Saturday, 25 July 2026
Hard News Team

รถไฟฟ้าสายสีแดงเตรียมเปิดบริการฟรี ก.ค.นี้ 

นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม. รับทราบความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ โดยในช่วงเดือนกรกฎาคม 2564 นี้ โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อตลิ่งชันจะเปิดให้ประชาชนใช้บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในพิธีเปิด ก่อนที่จะเปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้  ซึ่งค่าโดยสารของรถไฟชานเมืองสายสีแดงเริ่มต้นที่ 12 บาท และสูงสุดราคา 42 บาท ถือเป็นราคาที่ถูกที่สุดในการเดินทางด้วยระบบรถไฟฟ้า

ทั้งนี้ในอนาคตโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง จะต่อขยายเส้นทางเพื่อเติมเต็มโครงข่ายทางรางยกระดับจากกรุงเทพฯ ไปสู่ปริมณฑล ด้วยส่วนต่อขยาย 4 เส้นทาง ประกอบด้วย

-โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

-โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน-ศาลายา

-โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช

-โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ- หัวลำโพง และช่วงบางซื่อ-หัวหมาก 

โดยมีสถานีกลางบางซื่อเป็นศูนย์กลางระบบรางแห่งใหม่ของไทยที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เป็นศูนย์เปลี่ยนถ่ายระบบรางทุกรูปแบบ ทั้งรถไฟชานเมืองสายสีแดง รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน รถไฟทางไกล และรถไฟความเร็วสูง สู่ทุกภูมิภาคของประเทศ และพื้นที่รอบสถานีกลางบางซื่อ 2,325 ไร่ จะพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ทั้งหมด 9 แปลง โดยมี 5 แปลงที่มีความพร้อมและไม่เกี่ยวข้องกับการเดินรถ

ขณะที่สถานีหัวลำโพง การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ปรับลดจำนวนขบวนรถจาก 118 ขบวนเหลือ 22 ขบวนต่อวัน เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาจราจรในเส้นทางที่รถไฟวิ่งผ่าน โดยเมื่อดำเนินการช่วงต่อขยายเสร็จแล้ว จะทำให้ขบวนรถทั้งหมดวิ่งเข้าสู่สถานีบางซื่อได้ 100%  ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาจราจรติดขัดบริเวณจุดตัดเสมอระดับทางในเมืองได้

ประกันสังคม แจง ศาลพิพากษาดำเนินคดีเอาผิด Facebook รับแลก ม.33เรารักกัน เป็นเงินสด ลงโทษทั้งจำทั้งปรับ พร้อมรอลงอาญา 2 ปี

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2564 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน พล.ต.ต.รณชัย จินดามุข ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 และนางสาวลัดดา แซ่ลี้ ผู้อำนวยการ สำนักสิทธิประโยชน์ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานประกันสังคม ร่วมแถลงข่าวผ่าน Facebook สำนักงานประกันสังคม เกี่ยวกับผลการดำเนินคดีของศาลพิพากษาผู้กระทำผิดเงื่อนไข โครงการ ม.33เรารักกัน จำนวน 7 ราย พร้อมลงโทษทั้งจำทั้งปรับ พร้อมรอลงอาญา 2 ปี

นางสาวลัดดา แซ่ลี้ ผู้อำนวยการสำนักสิทธิประโยชน์ ในฐานะรองโฆษกสำนักงาน ประกันสังคม เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งกระทรวงแรงงานภายใต้กำกับดูแลของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีนโยบายช่วยเหลือเยียวยา แบ่งเบาภาระค่าครองชีพ และลดผลกระทบของผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 รอบที่แล้ว และได้มอบหมายกระทรวงแรงงาน โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จัดทำโครงการ ม.33เรารักกัน ให้ผู้ประกันตน ได้รับสิทธิคนละ 4,000 บาทต่อคน ให้แก่ผู้ประกันตนมาตรา 33 ด้วยวิธีการโอนวงเงินผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการกับผู้ประกอบการ/ร้านค้า/บริการ ที่ได้รับอนุญาตเข้าร่วมโครงการ ม33เรารักกัน ในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม พ.ศ.2564 ซึ่งจากการตรวจสอบติดตามการใช้สิทธิดังกล่าวของสำนักงานประกันสังคม ซึ่งได้ตรวจสอบข้อมูลจากสื่อโซเชียลมีเดีย แพลตฟอร์มต่าง ๆ กลับพบเบาะแสว่ามีผู้ใช้งานบัญชี ในแอปพลิเคชั่น ประกาศเชิญชวนรับซื้อขายสิทธิโครงการ ม.33เรารักกัน เป็นเงินสด โดยไม่มีการซื้อขายสินค้า หรือบริการกันจริง ซึ่งเป็นกระทำโดยทุจริตผิดเงื่อนไขของโครงการ ผมจึงได้มอบนโยบายให้สำนักงานประกันสังคมดำเนินคดีกับผู้ทุจริตผิดเงื่อนไขของโครงการ ม.33เรารักกัน อย่างเด็ดขาด
          
โดยเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2564 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม พร้อมทีมกฎหมายสำนักงานประกันสังคม เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ณ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี อาคารเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารพระชนมพรรษา 60 พรรษา จังหวัดนนทบุรี เพื่อดำเนินคดี กลุ่มผู้ต้องหาทุจริตโครงการ ม33เรารักกัน โดยสำนักงานประกันสังคม ได้รับการประสานความร่วมมือจากกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการสั่งการ โดยพลตำรวจเอกสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พลตำรวจเอกสุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พลตำรวจโทปรีชา เจริญสหายานนท์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พลตำรวจโทกรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และพลตำรวจตรีภาณุมาศ บุญญลักษม์ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยสั่งการให้ พลตำรวจตรีรณชัย จินดามุข ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1, พลตำรวจตรีออมสิน ตรารุ่งเรือง ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 และเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด โดยประสาน .ความร่วมมือกับสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ได้ทำการสืบสวน ทางสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อแสวงหาพยานหลักฐานการกระทำผิด และสามารถระบุตัวผู้กระทำความผิด
         
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2564 ทีมกฎหมายของสำนักงานประกันสังคม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้สืบสวนสอบสวนแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในการดำเนินคดีร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ ความรับผิดชอบของสถานีตำรวจนครบาลบางเขน และได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับบุคคล ซึ่งได้ประกาศโฆษณารับแลกเงินสด โครงการ ม.33เรารักกัน และดำเนินการรับซื้อขายสิทธิจากผู้ประกันตน ม.33 รับแลกเป็นเงินสดแต่ไม่มีการซื้อขายสินค้าหรือบริการกันจริง จำนวน 7 ราย วันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2564 สำนักงานประกันสังคม ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางเขน เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่กระทำการโดยทุจริตผิดเงื่อนไขของโครงการ ม.33เรารักกัน ซึ่งพนักงานสอบสวน ได้รับแจ้งไว้แล้วตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี ลำดับที่ 14 ลงวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2564 เวลา 14.30 น. โดยมีพันตำรวจโทอนิรุทธิ์ พูลสวัสดิ์ สารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางเขน เป็นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีผลการสืบสวน

ปรากฏว่า กลุ่มผู้กระทำผิดทั้ง 7 รายนี้ มีพฤติการณ์เป็นร้านค้าที่ร่วมโครงการฯ ประกาศชักชวนผ่านแอปพลิเคชั่น Facebook เชิญชวนผู้มีสิทธิให้นำสิทธิผู้ประกันตนมาแลกสิทธิเป็นเงินสดแทนการซื้อของจากร้านค้า ซึ่งเป็นการใช้ผิดวัตถุประสงค์ถือเป็นการทุจริตโครงการม.33เรารักกัน และมีผู้หลงเชื่อกลุ่มผู้ต้องหาจำนวนมาก ซึ่งเมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ.2564 ที่ผ่านมา มีผู้ต้องหามาพบ 3 ราย ตามหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 พนักงานสอบสวน แจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุก ไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และโทษทางอาญาอื่น ๆ และในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ.2564 พนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาซึ่งให้การรับสารภาพจำนวน 3 ราย ไปยังศาลแขวงพระนครเหนือเพื่อให้พนักงานอัยการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจาต่อศาล ผลคดี ศาลพิพากษาลงโทษ จำคุก 1 เดือน ปรับ 1,000 บาท โดยให้รอลงอาญาโทษจำคุกเป็นเวลา 2 ปี ให้คืนเงิน 500 บาท แก่ผู้เสียหายส่วนผู้ต้องหาอีก 4 ราย อยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
  
ในการนี้ นางสาวลัดดา กล่าวในตอนท้ายว่า นายสุชาติ ชมกลิ่ม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน ยังได้ฝากประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ประกันตนที่มีสิทธิตามโครงการ ม.33เรารักกัน ขออย่าได้หลงเชื่อการประกาศเชิญชวนรับแลกสิทธิ โดยไม่ได้มีการซื้อสินค้าหรือบริการจริงในร้านค้า ที่ได้รับอนุญาต เพราะอาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการผิดวัตถุประสงค์ของโครงการฯ และอาจจะตกเป็นเหยื่อร้านค้า ที่เป็นมิจฉาชีพหลอกแลกสิทธิให้โอนเงินซื้อสิทธิ โดยอาจจะไม่ได้รับเงินจากร้านค้าที่เป็นมิจฉาชีพ ในกรณีร้านค้าที่กระทำผิดจะได้รับโทษ ทางอาญาจำคุกและปรับ ในส่วนของเจ้าของสิทธิที่นำสิทธิไปแลก ตามคำเชิญชวนของร้านค้า อาจเข้าข่ายร่วมกันกระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง” อีกด้วย

