Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

‘วิษณุ’ เปิดงาน “การอำนวยความยุติธรรมในยุควิถีใหม่ สู่ประชาชน” แนะ ใช้วิกฤตโควิดให้เป็นโอกาส ปรับระบบให้ดีกว่าเดิม เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้ปชช. 

วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดงานผ่านระบบประชุมคอนเฟอเรนซ์ หัวข้อ “การอำนวยความยุติธรรมในยุควิถีใหม่ สู่ประชาชน” ครั้งที่18 

โดยนายวิษณุ กล่าวตอนหนึ่งว่า ตอนที่โควิด-19 ระบาดใหม่ ๆ ในช่วง 2563 คดีความต่าง ๆ ต้องเลื่อนออกไป และต้องนัดประชุมเพื่อให้ตามเรื่องให้ทัน เรื่องนี้มีผลกระทบไปทั่ว จึงทำให้เกิดคำใหม่ขึ้นมาคือ นิวนอร์มอล หมายถึงวิถีชีวิตใหม่ การระบาดของโควิด-19 ทำให้ทุกคน ทุกฝ่าย ทุกด้านและทุกเรื่อง ต้องปรับปรุงวิธีการทำงาน และปรับปรุงวิธีคิด เพื่อให้เข้ากับการระบาด อะไรที่เคยทำก็ทำอย่างเดิมไม่ได้ ทั้งวัฒนธรรม ประเพณี หรือศาสนา เช่น การเวียนเทียนออนไลน์ ในบางประเทศทำบุญ เช็งเม้งออนไลน์ เพราะไม่สามารถแออัดได้ หรือแม้แต่การแต่งงาน สิ่งเหล่านี้เข้ามาถึงเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ที่จะต้องจัดระบบและเปลี่ยนแปลงใหม่ ในส่วนนี้จึงเกิดปัญหาขึ้นว่าอะไรที่จะต้องเปลี่ยนแปลง แล้วจะต้องทำอย่างไร คือจะทำอย่างไรในยุคนิวนอร์มอล และให้ได้ผลเหมือนเดิมหรือดีกว่าเดิม หากทำใหม่แล้วแย่กว่าเดิมก็จะต้องแย่ไปหมด เช่น ความล่าช้าในการทำคดี 

นายวิษณุ กล่าวว่า หากจะได้ให้ผลที่พึงปรารถนาหรือเกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น อะไรในอดีตที่เคยทำไม่ได้ก็ดีขึ้น เพราะปัจจุบันเราเห็นการเรียนและการประชุมแบบออนไลน์ ประหยัดเวลา ประหยัดการเดินทางไปได้เป็นอันมาก ก่อนหน้านั้นรัฐบาลเคยคิดเรื่องเวิร์กฟอร์มโฮมมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยยุคน้ำมันแพง คือเมื่อหลาย 10 ปีมาแล้ว แต่ก็ทำไม่สำเร็จ พอยุคมีปัญหาทางเศรษฐกิจก็คิดเรื่องเวิร์กฟอร์มโฮมเพิ่มก็ทำไม่ได้ แต่เมื่อเกิดการเกิดโรคระบาด ทำให้เกิดการเวิร์กฟอร์มโฮมโดยพร้อมเพรียงกัน อะไรที่เคยยากก็ง่าย และก็ทำให้หลายอย่างสามารถเดินหน้าไปได้ ความจริงเรื่องนี้มีตัวอย่างให้เทียบเคียงได้หลายเรื่อง

