Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

สำนักข่าว Wall Street Journal ได้อ้างรายงานจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐอเมริกาว่า พบนักวิจัยถึง 3 คนจาก Wuhan Institute of Virology หรือ สถาบันวิจัยไวรัสแห่งอู่ฮั่น ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการป่วยชนิดหนึ่งช่วงราว ๆ เดือนพฤศจิกายน 2019

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม 2021 ที่ผ่านมา สำนักข่าว Wall Street Journal ได้อ้างรายงานจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐอเมริกาว่า พบนักวิจัยถึง 3 คนจาก Wuhan Institute of Virology หรือ สถาบันวิจัยไวรัสแห่งอู่ฮั่น ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการป่วยชนิดหนึ่งช่วงราว ๆ เดือนพฤศจิกายน 2019 ก่อนที่จะพบการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ที่ตลาดอาหารทะเลอู่ฮั่น ที่ต่อมาถูกตั้งชื่อว่า Covid-19

ซึ่งรายงานเรื่องนี้ ก็สอดคล้องกลับเอกสารที่หน่วยความมั่นคงสหรัฐฯ เคยส่งมอบให้กับอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมพ์ เมื่อปีที่แล้ว ว่าพบนักวิจัยจากสถานบันแห่งนี้เข้าโรงพยาบาลด้วยอาการคล้ายโรคหวัดฤดูหนาวที่บางอาการก็เหมือนผู้ป่วยโรค Covid-19 ที่กลายเป็นวาทะดุเดือดของ โดนัลด์ ทรัมพ์ ที่เรียก Covid-19 ว่าเป็น "ไวรัสจีน"

รายงานล่าสุดที่ออกจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ออกมาดักงานเรียกประชุมทีมสืบสวนคดีต้นกำเนิด Covid-19 ขององค์การอนามัยโลก เพียง 1 วัน เพื่อสรุปผลการสืบสวนในขั้นต่อไป

ด้านฝ่ายความมั่นคงสหรัฐฯ ยังไม่ออกความเห็นเกี่ยวกับรายงานล่าสุดชิ้นนี้ แต่ย้ำว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน มีความจริงจังที่ต้องการสืบสวนต้นตอโรค Covid-19 ให้เกิดความกระจ่าง

ส่วนรัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ก็ออกมาปฏิเสธรายงานชิ้นนี้ และกล่าวหาว่าสหรัฐฯ พยายามโยงทฤษฎีไวรัสว่าเป็นงานวิจัยของจีนให้ได้ ทั้ง ๆ ที่ ทางทีมสอบสวนคดี Covid-19 ได้เข้ามาเยี่ยมสถาบันวิจัยไวรัสอู่ฮั่นแล้ว และเคยสรุปว่าโอกาสที่ไวรัสจะหลุดจากห้องแล็บแห่งนี้แทบเป็นไปไม่ได้

แต่ก็ยังมีข้อมูลดิบเกี่ยวกับการระบาดของ Covid-19 ครั้งแรกในอู่ฮั่นที่ทางจีนยังไม่ส่งมอบให้กับองค์การอนามัยโรคเพื่อตรวจสอบ

ทีมสอบสวนเฉพาะกิจคดีต้นกำเนิดไวรัส Covid-19 แต่งตั้งโดยองค์การอนามัยโลก ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาด ไวรัสวิทยา สัตววิทยา จากหลากหลายประเทศจำนวน 14 คนได้เดินทางเข้าไปตามรอยไวรัส Covid-19 ในเมืองอู่ฮั่นในช่วงต้นปี 2021

เบื้องต้นเคยตั้งข้อสันนิษฐานว่า ไวรัสโคโรน่า อาจปะปนมากับอาหารทะเลแช่แข็งที่ส่งมาจากประเทศย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่การสรุปข้อเท็จจริงจำเป็นต้องใช้เวลารวบรวมข้อมูลจำนวนมาก เดินทางไปทั่วประเทศจีน กว่าจะสรุปได้ต้องใช้เวลานานหลายปี และถึงจะเคยเยี่ยมชมสถาบันวิจัยไวรัสที่อู่ฮั่นมาแล้ว และเชื่อว่าเชื้อไวรัส Covid-19 ไม่น่าจะมาจากห้องทดลอง

