Saturday, 24 October 2026
Hard News Team

‘ธัญญ์วาริน’ จี้ รัฐบาลสื่อสารเรื่องวัคซีนตรงไปตรงมา หยุดเอาดารามาโฆษณาทำเสียเครดิตจนถูกสังคมวิจารณ์หนัก ชี้ วัคซีนไม่ใช่วิตามินเสริมที่จะเลือกกินตามดาราได้

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กแฟนเพจ ระบุว่า วันนี้วงการบันเทิงทัวร์ลงรอบใหญ่อีกครั้ง จากปรากฏการณ์ที่นักแสดงดาราชื่อดังหลายสิบคน ออกมาเชิญชวนคนไปฉีดวัคซีนซิโนแวค แต่เกิดคำถามมากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องเส้นสาย ทำไมดาราได้ฉีดกันอย่างพร้อมเพรียง แต่ประชาชนลงทะเบียนไม่ผ่าน วอล์กอินก็คิวเต็ม รวมถึงเรื่องที่ว่ารัฐบาลเอาดารามาโฆษณาชวนเชื่อให้คนไปฉีดวัคซีน แทนที่จะให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้ทุกคนได้ตัดสินใจเอง

นายธัญญ์วาริน กล่าวต่อว่า ในฐานะที่ตนอยู่ในวงการนี้มากว่าสิบปี เห็นใจพี่น้องนักแสดงมาก ตนเชื่อว่าดาราที่ออกมารณรงค์ไม่ได้รับค่าจ้างเป็นเงิน แต่น่าจะถูกขอความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐ จึงเกิดปรากฏการณ์ที่ดาราออกมารณรงค์ให้คนไปฉีดวัคซีนกันพร้อมเพรียงขนาดนี้ เวลาถูกขอความร่วมมือก็ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ แม้ว่าอาจต้องเอาเครดิตตัวเองไปเสี่ยงก็ตาม แต่เรื่องที่ตนอยากเตือนรัฐบาล คือ การสื่อสาร ไม่จำเป็นต้องเลือกวิธีที่ดราม่า เล่นใหญ่ เอาดาราทั่วฟ้าเมืองไทยมาโฆษณาขนาดนี้ ในประเทศนี้ไม่มีใครไม่อยากฉีดวัคซีน หลายคนมีปัญหาเรื่องลงทะเบียนไม่ได้สักที หลายคนรอวัคซีนที่เขาเชื่อมั่น ไม่ว่าจะเป็นแอสตราเซเนกาหรือไฟเซอร์ ซึ่งทั้งสองตัวก็เป็นวัคซีนที่รัฐบาลยืนยันว่าจะจัดหามาฉีดให้คนไทย มีความจำเป็นอะไรที่รัฐบาลจะต้องออกมารณรงค์ให้คนไปฉีดซิโนแวค ในเมื่อแอสตราเซเนกาก็จะมาถึงในเดือนหน้าแล้ว และจะมีเข้ามามากพอสำหรับฉีดให้ประชาชนหลายสิบล้านคน ก่อนที่วัคซีนไฟเซอร์และวัคซีนตัวอื่น ๆ จะเข้ามาเสริมทัพในปลายปีนี้และต้นปีหน้า

นายธัญญ์วาริน กล่าวอีกว่า เมื่อคนไม่เชื่อมั่นในวัคซีน รัฐบาลมีหน้าที่ทำให้เขาเชื่อมั่น แต่วิธีสร้างความเชื่อมั่น ไม่ใช่เอาดารามาโฆษณา นี่มันไม่ใช่คอลลาเจนหรือวิตามินเสริม ที่เราอาจเลือกกินตามดาราเพราะอยากสวยเหมือนเขา นี่คือชีวิตเรา ชีวิตคนที่เรารัก เราจะเลือกเมื่อมั่นใจว่ามันดีพอ มันคุ้มค่ากับความเสี่ยงที่จะได้รับจากการฉีดวัคซีน ทำไมรัฐบาลไม่พูดง่าย ๆ ตรงไปตรงมา ว่าวัคซีนซิโนแวคคือวัคซีนที่มีประสิทธิภาพต่ำในการกันติดโรคแต่กันตายได้ และมีให้ฉีดทันที แต่ถ้ารอตัวอื่นที่ประสิทธิภาพดีกว่า ซึ่งอีกสักพักกว่าจะได้ แล้วให้ประชาชนชั่งน้ำหนักเองว่าจะฉีดเลยหรือจะรอ ไม่ต้องดราม่า ผลักให้คนที่รอวัคซีนที่เขาเชื่อมั่นกลายเป็นพวกดิสเครดิตรัฐบาล เป็นพวกชังชาติ ไร้ความรับผิดชอบ คนไทยควรมีสิทธิ์ได้เลือกว่าจะฉีดวัคซีนอะไรเข้าร่างกาย เลือกโดยอยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่เที่ยงตรง เป็นสากล ไม่ใช่ถูกชวนเชื่อโดยการเอาดารามาเป็นพรีเซนเตอร์

