Friday, 31 July 2026
Hard News Team

‘ยูเครน’ ปฏิเสธ!! ข้อเสนอหยุดยิง 3 วันของ ‘รัสเซีย’ ‘เซเลนสกี’ ชี้!! มันคือ การแสดงละคร หลอกผู้นำโลก

(4 พ.ค. 68) ยูเครนปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิง 3 วันของรัสเซีย

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เสนอหยุดยิงฝ่ายเดียว (unilateral ceasefire) ระหว่างวันที่ 8–10 พฤษภาคม เพื่อเหตุผลด้านมนุษยธรรมในช่วงวันแห่งชัยชนะ (Victory Day) ยูเครนปฏิเสธ โดยเรียกร้องให้มีการหยุดยิงอย่างไม่มีเงื่อนไขนาน 30 วันแทน

เซเลนสกีวิจารณ์ข้อเสนอของปูตินว่าเป็น “ละคร” เขากล่าวว่าแผนหยุดยิง 2–3 วัน "ไม่จริงจัง" และดูเหมือน "การแสดงละคร" มากกว่า และเตือนเรื่องความปลอดภัยของผู้นำโลกที่จะเดินทางไปมอสโก โดยกล่าวว่า ยูเครนไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของผู้นำต่างประเทศที่จะเข้าร่วมกิจกรรมในวันที่ 9 พฤษภาคม ที่จัตุรัสเครมลิน

มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวหาว่า การปฏิเสธของยูเครนเผยให้เห็น "แก่นแท้นาซีใหม่" และเรียกเซเลนสกีว่าเป็น “ผู้ก่อการร้ายในระดับสากล” เซเลนสกีข่มขู่นักการเมือง ผู้นำ และทหารผ่านศึกที่จะเข้าร่วมงานในรัสเซีย
ผู้นำที่คาดว่าจะเข้าร่วม 

สี จิ้นผิง (ประธานาธิบดีจีน) โรเบิร์ต ฟิโก (นายกรัฐมนตรีสโลวาเกีย) อเล็กซานดาร์ วูชิช (ประธานาธิบดีเซอร์เบีย) มาห์มูด อับบาส (ประธานาธิบดีปาเลสไตน์) ลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา (ประธานาธิบดีบราซิล) ผู้นำจากประเทศ กลุ่มประเทศเอเชียกลาง คาซัคสถาน, อุซเบกิสถาน, ทาจิกิสถาน, คีร์กีซสถาน และเติร์กเมนิสถาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประกอบพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2568

วันนี้ (วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย คณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการ และเจ้าหน้าที่บริหาร  ร่วมในพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2568 โดยมี ศิษยานุศิษย์และสาธุชน ร่วมในพิธี ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

โดยระหว่างวันที่ 4 - 9 พฤษภาคม 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญศิษยานุศิษย์และสาธุชน ร่วมงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2568  สักการะหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) เพื่อความเป็นสิริมงคล ชมการแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) และ รับประทานสาคูสิริมงคล (อี๊)  โดยมูลนิธิฯ จัดเตรียมบริการเฉพาะบรรจุถุงให้ผู้มีจิตศรัทธานำกลับบ้านเท่านั้น  ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ 

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมงานสาธารณกุศลของศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมถึงงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง [ www.facebook.com/atpohtecktung ]

#ป่อเต็กตึ๊ง #ช่วยชีวิต #รักษาชีวิต #สร้างชีวิต 
#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

โจรใต้ ลอบวางระเบิด!! งานมหกรรมตาดีกา รือเสาะ ก่อน ‘ซาบีดา ไทยเศรษฐ์’ มาถึงเป็นประธานเปิดงาน

(4 พ.ค. 68) เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ที่บริเวณชายป่าสวนผลไม้ของชาวบ้าน ห่างจากด้านหลังเต็นท์จำหน่ายสินค้า ประมาณ 40 เมตร ในกิจกกรรมงานมหกรรมตาดีกาสัมพันธ์เทศบาลตำบลรือเสาะ ซึ่งจัดขึ้นที่มัสยิดอัลฮีดายะห์ บ้านบือแนยามู ม.2 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ส่งผลทำให้ชาวบ้านพ่อค้าแม่ค้า ที่เดินทางมาร่วมงานและจำหน่ายสินค้า ต่างพากันวิ่งหนีกันอย่างชุนละมุน พร้อมเสียงหวีดร้องเป็นระยะๆ 

