Sunday, 1 November 2026
Hard News Team

ละครสั้นจีนบนโลกออนไลน์ฮอตฮิตในไทย พล็อตเข้มข้น-ความยาวกระชับ ผสานกลยุทธ์การตลาดสุดแยบยล ตอบโจทย์คนดูยุคใหม่ ‘ดูไว จ่ายคล่อง’

(23 เม.ย. 68) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กระแสละครสั้นจีนได้รับความนิยมในไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากการเติบโตของแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นอย่าง TikTok ด้วยจุดเด่นด้านการเล่าเรื่องกระชับ ความยาวเพียง 3-5 นาที บวกกับเนื้อหาดราม่าเข้มข้น เช่น ความขัดแย้งในครอบครัว หรือการแย่งชิงอำนาจ

ระบบอัลกอริทึมช่วยกระตุ้นให้ผู้ชมดูต่อเนื่อง ทำให้หลายคนยอมจ่ายเงินเพื่อรับชมจนจบ ส่งผลให้โมเดล “ดูเป็นตอน+จ่ายต่อเนื่อง” กลายเป็นเทรนด์ใหม่ เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคคอนเทนต์ในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แพลตฟอร์มอย่าง iQIYI และ Tencent Video รุกตลาดด้วยกลยุทธ์ “ละครสั้น+ละครยาว” ดึงดูดผู้ชมทั้งสายดูไวและดูยาว พร้อมเสริมด้วยต้นทุนผลิตต่ำ เรื่องราวหลากหลาย และระยะเวลาทำงานที่รวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยังเผชิญความท้าทายจากเนื้อหาที่ซ้ำซาก ผู้ชมเรียกร้องแนวใหม่ๆ เช่น สืบสวน วิทยาศาสตร์ หรือชีวิตจริง ขณะที่ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ผลิต คัดเลือกเนื้อหา ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ชม

ทั้งนี้ จีนเผย ปี 2024 มีผู้ชมละครสั้นออนไลน์ถึง 662 ล้านราย คาดมูลค่าตลาดอาจแตะ 1 แสนล้านหยวนในปี 2027 โดยไทยยังคงเป็นตลาดหลักของภูมิภาคนี้ ด้วยวัฒนธรรมที่เปิดรับและความนิยมในคอนเทนต์หลากหลายจากจีน

จันทบุรี หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี จัดพิธีรำลึกโอกาสครบรอบ 40 ปีการสถาปนา

เมื่อวานนี้ (22 เม.ย.68) ที่หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี พลเรือตรี ชรัมม์ภากร พรหมภากร รองผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เป็นประธานในงานวันครบรอบจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินปีที่ 40 โดยมีพิธีสงฆ์ ทำบุญและอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ พร้อมรำลึกถึงวีรกรรมของทหารกล้า ในโอกาสครบรอบ 40 ปีแห่งการสถาปนา โดยมีนายธวัชชัย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พลตำรวจตรีผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี นาวาเอก นพโรจน์ สิริปริยพงศ์ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี รวมทั้งอดีตผู้บังคับบัญชา,ดร.รัฐวิทย์ ตั้งเกียรติพชร นายกสมาคมการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา(จันทบุรี) พร้อมผู้แทนสมาคมสื่อมวลชนและเครือข่ายจันทบุรี,หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และแขกผู้มีเกียรติร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

การจัดพิธีในครั้งนี้นอกจากเป็นการรำลึกถึงความเสียสละของกำลังพลในอดีตแล้ว ยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพลในปัจจุบัน รวมถึงเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่หน่วยและครอบครัวของผู้ปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี เป็นหน่วยขึ้นตรงต่อกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เริ่มมีบทบาทมาตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2483–2484 ระหว่างเหตุการณ์พิพาทอินโดจีน โดยกองทัพเรือได้สนธิกำลังในนาม “กองพลจันทบุรี” เข้าปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและตราด ต่อมาในปี พ.ศ. 2504 และ พ.ศ. 2519 ได้รับมอบหมายให้ดูแลแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงสถานการณ์ความตึงเครียด

กระทั่งวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2528 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรีได้รับการจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อแบ่งเบาภารกิจด้านการควบคุมและป้องกันชายแดนที่มีความยาวและซับซ้อน โดยเน้นรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ขณะที่หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราดรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดตราด ตลอดระยะเวลา 40 ปี หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรีได้ปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง พร้อมยึดมั่นในอุดมการณ์ ปกป้องผืนแผ่นดินไทย และจะยังคงเดินหน้าอย่างมั่นคงสู่อนาคตต่อไป

