Tuesday, 4 August 2026
Hard News Team

‘ทรัมป์ – สีจิ้นผิง’ ต่อสายพูดคุย!! เดินหน้าความสัมพันธ์ เพื่อ 'จีน – สหรัฐฯ – โลก’ บนเส้นทาง การพัฒนาการค้า

(18 ม.ค. 68) ‘สำนักข่าวซินหัว’ รายงานว่า ‘สีจิ้นผิง’ ประธานาธิบดีจีน ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ ตามคำเชิญของทรัมป์ โดยสีจิ้นผิงเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการแสดงความยินดีกับทรัมป์ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกครั้ง

สีจิ้นผิงชี้ว่าทั้งเขาและทรัมป์ต่างให้ความสำคัญกับการรักษาปฏิสัมพันธ์กับอีกฝ่ายอย่างยิ่ง หวังว่าสายสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ จะมีจุดเริ่มต้นที่ดีในวาระการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ และพร้อมผลักดันความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นจากจุดเริ่มต้นใหม่

สีจิ้นผิงเน้นย้ำว่าทั้งจีนและสหรัฐฯ กำลังไล่ตามความฝันของตัวเองและมุ่งมั่นทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ดียิ่งขึ้น โดยจีนและสหรัฐฯ มีผลประโยชน์ร่วมกันมากมายและพื้นที่กว้างขวางสำหรับความร่วมมือ ทั้งสองประเทศสามารถเป็นหุ้นส่วนและมิตรสหาย มีส่วนส่งเสริมความสำเร็จของอีกฝ่าย และประสบความเจริญรุ่งเรืองอันจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศและโลกทั้งใบ

สีจิ้นผิงกล่าวว่าสิ่งที่มิอาจหลีกเลี่ยงคือจีนและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสองประเทศใหญ่ที่มีสภาพการณ์แตกต่างกัน ย่อมต้องมีข้อแตกต่างไม่ตรงกันบางประการ ทว่ากุญแจสำคัญคือการเคารพผลประโยชน์หลักและข้อวิตกกังวลของอีกฝ่าย และแสวงหาหนทางอันเหมาะสมต่อการแก้ไขประเด็นปัญหาต่างๆ

สีจิ้นผิงเสริมว่าปัญหาไต้หวันเกี่ยวข้องกับอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของจีน ซึ่งจีนหวังว่าฝ่ายสหรัฐฯ จะดำเนินการด้วยความระมัดระวัง 

สีจิ้นผิงกล่าวว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าจีน-สหรัฐฯ มีลักษณะของการได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน ดังนั้นการปะทะคะคานและความขัดแย้งมิควรเป็นตัวเลือกของสองประเทศ

สีจิ้นผิงเรียกร้องทั้งสองฝ่ายยกระดับความร่วมมือ รวมถึงทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เป็นรูปธรรม และดีงามยิ่งขึ้น ซึ่งเกื้อหนุนสองประเทศและโลกบนหลักการเคารพซึ่งกันและกัน การดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ เพื่อรักษาทิศทางของเรือลำยักษ์ทั้งสองอย่างจีนและสหรัฐฯ แล่นไปข้างหน้าบนเส้นทางการพัฒนาที่มีเสถียรภาพอันดีและยั่งยืน

ด้านทรัมป์ขอบคุณสีจิ้นผิงสำหรับการแสดงความยินดี กล่าวว่าเขาเชิดชูความสัมพันธ์อันดีของเขากับสีจิ้นผิง คาดหวังว่าจะเดินหน้าการพูดคุยสื่อสารต่อไป และรอคอยจะได้พบสีจิ้นผิงโดยเร็ววัน พร้อมเสริมว่าสหรัฐฯ และจีนเป็นกลุ่มประเทศสำคัญที่สุดในโลกวันนี้ ซึ่งควรรักษามิตรภาพอันยืนยาวและทำงานร่วมกันเพื่อคุ้มครองสันติภาพของโลก

ทั้งนี้ สีจิ้นผิงและทรัมป์ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับประเด็นสำคัญอันเป็นที่วิตกกังวลร่วมกันในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ เช่น วิกฤตยูเครน และความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ รวมถึงเห็นพ้องจะจัดตั้งช่องทางการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์และพูดคุยสื่อสารประเด็นสำคัญอันเป็นที่วิตกกังวลร่วมกันเป็นประจำ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตอกย้ำปณิธาน “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”  ชาวจังหวัดเลยอย่างยั่งยืน..มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพผู้ยากไร้ พร้อมมอบจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบท และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่บริการประชาชนฟรี

