Thursday, 5 November 2026
Hard News Team

ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน ตรวจเยี่ยมกองพันรถถัง กองพลนาวิกโยธิน สร้างขวัญกำลังใจ

(18 พ.ย. 67) พลเรือตรี โยธิน ธนะมูล ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน พร้อมด้วยคณะนายทหารฝ่ายอำนวยการของ กองพลนาวิกโยธิน ตรวจเยี่ยมกองพันรถถัง กองพลนาวิกโยธิน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ พร้อมทั้งรับฟังการบรรยายสรุปการปฏิบัติที่สำคัญ และรับทราบปัญหา ข้อขัดข้องของหน่วย
โดยมี นาวาโท สุรัตน์  ทรงทิพย์ ผู้บังคับกองพันรถถัง กองพลนาวิกโยธิน ให้การต้อนรับ ณ กองพันรถถัง กองพลนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909534645

คณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดตัวห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ระบบอัตโนมัติแบบครบวงจร

(18 พ.ย. 67) ศ.(เชี่ยวชาญพิเศษ) นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. เป็น ประธานและกล่าวต้อนรับในพิธีเปิดแถลงข่าวสื่อมวลชน “การเปิดตัวห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ระบบอัตโนมัติแบบครบวงจร (Complete Integrated Total Lab Automation) แห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเทคโนโลยีทางห้องปฏิบัติการสูงสุด” โดยเป็นห้องปฏิบัติการฯระบบครบวงจรไร้รอยต่อตั้งแต่การเจาะเลือด การตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการเคมีคลินิก ภูมิคุ้มกัน โลหิตวิทยา จนถึงการจัดการสิ่งส่งตรวจหลังการตรวจวิเคราะห์ เพื่อให้การบริการเป็นที่ยอมรับ สร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการโดยมี รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มช. กล่าวนโยบายของคณะแพทยศาสตร์ มช. ในการสนับสนุนการเปิดห้องปฏิบัติการฯ พร้อมด้วย ผศ.นพ.ธนัฐ วานิยะพงศ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ กล่าวศักยภาพและการให้บริการ พร้อมนำเยี่ยมชม ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ระบบอัตโนมัติแบบครบวงจร แห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเทคโนโลยีทางห้องปฏิบัติการสูงสุด ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 ณ ชั้น 15 อาคารเฉลิมพระบารมี และ ห้องปฏิบัติการชันสูตร ชั้น 1 อาคารตะวัน กังวานพงศ์ คณะแพทยศาสตร์ มช.

18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2471 96 ปี ดิสนีย์ เปิดตัว 'มิกกี้ เมาส์' ครั้งแรก 'เรือกลไฟวิลลี่' การ์ตูนที่มีดนตรี และเสียงพูดประกอบเรื่องแรกของโลก

Steamboat Willie หรือ เรือกลไฟวิลลี่ เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2471 (ค.ศ. 1928) ในรูปแบบการ์ตูนขาวดำ ผลงานจากเดอะวอลต์ดิสนีย์สตูดิโอส์ในเครือเดอะวอลต์ดิสนีย์ โดยเรื่องนี้ถือเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ *มิกกี้ เมาส์* และแฟนสาว มินนี่ เมาส์ แม้ว่าทั้งคู่จะเคยปรากฏในภาพยนตร์ทดลองสองเรื่องก่อนหน้านี้ แต่ เรือกลไฟวิลลี่ ถือเป็นภาพยนตร์มิกกี้เรื่องแรกที่เผยแพร่ต่อสาธารณชน

ดิสนีย์เลือกใช้ระบบเสียง ซินิโฟน (Cinephone) ซึ่งพัฒนาโดย *แพท พาวเวอร์ส* โดยดัดแปลงจากระบบ โฟโนฟิลม์ (Phonofilm) ของนักประดิษฐ์ชาวอเมริกันชื่อดัง Lee De Forest การเปิดตัวครั้งแรกจัดขึ้นที่โรงภาพยนตร์ *มอสส์โคโลนี่เธียเตอร์* ในนครนิวยอร์ก

