วยนะถ้ามีโอกาส เรารู้สึกได้เลยว่านี่คุณค่า คือความหมายที่พวกเราตามหามานาน  และไม่เสียใจเลยที่ตัดสินใจมาที่นี่แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็ตาม

'กลุ่ม ปตท.' ชู 3 แนวทาง สู่ Net Zero ตอกย้ำ 'ความยั่งยืนอย่างสมดุล

แนวทาง 3C ของกลุ่ม ปตท. ไม่เพียงช่วยนำสู่เป้าหมาย Net Zero แต่ยังเป็นโอกาสให้เกิดเป็นธุรกิจใหม่ด้านการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และธุรกิจไฮโดรเจน ด้วย 

1. Climate Resilience Business 
ปรับ Portfolio พิจารณาเรื่องการปลดปล่อยคาร์บอน ควบคู่กับการเติบโตทางธุรกิจ 

2. Carbon-Conscious Asset 
-การปรับปรุงประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต ใช้พลังงานสะอาด อาทิ Hydrogen 
-การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในกระบวนการผลิต 
-การนำคาร์บอนไดออกไซด์แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ (Carbon Capture and Utilization: CCU) 
 
3. Coalition, Co-Creation, and Collective Efforts for All 
-ประสานความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเป็นแกนหลักของประเทศในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีในการลดก๊าซเรือนกระจก 
-ใช้เทคโนโลยีการดักจับและการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage: CCS) 
-การเพิ่มการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยวิธีทางธรรมชาติ ผ่านการปลูกและบำรุงรักษาป่า 

'มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง' เสริมสร้างอนาคตเด็กไทย ลงพื้นที่ภาคใต้ มอบทุนการศึกษาในระดับชั้นประถม และทุนฯ ทุกระดับปีสุดท้าย (ทุนสัญจร) แก่เยาวชนรวม 53 สถาบัน มูลค่ากว่า 2.28 ล้านบาท

เมื่อวานนี้ (3 ต.ค.67) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วย นายนิพนธ์ ลีละศิธร กรรมการ  นายนิพนธ์ โชคภิรมย์วงศา กรรมการปฏิคม และนางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ  ลงพื้นที่มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา และทุนฯ ทุกระดับปีสุดท้าย (ทุนสัญจร) ประจำปี พ.ศ. 2567 แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ภาคใต้ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช ตรัง และสตูล 

โดยมี จังหวัดพัทลุงเป็นศูนย์กลางในการมอบทุนฯ รวม 53 สถาบัน 265 ทุน รวมเป็นเงินจำนวน 2,280,000 บาท (สองล้านสองแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมตามที่มุ่งหวัง เติบโตพร้อมมีวิชาความรู้ สร้างอนาคตของตนเองและครอบครัว เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง โดยมี นางนิศากร วิศิษฏ์สรอรรถ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะพัทลุงการกุศลมูลนิธิฯ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี ณ ศูนย์ประชุม โรงเรียนพัทลุง ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง

การมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต และนักศึกษา เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของงานสังคมสงเคราะห์ ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ดำเนินการมาแล้วเป็นเวลากว่า 50 ปี โดยในปี พ.ศ. 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดสรรงบประมาณในการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมทั้งสิ้น 18,345,000 บาท (สิบแปดล้านสามแสนสี่หมื่นห้าพันบาทถ้วน)

ตลอดระยะเวลากว่า 114 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงการพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” 

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก 
แฟนเพจ http://www.facebook.com/pohtecktungofficial

'พาณิชย์' ขานรับนโยบาย 'นายกฯ' ชูไทยเป็นคลังอาหารของกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เสริมความมั่นคงทางอาหารโลก (Food Security) พร้อม ‘ผลิตสินค้า-เก็บรักษา-ส่งทันที 24 ชม.’ 

