Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

สีสันจากต่างประเทศ เมื่อทางการลาสเวกัสต้องการดึงดูดให้คนฉีดวัคซีนโควิด-19 จึงผุดไอเดียแปลกตั้งบูธฉีดวัคซีนไว้ในคลับเปลื้องผ้าเสียเลย

ความต้องการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในสหรัฐฯ ที่ลดลง ทำให้หลายพื้นที่พากันเค้นไอเดียหาวิธีที่จะดึงดูดให้ประชากรในสหรัฐฯ หันมาฉีดวัคซีนโควิด-19 มากขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ภาครัฐและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในลาสเวกัสก็เป็นกลุ่มหนึ่งที่ประสบปัญหาดังกล่าว

พวกเขาจึงหันมาใช้วิธีที่แหวกแนวมากขึ้นในการจูงใจให้ผู้คนมาฉีดวัคซีนโควิด-19 ด้วยการเปลี่ยน Larry Flynt’s Hustler Club คลับสำหรับผู้ใหญ่ที่เคยมีโชว์เปลื้องผ้ามาเป็นคลินิกฉีดวัคซีนแบบวอล์กอินแทน

โจแอนน์ รูปิเปอร์ หัวหน้าพยาบาลของฝ่ายบริการสาธารณสุขรัฐเนวาดาใต้ ซึ่งดูแลคลินิกแบบวอล์กอิน กล่าวว่า “นี่เป็นอีกวิธีหนึ่งในการเข้าถึงประชากรของเรา...มันอาจจะช่วยดึงดูดบางคนที่ชอบความแปลกใหม่ให้มาฉีดวัคซีนจนได้ ฉันคิดว่านะคะ”

คลินิกแห่งนี้เปิดทำการเฉพาะหัวค่ำ โดยให้บริการแก่ประชากรได้ประมาณ 100 คนต่อวัน หลังจากนั้นก็จะคืนพื้นที่ให้คลับเปลื้องผ้าเปิดทำการตามปกติ พนักงานหลายคนในคลับ รวมถึงเหล่านักแสดงโชว์ต่างก็เข้ารับการฉีดวัคซีนที่นี่

ผู้รับวัคซีนโควิด-19 บางคนที่เดินทางมาฉีดวัคซีนที่นี่ยอมรับว่า แต่เดิมพวกเขาไม่ได้เต็มใจที่จะรับวัคซีน แต่ตัดสินใจที่จะมารับวัคซีนเพราะต้องการมาดูโชว์ในคลับแห่งนี้ ถือเป็นผลพลอยได้

โรเบอร์โต มอนต์ติ ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กับคลับดังกล่าว เล่าว่า เขาคิดจะไปฉีดวัคซีนในสถานอื่น แต่สุดท้ายตัดสินใจมาที่ Hustler Club เพราะรู้สึกคุ้นเคยมากกว่า

“ผมเคยมาที่นี่หลาย...เอ่อ สองสามครั้ง...จริง ๆ อาจจะเป็น 10 ครั้งแหละ (หัวเราะ)” มอนต์ติบอก

ด้าน ไมเคิล ไมเยอร์ส ชาวเมืองลาสเวกัสกล่าว ขณะที่เขายืนรอคิวอยู่ท่ามกลางภาพวาบหวิวและป้ายแนะนำการเว้นระยะห่างทางสังคมว่า “ตอนภรรยาของผมบอกว่าที่นี่มีบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ผมก็ถามเธอว่า ‘โอ้ จริงหรอ’ พอเธอบอกว่าจริงผมก็ตอบกลับเลยว่า ‘ขอคิดดูสักครู่’”

ลิซา ฮาร์เปอร์ ภรรยาของไมเยอร์สบอกว่า สามีของเธอเปลี่ยนใจมาฉัดวัคซีนโควิด-19 ทันทีเมื่อเธอบอกเขาว่าสามารถมาฉีดที่ Hustler Club ได้

“คนจำนวนมากที่เดิมตัดสินใจหรือลังเลว่าจะไม่ฉีดวัคซีนโควิด-19 เปลี่ยนใจทันที มีผู้ชายหลายคนบอกว่า พวกเขามาที่นี่เพราะมันคือ Hustler Club นี่เป็นไอเดียที่ฉลาดมาก” ฮาร์เปอร์บอก

ไมเยอร์สในวัย 70 ปีบอกว่า เดิมเขาไม่เต็มใจที่จะฉีดวัคซีนโควิด-19 และกังวลว่ามันใช้งานได้จริงแค่ไหน แต่อายุของเขามากแล้ว และเขากังวลว่าจะแพร่เชื้อให้คนอื่นรวมถึงภรรยาของเขา บวกกับเมื่อมีบริการฉีดที่ Hustler Club ก็ทำให้เขาตัดสินใจได้

ไมเยอร์สกล่าวว่า เขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่ไม่มีนักเต้นอยู่บนเวทีในขณะที่เขากำลังฉีดวัคซีน แต่ก็เป็นไปได้ว่านั่นเพื่อกันไม่ให้ผู้ที่จะเข้ารับวัคซีนเกิดความดันขึ้นหรือพลุ่งพล่านเกินไปเสียก่อน