เรือกลไฟวิลลี่ โดดเด่นในฐานะหนึ่งในการ์ตูนเรื่องแรกที่ใช้เสียงประกอบซิงโครไนซ์ และเป็นการ์ตูนเรื่องแรกที่บันทึกเสียงไปพร้อมกับการผลิตฟิล์มทั้งหมด ซึ่งแตกต่างจากการ์ตูนเสียงยุคก่อนที่มักจะพากย์เสียงเพิ่มในภายหลัง ทำให้ *เรือกลไฟวิลลี่* ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ โพสต์!! ในวันเกิด ขอบคุณ ‘ทุกคนที่เชื่อมั่น’ ลั่น!! ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว จะผ่านปัญหาไปให้ได้

(17 พ.ย. 67) จากกรณีที่พิธีกรดัง หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ได้เปิดประเด็นคลิปเสียงของ นักร้องหนุ่ม ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ว่ามีการเรียกเงินกว่า 20 ล้าน แลกกับการพาบอสพอล ดิ ไอคอน กรุ๊ป ไปออกรายการโหนกระแส ก่อนฟิล์มจะออกมาชี้แจงเรื่องราวว่าเป็นการรับงานพีอาร์เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีประเด็นโยงว่าเป็นดาราชายหลอกลงทุนน้ำมันทิพย์ เสียหายนับร้อยล้านไปแล้วนั้น

ล่าสุด ‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ ได้โพสต์ภาพใส่บาตรที่ระบุว่าเป็นวันเกิดของตัวเอง พร้อมเผยความในใจถึงแฟนๆ ว่า

วันนี้วันเกิด ผมขอบคุณทุกกำลังใจ ที่มอบให้ผม ผมรักทุกคนนะครับ ขอให้ทุกคนมีแต่ความสุขเหมือนกันนะครับ ขอโทษที่ปีนี้เราไม่ได้มากอดมาจับมือกันนะครับ และขอบคุณที่ทุกคนเชื่อมั่นในตัวผม ขอบคุณที่มองผมจากที่ทุกคนรู้จักผม ไม่ได้ใช้อารมณ์มาตัดสิน อดทนนะครับ น้ำตาของทุกคนมีค่าสำหรับผม อดทน และอย่าร้องกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมจะผ่านมันไปเหมือนทุกครั้งที่ผมเจอปัญหา เพราะความถูกต้องและความจริง มีหนึ่งเดียว และมันจะกลับมาปกป้องผมทุกครั้ง คิดถึงFFทุกคนนะครับ อยากร้องเพลงกับทุกคนแล้ว

‘นายกฯ อิชิบะ’ ของประเทศญี่ปุ่น อ้างรถติด!! มาไม่ทันถ่ายรูป ชาวเน็ต!! ตำหนิอย่างแรง ขึ้นอันดับ 2 ของ Yahoo Japan

(17 พ.ย. 67) ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘นายกฯ อิชิบะ’ โดยมีใจความว่า ...

นายกฯ #อิชิบะ ของ #ญี่ปุ่น พลาดการถ่ายรูปหมู่ผู้นำ #เอเปค2024 ที่ #เปรู เนื่องจากมาร่วมถ่ายภาพไม่ทัน เพราะรถติดหนัก หลังจากเดินทางไปเยี่ยมหลุมศพของอดีต ปธน.เปรู “อัลแบร์โต ฟูจิโมริ” ที่สร้างความขัดแย้งในเปรู จากนั้นได้หลบหนีมายังญี่ปุ่นหลายปีในช่วงต้นทศวรรษปี 2000 เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตและละเมิดสิทธิมนุษยชน 

นายกฯ #อิชิบะ อาจจะคิดว่านี่เป็นเพียงการถ่ายรูปหมู่ในกลุ่มผู้นำเท่านั้น ไม่ใช่การประชุมสำคัญ แต่ที่จริงการที่อิชิบะไม่มาร่วมถ่ายภาพนั้นถือเป็นความผิดพลาดทางการทูต

แม้ว่าการจราจรติดขัดนั่นเกิดจากอุบัติเหตุ ซึ่งอิชิบะไม่สามารถคาดเดาได้ อย่างไรก็ตาม การที่เขาพาดการถ่ายรูปหมู่ผู้นำเอเปค ได้กลายเป็นที่ชาวเน็ตญี่ปุ่นพากันกล่าวถึงมากติดอันดับ 2 ในการจัดอันดับความคิดเห็นของผู้ใช้มากที่สุดของ Yahoo Japan 

โดยชาวเน็ตญี่ปุ่นจำนวนมากพากันตำหนิอิชิบะสำหรับความผิดพลาดครั้งนี้

‘หมูเด้ง’ ดังยิ่งขึ้นไปอีก!! เมื่อนิตยสาร ‘Rolling Stones’ รายงานว่า!! หมูเด้ง มี ‘เพลงอย่างเป็นทางการ’ มาให้ฟังแล้ว

(17 พ.ย. 67) ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘หมูเด้ง’ โยมีใจความว่า ...