เมื่อวานนี้ (17 ม.ค.68) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน  นำทีมลงพื้นที่จังหวัดเลย (จังหวัดที่ 17 ของทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จัดพิธีมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ครัวเรือนยากจน จำนวน 28 ครัวเรือน เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว และมอบจักรยาน จำนวน 20 คัน ให้แก่โรงเรียนชนบทที่ขาดแคลน จำนวน 2 โรงเรียน เพื่อให้นักเรียนที่ประสบปัญหาในการเดินทางได้ยืมเรียน 

รวมถึงเป็นการแบ่งเบาภาระค่าพาหนะแก่ผู้ปกครองได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเสริมสร้างให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย เรียนรู้กฎจราจร เรียนรู้การแบ่งปัน และดูแลรักษาสาธารณสมบัติร่วมกัน รวมมอบในจังหวัดเลย คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น จำนวน 713,430 บาท (เจ็ดแสนหนึ่งหมื่นสามพันสี่ร้อยสามสิบบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ) และอาสาสมัครลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน กิจกรรมนันทนาการ ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยมี นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานในพิธี 

พร้อมด้วย นายสุรพล แก้วอินธิ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชนเป็นประธานร่วมในพิธี และคณะมูลนิธิสว่างคีรีธรรม จังหวัดเลย เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี รวมทั้ง ประชาชน เยาวชน และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา เป็นผู้รับมอบ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อาทิ นายวสวิศว์ ศตพิพัฒน์ (ต้น-วสวิศว์) และ นายธวัชชัย คชาอนันต์ (แฮ็ค ชวนชื่น) ร่วมมอบและสร้างสีสันภายในงาน  ณ บริเวณมูลนิธิสว่างคีรีธรรม จังหวัดเลย

โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยในกลุ่มเป้าหมายแรกดำเนินการในพื้นที่ภาคกลาง 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ต่อมา ได้ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือ 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ซึ่งได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในขณะได้พิจารณาพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 20 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา อุดรธานี มุกดาหาร หนองบัวลำภู บึงกาฬ ยโสธร ศรีสะเกษ มหาสารคาม ขอนแก่น อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ สกลนคร เลย หนองคาย และ นครพนม

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา  เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาการดำเนินงานอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ต่อไป ติดต่อสอบถาม ตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ร่วมกับคณะกรรมาธิการการทหาร และความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เดินทางไปหารือข้อราชการกับ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และคณะผู้บริหารกองทัพอากาศ

เมื่อวันที่ (16 ม.ค.68) พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ร่วมกับคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา 

นำโดย พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ ได้เดินทางไปหารือข้อราชการกับพลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ และคณะผู้บริหารกองทัพอากาศ ณ กองบัญชาการกองทัพอากาศ ดอนเมือง กรุงเทพฯ ในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับบทบาทและภารกิจที่สำคัญ ของกองทัพอากาศในการปกป้อง อธิปไตย และการรักษาผลประโยชน์ของชาติ ความพร้อมกิจการด้านอวกาศ รวมถึงแนวคิดการวิจัย พัฒนา และจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศ 

โดยคณะกรรมาธิการจะนำข้อมูลที่ได้รับไปประกอบการพิจารณา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป

‘น้าหงา’ ลุยต้าน!! คัดค้าน ‘กาสิโน’ ชี้!! ตอนหาเสียง ไม่มีนโยบายนี้

(18 ม.ค. 68) สุรชัย จันทิมาธร หรือ ‘หงา คาราวาน’ ศิลปินแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กว่า …

มีสิ่งที่ต้องทำเยอะแยะไปหมด ยังไม่คิดจะทำ

ประเทศชาติบ้านเมืองไม่ได้เรียกร้องให้เปิดบ่อนสักกะหน่อย

ตอนหาเสียงก็ไม่เคยมีนโยบายนี้นะ เห็นแต่ว่ามีเกลียดมีกลิ่นมีสักมีสีมีกะเทียม

ก่อนหน้านี้ ‘สุรชัย จันทิมาธร’ ออกมาคัดค้านการเปิดกาสิโน ตามนโยบาย รัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่ต้องการออกกฎหมายให้มี 'เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์' หรือสถานบันเทิงครบวงจรถูกกฎหมาย