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัฐเนวาดากล่าวในสัปดาห์นี้ว่า ประชากรในรัฐที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไปมากกว่า 46% ได้รับวัคซีนโควิด-19 อย่างน้อยหนึ่งเข็มแล้ว แต่มีอัตราการฉีดลดลงอย่างมาก ทำให้รัฐไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ โดยมีเป้าหมายฉีดวัคซีนอยู่ที่ 75% ของประชากรที่มีสิทธิ์ได้รับวัคซีน

นั่นทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเนวาดาหันมาเปิดบูธคลินิกฉีดวัคซีนตามสถานที่ต่าง ๆ มากขึ้น เช่น โบสถ์ โรงเรียน และบ้านพักคนชรา มาจนถึงคลับเปลื้องผ้า เพื่อเข้าถึงประชากรให้มากขึ้น

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของลาสเวกัส กล่าวว่า Hustler Club เป็นฝ่ายติดต่อมาเพื่อช่วยเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีน โดยทางคลับบอกว่าเคยทำมาก่อนแล้วในนิวออร์ลีนส์และประสบความสำเร็จดี โดยมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าที่มีหลักฐานการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็น สิทธิเข้าชมฟรี เครื่องดื่มฟรี โชว์พิเศษจากนักแสดงที่ได้รับวัคซีน และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ

ราล์ฟ เจมส์ ผู้จัดการทั่วไปของ Hustler Club กล่าวว่า นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้ช่วยเหลือชุมชนให้กลับสู่สภาวะปกติได้เร็วขึ้น เขายอมรับว่า คนทั่วไปอาจมองว่าคลับเปลื้องผ้ากับสาธารณสุขเป็นสองอย่างที่อยู่ไกลกัน แต่เขากล่าวว่า “เราจะให้โอกาสนี้ ทำให้หลายคนได้เห็นว่า ที่นี่สะอาดแค่ไหน และมันก็เป็นธุรกิจปกติเหมือนธุรกิจอื่น ๆ”

ปัจจุบัน สหรัฐฯ ฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชากรแล้วกว่า 164 ล้านคน หรือ 49.68% ของประชากรทั้งประเทศ ขาดอีกเพียงราว 20% เท่านั้นก็จะบรรลุเป้าหมายฉีดวัคซีนให้ประชากร 70% ซึ่ง โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศไว้ว่า จะฉีดให้ถึงเป้าภายใน 4 ก.ค. ซึ่งตรงกับวันชาติ

 

ที่มา : https://www.pptvhd36.com/news/ต่างประเทศ/148180



แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit
LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

‘มาเลเซีย’ เตรียมใช้โดรนส่งพัสดุพื้นที่ห่างไกล พร้อมตั้งเป้าผู้นำด้าน DroneTech

เพจ AEC Connect ได้โพสต์ถึง Teleport บริษัทร่วมทุนด้านโลจิสติกส์ของ AirAsia Digital ที่ได้ร่วมมือกับ Malaysian Global Innovation and Creativity Centre (MaGIC) ซึ่งเป็นสำนักเลขาธิการหลักของ National Technology and Innovation Sandbox (NTIS) ของประเทศมาเลเซีย เปิดตัวบริการจัดส่งพัสดุในพื้นที่เขตเมืองโดยใช้โดรน โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการทดสอบ นอกจากนี้โครงการยังมีเป้าหมายที่จะพัฒนาบริการดังกล่าวเพื่อใช้ในการจัดส่งพัสดุในพื้นที่เขตเมืองในระยะยาวอีกด้วย

Khairy Jamaluddin รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของมาเลเซียกล่าวว่า มาเลเซียพร้อมที่จะเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม DroneTech ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ 127 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2568 และมีแผนที่จะขยายธุรกิจการจัดส่งสินค้าด้วยโดรนให้ครอบคลุมในทุก ๆ ภาคส่วน เช่น การจัดส่งสิ่งของที่จำเป็นหรือเวชภัณฑ์ไปยังพื้นที่ชนบทห่างไกลหรือได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ

ปัจจุบันโครงการนำร่องสำหรับการจัดส่งสินค้าโดยโดรนได้รับการสนับสนุนจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของ AirAsia ที่มีชื่อว่า “AirAsia Shop”

สำหรับการทดสอบใช้โดรนจะใช้ระยะเวลา 6 เดือน ในพื้นที่ของ NTIS ในเมือง Cyberjaya ซึ่งการทดสอบจะมีผู้ให้บริการโดรนในพื้นที่จำนวน 2 ราย เข้าร่วม ได้แก่ VStream Revolution Sdn Bhd และ Meraque Services SdnBhd

โดรนจัดส่งพัสดุจะได้รับอนุมัติให้เปิดบริการได้ก็ต่อเมื่อการทดสอบประสบผลสำเร็จ โดยในระยะแรกของการให้บริการจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อประเมินความสามารถ ประสบการณ์ กระบวนการอนุมัติ ความพร้อมในการปรับใช้ และการขยายบริการของผู้ให้บริการโดรน