ซึ่งภายในงานจะมี น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานและมีผู้ใหญ่ระดับสูงของจังหวัด อาทิ นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รอง ผวจ.นราธิวาส ดร.ซาการียา สะอิ สส.นราธิวาส เขต 4 พรรคภูมิใจไทย นายอมีร ซาริคาน นายกเทศบาลตำบลรือเสาะ นายนิติพงษ์ ทาหา นายอำเภอรือเสาะ เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร มายืนคอยให้การต้อนรับ 

หลังเกิดเหตุระเบิดเจ้าหน้าที่ได้นำแผงเหล็กที่ใช้สำหรับปิดกั้นการจราจร มาวางไว้ที่บริเวณจุดเกิดเหตุระเบิด เพื่อรอให้ น.ส.ซาบีดา เป็นประธานเปิดงานและร่วมกิจกรรมแล้วเสร็จ ถึงจะให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ ซึ่งการเปิดงานในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

มีรายงานว่า น.ส.ซาบีดา เมื่อเปิดงานและร่วมกิจกรรมแล้วเสร็จ ได้เดินทางกลับโดยที่ไม่ได้รับรู้ว่าเกิดเหตุระเบิดขึ้น 

ต่อมา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดอโณทัยและจากชุด EOD กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เข้าทำการตรวจสอบจุดเกิดเหตุด้วยการใช้เครื่องตรวจจับวัตถุโลหะและพบว่า มีระเบิดแสวงเครื่องอีก 1 ลูก ซุกซ่อนอยู่ละแวกเดียวกันห่างจากจุดระเบิดประมาณ 10 เมตร เจ้าหน้าที่จึงได้กันผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกห่าง ก่อนที่จะใช้เครื่องแรงดันน้ำพลังสูงในการยิงทำลาย 

เมื่อตรวจสอบระเบิดทั้ง 2 ลูก พบว่า เป็นระเบิดแสวงเครื่องที่บรรจุอยู่ในท่อเหล็กทรงกลม หนัก 1 ถึง 2 ก.ก. จุดชนวนด้วยระบบแบบเหยียบ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน 

จากการประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของสมาชิกแนวร่วมผู้ก่อเหตุรุนแรง แอบลักลอบนำระเบิดแสวงเครื่องแบบเท้าเหยียบไปซุกซ่อนไว้ เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่กำลังพลที่ถูกส่งตัวมาให้การรักษาความปลอดภัยแก่คณะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่กลุ่มคนร้ายเดาใจเจ้าหน้าที่ว่า จะมายืนให้การรักษาความปลอดภัยที่บริเวณจุดดังกล่าว แต่โชคดีระเบิดลูกแรกเกิดขัดข้องได้ระเบิดขึ้นเสียก่อน ทำให้เจ้าหน้าที่กันพื้นที่ให้EODเข้าตรวจสอบ จึงพบระเบิดลูกที่ 2 จึงได้ยิงทำลายไปในที่สุด

ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แนะวิธีวางแผนเดินทางวันหยุดยาว ลดปัญหารถติดสะสม

(4 พ.ค. 68) พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา และหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์จราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในเดือนพฤษภาคม 2568 นี้ มีวันหยุดยาว ได้แก่ วันที่ 3-5 พฤษภาคม และ 9-12 พฤษภาคม ซึ่งคาดว่าจะมีพี่น้องประชาชนเดินทางไปทำบุญ กลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยวตามจังหวัดต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก อาจส่งผลกระทบต่อการจราจร ทำให้ติดขัดหนาแน่นในบางเส้นทางได้ ทั้งในช่วงขาไปและขากลับ เช่นในวันที่ 3 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา รับรายงานว่ามีการจราจรติดขัด โดยเฉพาะในถนนเส้นทางสายหลัก อาทิ มอเตอร์เวย์ สาย 7 ซึ่งมักมีจุดพักรถขนาดใหญ่ มีปริมาณรถเข้าใช้บริการจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดการจราจรชะลอตัวบริเวณทางเบี่ยงเข้าจุดพักรถ มีท้ายแถวสะสมทำให้รถชะลอตัวและเกิดปัญหาการจราจรติดขัดหลายกิโลเมตร หรือบริเวณหน้าด่านเก็บเงินที่มีปริมาณรถหนาแน่น ทำให้การจราจรชะลอตัวเป็นระยะทางยาว