เมื่อนิตยสารดัง Rolling Stones รายงานว่า #หมูเด้ง มีเพลงใหม่ออกมาแล้ว

“Moodeng now has an official song titled.... “Moodeng Moodeng.” 
Yes, you read that right.”

“ตอนนี้ #Moodeng มีเพลงอย่างเป็นทางการแล้วชื่อว่า.... “Moodeng Moodeng”
ใช่ คุณอ่านถูกต้องแล้ว“

เห็นได้ชัดว่าหมูเด้งต้องการครองโลกด้วยเพลงนี้ เป็นเพลงที่มีความยาวเพียง 50 วินาที 

โดยเพลงที่มีท่วงทำนองสนุกสนานนี้มีให้บริการในสี่ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ จีน และญี่ปุ่น — ไม่ได้มีเนื้อเพลงมากมายให้แปล 

เนื้อเพลงส่วนใหญ่คือ “Moodeng moodeng / Deng deng deng” และ “Boing boing” วนซ้ำแล้วซ้ำเล่า 
โดยมีช่วงหนึ่งที่มีเสียงแหลมสูงร้องว่า

 “Mommy mommy play with me / Please mommy come play with me/ Bounce with me, mom.” 

“แม่ แม่ เล่นกับหนูหน่อย / แม่จ๋า มาเล่นกับหนูหน่อย / กระโดดโลดเต้นกับฉันหน่อยนะแม่จ๋า”

สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้จักความสง่างามของหมูเต็ง ลูกฮิปโปแคระกลายเป็นไวรัลหลังจากที่ #สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เริ่มโพสต์วิดีโอของหมูเด้งบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย คลิปฮิปโปตัวเล็กที่ลื่นไถล เคี้ยวหญ้าอย่างอร่อย และกัดสายยางฉีดน้ำก็แพร่หลายไปทั่วอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้า 
หมูเด้งก็กลายเป็นสัญลักษณ์ไลฟ์สไตล์ออนไลน์เพราะบุคลิกที่วุ่นวายของเธอ และตอนนี้เธอกำลังจะโด่งดังขึ้นไปอีก

‘เซเลนสกี’ มั่นใจ!! ‘ทรัมป์’ เชื่อสงครามยุติเร็วขึ้น หลังหวนนั่งเก้าอี้!! ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

(17 พ.ย. 67) ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ระบุมั่นใจว่าสงครามกับรัสเซียจะยุติเร็วขึ้นเมื่อ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง

นายเซเลนสกี กล่าวว่าได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์กับนายทรัมป์ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์หลังจากอดีตผู้นำสหรัฐคนดังได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อต้นเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา โดยไม่ได้เปิดเผยว่านายทรัมป์เรียกร้องอะไรเกี่ยวกับการเจรจากับรัสเซียหรือไม่ แต่ย้ำว่านายทรัมป์ไม่ได้เอ่ยถึงสิ่งที่ขัดกับจุดยืนของยูเครน

นายทรัมป์กล่าวมาโดยตลอดว่าลำดับความสำคัญในนโยบายของตนคือการยุติสงครามในยูเครนซึ่งปะทุขึ้นหลังรัสเซียรุกรานเต็มรูปแบบเมื่อเดือนก.พ. 2565

เนื่องจากสงครามทำให้สหรัฐสิ้นเปลืองทรัพยากรด้านต่างๆ ในรูปแบบการช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครน เมื่อต้นปีที่ผ่านมาสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติอนุมัติความช่วยเหลือทางการทหารมูลค่า 61,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.12 ล้านล้านบาท