NTIS ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานการบินพลเรือนแห่งมาเลเซีย (CAAM) โดยวางแผนที่จะรับรองความปลอดภัยของบริการอากาศยานไร้คนขับหรือยูเอวีในเขตพื้นที่เมืองให้เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของหน่วยงานกำกับดูแลด้านเทคนิคของมาเลเซีย

Tony Fernandes ซีอีโอของ AirAsia Group เชื่อมั่นว่าการร่วมมือกับ MaGIC ในการพัฒนาโดรนจัดส่งพัสดุจะนำมาซึ่งโซลูชั่นด้านโลจิสติกส์ที่เป็นนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพและความเป็นเลิศในการดำเนินงาน นอกจากนี้ยังช่วยให้เวลาในการจัดส่งพัสดุในเขตพื้นที่เมืองโดยโดรนรวดเร็วขึ้นอีกด้วยและกล่าวเสริมว่า นวัตกรรมนี้จะสร้างโอกาสในการทำงานใหม่ ๆ ให้กับใครหลาย ๆ คนในอุตสาหกรรมการบินที่กำลังตกงานอยู่


ที่มา: https://www.facebook.com/111389082537287/posts/1458050424537806/
Drones will begin delivering your packages in Malaysia - Tech (mashable.com)


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit
LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

ส.ส.พปชร. นครศรีฯ ขอบคุณ รมว.ยุติธรรม หลังประสานงานกรมราชทัณฑ์ เรือนจำกลางนครศรีฯ รับซื้อผลผลิตฟักทองเกษตรกร หวังเรือนจำ 14 จังหวัดภาคใต้ ช่วยรับซื้อผลผลิตเพิ่ม เหตุเกษตรกรยังเดือดร้อนผลผลิตล้นตลาด-ราคาตกต่ำ

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2 จ.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยความคืบหน้า การประสานขอความร่วมมือไปยังกรมราชทัณฑ์ เพื่อรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรใช้ในการประกอบอาหารให้กับผู้ต้องขังว่า ตนขอขอบคุณนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มีนโยบายให้กรมราชทัณฑ์ โดยเรือนจำกลาง จ.นครศรีธรรมราช ช่วยเหลือเกษตรกร รับซื้อฟักทองจำนวน 4,000 กก. ซึ่งขณะนี้เกษตรกรได้ขนส่งไปยังเรือนจำกลางจ.นครศรีฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้แม้ว่าเรือนจำกลางจ.นครศรีฯ จะรับซื้อผลผลิตฟักทอง เป็นจำนวน  4 ตัน ซึ่งจะใช้ในการประกอบอาหารรวม 3 สัปดาห์ แล้วก็ตาม แต่ขณะนี้จากประมาณการผลผลิต คาดว่าจะมีฟักทองของเกษตรกรพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง 5 อำเภอ คือ อ.หัวไทร อ.เชียรใหญ่ อ.ปากพนัง อ.ชะอวด และอ.เฉลิมพระเกียรติ ออกสู่ตลาดในเดือนมิ.ย.248 ตัน และเดือนก.ค.อีก 570 ตัน 

ดังนั้นตนจึงอยากขอให้ กรมราชทัณฑ์ โดยเรือนจำในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้พิจารณารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรเพิ่มเติม เพื่อให้เกษตรกรสามารถมีช่องทางการตลาดที่จะระบายผลผลิต ซึ่งขณะนี้มีราคาตกต่ำ และมีปริมาณเป็นจำนวนมาก โดยเป็นการช่วยเหลือให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย 'กวีสองแผ่นดิน' ผู้ประพันธ์กาพย์เห่เรือขบวนพยุหยาตราชลมารค ได้โพสต์เฟซบุ๊กเตือนสติสังคมไทยว่า…

ไม่นานมานี้ นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย 'กวีสองแผ่นดิน' ผู้ประพันธ์กาพย์เห่เรือขบวนพยุหยาตราชลมารค ได้โพสต์เฟซบุ๊กเตือนสติสังคมไทยว่า…

เคยไปคุยกับท่านมั่งหรือเปล่า

ตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นมา ผมมีเหตุต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับ “คำด่าพระเจ้าแผ่นดิน” เนือง ๆ ทำให้เกิดความคิดหลาย ๆ อย่าง

อย่างแรก คิดถึงคำที่คนพูดกันว่า เวลานี้บ้านเราเผด็จการทหารครองเมือง

แต่เวลานี้บ้านเราคนด่าพระเจ้าแผ่นดินกันเป็นว่าเล่น ด่าได้อย่างเสรียิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ในประวัติศาสตร์เสียด้วยกระมัง

อย่างต่อไปที่ผมคิดก็คือ คนที่ด่าพระเจ้าแผ่นดินนั้น ทั้งหมดไม่เคยรู้จักพระเจ้าแผ่นดินเลย

“รู้จัก” - ขออนุญาตพูดเป็นภาษาสามัญ - ไม่ได้หมายถึงรู้จักชื่อ เคยเห็นในข่าวหรือเคยเห็นตัวจริง ๆ ตอนมีงานที่นั่นที่โน่น รู้จักแบบนั้นใครก็รู้จัก

