Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

พีท เฮกเซธ ว่าที่รมว.กลาโหมสหรัฐ ถูกจี้กลางสภา ปมขาดความรู้เรื่องอาเซียน

(16 ม.ค.68) วุฒิสภาสหรัฐได้จัดประชุมพิจารณาคุณสมบัติของผู้ที่เตรียมขึ้นดำรงตำแหน่งในคณะรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ โดยหนึ่งในผู้เข้ารับการพิจารณาคือ พีท เฮกเซธ อดีตทหารผ่านศึกและผู้ประกาศข่าวจากช่อง Fox วัย 44 ปี ซึ่งถูกเสนอชื่อเป็นว่าที่รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ  

ในการประชุม แทมมี ดักเวิร์ธ วุฒิสมาชิกสหรัฐสังกัดพรรคเดโมแครตได้สอบถามถึงความรู้ด้านยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศของเฮกเซธ โดยถามว่าเขาสามารถระบุชื่อประเทศสมาชิกอาเซียนได้หรือไม่ พร้อมอธิบายถึงความสัมพันธ์และข้อตกลงของสหรัฐกับประเทศเหล่านั้น  

เฮกเซธตอบกลับอย่างไม่ตรงคำถาม โดยระบุว่าเขาไม่ทราบจำนวนประเทศในอาเซียน แต่กล่าวถึงพันธมิตรของสหรัฐในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น รวมถึงข้อตกลง AUKUS ระหว่างออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐ  

คำตอบดังกล่าวทำให้แทมมีสวนกลับทันทีว่า “ทั้งสามประเทศที่คุณกล่าวมาไม่ได้อยู่ในอาเซียน” และยังแนะนำให้เฮกเซธศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับภูมิภาคนี้  "ฉันแนะนำให้คุณทำการบ้านเพิ่มเติม"

รายงานระบุว่า คำถามของแทมมีเกิดขึ้นหลังจากเฮกเซธกล่าวถึงความสำคัญของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จีนกำลังแผ่อิทธิพลอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในทะเลจีนใต้ที่มีข้อพิพาทกับประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างเวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และบรูไน อินโดนีเซียเองก็แสดงความกังวลเกี่ยวกับการละเมิดเขตเศรษฐกิจพิเศษโดยจีน  

ที่ผ่านมาสหรัฐมีพันธมิตรตามสนธิสัญญากับไทยและฟิลิปปินส์ และพยายามเสริมสร้างความสัมพันธ์ในภูมิภาคเพื่อถ่วงดุลอำนาจจีน โดยทำเนียบขาวเน้นย้ำถึงการสร้างภูมิภาคที่ "เปิดกว้าง เจริญรุ่งเรือง ปลอดภัย และยืดหยุ่น"  

ประธานาธิบดีโจ ไบเดนย้ำว่า อาเซียนเป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก โดยนอกจากจีนและสหรัฐ อาเซียนยังมีความสัมพันธ์อันดีกับรัสเซีย อินเดีย ออสเตรเลีย สหภาพยุโรป อังกฤษ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ รวมถึงการประชุมอาเซียน+3 และอาเซียน+6 ที่มีผู้นำจากทั่วโลกเข้าร่วม  

นอกจากนี้ อาเซียนยังเป็นศูนย์กลางของข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งเป็นข้อตกลงการค้าเสรีที่ลงนามในปี 2563 และถือเป็นกลุ่มการค้าที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

16 มกราคม ของทุกปี วันครูแห่งชาติ กับคำขวัญประจำปี 68 'ครูจุดประกายความฝัน ผลักดันให้กล้าคิด สร้างโอกาสในชีวิตให้เด็กไทย'