“อย่าลืมว่าผู้ที่สร้างความไม่เชื่อมั่นในวัคซีนมากที่สุด คือ คนในรัฐบาลเอง ตั้งแต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ออกมากล่าวว่าตนเองแก่แล้ว ฉีดไปแล้วช็อกตายจะทำอย่างไร หรือกรณีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่ปฏิเสธการฉีดเพราะว่าตนเองกำลังจะมีลูก รวมทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่ออกมาให้ข่าวกลับไปกลับมาเสมอ ๆ ก็ยิ่งทำให้คนไทยสับสนและไม่เชื่อมั่นในกระบวนการจัดการวัคซีนของรัฐบาล ดังนั้น รัฐบาลควรเริ่มแก้ไขปัญหาที่ตัวเองจะดีที่สุด” นายธัญญ์วาริน กล่าว


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

“สมชัย” เผยภาพบัตรเลือกตั้ง ประกาศพร้อมให้ข้อมูลพฤติกรรมการเวียนเทียนบัตรเลือกตั้งในการใช้สิทธิ์เลือกตั้งท้องถิ่น ชี้เหตุจาก กกต. เผยรูปแบบและสีบัตรเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2564 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โพสต์เฟสบุ๊กเปิดเผยถึงกระบวนการเวียนเทียนบัตรเลือกตั้งท้องถิ่น ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา โดยระบุว่า “ชาวบ้านรู้ โลกรู้ กกต. ไม่รู้” ว่าการเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2564 จะครบกำหนด 60 วัน ที่ กกต. ต้องประกาศผลในวันที่ 27 พ.ค. 2564 กกต. รู้ไหมว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาทั้งประเทศ เป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดครั้งหนึ่ง เนื่องด้วยการตัดสินใจผิดพลาดหรือโดยตั้งใจของ กกต. ชุดปัจจุบัน โดยปกติ กกต. ทุกชุดไม่เคยนำรูปแบบและสีของบัตรเลือกตั้งมาแสดงต่อประชาชน ถือเป็นความลับขั้นลับที่สุด จะมีคนรู้น้อยที่สุดโดยจำกัดเพียงแค่ผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิมพ์บัตรเท่านั้น อย่างการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 59 มีตนคนเดียวที่รู้แบบและสีบัตร กกต. อีก 4 คนยังไม่รับทราบและไม่เคยปรารถนาจะรับรู้หรือสอบถาม จนถึงวันเลือกตั้งจริงทุกคนจึงรับรู้ ด้วยเหตุที่ไม่ต้องการให้มีการทำบัตรปลอมของผู้ต้องการทุจริตในการเลือกตั้ง 

แต่ กกต.ชุดนี้ กลับปรารถนาดี เปิดเผยรูปแบบบัตรเลือกตั้ง มีตัวอย่างและสีของบัตร ให้ประชาชนทราบในวันที่ 9 มี.ค.64 เพราะเกรงประชาชนจะสับสนในการการเลือกตั้ง ผลคือ ผู้สมัครนำไปพิมพ์เป็นบัตรตัวอย่างให้ประชาชนกาบัตรตาม และบางที่ถึงขนาดพิมพ์เท่ากับขนาดบัตรจริง กาหมายเลขตัวเองพร้อมสรรพ ให้ประชาชนนำเข้าไปหย่อนหีบในวันเลือกตั้ง และลักลอบนำบัตรจริงเปล่าออกมา เพื่อรับเงิน จากนั้นก็มอบให้ผู้มีสิทธิคนต่อไป นำบัตรจริงที่กาหมายเลขของพวกตน เอาเข้าไปหย่อนใหม่ และนำบัตรจริงเปล่าออกมา ทำวนแบบนี้ไปเรื่อย ๆ หนึ่งหน่วยอาจจะ 10-20 บัตร แต่รวมหลายหน่วยก็เป็นร้อยเป็นพันคะแนนได้ 