นายวิษณุ กล่าวว่า บางคนอาจจะพูดว่าดีอยู่แล้วจะปฏิรูปไปทำไม แต่เมื่อเกิดเศรษฐกิจฟองสบู่แตกทุกคนก็รวมใจกันปฏิรูป ตอนนี้โควิด-19 เป็นวิกฤตก็ทำให้เกิดโอกาส ซึ่งโอกาสแผ่ซ่านไปในหลายเรื่อง ทั้งในเรื่องของศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี การจัดการศึกษา แม้กระทั่งการคิดค้นเทคโนโลยีมาใช้ในการประชุมทางไกล นี่ยังไม่รวมที่มีการพูดว่า เพราะโควิด-19 ระบาดทำให้มีการไปคุ้ยเรื่องบ่อนการพนัน แรงงานต่างด้าว และสถานบันเทิงผิดกฎหมาย คือถ้าไม่มีโควิด-19 ขึ้นมาก็คงไปคุ้ยและไปรื้อยาก ความจำเป็นมันเกิดขึ้นโดยไม่มีใครอยากละเว้น นิวนอร์มอลบังคับให้เราต้องทำในกระบวนการยุติธรรมเช่นกัน แต่ปัญหามีอยู่ว่าเราจะทำอะไรและเราจะทำอย่างไร 

นายวิษณุ กล่าวว่า วันนี้เป็นการดีที่ผู้ใหญ่หลายท่านมาพิจารณาปัญหานี้สิ่งที่เราคิดกันอยู่ในเวลานี้คือประเทศไทยเรามีคณะกรรมการระดับชาติอยู่ชุดหนึ่งที่ชื่อว่า คณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ เป็นหนึ่งในกรรมการที่สำคัญมากของประเทศ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเพราะในด้านกระบวนการยุติธรรมนั้น คณะกรรมการชุดนี้เป็นเวทีเดียวที่ตำรวจ อัยการ ศาล ทนายความ ราชทัณฑ์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หรือหน่วยงานอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมได้เข้ามานั่งอยู่ในที่เดียวกัน เมื่อทำงานหรือขับเคลื่อนอะไรก็จะทำไปพร้อมกันบนเวทีระดับชาตินี้ สมมติสมัยก่อนเมื่อจัดตั้งศาลขึ้นที่ไหนสักแห่งก็ไม่สามารถตั้งได้โดยง่าย เพราะแม้ศาลพร้อมจะไปจัดตั้งที่จังหวัดนั้น แต่จังหวัดยังไม่พร้อมหรืออัยการ และคุกไม่พร้อม ก็ไปต่อไม่ได้ แต่เวทีนี้คณะกรรมการชุดนี้ทำให้เมื่อจะเปิดศาลตั้งศาลหรือจะทำอะไรสักอย่างหนึ่งในกระบวนการยุติธรรมก็จะมีเวทีนี้ที่จะทำให้มาคิดทีเดียว 

"ผมหวังว่าทุกท่านจะช่วยสร้างมิติใหม่ของกระบวนการยุติธรรม เพื่อที่จะอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนในยุคใหม่ เพื่อให้เขาได้รับความยุติธรรมเหมือนเดิมหรือมากกว่าเดิม แม้ว่ากระแส โควิด-19 จะทำให้สถานการณ์ไม่น่าก้าวไปได้ แต่เราเชื่อว่า เราจะสามารถคิดอะไรใหม่ ๆ แปลก ๆ จากเดิมเพราะวิกฤตจะทำให้เกิดโอกาส โดยโอกาสหนึ่งที่เราอยากจะเห็นก็คือโอกาสที่จะประสิทธิ์ประสาทในการอำนวยความยุติธรรม" นายวิษณุ กล่าว

ฉีดกันเถอะ วัคซีนไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด!

ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก ยืนยัน วัคซีนโควิดไม่ได้น่ากลัว มีประโยชน์มากกว่าโทษ พร้อมย้ำ แต่ถ้าติดเชื้อโควิด ผลร้ายที่ตามมาอาจน่ากลัวกว่า

ปธ.ศาลฎีกา ยัน ศาลทำงานเชิงรุก ปรับวิธีคิด ทิ้งขนบเก่า เน้น ’ให้ศาลเป็นงานบริการ ไม่ใช้อำนาจ-เน้นกระจายความยุติธรรม ไม่เลือกปฎิบัติ’

วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมทางวิชาการระดับชาติว่าด้วยงานยุติธรรม ครั้งที่ 18 ในหัวข้อ “การอํานวยความยุติธรรมในยุควิถีใหม่สู่ประชาชน” กล่าวว่า ในการพิจารณาคดีในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา คนในกระบวนการยุติธรรม พยายามร่วมมือทำงาน โดยไม่แบ่งส่วน แม้ความสำเร็จเป็นรูปธรรมยังไม่สมบูรณ์ตามเป้าหมายที่อยากเห็น แต่ในช่วง3-4 ปีที่ผ่านมา เริ่มเห็นชัดขึ้น ซึ่งต้องขอบคุณกระทรวงยุติธรรมที่เข้ามาทำงาน และทุกคนตระหนักและให้ความสำคัญกับกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น

แม้สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ยังไม่หยุด แต่งานของศาลและกระบวนการยุติธรรมไม่สามารถหยุดได้ ที่ผ่านมาจะมองว่าศาลเป็นองค์การที่มีความอนุรักษ์นิยม มีพิธีรีตองหรือมีอะไรที่เป็นของตัวเองค่อนข้างมาก หรือเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจสั่งอย่างเดียว ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ปรับตัวช้า ติดขนบธรรมเดิม ซึ่งเป็นภาพในอดีต แต่ถ้าเข้ามาจะเห็นความเปลี่ยนแปลง โดยการพิจารณาพิพากษาไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ แต่ได้ปรับกระบวนทัศน์ เปลี่ยนวิธีคิดให้เป็นการให้บริการ เพื่อให้คนที่เข้ามาติดต่อมีความสุขและได้รับความเป็นธรรม จะเห็นภาพว่าผู้พิพากษา ผู้บริหารศาล ทำงานเชิงรุกมากขึ้น เช่น ออกสืบพยานออนไลน์ ออกไปพบประชาชน ชี้แจงให้รู้สิทธิพื้นฐานของตนเอง โดยยึดนโยบาย 5 ด้าน ภายใต้หลักการ ‘บริสุทธิ์ ยุติธรรม’ ที่สำคัญกับประชาชน โดยเฉพาะกระจายความยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ต้องเสมอภาคให้ทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่เลือกคนใดหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และกระจายไปกลุ่มคนในชนบทด้วย โดยมีการตั้งศาลแขวงและศาลจังหวัดเพิ่ม เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน เมื่อโควิด-19 ระบาด ลดขั้นตอนยุ่งยาก ต้องคำนึงความถูกต้อง เป็นธรรมคุ้มครองสิทธิ และต้องมีความสมดุลย์

นางเมทินี กล่าวว่า ส่วนเสียงวิจารณ์ว่าล่าช้า ชี้แจงว่าขณะนี้เราก้าวผ่านคำว่าพิจารณาคดีที่ล่าช้าไปแล้ว เห็นได้จากในศาลชั้นต้นมีคดีกว่าล้านคดี มีผู้พิพากษา 3 พันคน ซึ่งแต่ละคดีมีมาตรฐานระยะเวลากำหนดไว้ที่ต้องปฎิบัติ เพราะถือว่าความล่าช้าคือความอยุติธรรมอย่างหนึ่ง รวมถึงการขอประกันในศาลชั้นต้นภายในหนึ่งชั่วโมงต้องได้รับคำสั่ง ขณะที่การปรับเปลี่ยนในศาลสูง จะนัดประชุมเพื่อหารือถึงการกำหนดมาตรฐานระยะเวลาพิจารณาคดีในชั้นอุทธรณ์และฎีกา เพื่อประกาศให้ประชาชนทราบ สามารถตรวจสอบว่าการทำงานจะมีระยะเวลาเท่าไหร่ และจะมีการอ่านคำพิพากษาผ่านจอภาพไปยังเรือนจำ เพื่อให้จำเลยทราบสิทธิของตัวเองหลังมีคำตัดสินได้ทันที

อัตราความชุกของผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในอังกฤษ ลดลงกว่าครึ่งนับตั้งแต่เดือนมีนาคม ผลจากการแจกจ่ายวัคซีนที่รวดเร็ว อย่างไรก็ตามตัวกลายพันธุ์ยังคงเป็นภัยคุกคาม จากผลการค้นพบใหม่ที่เผยแพร่ในวันพฤหัสบดี (13 พ.ค.)

บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เมื่อวันจันทร์ (10พ.ค.) ไฟเขียวให้กลับมาโอบกอดกันและเสิร์ฟเครื่องดื่มภายในผับตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป หลังจากบังคับใช้มาตรการเข้มข้นมานานหลายเดือน ในขณะที่เขาวางกรอบสำหรับขั้นต่อไปในการผ่อนปรนข้อจำกัดล็อกดาวน์สกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ผลการศึกษา REACT ที่ดำเนินการโดยบรรดานักวิทยาศาสตร์จากราชวิทยาลัยลอนดอน พบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงอีกครั้ง มีอัตราเฉลี่ยเหลือเพียงแค่ 1 คนต่อประชากร 1,000 คน

"การค้นพบในวันนี้ พิสูจน์ถึงผลกระทบของโครงการฉีดวัคซีนอันน่าทึ่งของเราที่มีต่ออัตราการติดเชื้อโควิด-19 ทั่วประเทศ" แมตต์ แฮนค็อค รัฐมนตรีสาธารณสุขกล่าว "เรากำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง แต่ด้วยการปรากฏตัวของตัวกลายพันธุ์ เรายังคงต้องระมัดระวังกันต่อไป"

ทั้งนี้สหราชอาณาจักรใช้วัคซีนที่ร่วมพัฒนาโดยแอสตร้าเซนเนก้าและมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตามเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พวกเขาเผยว่าคนอายุไม่ถึง 40 ปี จะได้รับทางเลือกในการรับวัคซีนต้นโควิด-19 ชนิดอื่นบนพื้นฐานความสมัครใจ สืบเนื่องจากความเป็นไปได้ที่มันจะเกี่ยข้องกับการเกิดลิ่มเลือดอุดตันชนิดหายาก

อนึ่งผลการศึกษานี้ไม่ครอบคลุมสกอตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งแต่ละแห่งมีระบบติดตามเคสผู้ติดเชื้อของตนเอง

การศึกษา REACT ถือเป็นการสำรวจเกี่ยวกับโควิด-19 ครั้งใหญ่ที่สุดหนหนึ่งในอังกฤษ โดยในรอบล่าสุดเป็นการศึกษาในอาสาสมัคร 127,000 คนในอังกฤษ ระหว่างวันที่ 15 เมษายน ถึง 3 พฤษภาคม

โดยรวมแล้ว ผลการศึกษาพบว่าอัตราความชุกของผู้ติดเชื้อในอังกฤษ ลดลงเหลือ 0.1% จาก 0.2% ในเดือนมีนาคม กลุ่มอายุที่ติดเชื้อสูงสุดได้แก่คนอายุระหว่าง 25-34 ปี คิดเป็น 0.21% ส่วนต่ำที่สุดคือกลุ่มอายุ 75 ปีขึ้นไป มีอัตราความชุกของการติดเชื้อที่ 0.05%

ข้อมูลพบด้วยว่า 92% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด เป็นผู้ติดเชื้อตัวกลายพันธุ์ B.1.1.7 ซึ่งพบครั้งแรกในอังกฤษเมื่อปีที่แล้ว และมี 7.7% ที่้ติดเชื้อตัวกลายพันธุ์ B.1.617.2 ที่พบครั้งแรกในอินเดีย


ที่มา : รอยเตอร์ส

https://mgronline.com/around/detail/9640000045886

กลุ่มรถบัสไม่ประจำทางแบกไม่ไหว! ยื่นหนังสือ ‘บิ๊กตู่’ วอนช่วยเจรจาไฟแนนซ์ ขอลดดอกเบี้ย-หาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ อุ้มผู้ประกอบการ

วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2564 ที่บริเวณป้ายรถเมล์ด้านหน้าสำนักงาน กพ.เดิม ได้มีตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการรถบัสไม่ประจำทาง จำนวน 8 คน เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ผ่านตู้ปณ 1111 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้เยียวยากับผู้ประกอบการรถบัสโดยสารไม่ประจำทาง ทั้งนี้ ตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการรถบัสไม่ประจำทางได้ขอให้ช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่องการลดดอกเบี้ย โดยขอให้รัฐบาลช่วยเจรจากับทางผู้ประกอบการไฟแนนซ์ หรือหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการ หลังจากยื่นหนังสือผ่าน ตู้ปณ 1111 ทำเนียบรัฐบาลแล้ว ได้เดินทางกลับเมื่อเวลา 10.45 น.

