Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดพิธีสวดมนต์บูชาธรรม อธิษฐานจิต ถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ขอให้พระองค์ทรงหายจากอาการพระประชวรและมีพระพลานามัยแข็งแรงโดยเร็ววัน 

เมื่อวันที่ (9 ม.ค.68) น.อ.พัลลภ สุภากรณ์ รอง ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ เป็นประธานในพิธี สวดมนต์บูชาธรรม อธิษฐานจิต ถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขอให้พระองค์ทรงหายจากอาการพระประชวรและมีพระพลานามัยแข็งแรง โดยเร็ววัน 

โดยมี ข้าราชการและลูกจ้างของ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เข้าร่วมพิธีฯ ณ อาคารอำนวยการ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ถกเข้มปมเกาะกูด พื้นที่อ้างสิทธิไทย-กัมพูชา จ่อลงพื้นที่ จ.ตราดดับชนวนปัญหาที่ทับซ้อน 30 ม.ค.-1 ก.พ.นี้ แนะทัพเรือตีปิ๊บความจำเป็นซื้อเรือฟรีเกต 

เมื่อวันที่ (10 ม.ค.68) ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ครั้งที่ 1/2568 วันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยมีพล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกมธ.ฯ เป็นประธานการประชุม ที่ห้องประชุม กมธ.CA330 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาการดำเนินงานของอนุกมธ.ฯ หลักๆ คือ อนุกมธ.กิจการทหารด้านไซเบอร์ เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยมีการรับทราบข้อมูลแนวคิดการจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือ

พร้อมเชิญผู้แทนกองทัพเรือเข้าให้ข้อมูล ซึ่งการหารือทางกองทัพเรือมีความเห็นสอดคล้องกันในการส่งเสริมการผลิตในประเทศเป็นอันดับแรก ซึ่งรวมถึงการจัดหาเรือฟรีเกต ด้วยเหตุนี้ที่ประชุมให้ข้อสังเกตว่าควรต้องสร้างการรับรู้สู่สาธารณะถึงความจำเป็นต้องมีเรือฟรีเกตรวมถึงผลประโยชน์ที่ประเทศชาติและประชาชนจะได้รับ ทั้งนี้ทางกอนุกมธ.ฯมีกำหนดเข้าหารือกับ ผบ.ทร.เรื่องการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศด้วย

รวมทั้งยังได้พิจารณาผลดำเนินงานอนุกมธ.กิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวมกรณีการศึกษาเรื่องพื้นที่อ้างสิทธิระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาบริเวณทางทะเลเกาะกูด ซึ่งมีการยกร่างรายงานเบื้องต้นเสร็จแล้วและจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือเพื่อให้ข้อสังเกตเพิ่มเติม รวมทั้งจะเดินทางไปศึกษาดูงานเกาะกูด จ.ตราด ระหว่างวันที่ 30 ม.ค.-1 ก.พ.นี้ ในประเด็นพื้นที่ทับซ้อนและการออกเอกสารสิทธิที่ดินบนเกาะกูด ก่อนจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์เสนอต่อที่ประชุมต่อไป ทั้งนี้ทางกมธ.ฯ กำหนดการประชุมหารือครั้งต่อไปวันที่ 16 ม.ค.นี้

พิษณุโลก มทบ.39 จับมือ เซ็นทรัล กรุ๊ป จัดกิจกรรม 'สานใจ - สร้างไออุ่น' ครั้งที่ 28 ช่วยภัยหนาวให้ชาวคันโช้ง จังหวัดพิษณุโลก

เมื่อวันที่ (10 ม.ค.68) เวลา 0900 พันเอก กฤติ  พันธะสา รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ร่วมกับคณะผู้บริหารเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) นำโดย นางสาว สมกมล จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มเซ็นทรัล ลงพื้นที่จัดกิจกรรม 'สานใจ - สร้างไออุ่น' ครั้งที่ 28 ณ หอประชุมโรงเรียนคันโช้งพิทยา ตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก โดยมีผู้นำท้องที่ - ท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู นักเรียน และพี่น้องประชาชนให้การต้อนรับเป็นจำนวนมาก 