แต่ทั้งนี้ WHO กล่าวว่ายังไม่ได้ตัดข้อสันนิษฐานถึงที่มาของเชื้อไวรัสว่าอาจมีต้นกำเนิดในประเทศจีนแต่อย่างใด

 

อ้างอิง : https://www.wsj.com/articles/intelligence-on-sick-staff-at-wuhan-lab-fuels-debate-on-covid-19-origin-11621796228?mod=hp_lead_pos3

https://www.straitstimes.com/asia/east-asia/wuhan-lab-staff-sought-hospital-care-before-covid-19-outbreak-disclosed-wsj

https://www.thelancet.com/journals/lancet/article/PIIS0140-6736(21)00295-6/fulltext


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

'สุพัฒนพงษ์' ถก  'นายกฯ' เลี่ยงตอบปมพ.ร.ก.เงินกู้ 7 แสนล้านบาท ชี้ ให้รอ 'คลัง' แจง

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ก่อนการหารือกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ถึงกรณีที่ครม.เห็นชอบการออกพ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสนล้านบาท โดยก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังระบุว่าไม่จำเป็นต้องกู้เงินเพิ่ม และมีงบประมาณเพียงพอ ว่า "เดี๋ยวก็คงมีการชี้แจง" 

ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังบอกว่าจะออกมาชี้แจง แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังเงียบ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า "ไม่นานหรอก ไม่เงียบหรอก ถึงเวลาก็ต้องชี้แจง และคงต้องรอฟังรายงานของคณะที่ปรึกษาฯ ที่เกี่ยวข้องในวันนี้ก่อน"

นายกฯ เห็นชอบดำเนินการโครงการเชื่อมสวนเบญจกิติ กับสวนลุมพินี เพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่คนไทยภาคภูมิใจร่วมกัน

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 ที่ห้อง PMOC ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการเชื่อมสวนสาธารณะเบญจกิตติกับสวนสาธารณะอื่น ๆ ในกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2564 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ 

นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการดำเนินการสวนสาธารณะ เบญจกิติเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยสวนแห่งนี้ จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เป็นสวนสาธารณะใหม่ที่คนไทยภาคภูมิใจร่วมกัน เป็นปรากฏการณ์ของเมืองไทยใหม่ ที่จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ของคนไทยและคนต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว และเป็นสวนสาธารณะที่ช่วยแก้ไขปัญหา PM 2.5 ได้ด้วย โดยนายกรัฐมนตรีได้เสนอแนวคิด เน้นให้มีการสร้างสีสันให้กรุงเทพมหานครด้วยดอกไม้ตามฤดูกาล ภายในสวนต้องเป็นแหล่งของการเรียนรู้ มีพื้นที่สำหรับเล่นกีฬา ออกกำลังกาย เป็นสถานที่เล่นดนตรีในสวน มีพื้นที่ให้กับสมาชิกครอบครัวได้ทำกิจกรรมร่วมกัน สามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาออกกำลังกายในพื้นที่ที่ควบคุมได้ รวมทั้งเป็นแหล่งการท่องเที่ยวที่ประชาชนทุกคนและกลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงได้ รวมทั้งให้คำนึงถึงความปลอดภัยและความสะอาดเป็นสำคัญด้วย

โดยมติที่ประชุมรับทราบการดำเนินโครงการสวนสาธารณะเบญจกิติที่เป็นการดำเนินการภายใต้มติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2534 ในพื้นที่เดิมของโรงงานยาสูบ เนื้อที่ประมาณ 450 ไร่ โดยในปี 2547 ได้จัดสร้างสวนน้ำเนื้อที่ 130 ไร่เสร็จแล้ว และในปี 2559 ดำเนินการจัดสร้างสวนป่า ระยะที่ 1 เนื้อที่ 61 ไร่เสร็จแล้วเช่นกัน และได้ส่งมอบพื้นที่ดังกล่าวให้กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ดูแลบำรุงรักษาและบริหารจัดการแล้ว สำหรับการจัดสร้างสวนป่าเบญจกิติระยะที่ 2-3 เนื้อที่ 259 ไร่ ในปี 2563 กรมธนารักษ์ได้ขอความร่วมมือจากกองทัพบก เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างสวนป่าเบญจกิติระยะที่ 2-3 เนื้อที่ 259 ไร่ เพื่อให้การก่อสร้างสวนป่าแล้วเสร็จตามแผนที่กำหนดและสามารถจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2564 นี้ได้ทันตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด โดยแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 พื้นที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างกองทัพบกดำเนินการก่อสร้างโดยมีความคืบหน้าการก่อสร้าง พื้นที่ก่อสร้างที่ 1 ร้อยละ 70.18 พื้นที่ก่อสร้างที่ 2 ร้อยละ 15.40