'ก้าวไกล' รับผิดหวังคำวินิจฉัยศาลรธน. "ธรรมนัส" ไม่พ้นเก้าอี้ ส.ส.-รมต. จ่อ เข้าชื่อ ป.ป.ช.ตรวจสอบต่อไป ชี้ หมดเวลารบ.ประยุทธ์แล้ว ต้องมีรบ.ชุดใหม่ คืนระบบกม.ที่เป็นปกติให้กับสังคมไทย

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2564 นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามกรทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อสมาชิกภาพ ส.ส. และความเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โดยนายชัยธวัช กล่าวว่า เราผิดหวังกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญขัดกับแนวทางปฏิบัติและการตีความกฎหมายที่เคยปฏิบัติมาตั้งแต่ พ.ศ.2525 หลังจากที่กระทรวงมหาดไทยเคยทำหนังสือขอความเห็นไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีที่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2521 เคยกำหนดลักษณะต้องห้ามของผู้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งไว้เรื่องหนึ่งว่า บุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป โดยพ้นโทษมายังไม่ถึง 5 ปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ซึ่งในครั้งนั้นคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีความเห็นว่าบทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้ระบุว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกนั้นเป็นคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จำคุกของศาลในประเทศใด และบุคคลดังกล่าวเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้งผู้แทนราษฎรเพราะเห็นว่าเป็นบุคคลที่มีความประพฤติไม่เหมาะสม ถ้าต้องห้ามเฉพาะการกระทำผิดในประเทศ ไม่เกี่ยวกับการกระทำผิดในต่างประเทศ ก็จะเกิดความลักลั่นไม่เป็นธรรมและขัดกับเหตุผล ในกรณี เช่น ความผิดอย่างเดียวกัน มีโทษอย่างเดียวกัน ถ้าทำผิดในประเทศต้องห้าม แต่ถ้าทำผิดในต่างประเทศไม่ต้องห้าม 

นายชัยธวัช กล่าวต่อว่า ฉะนั้น บุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป โดยพ้นโทษมายังไม่ถึง 5 ปีในวันเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการถูกจำคุกในประเทศไทยหรือในต่างประเทศก็ต้องถือว่าเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ นี่คือแนวทางปฏิบัติที่ตีความมาโดยคณะกรรมการกฤษฎีกาจนกระทั่งถูกล้มโดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ ซึ่งจะยิ่งทำให้ประชาชนตั้งคำถามมากยิ่งขึ้นกับองค์กรอิสระในปัจจุบันว่ายังทำหน้าที่เป็นกลไกในการตรวจสอบถ่วงดุลตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ หรือกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองของผู้มีอำนาจบางกลุ่มแล้วโดยสมบูรณ์

นายชัยธวัช กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม พรรคก้าวไกลจะเดินหน้าตรวจสอบในกรณีนี้ต่อไป โดยยังสามาถเข้าชื่อส่งไปยัง ป.ป.ช. ต่อไปยังศาลฎีกาได้ โดยถือว่าเป็นเรื่องผิดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งในการไต่สวนคดีนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้ยอมรับกับศาลอย่างชัดเจนว่าเคยต้องคำพิพากษาและจำคุกตามที่พรรคก้าวไกลเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในความผิดที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้โกหกคำโตไว้ในสภาตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อนหน้านี้ ดังนั้น แม้ว่า ร.อ.ธรรมนัส จะรอดจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ต้องพิจารณาว่าเรามีรัฐมนตรีที่เคยมีประวัติต้องคำพิพากษาว่าทำความผิดและเคยถูกจำคุกในคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดร้ายแรง คือ การค้าเฮโรอีน ในต่างประเทศได้อย่างไร 

"วันนี้ ร.อ.ธรรมนัสไม่เพียงแต่ไม่ถูกปลดจากตำแหน่งรัฐมนตรีแต่ยังเติบโตในหน้าที่การงานมากขึ้นเรื่อยๆ ในพรรคพลังประชารัฐและรัฐบาล แสดงให้เห็นรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลโจรอุ้มโจร และยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าหมดเวลาของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์แล้ว จำเป็นต้องมีรัฐบาลชุดใหม่ให้เร็วที่สุด เพื่อคืนความยุติธรรม คืนระบบกฎหมายที่เป็นปกติให้กับสังคมไทยและเข้ามาแก้ไขปัญหา วิกฤตโควิด-19 ที่รัฐบาลปัจจุบันไม่มีความสามารถในการบริหารจัดการ" นายชัยธวัช กล่าว

