Monday, 27 July 2026
Hard News Team

อากิระ นิชิโนะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ยอมรับแข้งช้างศึกสู้เต็มที่แล้วในเกมที่แพ้ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1-3 ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่ม G นัดที่ 7

หลังจบเกม อากิระ นิชิโนะ กล่าวว่า ครึ่งแรกทีมเรายังไม่สามารถทำเกมบุกได้อย่างเต็มที่ แต่พอลงมาเล่นในครึ่งหลังนักเตะของเราเริ่มทำได้ดีพอสมควร ซึ่งตรงนี้ก็อยากชื่นชมนักฟุตบอลทุกคนที่ได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่แล้วในเกมนี้

ทัพช้างศึก ลงสนามไปแล้ว 7 นัด มี 9 คะแนน รั้งอันดับ 3 ของกลุ่ม ตกรอบค่อนข้างแน่นอนแล้ว

สำหรับเกมการแข่งขันเมื่อคืนที่ผ่านมา ยูเออี ได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่แนวรับไทยสกัดบอลกันไม่ดีเข้าทาง ไคโอ้ เซนาโด้ วอลเลย์ด้วยขวาเข้าไปให้ เจ้าถิ่นนำก่อน 1-0

จากนั้น ยูเออี ยังสร้างโอกาสได้อย่างต่อเนื่อง และนาทีที่ 33 ยูเออี ก็มาได้ประตูที่สองจากจังหวะที่ บันดาร์ อัล อาห์บาบี้ เปิดให้ ฟาบิโอ ลิมา ได้โขกที่เสาแรกเข้าไปทำให้ ยูเออี นำไทยเป็น 2-0

ช่วงครึ่งหลัง นาทีที่ 54 ไทยได้ประตู ตีไข่แตกจนได้จากลูกเตะมุม ที่ ยูเออี เคลียร์ไม่ขาด นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม โหม่งหนุนเข้าไป และเป็น ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ที่กลับตัวยิงเข้าไปให้ ไทยไล่มาเป็น 1-2

อย่างไรก็ตาม ช่วงทดเจ็บ อาลี มับคุต จ่ายให้โมฮัมหมัด อีด ยิงเข้าไปให้ ยูเออี นำห่างเป็น 3-1

เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติมจบเกม ทีมชาติไทย แพ้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไป 1-3

ส่วนผลอีกคู่ เวียดนาม ชนะ อินโดนีเซีย 4-0 ทำให้กลุ่มจี เป็นเวียดนามที่นำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มในเวลานี้ ที่ 14 คะแนน

สำหรับ ทีมชาติไทย มีโปรแกรมลงเล่นในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่ม G นัดสุดท้าย พบกับ ทีมชาติมาเลเซีย ในวันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 23.45 น. สนามอัล มัคตูม ถ่ายทอดสดทางช่อง ไทยรัฐทีวี


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

Click on Clear เที่ยงตรง ประจำวันที่ 8 มิถุนายน 2564

Click on Clear เที่ยงตรง ประจำวันที่ 8 มิถุนายน 2564 กับประเด็น ตามติดการฉีดวัคซีนโควิด-19 และการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย

.

.


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ไม่นานมานี้จีนได้สร้างปรากฏการณ์ทางเทคโนโลยีระลอกใหม่ผ่าน​การสร้างนักศึกษาเสมือนจีน virtual student ในรูปลักษณ์ของ​ #นักศึกษาAI ซึ่งจีนสามารถประดิษฐ์นักศึกษา AI ได้สำเร็จ เรียกว่าพัฒนาออกมาได้ทั้งสวยและเก่งด้วย!!

ไม่นานมานี้จีนได้สร้างปรากฏการณ์ทางเทคโนโลยีระลอกใหม่ผ่าน​การสร้างนักศึกษาเสมือนจริง virtual student ในรูปลักษณ์ของ​ #นักศึกษาAI ซึ่งจีนสามารถประดิษฐ์นักศึกษา AI ได้สำเร็จ เรียกว่าพัฒนาออกมาได้ทั้งสวยและเก่งด้วย!!

ทำไมจีนทำได้ ?

รองศาสตราจารย์​ ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์​ ได้วิเคราะห์ให้เห็นภาพดังนี้...