นอกจากนี้ ยังรับทราบการดำเนินการเชื่อมสวนสาธารณะเบญจกิติ กับสวนลุมพินี ตามที่กรมธนารักษ์และกรุงเทพมหานคร ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฯ กรุงเทพมหานครได้ดำเนินโครงการงานปรับปรุงภูมิทัศน์ทางคนเดิน-ทางจักรยาน (สะพานเขียว) และการปรับปรุงสวนลุมพินี ในวาระครบรอบ 100 ปี โดยร่วมมือกับภาคเอกชนในการออกแบบการวิเคราะห์ข้อมูล และการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่โครงการ ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าสามารถปรับปรุงเพิ่มเติมรูปแบบให้สะพานเขียวดังกล่าวเชื่อมต่อระหว่างสวนสาธารณะ “เบญจกิติ” กับสวนลุมพินีได้อย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการยกเลิกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 63/2564  ลงวันที่ 9 มีนาคม 2564 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการเชื่อมสวนสาธารณะ “เบญจกิติ” กับสวนสาธารณะอื่น ๆ ในกรุงเทพมหานคร และเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการเชื่อมสวนสาธารณะ “เบญจกิติ” กับสวนลุมพินี ซึ่งมีองค์ประกอบของคณะกรรมการคือ นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ กรรมการประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง หัวหน้าส่วนราชการ/หน่วยงาน จำนวน 15 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง โดยมีอธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นกรรมการและเลขานุการ หัวหน้าส่วนราชการ/หน่วยงาน จำนวน 3 คน เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ โดยคณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจ ในการอำนวยการจัดสร้างสวนสาธารณะ “เบญจกิติ” ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และสั่งการ บริหาร ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำแผนงานการเชื่อมต่อระหว่างสวนสาธารณะ “เบญจกิติ” กับสวนลุมพินี เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมเห็นชอบการปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินโครงการ จากโครงการเชื่อมสวนสาธารณะเบญจกิติและสวนสาธารณะอื่น ๆ ในกรุงเทพมหานคร เป็นการดำเนินโครงการเชื่อมสวนสาธารณะเบญจกิติกับสวนลุมพินีโดยมอบหมายให้กรุงเทพมหานครจัดทำรูปแบบสะพานเขียวเพิ่มเติม เพื่อให้มีการเชื่อมต่อระหว่างสวนสาธารณะ “เบญจกิติ” กับสวนลุมพินี พร้อมจัดทำรายละเอียดโครงการ แผนการดำเนินงาน และประมาณการค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ โดยมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ ประสานกับสำนักงบประมาณต่อไป

'บิ๊กป้อม' สั่งอุดรูรั่วนำเข้าแรงงานเถื่อน ปัดไม่รู้ขบวนการนำเข้าปท. เมินตอบ คนแห่ไล่ 'บิ๊กตู่' พ้นนายกฯ

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการคุมเข้มชายแดนเพื่อป้องกันลักลอบนำเข้าแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และการขอความร่วมมือผู้ประกอบการไม่ให้รับแรงงานต่างด้าวเพิ่มว่า ต้องดูว่าแรงงานที่เข้ามา ผิดกฎหมายหรือไม่ หากต้องการเพิ่ม ก็ต้องหยุดรับไปก่อน ส่วนจะกำหนดเวลานานหรือไม่ต้องดูว่าถ้าการแพร่ระบาดไม่กระจาย ก็สามารถทำได้ โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดว่าลดลงหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะส่งผลกระทบให้ขาดแคลนแรงงานหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขาดแคลนแล้วเราทำอย่างไรได้ เมื่อถามว่าสาเหตุของการรั่วไหลเข้ามาของแรงงานผิดกฎหมายเกิดจากอะไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นการเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ ทั้งนี้ก็ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการ ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ช่วยดูแลและถ้าท้องถิ่นดูแลดี ก็ไม่มีปัญหา

