Friday, 7 August 2026
Hard News Team

'ลูเวิน' ทีมลีกเบลเยียม ยุติสัญญายืมตัว 'ศุภณัฏฐ์' คืนต้นสังกัด 'บุรีรัมย์' คาดจะถูกส่งลงเล่นถ้วยเอเชียทันที

(1 พ.ย. 67) โอเอช ลูเวน ทีมในลีกสูงสุดของเบลเยียม ประกาศยุติสัญญายืมตัว “แบงค์” ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา กองหน้าทีมชาติไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย

ดาวยิง วัย 22 ปี ได้กล่าวอำลาเพื่อนร่วมทีมและแฟนบอล หลังจากลงเล่นเป็นตัวจริงให้กับ โอเอช ลูเวิน ในเกมเปิดบ้านชนะ อาร์เอฟซี เซแร็ง ในศึกฟุตบอลถ้วย โครกี้ คัพ ที่ คิง เพาเวอร์ แอท เดน ดรีฟ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

ศุภณัฏฐ์ ย้ายมาอยู่กับ โอเอช ลูเวน ทีมจูปิแลร์ลีก เบลเยียม เมื่อเดือนกันยายน 2023 ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล ก่อน โอเอช ลูเวิน ยื่นข้อเสนอต่อสัญญายืมตัวอีก 1 ฤดูกาล

อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาล 2024/25 ศุภณัฏฐ์ ได้รับโอกาสลงสนามในลีกเพียง 61 นาที ก่อนตัดสินใจร่วมกันยกเลิกสัญญาด้วยดีทั้งสองฝ่าย

ศุภณัฏฐ์ ลงสนามให้ ลูเวน ไป 17 เกม ยิงไป 1 ประตู ตลอด 2 ฤดูกาลกับทีม โดยล่าสุดเจ้าตัวถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริง ในฟุตบอลโครกี้ คัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ที่ชนะ เซแร็ง 2-0 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

สำหรับ “แบงค์” ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา กองหน้าทีมชาติไทย จะกลับมาเล่นให้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดอีกครั้ง และจะสามารถลงเล่นในเกม ACL Elite ได้ทันที

ชาวมาเลย์แห่แบนร้าน Starbucks อาจต้องปิดเกือบ 100 สาขาทั่วประเทศ เหตุบริษัทกาแฟหนุนยิวทำสงครามกาซา

(1 พ.ย.67) มาเลเซียรายงานว่า บริษัท Berjaya Group บริษัทเครือข่ายธุรกิจยักษ์ใหญ่ ผู้ดูแลกิจการ Starbucks ในมาเลเซียได้รายงานผลประกอบการครึ่งปีแรกของ ปี 2024 พบว่าขาดทุนสุทธิอยู่ถึง 91.5 ล้านริงกิต และมีรายได้ลดลงจากปีก่อนถึง 35% จากเดิม 1.1 พันล้านริงกิต เหลือเพียง 730.3 ล้านริงกิตในปีนี้  

ผลประกอบการที่ลดลงเชื่อว่ามาจากสาเหตุที่แบรนด์ร้านกาแฟยักษ์ใหญ่ระดับโลกเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์สินค้าชาติตะวันตกที่ให้การสนับสนุนอิสราเอลในการโจมตีฉนวนกาซาและชาวปาเลสไตน์ ส่งผลให้ Starbucks กระทบยอดขายกาแฟกว่า 400 สาขาทั่วประเทศ ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าโดยจำนวนนี้มีความเป็นไปได้ที่อาจต้องปิดสาขาเป็นการถาวรเกือบ 100 สาขา

นอกเหนือจาก Starbucks แล้ว แบรนด์ใหญ่ ๆ อย่าง KFC, McDonald's และ Nestle ก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกันในตลาดมาเลเซีย ที่มีจำนวนไม่น้อยเข้าร่วมกระแสการต่อต้านสงครามของอิสราเอล ที่ใช้กำลังทหารรุกรานพื้นที่พลเรือนในเขตฉนวนกาซา และ เลบานอน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว มากกว่า 50,000 ราย