กิจกรรมเริ่มต้นกิจกรรมแสดงดนตรีจากหมวดดุริยางค์มณฑลทหารบกที่ 39 จากนั้นเป็นการมอบผ้าห่มกันหนาวเซนทรัล จำนวน 300 ผืน และเสื้อกันหนาวเซนทรัล จำนวน 150 ตัว ให้กับนักเรียนและประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยหนาวในพื้นที่อำเภอวัดโบสถ์ นอกจากนี้แล้วเนื่องในเทศกาลวันเด็กแห่งชาติที่ใกล้จะถึงนี้ คณะกลุ่มเซนทรัลได้นำขนมโดนัทมอบให้เป็นของขวัญสำหรับเด็กๆ ทั้งโรงเรียนอีกด้วย

ซึ่ง มณฑลทหารบกที่ 39 ประสานความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน ในการสนับสนุนจัดหาผ้าห่มและเสื้อกันหนาวแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ตลอดมา

นอกจากนั้นทางคณะกลุ่มเซ็นทรัล และมณฑลทหารบกที่ 39 ได้นำผ้าห่มกันหนาวและถุงยังชีพ พร้อมด้วยเงินช่วยเหลือไปมอบให้กับผู้พิการและผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถเดินทางมารับได้ด้วยตนเอง จำนวน 3 ครอบครัว เพื่อเติมเต็มกำลังใจและส่งมอบความห่วงใยให้กับประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ภาพบรรยากาศเป็นไปอย่างน่าประทับใจ มทบ.39 กลุ่มเซนทรัล เซนทรัลพัฒนา มอบผ้าห่มกันหนาวให้ชาวจังหวัดพิษณุโลก

ญี่ปุ่นเจอไข้หวัดใหญ่ระบาดหนัก ป่วยทะลุ 300,000 ราย สูงสุดรอบ 25 ปี

(10 ม.ค.68) ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ญี่ปุ่นประสบกับการระบาดของไข้หวัดใหญ่ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 25 ปีที่ผ่านมา โดยเป็นการระบาดที่สูงที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลเทียบเคียงกันตามรายงานจากหน่วยงานสาธารณสุขเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

การวิเคราะห์ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่น ที่เก็บจากคลินิกการแพทย์กว่า 5,000 แห่ง แสดงให้เห็นว่าในช่วงระหว่างวันที่ 23-29 ธันวาคม มีผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ถึง 317,812 คน

ตัวเลขนี้สูงกว่าสามเท่าของ 104,612 คนที่พบในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2023 และเป็นจำนวนสูงสุดในรอบสัปดาห์ตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลในปี 1999 กระทรวงฯ กล่าว

การระบาดของไข้หวัดใหญ่มักจะเพิ่มขึ้นในฤดูหนาวในญี่ปุ่นและในประเทศอื่น ๆ แต่บางประเทศได้เห็นการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยอย่างรวดเร็วในช่วงหลัง รวมถึงฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร

ออสเตรเลียรายงานว่ามีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่ได้รับการยืนยันจากห้องปฏิบัติการมากกว่า 350,000 คนในปีที่แล้ว ซึ่งมากกว่าค่าสูงสุดเดิมที่ 313,615 คนในปี 2019 ตามข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคของประเทศนั้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมดูแลความปลอดภัยการจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ทั่วประเทศ และขอความร่วมมือผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด

วันนี้ (10 ม.ค.68) พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ปีนี้ตรงกับในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างจัดกิจกรรม ซึ่งจะมีเด็กและเยาวชนร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก อาจมีเหตุไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเด็ก เยาวชน และผู้เข้าร่วมงาน การฉวยโอกาสก่อเหตุของมิจฉาชีพ ตลอดจนการก่ออาชญากรรมต่อเด็กในลักษณะต่าง ๆ เกิดขึ้นได้ 

จึงมีข้อสั่งการไปยังหน่วยต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 

โดยให้ทุกหน่วยกำหนดแผน/มาตรการในการสร้างความปลอดภัยการจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ขอความร่วมมือให้ผู้จัดงานทั้งในส่วนของหน่วยงานราชการและเอกชน ระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัยในการจัดกิจกรรม อันตรายจากอุปกรณ์เครื่องเล่นต่าง ๆ ควรมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ ดูแล โดยเฉพาะสถานที่จัดงานที่อยู่ใกล้แม่น้ำ ลำคลอง หรือมีสระน้ำ บ่อน้ำ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง อาจความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุพลัดตกน้ำ ควรประสานเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยให้ประจำสถานที่จัดงาน สามารถช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้ทันท่วงที 