สหรัฐเป็นผู้สรรหาอาวุธรายใหญ่ที่สุดของยูเครน ข้อมูลจากสถาบันคีลเพื่อเศรษฐกิจโลก องค์กรวิจัยของเยอรมนี ระบุว่าตั้งแต่เริ่มต้นสงครามจนถึงเดือนมิ.ย.2567 สหรัฐส่งมอบหรือให้คำมั่นที่จะส่งอาวุธยุทโธปกรณ์แก่ยูเครนมูลค่า 55,500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.93 ล้านล้านบาท)

นายทรัมป์ให้คำมั่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งว่าจะยุติสงครามในยูเครน ‘ในวันเดียว’ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่าจะทำอย่างไร

แน่นอนว่าสงครามจะยุติลงเร็วกว่านี้ด้วยนโยบายของทีมที่นำทำเนียบขาวในขณะนี้ นี่คือแนวทางของพวกเขา คำมั่นสัญญาของพวกเขาต่อพลเมือง นายเซเลนสกีให้สัมภาษณ์สื่อยูเครน ก่อนเสริมว่ายูเครนต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้สงครามยุติลงภายในปีหน้า และยุติด้วยวิธีการทางการทูต

สอบเครียด ‘เจ๊พัช’ นานกว่า 5 ชม. ให้การปฏิเสธ ตำรวจสอบสวนกลาง เตรียมนำตัวฝากขัง!! พรุ่งนี้

(17 พ.ย. 67) ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยว่า เปิดเผยถึงการจับกุมตัว น.ส.กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ หรือเจ๊พัช ว่า เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำนานกว่า 5ชั่วโมง ซึ่ง น.ส.กฤษอนงค์ ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและไม่ให้การใด ๆ กับพนักงานสอบสวน โดยอ้างว่าจะขอให้การเป็นเอกสารในภายหลัง

วันนี้ ยังไม่มีการดำเนินการนำตัว น.ส.กฤษอนงค์ มาสอบปากคำเพิ่มเติมแต่อย่างใด เนื่องจากไม่มีประเด็นสอบอะไรเพิ่มเติม ซึ่งหลังจากนี้เตรียมจะนำตัว น.ส.กฤษอนงค์ ส่งฝากผัดแรกที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในวันพรุ่งนี้ (18 พฤศจิกายน) โดยพนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานและข่มขู่พยาน

พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับข้อหาที่แจ้งดำเนินคดีกับ น.ส.กฤษอนงค์ มี 2 ข้อหา ได้แก่ ข้อหากรรโชกทรัพย์ และข้อหาเป็นตัวกลางเรียกทรัพย์สินบน (เรียก รับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาลโดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำการ หรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143) เนื่องจากพฤติการณ์ทางคดีที่เสนอขอหมายจับต่อศาล นอกจากจะพบว่ามีการข่มขู่เพื่อกรรโชกทรัพย์จากกลุ่มบอส The Icon Group จำนวน 750,000 บาทเมื่อกลางปีที่ผ่านมาแล้ว ยังพบถ้อยคำที่กล่าวอ้างว่าจะมีการจ่ายเงินให้กับหน่วยงานรัฐหน่วยงานหนึ่งด้วยในลักษณะของตัวกลาง เมื่อได้แจ้งข้อหาเกี่ยวกับการทุจริตจึงทำให้คดีดังกล่าวอยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

รอง ผบช.ก.กล่าวต่อว่า ในส่วนคดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ น.ส.กฤษอนงค์ รวมไปถึงคดีที่พัวพันกับฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ เกี่ยวเนื่องกับการเรียกรับผลประโยชน์ 20 ล้านบาทกับกลุ่ม The icon Group นั้น มีรายงานข่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จะเรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวน เพื่อหารือเกี่ยวกับคดีดังกล่าว แต่ยังไม่มีกำหนดเวลาที่แน่ชัด

ส่วนมื้อเช้าของวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบได้สั่งอาหารเมนูเด็ดข้าวคลุกกระเพราไก่ แถมแตงกวา ไม่มีไข่ดาว และน้ำเปล่า 1 ขวด มาให้เจ๊พัช หรือ น.ส.กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ ผู้ต้องหาในคดีกรรโชกทรัพย์และเป็นตัวกลางเรียกทรัพย์สินบน กรณีตบทรัพย์บรรดาบอสดิไอคอน ซึ่งถูกคุมขังอยู่ที่ห้องควบคุมตัวชั้น 1 ตึกกองปราบ ให้ได้รับประทาน