พีระพัฒน์ เถรว่อง หรือ บี นักร้องหนุ่มเจ้าของเสียงทรงพลัง อดีตนักร้องนำของวง เครสเซนโด้ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าระบุว่า...

สำหรับผมนะครับชีวิตที่ต้องมาตกงานเป็นปี อยู่ในสภาพที่หดหู่สิ้นหวังทั้งโลกแบบนี้ "โควิด น่ากลัวกว่าวัคซีนแน่ ๆ ครับ" #ใครไม่ฉีดผมฉีด

นอกจากนี้ บี พีระพัฒน์ ยังได้โพสต์อีกว่า สาเหตุที่พูดเรื่องนี้

1.) แม่ผมไปดูคลิปอะไรไม่รู้แล้วเปลี่ยนใจไม่ยอมฉีด ทุกคนในบ้านเลยช่วยพูดให้แม่เปลี่ยนใจมาฉีดจนได้

2.) ความเห็นส่วนตัวของผม ผมเชื่อ doctor มากกว่า influencer (ผู้มีอิทธิพลบนสื่อโซเชียล)

3.) ผมเชื่อแบบนี้ ไม่เชื่อไม่ว่ากันครับ


ที่มา: https://siamrath.co.th/n/243773

รายงานจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เผยว่า...

วัคซีน SINOVAC 500,000 โดสที่รัฐบาลจีนบริจาคให้ประเทศไทยได้บรรจุเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว จะมาถึงประเทศไทยในเร็ว ๆ นี้ จีนไทยพี่น้องกัน ประเทศไทยสู้ ๆ

ทว่า ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งแซะว่า "ที่บริจาคเพราะขายไม่ออกแล้วหรือเปล่าจ๊ะ ประเทศอื่น ๆ เขาไม่ฉีดกันหรอก มีรัฐไทยนี่แหละระยำเอามาใช้กับประชาชน"

โดยหลังจากชาวเน็ตได้เห็นข้อความนี้ ต่างก็แสดงความกังวลต่อข้อความดังกล่าว ที่อาจสร้างความสับสนต่อประชาชนส่วนใหญ่หลังเริ่มเชื่อมั่นในวัคซีน ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญและแพทย์ออกมาให้การยืนยันถึงประสิทธิผลที่คนไทยควรฉีดวัคซีนดังกล่าว รวมถึงตัวอื่น ๆ พร้อมทั้งตำหนิผู้โพสต์ที่จะนำมาสู่ความสัมพันธ์อันดีที่จีนมีต่อไทย

เพียงแค่คนไม่กี่กลุ่มที่มีทัศนคติด้านลบส่วนตัว แต่สื่อสะท้อนออกสู่สังคมวงกว้างแบบไม่มีจิตสำนึก อาจจะต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาดูแลจัดการอย่างจริงจังเสียที


ที่มา: https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=4020787351301373&id=846555798724560

นักศึกษามหาวิทยาลัยกลุ่มหนึ่ง จากมณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีน ถูกตัดสินจำคุกนานถึง 2 ปีครึ่ง ในข้อหาฉ้อโกง กรณีใช้ช่องโหว่ในแอปพลิเคชันมือถือของ KFC รับอาหารฟรีและขายทำกำไร ส่งผลให้บริษัทเสียหายกว่า 200,000 หยวน

นักศึกษาคนหนึ่ง ที่กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยในมณฑลเจียงซู พบช่องโหว่ในแอปพลิเคชันมือถือของ KFC และบัญชี WeChat ซึ่งเขาสามารถโกงระบบอาหารหรือคูปองได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินจริง

ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2018 นักศึกษาคนดังกล่าว ไม่เพียงแต่สั่งอาหารฟรีสำหรับตัวเองเท่านั้น แต่ยังขายอาหารและคูปองให้กับผู้อื่นเพื่อทำกำไรอีกด้วย ในขณะเดียวกันเขาก็สอนเทคนิคการโกงให้กับเพื่อนนักศึกษาด้วยกันอีก 4 คน เพื่อรับไอเทมฟรี

ซึ่งจากพฤติกรรมของนักศึกษาคนดังกล่าว ในช่วงระหว่างเดือนเมษายนถึงตุลาคม 2018 ทำให้ Yum China Holdings Inc. ซึ่งตั้งอยู่ในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการร้านอาหาร KFC ในประเทศจีน ได้รับความเสียหายคิดเป็นเงินราว 58,000 หยวน ส่วนความเสียหายจากนักศึกษาอีก 4 คน มีตั้งแต่ 8,900 หยวนถึง 47,000 หยวน

ศาลประชาชนในเซี่ยงไฮ้ ได้ตัดสินว่า นักศึกษาคนดังกล่าว ควรได้รับโทษจำคุกเป็นเวลา 2 ปีครึ่ง และถูกปรับ 6,000 หยวนสำหรับความผิดฐานฉ้อโกงและใช้วิธีการทางอาญา ขณะที่จำเลยอีก 4 คนที่มีข้อหาเดียวกันคือ ถูกตัดสินจำคุกตั้งแต่ 15 เดือนถึงสองปีและปรับระหว่าง 1,000 หยวนถึง 4,000 หยวน

กรณีดังกล่าวทำให้เกิดการสนทนาอย่างดุเดือดทางออนไลน์โดยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหลายคนตั้งคำถามว่าการใช้ประโยชน์จากข้อบกพร่องของระบบนั้นผิดกฎหมายอย่างไร

โดยศาลได้ชี้แจงว่า พฤติกรรมดังกล่าวคล้ายกับเมื่อมีคนถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม แต่ใช้เงินสดเพิ่มจากตู้เอทีเอ็มที่ทำงานผิดพลาด ในประเทศจีนพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการได้รับประโยชน์ที่ไม่ยุติธรรม ดังนั้นพฤติกรรมของนักเรียนทั้ง 5 คนในกรณีนี้ถือเป็นความผิดฐานฉ้อโกงเนื่องจากพวกเขาโกงระบบสั่งอาหารฟรี


ที่มา : https://www.globaltimes.cn/page/202105/1223171.shtml

ส่ง “สุโขทัย” ชิงรางวัลเวทียูเนสโกเป็นเมืองการเรียนรู้โลก

น.อ. อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เปิดเผยว่า ได้มอบให้สำนักงานพื้นที่พิเศษ 4 (อพท.4) จังหวัดสุโขทัย ร่วมมือกับจังหวัดสุโขทัยผลักดันสุโขทัย เข้าเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ขององค์การยูเนสโก หรือ จีเอ็นแอลซี ในปี 64 ล่าสุด อพท. 4 ได้รับมอบหมายจากทางจังหวัดให้จัดทำใบสมัครโดยร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร และนำส่งต่อคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ กระทรวงศึกษาธิการ และยูเนสโก เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะรอการประกาศผลผู้ได้รับการคัดเลือกในเดือนมิ.ย.นี้

“ขณะนี้เอกสารการสมัครที่นำส่งไปแล้วนั้น ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการ เพื่อคัดเลือกเป็นตัวแทนของประเทศไทยไม่เกิน 3 เมือง เพื่อส่งให้ยูเนสโกเป็นผู้ตัดสิน หากเมืองสุโขทัยได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ จะนับเป็นเมืองที่ 2 ของประเทศไทย โดยเมืองแรกที่ยูเนสโกคัดเลือกและประกาศผลไปแล้วเมื่อปี 62 คือ เทศบาลนครเชียงราย หากสุโขทัยได้รับเลือกเป็นจีเอ็นแอลซี จะช่วยยกระดับเมืองและพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันของพื้นที่ให้เกิดความยั่งยืนได้เป็นผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น”