โดย สุรชัย จันทิมาธร ระบุในเฟซบุ๊กว่า …

กาสิโน คือบ่อนการพนัน รัฐบาลเปิดบ่อนกาสิโน ก็เท่ากับว่า รัฐบาลเป็นนักเลงคุมบ่อน

10 บริษัทยักษ์ใหญ่ที่กำไรสูงสุดของปี 2024

​ปี 2024 ที่ผ่านมานับเป็นปีที่ธุรกิจทั่วโลกต้องฟาดฟันเพื่อความอยู่รอด ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี แต่ก็ยังมี 10 บริษัทที่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นดาวเด่นของโลกด้วยกำไรสุดมหาศาลได้ ซึ่งแต่ละบริษัทมีสูตรความสำเร็จของตัวเองที่น่าสนใจและน่าศึกษา โดยทั้ง 10 บริษัทระดับโลกประกอบไปด้วยบริษัทอะไรบ้าง และพวกเขาทำธุรกิจอะไรถึงได้เงินขนาดนี้

​ซึ่งในประเทศไทยในปี 2024 ที่ผ่านมาบริษัทที่ทำกำไรได้สูงสุดได้แก่ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) บริษัทพลังงานชั้นนำที่มีธุรกิจที่หลากหลายและครอบคลุมห่วงโซ่พลังงานตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ โดย ปตท.ทำรายได้ไปได้สูงถึง 78,383 ล้านบาทค่ะ

'สว.ไชยยงค์' ผู้แทนคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ วุฒิสภา เดินสายเยี่ยมเยียนสวัสดีปีใหม่สื่อใหญ่ 5 แห่ง เดลินิวส์ ข่าวสด แนวหน้า ไทยพีบีเอส บ้านเมือง 

เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา เป็นผู้แทนคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ วุฒิสภา พบปะเยี่ยมเยียนพร้อมมอบกระเช้าผลไม้แสดงความปรารถนาดี ในโอกาสเทศกาลขึ้นปีใหม่ 2568 แก่สื่อมวลชนที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต โดยเริ่มจากสำนักงาน บริษัทข่าวสด จำกัด (หนังสือพิมพ์ข่าวสด) เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โดยมี นายวุฒิเทพ เดชะภัทร บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ข่าวสดและคณะ ร่วมรับมอบ

จากนั้นคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ วุฒิสภา เดินทางสวัสดีปีใหม่ บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด เขตหลักสี่ (นสพ.แนวหน้า)โดยมี นายอดิศร วงศ์ศรศักดิ์ หัวหน้าข่าว เป็นผู้รับมอบ

ต่อมาคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ วุฒิสภา สวัสดีปีใหม่ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) เขตหลักสี่ โดยมีนายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวและคณะ ร่วมรับมอบ

ต่อมาคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ วุฒิสภา เดินทางไปสวัสดีปีใหม่ ที่สำนักงานใหญ่ นสพ.เดลินิวส์ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โดยมี นายอภิชัย รุ่งเรืองกุล บรรณาธิการผู้พิมพ์และโฆษณา และคณะ ร่วมรับมอบ

ก่อนจะปิดท้ายของวัน เดินทางไปที่บริษัท นวกิจบ้านเมือง จำกัด ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ 

สวัสดีปีใหม่เวบไซต์บ้านเมือง

โดยมี นายชิงชัย รุ่งละโภ บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์บ้านเมือง เป็นผู้รับมอบ

คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เข้าพบหารือข้อราชการกับพลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

เมื่อวานนี้ (17 ม.ค.68) เวลา 08.30 – 12.00 นาฬิกา พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา พร้อมด้วยกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ ที่ปรึกษาฯ เดินทางไปหารือข้อราชการกับพลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี  ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เกี่ยวกับนโยบายด้านกิจการทหารและความมั่นคงของกองบัญชาการกองทัพไทยที่มีความเด่นชัดมากขึ้นทั้งเรื่องบทบาทต่าง ๆ ของหน่วย การบรรเทาสาธารณภัย ปฏิบัติการไซเบอร์ และปฏิบัติการร่วมอื่น ๆ รวมทั้งการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสำคัญ ๆ ของประเทศ

ในการนี้ พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บริหารระดับสูงของกองบัญชาการกองทัพไทย ได้ให้การต้อนรับและหารือในประเด็น ดังนี้
1. การขับเคลื่อนภารกิจ การจัด และบทบาท บก.ทท.
2. การบรรเทาสาธารณภัยของกองทัพไทยในภาพรวม และการพัฒนาขีดความสามารถในการบรรเทาสาธารณภัยและช่วยเหลือประชาชนของกองทัพไทย (รวมทั้งการสาธิตการจัดชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัยผ่านระบบ VTC)
3. การพัฒนาการดำเนินงานด้านไซเบอร์ของกองบัญชาการกองทัพไทย
4. เรื่องอื่น ๆ /ประเด็นสำคัญที่ต้องการให้กรรมาธิการในฐานะสมาชิกวุฒิสภาผลักดันให้ประสบผลสำเร็จ 