เมื่อถามว่าได้สั่งคาดโทษเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบขนแรงงานผิดกฎหมายอย่างไร รองนายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ถ้าผิดกฎหมายก็ต้องลงโทษ เมื่อถามถึงขบวนการที่นำทางเข้ามา พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ผมจะไปรู้ได้อย่างไร" 

ผู้สื่อข่าวรายถามถึงกรณีที่มีกระแสเรียกร้อง ของกลุ่มต่าง ๆ รวมถึงกลุ่มไทยไม่ทน เรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมลาออกจากตำแหน่ง พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ก่อนขึ้นรถยนต์เดินทางกลับทันที

รองโฆษก ปชป. ชื่นชมรัฐบาลเปิดฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แรงงาน ม.33 เป็นสิ่งที่ดี แนะตั้งศูนย์ฉีดเคลื่อนที่ไปในสถานประกอบการ วอนเลื่อนกำหนดการฉีดประชาชนทั่วไปเร็วกว่าเดิม

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี ในฐานะรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาล โดยกระทรวงแรงงาน เตรียมดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด19 ให้กับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมมาตรา 33 ว่า ถือเป็นเรื่องที่ดีที่รัฐบาลจะดำเนินการ เนื่องจากขณะนี้มีผู้สูงอายุและ 7 กลุ่มโรคเสี่ยงยังมีความลังเลไม่ลงทะเบียนเพื่อรับการฉีด ทำให้มีวัคซีนเพียงพอที่จะกระจายให้กับผู้ประกันตนในมาตรา 33 ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลได้เร่งดำเนินการฉีดโดยขอให้มีการตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนเคลื่อนที่เชิงรุกไปยังสถานประกอบการต่าง ๆ เพื่อลดความแออัดของประชาชนที่จะมารวมตัวกัน รวมถึงในการดำเนินการฉีดวัคซีนขอให้ใช้งบประมาณของประกันสังคมมาจ้างบุคลากรจากภาคเอกชนมาดำเนินการเหมือนกับการตรวจหาเชื้อเชิงรุก เพื่อจะได้ไม่ต้องใช้บุคลากรของภาครัฐที่จะต้องดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั่วไป

“อยากให้รัฐบาลเร่งตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 แบบเคลื่อนที่เชิงรุกในสถานประกอบการ เพื่อลดความแออัด โดยใช้งบประมาณของสำนักงานประกันสังคม และบุคลากรจากภาคเอกชนในการดำเนินการบริการฉีดวัคซีนให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อจะได้ไม่กระทบกับบุคลากรทางการแพทย์ภาครัฐที่จะการให้บริการกับพี่น้องประชาชนทั่วไป” นายอัครเดช กล่าว

นายอัครเดช ยังเรียกร้องให้รัฐบาลได้เร่งดำเนินการฉีดวัคซีนให้ประชาชนกลุ่มทั่วไป โดยขอให้มีการเลื่อนกำหนดการฉีดขึ้นมาให้เร็วกว่าเดิม เนื่องจากการฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุยังลงทะเบียนไม่ครบตามเป้าหมายเพราะบางส่วนยังมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยดังนั้นขณะนี้มีประชาชนทั่วไปมีความสนใจที่จะรับการฉีดวัคซีนจำนวนมาก หลังจากที่รัฐบาลได้รณรงค์และสร้างความเชื่อมั่น จึงขอให้รัฐบาลได้เร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั่วไปเร็วขึ้นกว่ากำหนดการเดิมเพื่อจะได้สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ซึ่งจะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอีกด้วย

‘หมอศิริราช’ ชี้โควิด ‘สายพันธุ์แอฟริกา’ มีวัคซีนตัวเดียวเอาอยู่ เตือนอย่าให้ลามเข้ากรุง

ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร หัวหน้าศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการแพทย์แม่นยำ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “มานพ พิทักษ์ภากร” ระบุว่า...