พล.ต.ท.นิธิธรฯ แนะนำให้ประชาชนวางแผนก่อนการเดินทาง โดยเลือกใช้จุดพักรถหรือสถานที่ใกล้เคียงแทน จะได้ลดความแออัดและรักษาความต่อเนื่องในการเดินทาง สำหรับผู้ที่ใช้เส้นทางที่มีจุดเก็บค่าผ่านทาง แนะนำทางเลือกในการใช้บริการ M-Flow โดยลงทะเบียนใช้บริการล่วงหน้า เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และลดการจอดรอชำระค่าผ่านทาง ลดปัญหาการจราจรติดขัดได้ และในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ขอเน้นย้ำให้เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าวางแผนการชาร์จพลังงานให้ดี โดยศึกษาจุดชาร์จไฟฟ้าบนเส้นทางล่วงหน้า เลือกช่วงเวลาและสถานที่ที่ไม่แออัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการจราจรสะสมหรือแถวรอชาร์จที่ยาวนาน และการเสียเวลาเดินทางโดยไม่จำเป็น

นอกจากนี้ พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวว่า เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงนี้มีฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ ส่งผลให้อาจเกิดน้ำท่วมขังในบางเส้นทาง ทำให้กระทบกับการใช้รถใช้ถนน เกิดการชะลอตัว ตัดขัด จึงขอฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ ตรวจสอบสภาพรถและสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด มีน้ำใจบนท้องถนน และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เพื่อช่วยกันลดอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยในการเดินทางช่วงวันหยุดยาวนี้

หากต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทาง พบเหตุร้าย หรือต้องการความช่วยเหลือกรณีเกิดอุบัติเหตุ รถเสียบนท้องถนน สามารถติดต่อสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Temu ปรับตัว!! เพื่อสู้ กำแพงภาษีของ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ หลังมีประกาศ!! ระงับการขายสินค้าที่ส่งมาจาก ‘จีน’

(4 พ.ค. 68) หนึ่งในเป้าหมายของโดนัลด์ ทรัมป์ ในการปรับเปลี่ยนนโยบายภาษีศุลกากร ก็เพื่อต้องการกำจัด แพลทฟอร์มออนไลน์ค้าปลีกของจีน อย่าง Temu และ Shein ที่ใช้ช่องโหว่ทางภาษีสหรัฐ ที่ยกเว้นการเก็บภาษีสำหรับพัสดุชิ้นเล็ก ที่เรียกว่า "de minimis" ที่มีมูลค่าน้อยกว่า 800 ดอลลาร์

ซึ่งเข้าทางพ่อค้าจีน ที่เก่งเรื่องการบี้ราคาต้นทุน ให้สามารถขายสินค้าได้ในราคาถูกเหลือเชื่อ จึงมีพัสดุสินค้าจิ๋วนำเข้ามายังสหรัฐอเมริกาได้เป็นล้านชิ้นในแต่ละเดือน โดยที่ไม่ต้องเสียภาษีเลยแม้แต่เหรียญเดียว 

แต่หลังจากสิ้นสุดเดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป ไม่สามารถทำได้แล้ว ด้วยคำสั่งประธานาธิบดีของทรัมพ์ ที่ตั้งกำแพงภาษีสินค้าที่ส่งจากจีนสูงถึง 130-150% และเพิ่มมาตรการตรวจสอบพัสดุสินค้าจากต่างประเทศ ลดเพดานมูลค่าสินค้าจาก 2,500 เหรียญ เหลือ 800 เหรียญ ต้องเสียภาษีแล้ว
เมื่อทรัมป์ยอมเผาทั้งโลกเพื่อฆ่าเธอคนเดียว Temu ที่เป็นเป้าหมายตรง ก็ต้องรีบปรับตัวให้ทัน และประกาศระงับการขายสินค้าที่ต้องส่งมาจากจีนบนแพลทฟอร์มทั้งหมดแล้ว

โดยสินค้าที่ขึ้นขายอยู่ในขณะนี้มีเพียงสินค้าที่ผลิต และอยู่ในโกดังที่สหรัฐเท่านั้น ส่วนสินค้าที่ต้องส่งจากจีนทุกรายการถูกเปลี่ยนสถานะเป็น "Out of stock" หรือ สินค้าหมด