โดยหลักฐานที่จะพบคือ มีบัตรปลอมที่กาหนึ่งใบในหีบเลือกตั้งเท่านั้น และหากกรรมการไม่รู้ หรือรู้เห็นเป็นใจ ก็จะไม่มีใครทราบ เป็นการเลือกตั้งที่สุจริตไป เอาให้ดู เพราะให้ กกต.รู้ว่า เทคนิคที่เคยใช้โกงเลือกตั้งเมื่อ 30 ปีที่แล้ว วันนี้กลับมาแล้ว อยากรู้ว่าที่ไหนให้ถามมา แต่ไม่คิดว่าเขาจะถาม เพราะคราวที่แล้วยินดีให้ข้อมูลทุจริตที่ลำปาง ท่านบอกให้ผมเสียค่าเครื่องบินบินไปให้ปากคำเอง ยังจำได้ดีครับ

ทั้งนี้ นายสมชัย ยังโพสต์ภาพบัตรเลือกตั้งประกอบ พร้อมระบุว่า ภาพที่แสดงเป็นภาพบัตรเลือกตั้งจริงที่ถูกกาหมายเลขทีมผู้สมัครทีมหนึ่งเรียบร้อย  และนำมาให้ประชาชนนอกหน่วย เพื่อให้ประชาชนนำเข้าไปหย่อนบัตร และลักลอบนำบัตรเปล่าออกมากาเวียนเทียนใหม่ โดยให้สังเกตในภาพที่ฉากหลังคืออ่างล้างหน้าในห้องน้ำ

องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) - สหภาพยุโรป (EU) ยกย่องไทยเป็นต้นแบบการแก้ไขปัญหาประมง (IUU) อย่างยั่งยืน พร้อมเชิญรัฐมนตรีเกษตร ‘เฉลิมชัย ศรีอ่อน’ ร่วมกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีนานาชาติ โชว์วิสัยทัศน์รัฐมนตรี 1 เดียวของทวีปเอเชีย

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าว่า องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และ คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป (European Commission) ส่งหนังสือเชิญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็น 1 ใน 6 รัฐมนตรี จากประเทศสมาชิก 194 ประเทศ เตรียมขึ้นเวทีระดับโลกกล่าวสุนทรพจน์ (Testimonial Statement) และเข้าร่วมการเสวนา (Panel Discussion) ในการประชุมระดับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูง (High-Level Event) เรื่อง ข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรการรัฐเจ้าของท่า (PSMA) และการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 นี้

นายอลงกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้มอบนโยบายให้กรมประมง ทำงานบรูณาการร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง กรมเจ้าท่า กรมศุลกากร กองทัพเรือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงแรงงาน และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐ กับผู้ประกอบการประมงพาณิชย์ และชาวประมงพื้นบ้านอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) โดยที่ผ่านมา รัฐบาลไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีนโยบายและแนวทางชัดเจน ที่จะขจัดปัญหาการทำประมง IUU เพราะตระหนักดีถึงความจำเป็นที่จะต้องรักษาความยั่งยืนของทรัพยากรสัตว์น้ำเพื่ออนุชนรุ่นหลัง

และมิใช่เฉพาะแต่ของไทย แต่หมายถึงทรัพยากรของโลกโดยภาพรวม โดยการแก้ไขปัญหาประมง IUU ได้ถูกกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งเรื่องนี้ทางรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ ได้กำกับดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และเชื่อมั่นว่าไทยได้วางรากฐานระบบป้องกันการทำประมง IUU ไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว ประกอบด้วย 6 ด้านสำคัญ ได้แก่

1.) ด้านกฎหมาย

2.) ด้านการบริหารจัดการประมง

3.) ด้านการบริหารจัดการกองเรือ

4.) ด้านการติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง (MCS)

5.) ด้านการตรวจสอบย้อนกลับ และ

6.) ด้านการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมกับการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพประมงไทยจนองค์การสหประชาชาติ FAO และสหภาพยุโรป ได้ยกย่องประเทศไทยเป็นต้นแบบการแก้ไขปัญหา IUU อย่างยั่งยืน

ทางด้านนายธนวรรษ เทียนสิน อัครราชทูต (ฝ่ายเกษตร) และผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ กรุงโรม (FAO/IFAD/WFP) รายงานเพิ่มเติมว่า การประชุมระดับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงในครั้งนี้ จะมีการหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลและนำเสนอผลการดำเนินงานของประเทศสมาชิกที่ร่วมลงนามในข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรการรัฐเจ้าของท่า (Port State Measures Agreement หรือ PSMA) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม ถึง 4 มิถุนายน 2564