- จีนทุ่มงบ R&D พัฒนาระบบ AI จนมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก!!! (ชนะชาติฝรั่ง) 

- คนจีนไม่หวงข้อมูล (Data) 

- จีนมี​ 'ความฝันของจีน'​ (Zhong Guo Meng) ที่จะเป็นนัมเบอร์วันของโลก

- สีจิ้นผิงมาปลุกพลังคนจีนให้ “ฟื้นฟูชาติ” (Fuxing) ไม่ยอมให้ฝรั่งมาย่ำยีอีกต่อไป

- จีนมี​ 'ความเป็นเอกภาพ'​

>> พรรคคอมมิวนิสต์จีนริเริ่มอะไร 
>> รัฐบาลกลางผลักดันต่อ 
>> รัฐบาลมณฑล/ท้องถิ่นรับลูก 
>> เอกชนให้ความร่วมมือ
>> สื่อจีนร่วมปลุกพลังบวก
>> ประชาชนร่วมใจ

นอกจากองค์ประกอบข้างต้นที่เป็นตัวแปรสำคัญให้นวัตกรรมในจีนถูกผลักไปอย่างรวดเร็วแล้วนั้น​ สำหรับพัฒนาการ​ AI​ ของจีน​ ‘หัว จื้อปิง’ นักศึกษา AI ตัวแรกของจีน​ ที่เข้าใกล้คำว่า​ 'มนุษย์'​ ไปอีกขั้น​ รวมถึงปัจจุบันจีนมีระบบจำลองปัญญาประดิษฐ์​ (AI) ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก​ มีรายละเอียดดังนี้... 

1/ วันที่ 3 มิ.ย. 2021 ‘หัว จื้อปิง’ นักศึกษา AI ตัวแรกของจีน !! โพสต์ข้อความแรกบนเวยป๋อ (ทวิตเตอร์ของจีน) ประกาศให้โลกรู้ว่า เธอลงทะเบียนเรียนภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี ของมหาวิทยาลัยชิงหัวแล้ว

2/ หัว จื้อปิง ไม่ใช่คน เธอเป็นนักศึกษาเสมือนจริงที่กำเนิดมาจากระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขนานใหญ่ ผลงานชิ้นแรกของจีน คนแรกของจีน

3/ หัว จื้อปิง โพสต์บนเวยป๋อด้วยว่า “ฉันหลงใหลในวรรณกรรมและศิลปะอย่างมาก” เป็นข้อความที่มาพร้อมรูปร่างหน้าตา เสียงเพลง และผลงานภาพวาดของเธอ

4/ ทั้งหมดนี้ถูกพัฒนาโดย ‘อู้เต้า 2.0 - Wudao 2.0’ ????????เป็นระบบสร้างแบบจำลองปัญญาประดิษฐ์ ใช้ตัวแปร 1.75 ล้านล้านรายการ จำลองบทสนทนา เขียนบทกวี เข้าใจความหมายของภาพ สรุปข้อความ ตอบคำถาม เป็นต้น

5/ อู้เต้า 2.0 ทำลายสถิติของสวิตช์ ทรานส์ฟอร์เมอร์ (Switch Transformer) ของกูเกิ้ล (Google) ที่เคยใช้ตัวแปร 1.6 ล้านล้านรายการ จึงทำให้อู้เต้า 2.0 เป็นระบบจำลองปัญญาประดิษฐ์ขนาดล้านล้านรายการระบบแรกของจีนและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน

6/ กว่าจะมาถึงขั้นนี้ได้ ต้องผ่านการทดสอบมากมาย เมื่อใดที่ทำให้มนุษย์จำนวนมากเชื่อว่า มันไม่ใช่คอมพิวเตอร์ได้ นั่นถือว่า ‘สอบผ่าน’

7/ ก่อนจะมีอู้เต้า 2.0 ก็มีอู้เต้า 1.0 มาก่อน เป็นระบบจำลองอัจฉริยะขนานใหญ่ที่จีนพัฒนาขึ้นเอง มีนักวิทยาศาสตร์ด้านปัญญาประดิษฐ์ร่วมทีมมากกว่า 100 ชีวิต 