การระงับการขายสินค้าที่ต้อง ship มาจากจีน เกิดขึ้นทันทีที่คำสั่งประธานาธิบดีของทรัมป์ เรื่องข้อบังคับภาษีศุลกากรในพัสดุสินค้าขนาดเล็ก มีผลบังคับใช้เมื่อวันศุกร์ (2 พฤษภาคม 2025) ที่ผ่านมาที่จะทำให้สินค้าที่จัดส่งจากจีนของ Temu และ Shein โดนภาษีเต็มๆ 120% หรืออัตราภาษีคงที่ 100 เหรียญต่อชิ้น ซึ่งจะขึ้นอีกเป็น 200 เหรียญต่อชิ้นในเดือนมิถุนายนนี้

ด้วยราคาภาษีโหดขนาดนี้ คงยากที่ Temu และ Shein จะขายสินค้าจีนในอเมริกาได้เหมือนเดิม จึงเป็นเหตุผลที่ Temu ต้องเปลี่ยนกลยุทธจากการขายสินค้าจีน เป็นขายสินค้าจากผู้ผลิตที่อยู่ในสหรัฐ

จึงเกิดคำถามว่า แล้วแพลทฟอร์มของจีนจะยังขายสินค้าในราคาถูกตาแตกได้เหมือนเดิมหรือไม่ ซึ่ง Temu ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อราคาสินค้า ทุกอย่างที่เห็นในตอนนี้ยังขายในราคาเดิม

แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่กล่าวไม่หมด เพราะทั้ง Temu และ Shein ขึ้นราคาสินค้าของตนไปก่อนหน้านี้นานแล้ว สินค้าบางชิ้นมีราคาสูงขึ้นถึง 377% เลยทีเดียว และมีการระบุเงื่อนไขเพิ่มว่ามี "ค่าธรรมเนียมภาษีขาเข้า"

คำกล่าวที่ Temu ประกาศว่า "ไม่มีผลกระทบต่อนโยบายราคา ทุกอย่างยังเหมือนเดิม" จึงเป็นเพียงคำพูดปลอบใจตนเอง เพราะต่อจากนี้ไป จะไม่มีอะไรเหมือนเดิม 

แต่ธุรกิจต้องไปต่อ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็ไม่มีทางเลือกที่จะต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด มีเพียงคำถามเดียวในใจ คือ ต้องปรับตัวอย่างไรให้รอดเท่านั้นเอง

คนสหรัฐฯ แห่!! ‘เช่าไก่’ แก้ปัญหา ‘ไข่แพง’ ค่าเช่า 17,000-34,000 บาท ต่อ 6 เดือน

(4 พ.ค. 68) สถาพร เกื้อสกุล ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า …

คนสหรัฐฯ แห่เช่าไก่ แก้ปัญหาไข่แพง

มีรายงานข่าวขณะนี้ชาวอเมริกัน กำลังประสบปัญหาไข่ไก่ราคาแพง ดังนั้นพวกเขาจึงได้ติดต่อขอเช่าไก่จาก กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ที่ใช้ชื่อว่า “Rent the Chicken” ซึ่งไก่จะมาพร้อมกับอุปกรณ์การเลี้ยงครบ รวมถึงบ้านและกรง มีรางใส่อาหาร-น้ำ อาหารไก่และคู่มือ สามารถตั้งเอาไว้ที่สนามหญ้าหลังบ้าน โดยไก่จะออกไข่ประมาณ 14 ฟองต่อสัปดาห์ ผู้เช่าจะได้กินไข่ไก่สดทุกวัน

สำหรับราคาค่าเช่าอยู่ระหว่าง 500-1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 17,000-34,000 บาท ต่อระยะเวลา 6 เดือน ขึ้นอยู่กับพื้นที่และจำนวนไก่ 
ทั้งนี้ไข่ไก่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาราคาพุ่งสูงต่อเนื่อง ล่าสุดสูงกว่าปีที่แล้ว 3-4 เท่าหรือราว 60% หลังจากสหรัฐเกิดการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกและยังมีปัญหาเงินเฟ้อค่าครองชีพพุ่งสูง 

‘จีน’ ปล่อยหมัดเด็ด!! ‘ซื้อปุ๊บ คืนปั๊บ’ นักท่องเที่ยวเพิ่ม 40% ยอดซื้อทะลุ!! 7 พันล้านหยวน ตามมาตรการคืนภาษีใหม่ 