การใช้รถโรงเรียนหรือรถยนต์โดยสารรับจ้างเป็นยานพาหนะในการเดินทางพานักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมเป็นหมู่คณะ ให้ผู้ประกอบการมีการตรวจสอบสภาพรถ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามกฎจราจร ใช้ความระมัดระวังในการขับขี่เป็นพิเศษ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากตรวจพบให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด รวมทั้งจัดให้มีครูผู้ดูแลเด็กอย่างเพียงพอ และแจ้งเตือนให้มีการเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยความไม่ประมาท

ให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สนับสนุนการปฏิบัติให้กับกองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1-9 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันเหตุ และรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน ในแต่ละพื้นที่ที่มีการจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ และมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์ให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครอง ดูแลเด็กและเยาวชนอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้เด็กไปเที่ยวตามลำพัง และควรจัดทำบัตรที่ระบุชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ของผู้ปกครองติดไว้กับตัวเด็ก เพื่อให้สะดวกในการติดต่อและนำส่งกรณีพบเด็กพลัดหลงหรือประสบเหตุ รวมทั้งช่วยกันสอดส่องดูแลบุตรหลาน เฝ้าระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่จะเข้ามาฉวยโอกาสสร้างความเดือดร้อน หากพบเห็นเหตุ บุคคล และวัตถุต้องสงสัย หรือต้องการขอความช่วยเหลือ โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียง หรือแจ้งมายังสายด่วน 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

พิษณุโลก กองทัพภาคที่ 3 รับมอบผ้าห่มกันหนาว จาก บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด

(10 ม.ค.68) พลโท กิตติพงษ์  แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับคณะผู้บริหาร จาก บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในโอกาสมอบผ้าห่มกันหนาว ให้กับกองทัพภาคที่ 3 ณ บริเวณหน้าห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก

บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด โดย คุณ สมกมล  จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มเซ็นทรัล และคณะ ได้เข้ามอบผ้าห่มกันหนาว จำนวน 1,000 ผืน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่รับผิดชอบของ กองทัพภาคที่ 3 ซึ่งที่ผ่านมา กองทัพภาคที่ 3 ได้รับความอนุเคราะห์จากกลุ่มเซ็นทรัล มาด้วยดีโดยตลอด พร้อมกันนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 ยังได้มอบหนังสือขอบคุณ และของที่ระลึกให้กับ คุณ สมกมล  จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มเซ็นทรัล และคณะ เพื่อเป็นการขอบคุณอีกด้วย

กองทัพภาคที่ 3 เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางภูมิประเทศ และสภาพอากาศ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากจากการเกิดภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในทุกฤดู ทางกองทัพภาคที่ 3 จะได้นำผ้าห่มกันหนาวที่ได้รับมอบนี้ ไปมอบให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและประสบภัยในพื้นที่รับผิดชอบของ กองทัพภาคที่ 3 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป

‘ลิซ่า ลลิษา’ แต่งชุดไทยเที่ยวอยุธยาช่วงปีใหม่ คาดแฟนคลับแห่ตามรอย ทำกรุงเก่าแตก (อีกครั้ง)

(10 ม.ค.68) มรดกโลกเมืองกรุงเก่าเตรียมแตกอีกครั้ง หลัง ‘ลิซ่า ลลิษา’ โพสต์ IG แต่งชุดไทย เที่ยวโบราณสถานในอยุธยาช่วงปีใหม่ (2 ม.ค.68) ที่ผ่านมา

โดยเพจ อยุธยา-AyutthayaSatation ได้โพสต์ภาพ 'ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล' ศิลปินสาวชาวไทยชื่อก้องโลก สวมชุดผ้าไทย เที่ยวสบาย ๆ ในโบราณสถานและเรือนไทยแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมระบุข้อความว่า

"กรี๊ดดด น้องลิซ่าลง ig แล้ว #วัดมหาธาตุ #อยุธยา กรุงศรีเกียมแตกอีกครา CR : ig lalalalisa_m

ปล.น้องมาเมื่อ 2 ม.ค.68 นะคะ

ด้านเพจ หนูน้อยบนยอดเขาอันหนาวเหน็บ ก็ได้ระบุว่า ลิซ่าได้สวมชุดผ้าไทยจากร้านของเดียร์น่าใส่ไปทำบุญที่อยุธยา ดังนี้