แต่ “รู้จัก” ที่ว่านี้หมายถึงรู้ความจริงในชีวิตประจำวัน เช่นรู้ว่าพระเจ้าแผ่นดินตื่นนอนกี่โมง เข้านอนกี่ทุ่ม เช้าทำอะไร สายทำอะไร เย็นทำอะไร ตลอดจนพระเจ้าแผ่นดินไปทำอะไรไว้ที่ไหนอย่างไร-รู้เห็นจากของจริงด้วยตาตัวเอง ไม่ใช่จากชุดข้อมูลที่มีผู้จัดทำขึ้นแล้วเอามาบอกเรา

ทั้งหมดที่ด่าพระเจ้าแผ่นไม่เคยรู้จักพระเจ้าแผ่นดินตามความหมายที่ว่านี้ แต่ด่าพระเจ้าแผ่นดินได้เป็นช่องเป็นฉากเป็นวรรคเป็นเวร ราวกับได้สะกดรอยตามพระเจ้าแผ่นดินตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอนทุกวันเวลาจนรู้ความจริงหมดไส้หมดพุง

และถ้าสังเกตสักหน่อยก็จะเห็นว่า คำด่าพระเจ้าแผ่นดินนั้นเหมือนคนด่าจะไม่ได้คิดเอง แต่ได้ข้อมูลมาจากแหล่งเดียวกัน คำด่าส่วนมากมีลักษณะเป็น “ข้อกล่าวหา” ซึ่งยังจะต้องพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงกันอีกมาก แต่ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าจริงหรือเท็จ ผู้ด่าก็เอามาด่าได้เต็มปากเต็มคำ 

และผู้ถูกด่าก็เสียหายไปเรียบร้อยแล้ว จริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้นั่นแหละ

บางเรื่องฟังแล้วก็สังเวชใจ พระเจ้าแผ่นดินทรงเอาพระทัยใส่เรื่องพระพุทธศาสนา แต่คนด่าก็พลิกหาเหลี่ยมขึ้นมาด่าจนได้ 
เอากะพ่อกะแม่มันสิเออ คนจะด่านี่หาเหตุด่าได้ทุกเรื่องจริงๆ 

ในฐานะสมาชิกของสังคมที่จะต้องได้ยินได้ฟังได้รับข้อมูลอย่างเลี่ยงไม่ได้ ผมทำอย่างไร 

ผมก็เหมือนคนทั่วไป คือยังมีชอบมีชัง เวลาได้ยินใครด่าใครและผมจำเป็นต้องรับรู้ ผมมีวิธีจัดการของผม นั่นคือ รับรู้ไว้ก่อน แต่ยังไม่ให้ราคา ยังไม่ตัดสินใจว่าจะชอบหรือจะชัง 

รับไว้แล้วก็วางไว้ ไม่ต้องทำอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง-ไม่เอาไปบอกต่อ

ต่อจากนั้น ถ้าสนใจประเด็นไหน อยากรู้ความจริง ก็ลงมือสืบเสาะ แต่ไม่ใช่ไปรับเอาชุดข้อมูลที่ถูกทำขึ้นมาเป็นเกณฑ์ตัดสิน

สืบเสาะแล้ว ถ้ายังไม่รู้ว่า จริง ๆ แล้วมันเป็นอย่างไรกันแน่ ก็วางไว้ที่เดิม ไม่ลงมติชอบหรือชัง

ตรงนี้แหละที่คนทั่วไปมักไม่ได้ทำ-คือสืบสวนหาข้อเท็จจริงก่อน

ส่วนมาก พอได้รับข้อมูลมาก็ตัดสินทันที เชื่อทันที ชอบทันที ชังทันที แล้วก็เอาไปขยายต่อทันที ราวกับว่าข้อมูลที่ได้รับมานั้นพิสูจน์ทราบแล้วด้วยตนเองว่า-จริงทั้งหมด-ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว จริงหรือเท็จตัวเองก็รู้ตามที่เขาบอกอีกทีหนึ่งทั้งนั้น

คนที่ผลิตชุดคำด่าพระเจ้าแผ่นดินเขาก็คงใช้หลักความจริงข้อนี้แหละเป็นเหยื่อ คือด่าไปก่อนให้คนฟัง คนส่วนมากฟังแล้วไม่ทันได้คิดที่จะสืบสวนหาข้อเท็จจริง ก็จะเกลียดพระเจ้าแผ่นดินทันทีสมความปรารถนา

ยังมีข้อควรคิดอีก ถ้าสมมุติว่าเรื่องที่ด่าพระเจ้าแผ่นดินนั้นเกี่ยวกับผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ถ้าเรานิ่งเฉย แล้วถ้าเกิดเป็นเรื่องจริงจะว่าอย่างไร ควรจะทำอย่างไรกัน

ผมว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่จนไม่มีทางไป ถ้าเราห่วงประเทศชาติและประชาชนถึงขนาดนั้น ก็ยังมีวิธีอื่นอีก

วิธีที่ตรงที่สุด ง่ายที่สุด แต่ไม่มีใครกล้าทำ ก็คือ-ก็ถามพระเจ้าแผ่นดินไปตรง ๆ นั่นเลย