โดยที่ประชุมหารือได้มีการพูดคุยและข้อเสนอแนะที่สำคัญทั้งเรื่องการพิทักษ์รักษาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ กองทัพกับการพัฒนาประเทศเพื่อความมั่นคง รวมทั้งการช่วยเหลือประชาชน และการแก้ไขปัญหาที่สำคัญของชาติที่ต้องร่วมคิดร่วมขับเคลื่อนให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนสืบไป

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะได้นำข้อมูลและข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะที่ได้หารือร่วมกับพลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บริหารระดับสูงของกองบัญชาการกองทัพไทยไปพิจารณาศึกษาและดำเนินการตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายให้เป็นรูปธรรมต่อไป 

‘รสนา’ ชื่นชม!! ‘กกพ.’ ชงลดค่าไฟฟ้า แนะ!! เจรจาลด ‘ค่าความพร้อมจ่าย’ ด้วย

เมื่อวานนี้ (17 ม.ค. 68) นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า …

มาช้าดีกว่าไม่มา กกพ.จ่อชงนายกฯทบทวนค่าแอดเดอร์พลังงานหมุนเวียน หั่นค่าไฟลง 17 สตางค์ เหลือ 3.98 บาท

ข่าวสื่อมวลชนวันนี้ระบุว่าคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)เตรียมเสนอนายกรัฐมนตรีให้ทบทวนนโยบายรัฐที่ให้เงินส่วนเพิ่มไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่เรียกว่า แอดเดอร์ (Adder) ทำให้ราคารับซื้อเพิ่มสูง และมีการต่อสัญญาแบบอัตโนมัติทำให้ค่าไฟมีราคาสูงกว่าราคาที่เป็นจริงในปัจจุบันมาก หากมีการทบทวนราคารับซื้อตามต้นทุนจริง จะลดค่าไฟลง 17 สตางค์ เหลือ 3.98 บาท คาดประหยัดค่าไฟได้ 3.3 หมื่นล้านบาทต่อปี

ในการรับฟังความเห็นประชาชนเรื่องการปรับค่าFt ของกกพ.งวด มกราคม -เมษายน 2568 ระหว่างวันที่ 8-22 พฤศจิกายน 2567 สภาองค์กรของผู้บริโภค (สภาผู้บริโภค)ได้เสนอแนวทางการปรับลดราคาค่าไฟไปทั้งหมด 6 ข้อ

หนึ่งใน6 ข้อเสนอของสภาผู้บริโภค ก็คือเสนอให้ยกเลิกนโยบายมาตรการสนับสนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ที่สูงเกินสมควรจนมีผลกระทบต่อภาระค่าไฟฟ้าทั้งระบบ ซึ่งกกพ. ควรเสนอให้ทบทวนนานแล้ว เอกชนได้ค่าไฟฟ้าส่วนเกินที่ไม่ควรได้รับปีละ 3.3 หมื่นล้านบาท เป็นค่ารับซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ ที่หมดอายุ 8-10 ปีไปแล้ว แต่กกพ.ก็ยังปล่อยให้ต่อสัญญาโดยอัตโนมัติในราคาสูง โดยประชาชนตาดำๆ ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายนี้ให้เอกชนผ่านค่าไฟฟ้า เป็นภาระค่าไฟแพงของประชาชน แต่ไม่ปรากฎว่ากกพ.จะได้นำข้อเสนอนี้ของสภาผู้บริโภคไปพิจารณาเพื่อลดค่าไฟในงวด มกราคม- เมษายน 2568 แต่ประการใด

อย่างไรก็ตาม มาช้าดีกว่าไม่มา ก็ต้องชื่นชมที่ กกพ.ตัดสินใจทำข้อเสนอถึงนายกรัฐมนตรีให้ทบทวนการให้เงินส่วนเพิ่ม(Adder)ว่าควรยกเลิกได้แล้วเพราะปัจจุบันราคาพลังงานหมุนเวียนมีราคาลดลงมากแล้ว ซึ่งบริษัทเหล่านั้นได้คืนทุนและมีกำไรคุ้มไปนานแล้ว การต่อสัญญาอัตโนมัติจึงควรยกเลิก ซึ่งจะทำให้สามารถลดค่าไฟลงได้ 17 สตางค์/หน่วย ทำให้ค่าไฟลดลงเหลือ 3.98 บาท/หน่วย จากที่กำหนดไว้เดิมที่ 4.15บาท/หน่วย และทำให้ประชาชนได้ปลดแอกบนบ่าถึงปีละ 3.3 หมื่นล้านบาทได้สักที