เชียงใหม่-คณะพยาบาลศาสตร์ มช. เปิดตัวคณบดีและแถลงแผนมุ่งสู่ 50 อันดับแรกของโลก

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุภารัตน์ วังศรีคูณ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานกล่าวเปิดและเป็นวิทยากรในกิจกรรมการถ่ายทอดและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแผนพัฒนาการศึกษาของคณะฯ ระยะที่ 13 (2566-2570) ฉบับปรับปรุง ประจำปีงบประมาณ 2568 'Together We Rise: Building on Our Pride, Shaping Our Future' โดยมี คณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรเข้าร่วมรับฟัง 

ภายในงานคณบดีแถลงวิสัยทัศน์ใหม่ ได้แก่ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นสถาบันการศึกษาพยาบาลชั้นนำระดับสากล เพื่อสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืน รวมทั้งชี้แจงเกี่ยวกับกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนองค์กร เป้าหมายที่สำคัญ ประกอบด้วย เข้าสู่ 50 อันดับแรกของโลกในการจัดอันดับของ QS Ranking by subject , Socio-economic impact 300 ล้านบาท 

และ การได้รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ ในระดับ Thailand Quality Class Plus : TQC Plus จากสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ กระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมทั้งบอกเล่าเรื่องราวความสำเร็จและน่ายินดีที่เกิดขึ้นภายในคณะฯ ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ตลอดจนร่วมพูดคุยแบบเป็นกันเองในการรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อการนำไปสู่การบรรลุวิสัยทัศน์ร่วมกัน 

ช่วงท้ายแนะนำเพลงใหม่ประจำคณะฯ ใช้สำหรับการสร้างความรักความผูกพันและเป็นตัวแทนสื่อถึงวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง บ้านสีแสด ร่วมแรงร่วมใจ ก่อนถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกันเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ ณ ห้องเอ็มเพรสแกรนด์ฮอลล์ ชั้น 3 โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันอังคารที่ 22 เมษายน 2568

23 เมษายน พ.ศ. 2159 ‘วิลเลียม เชกสเปียร์’ เกิดและจากไปในวันเดียวกัน ราวกับบทละคร วันแห่งการระลึกถึงผู้ฝากผลงานอันเป็นนิรันดร์ ‘โรมิโอและจูเลียต’

วันที่ 23 เมษายน ค.ศ. 1616 (พ.ศ. 2159) ถือเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของโลกวรรณกรรม เนื่องจากเป็นวันที่ วิลเลียม เชกสเปียร์ (William Shakespeare) นักเขียนบทละครและกวีผู้ยิ่งใหญ่ของอังกฤษ ได้เสียชีวิตลง ณ เมืองสแตรตฟอร์ด ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาเอง โดยมีอายุ 52 ปี แม้สาเหตุการเสียชีวิตจะไม่ปรากฏแน่ชัด แต่มีบันทึกระบุว่าเขาถูกฝังในวันที่ 25 เมษายน ณ โบสถ์ โฮลี ทรินิตี้ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเดียวกัน

ทั้งนี้ วิลเลียม เชกสเปียร์ เกิดเมื่อวันที่ 23 เมษายน ค.ศ. 1564 หมายความว่าเขาเกิดและเสียชีวิตในวันเดียวกัน โดยเชกสเปียร์ในตอนที่ยังมีชีวิตเป็นนักเขียนที่มีผลงานที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงในวงการวรรณกรรมโลก ผลงานสุดยอดของเขาได้แก่การประพันธ์ บทละคร (plays) บทกวี (poems) และ โคลง (sonnets) ที่ได้รับการแปลและแสดงในทั่วโลก ซึ่งผลงานของเชกสเปียร์ยังคงมีอิทธิพลต่อวรรณกรรมสมัยใหม่และมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อวงการละครและการแสดง

สำหรับผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเชกสเปียร์คือ “โรมิโอและจูเลียต” (Romeo and Juliet), “แฮมเลต” (Hamlet), “แม็คเบธ” (Macbeth) และ “มคธ” (Macbeth) ที่มีเนื้อหาที่ลึกซึ้งและการพัฒนาอักขระในผลงานของเขาได้สะท้อนถึงชีวิตและสังคมมนุษย์ในยุคของเขาได้อย่างมีเสน่ห์ ซึ่งยังคงเป็นที่รู้จักและถูกแสดงจนถึงปัจจุบัน 