(4 พ.ค. 68) นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่ชอปปิงในจีนช่วงวันหยุด แพลตฟอร์มเผยยอดจองพุ่ง 173% เหตุ มาตรการคืนภาษีแบบ “ซื้อปุ๊บ คืนภาษีปั๊บ” สะดวก-คุ้มกว่าเดิม คืนสูงสุดถึง 11% ช่วยกระตุ้นยอดขายในเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้โต 85% นักชอปสายแฟ-เทคโนฯ แห่เพียบ คนไทยเที่ยวจีนก็ได้สิทธิ์นี้เหมือนกัน รู้ไว้ก่อนแพลนทริป

ช่วงวันหยุดยาววันแรงงานนี้ แพลตฟอร์มท่องเที่ยวหลายแห่งเผยว่า ยอดจองทัวร์เข้าจีนเพิ่มขึ้นถึง 173% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยถือกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เข้ามา "ชอปกระหน่ำ" ในจีน หนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเขายอมเดินทางไกลคือ “ความสะดวกในการชอป” ที่พัฒนาขึ้นมาก

 มาตรการคืนภาษีใหม่ เพิ่มแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ

เมื่อไม่นานนี้ รัฐบาลจีนออกมาตรการชุดใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติในการจับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะการขยายบริการ “ซื้อปุ๊บ คืนปั๊บ” ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขอคืนภาษีได้ทันที ณ จุดขาย โดยหลักๆ มี 8 มาตรการใน 3 ด้าน เช่น
ลดเพดานยอดซื้อขั้นต่ำเพื่อขอคืนภาษีจาก 500 หยวน (ราว 2,300 บาท) เหลือ 200 หยวน (ราว 920 บาท)
เพิ่มวงเงินคืนภาษีเงินสดจาก 10,000 หยวน (ราว 46,000 บาท) เป็น 20,000 หยวน (ราว 92,000 บาท)
เพิ่มจำนวนร้านค้าที่สามารถขอคืนภาษี และขยายบริการ “ซื้อปุ๊บ คืนปั๊บ” ทั่วประเทศ

อัตราคืนภาษีอยู่ที่ 11% ของราคาสินค้าที่รวมภาษี เช่น หากซื้อสินค้าราคา 10,000 หยวน (ราว 46,000 บาท) จะได้รับเงินคืนประมาณ 900 หยวน (ราว 4,140 บาท) หลังหักค่าธรรมเนียม

ผลตอบรับจากนักท่องเที่ยวดีเกินคาด

ข้อมูลจาก 10 เมืองนำร่อง รวมถึงเซี่ยงไฮ้และปักกิ่ง พบว่ายอดคืนภาษีจากระบบ “ซื้อปุ๊บ คืนปั๊บ” เติบโตมากถึง 22 เท่า เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ตัวเลขนี้สูงกว่าการเติบโตของการคืนภาษีทั่วไปถึง 18 เท่า

นักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯ เยอรมนี สเปน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ระบบนี้ทำให้พวกเขารู้สึก “คุ้มค่า” และเต็มใจจะใช้จ่ายในจีนมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าประเภทแฟชั่น รองเท้า เครื่องประดับ และผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

ในเซี่ยงไฮ้เพียงเมืองเดียว ตอนนี้มีร้านค้าที่รองรับบริการคืนภาษีกว่า 587 แห่ง โดยครึ่งหนึ่งสามารถให้บริการ “ซื้อปุ๊บ คืนปั๊บ” ได้แล้ว ยอดขายสินค้าคืนภาษีแตะ 760 ล้านหยวน (3.49 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้น 85% ในไตรมาสแรกของปีนี้

รายการชอปปิงเปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่ของฝากแบบเดิมๆ

แนวโน้มของนักท่องเที่ยวต่างชาติเปลี่ยนจากการ “ชมวิว” มาเป็น “ชอปจริงจัง” มากขึ้น จากเดิมที่นิยมซื้อของฝากอย่างตุ๊กตาแพนด้าหรือชา ปัจจุบันพวกเขามองหาสินค้าที่ผสมผสานความเป็นจีนแบบร่วมสมัย เช่น ชุดจีนตัดเย็บพิเศษ ของขวัญแบบสไตล์จีนโบราณ หรือแม้แต่ของเล่นอย่างชุดโมเดลสถาปัตยกรรมจีนแบบดั้งเดิม

ยิ่งไปกว่านั้น หลายคนยังแสดงความสนใจต่อการท่องเที่ยวเชิงลึก เช่น เยือนหมู่บ้านโบราณในเจ้อเจียง ลิ้มรสกาแฟริมธารน้ำ หรือสัมผัสนวัตกรรมของจีนผ่านเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างโดรนและ VR ในเซินเจิ้น