วันครูมีความสำคัญเพื่อให้นักเรียนได้ระลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์ที่เป็นแม่พิมพ์พ่อพิมพ์ของชาติ ซึ่งได้อบรมสั่งสอนเรามาตั้งแต่เยาว์วัย ทำให้เราเติบโตขึ้นเป็นคนดีและมีความรู้ ดังนั้น ครูจึงเป็นบุคคลสำคัญในวงการการศึกษาทั้งด้านวิชาการและประสบการณ์ และถือเป็นอาชีพที่เต็มไปด้วยความเสียสละเพื่อส่วนรวม

การกำหนดวันที่ 16 มกราคมของทุกปีเป็นวันครูมีที่มาจากการประกาศพระราชบัญญัติครูในปี พ.ศ. 2488 ซึ่งได้ถูกตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ทำให้มีการกำหนดให้วันที่ 16 มกราคมเป็นวันครูตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 เป็นต้นมา ในวันนี้จะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อระลึกถึงพระคุณของครูอาจารย์

สำหรับคำขวัญวันครูในประจำปี 2568 นายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้มอบคำขวัญไว้ว่า “ครูจุดประกายความฝัน ผลักดันให้กล้าคิด สร้างโอกาสในชีวิตให้เด็กไทย”

‘เอกนัฏ‘ สั่งปิดโรงงานน้ำตาล-โรงไฟฟ้าไทยอุดรฯ หลังพบฝ่าฝืนกฎหมายความปลอดภัยหลายข้อ

(15 ม.ค.68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ 'ทีมตรวจการสุดซอย' นำโดยพนักงานเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี บูรณาการร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานน้ำตาลของบริษัท น้ำตาลไทยอุดรธานี จำกัด และโรงไฟฟ้าของบริษัท ไทยอุดรธานี เพาเวอร์ จำกัด ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.คำบง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี

จากการตรวจสอบพบว่า บริษัท น้ำตาลไทยอุดรธานี จำกัด มีการรับอ้อยเผาเข้าหีบสะสมสูงสุดจากโรงงานน้ำตาลทั้งหมด 58 โรงงาน คิดเป็น 43.11% ของปริมาณอ้อยทั้งหมด หรือกว่า 4.1 แสนตัน เทียบเท่าการเผาป่ากว่า 4.1 หมื่นไร่ โดยจังหวัดอุดรธานีเป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนการรับอ้อยเผาเข้าหีบสูงสุดของประเทศ อีกทั้งยังพบว่า บริษัท ไทยอุดรธานี เพาเวอร์ จำกัด ประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำส่งให้กับโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานี โดยบริษัทฯ ฝ่าฝืนกฎหมายความปลอดภัย มีการประกอบกิจการในสภาพที่อาจก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงถึงชีวิตและทรัพย์สินของพนักงานและประชาชนที่อยู่อาศัยใกล้เคียงกับโรงงาน 

นอกจากนี้ บริษัท น้ำตาลไทยอุดรธานี จำกัด ยังมีการประกอบกิจการที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหายหรือความเดือดร้อนแก่พนักงานหรือทรัพย์สินที่อยู่ในโรงงานหรือที่อยู่อาศัยใกล้เคียงกับโรงงานในหลายประเด็น เช่น มีการจัดเก็บหรือการดำเนินการเกี่ยวกับสารเคมี วัตถุอันตราย และกากอุตสาหกรรมที่ใช้และเกิดจากกระบวนการผลิตของโรงงานที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม ตู้ควบคุมไฟฟ้าอยู่ในสภาพชำรุดอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ อีกทั้ง มีการติดตั้งระบบดับเพลิงที่ไม่พร้อมใช้งานในหลายจุด อุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานีจึงมีคำสั่งด่วนที่สุดให้บริษัทฯ ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายทั้งหมด จนกว่าจะปรับปรุงแก้ไขโรงงานให้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างเข้มงวด

“ผมขอย้ำว่า การประกอบการโรงงานต้องมีกระบวนการผลิตที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหนือสิ่งอื่นใด การสร้างกำไรจากการทำธุรกิจอุตสาหกรรมต้องไม่เบียดเบียนสร้างผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและการทำธุรกิจของภาคส่วนอื่นด้วย” นายเอกนัฏฯ กล่าวทิ้งท้าย