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักต่อการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) และส่งเสริมการดำเนินนโยบายของประเทศสมาชิกให้สอดคล้องกับกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรการรัฐเจ้าของท่า (PSMA) เพื่ออนุรักษ์และปกป้องทรัพยากรประมงและมหาสมุทรอย่างยั่งยืน ซึ่งมีนายฉู ดองหยู ผู้อำนวยการใหญ่ของ FAO นายเวอร์จิเนียส ซิงคาวิสเซียส กรรมาธิการสหภาพยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม มหาสมุทรและประมง และ นางแอ๊กเนส คาลิบาต้า ทูตพิเศษเลขาธิการสหประชาชาติด้านระบบอาหารโลก ร่วมกล่าวเปิดการประชุมในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ และในวันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี FAO

นอกจากนี้ ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จะร่วมกันจัดกิจกรรมวันต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย (International Day for the Fight against IUU Fishing) เพื่อสร้างความตระหนักและการมีส่วนร่วมของประเทศสมาชิกและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้านการประมงให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย IUU Fishing อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ FAO ได้เชิญรัฐมนตรีจาก 6 ประเทศ ได้แก่ แคนาดา สาธารณรัฐฟิจิ สาธารณรัฐโมซัมบิก สาธารณรัฐเปรู สเปน และประเทศไทย ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ และแถลงผลงานความสำเร็จในระดับประเทศในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย เป็นรัฐมนตรีจากประเทศสมาชิกในภูมิภาคเอเชียเพียงประเทศเดียวที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมที่สำคัญระดับโลกในครั้งนี้


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

ประกันสังคม เอาจริง ปลอมแปลงเอกสารเพื่อยื่นรับประโยชน์ทดแทนมีความผิดคดีอาญา รับโทษทั้งจำทั้งปรับ

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เตือนบุคคลที่คิดแสวงหาผลประโยชน์จากกองทุนและใช้สิทธิการรักษาพยาบาลโดยทุจริต หากตรวจพบจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ สปส. เร่งตรวจสอบอย่างรัดกุมเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับผู้ประกันตน
          
นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม พร้อมทีมกฎหมายสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า สปส. ได้ตรวจสอบพบกลุ่มบุคคลซึ่งร่วมกันปลอมเอกสารแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม โดยได้ใช้เอกสารแสดงตนเป็นผู้ได้รับมอบอำนาจจากผู้ประกันตนยื่นเรื่องขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีทันตกรรม เป็นเหตุให้สำนักงานประกันสังคมได้รับความเสียหาย สำนักงานประกันสังคมไม่นิ่งนอนใจ ตรวจสอบพบแล้วได้ดำเนินการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนทันที โดยพนักงานอัยการได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้กระทำผิดต่อศาลอาญา ในฐานความผิดร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการและใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม ร่วมกันฉ้อโกง ซึ่งศาลอาญาได้มีคำพิพากษา ลงโทษจำเลยฐานร่วมกันใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวต่อไปว่า ตนได้กำชับเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงตั้งแต่การยื่นแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนทุกกรณีของผู้ประกันตนอย่างรัดกุม ตลอดจน วางแนวทางและมาตรการในการกลั่นกรองให้ชัดเจน ทั้งนี้ หากสำนักงานประกันสังคมตรวจสอบพบว่า บุคคลใดมีการปลอมแปลงหลักฐานเอกสารหรือปลอมแปลงสิทธิ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามสิทธิประโยชน์ ถือว่ามีความผิด และหากบุคคลดังกล่าวได้เบิกประโยชน์ทดแทนจากกองทุนฯ แล้ว ทางสำนักงานประกันสังคมจะเรียกเงินดังกล่าวคืน รวมทั้งผู้กระทำผิดจะถูกดำเนินคดี ตามกฎหมายจนถึงที่สุดด้วย ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานประกันสังคมมีการดำเนินคดีกับบุคคลที่ได้กระทำความผิดดังกล่าวไปแล้วหลายราย เพื่อเป็นการป้องปรามบุคคลที่คิดจะเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์และใช้สิทธิการรักษาพยาบาลจากกองทุน โดยทุจริต และเป็นการปกป้องกองทุนประกันสังคมให้มีเสถียรภาพ
          
หากผู้ใดพบเห็นหรือทราบข้อมูลการกระทำดังกล่าวสามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ หรือโทร 1506 ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรง ให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.sso.go.th

นายกฯ ห่วงใยแรงงานไทยเสียชีวิตและบาดเจ็บจากแรงระเบิดในฉนวนกาซา สั่ง รมว.เฮ้ง ดูแลช่วยเหลือเร่งด่วน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เผย นายกรัฐมนตรี ห่วงใยแรงงานไทยเสียชีวิตและบาดเจ็บจากแรงระเบิดจากการโจมตีของกลุ่มฮามาส สั่งการดูแลสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย พร้อมประสานแจ้งญาติทราบการช่วยเหลือในทันที