ด้านสิบเวรห้องควบคุมตัวชั้น 1 ตึกกองปราบ เผยว่าพนักงานสอบสวนนำเจ๊พัชเข้าสอบปากคำถึง 5 ทุ่มก่อนนำตัวมาควบคุมที่ห้องควบคุมตัวชั้น 1 ตึกกองปราบ และตรวจสอบความเรียบร้อยที่ห้องควบคุม พบว่าเจ๊พัชยังนอนหลับสบายตามปกติ เนื่องจากมีอาการอ่อนเพลีย

ความคืบหน้าการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) มาประดิษฐานในประเทศไทย เมื่อระหว่างวันที่ 14 - 16 พฤศจิกายน 2567

(17 พ.ย. 67) นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการประสานการดำเนินโครงการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) จากสาธารณรัฐประชาชนจีน มาประดิษฐานในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว ได้นำคณะเดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง โดยมีนายวัฒนา เตียงกูล ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายธเนศ กิตติธเนศวร เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชัยยง จันทวีภากร คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมเดินทางด้วย พร้อมคณะทำงานฝ่ายไทย ประกอบด้วย นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายภูมินทร ปลั่งสมบัติ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาการแทนปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายอินทพร จั่นเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการต่างประเทศ กองทัพอากาศ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง และสำนักงานผู้ช่วยทูตทหารอากาศ ในการเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งครั้งนี้ สืบเนื่องจากนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้นายชูศักดิ์ ศิรินิล ในฐานะประธานกรรมการประสานการดำเนินโครงการฯ เป็นผู้แทนรัฐบาลไทย เดินทางมาร่วมประชุมกับหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายจีน เพื่อร่วมเตรียมการและสำรวจสถานที่ประกอบพิธีที่เกี่ยวข้องกับการอัญเชิญพระเขี้ยวแก้ว พร้อมทั้งได้ขอทราบผลสรุปและความคืบหน้าการจัดทำร่างความตกลงและติดตามข้อมูลจากการประชุมร่วมกันของคณะทำงานทั้งสองฝ่ายที่ประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 – 12 ตุลาคม 2567 เพื่อที่ฝ่ายไทยจะได้ประสานงานและเตรียมการที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสมกับวาระโอกาสสำคัญที่ทั้งสองประเทศจะร่วมกันเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - จีน

โดยนายชูศักดิ์ ศิรินิล ได้นำคณะเดินทางไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) ณ   วัดหลิงกวง และนมัสการพระอาจารย์ฉางจ้าง รองประธานพุทธสมาคมจีน เจ้าอาวาสวัดหลิงกวง และหารือเกี่ยวกับแนวทางการประกอบพิธีอัญเชิญพระเขี้ยวแก้ว โดยเจ้าอาวาสวัดหลิงกวง ได้นำสาธิตพิธีอัญเชิญพระเขี้ยวแก้ว เพื่อให้คณะผู้แทนฝ่ายไทยได้บันทึกวิธีการและขั้นตอนปฏิบัติอย่างละเอียด เนื่องจากเมื่ออัญเชิญพระเขี้ยวแก้วมาถึงประเทศไทยแล้ว คณะทำงานฝ่ายไทยต้องมีหน้าที่อัญเชิญไปประดิษฐานยังมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งก่อสร้างมณฑปรองรับไว้แล้ว โดยจะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามวิธีการและขั้นตอนที่ทางวัดหลิงกวงกำหนดไว้ หลังจากนั้นเจ้าอาวาสวัดหลิงกวงได้นำคณะเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติ กรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธีอัญเชิญพระเขี้ยวแก้ว  ขึ้นเครื่องบินมายังประเทศไทย ซึ่งพิธีจะจัดขึ้นในวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ทั้งนี้ เพื่อซักซ้อมและแนะนำขั้นตอนการปฏิบัติ จากนั้นในช่วงเย็นของวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 คณะผู้แทนฝ่ายไทยและคณะผู้แทนฝ่ายจีนได้ประชุมหารือในรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ตรงกันอันจะนำไปสู่การทำความตกลงร่วมในการอัญเชิญพระเขี้ยวแก้ว ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ณ ห้องรับรอง ท่าอากาศยานนานาชาติ กรุงปักกิ่ง