สมัยสุโขทัย ใครเจ็บท้องข้องใจก็ไป ... สั่นกระดิ่งที่ปากประตูหั้น ... สมัยนี้ง่ายกว่ากันเยอะเลย ใช้ช่องทางไหนด่าพระเจ้าแผ่นดิน ก็ใช้ช่องทางนั้นนั่นแหละถามพระเจ้าแผ่นดินได้เลย 

ถามพระเจ้าแผ่นดินง่ายกว่าด่าพระเจ้าแผ่นดินเป็นไหน ๆ ไม่มีกฎหมายฉบับไหนห้ามพสกนิกรถามข้อข้องใจกับพระเจ้าแผ่นดิน เคยเฉลียวใจกันบ้างไหมว่า เราให้ความเป็นธรรมแก่พระเจ้าแผ่นบ้างหรือเปล่า คนด่าพระเจ้าแผ่นดินข้างเดียว แต่พระเจ้าแผ่นดินไม่มีโอกาสแก้ข้อกล่าวหาเลย ผมว่าการถามพระเจ้าแผ่นดินอย่างตรงไปตรงมานี่แหละคือการถวายโอกาสให้พระองค์ท่านตอบข้อข้องใจได้อย่างวิเศษที่สุด

หรือถ้าจะให้เจ๋งกว่านั้น ก็เข้าไปคุยกับท่านตัวต่อตัวเลย ท่านประทับอยู่ที่ไหน เราก็รู้ทางไปอยู่แล้ว ยากอะไร ไปขอเข้าเฝ้าทูลถามข้อข้องใจได้เลย 

ผมเชื่อว่าในบรรดาพระเจ้าแผ่นดินเมืองไทยของเรานี้ พระเจ้าแผ่นดินรัชกาลปัจจุบันเข้าพบหรือขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทได้ง่ายที่สุดพระองค์หนึ่ง

ผู้ที่เคยเข้าเฝ้าบอกว่า ในนั้น (คือในวังที่ประทับ) ใครเข้าเฝ้าเวลาไหน มีอาหารพระราชทานเลี้ยงตลอดเวลา ตามคำโบราณว่า “ก้นถึงฟาก ปากถึงน้ำ” - เรื่องเล็ก ๆ (แต่สำคัญมาก) แบบนี้มีใครเคยรู้บ้าง?

ใช้วิธีด่า แต่ไม่กล้าถามเจ้าตัวนี่ ผมนึกถึงพระเดชพระคุณพระธรรมปัญญาภรณ์ (ไพบูลย์ ชินวํโส ป.ธ.๗) เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุราชบุรี หลวงพ่อท่านโดนแบบเดียวกัน คือหลวงพ่อท่านทำโน่นทำนี่ภายในวัดตลอดเวลา งานไม่ว่าง คนที่ตามความคิดท่านไม่ทันก็มักไม่เข้าใจว่าท่านทำอะไรของท่าน เมื่อไม่เข้าใจก็บ่น หนักเข้าก็ด่า 

หลวงพ่อท่านประกาศเสมอว่า ใครสงสัยเรื่องอะไรให้มาถามกับท่านตรงๆ อย่าไปฟังคนอื่น แต่เชื่อหรือไม่ว่า ไม่เคยมีใครกล้าไปถามท่าน แต่ชอบใช้วิธีฟังจากคนนั้นคนโน้น แล้วก็ด่าท่านต่อไป

ผมว่า ต่อไปนี้ถ้าใครอยากจะด่าพระเจ้าแผ่นดิน ก็ควรจะถูกถามกันมั่งว่า คนที่คุณด่าหรือกำลังคิดจะด่านั่น คุณเคยไปคุยกับท่านมั่งหรือเปล่า

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit
LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

รัฐบาลพร้อมเปิดโรงพยาบาลสนามเพื่อผู้พิการ 1 มิ.ย. โมเดลระดับภูมิภาค ใช้นวัตกรรมทางการแพทย์ดูแลผู้ป่วย

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันเดียวกันนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความพร้อมการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธรเพื่อคนพิการ ซึ่งเป็นการบูรณาการการทำงาน 3 กระทรวงหลัก ได้แก่ ก.สาธารณสุข ก.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และก.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะเปิดให้บริการแก่ผู้ป่วยพิการอายุ 15-65ปี ในวันที่ 1 มิ.ย. โดยมี ศ.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกรระทรวงสาธารณสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และนายกสมาคมผู้พิการ ร่วมลงพื้นที่ด้วย

รพ.สนามแห่งนี้ถือเป็นโมเดลระดับภูมิภาค ในการดูแลผู้พิการที่ป่วยด้วยโรคไวรัสโควิด19 ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการไม่มาก สามารถรองรับผู้ป่วยพิการได้จำนวน 224 เตียง และความพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ มีการใช้นวัตกรรมและระบบเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วยระหว่างการรักษาตัว อาทิ รถเข็นบังคับระยะไกลส่งของให้ผู้ป่วยโควิด-19 เครื่องฆ่าเชื้อโรคด้วยแสงยูวีซี เพื่อลดการแพร่เชื้อ ระบบ TTRS (เครื่องช่วยสื่อสารสำหรับคนหูหนวก) เปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบ ทั้งนี้ผู้พิการที่ติดเชื้อโควิด19 สามารถติดต่อรับการดูแลได้หลายช่องทาง กล่าวคือ ผ่านสายด่วนสาธารณสุข 1668 ศูนย์บริการช่วยเหลือสังคมสายด่วน 1300 และสายด่วนคนพิการ 1479 รวมถึงแอปพลิเคชั่น TTRS กรณีคนพิการทางการได้ยินและสื่อความหมาย