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล-ปาเลสไตน์ จากการโจมตีโดยกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวของแรงงานไทยที่เสียชีวิตและห่วงใยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด และสั่งการให้กระทรวงแรงงานเร่งประสานความช่วยเหลือให้ญาติพี่น้องและครอบครัวของแรงงานไทยที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บทราบ รวมทั้งให้การช่วยเหลือด้านสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายในทันที

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า จากรายงานของฝ่ายแรงงานฯ ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ
ว่า ได้รับแจ้งข้อมูลจากนาย Eyal Siso รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลว่า จากการโจมตีโดยกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม เวลา 14.35 น.แรงงานระเบิดทำให้คนงานไทย จำนวน 2 รายเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บอีก 8 ราย นอกจากนี้ ยีงมีแรงงานอีก 15 คน ที่มีอาการตกใจกลัว 

สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาล Soroka ซึ่งฝ่ายแรงงานฯ ได้ติดต่อไปยังนายปรีชา แซ่ลี้ แรงงานไทยที่โดนสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ว่าหากนายปรีชาฯ และแรงงานไทยอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวมีความต้องการให้ฝ่ายแรงงาน ฯ ประสานงานหรือให้ความช่วยเหลือในเรื่องใดให้ติดต่อมาโดยด่วน ทั้งนี้ ฝ่ายแรงงานฯ อยู่ระหว่างการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอรับรายชื่อผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งจะติดตามดูแลคนไทยที่ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด

“สำหรับการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นผมได้ให้ สำนักงานแรงงาน (สนร.) โดยฝ่ายแรงงาน ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ เข้าไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บและดูแลเรื่องสิทธิประโยชน์ให้ได้รับเงินสงเคราะห์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ รวมทั้งได้สั่งการให้สำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ ประสานให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานลงพื้นที่ภูมิลำเนาของแรงงานไทยที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ไปเยี่ยมครอบครัวและญาติ เพื่อให้กำลังใจ และแจ้งสิทธิประโยชน์การดูแลคุ้มครองตามกฎหมายแก่ครอบครัวและทายาททราบต่อไป” นายสุชาติ กล่าวในท้ายสุด

'ชีวานนท์' ผู้นำคนพิการ ส่งขวัญกำลังใจ มอบรถเข็นวีลแชร์พร้อมถุงยังชีพในช่วงสถานการณ์โควิด-19

นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย คณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการด้านแรงงาน ที่ปรึกษา นายมานะ โลหะวนิชย์ ประธานคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร (สส.จังหวัดชันภูมิ) ลงพื้นที่ หมู่ 13 ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ นำรถเข็นวีลแชร์ที่ได้รับจากนายสายัณห์ ดีเลิศ นายกสมาคมคนพิการและถุงยังชีพที่ได้รับมอบส่งต่อจากอาจารย์ชูศักดิ์ จันทยานนท์ ประธานสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย โดยได้รับความอนุเคราะห์จาก ‘คุณกัญจนา ศิลปอาชา’ ประธานมูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย

โดยในวันนี้นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล ได้กล่าวว่า วันนี้เป็นอีกหนึ่งวัน ที่มีความรู้สึกปลาบปลื้มมากกว่าวันใด ๆ คือได้มีโอกาส กลับมาทดแทนพระคุณ ‘ย่าชะลอ’ ปัจจุบันอายุ 86 ปี

ย้อนกลับไปเมื่อสมัยยังวัยรุ่นนั้น ครอบครัวผมความยากจนมาก อยู่วัดตั้งแต่เด็ก พออกจากวัดก็ได้มีบ้านหลังนี้ครอบครัว ‘สุรินันท์’ มีเพื่อน ๆ และ ‘ย่าชะลอ’ ให้พักอาศัยหลับนอน ได้ให้ข้าวกิน และห่างหายไม่ได้พบกันมากกว่า 10 กว่าปี ย้อนกลับมาในวันนี้ได้นำรถเข็นวีลแชร์และถุงยังชีพที่ได้รับมาจากผู้หลักผู้ใหญ่ใจดีมามอบให้กับ ‘ย่าชะลอ’ เพื่อไว้ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ประโยคนึงที่ ‘ย่าชะลอ’ พูด คือ ขอให้เอ็งเจริญเจริญรุ่งเรืองนะลูก (น้ำตาคลอ ๆ)