8/ สำหรับ AI หญิงสาว ‘หัว จื้อปิง’ เธอกำลังจะเข้าเรียน เธอต้องแข่งกับเวลาเพื่อเรียนรู้และพัฒนาตัวเองทุกวันในหลายๆด้าน ด้วยข้อดีของเธอที่เติบโตและเรียนรู้ได้เร็วกว่านักศึกษามนุษย์ทั่วไป หากเธอเริ่มเรียนที่ระดับเด็ก 6 ขวบในปีนี้ เธอจะเรียนจบเท่าระดับเด็ก 12 ขวบในอีก 1 ปีข้างหน้า

9/ สิ่งที่จะต้องเพิ่มเข้าไปในตัว ‘หัว จื้อปิง’ คือ เรื่องอารมณ์ เธอจะเรียนรู้ทักษะด้านอารมณ์ให้เชี่ยวชาญก่อน เพื่อเรียนรู้การให้เหตุผลและปฏิสัมพันธ์ทางอารมณ์เป็นลำดับถัดไป

#ไม่รู้จักจีนไม่ได้แล้ว
#ใครกุมเทคโนโลยีคนนั้นกุมอนาคตโลก ????

 

ที่มา: https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=10223412827482352&id=1037140385

Getting to know China's first AI-powered virtual student | www.xinhuanet.com/english/2021-06/06/c_139992397.htm

ที่มาข้อมูล: https://www.facebook.com/ChinaReportAseanThailand/photos/a.178908446162840/828468017873543/?type=3


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

2 เข็ม AZ ภูมิพุ่ง 90% ไม่น้อยหน้า 'Pfizer - Moderna' ไม่ต้องเสียเวลาบินไปฉีดต่างแดน

เป็นอีกข่าวดีของผู้ที่เตรียมรับวัคซีนแอสตราเซเนกา เมื่อ ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Warat Karuchit ว่า....

ขอแสดงความยินดี กับท่านที่ได้ฉีด AZ (แอตราเซเนกา) ด้วยนะครับ

ผลการศึกษาเบื้องต้นที่เก็บในโลกจริง (ไม่ได้บอกว่าที่ไหน แต่น่าจะเป็นที่อังกฤษ) พบว่า สองเข็มของ AZ นั้นสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้สูงสุดถึง 90% เลยทีเดียว เอาจริงๆ สูสีกับไฟเซอร์และโมเดิร์นน่าเลยนะเนี่ย โดยไม่ต้องเสียตังบินไปต่างประเทศด้วย

 

ที่มา: https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=4665180533497549&id=100000169455098

https://www.reuters.com/business/healthcare-pharmaceuticals/uk-analysis-finds-two-doses-astrazeneca-covid-19-vaccine-85-90-effective-2021-05-20/


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

Meet THE STATES TIMES ข่าวคุยเพลิน | ประจำวันอังคารที่ 8 มิถุนายน 2564

Update ข่าววัคซีนในประเทศไทย และต่างประเทศ

ดำเนินรายการโดย หยก THE STATES TIMES

.

.


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes 

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

การบินไทย ประกาศ 5 เที่ยวบินตรงรับภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์

นายนนท์ กลินทะ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในเดือน ก.ค.-ก.ย.64 บริษัทฯ ได้จัด 5 เที่ยวบินตรงสู่ภูเก็ตจาก 5 เมืองในยุโรป ได้แก่ โคเปนเฮเกน แฟรงก์เฟิร์ต ปารีส ลอนดอน และซูริก เพื่อให้เป็นไปตามแผนการกระตุ้นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายใต้โมเดล “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” (Phuket Sandbox) ที่เปิดประเทศเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ตแบบไม่ต้องกักตัว 

สำหรับรายละเอียดของ 5 เที่ยวบิน ประกอบด้วย

1.) เที่ยวบินที่ทำการบินทุกวันศุกร์ เริ่มเที่ยวบินแรก ในวันที่ 2 ก.ค.64 ได้แก่ เที่ยวบินที่ ทีจี 953 เส้นทาง โคเปนเฮเกน-ภูเก็ต ออกเดินทางจากโคเปนเฮเกน เวลา 14.25 น. (เวลาท้องถิ่น) ถึงภูเก็ต เวลา 06.25 น. ในวันถัดไป, เที่ยวบินที่ ทีจี 923 เส้นทาง แฟรงก์เฟิร์ต-ภูเก็ต ออกเดินทางจากแฟรงก์เฟิร์ต เวลา 14.45 น. (เวลาท้องถิ่น) ถึงภูเก็ต เวลา 07.10 น. ในวันถัดไป และเที่ยวบินที่ ทีจี 933 เส้นทาง ปารีส-ภูเก็ต ออกเดินทางจากปารีส เวลา 15.50 น. (เวลาท้องถิ่น) ถึงภูเก็ต เวลา 08.00 น. ในวันถัดไป 