เศรษฐกิจจีนเปิดกว้าง กระตุ้น “การบริโภคจากภายนอก”

ไตรมาสแรกของปี 2025 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าจีนเพิ่มขึ้นถึง 40.2% ขณะที่ยอดใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวขาเข้าในปี 2024 อยู่ที่ 9.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 77.8%

รัฐบาลจีนระบุในรายงานการทำงานประจำปีว่า "การขยายการบริโภคจากต่างประเทศ" คือหนึ่งในเป้าหมายทางเศรษฐกิจสำคัญ และในแผนปฏิบัติการกระตุ้นการบริโภคล่าสุดก็ยืนยันชัดเจนว่า จะผลักดันการบริโภคจากนักท่องเที่ยวขาเข้าอย่างจริงจัง

จีนกำลังเร่งปรับปรุงบริการให้ทันสมัยและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น เพราะไม่เพียงแค่รายได้ทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของจีนในเวทีโลกอีกด้วย

‘อัครเดช’ ยัน!! ‘พีระพันธุ์’ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ปม!! ‘ถุงยังชีพ’ พร้อมชี้แจงเมื่อถึงเวลา ชี้!! ผู้เสียผลประโยชน์ เข้ามาดิสเครดิต มั่นใจ!! พรรคไม่แตก ทุกคนพร้อมเดินไปด้วยกัน

(3 พ.ค. 68) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค รทสช. ถูกยื่นตรวจสอบการถือหุ้นในบริษัทเอกชน รวมถึงถูกโยงกับกระแสข่าวที่คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กําลังไต่สวนคดีถุงยังชีพ จะกระทบต่อพรรคหรือไม่ ว่า นายพีระพันธุ์ชี้แจงได้หมดอยู่แล้ว ทั้งเรื่องการถือหุ้น และเรื่องที่ถูกร้องเรียนใน ป.ป.ช. ซึ่งในข้อเท็จจริงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง นายพีระพันธุ์ พร้อมชี้แจงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อถึงเวลาแน่นอน ท่านมั่นใจว่าไม่ได้กระทำความผิด ขอให้ผู้สนับสนุนพรรคสบายใจได้

นายอัครเดช กล่าวว่า กรณีถุงยังชีพ ยืนยันว่านายพีระพันธุ์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งทางเจตนา และการเตรียมการ ซึ่งท่านพร้อมชี้แจงด้วยเหตุผล และเอกสารหลักฐานต่างๆ ยํ้าว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ นายอัครเดช กล่าวว่า ตนตั้งข้อสังเกตว่าช่วงนี้ ทั้ง IO หรืออะไรหลายอย่าง เข้ามาดิสเครดิตนายพีระพันธุ์ เพราะท่านตั้งใจทำงานให้กับประชาชน จึงเป็นไปได้ที่ต้องมีแรงเสียดทานกับผู้ที่เห็นต่าง อย่างเช่นการลดค่าไฟ ก็ต้องไปต่อสู้กับหลายส่วน จนเกิดแรงเสียดทานหรือข้อกล่าวหาต่างๆ ด้วยหรือไม่ มองว่าอาจมีความเชื่อมโยงกัน

และเมื่อถามว่า เรื่องคดีจะเป็นจุดที่ทำให้พรรคแตกหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้เคยมีกระแสข่าวว่า สส.เตรียมทิ้งนายพีระพันธุ์ นายอัครเดช กล่าวว่า ณ เวลานี้พรรคยังมั่นคง ขอให้สบายใจได้ นายพีระพันธุ์ และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะเลขาธิการพรรค รทสช. ยังสามารถบริหารพรรคได้ และ สส.ของพรรคส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด ก็ชัดเจนแน่นอนว่าจะเดินไปพร้อมกับหัวหน้า และเลขาธิการพรรค เพื่อทำงานให้กับประชาชน เราต้องยึดผลประโยชน์ของประชาชน แม้จะมีแรงเสียดทาน เราก็ต้องอดทน และยืนหยัดให้ได้ 

“มั่นใจว่า สส. ส่วนใหญ่ ยังยืนหยัดกับพรรค และพรรคก็ไม่ได้แตกอย่างที่เป็นข่าวแน่นอน” นายอัครเดช กล่าวอย่างมั่นใจ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top