นางสาวรัชดา กล่าวว่า นายจุรินทร์ฯ ได้เน้นย้ำถึงความตั้งใจของรัฐบาลที่จะดูแลกลุ่มคนเปราะบางให้ดีที่สุด และทุกส่วนราชการได้ร่วมกันทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งผู้พิการเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย โดยภายใต้สถานการณ์โควิด-19 คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ได้เห็นชอบมาตรการ อาทิ การขยายเวลาบัตรผู้พิการที่บัตรหมดอายุ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์สวัสดิการต่าง ๆ การขยายเวลาพักหนี้กองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ การขยายเวลายื่นเรื่องขอกู้ฉุกเฉิน ปลอดดอกเบี้ย ปลอดคนค้ำ จากกองทุนฯ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงเวลาของความยากลำบากนี้

“บิ๊กตู่” ลั่นเดินหน้าฉีดวัคซีนให้ประชาชน รวมกว่า 3 ล้านโดสแล้ว เป็นอันดับต้นของอาเซียน ภูมิใจไทยฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นอันดับ 5 ของอาเซียนแล้ว

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศให้การฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมระบุว่าช่วงตั้งแต่เดือน มีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลได้เร่งระดมฉีดวัคซีนให้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ สาธารณสุข อสม. ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและมีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีโรคประจำตัว ตามจำนวนวัคซีนที่เข้ามา

ทั้งนี้ จากรายงานล่าสุดเมื่อ 25 พฤษภาคม 2564 ไทยมีจำนวนการฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วถึง 3,024,313 โดส เป็นอันดับ 5 ของอาเซียนและจะเลื่อนขึ้นเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน ด้วยการระดมฉีดวัคซีนอีก 6-8 ล้านโดสภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งขณะนี้ มีผู้ลงทะเบียนจองฉีดวัคซีนผ่านระบบหมอพร้อมแล้วกว่า 7,931,765 ล้านด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมอำนวยความสะดวกการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนทุกคนที่พร้อมฉีดวัคซีนและได้ลงทะเบียนผ่านช่องทางต่าง ๆ ตามแต่สะดวก เพื่อขอรับวัคซีน ให้เป็นไปอย่างสะดวก เรียบร้อย เพื่อร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในประเทศ ควบคู่ไปกับการปฎิบัติตามมาตรการสาธารณสุข สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและควบคุมโรคแก่ประชาชนที่เข้ารับบริการฉีดวัคซีนในสถานที่พยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ เชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยกัน  

ปชป. เสนอ 3 ข้อจัดการวัคซีนภาครัฐอย่างมืออาชีพ พร้อมคำนึงพื้นที่เสี่ยงกระจายวัคซีนอย่างเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการบริหารจัดการการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลและ ศบค. ว่า จากการลงพื้นที่ของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต ส.ส. อดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ในพื้นที่ กทม. เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ซึ่งพบว่ามีประชาชนจำนวนมากเกิดความไม่สบายใจวิตกกังวลถึงการบริหารจัดการวัคซีนของรัฐบาล และ ศบค. ว่า จะบริหารเรื่องวัคซีนให้มีประสิทธิภาพได้หรือไม่ เนื่องจากมีข่าวสารไปถึงประชาชนจำนวนมากที่รับรู้ว่า ไม่มีวัคซีนเพียงพอจนมีหลายหน่วยงานประกาศเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไป ในขณะที่ผู้ลงทะเบียนหมอพร้อมไว้ก็ไม่มั่นใจว่าจะได้ฉีดตามกำหนดเวลาคือ ตั้งแต่ 7 มิ.ย. เป็นต้นไปหรือไม่ ขณะที่ใน กทม. ก็มีการเชิญชวนให้ฉีดวัคซีนผ่านเว็บไซต์ ผ่านแอปพลิเคชันเพิ่มเติมขึ้นมาอีก

นายองอาจ กล่าวว่า นอกจากนั้นมีประชาชนร้องเรียนถึงความไม่เป็นธรรมของการฉีดวัคซีนเข้ามาจำนวนมากว่า ทำไมดารานักแสดง และผู้มีชื่อเสียงที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงจึงได้ฉีดวัคซีนก่อนประชาชนทั่วไป ซึ่งจากข้อร้องเรียนของประชาชน เราจึงมีข้อเสนอไปยังนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บริหารสูงสุดในการแก้ไขการแพร่ระบาดของโควิด-19 และ ศบค. ดังนี้