MalaysiaNow ยังได้สำรวจข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ของ Starbuck พบว่ามีร้านกาแฟอย่างน้อย 60 สาขา ที่จะต้องถูกปิดในระยะเวลาอันใกล้ แม้บางแห่งจะเป็นการปิดเพื่อปรับปรุง แต่บริษัทก็ยังต้องแบกรับค่าเช่าที่ราคาสูง 

อย่างไรก็ตาม Starbucks มาเลเซียได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือเรื่องการปิดสาขาเกือบ 100 แห่งแล้ว ยืนยันว่าจะปิดปรับปรุงแค่บางสาขาเท่านั้น

โดยทางแบรนด์ระบุผ่านแถลงการณ์ว่า 'Starbucks' ไม่เคยอยู่ในเป้าหมายของกระแสการบอยคอตโดยชาติมุสลิมในประเด็นเรื่องสงครามในกาซา นอกจากนี้ยังยืนยันด้วยว่า ผลประกอบการเริ่มกระเตื้องขึ้นแล้วเนื่องจากผู้บริโภคเริ่มตระหนักรู้ว่าข้อกล่าวหาที่ว่าธุรกิจของ Starbucks มีส่วนสนับสนุนกองทัพอิสราเอลนั้น 'ไม่เป็นความจริง'

ก่อนหน้านี้ วินเซนท์ ทาน เจ้าของกิจการ Berjaya Group ผู้ดูแล Starbucks ในมาเลเซีย ได้ออกมาเรียกร้องให้ยกเลิกกระแสคว่ำบาตร Starbucks ที่มองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการคว่ำบาตรกลุ่มนายทุนชาวยิว เพราะจะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานของ Starbucks ในมาเลเซียกว่า 5,000 คน

ทั้งนี้ นอกเหนือจากกระแสบอยคอตสินค้าที่สนับสนุนอิสราเอลแล้ว ธุรกิจ Starbucks ในมาเลเซียยังเผชิญแรงดันรูปแบบอื่นเช่นกัน โดยเฉพาะการแข่งขันอย่างดุเดือดของตลาดร้านกาแฟในประเทศต่างหาก ที่ส่งผลต่อยอดขายของ Starbucks โดยตรง ซึ่งตอนนี้ ZUS Coffee ร้านกาแฟสัญชาติมาเลเซีย ได้โค่น Starbucks คว้าตำแหน่งร้านกาแฟยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไปแล้ว

เล็งเปิดซื้อขายไอพีโอในตลาดหุ้นฮ่องกง คาด China Telecom เข้าถือหุ้นใหญ่

(1 พ.ย. 67) Honor แบรนด์โทรศัพท์สมาร์ทโฟนจากจีน ประกาศความพร้อมในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) โดยได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนรายใหม่ที่คาดว่าอาจจะเป็นบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของจีน

รายงานระบุว่า Honor ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของในฐานะบริษัทลูกของ Huawei กระทั่งทั้งสองบริษัทแยกจากกันเมื่อปี 2020 หลังจากที่ Huawei เผชิญการคว่ำบาตรจากรัฐบาลสหรัฐฯ

Honor ประกาศความตั้งใจในการเปิดตัวซื้อขายในตลาดหุ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2023 ที่ผ่านมา โดยบริษัทระบุว่าจะเริ่มกระบวนการเปิดซื้อขาย IPO ได้หลังจากที่เสร็จสิ้นกระบวนการปรับปรุงโครงสร้างผู้ถือหุ้นเสร็จสิ้นช่วงไตรมาส 4 ของปี 2024 แต่ไม่ได้ระบุถึงมูลค่าการเปิดขาย IPO ในครั้งนี้ แต่คาดว่าจะเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่เปิดซื้อขาย IPO ต่อสาธารณะเป็นมูลค่ามากที่สุด