ททท. เร่งกู้สร้างภาพลักษณ์บนโลกออนไลน์ สร้างความมั่นใจ นทท.จีน หลังเกิดกรณี ‘ซิงซิง’

(15 ม.ค. 68) น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวจีน หลังมีรายงานว่าจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงรวมถึงมีการยกเลิกคอนเสิร์ตสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ดาราจีน “ซิง ซิง” จะสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์กลับมาอย่างไร ว่า หลังเกิดสถานการณ์ ททท.รับมือเรื่องของวิกฤติบนโลกออนไลน์ ซึ่งการแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์มีหลากหลายมากบางคนไม่เคยมาเมืองไทย   แต่คิดไปโน่นไปนี่ ดังนั้น ททท.จึงต้องมีการบริหารภาพลักษณ์บนโลกออนไลน์  เพราะขณะนี้มีความตื่นตระหนกของนักท่องเที่ยวจีนที่ยังไม่เคยเดินทางมาเมืองไทย ในกลุ่มนี้เราพยายามทำในเรื่องชาร์เตอร์ไฟลท์ หรือ เครื่องบินแบบเช่าเหมาลำเข้ามาในเมืองไทย ซึ่งยอมรับว่ามีการยกเลิกไฟลท์บินบ้าง แต่ในส่วนของนักท่องเที่ยวที่เคยเดินทางมาเมืองไทยรับรู้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่สงบสุขและเป็นประเทศที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนก็ยังมาอยู่ 

น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า ในส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาด้วยตนเองสายการบินแบบปกติยังไม่กระทบ เพราะ 90 ถึง 95% ยังเดินทางมาอยู่ อย่างไรก็ตามเราต้องบริหารจัดการเรื่องภาพลักษณ์บนโลกออนไลน์และสื่อสารให้เห็นถึงมุมที่แท้จริงของประเทศไทยเพื่อไปยังกลุ่มชุมชนออนไลน์ของจีนให้มากกว่านี้ 

น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวอีกว่า ทาง ททท. 5 สำนักงานในประเทศจีนได้พูดคุยกับเอเจ้นต์ (Agent) บริษัททัวร์ และสายการบินในประเทศจีน เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวในช่วงตรุษจีน โดยมีการเตรียม 3 เรื่องหลักคือความปลอดภัย สินค้า และบริการ รวมถึงการได้ประสบการณ์ที่ดีในการมาเมืองไทย ซึ่งนายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวเป็นอย่างมากเพื่อความปลอดภัยของการท่องเที่ยว รวมถึงเหตุการณ์ต่างๆฝ่ายความมั่นคงก็มาเข้ามาช่วยดูแล

'ลิซ่า ลลิษา' เตรียมโยนเหรียญเลือกแดนคู่บิ๊กแมตช์ ศึกพรีเมียร์ลีกลอนดอนดาร์บี้ อาร์เซนอล ปะทะ สเปอร์ส

'ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล' เตรียมโยนเหรียญเลือกแดน ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนอร์ธลอนดอนดาร์บี้ ระหว่าง อาร์เซนอล กับ สเปอร์ส

(15 ม.ค. 68) สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ สำหรับ 'ลิซ่า' ลลิษา มโนบาล ศิลปินชาวไทยชื่อดังระดับโลก ที่ในช่วงค่ำคืนวันที่ 16 มกราคม เวลา 03.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) 'ลิซ่า' เตรียมปรากฏตัวในเกมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ศึกนอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้ คู่ระหว่างอาร์เซนอล และ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ณ สนามเอมิเรตต์ สเตเดียม

โดยทาง Guinness แบรนด์เครื่องดื่มชื่อดัง ได้ออกมาเปิดเผยผ่านอินสตาแกรมออฟฟิเชียลของประเทศเกาหลีใต้ ว่า 'ลิซ่า' เตรียมรับหน้าที่สำคัญ คือ การโยนเหรียญเลือกแดนก่อนเปิดเกมพรีเมียร์ลีก