1.) การบริหารจัดการวัคซีนควรมีความชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าจะได้รับการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึงตามวันเวลาที่ลงทะเบียนไว้ ควรทำให้ได้ตามนัดหมาย ไม่ควรเลื่อนนัดหมายออกไปอย่างไม่มีกำหนดและควรมีช่องทางอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่หลากหลาย แต่ไม่ควรซ้ำซ้อนกัน อันจะนำไปสู่ความสับสน จนก่อให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในการบริหารจัดการวัคซีนของรัฐ

2.) การสื่อสารเกี่ยวกับวัคซีน ควรชัดเจนออกมาจากแหล่งข้อมูลเดียว เพื่อลดความสับสนของข้อมูลเนื่องจากขณะนี้มีการสื่อสารข้อมูลวัคซีนจนประชาชนสับสนว่า ควรจะปฏิบัติตามข้อมูลจากแหล่งใดจึงจะได้รับการฉีดวัคซีนที่รวดเร็วและถูกต้องเหมาะสมที่สุด

3.) กระจายวัคซีนอย่างเป็นธรรม โดยคำนึงถึงพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดและพื้นที่ที่มีความจำเป็นสูงสุดทั้งในแง่ของการควบคุมโรค และการแก้ไขผลกระทบทางเศรษฐกิจ

หวังว่าข้อเสนอนี้จะเป็นประโยชน์ต่อ ศบค. และผู้รับผิดชอบทุกระดับในการกระชับการทำงานให้เป็นไปตามความคาดหวังของประชาชนที่อยากเห็นการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ เพื่อเราจะผ่านพ้นห้วงเวลาความเลวร้ายจากโควิด-19 ไปด้วยกันในที่สุด

“บิ๊กตู่” ปลื้ม ทางหลวงสวยหลังปลูกต้นไม้เสริมทัศนียภาพ สั่ง หน่วยราชการ ปลูกเพิ่ม สร้างเอกลักษณ์ ต่อยอดการท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ติดตามข้อสั่งการในการดำเนินงานปรับปรุงภูมิทัศน์บนท้องถนนของกรมทางหลวง ที่ได้ดำเนินโครงการปลูกต้นไม้ในในหลายพื้นที่ พบว่าผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจ หลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น ทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ),  ทางหลวงหมายเลข 12 ตอน บ้านฝาง-ขอนแก่, ทางหลวงหมายเลข 1021 สายพะเยา-เชียงคำ, ทางหลวงหมายเลข 33 ตอน คลองยาง-นครนายก ฯลฯ ได้มีการปรับปรุง ปลูกต้นไม้ที่มีสีสันสวยงาม ช่วยให้ทัศนียภาพตลอดสองข้างทางดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงขอชื่นชม และสนับสนุนให้ดำเนินงานต่อไป

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ยังสั่งการเพิ่มเติมให้กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย พร้อมทั้งหน่วยงานรัฐ ดำเนินโครงการปลูกต้นไม้อย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองและถนนหนทางให้มีความสวยงาม ร่มรื่น โดยเลือกปลูกต้นไม้ที่เหมาะกับแต่ละพื้นที่ เพื่อความง่ายในการดูแลรักษา ทั้งยังจะเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ด้วย โดยการปลูกต้นไม้ที่สร้างความสวยงานให้กับเมืองและท้องถนนนั้น จะสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ที่ผ่านมาหลายหน่วยงาน ได้เสนอตามแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยมีบางส่วนเสนอโครงการเกี่ยวกับการปรับภูมิทัศน์เมืองด้วยการปลูกต้นไม้ และปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองที่มีต้นไม้เป็นส่วนประกอบ นายกรัฐมนตรี กำชับให้มีการใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า โปร่งใส คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่จะเกิดแก่พื้นที่ หรือท้องถิ่น และขอให้ทำด้วยความตั้งใจ เพราะการพัฒนาในส่วนนี้ ไม่ใช่เพียงแต่เพื่อความสวยงาม แต่จะส่งผลบวกทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวตามมาด้วย

"นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการปลูกต้นไม้ ทั้งการปลูกต้นไม้เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการปลูกต้นไม้เพื่อปรับปรุงทัศนียภาพ สร้างสีสันให้กับเมืองและถนนหนทาง ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความสวยงาม แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นแรงดึงดูดส่งเสริมการท่องเที่ยว และต่อยอดการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ทั้งยังทำให้เมืองน่าอยู่ ถนนหนทางร่มรื่น สวยงาม จึงขอเชิญชวนประชาชนมีส่วนร่วมในการปลูกต้นไม้ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีและทัศนียภาพที่น่ามอง" น.ส.ไตรศุลี กล่าว

ชาวเน็ตญี่ปุ่นตื่นตา ‘พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์’ แห่งถ้ำพระยานคร อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นกระแสรีทวิตในในทวิตเตอร์ว่ามีความสวยงามเหมือนอยู่ในโลกเกม RPG