รายงานได้อ้างแหล่งข่าวระดับสูงของบริษัทว่า มีความเป็นไปได้ที่ Honor จะเข้าเทรดซื้อขายในตลาดหุ้นฮ่องกง ต่างจากกระแสข่าวเมื่อปลายปีก่อนที่ระบุว่าอาจเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ เนื่องจากว่าตลาดหุ้นฮ่องกงมีข้อบังคับบางประการที่เข้มงวดน้อยกว่าตลาดเซี่ยงไฮ้ สะท้อนจากบรรดาบริษัทเทคโนโลยีใหญ่หลายแห่งของจีนที่นิยมจดทะเบียนในตลาดฮ่องกง 

รายงานข่าวยังระบุว่า หนึ่งในนักลงทุนรายใหญ่ที่เล็งเข้าซื้อหุ้นคือบริษัท China Telecom ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่รายหนึ่งของประเทศ นอกจากนั้นยังมีกลุ่ม CICC Capital บริษัทบริหารเงินทุนของจีน Cornerstone และ SDG ซึ่งเป็นกองทุนที่เชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้น

สำหรับแบรนด์ Honor ถือเป็นผู้ผลิตสามารถโฟนรายใหญ่อันดับ 3 ของจีน โดยในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายมือถือไปแล้วกว่า 10.3 ล้านเครื่อง ชิงส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับสามที่ 15% รองจากแบรนด์ Vivo และ Huawei 

‘นักวิทย์โปแลนด์’ พบโครงกระดูกถูกโซ่คล้องเท้า-คอตรึงวิญญาณ ตำนานท้องถิ่นชี้อาจเป็น 1 ใน 10 คนที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็น 'แวมไพร์'

(1 พ.ย. 67) ทีมนักวิทยาศาสตร์จากประเทศโปแลนด์พบโครงกระดูกไร้ชื่อที่ยังมีสภาพสมบูรณ์ ถูกฝังไว้ในสุสานแห่งหนึ่งในเมือง Pien ทางตอนเหนือของประเทศโปแลนด์ โดยข้ออิงจากหลักฐานตำนานท้องถิ่นเชื่อว่า อาจเป็น 1 ใน 10 คนที่ชาวบ้านยุคนั้นเชื่อว่าอาจจะเป็น 'แวมไพร์'

รายงานระบุว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์ ได้ใช้วิธีการสแกนโครงการดูกเพื่อสร้างรูปแบบจำลอง 3 มิติ  เผยให้เห็นสภาพโครงกระดูกอายุ 400 ปีที่ถูกล่ามไว้ด้วยโซ่ตรวนที่บริเวณคอและข้อเท้า 

ออสการ์ นิลส์สัน หัวหน้านักโบราณคดีชาวสวีเดนกล่าวว่า "เป็นเรื่องน่าตลกที่จากสภาพศพของเธอเชื่อว่า มีผู้คนพยายามฝังเธอพร้อมสะกดวิญญาณไม่ให้ฟื้นจากความตาย ... แต่วิทยาศาสตร์ปัจจุบันเราพยายามสร้างภาพจำลองของเธอเหมือนกับปลุกให้เธอคืนชีพอีกครั้ง"

ทีมนักโบราณคดีตั้งชื่อโครงกระดูกนี้ว่า Zosia เธอถูกขุดค้นเมื่อปี 2022 โดยทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Nicolaus Copernicus ในเมือง Torun 

จากการสันนิษฐานคาดว่าเธออาจเสียชีวิตช่วงวัย 18-20 ปี โดยจากการวิเคราะห์กะโหลกศีรษะชี้ให้เห็นเธอมีอาการเจ็บป่วยบางอย่าง ซึ่งอาจทำให้เป็นลมและปวดศีรษะรุนแรง รวมถึงอาจมีปัญหาสุขภาพจิตด้วย นิลส์สันกล่าว 

Zosia ถูกฝังพร้อมกับ เคียว, กุญแจล็อค และไม้บางชนิดที่พบในหลุมศพในสมัยนั้นที่มีคุณสมบัติพิเศษในการป้องกันแวมไพร์ ตามที่ทีมวิจัยของนิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัสกล่าว ซึ่งในบริเวณสุสานเดียวกันยังพบศพเด็กที่ถูกฝังคว่ำหน้าพร้อมใส่กุญแจที่ข้อมือและเท้าไว้เช่นกัน 