2.) เที่ยวบินที่ทำการบินทุกวันเสาร์ เริ่มเที่ยวบินแรก ในวันที่ 3 ก.ค.64 ได้แก่ เที่ยวบินที่ ทีจี 917 เส้นทาง ลอนดอน-ภูเก็ต ออกเดินทางจากลอนดอน เวลา 12.30 น. (เวลาท้องถิ่น) ถึงภูเก็ต เวลา 06.10 น. ในวันถัดไป และเที่ยวบินที่ ทีจี 973 เส้นทาง ซูริก-ภูเก็ต ออกเดินทางจากซูริก เวลา 15.20 น. (เวลาท้องถิ่น) ถึงภูเก็ต เวลา 07.45 น. ในวันถัดไป

“บิ๊กบี้” สั่งรพ.สังกัดทบ.ทุกพื้นที่ร่วม “วาระแห่งชาติ ฉีดวัคซีนให้ปชช. ” สร้างภูมิคุ้มกันโควิด

ที่กองบัญชากการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ประกาศแผนการให้บริการวัคซีนโควิด-19 เป็นวาระแห่งชาติ และมีกำหนดการฉีดวัคซีนให้ประชาชนที่ลงทะเบียนในระบบ “หมอพร้อม” เริ่มในวันนี้ (7 มิถุนายน 64)  ในส่วนของกองทัพบก พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้มอบให้ ศบค. ทบ.และกรมแพทย์ทหารบก เตรียมการและประสานงานกับสาธารณสุขเพื่อร่วมดำเนินการฉีดวัคซีนดังกล่าวตามแผนการจัดสรรในแต่ละจังหวัดอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน ตามมาตรการป้องกันโรค และช่วยคลี่คลายสถานการณ์ โควิดของประเทศไทยให้กลับมาสู่ปกติได้ในที่สุด

โดยขณะนี้โรงพยาบาลกองทัพบกทุกแห่งทั่วประเทศ ได้ใช้กำลังพลสายแพทย์ 950 นาย สนับสนุนหน่วยงานสาธารณสุขและโรงพยาบาลประจำจังหวัด ร่วมในการฉีดวัคซีนให้ประชาชน นอกจากนี้ กองทัพบกยังได้สนับสนุนสถานที่ที่ใช้ในการฉีดวัคซีนจำนวน 38 แห่ง ทั้งที่เป็นโรงพยาบาลค่ายหรืออาคารของหน่วยทหารตามจังหวัดต่างๆ รวมทั้งการจัดกำลังพลจิตอาสาช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มารับวัคซีนด้วย 

พล.ท.สันติพงษ์ กล่าวอีกว่า ขั้นต้นจะดำเนินการต่อเนื่องตลอดห้วงเดือนมิถุนายน และกรกฎาคม ซึ่งโรงพยาบาลในสังกัดกองทัพบก มีศักยภาพที่จะให้บริการฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้วันละ 3,000 คน โดยขณะนี้มีผู้ที่ลงทะเบียนขอเข้ารับวัคซีนกับโรงพยาบาลกองทัพบก 79,172 คน สำหรับโรงพยาบาลค่าย/สถานที่ฉีดวัคซีนที่กองทัพบกรับผิดชอบในแต่ละแห่ง จะมียอดให้บริการฉีดวัคซีนในแต่ละวัน 80-1,500 คน ตามการลงทะเบียนในระบบหมอพร้อม ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกกำชับให้โรงพยาบาลกองทัพบกได้บริหารจัดการการฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้รับความสะดวกที่สุด มีความรวดเร็วในขั้นตอนต่างๆ ทั้งด้านการบันทึกข้อมูล ขั้นตอนการฉีด การสังเกตอาการ รวมทั้งการให้คำแนะนำในการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันเชื้อโควิด