สุดท้ายนี้ นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล กราบขออนุโมทนาบุญกุศลที่ได้รับจากผู้หลักผู้ใหญ่ในวันนี้ ส่งต่อไปยังทุก ๆ ท่านท่านผู้ใจบุญที่ได้ให้การช่วยเหลือคนพิการ คนชรา และผู้ด้อยโอกาส และยังขอขอบพระคุณ ที่ท่านได้มอบหมายให้ข้าพเจ้าเป็นตัวแทนในการลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล แสดงความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี 2565 ที่กำลังจะเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภา โดยระบุว่า งบประมาณจะลดลงเหลือ 3.1 ล้านล้านบาท

พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล แสดงความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี 2565 ที่กำลังจะเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภา โดยระบุว่า งบประมาณจะลดลงเหลือ 3.1 ล้านล้านบาท หรือลดลง 5.7% จากปี 64 ซึ่ง 5 อันดับแรกของกระทรวงที่ได้รับงบประมาณสูงสุด พบว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรือพูดได้ว่าการจัดลำดับความสำคัญของรัฐบาลประยุทธ์ ยังเป็นเหมือนเดิม แม้จะอยู่ท่ามกลางวิกฤติโควิด-19

“ล่าสุดศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) ได้เผยแพร่ภาพเปรียบเทียบถึงงบประมาณด้านสาธารณสุขว่าเพิ่มขึ้นและมากกว่ากลาโหม ทั้งยังพยายามอธิบายอีกว่า กลาโหมลดงบประมาณลงอย่างต่อเนื่องตั้งปีงบ 63-65 ซึ่งก็ต้องเรียนว่าเป็นการโฆษณาชวนเชื่ออย่างน่าละอาย เพราะมันเป็นการ “ลวงว่าลด แต่ไม่ได้ลด” 

"หากย้อนกลับไปในปีงบ 63 งบกลาโหม 2.317 แสนล้าน ถูกตัดลดในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด ครั้งที่ 1 เพื่อการจัดทำ พ.ร.บ.โอนงบประมาณกลางปี โดยนำเงินจากหลายกระทรวงไปรวมกันเป็นงบกลางแก้โควิด กลาโหมสามารถลดงบประมาณได้ถึงเกือบ 2 หมื่นล้าน ทำให้สุดท้ายงบในปีนั้นลดลงมาเหลือ 2.137 แสนล้าน ในครั้งนั้น กลาโหมเป็นกระทรวงที่ตัดลดงบได้มากที่สุด แสดงให้เห็นว่า แผนงานมีความสำคัญเร่งด่วนน้อย สามารถเลื่อนออกไปก่อนได้ และเบิกจ่ายไม่ทัน 

“แต่พอมาปี 64 กลาโหมของบมากถึง 2.236 แสนล้าน ก่อนที่จะถูกตัดลดในชั้นกรรมาธิการ ทำให้คงเหลือได้รับงบประมาณ 2.145 แสนล้าน หรือเพิ่มขึ้น 1 พันล้านบาทจากปี 63 ดังนั้น จึงเป็นการแอบอ้างอย่างหน้าด้านว่า กลาโหมลดงบจากปี 63 ที่ 2.317 แสนล้าน เหลือ 2.145 แสนล้าน เพราะในความเป็นจริงคือ งบเพิ่มขึ้นในปี 64”

พิจารณ์ อธิบายต่อไปว่า สำหรับใน ร่าง พ.ร.บ.งบ 65 แม้งบกลาโหมจะลดลง 5.24% แต่ก็ยังเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่าภาพรวมงบประมาณทั้งหมดที่ลด 5.66% อีกทั้ง ‘งบบุคคลกร’ ของกลาโหมกลับเพิ่มขึ้น 1.7% แสดงให้เห็นว่า ถึงกองทัพอยากจะลดงบยังไงก็ลดไม่ลง ด้วยกำลังทหารที่มาก เกินกว่าจะจัดสรรงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพได้

นอกจากนี้ ตามเอกสารงบประมาณเล่มขาวคาดแดงของกลาโหม ด้วยข้ออ้างด้านความมั่นคง จึงทำให้ไม่สามารถเห็นรายการอาวุธยุทโธปกรณ์ที่จัดซื้อได้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบยอดงบประมาณในโครงการผูกพันข้ามปีของเอกสารงบประมาณปี 63-64-65 ทำให้เชื่อได้ว่า กองทัพเรือยังคงเดินหน้าจัดซื้อเรือดำน้ำต่อไป แม้ประเทศชาติจะอยู่ในวิกฤติงบประมาณ 