'ลิซ่า' ลลิษา มโนบาล ทำบุญที่วัดในอยุธยา พร้อมใส่ชุดผ้าทอจากร้านชานเรือนนาข่า ของพี่สาวคนสวย ”เดียร์น่า ฟลีโป“

#สาว ๆ เกียมตามรอยค่ะ ♥️🇹🇭♥️🇹🇭♥️

วาระ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน 'อลงกรณ์' ปาฐกถามั่นใจความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทย-จีนมีแนวโน้มสดใส

นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.ไทยแลนด์(FKII Thailand) และรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์และรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้รับเชิญเป็นองค์ปาฐกและร่วมเป็นประธานเปิดการประชุมนักธุรกิจและประกาศเกียรติคุณกิจการและองค์กรที่มีผลงานดีเด่นในวาระเฉลิมฉลอง 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนกับราชอาณาจักรไทยจัดโดยสมาคมการค้าไทย-จีนและเศรษฐกิจเอเชีย ร่วมกับองค์กรปานามา แปซิฟิก อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็กโปซิชั่น( Panama Pacific International Exposition ) ที่โรงแรมเดอะแกรนด์ โฟวิงก์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานครโดยนายอลงกรณ์ปาฐกถาแสดงความมั่นใจว่าความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทย-จีนมีแนวโน้มสดใส พร้อมกับโชว์ธนบัตรฉบับแรกของไทยที่นำออกใช้ในปี 2445 (ค.ศ 1902)หรือเมื่อ 123 ปีก่อนในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่5มีภาษาจีนปรากฏในธนบัตรดังกล่าวซึ่งในหลวงรัชกาลที่5ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้คนจีนสามารถทำมาหากินทำการค้าธุรกิจในประเทศไทย (สยาม) ต่อมาอีก100ปีรัฐบาลไทย จึงให้จัดพิมพ์ธนบัตรดังกล่าวโดยพิมพ์เพิ่มด้านหลังเป็นพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 9 เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงทั้ง 2 พระองค์ซึ่งในรัชสมัยของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสถาปนาความสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนกับราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ.2518 ซึ่งได้รับความสนใจจากที่ประชุมเป็นอย่างมาก 

นอกจากนี้นายอลงกรณ์ยังกล่าวยกย่อง ม.ล.สุภาพ ปราโมชว่าเป็น1ในคนไทยที่ทุ่มเทสานสัมพันธ์ไทย-จีนโดยเดินทางไปเยือนแผ่นดินใหญ่จีนถึง 157 ครั้งนับแต่ร่วมคณะม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีไปสถาปนาความสัมพันธ์ที่กรุงปักกิ่งในปี พ.ศ.2518

โดยนายอลงกรณ์กล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งว่า “…วันนี้ เราทุกคนมารวมกัน ณ ที่แห่งนี้ ก่อนอื่น ขออวยพรให้ทุกท่านมีความสุขในปีใหม่ และในปีนี้ เราร่วมกันเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทย ซึ่งเป็นช่วงเวลาอันทรงคุณค่า และร่วมกันหารือถึงโอกาสใหม่ๆ ในการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนและไทย

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การค้าระหว่างจีนและไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มูลค่าการค้าทวิภาคีทำสถิติสูงสุดใหม่ การแลกเปลี่ยนทางการค้าในภาคสินค้าเกษตรผลิตภัณฑ์เครื่องจักรกลและไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์เคมีมีมากขึ้นเรื่อยๆ ผลไม้คุณภาพสูงและข้าวของไทยเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ผู้บริโภคชาวจีน ในขณะที่เครื่องจักรกลและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ของจีนก็มีบทบาทสำคัญในตลาดไทยเช่นกัน   

ภายใต้การผลักดันของนโยบาย 'หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง' ของรัฐบาลจีน การเชื่อมโยงระหว่างจีนและไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น รถไฟความเร็วสูงจีน-ไทย ได้สร้างช่องทางที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นสำหรับการค้าระหว่างกัน ในขณะเดียวกัน การแลกเปลี่ยนในด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรมและการศึกษาของทั้งสองฝ่ายก็มีการพัฒนาอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน เราจะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน สนับสนุนนวัตกรรมทางเทคโนโลยี และการแลกเปลี่ยนบุคลากรเพื่อร่วมกันขยายตลาดสู่ระดับนานาชาติ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจและมิตรภาพระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ       