สนามบินในเซินเจิ้น ทดลองบริการ 'จอดรถอัตโนมัติ' ชูจุดเด่น สั่งงานง่ายผ่านแอปฯ ช่วยนักเดินทางประหยัดเวลา

(14 ม.ค. 68) เซินเจิ้น เมืองศูนย์กลางทางวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีและการผลิตขั้นสูงในมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน ได้เปิดให้บริการจอดรถอัตโนมัติที่สนามบิน โดยนักเดินทางสามารถเคลื่อนย้ายรถจากพื้นที่รับรองผู้โดยสารไปยังลานจอดโดยอัตโนมัติด้วยการกดสั่งผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือเท่านั้น

สำหรับการบริการจอดรถอัตโนมัติ ในระยะทดลอง ได้เริ่มต้นให้บริการที่ท่าอากาศยานนานาชาติเซินเจิ้น เป่าอัน เมื่อวันจันทร์ที่ 13 ม.ค. ที่ผ่านมา และจัดการโดยกลุ่มผู้ประกอบการอย่างหัวเหวย (Huawei) และบริษัท เซินเจิ้น เออร์เบิน ทรานสปอร์ต แพลนนิง เซนเตอร์ จำกัด (SUTPC)

ผู้ขับขี่สามารถเลือกช่องจอดที่กำหนดไว้ ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางวิ่ง สภาพแวดล้อมโดยรอบ และตำแหน่งของรถยนต์แบบเรียลไทม์ รวมถึงสามารถเรียกรถยนต์ที่จอดอยู่มายังพื้นที่รับรองผู้โดยสารโดยอัตโนมัติ โดยยานยนต์ที่วิ่งอัตโนมัติสามารถหลีกทางให้ยานยนต์ที่วิ่งสวนมาและหลีกเลี่ยงคนเดินเท้า

อนึ่ง การทดลองนี้ใช้ได้เฉพาะยานยนต์ที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อนขั้นสูงจากหัวเหวยเท่านั้น ด้านจิ้นอวี่จื้อ ซีอีโอหน่วยธุรกิจโซลูชันยานยนต์อัจฉริยะของหัวเหวย ได้อธิบายเหตุผลว่าทำไมเลือกท่าอากาศยานนานาชาติเซินเจิ้น เป่าอัน เป็นพื้นที่ทดลองการบริการจอดรถอัตโนมัตินี้

จิ้น กล่าวว่า ระบบขับขี่และจอดรถอัตโนมัติสามารถประหยัดเวลาของนักเดินทางที่ต้องรีบขึ้นเครื่อง โดยปริมาณผู้คนและยานยนต์ที่ท่าอากาศยานแห่งนี้อยู่ในระดับสูง ทำให้ต้องมีข้อกำหนดเข้มงวดในการควบคุมยานยนต์อย่างแม่นยำเพิ่มขึ้น ซึ่งการทดลองที่นี่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเทคโนโลยี

หลินเทา ประธานบริษัท เซินเจิ้น เออร์เบิน ทรานสปอร์ต แพลนนิง เซนเตอร์ จำกัด กล่าวว่าการทดลองที่ท่าอากาศยานนี้จะเป็นต้นแบบในการขยายการบริการสู่สถานที่อื่นๆ เช่น โรงพยาบาล จุดท่องเที่ยว และห้างสรรพสินค้า

‘แกนนำ คปท.’ ชี้ 'อิ๊งค์' อาจมีสิทธิ์หลุดจากเก้าอี้นายกฯ เซ่นตั้ง 'หมอเลี้ยบ' นั่งรองประธานที่ปรึกษาของนายกฯ

เมื่อวันที่ (14 ม.ค.68) นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศ (คปท.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า “รัดแน่นกว่าเดิม”