ด้านนายธีรัจชัย กล่าวว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญแตกต่างจากสิ่งที่ตนเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้สรุปผลว่า ร.อ.ธรรมนัสขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี  เมื่อมีความเห็นแตกต่างกันก็จะขอให้สภาผู้แทนราษฎร เปิดผลรายงาน กมธ.ป.ป.ช. เพื่อนำมาเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่าง แม้จะไม่สามารถลบล้างอะไรได้ แต่จะเป็นเหตุผลด้านกฎหมาย และวิชาการเพื่อให้ประชาชนรับทราบ ทั้งนี้เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 98 (10) ต้องการมุ่งตรวจสอบคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งส.ส. และรัฐมนตรี ส่วนคำพิพากษาเป็นเพียงตราประทับรับรองว่า บุคคลผู้นั้น มีคุณสมบัติเหมาะสมจริงหรือไม่จริง แต่ไม่ใช่สาระสำคัญของการใช้อำนาจตุลาการแต่ละประเทศ มาข่มอีกประเทศ ซึ่งคนที่ทำผิดมีคดีความในต่างประเทศ น่าจะเป็นคนมีคุณสมบัติมัวหมอง เป็นปฏิปักษ์ต่อการเข้ามาดำรงตำแหน่งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารใช้อำนาจประเทศ 

นายธีรัจชัย กล่าวต่อว่า กรณีความผิดคดียาเสพติดนั้น ประเทศไทยได้ร่วมลงนามอนุสัญญาเกี่ยวกับยาเสพติดตามกฎหมายระหว่างประเทศหลายฉบับ เช่น อนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ.1961 อนุสัญญาว่าด้วยวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ค.ศ.1971 อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการลักลอบค้ายาเสพติด และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ค.ศ.1988 อีกทั้งยังมีกฎหมายไทยคือ พ.ร.บ.มาตรการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 5 ระบุ ผู้ใดกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แม้จะกระทำนอกราชอาณาจักร ผู้นั้นต้องรับโทษในราชอาณาจักร ถ้าปรากฏว่าผู้กระทำความผิดหรือผู้ร่วมกระทำความผิดคนใดคนหนึ่งเป็นคนไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย เป็นการระบุชัดเจนว่า ไม่ว่าจะกระทำผิดประเทศไทย ถ้ามีคนไทยเป็นผู้ร่วมทำผิด สามารถนำมาลงโทษในประเทศไทยได้ เรื่องการตีความรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (10) ที่ระบุถึงลักษณะต้องห้ามของรัฐมนตรีและส.ส. นั้น ต้องตีความเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการป้องกัน ไม่ให้คนมีคุณสมบัติน่ารังเกียจ ข้อสงสัยเข้ามาดำรงตำแหน่ง ไม่ใช่ตีความในเชิงปล่อยให้เข้ามาได้ หากบรรทัดฐานศาลเป็นเช่นนี้  แนวโน้มก็อาจจะตีความได้เช่นนี้ตลอดไปเพราะคำพิพากษาต่างประเทศไม่สามารถใช้ได้กับรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (10) ขอให้ทุกคนช่วยกันคิดว่า  สิ่งที่เกิดขึ้นจะมีการหาทางออกได้อย่างไร เพื่อให้มีระบบกฎหมายที่ยึดโยงกับประชาชน ตรวจสอบได้ 

เมื่อถามว่าการที่พรรคก้าวไกลหรือพรรคอื่นออกมาแสดงความคิดเห็นภายหลังศาลตัดสิน บางคนอาจมีคนมองว่าไม่เคารพศาล ถือว่าละเมิดศาลหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ในระบบประชาธิปไตย การแสดงความคิดเห็นต่อคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาถือเป็นเรื่องปกติ ส่วนเรื่องความเคารพหรือความเลื่อมใสต่อกระบวนการยุติธรรมหรือศาลเป็นเรื่องที่เป็นผลมาจากพฤติกรรมของสถาบันหรือองค์กรนั้น ๆ ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน โดยสรุปคือการแสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องปกติและสามารถกระทำได้ 

ด้านนายธีรัจชัย กล่าวว่า สิ่งที่ตนพูดเมื่อก่อนหน้านี้เป็นสิ่งที่ตนแสดงความเห็นก่อนที่ศาลจะตัดสินและตนอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมทั้งคณะกรรมาธิการป.ป.ช.ก็มีความเห็นเช่นนั้น ไม่เกี่ยวกับการละเมิดอำนาจศาลแต่เป็นการโต้แย้งตามหลักการที่เห็นแตกต่างกัน และยืนยันว่ากติการของกฎหมายกำหนดว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันก็ต้องเป็นไปตามนั้น แต่นี่เป็นความเห็นที่เราเห็นมาก่อนและมาอธิบายให้ฟังว่าแตกต่างกันอย่างไร

เมื่อถามว่ากระบวนการต่อจากนี้ในการเข้าชื่อส่งป.ป.ช. พรรคก้าวไกลจะดำเนินการเลยหรือไม่หรือจะใช้เวลานานเท่าไหร่ นายชัยธวัช กล่าวว่า คงไม่นานเท่าไหร่ วันนี้หลังจากทราบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็พิจารณาแล้วว่าในกลไกตามกฎหมายที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน คือช่องทางการยื่นต่อป.ป.ช. เราก็จะเร่งคุยกันในสภาผู้แทนราษฎรของพรรคและคงจะมีการดำเนินการต่อจากนี้ไม่นาน