หนำซ้ำเมื่อส่องดูงบซื้ออาวุธแบบปีเดียว กองทัพบกตั้งงบเพิ่มขึ้น 9.23% และ กองทัพเรือเพิ่มขึ้นถึง 2.6 เท่า จากปี 64 ในส่วนของงบซื้อยุทโธปกรณ์ที่ผูกพันข้ามปี ทั้งกองทัพบกและกองทัพเรือ ยังมีโครงการใหม่ ที่ผูกพันงบตั้งแต่ปี 65-67 รวมมูลค่าโครงการตลอด 3 ปี อีก 9,073 ล้านบาท โดยเป็นปีงบ 65 จำนวน 882 ล้าน และ 933ล้าน ตามลำดับ นอกจากนั้น ทั้ง 3 เหล่าทัพ บวกกับกองบัญชาการกองทัพไทย ยังมีงบซื้อยุทโธปกรณ์ที่ผูกพันข้ามปี ค้างตั้งแต่ปี 60-69 อีก 70 โครงการ และเป็นงบที่ต้องจ่ายในปีงบ 65 กว่า 24,218 ล้าน 

“ผมเชื่อว่าการระบาดของโควิดจะยังไม่จบจนกว่าเราจะได้วัคซีนครบจนเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ จะดีกว่าไหมถ้าเราจะจัดลำดับความสำคัญใหม่ ไม่ซื้อเรือดำน้ำแต่นำงบไปเพิ่มให้กับงบบัตรทองที่ถูกตัดไป 1,800 ล้านบาท จะดีกว่าไหมถ้าเราจะยอมทนใช้อาวุธเก่าไปอีกสักปี เพื่อนำงบไปช่วยนักเรียนที่ต้องเลิกเรียนกลางคันเพราะพ่อแม่ตกงานผ่านกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาซึ่งถูกตัดงบไป 432 ล้านบาท จะดีกว่าไหม ถ้าเราจะไม่ซื้ออาวุธใหม่ที่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ประเทศผู้ผลิตอาวุธ แต่นำเงินไปลงทุนอบรมทักษะใหม่ๆ ให้คนที่ตกงานจากภาคท่องเที่ยว ให้พวกเขาหางานใหม่ได้ง่ายขึ้น

“จะดีกว่าไหม...ถ้าเราจะมีรัฐบาลใหม่ ที่จัดงบประมาณแบบเห็นหัวประชาชนมากกว่านี้” พิจารณ์ ระบุ


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit
LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

Click on Clear เที่ยงตรง ประจำวันที่ 19 พฤษภาคม 2564

Click on Clear เที่ยงตรง ประจำวันที่ 19 พฤษภาคม 2564 กับ ประเด็น 'เปิดใจราชทัณฑ์' บริหารจัดการสถานการณ์โควิค-19 ภายในเรือนจำอย่างไร? และสัมภาษณ์ผู้รับได้รับวัคซีนโควิค-19

สัมภาษณ์สด นายแพทย์วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์

และสัมภาษณ์ ผศ.ดร.เอราวัณ ทับพลี ผู้รับได้รับวัคซีนโควิค-19

.

.

รมว.สุชาติ หารือ รพ.เครือข่าย สปส. เตรียมแผนกระจายวัคซีนโควิดแก่ผู้ประกันตน ดีเดย์! มิ.ย.นี้

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับสถานพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคม ชี้แจงซักซ้อมทำความเข้าใจเพื่อเตรียมความพร้อมในการฉีดวัคซีน
โควิด-19 แก่ผู้ประกันตนก่อนเปิดให้บริการภายในเดือนมิถุนายนนี้

ที่ห้องประชุม ศ.นิคม จันทรวิทุร ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับสถานพยาบาลในเครือข่ายสำนักงานประกันสังคมเพื่อเตรียมความพร้อมในการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยมี นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย 

โดย รมว.แรงงาน กล่าวว่า ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข พิจารณาจัดสรรวัคซีนให้กระทรวงแรงงานเพื่อกระจายให้แก่แรงงานซึ่งเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ในระยะแรก จำนวน 6 ล้านโดส ในเดือนมิถุนายน 2564 จำนวน 1.5 ล้านโดส ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เดือนกรกฎาคม 2564 จำนวน 4.0 ล้านโดส ประกอบด้วยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 1.5 ล้านโดส และในพื้นที่ 9 จังหวัดเศรษฐกิจอื่น 2.5 ล้านโดส และมอบหมายให้กระทรวงแรงงาน เตรียมความพร้อมในการฉีดวัคซีนให้แก่แรงงาน โดยให้สถานประกอบการแจ้งรายชื่อที่จะฉีด และเชื่อมโยงข้อมูลกับแอพพลิเคชั่น “หมอพร้อม”ของกระทรวงสาธารณสุข และประสานภาคเอกชนในการหาสถานที่เพิ่มเติมให้เพียงพอกับความต้องการฉีดนั้น