กรณี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี อาจขาดคุณสมบัตินั้น ก็น่าสนใจ

เลขาฯกฤษฎีกา ท่านก็บอกให้กลับมาศึกษาการตีความ ซึ่ง กฤษฎีกาเคยตีความไว้แล้วนั้น

มีอีกกรณี และน่าจะหลายกรณี เมื่อเทียบเคียงกับการตีความของกฤษฎีกา เทียบเคียงกับกรณีของ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง มีลักษณะตีความคล้ายกันเป๊ะ ๆ

น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ซึ่งถูกตัดสิทธิ์ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองเช่นเดียวกัน ก็เข้าข่ายชัดเจนเมื่อเทียบกับ กรณี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง

เหตุเพราะ

1.นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ก็มีตำแหน่ง รองประธานที่ปรึกษาด้านนโยบายของนายกรัฐมนตรี

2.ประธานคณะกรรมการพัฒนาการซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ

3.กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ที่มี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯเป็นประธาน

เมื่อเทียบเคียงกับกรณี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เมื่อครั้งเป็นประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี แล้วยังรับตำแหน่งประธานกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย ด้วย

ซึ่ง ประธานกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย นั้นเป็นตำแหน่งที่ กฤษฎีกา ตีความว่า เป็นตำแหน่งที่มีลักษณะ "ควบคุมบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามนโยบายสำคัญ"

เมื่อมาเทียบเคียงกับกรณี นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี แล้ว ตำแหน่ง ที่นายกฯแพทองธาร ชินวัตร มอบให้ในข้อ 2-3 ที่เขียนมาตอนต้น เหมือนกับ กรณี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ได้รับมอบหมายชัดเจน

เช่นนี้ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี คือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ดังนั้น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร มีสิทธิ์หลุดเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแน่นอน

สตูล นาวาเอก ธนพล  กล่อมนาค รองผู้บังคับการศูนย์ต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง 1 ลงตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ ของกำลังพล

นาวาโท ธนภูมิ ประทีป ผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการต่อสู้อากาศยาน และรักษาฝั่งที่ ๔๕๒ให้การต้อนรับ นาวาเอก พงษ์ศักดิ์ รามนุช ผู้บังคับการศูนย์ต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง นาวาเอก ธนพล กล่อมนาค รองผู้บังคับการศูนย์ต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (๑) และ นาวาโท อนุวัฒน์ อายุยืน ผู้บังคับการศูนย์ต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งประจำพื้นที่ ๑ เนื่องในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยม กำลังพลสนับสนุนหน่วยปฏิบัติการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งที่ ๔๕๒ พื้นที่เกาะปูยู และเกาะยาว จังหวัดสตูล เพื่อตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ ของกำลังพล รับฟังปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้อง ในการปฏิบัติงานในพื้นที่ห่างไกล สร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลในหน่วยเฉพาะกิจที่ปฏิบัติงานตรวจตราในพื้นที่ชายแดน

สถานีเรดาร์ตรวจการณ์ทางทะเลเกาะปูยูและ เกาะยาวมึภารกิจตรวจการณ์ทางทะเลโดยเรดาร์เพื่อตรวจและติดตามเรือในทะเลที่มีพฤติกรรมที่น่าสงสัยในภัยต่างๆในพื้นที่ทางทะเลและตะเข็บชายแดนเพื่อแจ้งชี้เป้าและสนับสนุนการปฏิบัติของหน่วยเรือในการพิสูจน์ทราบต่อไป ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาในการซีลชายแดนป้องกันการค้ามนุษย์และป้องกันอาชญากรรมตามแนวชายแดน

GC เดินเครื่องผลิต ‘เชื้อเพลิง SAF’ เป็นรายแรกของไทย เฟสแรก 6 ล้านลิตร/ปี หนุนไทยสู่ศูนย์กลางการบินคาร์บอนต่ำ