เมื่อถามว่ามองอย่างไรกับการที่ศาลมีคำวินิจฉัยออกมาในลักษณะนี้ ในอนาคตจะสุ่มเสี่ยงในการวินิจฉัยครั้งต่อไปหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า อย่างที่เรียนไปตอนต้นว่าการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ ยิ่งทำให้สังคมและประชาชนตั้งคำถามกับบทบาทของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระอื่น ๆ  มากยิ่งขึ้นเข้าไปอีก ซึ่งต้องบอกว่าในปัจจุบันมีหลายกรณีแล้วที่ทำให้ระบบยุติธรรม ระบบกฎหมาย กลไกการตรวจสอบรวมถึงศาลยุติธรรมเกิดวิกฤตศรัทธา ในส่วนนี้เป็นสิ่งที่พรรคก้าวไกลไม่อยากให้เห็น

ครม. อนุมัติ ขยายมาตรการภาษี นิติบุคคล-บ. ห้างหุ้นส่วน จ้างงานผู้พ้นโทษอีก 1 ปี  สิ้นสุด 31 ธ.ค. นี้

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2564 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจ้างงานผู้พ้นโทษ) โดยขยายระยะเวลาการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ร้อยละ 50 ของรายจ่าย ที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างงานผู้พ้นโทษไม่เกิน 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับการปล่อยตัวเข้าทำงาน เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อคนต่อเดือน โดยให้ขยายระยะเวลาออกไปอีก 1 ปี ในรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 ม.ค. พ.ศ.2564-วันที่ 31 ธ.ค. พ.ศ.2564 เพื่อส่งเสริมและจูงใจให้ภาคเอกชน มีส่วนร่วมสนับสนุนการจ้างแรงงานผู้พ้นโทษเข้าทำงาน ช่วยให้ผู้พ้นโทษสามารถพึ่งพาตนเองได้และมีอาชีพ เสริมสร้างเศรษฐกิจในตลาดแรงงานที่ขาดแคลน ลดการพึ่งแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้คาดว่าจากการขยายมาตรการดังกล่าวรัฐ จะสูญเสียรายได้ประมาณ 1,935 ล้านบาท

ครม.เคาะมาตรการเยียวยา-แจกเงินโควิด 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.ได้เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 แยกเป็น มาตรการที่ทำได้ทันที คือ

1.) การปล่อยสินเชื่อฉุกเฉิน ผ่านธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รายละไม่เกิน 1 หมื่นบาท คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 0.35% ต่อเดือน ระยะเวลากู้ไม่เกิน 3 ปี สิ้นสุด 31 ธ.ค. 64 รวมทั้งการพักชำระหนี้ของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ไปจนถึง 31 ธ.ค. 64 ตามความสมัครใจ 

2.) มาตรการบรรเทาค่าใช้จ่าย ทั้งค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้า และน้ำประปา โดยในส่วนของค่าไฟฟ้านั้น จะช่วยสำหรับบ้านอยู่อาศัย และกิจการขนาดเล็ก เป็นเวลา 2 เดือน สำหรับใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้าประจำเดือนพ.ค.-มิ.ย. 64 โดยผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือนให้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี 90 หน่วยแรก ส่วนบ้านที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน จะได้รับส่วนลด และผู้ใช้ไฟที่เป็นกิจการขนาดเล็ก ให้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี 50 หน่วยแรก ด้านค่าน้ำประปา จะลดราคาลง 10% เฉพาะบ้านที่อยู่อาศัย และกิจการขนาดเล็ก 2 เดือน คือ พ.ค.-มิ.ย. 64 

นอกจากนี้ยังเห็นชอบมาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในระยะเร่งด่วน มี 2 โครงการ คือ โครงการเราชนะ เป้าหมาย 32.9 ล้านคน โดยขยายเพิ่มวงเงินช่วยเหลือให้ประชาชนอีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ สิ้นสุด 30 มิ.ย. 64 กรอบวงเงิน 6.7 หมื่นล้านบาท และ โครงการม.33เรารักกัน เป้าหมาย 9.27 ล้านคน โดยขยายเพิ่มวงเงินให้อีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็น ระยะเวลา 2 สัปดาห์ สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 64 กรอบวงเงิน 1.85 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ยังเห็นชอบมาตรการในระยะที่ 2 ซึ่งจะเริ่มทำเมื่อสถานการณ์ไวรัสโควิดระลอกเดือนเม.ย. คลี่คลายลง มี 4 โครงการ กรอบวงเงินเบื้องต้น 1.4 แสนล้านบาท คือ

1.) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 จำนวน 13.65 ล้านคน โดยให้เงินเพิ่มเติมเดือนละ 200 บาท ระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่ก.ค.-ธ.ค. 64 

2.) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ 2.5 ล้านคน โดยให้เงินเพิ่มเติม เดือนละ 200 บาท ระยะเวลา 6 เดือนเช่นกัน