ทั้งนี้ ในช่วงยุคกลางของยุโรปมักมีความเชื่อว่าสตรีบางคนอาจเป็นแม่มด จากรูปลักษณะของใบหน้าที่มีจมูกแหลม หรือใบหน้าที่เรียวเล็กผิดปกติ ขณะเดียวกันสตรีที่มีพฤติกรรมผิดปกติทางจิตก็อาจถูกมองว่าเป็นแวมไพร์เช่นกัน

เรือยาวมังกรทีมชาติไทย คว้าเหรียญทอง เรือมังกรชิงแชมป์โลก ICF 2024 ได้โควต้าชิงแชมป์โลก 2025 ประเทศจีน

นักกีฬาเรือยาวมังกรทีมชาติไทย 'ผงาดคว้าเหรียญทอง' การแข่งขันเรือยาวมังกรชิงแชมป์โลก ICF 2024 และคว้าโควต้า เข้าสู่การแข่งขันเรือมังกรชิงแชมป์โลก The World Games 2025 

หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ขอแสดงความยินดีกับ กำลังพลของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ที่เข้าเป็นตัวแทน การแข่งขันกีฬาเรือยาวมังกร ในนามทีมชาติไทย ที่ได้คว้าโควต้า Qualifier ในมหกรรมกีฬาเวิลด์เกมส์ 2025 (The World Games) ที่จะจัดขึ้นในเมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 7 - 17 สิงหาคม 2568 ได้สำเร็จ

โดยคิดคะแนนรวมประเภทเรือ 10 ฝีพายผสม (ระยะ 2000 /500/200) และในการแข่งขันครั้งนี้ มีทีมที่ได้รับโควต้าผ่านเข้าสู่การแข่งขันเรือมังกรชิงแชมป์โลก The World Games 2025 จำนวน 2 ทีม เท่านั้น ซึ่งทีมชาติไทยคะแนนรวมเท่ากับทีมชาติอินโดนีเซีย และคว้าโควต้า สู่มหกรรมกีฬาเวิลด์เกมส์ 2025 (The World Games) ในปีถัดไป โดยมีผลการแข่งขัน ดังนี้

คว้า 3 เหรียญทอง 
- ประเภทเรือ 10 ฝีพายผสม ระยะ 2000 เมตร
- ประเภทเรือ 8 ฝีพายทั่วไป ระยะ 200 เมตร
- ประเภทเรือ 8 ฝีพายทั่วไป ระยะ 500 เมตร

คว้า 2 เหรียญเงิน 
- ประเภทเรือ 10 ฝีพายผสม ระยะ 500 เมตร
- ประเภทเรือ 8 ฝีพายทั่วไป ระยะ 2000 เมตร

คว้า 1 เหรียญทองแดง
- ประเภทเรือ 10 ฝีพายผสม ระยะ 200 เมตร 
มีรายชื่อ เจ้าหน้าที่ทีมและนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 5 นาย ดังนี้
1. เรือโท พรชัย เทศดี สังกัด ศูนย์การฝึกต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (เจ้าหน้าที่ทีม)
2. เรือตรี เกษมสิทธิ์ บริบูรณ์วศิน สังกัด กรมต่อสู้อากาศยานที่ 1 (เจ้าหน้าที่ทีม)
3. จ่าเอก สมชาย สังข์เมือง สังกัด กรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 (นักกีฬา)
4. จ่าเอก ภัทร สังข์เดช  สังกัด ศูนย์การฝึกหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (นักกีฬา)
5. จ่าโท ณัฐพล กลืบกำไร สังกัด กรมต่อสู้อากาศยานที่ 1 (นักกีฬา)

สำหรับนักกีฬาชุดนี้ จะเดินทางไปแข่งขันต่อที่สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน เรือยาวมังกร ชิงแชมป์โลก รายการ 2024 ICF Dragon Boat World Championships ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน 2567 ต่อไป