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้กระทรวงแรงงานได้สำรวจความต้องการฉีดวัคซีนผ่านระบบ Web-Service โดยมีผู้ประกันตนมาตรา 33 ประสงค์จะฉีดวัคซีนมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ กระทรวงแรงงานยังได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครเขตพื้นที่ทั้ง 12 เขต ได้ไปหาสถานที่ฉีดวัคซีน ซึ่งขณะนี้ได้สถานที่ฉีดวัคซีนแล้วจำนวน 45 แห่ง โดยได้จัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นในการฉีดวัคซีนไว้พร้อมแล้ว

ซึ่งในวันนี้ได้เชิญผู้บริหารโรงพยาบาลในเครือประกันสังคมจำนวน 12 แห่ง มาประชุมเพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจเพื่อเตรียมความพร้อมในการฉีดวัคซีน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนั้นจะสามารถเริ่มเปิดให้บริการได้ในเดือน มิถุนายนนี้

‘หมอยง’ ย้ำชัด ผู้หายป่วยจากโควิด ยังต้องฉีดวัคซีน เพราะยังกลับมาติดเชื้อได้อีก ชี้ ชี้ ถ้าเพิ่งหายป่วย 3-6 เดือน ควรได้รับอย่างน้อย 1 ครั้ง

19 พ.ค. 2564 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ‘โควิด-19 วัคซีน ผู้ที่หายป่วยจากโรคโควิด-19 จำเป็นที่จะต้องให้วัคซีนหรือไม่’ มีเนื้อหาว่า ในปัจจุบันทราบกันดีอยู่แล้วว่า โรคโควิด-19 เมื่อหายแล้วสามารถเป็นกลับซ้ำได้อีก ส่วนใหญ่จะเป็นหลัง 3 เดือนไปแล้ว ผู้ที่เป็น Covid-19 แล้วจึงมีคำแนะนำให้ฉีดวัคซีน หลัง 3 เดือนไปแล้ว

จากการศึกษาเบื้องต้นที่ลงพิมพ์ในวารสาร Nature Medicine พบว่าการให้วัคซีนในผู้ที่หายป่วยจาก Covid-19 แล้ว การให้เพียงครั้งเดียวจะมีระดับภูมิต้านทานกระตุ้นได้สูงเท่ากับคนธรรมดาที่ไม่เคยป่วยและให้วัคซีนครบ 2 ครั้ง ผู้ที่หายป่วย ควรได้รับวัคซีนหลังจาก 3 เดือนนับจากการติดเชื้อ ส่วนจะให้ 1 ครั้งหรือ 2 ครั้ง ยังไม่ได้สรุปออกมาชัดเจน

แต่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าภูมิต้านทาน ของผู้ที่หายป่วยแล้วจะเริ่มลดลงหลัง 6 เดือนและลดลงไปเรื่อย ๆ ทางศูนย์ที่ดูแลอยู่ ขณะนี้ทำการศึกษาในผู้ที่หายป่วยในช่วง 3-6 เดือนจะให้วัคซีนกระตุ้น 1 ครั้ง และผู้ที่หายป่วยเกินกว่า 6 เดือนหรือเป็นปีแล้วจะให้วัคซีนให้ครบ 2 ครั้ง และกำลังตรวจผลภูมิต้านทาน รวมทั้งระบบหน่วยความจำ ของภูมิต้านทานอย่างละเอียด เพื่อจะได้ใช้เป็นคำแนะนำ ขณะนี้โครงการได้เริ่มแล้วดำเนินไปได้ด้วยดี และอยากเชิญชวนคนที่หายป่วยในระลอกที่ 3 นี้ เข้าร่วมโครงการได้รับวัคซีนด้วย โทร 02 256 4929

ดังนั้นอยากจะสรุปว่า ผู้ที่หายป่วยแล้วควรได้รับวัคซีนป้องกัน Covid อย่างน้อย 1 ครั้ง หรือขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่หายป่วยมาแล้ว ถ้าเพิ่งหายป่วยในช่วง 3-6 เดือน ควรได้รับอย่างน้อย 1 ครั้ง และผู้ที่หายมาแล้วเกินกว่า 6 เดือนขึ้นไป ก็ควรจะได้รับวัคซีนให้ครบ 2 ครั้ง ทั้งนี้เพราะประเทศของเรามีวัคซีนในปริมาณที่จำกัด และมีผู้ป่วยอีกจำนวนมากที่มีการติดเชื้อใน รอบที่ 3 และกำลังจะหายป่วย

ที่มา : https://www.facebook.com/yong.poovorawan


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top