เมื่อมองไปสู่อนาคต โอกาสในการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนและไทยมีแนวโน้มสดใส โดยเฉพาะในวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต เราจะส่งเสริมมิตรภาพดั้งเดิม เสริมสร้างความเชื่อมโยงทางยุทธศาสตร์ และแสวงหาโอกาสความร่วมมือในสาขาใหม่ๆ เช่น เศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานทดแทน เพื่อผลักดันความร่วมมือในการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีนและไทยให้บรรลุผลสำเร็จมากยิ่งขึ้น ทำให้ต้นไม้แห่งมิตรภาพจีน-ไทยเจริญงอกงามยิ่งขึ้น นำมาซึ่งความสุขและความเจริญให้แก่ประชาชนทั้งสองประเทศ และมีส่วนร่วมในการสร้างสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคมากยิ่งขึ้น…”

ต้นตำรับไก่ทอดเกาหลี เปิดสาขาแรกสยามสเคป ราคาน่าคบ เจาะกลุ่ม Gen Y-Z ตั้งเป้า 3 ปีขยาย 20 สาขา

(10 ม.ค.68) ร้านไก่ทอดเกาหลีชื่อดัง Pelicana (เพลิคาน่า) ต้นตำหรับไก่ทอดเกาหลีที่เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 1982 จากเมืองแกยอง ที่มีกว่า 3,000 สาขาทั่วโลก บุกเปิดร้านแรกที่สยามสแควร์ หวังชิงส่วนแบ่ง 2.5% ของร้านอาหารประเภทไก่ทอดในประเทศไทยซึ่งมีมูลค่าตลาดประมาณ 30,000 ล้านบาทต่อปีและมีอัตราการเติบโต 8% ต่อปี

นาย อรรถวุฒิ นิธิกอบกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท เพลิคาน่า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ร้านไก่ทอด เพลิคาน่า เป็น 1 ในร้านไก่ทอดร้านแรก ๆ ของประเทศเกาหลีที่เปิดบริการมากกว่า 40 ปี และได้รับการยกย่องให้เป็น King of Chicken ของเกาหลี และได้ขยายธุรกิจไปทั่วโลกกว่า 3,000 สาขาในเกาหลี สหรัฐอเมริกา แคนาดา อังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ไต้หวัน มาเลเซีย และจีน โดยบริษัท เพลิคาน่า (ประเทศไทย) จำกัด ได้เซ็นสัญญาเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในประเทศไทยเพียงผู้เดียว โดยได้เปิดสาขาแรกที่ชั้น 3 อาคาร สยาม สเคปใจกลางสยามสแควร์  และเตรียมจะขยายสาขาเพิ่มเป็น 5 สาขาในปีนี้ และขยายเป็น 10 สาขาในปีหน้า และ 20 สาขาในปีถัดไป บริษัทฯตั้งเป้ารายได้ปีนี้ประมาณ 100 ล้านบาท และตั้งเป้าธุรกิจใน 3 ปี จะมีรายได้รวมประมาณ 500 ล้านบาท 

นาย อรรถวุฒิ ยังเผยอีกว่า สำหรับสาขาแรกที่สยามสเคปจะเจาะกลุ่มนักเรียนนักศึกษาเป็นหลัก ซึ่งผู้ปกครองมีกำลังซื้อสูง ขณะที่ในการขยายสาขาอื่น ๆ จะมีคอนเซปต์การตกแต่งร้านที่แตกต่างกันออกไป โดยอาจจะมีการเสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบางสาขาที่อยู่ในแหล่งคนทำงาน เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และลูกค้าในแต่ละกลุ่ม