ปธ.คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา พร้อมคณะเดินทางไปติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาของเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จ.ระยอง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ (31 ต.ค.67) ที่อาคารเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อ.วังจันทร์ จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกัมพล สุภาแพ่ง ปธ.คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา พร้อมคณะ ได้เดินทางมาศึกษาดูงาน และติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาของเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จ.ระยอง มีนายกัฬชัย เทพวรชัย รอง ผวจ.ระยอง น.ส.สายฝน โชชัย คลังจังหวัดระยอง นายวิจิตร พาพลงาม นอภ.วังจันทร์ พร้อมเจ้าหน้าที่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุป แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้รับทราบ โดยเฉพาะในเรื่องของ การส่งเสริมการลงทุน และมูลค่าการลงทุนในปัจจุบัน รวมทั้งประเด็นแนวทางการเจรียมความพร้อมและมาจนการรองรับการปฏิรูประบบภาษีอากรที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนในพื้นที่ EEC และติดตามความก้าวหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยการเดินทางมาศึกษาดูงานรับทราบข้อมูลของเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และติดตามโครงการดังกล่าว จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการลงทุนในการพัฒนาประเทศต่อไป

นอกจากนี้คณะกรรมาธิการ การเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ยังได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เฟส 3 ในประเด็นการเยียวยาผู้ประกอบอาชีพประมงในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากการก่อสร้างที่สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด อีสเทิร์นซีบอร์ดด้วย

นายปฏิมา จีระแพทย์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ เปิดเผยว่า การเดินทางมาติดตามโครงการใน EEC ในวันนี้ เนื่องจากคณะกรรมาธิการฯ เห็นความสำคัญในเรื่องของการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย และโครงการ EEC เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์อย่างมากเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งมีความล่าช้ามาในระยะหนึ่ง ซึ่งการมาติดตามความคืบหน้าดังกล่าว เพื่อให้มาเห็นพื้นที่ว่ามีการพัฒนาไปอย่างไรบ้าง มีผู้สนใจเข้ามาขอรับสิทธิพิเศษเข้ามาประกอบกิจการอุตสาหกรรมพื้นที่ EEC มากน้อยแค่ไหน ทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินมีความคืบหน้าเพียงใด ซึ่งก็ได้มารับฟังข้อเท็จจริงจากผู้บริหาร EEC ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ จะได้นำเอาข้อมูลในเรื่องของการศึกษาในพื้นที่นั้นไปวิเคราะห์ และจะจัดทำข้อเสนอแนะให้กับทางฝ่ายบริหารของประเทศต่อไป ในส่วนของท่าเรือมาบตาพุด ก็ได้มาเห็นหนึ่งในท่าเรือที่สำคัญที่สุดของประเทศไทยในส่วนของที่เป็นพื้นที่สำรองพลังงานที่สำคัญของประเทศ ซึ่งจากนี้ก็คงจะต้องเดินหน้าต้อนรับนักลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งพลังงานก็ต้องสำรองไว้ใช้ให้เพียงพอ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ ก็ได้รับฟังปัญหาจากทางผู้บริหารท่าเรือฯ ซึ่งปัญหาล่าช้าที่พบเกิดจากมติ ครม. ในอดีตที่ต้องการหาผู้ร่วมทุน ซึ่งผ่านมานานพอสมควร ในเรื่องนี้ทางคณะกรรมาธิการฯ จะนำการสูญเสียโอกาสดังกล่าว นำไปทบทวนศึกษาแนวทางที่จะนำเสนอฝ่ายบริหารให้เสนอคณะรัฐมนตรีแก้มติ หรือทำมติใหม่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับการบริหารจัดการ เพื่อที่จะยกระดับเศรษฐกิจของประเทศให้เจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้นต่อไป

'เอกนัฏ' ย้ำเจตนารมณ์ไทย บนเวที COP13/MOP36 เดินหน้าเชิงรุกลดใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน

(1 พ.ย. 67) รมว.เอกนัฏ ประกาศบนเวทีสหประชาชาติ COP13/MOP36 ดันไทยลดใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน เดินหน้าเชิงรุก ปฏิรูปอุตสาหกรรม ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวภายหลังเปิดการประชุมระดับสูงภาคีอนุสัญญาเวียนนา ครั้งที่ 13 (COP13) และรัฐภาคีพิธีสารมอนทรีออล ครั้งที่ 36 (MOP36) (วันที่ 31 ตุลาคม 2567) ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมระหว่างประเทศภาคีสมาชิก ซึ่งมีผู้แทนจากรัฐภาคีกว่า 148 ประเทศเข้าร่วมการประชุม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดและเลิกใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจหลายประเด็น เช่น รายงานการศึกษาทั้งด้านเทคนิคและวิชาการ การนำเสนอเทคโนโลยีสารทดแทนที่มีค่าศักยภาพทำให้โลกร้อนต่ำและประหยัดพลังงาน รายงานการเงินและงบประมาณกองทุนพหุภาคีภายใต้พิธีสารมอนทรีออล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวต่อว่า ประเทศไทยให้ความสําคัญในเรื่องสภาพภูมิอากาศ และการปกป้องชั้นบรรยากาศโอโซน โดยประเทศไทยได้ให้สัตยาบันเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกของพิธีสารมอนทรีออล เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2532 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2532 เพื่อแสดงความรับผิดชอบและให้ความร่วมมือกับนานาประเทศในการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมโลก โดยได้ดำเนินแนวทางเชิงรุกในการลดและเลิกใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนได้เร็วกว่าที่พิธีสารมอนทรีออลกำหนดไว้ ด้วยการปฏิรูปภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการยกระดับพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ซึ่งประเทศไทยมีห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง ประกอบกับความต้องการภายในประเทศและประเทศคู่ค้าเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกเครื่องปรับอากาศเป็นอันดับ 2 ของโลก มีมูลค่าการส่งออกกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นเทคโนโลยีขั้นสูง ส่งเสริมการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตและสารทดแทนที่มีค่าศักยภาพทำให้โลกร้อนต่ำและประหยัดพลังงานภายในประเทศ พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รองรับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้ก้าวทันบริบทโลก ผ่านกลไกกองทุนพหุภาคีภายใต้พิธีสารมอนทรีออล ซึ่งมีกรอบเงินทุนการดำเนินโครงการลดและเลิกใช้สารเอชซีเอฟซี ระยะที่ 2 (ปี พ.ศ. 2563 – 2568) กว่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับประเทศไทยยังได้มีการใช้มาตรการทางกฎหมายโดยการประกาศห้ามใช้สารซี เอฟ ซี (Chlorofluorocarbons (CFCs)) ในการผลิตอุปกรณ์ทำความเย็น และห้ามนำเข้าอุปกรณ์ทำความเย็นที่ใช้สาร CFCs เข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการควบคุมและกำกับดูแล 

นอกจากนี้ ยังได้ให้สัตยาบันต่อพิธีสารมอนทรีออล ฉบับแก้ไข ณ กรุงคิกาลี เพื่อลดการใช้สารเอช เอฟ ซี Hydrofluorocarbons (HFCs) โดยส่วนใหญ่ใช้เป็นสารทําความเย็นในอุปกรณ์ทําความเย็น ซึ่งมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ถือเป็นความท้าทายของประเทศไทย 

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะดำเนินนโยบายลดและเลิกใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนให้เร็วกว่าข้อกำหนดตามพิธีสารมอนทรีออล ฉบับแก้ไข ณ กรุงคิกาลี ที่กำหนดให้ปี 2572 ต้องลดปริมาณการใช้ HFCs ลง 10%  ปี 2578 ลดปริมาณการใช้ HFCs ลง 30%  ปี 2583 ลดปริมาณการใช้ HFCs ลง 50% และในปี 2588 ลดปริมาณการใช้ HFCs ลง 80% เพื่อการบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยที่ร้อยละ 30 - 40 ภายในปี 2573 มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2593 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2608

“ประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะร่วมมือดำเนินงานกับภาคีต่าง ๆ และประชาคมโลก เพื่อแสวงหาแนวทางที่สร้างสรรค์และยั่งยืน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนเป้าหมายการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนต่อไป” รัฐมนตรีฯ เอกนัฏ กล่าวทิ้งท้าย

ส่อง กมธ.พิทักษ์สถาบัน - ป.ป.ช. บ้านเมือง...ในอุ้งมือสภาสีน้ำเงิน!!