'นายพิชัย นริพทะพันธุ์' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การประชุม ACD summit ครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แสดงบทบาทผู้นำของประเทศไทยอย่างยอดเยี่ยม และเป็นที่ชื่นชมของผู้นำต่างประเทศจำนวนมาก ซึ่งมีผู้นำหลายประเทศมาขอร่วมถ่ายภาพด้วย ล่าสุดติดอันดับ 100 ผู้ทรงอิทธิพลแห่งอนาคตของนิตยสาร TIME ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้แสดงวิสัยทัศน์ โดยเสนอว่าในภาวะที่ความไม่สงบและมีความผันผวนในบริเวณกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง ที่อาจจะทวีความรุนแรงขึ้นได้ จึงได้เสนอแนวคิดความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) 

โดยประเทศไทยจะเสนอเป็นประเทศที่จะผลิตอาหารเพื่อจำหน่าย อีกทั้งเก็บรักษาพร้อมส่งมอบให้กับกลุ่มประเทศในตะวันออกกลางทันทีภายใน 24 ชม. หากมีความรุนแรงและความขาดแคลนในอาหารในกลุ่มประเทศดังกล่าว ซึ่งสามารถทำให้มั่นใจได้ว่าประชาชนในกลุ่มประเทศในตะวันออกกลางจะไม่ขาดแคลนอาหาร ซึ่งทำให้ประเทศต่างๆให้ความสนใจอย่างมาก เช่น UAE,  Qatar, Kuwait, Oman เป็นต้น โดยประเทศไทยจะสามารถขายสินค้าเกษตร และ อาหารสำเร็จรูปพร้อมทานและเก็บรักษาในประเทศไทยพร้อมส่งมอบทันทีให้กับประเทศในตะวันออกกลาง

รมว.พาณิชย์ กล่าวต่อไปว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์​ สานต่อความร่วมมือด้านการสร้างคลังอาหารกับกลุ่มประเทศตะวันออกกลางเพื่อรับมือกับความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ต่อไปให้สำเร็จ โดยตนได้มีโอกาสหารือกับรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และประเทศโอมาน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและส่งเสริมโอกาสความร่วมมือการค้าและการลงทุนระหว่างกัน รวมทั้งแสดงความพร้อมของไทยในการผลิตอาหารที่มีคุณภาพเพื่อเป็นคลังอาหารให้แก่ทั้งสองประเทศเพื่อเสริมความมั่นคงทางอาหาร

นอกจากนี้นายพิชัย ได้หารือกับดร.ธานี บินอาเหม็ด อัลเซ ยูดี (Dr. Thani Bin Ahmed Al Zeyoudi) รัฐมนตรีแห่งรัฐประจำกระทรวงเศรษฐกิจสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยกล่าวว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 1 ของไทยในตะวันออกกลาง และไทยได้แสดงความพร้อมและศักยภาพที่จะเป็นแหล่งความมั่นคงทางอาหารให้กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จึงได้เชิญชวนมาลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารและสินค้าเกษตรของไทย นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังแสดงเจตนารมน์ที่จะสรุปผลการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-ยูเออี ในโอกาสแรก

โดย รมว.พาณิชย์ ยังได้หารือกับ ดร. ซาอิด โมฮัมเหม็ด (Dr. Said Mohammed Al-Saqri) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจโอมาน เพื่อพูดคุยหารือแนวทางการขยายการค้าระหว่างกัน ทางฝ่ายโอมานได้ชื่นชมพัฒนาการด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและการนำ AI มาใช้ในภาคธุรกิจของไทย และเห็นว่าสองฝ่ายควรร่วมมือกันเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยฝ่ายโอมานแสดงความสนใจต่อบทบาทการเป็นคลังอาหารให้แก่โอมาน พร้อมทั้งเชิญชวนโอมานเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ฝ่ายโอมานแสดงความประสงค์ที่จะจัดทำความตกลงคุ้มครองการลงทุนระหว่างกันเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการลงทุนอีกด้วย 

“กระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการของท่านนายกฯ ซึ่งได้เชิญชวน และแสดงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นคลังอาหารให้กับประเทศตะวันออกกลาง โดยในการหารือทวิภาคีวงต่าง ๆ ระหว่างผมกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ก็ได้เน้นย้ำถึงศักยภาพของไทยในการผลิตอาหารและการมีสินค้าฮาลาลคุณภาพสูง โดยประเทศต่าง ๆ มีความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในไทย และใช้ไทยเป็นคลังอาหารเพื่อจัดหาและส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารไปยังประเทศในตะวันออกกลาง เพื่อเสริมความมั่นคงทางอาหาร” นายพิชัยกล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top