3.) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 อีกไม่เกินคนละ 3,000 บาท และ

4.) โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ โดยรัฐสนับสนุน อี-เวาท์เชอร์ ให้กับ ประชาชนที่ใช้จ่ายซื้อสินค้า ค่าอาหาร และเครื่องดื่มและค่าบริการกับผู้ประกอบการที่จดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน โดยรัฐจะสนับสนุน อี-เวาท์เชอร์ ในช่วงเดือนก.ค.-ก.ย.นี้ และ สามารถนํา อี-เวาท์เชอร์ ไปใช้จ่ายได้ในเดือนส.ค.-ธ.ค.64 โดยมาตรการระยะ 2 นี้ ประเมินว่า จะครอบคลุมเป้าหมายประชาชน 51 ล้านคน และมีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 4.73 แสนล้านบาท

ครม.อนุมัติต่ออายุโครงการให้สิทธิพิเศษทางภาษีแก่ประเทศพัฒนาน้อยที่สุด อีก 6 ปี

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2564 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติต่ออายุโครงการการให้สิทธิพิเศษแก่ประเทศพัฒนาน้อยที่สุด อาทิ อัฟกานิสถาน แองโกลา บังกลาเทศ และเอธิโอเปีย ซึ่งเป็นไปตามพันธกรณีของไทยในฐานะสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) โดยยกเลิกภาษีนำเข้าและโควตา (Duty Free Quota Free Scheme : DFQF) ขยายระยะเวลาออกไปอีก 6 ปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2569 (จากเดิม โครงการระยะที่ 1 สิ้นสุดเมื่อ 31 ธันวาคม พ.ศ.2563) ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ซึ่งการต่ออายุโครงการในครั้งนี้ มีจำนวนสินค้าที่ไทยให้สิทธิพิเศษภายใต้โครงการรวมทั้งสิ้น 7,187 รายการ หรือคิดเป็นร้อยละ 66.47 ของรายการสินค้าทั้งหมดในระบบ HS 2017 (ระบบพิกัดศุลกากรสากล) ส่วนประเทศที่ต้องการใช้สิทธิพิเศษ จะต้องดำเนินการตามระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าตามประกาศกรมศุลกากร

นางสาวรัชดา กล่าวว่า การต่ออายุโครงการดังกล่าว แม้จะเป็นการยกเว้นภาษี ซึ่งจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณปีละ 32-36 ล้านบาท แต่จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศไทยทำให้มีแหล่งนำเข้าทางเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มวัตถุดิบและสินค้าขั้นต้น และมีราคาสินค้าที่ถูกกว่าหลายรายการ เมื่อเทียบกับราคานำเข้าเฉลี่ยจากทั้งโลกและจากแหล่งนำเข้าอื่น ๆ

“บิ๊กบี้” สั่ง กรมสวัสดิการทบ. พร้อมอนุเคราะห์ฌาปนสถาน จัดพิธีเผาหรือเคลื่อนย้ายศพผู้ติดเชื้อโควิด ลดภาระครอบครัวโดยให้แจ้งผ่าน ศูนย์ประสานงานต้านโควิด19 ทบ.

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2564 พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่ส กองทัพบกยังคงสนับสนุน ทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ COVID- 19 ทุกด้าน ทั้งเรื่องโรงพยาบาลสนาม, สนับสนุนบุคลากร, เครื่องมือทางการแพทย์, ในการเฝ้าตรวจคัดกรองและรักษาผู้ป่วย

โดยพล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เห็นถึงข้อจำกัดและความไม่สะดวกในการจัดการพิธีศพของผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อ โควิด-19 รวมถึง การเคลื่อนย้ายศพจากโรงพยาบาลไปยังวัด เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาได้สั่งการให้กรมสวัสดิการทหารบก ซึ่งเป็นหน่วยรับผิดชอบศาสนสถานของกองทัพบก และหน่วยทหารทั่วประเทศ รวมทั้ง ฌาปนสถานของกองทัพบกในพื้นที่ กทม. ได้แก่ วัดอาวุธวิกสิตาราม เขตบางพลัด, วัดโสมมนัสวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย, วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต เขตบางเขน ได้ให้ความอนุเคราะห์ และช่วยอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการจัดเตรียมสถานที่ในการประกอบพิธีทางศาสนา การเผาศพให้กับศพของผู้ติดเชื้อโควิดที่ครอบครัวหรือญาติมีความเดือดร้อนและขอรับการสนับสนุน

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้มอบให้พิจารณาอำนวยความสะดวกในการจัดยานพาหนะช่วยเคลื่อนย้ายศพไปยังวัด ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อตามที่สาธารณสุขแนะนำอีกด้วย

ทั้งนี้ในการเคลื่อนย้ายศพจากโรงพยาบาลไปยังศาสนสถานของกองทัพบก จะดำเนินการโดย “ศูนย์ควบคุมการเคลื่อนย้าย ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านความมั่นคงกองทัพบก (กองทัพภาคที่ 1)” โดยขั้นตอนทั้งหมดเป็นการฌาปนกิจแบบไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อลดภาระของครอบครัวผู้ติดเชื้อและเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ในขณะนี้
 