สำหรับการส่งเมืองสุโขทัยเข้าชิงจีเอ็นแอลซี เพราะเห็นว่า เป็นเมืองที่มีความเข้มแข็งทางด้านศิลปะและหัตถกรรม ที่มีการสืบสานจากรุ่นสู่รุ่น ประชาชนและชุมชนในเมืองแห่งนี้ก็ได้ใช้วิชาความรู้ที่สืบทอดต่อกันมาในการประกอบอาชีพ ซึ่งการได้เข้าสู่การเป็นสมาชิกจีเอ็นแอลซี นอกจากช่วยให้เกิดการรับรู้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มสมาชิก จีเอ็นแอลซี ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 224 เมือง ใน 52 ประเทศ กระจายอยู่ทั่วโลก เกิดการเดินทางศึกษาเรียนรู้ระหว่างกันในกลุ่มสมาชิก และยังช่วยสร้างความสนใจให้เกิดขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่ต้องการเดินทางเพื่อศึกษาเรียนรู้

SMS ช่วยได้! กรรมาธิการไอซีที วุฒิสภา แนะ ‘รัฐ-ศบค.’ ประชาสัมพันธ์เชิงรุก ยิง SMS เข้ามือถือ แก้ปัญหายอดจองวัคซีนไม่ถึงเป้า!

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2564 พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา เปิดเผยว่า กมธ.ได้จัดประชุมวาระเร่งด่วนทางออนไลน์ เพื่อถกปัญหาการเข้าถึงการใช้งานผ่านเทคโนโลยีการสื่อสารของประชาชนที่เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดในขณะนี้มีประชาชนจำนวนมากสะท้อนปัญหาการลงทะเบียนวัคซีนโควิด-19 ผ่านไลน์ “หมอพร้อม” ไม่สำเร็จที่เกิดจากระบบล่ม แต่ประเด็นปัญหาใหญ่กว่านั้นดูเหมือนเป็นเรื่องของการที่ประชาชนส่วนมากของประเทศไม่สามารถลงทะเบียนเข้ารับวัคซีนได้ด้วยตัวเอง 

“ทุกวันนี้นอกจากปัญหาเรื่องการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 แล้ว ความไม่เสถียรในการใช้งานของแอปพลิเคชันในเรื่องของการลงทะเบียนเข้ารับวัคซีนก็เป็นปัญหาอย่างมากสำหรับประชาชน ทาง กมธ. ICT มองลงไปถึงประชาชนอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสื่อสารได้อย่างเพียงพอและทันท่วงที จึงอยากให้รัฐบาลและ ศบค.เพิ่มช่องทางในการรับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 แบบเรียลไทม์ ด้วยการส่ง SMS ไปยังประชาชนทุกกลุ่มในประเทศ ไม่จำเพาะเจาะจงเฉพาะผู้ที่เข้าถึงเทคโนโลยีได้เท่านั้น เช่น ลำปางโมเดลที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการนำเทคโนโลยีมาใช้ควบคู่กับการทำงานของ อสม. นอกจากนี้ยังเป็นการลดปัญหาข่าวปลอม หรือ Fake News ที่สร้างความแตกตื่นให้แก่ประชาชนในเรื่องของโควิด-19 อีกด้วย” พลเอก อนันตพร กล่าว

พลเอก อนันตพร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้พูดคุยถึงประเด็นปัญหา Fake News ที่เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ผ่านการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก โดยทาง กมธ. ICT ได้เชิญ น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) ร่วมให้ข้อมูล โดย น.ส.อัจฉรินทร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลโดยกระทรวงฯ ได้มีความพยายามจัดการกับปัญหาข่าวปลอม ข่าวบิดเบือนที่ออกมาสร้างความสับสนให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องด้วยการใช้คำสั่งศาล แต่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิดนี้ การดำเนินการเพื่อยื่นต่อศาล เพื่อให้มีการปิดกั้นเว็บไซต์หรือต้นทางการเผยแพร่ข่าวสารทางโซเชียลมีเดียยังมีอุปสรรคในเรื่องของศาลที่ไม่เปิดรับคำร้องและระงับการไต่สวนชั่วคราว ทำให้สามารถทำได้เพียงการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้นำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายเท่านั้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top