การจากไปของวิลเลียม เชกสเปียร์ในวันที่ 23 เมษายน สร้างความโศกเศร้าให้กับวงการวรรณกรรมโลก ถึงแม้ว่าจะมีความไม่แน่ชัดเกี่ยวกับเหตุผลที่แท้จริงของการเสียชีวิต แต่การจากไปของเขาในวันเดียวกับ ‘มิเกล เด เซร์บันเตส’ นักเขียนชาวสเปน นับเป็นเหตุการณ์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในวงการวรรณกรรมโลก ทั้งสองคนถือเป็นนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ที่มีผลกระทบอย่างมากในวงการวรรณกรรมของแต่ละประเทศ

'สงกรานต์มาเลย์' ปะทะเดือดกลางห้างฯ ดัง เก้าอี้ลอยว่อน นักท่องเที่ยวเมียนมาทะเลาะวิวาทกับเจ้าถิ่น

(22 เม.ย. 68) หลังเหตุทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้นในลานจอดรถกลางแจ้งของศูนย์การค้า 1 อุตามา (1 Utama) ระหว่างการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์มาเลเซีย ในวันสุดท้าย เมื่อคืนวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังมีคลิปวิดีโอเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่และแชร์ต่อกันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์มาเลเซีย

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองสงกรานต์ ประจำปี 2568 จนกลายเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียของมาเลเซีย หลังมีผู้บันทึกภาพวิดีโอการทะเลาะวิวาทระหว่างผู้ร่วมงานจำนวนหนึ่งในพื้นที่ลานจอดรถของศูนย์การค้าอุตามา 

อย่างไรก็ตาม เมื่อติดต่อสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ นายชาห์รุลนิซาม จาฟาร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจเมืองเปอตาลิงจายา เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า “จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยื่นรายงานจากตำรวจเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” โดยยืนยันว่าตำรวจยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์และพิจารณาข้อเท็จจริงจากคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่

ทั้งนี้ สื่อท้องถิ่นมาเลเซียรายงานว่า ต้นเหตุมาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนและเมียนมา ทะเลาะวิวาทกันเนื่องจากมีปัญหาเรื่องเติมน้ำและการใช้ปืนฉีดน้ำ จนนำมาสู่เหตุการณ์บานปลายในท้ายที่สุด

สำหรับเทศกาลสงกรานต์ถือเป็นประเพณีสำคัญของชาวไทยและได้รับความนิยมในหมู่ประชาคมไทยในมาเลเซีย ที่มักจัดกิจกรรมอย่างสนุกสนานและมีน้ำใจ อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความกังวลต่อความปลอดภัย และภาพลักษณ์ของงานที่ควรจะเป็นการเฉลิมฉลองอย่างสันติ

สหรัฐฯ ได้เรียกเก็บภาษีนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์จาก 4 ประเทศในอาเซียน

(22 เม.ย. 68) บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า สหรัฐฯ ได้เรียกเก็บภาษีนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์จาก 4 ประเทศในอาเซียน ได้แก่ กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย และไทย ในอัตราใหม่ เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 21 เม.ย. 68 โดยกัมพูชาสูงถึง 3,521%  

'นายกฯ อิ้งค์' ส่งสัญญาณการเมืองนิ่ง ย้ำทีมเวิร์กสำคัญ – ยังไม่คิดสลับขั้ว ครม.

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี ว่า ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ทราบว่ามีเรื่องของโพลที่ทุกคนให้ความสนใจ ก็พร้อมรับฟังทุกฝ่าย รวมถึงโพลที่สำรวจความเห็นประชาชนก็จะนำไปคิด

"และที่จริง ใดๆในโลกล้วนอนิจจัง ไม่ว่าตำแหน่งอะไร ตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี ก็เช่นกัน ไม่ใช่แค่ตำแหน่งของใครคนใดคนหนึ่ง เราควรทำใจให้นิ่งไว้"

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสข่าวว่าจะปรับพรรคภูมิใจไทย ออกและนำพรรคพลังประชารัฐ เข้ามาแทน นายกรัฐมนตรี กล่าวย้อนว่า คำถามนี้แรงขึ้นมาเลย ต้องบอกว่ายังไม่มีอย่างนั้น ตอนนี้ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

เมื่อถามย้ำว่าในอนาคตจะมีทางเอาพรรคพลังประชารัฐเข้ามาร่วมรัฐบาล หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้นายกฯเคยระบุให้ดูหน้าของนายกฯเอาไว้ และพูดว่าจะไม่จับมือกับคนทำรัฐประหาร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ใช่ ที่บอกว่าให้ดูหน้าของดิฉันไว้จะไม่จับมือกับคนทำรัฐประหาร แต่นี่เป็นเรื่อง 2 ปีที่แล้ว และเผอิญคะแนนไม่ถึง ก็เลยต้องจับกันอยู่แล้ว และจับกันมาสักพักแล้ว ทำไมคำถามนี้ดีเลย์จัง“