ทั้งนี้ครอบครัวผู้เสียชีวิตที่เดือดร้อนหรือประสบปัญหาในการจัดการศพผู้ติดเชื้อ COVID-19 หรือการขนส่งเคลื่อนย้ายศพ สามารถประสานขอรับการสนับสนุน ผ่านศูนย์ประสานงานต้านโควิด-19 กองทัพบก โทร 0-2270-5685-9 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สำหรับการช่วยเคลื่อนย้ายและจัดพิธีเผาศพดังกล่าว เป็นความตั้งใจของผู้บัญชาการทหารบก ที่ประสงค์ดูแลพี่น้องประชาชนเป็นการทำความดีด้วยหัวใจ  นำทรัพยากรและศักยภาพของกองทัพบกที่มีอยู่เพื่อการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุดและลดผลกระทบของ COVID-19 ต่อสังคมไทยโดยรวมอย่างแท้จริง

ล่าสุดมีครอบครัวของผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ซึ่งเป็นหญิงไทย อายุ 84 ปี เสียชีวิตเมื่อ 4 พ.ค.64 ที่โรงพยาบาล รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ ได้ติดต่อขอรับการช่วยเหลือในเรื่องการจัดพิธี ฌาปนกิจศพ ซึ่งจะประกอบพิธีในวันนี้เวลา 18.40 น. โดยกองทัพบกได้อำนวยความสะดวกตามการร้องขอจัดพิธีศพให้ในวันนี้ ณ วัดโสมมนัสวรวิหาร

ศรชล.เข้มมาตรการ COVID-19

ศรชล.เข้มมาตรการ COVID-19

พล.ร.ต.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล(ศรชล.) เปิดเผยว่า พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ และรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) สั่งการให้ ศรชล. ยกระดับมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างเข้มงวดโดยให้กำลังพลของ ศรชล. ปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน COVID-19 ให้ปรับการทำงานของกำลังพลเป็นแบบ Work From Home และเน้นย้ำให้มีการเว้นระยะห่างทางสังคม การใช้แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ การวัดอุณหภูมิก่อนเข้าหน่วย และการใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดของ COVID-19 สูง รวมทั้งกำชับให้กำลังพลทุกนายใช้ Application "ไทยชนะ" เมื่อเดินทางไปในพื้นที่สาธารณะต่างๆและสั่งการให้หน่วยต่าง ๆ ปรับลดงบประมาณในการจัดหาพัสดุที่ไม่เร่งด่วนมาใช้ในการจัดหาแอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย และเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ในการป้องกัน COVID-19 

ในส่วนของหน่วยปฏิบัติการทางทะเล รอง ผอ.ศรชล.ได้สั่งการให้ ศรชล.ภาค ศรชล.จังหวัด และศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัด (PSCC) ตลอดจนหน่วยกำลังในพื้นที่ดำเนินการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19) อย่างเข้มงวดตามมาตรการ ข้อกำหนด แนวทางปฏิบัติของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มขีดความสามารถ รวมถึง ให้มุ่งเน้นการปฏิบัติงานในเชิงรุกโดยกำกับ ติดตามการปฏิบัติในการตรวจตราเรือสินค้า เรือประมง และเรือต่าง ๆ ในการผ่านด่านทางทะเลเข้าราชอาณาจักรอย่างเข้มงวด รวมทั้งการจัดเจ้าหน้าที่ชุดสหวิชาชีพ บูรณาการการตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19) ณ บริเวณท่าเรือ และแพปลาภายในจังหวัดที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะการสกัดกั้นผู้อพยพหรือผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้านทางทะเล เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์ใหม่ เช่นสายพันธุ์อินเดียซึ่งเพิ่งเริ่มมีการระบาดในประเทศเพื่อนบ้านของเราเข้ามาแพร่ในประเทศไทย

เพจไทยคู่ฟ้า เผยแพร่ข้อมูลยืนยันไฟเซอร์ยังไม่ได้นำเข้าในประเทศไทย ว่า “ยืนยัน! ไฟเซอร์ยังไม่นำเข้าวัคซีนโควิดในไทย

จากกระแสข่าว "มีการนำเข้าวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์มายังประเทศไทย" แล้ว ล่าสุด อย. ยืนยันว่า “ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด” 

ขณะนี้วัคซีนไฟเซอร์ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนและอนุญาตให้นำเข้ามา และเมื่อตรวจสอบไปยังบริษัทผู้ผลิตก็ได้รับการยืนยันเช่นกันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง

วัคซีนโควิด-19 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในประเทศไทยแล้วขณะนี้มี 3 ราย คือ แอสตราเซเนก้า ซิโนแวค และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน โดยมีอีก 3 ราย (โมเดิร์นนา, โควัคซีน, สปุตนิค วี) ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาและยื่นเอกสาร 