เพจ Wa-Japan นำเสนอกระแสในทวิตเตอร์ของชาวเน็ตญี่ปุ่นว่า ตอนนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งของไทยที่คนญี่ปุ่นรีทวิตกันไปเป็นจำนวนมาก โดยกล่าวกันว่า สถานที่นี้มันช่างเหมือนโลกในเกม RPG และเหมือนโลกในอนิเมะเสียเหลือเกิน นั่นก็คือที่ ‘ถ้ำพระยานคร’ จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั่นเอง โดยเจ้าของทวิตยังใช้คำว่า ‘Suay maaaaak’ และกล่าวว่า หากโควิดหายแล้วอยากจะไปเที่ยวสักที่ แนะนำเลยที่นี่ไม่ผิดหวัง อีกทั้งคอมเมนต์ต่าง ๆ ชาวของคนญี่ปุ่นก็มีทั้งกล่าวว่า ไม่น่าเชื่อเลยจะมีสถานที่แบบนี้ในโลก บ้างถึงกับอุทานว่าสวยมาก เหมือนฉากในเกม SEKIRO เป็นต้น

สำหรับ ‘ถ้ำพระยานคร’ ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นถ้ำที่ตั้งอยู่บนเขา ถ้ำแห่งนี้ถูกค้นพบโดยเจ้าพระยานครศรีธรรมราช ซึ่งในอดีตขบวนเดินทางของท่านที่มุ่งหน้าสู่กรุงรัตนโกสินทร์เคยมาแวะพักแรมแถวนี้ แล้วได้สำรวจพบถ้ำบนเขา จึงให้ชื่อว่า’ถ้ำพระยานคร’ ปัจจุบันถ้ำแห่งนี้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยภายในถ้ำมีปล่องขนาดใหญ่ด้านบน ทำให้แสงสามารถสาดส่องลงมาถึงภายในถ้ำ

บริเวณที่แสงตกกระทบลงมาอย่างเหมาะเจาะนั้นเป็นที่ตั้งของ ‘พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์’ พลับพลาทรงจัตุรมุขเปิดโล่งทำด้วยไม้สักประดับด้วยช่อฟ้าใบระกา กว้าง 2.55 เมตร มีความยาว 8 เมตร สูง 2.55 เมตร สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โดยพระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพลับพลาที่ประทับไว้ ในคราวเสด็จประพาสถ้ำพระยานคร เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2433 และพระราชทานนามว่า ‘พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์’

เมื่อพระอาทิตย์สาดแสงผ่านปล่องถ้ำ แสงนั้นจะส่องกระทบองค์พระที่นั่งดูงดงามเรืองรองเป็นที่น่าประทับใจยิ่งนัก ถือเป็นความงดงามที่เป็นอันซีนไทยเแลนด์อย่างแท้จริง และการเข้าถึงถ้ำพระยานครนั้นสามารถทำได้ 2 วิธีคือการเดินเท้าขึ้นและข้ามเขาเทียนไปประมาณ 500 เมตร หรือสามารถนั่งเรือไปขึ้นที่หาดบางปู นั่งอ้อมเขาไปประมาณ 10 นาที จากนั้นต้องเดินขึ้นเขาในระยะทาง 430 เมตรสู่ตัวถ้ำ ถือว่าไม่ง่ายนักในการไปชมสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้

 

ที่มาภาพ : Twitter@KenKenPhoto

https://mgronline.com/travel/detail/9640000049899?fbclid=IwAR0gt8y09k1DNaVQlWqKtKgpyTYXrF9qLb-kUT4kB-RLo14UXqxYLNxyt-o


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

‘จิตดี’ จะได้พูดแล้ว! ผู้ประกาศสาว ลาออก ‘ทุบโต๊ะข่าว’ แล้ว โดดร่วมดำเนินรายการ ‘ข่าวอรุณอมรินทร์’ แทน

เป็นอีกหนึ่งพิธีกรข่าวสาวที่คนไทยรู้จักกันดี สำหรับ จิตดี ศรีดี พิธีกรข่าวสาว คู่ขวัญของ “พุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี” พิธีกรข่าวชื่อดังจากรายการ “ทุบโต๊ะข่าว” โดยล่าสุดเจ้าตัวออกมาประกาศแล้วว่าจะย้ายไปทำรายการข่าวอรุณอมรินทร์ ร่วมกับ กรุ๊งกริ๊ง รังสิมา ศฤงคารนฤมิตร, บอล สถาปัตย์ แพทอง และ โจ อรชุน รินทรวิทูรย์ ซึ่งรายการใหม่นั้นจะเริ่มวันที่ 29 พฤษภาคมนี้

โดย จิตดี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Jitdee Sridee ระบุข้อความว่า

จิตดี จะได้พูดแล้วค่าาาาาา

ขอบพระคุณผู้ใหญ่ที่ไว้วางใจ และให้โอกาสนะคะ

ดีใจที่ได้ร่วมงานกันนะคะ รังสิมา ศฤงคารนฤมิตร Ball Sathapat และพี่โจ อรชุน

แล้วพบกันในข่าวอรุณอมรินทร์ จ.-ศ.05:30-08:30 น.

และข่าวอรุณอมรินทร์ สุดสัปดาห์ ส.-อา. 06:00-09:00 น.

 

ที่มา : https://www.facebook.com/jeabjitdee

https://www.matichon.co.th/entertainment/thai-entertainment/news_2742517


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top