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้นำคณะเดินทางไปยังสำนักงานกิจการศาสนาแห่งชาติจีน (NRAA) เพื่อหารือข้อราชการกับนายเฉิน     รุ่ยเฟิง ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการศาสนาแห่งชาติจีนเกี่ยวกับการอัญเชิญพระเขี้ยวแก้ว หลังจากนั้นคณะทำงานฝ่ายจีนได้จัดเลี้ยงอาหารรับรองให้กับคณะทำงานฝ่ายไทย และในช่วงเย็นของวันเดียวกัน นายชูศักดิ์ ศิรินิล ได้นำคณะเดินทางกลับประเทศไทย ในการเยือนกรุงปักกิ่ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ครั้งนี้ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายก ได้กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและประทับใจในการให้การต้อนรับของฝ่ายจีนมาก ที่ได้ให้เกียรติและอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ตั้งแต่เดินทางถึงกรุงปักกิ่งจนกระทั่งเดินทางกลับประเทศไทย โดยทางการจีนได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับกิจการศาสนามาต้อนรับและอธิบายเกี่ยวกับความสำคัญของพระพุทธศาสนาในประเทศจีนตลอดการเยือนเป็นเวลาสามวัน ตนในนามของผู้แทนรัฐบาลไทย จึงขอขอบคุณผู้บริหารสำนักงานกิจการศาสนาแห่งชาติจีนและคณะทำงานฝ่ายจีนทุกคน และหวังว่าการอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วมาประดิษฐานยังมณฑลพิธีท้องสนามหลวงในระหว่างวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 จะเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติและในฐานะที่พระเขี้ยวแก้วเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าสูงสุดอย่างหนึ่งของประเทศจีนและของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมสักการะพระเขี้ยวแก้วในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - จีน

“เผ่าภูมิ” แจกสัญญาเช่าที่ดิน“ธนารักษ์เอื้อราษฎร์-สุราษฎร์”300 สัญญา กว่า 2,000 ไร่ ชาวบ้านร่ำไห้ดีใจ

ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าวในโครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์” สัญญาเช่าที่ดิน พลิกชีวิตประชาชน ในอำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่า

กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์ มอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุให้ประชาชน ตามโครงการธนารักษ์เอื้อราษฎร์ “สัญญาเช่าที่ดิน พลิกชีวิตประชาชน” โดยในวันนี้ (17 พฤศจิกายน 2567) เป็นการมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ สฎ.848 (บางส่วน) อ.เคียนซา อ.พระแสง และ อ.พุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวม 300 ราย (300 สัญญา) เนื้อที่ประมาณ 2,041 ไร่ 14 ตารางวา เป็นการจัดให้เช่าเพื่ออยู่อาศัย จำนวน 77 ราย เนื้อที่ประมาณ 18 ไร่ 85 ตารางวา และ เพื่อประกอบการเกษตร จำนวน 223 ราย เนื้อที่ประมาณ 2,022 ไร่ 3 งาน 29 ตารางวา ในอัตราค่าเช่าต่ำสุดที่ 40 บาทต่อไร่ต่อปี ซึ่งพี่น้องประชาชนต่างดีใจและบางรายถึงกับร่ำไห้

กรมธนารักษ์มุ่งมั่นจัดหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยประชาชน เพราะถือเป็นรากฐานสำคัญของการดำรงชีวิต เราต้องการเห็นคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนที่ดีขึ้น ต้องการเห็นพี่น้องประชาชนมีที่ดินทำกิน มีที่ดินสำหรับรายได้ที่มั่นคง และมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง เข้าถึงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานของรัฐ ทั้งสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ อีกทั้งยังสามารถนำไปใช้ประกอบการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้อีกด้วย

สรุปผลการดำเนินโครงการธนารักษ์เอื้อราษฎร์ “สัญญาเช่าที่ดิน พลิกชีวิตประชาชน” ของปีงบประมาณ 2567 ดำเนินการทั้งสิ้น 12 จังหวัด รวมจำนวน 3,200 ราย เนื้อที่ประมาณ 11,587 ไร่ 1 งาน 94.90 ตารางวา และกรมธนารักษ์จะแถลงแผนธนารักษ์เอื้อราษฎร์ ในปี พ.ศ. 2568 ในวันพุธที่ 20 พ.ย. อีกกว่า 5,000 ราย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top