ดังนั้น หากมีการนำเข้าวัคซีนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องจะถือว่าเป็นการกระทำผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลการนำเข้าวัคซีนโควิดของไทยที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th

ด้านบริษัทไฟเซอร์ประเทศไทยได้ออกเอกสารชี้แจงเช่นเดียวกันว่า จนถึงปัจจุบันนี้ยังไม่มีการนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ผ่านสำนักงานในประเทศไทยแต่อย่างใด

#ไทยคู่ฟ้า #รวมไทยสร้างชาติ #ร่วมต้านโควิด19

Website : www.thaigov.go.th
Facebook/Twitter : ไทยคู่ฟ้า
YouTube : ไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
LINE : ไทยคู่ฟ้า (@thaigov)
TikTok : ไทยคู่ฟ้า (@thaigov)

“เสกสกล" ได้ใจ ตะเพิด “รังสิมันต์-ปิยะบุตร” พ้นเมืองไทย อย่าอยู่ให้หนักแผ่นดินไทย

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2564 นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคก้าวไกล แสดงความเห็นต่อปรากฎการณ์ “ย้ายประเทศกันเถอะ” ว่า เป็นสิทธิ์ที่จะแสดงกิจกรรม และคงห้ามไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องคนที่ไม่อยากอยู่ในประเทศเกิดตัวเอง แต่เรื่องนี้จะไปเข้าทางนักการเมืองน้ำเน่าหรือพวกฝ่ายแค้นรัฐบาล ที่ชอบหากินทางการเมืองโดยการโหนกระแสโจมตีรัฐบาล หากใครมองว่าประเทศไทยอยู่ไม่ได้ อยากไปอยู่ต่างประเทศ ขอให้ประสบความสำเร็จ ส่วนคนที่อยากอยู่ในแผ่นดินไทยบ้านเกิดตนเองอย่างมีความสุขยังมีมหาศาล และมั่นใจว่าในประเทศไทยยังมีผู้มีความรู้ความสามารถ ที่รักบ้านเกิดรักประเทศ อยากทุ่มเททำงานขับเคลื่อนพัฒนาประเทศไปข้างหน้าให้เจริญรุ่งเรือง ขณะที่คนไม่เห็นคุณค่าแผ่นดินบ้านเกิด อกตัญญูต่อบรรพบุรุษ และเป็นคนเนรคุณต่อแผ่นดินถิ่นเกิดคงพอรู้กันอยู่ว่ามีใครบ้าง ที่เป็นแกนนำหลักชอบสนับสนุนกลุ่มม็อบสามนิ้ว และสนับสนุนพวกม็อบจาบจ้วง ก้าวล่วงล้มล้างสถาบัน 

นายเสกกสกล กล่าวว่า แม้นายกรัฐมนตรี รัฐบาล มีเจตนาที่ดีบริหารงานได้ดีและพัฒนาประเทศมากเพียงใด ผู้ที่เห็นต่างก็ไม่ชอบและไม่สนับสนุน ดังนั้นให้ไปอยู่ที่ประเทศอื่น น่าจะเป็นทางออกที่ดีให้ผู้เห็นต่างจะได้สบายใจ และออกไปจริงๆไม่ใช่แสดงออกเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น และมองว่าหากประเทศไทย ไม่ดีจริง คนที่หลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศทั้งนายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ คงไม่อยากกลับมาอยู่บ้านเกิดของตัวเอง ชาวต่างชาติหลายคนที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย ไม่อยากจะกลับบ้านเมืองตัวเอง เช่น โค้ช เช ยอง ซอก ผู้ฝึกสอนเทควันโด้ชาวเกาหลี  ที่ยื่นขอเปลี่ยนสัญชาติเป็นชาวไทย

“นักการเมืองคนไทยบางคน อาทิ นายรังสิมันต์ นายปิยะบุตร แสงกนกกุล พวกชังชาติทั้งหลาย ที่มีภรรยาเป็นชาวต่างชาติ และอาศัยประเทศไทยอยู่ ไปสนับสนุนกิจกรรมนี้ คงอยากไปอยู่ต่างประเทศ หากไม่อยากอยู่จริง รับไม่ได้กับผู้นำประเทศ และประเทศไทย ให้ไปอยู่ที่อื่นและพาภรรยาชาวต่างชาติไปด้วย รีบไปเร็วๆยิ่งไปเร็ว จะทำให้คนไทยมีความสุขสบายใจแผ่นดินไทยจะได้สูงขึ้น ถ้านายรังสิมันต์ และนายปิยบุตร ยังอยู่ มีแต่จะคอยถ่วงความเจริญ  เพราะคนประเภทนี้ที่ชอบสร้างความเดือดร้อนสร้าง ความวุ่นวายให้บ้านเมือง มีแนวคิดสนับสนุนพวกม็อบสามนิ้วก้าวล่วง จาบจ้วงสถาบัน"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top