“จุดเด่นของร้านไก่ทอดเพลิคาน่า คือ คุณภาพอาหารระดับพรีเมียม รสชาติเหมือนที่เกาหลี ในราคาที่คุ้มค่า เริ่มต้นที่ 99 บาท โดยมีจุดเด่นคือ ทอดไก่ทีละจาน ไก่คุณภาพสูง วัตถุดิบนำเข้าจากเกาหลีทั้งหมด ทานที่ร้านเหมือนไปทานที่เกาหลี ใช้แป้งเครื่องปรุงหมักไก่ 24 ชั่วโมง เปลี่ยนน้ำมันทอดใหม่ทุกวัน และมีไก่ทอดให้เลือกถึง 10 รสชาติ อาทิ ซอสซิกเนเจอร์ ซอสน้ำผึ้ง ซอสสโมกกี้ฮ็อต ซอสกังจอง ซอสเผ็ด ซอสสโมกกี้มาโย ซอสเผ็ดมาโย ซอสกระเทียม ซอสถั่วเหลือง และโรยผงชีส โดย อาหารจะทำทีละออเดอร์ เพื่อความสดใหม่ และใช้ซอสและวัตถุดิบนำเข้าโดยตรงจากเกาหลี นอกจากนี้ ยังมีอาหารเกาหลียอดนิยม อาทิ เบอร์เกอร์ไก่ทอด ซุปกิมจิ ข้าวผัดกิมจิ ต๊อกบกกี ชีสบอล เป็นต้น” 

นางสาวอารดา นิธิกอบกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) บริษัท เพลิคาน่า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "เราได้พัฒนาเมนูพิเศษเฉพาะในประเทศไทย คือ ข้าวมันไก่ทอดเกาหลี เป็นเจ้าแรกในไทย โดยเราจะเสิร์ฟ ไก่ทอดเกาหลี พร้อมกับข้าวมันหอมมะลิของไทย ในราคา 139 บาท พร้อมเซตน้ำรีฟิล ซึ่งคาดว่าลูกค้าจะให้การตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากกระแสความนิยมข้าวมันไก่และไก่ทอดระดับพรีเมียม ได้เพิ่มขึ้นอย่างสูงและคาดว่าจะเป็นเซกเมนต์ใหม่ที่จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมและพรีเมียมแมส นอกจากนี้ เรายังได้พัฒนา ขนมปังบัน สูตรพิเศษจากญี่ปุ่น ใช้แป้งขนมปังจากญี่ปุ่น สำหรับเบอร์เกอร์ไก่ทอด ทำให้ บันของเรามีความนุ่มนวล เหนียว เป็นพิเศษ เพิ่มความอร่อยให้ไก่ทอด แบบไม่เหมือนใคร ในราคา 169 บาท มาพร้อมเซตน้ำรีฟิลและเฟรนช์ฟรายส์"

นายอทิต ปัญทเศรษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด (CMO) บริษัท เพลิคาน่า ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ใน 2 ปีนี้ บริษัทฯมีแผนที่เจาะตลาดหลักในกรุงเทพมหานคร ในศูนย์การค้าชั้นนำต่าง ๆ เพื่อรองรับ กลุ่มลูกค้าหลักในกลุ่ม Gen Y ช่วงต้นๆ กลุ่ม First Jobber และคนทำงานรุ่นใหม่อายุ 22-30 ปี และ Gen Z คือ นักเรียนมัธยมและนักศึกษามหาวิทยาลัย รวมถึงแฟนคลับของซีรีส์เกาหลี แฟนคลับศิลปิน K-Pop ทุกเพศทุกวัย นอกจากนี้ กลุ่มนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวเอเชีย ที่มีกำลังซื้อเป็นลูกค้าเป้าหมายด้วยเช่นกัน โดยภายในปี 2568 เราตั้งเป้าขยาย 5 สาขาพร้อมตั้งเป้ายอดขาย 100 ล้านบาทในปีนี้ นอกจากนี้ เราเตรียมเปิดบริการ Delivery ผ่านทาง Platform ยอดนิยมคือ Grab, Lineman, Robinhood  เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในกรุงเทพมหานครและมีแผนจะขยาย CLOUD Kitchen เพื่อขยายพื้นที่การให้บริการได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

“เราเตรียมแผนการตลาดและการสร้างแบรนด์ Pelicana โดยใช้กลยุทธ์การสร้างแบรนด์แบบ Word-of- Mouth ด้วย Social Media, Viral Marketing & PR เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่ม พร้อมกับการใช้มาสคอต ARI เพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับแบรนด์ นอกจากนี้บริษัทยังได้เตรียม Event และ Life Stlye Marketing เพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มลูกค้าทั่วประเทศด้วย"

นายอทิต ปัญทเศรษฐ์ ยังอธิบายว่า ที่มาของชื่อ Pelicana มาจากการผสมคำระหว่างคำว่า นก Pelican ที่มักมีนิสัยคาบอาหารใส่ในอุ้งปากกลับไปให้ลูกกิน กับคำว่า American ซึ่งที่มาความนิยมไก่ทอดในเกาหลีเริ่มต้นหลังยุคสงครามเกาหลีที่ทหารอเมริกันนำเมนูไก่ทอดเข้ามาในเกาหลีจนเป็นที่แพร่หลาย