สิ่งที่กกพ.ควรเสนอนายกรัฐมนตรีเพิ่มอีกอย่างน้อย 1 ข้อ คือให้เจรจาลดค่าความพร้อมจ่ายสำหรับโรงไฟฟ้าที่ได้คืนทุนและมีกำไรพอสมควรแล้ว จากเอกสารของกกพ. ในงวด มกราคม-เมษายน 2568 ค่าความพร้อมจ่ายสูงถึง 19,875 ล้านบาท หากคำนวณทั้งปี จะเป็นเงิน 59,625 ล้านบาท/ปี หากนำมาเฉลี่ยกับหน่วยไฟที่ใช้ทั้งประเทศประมาณ 200,000 ล้านหน่วย/ปี เท่ากับจะลดลงได้ 29-30 สต./หน่วย หากตัดค่าความพร้อมจ่ายส่วนนี้ไปได้ น่าจะลดได้ค่าไฟลงไปได้อีกเกือบ30 สตางค์/หน่วย (ตัวเลขที่นำมาคำนวณจากเอกสารที่เผยแพร่โดย กกพ.ในการรับฟังความเห็นค่า Ft)

แม้ตามสัญญาค่าความพร้อมจ่ายอาจจะตัดไม่ได้ แต่รัฐบาลสามารถใช้ประเด็น ‘เหตุสุดวิสัย’ในการเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐเพื่อลดค่าไฟ เปิดให้มีการเจรจาลดค่าความพร้อมจ่ายในโรงไฟฟ้าที่คืนทุนแล้ว หรือไม่มีการผลิตแต่ยังได้ค่าความพร้อมจ่าย โดยแลกกับการขยายสัญญารับซื้อไฟต่อให้อีกสัก1-2ปีหลังหมดสัญญา และโรงไฟฟ้าใหม่ไม่ควรมีค่าความพร้อมจ่ายอีกแล้ว

กกพ.จึงควรถือเป็นหน้าที่ในการรีดไขมันที่ทำให้ค่าไฟแพงอย่างไม่เป็นธรรมต่อประชาชน ซึ่งยังมีอีกหลายรายการที่สมควรพิจารณาต่อไปอย่างจริงจัง จะเป็นการช่วยลดภาระที่ประชาชนแบกจนหลังแอ่นมายาวนานมาก และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยที่มีราคาค่าไฟเหมาะสมจูงใจให้ธุรกิจต่างชาติสนใจจะมาลงทุน

รัฐบาลหัดคิดนโยบายประชานิยมเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจที่เป็นธรรมบ้าง ประชาชนจะได้เงยหน้าอ้าปากอย่างยั่งยืน เลิกใช้วิธีกู้เงินมาหว่านแจกซื้อเสียงแบบฉาบฉวยได้แล้ว!!

แม่ค้าย่านตลาดดินแดงยิ้มแก้มปริ หลัง ‘ปฏิทินพีระพันธุ์’ ให้โชคเต็ม ๆ 2 งวดซ้อน

(17 ม.ค. 68) มีรายงานข่าวว่า หลังผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 17 มกราคม 2568 พ่อค้าแม่ค้าย่านตลาดดินแดง ถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว กันหลายราย ทั้งนี้ จากการสอบถามถึงที่มาของเลขเด็ด พบว่า เป็นการซื้อเลขตามปฏิทิน ที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ทำแจกช่วงปีใหม่ 2568 ที่ผ่านมา

โดยแม่ค้ารายหนึ่ง บอกด้วยความตื่นเต้นว่า ได้ติดตามเลขที่อยู่ในปฏิทินที่ได้รับแจกมานั้น ผลปรากฏว่า เลขที่ตีออกมานั้นตรงกับรางวัลเลขท้าย 2 ตัวทั้ง 2 งวด โดยงวดวันที่ 2 มกราคม 2568 ออก 51 และ งวด 17 มกราคม 2568 ออก 23

จวก 'บลินเคน' กลางวงแถลงลั่นควรขึ้นศาลโลก ปมหนุนยิวฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปาเลสไตน์