รัฐสภาส่งท้าย 30 ต.ค.2567 ปิดสมัยประชุม เปิดประชุมสมัยหน้า 12 ธ.ค.2567  แต่ในห้วงเวลาการปิดสมัยประชุมกรรมาธิการชุดต่างๆ ยังคงทำหน้าที่กันตามพันธกิจสืบเนื่อง...ดังนั้นแนวรบรัฐสภาจะไม่เงียบเหงา วังเวงอย่างแน่นอน..โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวรบของวุฒิสภา หรือสภาสีน้ำเงิน...

วันนี้ขอหมายเหตุถึงสภาสีน้ำเงินก่อนปิดสมัยประชุมสักเล็กน้อย...

1) วุฒิสภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่นเดียวกับวุฒิสภาชุดก่อนหน้านี้ 2-3 ชุด ถ้าจำกันได้ชุดที่แล้ว มี ‘สุวพันธ์  ตันยุวรรธนะ’ เป็นประธานกมธ. และมีบิ๊กเนมทั้งจากสว.และบุคคลภายนอกเพียบ...

มาถึงชุดนี้สภาสีน้ำเงินได้รายชื่อ กมธ.มา 14 คน และเพิ่งเคาะตำแหน่งกันเมื่อวันที่ 29 ต.ค.และฟิตจัดประชุมนัดแรก 30 ต.ค.วางกรอบการทำงาน โดยประธานกมธ.คือ ‘พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา’ อดีตผู้ช่วยเจ้ากรมเสมียนตรา อดีตตุลาการศาลทหารสูงสุด สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ที่กำลังขึ้นหม้อ...

แต่ที่น่าสนใจคณะกมธ.พิทักษ์สถาบันฯ ชุดนี้มีสองดร.หนุ่มไฟแรงหัวใจสีน้ำเงินของแทร่..คือ ‘ดร.เจษฎ์ โทณะวนิก’ และ ‘ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์’ ร่วมอยู่ด้วย..รับประกันซ่อมฟรีด้านวิชาการและการเคาน์เตอร์ หากว่ากมธ.ต้องการ...โดยครั้งนี้ ดร.เจษฎ์ได้รับมอบหมายให้เป็นโฆษก กมธ.

2) ที่ประชุมวุฒิสภา 29 ต.ค.ได้ลงมติตั้งคณะกมธ.สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป.ป.ช. โดยกำหนดระยะเวลาการทำงาน 60 วัน ซึ่งในวันเดียวกันคณะกมธ.ชุดนี้ได้ประชุมในไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เลือก ‘พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา’ เป็นประธานกมธ.

หากเป็นวุฒิสภา..ชุดก่อนหน้านี้ แทบทุกครั้งในการวางตัวประธานกมธ.สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติฯ ทำนองนี้ก็จะหนีไม่พ้นต้องใช้บริการ ‘พล.อ.อู๊ด เบื้องต้น’ อดีตปลัดกลาโหมและนายทหารคนสนิทของ ‘พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์...

คราวนี้..งานแรกที่พล.อ.สวัสดิ์จะต้องพิสูจน์ฝีไม้ลายมือในการทำงานก็คือ..ตรวจสอบประวัติความประพฤติและพฤติกรรมจริยธรรมของ นายประภาศ คงเอียด อดีตผู้พิพากษาศาลภาษีอากรกลาง, อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง, อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ ฯลฯ  ที่ผ่านด่านกรรมการสรรหามาให้สภาสีน้ำเงินลงมติลับให้ความเห็นชอบว่า...ผ่านไม่ผ่าน...ถ้าได้คะแนนเกินครึ่งของสว.ทั้งหมดคือมากกว่า 100 เสียงก็ผ่าน..ถ้าน้อยกว่าก็ชวด...