เมื่อถามว่าถ้ายังเป็นอย่างนี้ จะไม่มีผลอะไรกับรัฐบาลใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็อยากให้เป็นอย่างนั้น แล้วจะมีอะไรอีกหรือไม่ ขอสื่อเล่าให้ฟังบ้าง ดูๆให้หน่อย

ส่วนกรณีที่นายกฯระบุว่าให้ทำใจให้นิ่ง หมายถึงจะสื่อสารไปถึงรัฐมนตรีคนอื่นด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกคน ทุกอย่าง ต้องทำใจให้นิ่งไว้ วันนี้ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ไม่ได้คิดจะปรับอะไร เมื่อมีความเห็นอะไรก็มาดูว่ามีอะไรบ้าง เพราะตนชอบทำงานเป็นทีมและทำงานแบบไม่ต้องสู้กัน สามารถทำงานด้วยกันไม่ต้องไฟท์กันแต่ละกระทรวง ไม่ชอบการแตกความสามัคคี และดูว่าต้องทำดีที่สุดจะเป็นอย่างไร ถ้าสมมุติว่าเกิดอะไรขึ้นมาจริงๆเราจะไปปรับแก้ตอนนั้น แต่เวลานี้ยังไม่ได้เป็นอะไร ต้องรอดูแล้วคุยกันก่อน

ภาษีคือภาษี ความผิดคือความผิด เสียงสะท้อนถึง…พี่ชาย ‘ดร. พอล แชมเบอร์ส’ ปมขอให้สหรัฐฯ กดดันไทย

(22 เม.ย. 68) จากกรณีที่ คิท แชมเบอร์ส (Kit Chambers) พี่ชายของ ดร. พอล แชมเบอร์ส (Dr. Paul Chambers) นักวิชาการชาวอเมริกันซึ่งกำลังเผชิญคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ ในประเทศไทย ได้เผยแพร่บทความผ่าน The Oklahoman สื่อท้องถิ่นของรัฐโอคลาโฮมา เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ระงับการเจรจาการค้าด้านภาษีกับไทยจนกว่า “น้องชายของเขาจะได้กลับบ้าน”

ในบทความดังกล่าว คิท แชมเบอร์ส กล่าวหาว่าการกักขังน้องชายของตนนั้น “ไม่เป็นธรรม” และยืนกรานว่านี่ไม่ใช่ปัญหาทางการค้า แต่คือ “เรื่องสิทธิมนุษยชน”

ล่าสุด “ปราชญ์ สามสี” ได้ออกมาโพสต์แสดงความเห็นถึงกรณีนี้ว่า

คำถามคือ — แล้วการกระทำผิดกฎหมายในประเทศหนึ่ง สามารถกลายเป็น "ของต่อรอง" ได้จริงหรือ?

ถ้าคนไทยสักคนเดินทางไปสหรัฐฯ แล้วไปละเมิดกฎหมายของอเมริกา เช่น ละเมิดสัญลักษณ์ทางการเมือง ข่มขู่บุคคลสาธารณะ หรือทำผิดทางไซเบอร์ ประเทศไทยควรจะ "ขู่ขึ้นภาษีสินค้าอเมริกัน" เพื่อให้สหรัฐฯ ยอมปล่อยตัวกลับบ้านหรือไม่?

การใช้ข้อเรียกร้องทางอารมณ์ มาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของรัฐอื่น นอกจากจะบ่อนทำลายหลักนิติธรรมแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงความไม่เข้าใจในอธิปไตยของแต่ละประเทศอย่างร้ายแรง

ไทยไม่ได้กักขังพอลเพราะเขาเป็นอเมริกัน แต่เพราะเขาทำผิดกฎหมายไทย และกระบวนการที่เกิดขึ้น ก็อยู่ภายใต้สิทธิในการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม ไม่ต่างจากประชาชนไทยทั่วไป

การเจรจาภาษีควรเดินหน้าอย่างอิสระ เพราะเศรษฐกิจคือผลประโยชน์ของคนทั้งชาติ ไม่ใช่เวทีต่อรองเพื่อปล่อยตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง อย่าเอาน้ำหนักของ “สายเลือด” ไปทับถม “หลักนิติธรรม” ที่ประเทศอื่นพยายามรักษาไว้ด้วยความยากลำบาก

โลกจะอยู่ไม่ได้ หากอำนาจทางการค้าใหญ่กว่าหลักแห่งความยุติธรรม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top