GC ผลิต SAF เชิงพาณิชย์สำเร็จเป็นรายแรกของไทย วางแผนเฟสแรกผลิต 6 ล้านลิตรต่อปี ใช้น้ำมันพืชใช้แล้วเป็นวัตถุดิบหลัก พร้อมกางแผนจ่อขยายการผลิต 24 ล้านลิตรต่อปีในอนาคตรับความต้องการพลังงานทดแทนอุตสาหกรรมการบินพาณิชย์

(15 ม.ค. 68) นายทศพร บุณยพิพัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ GC กล่าวว่า “การผลิต SAF เชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการในวันนี้ พร้อมรองรับความต้องการพลังงานทดแทนของอุตสาหกรรมการบินพาณิชย์ไทยที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และให้ความสำคัญกับการนำแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนมาใช้เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่ง SAF ของ GC ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC CORSIA (International Sustainability and Carbon Certification – Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ยอมรับในอุตสาหกรรมการบินสำหรับการรับรองความยั่งยืน และสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 80%* เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานทั่วไป (*อ้างอิงตามมาตรฐานการรับรอง ISCC CORSIA) นอกจากนี้ GC ยังได้รับรองมาตรฐาน ISCC Plus (International Sustainability and Carbon Certification Plus) ซึ่งมุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบชีวภาพและวัสดุหมุนเวียนใน การพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน โดย GC ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูงอีกกว่า 10 ชนิด เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน อุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมสิ่งทอ ถือเป็นการยืนยันถึง ความมุ่งมั่นในการดำเนินงานภายใต้กรอบความยั่งยืนสูงสุด”

ความท้าทายของตลาด
ความต้องการของตลาด SAF กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว อันเป็นผลจากความตระหนัก ด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมการบินเชิงพาณิชย์และการกำหนดกรอบกฎหมายที่สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  

GC ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความท้าทายและโอกาสนี้ ด้วยจุดแข็งสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการกลั่นน้ำมัน และการบริหารจัดการวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการนำน้ำมันพืชใช้แล้วภายในประเทศมาผลิตเป็น SAF เชิงพาณิชย์

นอกจากนี้ GC ยังได้สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรสำคัญในอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งจะช่วยให้ GC สามารถรักษาส่วนแบ่งตลาด SAF ได้อย่างมั่นคง และมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมการบินพาณิชย์และพลังงานในอนาคต
 
จุดเด่นที่สำคัญโรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) 
• นวัตกรรมการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง : ในเฟสแรก GC วางแผนผลิต SAF 6 ล้านลิตรต่อปี โดยใช้น้ำมันพืชใช้แล้วเป็นวัตถุดิบหลัก และมีแผนขยายการผลิตเป็น 24 ล้านลิตรต่อปีในอนาคต ด้วยการใช้เทคโนโลยีการปรับปรุงโรงกลั่นที่มีอยู่เดิม ทำให้สามารถประหยัดการลงทุนเมื่อเทียบกับการสร้างโรงงานใหม่ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขยายขีดความสามารถการผลิตพลังงานชีวภาพเพื่อรองรับการเติบโตที่ยั่งยืน (ให้เพิ่มเรื่องการลงทุนต่ำไปด้วย)

• พันธมิตรเชิงกลยุทธ์: ความร่วมมือระหว่าง GC กับพันธมิตรสำคัญอย่าง OR และการบินไทยในการนำ SAF ไปใช้กับเที่ยวบินทั้งในประเทศและต่างประเทศ นับเป็นก้าวสำคัญของ การพัฒนาเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วภูมิภาค พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการบินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

• ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง: GC ได้พัฒนาเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมสำคัญหลากหลายประเภท ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน ชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ รวมถึงยาและเวชสำอาง โดยมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบทางการเกษตรในประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม  

• ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม: การลงทุนในโครงการนี้ไม่เพียงช่วยเสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการบิน แต่ยังเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ในอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ พร้อมสนับสนุนเกษตรกรและชุมชนท้องถิ่นผ่านการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร ตอกย้ำบทบาทของ GC ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนของประเทศ  

แผนการเติบโตในอนาคต:
• ขยายกำลังการผลิตเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่ใช้พลังงานทดแทน และการลงทุนในเทคโนโลยีที่ยั่งยืน เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ชีวภาพในอนาคต ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาว

• เสริมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและขยายฐานการตลาด รวมถึงการทำงานร่วมกับองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพและพลังงานทดแทน เพื่อผลักดันการพัฒนาและขยายตลาดผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน

• พัฒนาและส่งเสริมความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การคัดเลือกแหล่งวัตถุดิบทางชีวภาพที่ยั่งยืนไปจนถึงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เพื่อให้กระบวนการผลิตเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ชีวภาพมีความยั่งยืนมากขึ้น ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม

• ส่งมอบโซลูชันอย่างครบวงจรสำหรับภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน 

• สร้างภาพลักษณ์องค์กรในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมเคมีภัณฑ์ที่ยั่งยืน ด้วยการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมและธรรมาภิบาล พร้อมสร้าง ความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและผู้ถือหุ้นในระยะยาว

“พล.ต.อ.ธัชชัยฯ” เสริมมาตรการคัดกรองเข้มงวดป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ สั่งบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานต่างประเทศ เสริมสร้างความร่วมมือในระดับสากล

วันนี้ (14 ม.ค. 68) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจ แห่งชาติ (จตช./ผอ.ศพดส.ตร.) เป็นประธานการประชุมกำหนดมาตรการป้องกันการถูกหลอกลวงให้ไปทำงานยังประเทศที่สามโดยอาศัยประเทศไทยเป็นทางผ่าน ณ ห้องประชุม ศปก.ตร. ชั้น 20 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท พล.ต.ต.มณฑล บัวจีบ รอง ผบช.ส., พล.ต.ต. ณัฐพงษ์ สัตยานุรักษ์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.กัญชล อินทราราม รอง ผบช.ตชด., พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม., พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ผบก.ตอท., และ พล.ต.ต.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผบก.อก.บช.น. ร่วมประชุม พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า ประเทศไทยไม่เคยมีการบังคับขู่เข็ญ หรือหลอกลวงให้ไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน

โดยประเทศไทยไม่ได้เป็นแหล่งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการหลอกลวงชาวต่างชาติมาทำงานผิดกฎหมายไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย แก๊งหลอกลวงมักจะใช้ประเทศไทยเป็นเพียงจุดผ่านเพื่อพาผู้เสียหายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งกระบวนการหลอกลวงเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อระบบความมั่นคง เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของประเทศ ทั้งนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ได้สั่งการให้ตำรวจทุกภาคส่วนดำเนินการคัดกรอง ป้องกัน ช่วยเหลือ และดำเนินคดีแก่ ผู้เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงดังกล่าว พร้อมทั้งให้จัดช่องทางประชาสัมพันธ์แก่ชาวต่างชาติที่มายังประเทศไทย และกำชับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองผู้ที่เข้าประเทศ โดยการร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งภาครัฐและเอกชน

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ยังได้สั่งการให้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างประเทศ โดยการ ตั้งศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อป้องกันการหลอกลวงข้ามประเทศและเสริมสร้างความร่วมมือในระดับสากล รวมถึงการตรวจสอบและดำเนินการกับรถรับจ้างที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ จะมีการตั้งจุดสกัดตามแนวชายแดน เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการลักลอบการค้ามนุษย์ ในส่วนของการรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการถูกหลอกลวง หากพบเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องจะต้องแจ้งเตือนและรายงานข้อมูลให้ ศพดส.ตร. ภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน เพื่อติดตามและดำเนินการต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top