มีข่าวว่า B.1.351 (South African variant) มาเยือนเมืองไทยแล้ว สายพันธุ์นี้ป้วนเปี้ยนแถวชายแดนใต้มาเป็นเดือนเนื่องจากมีการระบาดในมาเลเซีย

ขออย่าให้เข้ามาระบาดถึงใจกลางเมืองหลวงแบบ B.1.617.2 (Indian variant) นะครับ

เพราะวัคซีนที่ได้ผลกับสายพันธุ์นี้มีแค่ Pfizer (และอาจรวมถึง Moderna ด้วย) ที่ 75%, J&J ที่ 64-66% และ Novavax ที่ 60.1% (สำหรับ non-HIV)

ส่วน AstraZeneca เหลือแค่ 10.4% สำหรับ Sinovac ถ้าเทียบระดับ antibody ที่ขึ้นหลังฉีดแล้วคาดว่าคงแทบไม่ได้ผลเช่นกัน

อาจถึงเวลาที่ภาครัฐจะต้องเปลี่ยนนโยบาย เร่งนำเข้า Pfizer, Moderna และ J&J vaccine มาให้เพียงพอและครอบคลุมประชากรครับ ถ้าปล่อยให้ B.1.351 ระบาดนี่อาจดูไม่จืดเลย

สาเหตุหลักที่ทำให้ B.1.351 ดื้อต่อวัคซีนและ antibody มาก คือการกลายพันธุ์ในตำแหน่ง E484 บน spike protein ที่เป็น E484K คือเปลี่ยนกรดอะมิโนจาก glutamate ไปเป็น lysine มีผลทำให้ antibody จับกับ spike protein ได้ยาก นอกจากนี้การกลายพันธุ์ในตำแหน่งอื่นที่สำคัญคือ N501Y ที่เหมือนกับสายพันธุ์ UK ทำให้เชื้อจับกับตัวรับบนผิวเซลล์มนุษย์ได้ดีขึ้น แถมยังเจอ K417N ซึ่งทำให้เชื้อจับกับเซลล์ได้ดีขึ้นด้วย

ในปัจจุบัน B.1.351 เป็นสายพันธุ์ที่ดื้อต่อวัคซีนและ antibody ที่สุด รองลงมาคือ P.1 หรือสายพันธุ์ Brazil ซึ่งมี E484K เช่นกัน

ส่วนสายพันธุ์ India ที่ก่อนหน้านี้ระบาดคือ B.1.617.1 มีการกลายพันธุ์ในตำแหน่งเดียวกันแต่เป็น E484Q ทำให้ดื้อบ้างแต่ไม่เท่ากับ B.1.351 แต่สายพันธุ์อินเดียที่ระบาดหนักในขณะนี้ และเพิ่งพบในบ้านเราคือ B.1.617.2 ไม่พบ E484Q ซึ่งคาดว่าสายพันธุ์นี้ไม่น่าจะดื้อต่อวัคซีน

 

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10160951492558448&set=a.10150217040003448&type=3


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

‘ประวิตร’ เร่ง ผลักดัน ‘ทะเลอันดามัน’ ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เน้น เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สั่ง ทส.จูงใจปชช.มีส่วนร่วม

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วย อนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ครั้งที่ 1/2564 โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชารมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เข้าร่วม

โดยที่ประชุมเห็นชอบองค์ประกอบ และท่าทีของไทยในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 44 ที่จะมีขึ้นระหว่าง 16-31 ก.ค.นี้ ที่เมืองฝูโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ในการประชุมทางไกล เต็มรูปแบบ ซึ่งมีวาระที่สำคัญ ได้แก่ การรายงานสถานภาพการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลก พื้นที่กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่  และการขึ้นทะเบียน พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน เป็นมรดกโลก รวมทั้งได้เห็นชอบให้นำเสนอ พื้นที่แหล่งอนุรักษ์ "ทะเลอันดามัน" บรรจุในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น ของศูนย์มรดกโลก ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.ระนองจ.พังงา และจ.ภูเก็ต เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี ก่อนเสนอขึ้นเป็นมรดกโลก ต่อไป เพื่อเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติ อย่างยั่งยืน และสร้างความภาคภูมิใจให้คนไทย พร้อมทั้งจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่สำคัญของประเทศชาติ 

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์มรดกโลกอย่างต่อเนื่อง และขอให้คนไทย ได้ร่วมกันดูแลรักษา สงวนไว้ให้คงคุณค่า และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อให้มรดกโลกในประเทศไทย คงอยู่กับคนไทย และลูกหลานไทย อย่างยั่งยืน ถาวร สืบไป พร้อมขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุทยานแห่งชาติฯ กรมศิลปากร และภาคประชาชน ที่ได้มีส่วนร่วมอนุรักษ์ อย่างจริงจัง ที่ผ่านมา