สายข่าวรายงานด้วยความเสียววูบวาบว่า...โอกาสผ่านหรือไม่ผ่านของนายประภาศนั้น หากว่ากันตามเนื้อผ้าแม้จะมากประสบการณ์การทำงาน แต่ปูมประวัติบางฉากเช่นกรณีตรวจสอบภาษีอันเนื่องจากการขายหุ้นชินคอร์ปให้กองทุนเทมาเส็กนั้น ยังมีการปุจฉา/วิสัชนากันไม่จบจนวันนี้...งานนี้ไม่รู้ค่ายสีแดงหรือสีน้ำเงินจะจับมือกันหรือประลองกำลังกัน..ต้องตามไปดู...

แน่นอนที่สุด..หลังกรณี ‘ประภาศ คงเอียด’ ต้นปีหน้าสภาสีน้ำเงินมีวาระที่จะต้องชี้ขาด  3 กรรมการป.ป.ช.ที่ครบวาระปลายปีนี้ 3 คนคือ พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ,วิทยา  อาคมพิทักษ์และสุวณา สุวรรณจูฑะ...หลังจากนั้นกรรมการป.ป.ช.ก็คงจะได้เลือกประธานคนใหม่กัน..

เดิมพันกระบวนการยุติธรรม เดิมพันประเทศส่วนสำคัญ..อยู่ในอุ้งมือของสภาสีน้ำเงินโดยแท้...ระหว่างน่าลุ้นกับน่าเสียวไส้..ครือๆ กัน!!

ร้อยเอ็ด…นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ ตรวจติดตาม “ร้อยเอ็ดโมเดล” ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในพื้นท

( 1 พ.ย. 67 ) 11.30 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  พร้อมด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม , นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม  ตรวจติดตาม “ร้อยเอ็ดโมเดล” ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ณ วัดเขวาทุ่ง อ.ธวัชบุรี  จ.ร้อยเอ็ด  รับโดยฟังการบรรยายสรุป “ร้อยเอ็ดโมเดล” และ นายกฯกล่าวว่า ขอให้เรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องของทุกคนที่ช่วยกันอย่างจริงจัง และการบำบัดรักษา ขอให้ทุกหน่วยทำงานอย่างบูรณาการ และเพิ่มการรักษาพยาบาล เน้นย้ำตัดวงจรยาเสพติด เน้นมาตรการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมบำบัดรักษาได้รับการบำบัดรักษาอย่างจริงจริงและแผนขอรัฐบาลพร้อมที่ฝึกอาชีพให้ผู้เข้ารับการบำบัดรักษาให้สามารถออกไปประกอบอาชีพตนเองได้ รัฐบาลขอเริ่มที่จังหวัดนำร่องนี้ก่อน และรัฐบาลเน้นย้ำ ขจัดปัญหายาเสพติดให้หมดสิ้นไป     

จากนั้นเวลา 12.45 น. ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมกระบวนการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด โครงการมินิธัญญารักษ์ ค่ายสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช อ.ศรีสมเด็จ  จ.ร้อยเอ็ด เยี่ยมชมโครงการมินิธัญญารักษ์ และให้กำลังใจผู้เข้ารับการบำบัด 

และเวลา 14.45 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  พร้อมคณะ เดินทางไปที่ อบต.น้ำใส อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด เพื่อติดตามการฝึกอาชีพของผู้ที่ผ่านการบำบัดแล้ว ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้พวกเขากลับคืนสู่สังคมได้อย่างมั่นคง ซึ่งรัฐบาลมุ่งหวังให้ร้อยเอ็ดโมเดลเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ และเชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ประเทศไทยจะสามารถแก้ไขปัญหายาเสพติดได้อย่างยั่งยืน

โกสิทธิ์/ร้อยเอ็ด(ห)
081-377-2689


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top