(17 ม.ค.68) เกิดเหตุการณ์วุ่นวายในการแถลงข่าวครั้งสุดท้ายของนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ก่อนที่เขาจะหมดวาระจากตำแหน่ง หลังการประกาศข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮามาส รวมทั้งข้อตกลงเรื่องตัวประกัน

ในระหว่างการแถลงข่าว นายแซม ฮัสเซนี นักข่าวอเมริกันเชื้อสายจอร์แดน-ปาเลสไตน์ ผู้เป็นผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของสถาบันเพื่อความถูกต้องของสาธารณะ และคอลัมนิสต์ในสื่อหลายแห่ง เช่น CounterPunch, The Nation, The Washington Post, USA Today และ Salon ได้ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกระทรวงต่างประเทศลากออกจากห้องแถลงข่าว หลังจากที่เขาพยายามถามเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงในกาซา ซึ่งบลิงเคนอ้างว่าเป็นความสำเร็จทางการทูตในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

ฮัสเซนีถามบลิงเคนด้วยความไม่พอใจว่า ทำไมเขาถึงยอมให้ฝ่ายอิสราเอลจบสงครามในกาซา ซึ่งดำเนินมาเป็นเวลา 15 เดือนและคร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์หลายหมื่นคนอย่างง่ายดาย และกล่าวว่า กระบวนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในปาเลสไตน์ยังไม่สิ้นสุด

ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยายามนำตัวฮัสเซนี ออกจากห้องประชุม โดยฮัสเซนีตะโกนว่า "อย่าแตะต้องผม!" พร้อมทั้งร้องเสียงดังว่า "กรุณาตอบคำถามของผมก่อน"

ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่พยายามพาตัวเขาออกจากห้อง เขายังตะโกนว่า "อาชญากร! ทำไมคุณไม่อยู่ที่กรุงเฮก!" โดยกล่าวถึงกรุงเฮก ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลอาญาระหว่างประเทศ

ฮัสเซนีกล่าวว่าเขาถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเพียงแค่พยายามถามคำถามเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงที่กระทรวงการต่างประเทศไม่ยินยอมตอบคำถาม โดยเฉพาะคำถามเกี่ยวกับระเบียบฮันนิบาล ไดเร็กทีฟ (Hannibal Directive) ซึ่งอนุญาตให้ทหารอิสราเอลดำเนินการโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของพลเรือนและทหารของตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวประกันตกไปอยู่ในมือศัตรู

บลิงเคนตอบกลับว่า ผู้สื่อข่าวต้องเคารพขั้นตอนการแถลงข่าว และเขาจะเปิดให้สอบถามหลังจากแถลงเสร็จสิ้นแล้ว ฮัสเซนีตะโกนสวนกลับไปว่า "ทุกคนจากองค์การนิรโทษกรรมสากลจนถึงศาลยุติธรรมระหว่างประเทศบอกว่าอิสราเอลกำลังฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แล้วคุณมาบอกให้ผมเคารพขั้นตอนงั้นหรือ"

หลังจากถูกนำตัวออกจากห้องแถลงข่าว ฮัสเซนีเขียนในโพสต์ของเขาว่า การกระทำนี้เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต และถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเพียงเพราะเขาพยายามถามคำถามที่กระทรวงการต่างประเทศไม่ต้องการตอบ

นอกจากนี้ แม็กซ์ บลูเมนทาล บรรณาธิการของสำนักข่าว Grayzone News ได้กล่าวหาบลิงเคนว่าเขากำลังทำลายศาสนายูดาห์โดยการร่วมมือกับฟาสซิสต์ พร้อมกับชี้ว่า ครอบครัวของบลิงเคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล็อบบี้ยิสต์ให้กับอิสราเอล

บลูเมนทาลยังได้ถามบลิงเคนว่า "ทำไมคุณยังคงส่งอาวุธไปในขณะที่เรามีข้อตกลงในเดือนพฤษภาคม?" พร้อมกับถามว่า "ทำไมคุณให้บ้านของเพื่อนผมในกาซาถูกทำลาย?" ขณะที่เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศพยายามพาตัวเขาออกจากห้องแถลงข่าวเช่นเดียวกับนายฮัสเซนี 

ทั้งฮัสเซนีและบลูเมนทาลต่างไม่พอใจที่สงครามของอิสราเอลในกาซายังไม่ยุติลง แม้ว่าการโจมตีในวันที่ 7 ตุลาคม 2023 จะผ่านมาเป็นเวลา 15 เดือนและทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายหมื่นคน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top