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ให้กระทรวงทรัพยากรฯประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง ในการผลักดันขอขึ้นทะเบียน แหล่งทางธรรมชาติ และทางวัฒนธรรม ให้เป็นมรดกโลกให้ได้ตามเป้าหมาย และปฏิบัติตามมติคณะกรรมการมรดกโลก อย่างถูกต้อง ครบถ้วน  พล.อ.ประวิตร ยังได้เน้นย้ำให้ ทส.เร่งสำรวจการถือครองที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัยของประชาชน ในเขตอุทยานแห่งชาติ ให้ได้ข้อยุติตาม กม. อย่างถูกต้องโดยเร็ว พร้อมสร้างการรับรู้ ความเข้าใจให้ประชาชนอย่างทั่วถึง

”บิ๊กป้อม” สั่งก.รง. เอาผิดนายจ้าง นำเข้าแรงงานต่างด้าว ฟัน ไม่มีละเว้น เผย จัดชุดเฉพาะกิจ 5 ชุดลงพื้นที่ตรวจจับ

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจังหวัด ว่า ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้หารือถึงมาตรการป้องกันแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง โดยเฉพาะการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปเกี่ยวข้องในการนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาอย่างผิดกฏหมาย ซึ่งเรื่องนี้ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะมีการแถลงให้ทราบกัน ในส่วนของกระทรวงแรงงานจะดูในเรื่องของสถานประกอบกิจการที่มีการนำแรงงานผิดกฏหมายเข้ามา ที่ผ่านมาได้จับไปแล้วถึง 3 แสนกว่าคนใน 2 หมื่นกว่ากิจการ

“เรากำลังจะประชุมร่วมกับประธานหอการค้าไทย สภาหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการ ก่อนที่จะมีการออกประกาศกฎกระทรวงเพื่อขอความร่วมมือและเอาผิดกับบรรดานายจ้างทั้งหมดที่นำเข้าแรงงานผิดกฏหมาย จะมีการกำหนดบทลงโทษชัดเจน โดยจะมีชุดเฉพาะกิจทั้งหมด 5 ชุดในการออกตรวจจับ ถ้าเจอก็จะดำเนินคดีให้สูงที่สุด ไม่มีละเว้นและรายงานผลออกมา เรื่องนี้เป็นนโยบายของพล.อ.ประวิตร อยู่แล้ว โดยจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดจากนี้ไป แต่จะไม่มีการดำเนินการย้อนหลังกับโรงงานที่ทำความผิดก่อนหน้านี้”

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะดำเนินการอย่างไรก็สถานประกอบการหรือเจ้าของโรงงานที่ไม่ยอมให้ตรวจ รมว.แรงงาน กล่าวว่า ตรวจได้ ตนมีอำนาจในการตรวจ ซึ่งโทษก็จะมีทั้งจำ ทั้งปรับ ส่วนบางโรงงานที่ปกปิดข้อมูลนั้น ไม่เชิงปกปิดข้อมูล และมีไม่เยอะ อย่างบางเคสที่เราเจอก็จะมีการปรามเพื่อไม่ให้มีการสั่งออเดอร์แรงงานเข้ามา ถ้าสั่งมาก็จับโดยส่งข้อมูลให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี กระทรวงแรงงานจะทำหน้าที่เป็นเพียงผู้กล่าวโทษ ส่วนการดำเนินคดีจะเป็นหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งมีโทษแรง ทั้งนี้กระทรวงแรงงานจะทำงานแบบบูรณาการร่วมกับทางตำรวจซึ่งได้ คุยกับผบ.ตร.แล้ว รวมถึงกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งความจริงก่อนหน้านี้เราก็ทำงานร่วมกันอยู่แล้ว แต่ตอนนี้มีสถานการณ์ของโควิดอยู่ จึงมีความเป็นห่วง