ด้านนายมาคัส ลี ผู้บริหารจาก Pelicana Korea กล่าวเสริมว่า Pelicana Fried Chicken เป็น 1 ในผู้บุกเบิกร้านไก่ทอดเกาหลี เมื่อ 42 ปีก่อน และได้รับความนิยมอย่างสูง โดยมีทั้งหมดกว่า 3,000  สาขาทั่วโลก โดยมีถึง 1,245 สาขาในประเทศเกาหลี นอกจากนี้ยังได้ขยายแฟรนไชส์ไปยัง 16 ประเทศที่สำคัญทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา อังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ไต้หวัน มาเลเซีย และจีน โดยไทยเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมร้านอาหารขนาดใหญ่ มูลค่าสูงและเติบโตทุกปี เนื่องจากคนไทย ชอบทานอาหารนอกบ้านและมีธุรกิจ Food Delivery ที่มีคุณภาพและเติบโตสูง ขณะเดียวกัน ไทยเป็นตลาดที่มีความท้าทาย เนื่องจากมีการแข่งขันสูง มีแบรนด์ไทย และแบรนด์สากลจากประเทศชั้นนำทั่วโลก มาเปิดสาขาในกรุงเทพ จำนวนมาก อย่างไรก็ดี เรามีความมั่นใจในศักยภาพ และแผนธุรกิจ และ การตลาดของ บริษัท เพลิคาน่า (ประเทศไทย) ว่าจะสามารถ ทำให้ร้านเพลิคาน่า ประสบความสำเร็จในประเทศไทยได้ และทางบริษัทฯแม่ที่เกาหลีพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่” 

สตูล ทัพเรือภาค 3 จัดวันเด็กสุดอลังการ เนรมิตฮีโร่-เรือรบ สร้างฝันเด็ก 700 คน ชายฝั่งทะเลอันดามัน

สถานีเรือละงู ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 จัดงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2568 อย่างยิ่งใหญ่ โดยมี น.อ.แสนย์ไทย บัวเนียม รองผู้อำนวยการ ศรชล.จังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธี ภายใต้การดูแลของ น.ต.ปรัชญ์ ขำเจริญ หัวหน้าสถานีเรือละงูพร้อมด้วยนาวาโท ธนภูมิ ประทีป ผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งที่ 452,เรือโท สุโภชน์ ทองย้อย รองผู้บังคับหน่วยหน่วยปฏิบัติการต่อสู้อากาศและรักษาฝั่งที่ 452 และเจ้าหน้าที่จากทหารเรือ

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เมื่อทหารเรือแปลงกายเป็นฮีโร่ในตำนานเดินทั่วงาน ให้น้องๆนักเรียน  5 โรงเรียนชายฝั่งทะเล( โรงเรียนบ้านกาแบง , โรงเรียนบ้านบุโบย , โรงเรียนบ้านสวนกลาง ,โรงเรียนเพียงหลวง 4 ,ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลแหลมสน 3 ศูนย์)  700 คน ได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก พร้อมจัดแสดงยุทโธปกรณ์ทางทหารให้เด็กๆ ได้สัมผัสประสบการณ์จริง ทั้งการทดลองจับอาวุธ และทดลองยิงปืน ไฮไลท์สำคัญของงานคือการนำเรือ ต.114 มาจอดเทียบท่า เปิดโอกาสให้นักเรียนจากโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลได้ขึ้นชมยุทโธปกรณ์บนเรือ โดยมีทหารเรือเป็นมัคคุเทศก์พิเศษ นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ สร้างความประทับใจให้เด็กๆ จนหลายคนเอ่ยปากอยากเป็นทหารเรือในอนาคต 

ภายในงานยังจัดให้มีการแสดงความสามารถของเด็กๆ ทั้งการร้องเพลงและการเต้นรำ พร้อมแจกของรางวัลมากมาย โดยทัพเรือภาคที่ 3 ได้จัดงานวันเด็กครอบคลุม 6 พื้นที่ตลอดชายฝั่งทะเลอันดามัน เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์เกี่ยวกับกองทัพเรือ อันจะเป็นแรงบันดาลใจในการเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top