เมื่อถามถึงกรณีที่บุคคลากรด้านหน้าทั้งหมอ พยาบาล ทำงานเหนื่อยกันมาก แต่ด้านหลังกลับปล่อยให้มีการลักลอบเข้ามา นายสุชาติ กล่าวว่า ความจริงต้องดูว่าตัวเลขที่เข้ามามีจำนวนเท่าไหร่ ความจริงไม่ได้มากอย่างที่คิดกัน และการที่จะติดเชื้อก็ไม่ได้ติดเฉพาะจากคนต่างชาติ แต่ก็มีติดจากคนไทยด้วย เพราะฉะนั้นต้องบูรณาการร่วมกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่าส่วนตัวหนักใจกับโรงงานต่าง ๆ ที่มีแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้ามาหรือไม่ รมว.แรงงาน กล่าวว่า อย่าไปคิดว่าทุกโรงงานจะมีแรงงานต่างด้าว เพราะที่ไปตรวจ บางโรงงานก็ไม่มี หรืออย่างแคมป์คนงานที่อิตาเลียนไทยที่พบการติดเชื้อ ปรากฏว่าไม่ได้ติดจากแรงงานต่างด้าว แต่เป็นการติดจากคนไทยที่พบติดเชื้อถึง 15 คน ขณะนี้กำลังจะนำทีมเข้าไปฉีดวัคซีนในโรงงานที่มีคนงาน 500 คนขึ้นไป ส่วนโรงงานอื่น ๆ นั้น บางครั้งหากจะเข้าไปฉีดก็ต้องดูด้วยว่าอยู่ใกล้โรงพยาบาลหรือไม่ เพราะหากฉีดแล้วเกิดผลกระทบอะไรขึ้นมาก็อาจจะลำบากในการนำตัวไปยังโรงพยาบาล

"อรรถวิชช์" เสนอรัฐบาล เร่งส่งวัคซีนฉีดให้เจ้าหน้าที่ไทยในต่างประเทศ ชี้ นายกฯ ได้ครบ 2 เข็มพร้อมสู้ แต่ทูต-เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานยังเสี่ยง 

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวเสนอให้รัฐบาลส่งวัคซีนที่มีอยู่ ฉีดให้กับเจ้าหน้าที่ไทยที่ปฏิบัติงานดูแลคนไทยในต่างประเทศ เพราะมีข้อร้องเรียนมาว่า เจ้าหน้าที่ที่ประจำการหลายประเทศยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน แต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ดูแลคนไทย ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ระบาดหนักในหลายประเทศ มีเพียงบางประเทศเท่านั้นที่ได้รับการฉีดวัคซีน โดยประเทศปลายทางเป็นผู้ให้บริการ

"ทูตและผู้แทนไทย เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตร กองทัพบก กองทัพอากาศ กองทัพเรือ ตำรวจ ธนาคารแห่งประเทศไทย BOI การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ปปส. หน่วยงานเหล่านี้ล้วนมีเจ้าหน้าที่อยู่ต่างประเทศ แต่หลายคนยังไม่ได้รับวัคซีน ทั้งที่มีหน้าที่เป็นด่านหน้าในการดูแลคนไทยในต่างประเทศสู่ภัยกับโรคระบาดครั้งนี้ จนปัจจุบันมีหลายท่านที่ป่วยและไม่สามารถปฏิบัติงานได้" นายอรรถวิชช์กล่าว 

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้รับวัคซีน Astrazeneca เข็มที่ 2 แล้วในวันนี้ ก็คงสามารถทำงานได้ดีขึ้น เสี่ยงน้อยลง แต่เจ้าหน้าที่ของไทยในต่างแดนยังต้องเสี่ยงอยู่ ต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังเหมือนที่ท่านนายกฯ เคยกล่าว โดยขอให้เทียบเคียงกรณีสหรัฐฯ ส่งวัคซีน Pfizer มาฉีดให้เจ้าหน้าที่สหรัฐในไทยเมื่อต้นเดือนนี้ หรือจีนที่ส่งวัคซีน Sinovac มาให้คนจีนในไทยฉีดในช่วงเวลาที่ผ่านมา 

นายอรรถวิชช์ ย้ำด้วยว่า เรื่องนี้สะท้อนระบบราชการที่ล้าหลัง ในการดูแลคนทำงานหน้าด่านในต่างประเทศ การส่งวัคซีนข้ามประเทศโดยใช้เอกสิทธิ์ทางการทูตน่าจะไม่จากเกินกำลังของรัฐบาลไทย  ความเร็ว เป็นหัวใจในการแก้วิกฤติ เป็นกำลังใจให้คนทำงาน


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit
LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32
 

รัฐบาลสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป (EU) แสดงท่าทีไม่พอใจอย่างมาก หลังรัฐบาลเบลารุสส่งเครื่องบินเจ็ตเข้าประกบเครื่องบินของสายการบินไรอันแอร์ที่บินจากกรุงเอเธนส์ไปยังกรุงวิลนีอุสผ่านน่านฟ้าเบลารุส

รัฐบาลสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป (EU) แสดงท่าทีไม่พอใจอย่างมาก หลังรัฐบาลเบลารุสส่งเครื่องบินเจ็ตเข้าประกบเครื่องบินของสายการบินไรอันแอร์ที่บินจากกรุงเอเธนส์ไปยังกรุงวิลนีอุสผ่านน่านฟ้าเบลารุส

โดยทางการเบลารุสได้บังคับให้เครื่องบินสายการบินไรอันแอร์ร่อนลงจอดในกรุงมินสก์ ก่อนจะเข้าจับกุมนายรามาน ปราตาเซวิช ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวที่โดยสารมาในเครื่อง ทั้งนี้ เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบการเดินทางทางเครื่องบินของยุโรปอย่างร้ายแรงและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ด้านโฆษกของสายการบินไรอันแอร์ระบุว่า ลูกเรือของเที่ยวบินดังกล่าวได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่เบลารุสว่ามีบุคคลที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงโดยสารมาในเครื่อง และเมื่อเครื่องลงจอดที่กรุงมินสก์ เจ้าหน้าที่เบลารุสก็ได้ทำการจับกุมนายปราตาเซวิช ซึ่งเป็นอดีตบรรณาธิการบริหารของหนึ่งในช่องทางข่าวสารบนแอปพลิเคชันเทเลแกรมที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในเบลารุส รวมถึงเป็นผู้สื่อข่าวที่ทำหน้าที่รายงานข่าวการประท้วงต่อต้านประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ซึ่งชนะการเลือกตั้งในปี 2563 โดยมีข้อครหาจากหลายฝ่ายทั่วโลก

นายแอนโทนี บลินเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า “สหรัฐฯ ขอประนามการบังคับให้เครื่องบินที่เดินทางระหว่างประเทศสมาชิก EU ต้องลงจอดนอกจุดหมาย รวมถึงการควบคุมตัวและจับกุมผู้สื่อข่าวอย่างนายโรมัน ปราตาเซวิชด้วย”

“รายงานเบื้องต้นระบุว่า มีหน่วยงานความมั่นคงของเบลารุสเข้ามาเกี่ยวข้องในเหตุการณ์นี้ และมีการใช้เครื่องบินของกองทัพอากาศเบลารุสเพื่อบังคับเครื่องบินให้ลงจอด ซึ่งน่ากังวลอย่างยิ่ง และจำเป็นต้องมีการสอบสวนโดยละเอียดต่อไป” นายบลินเคนระบุ

การบังคับให้เครื่องบินลงจอดครั้งนี้ ทำให้ประเทศสมาชิก EU เช่น ฝรั่งเศส, กรีซ, โปแลนด์ และเยอรมนีต่างพากันประณามการตัดสินใจดังกล่าว พร้อมแสดงท่าทีโกรธเคืองอย่างยิ่ง ทั้งนี้ คาดว่า EU อาจมีการใช้มาตรการคว่ำบาตรกับรัฐบาลเบลารุส โดยผู้นำของประเทศสมาชิก EU จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดในกรุงบรัสเซลส์ในวันนี้และวันพรุ่งนี้ เพื่อพิจารณาแนวทางการตอบโต้การกระทำของรัฐบาลเบลารุส ซึ่งนางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) กล่าวว่าเป็นเรื่องยอมรับไม่ได้เด็ดขาด

ด้านนายเจนส์ สโตลเตนเบิร์ก เลขาธิการชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) กล่าวว่า “เรื่องนี้นับว่ามีความร้ายแรงและอันตรายอย่างยิ่ง จึงควรมีการสอบสวนในระดับนานาชาติ”

 

ที่มา : https://www.infoquest.co.th/2021/89938


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top