“ผู้บัญชาการทหารบก ได้ไปตรวจเยี่ยมการบริการวัคซีนให้กับประชาชน พร้อมให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่และประชาชนที่มารับการฉีดวัคซีน ที่รพ.พระมงกุฏเกล้า ซึ่งได้ใช้อาคารสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ชั้น G เป็นสถานที่ฉีดวัคซีนเป็นการเฉพาะแยกออกจากบริเวณการรักษาและบริการผู้ป่วยของโรงพยาบาลโดยมียอดประชาชนที่ลงทะเบียนในระบบเข้ารับการฉีดวัคซีนในวันนี้ 1,117 คน” โฆษกกองทัพบก กล่าว

ทอ.เปิดให้บริการฉีดวัคซีน ระยะที่ 2 เป็นวันแรกสำหรับประชาชนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และ กลุ่มที่มี 7 โรคประจำตัวเรื้อรัง

ที่กองทัพอากาศ โดย ศูนย์ปฏิบัติการพลเรือน-ทหาร ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ และกรมแพทย์ทหารอากาศ เปิดให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในระยะที่ 2 เป็นวันแรกตามที่รัฐบาลประกาศให้มีการระดมฉีดวัคซีนให้กับประชาชนพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 7 มิ.ย.2564 ซึ่งจะเป็นการเริ่มฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มประชาชนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และ กลุ่มที่มี 7 โรคประจำตัวเรื้อรัง ประกอบด้วย โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคอ้วน

โดยกองทัพอากาศ ได้จัดตั้งศูนย์บริการฉีดวัคซีน ให้บริการกลุ่มประชาชนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และ กลุ่มที่มี 7 โรคประจำตัวเรื้อรังดังกล่าว ที่ลงทะเบียนไว้แล้วจะเปิดให้บริการฉีดวัคซีนที่ ชั้น 1 อาคารชุมนุมสัญญาบัตร โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ สามารถให้บริการได้วันละ 600 คน และ ห้องอาหาร ชั้น 2 อาคารสนับสนุน โรงพยาบาลทหารอากาศ (สีกัน) กรมแพทย์ทหารอากาศ สามารถให้บริการได้วันละ 200 คน

พร้อมกันนี้ จะดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่กำลังพลของกองทัพอากาศที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อสูง หรือผู้ที่ปฏิบัติภารกิจในการดูแลช่วยเหลือประชาชนที่ติดเชื้อ กลุ่มเสี่ยง และผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ศูนย์บริการฉีดวัคซีนกองทัพอากาศ ณ อาคารรณนภากาศ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช ซึ่งสามารถให้บริการได้วันละ 1,000 คน ระหว่างวันที่ 8-11 มิ.ย.

“บิ๊กแก้ว” ตรวจจุดบริการฉีดวัคซีน ”บก.ทท”

ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติของจุดบริการฉีดวัคซีน ณ อาคาร 15 บก.ทท. ทั้งนี้ จากที่รัฐบาลได้มีการกำหนดฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปและกลุ่มผู้ป่วย 7 โรค โดยเริ่มการฉีดพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 7 มิถุนายนนี้ 

บก.ทท.ได้จัดให้มีการฉีดวัคซีนให้กับกำลังพลกลุ่มเสี่ยงที่ปฏิบัติงานด่านหน้าในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 รวมทั้งเตรียมความพร้อมให้การสนับสนุนรัฐบาลในการฉีดวัคซีนให้กับกำลังพล ครอบครัว และประชาชนทั่วไป เพื่อสนับสนุนการกระจายวัคซีนและสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาลทั้งนี้ บก.ทท.มีความพร้อมทั้งในส่วนของสถานที่และบุคลากร สำหรับเป็นพื้นที่ให้บริการในการฉีดวัคซีนได้อย่างทั่วถึง และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

"โรม" ยัน "พิธา" ประกาศตัดงบไม่ขัดรธน. ลั่น ไม่ให้ค่า "เรืองไกร" คนเปลี่ยนสี ชี้ ถ้ากมธ.ตัดงบไม่ได้ก็ไม่ต้องมีสภาฯ

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ โฆษกกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ที่กล่าวว่า การประกาศตัดงบประมาณของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลอาจขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 ว่า ความจริงนายเรืองไกรก็ทำงานในกมธ. งบประมาณฯ ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทยมานาน ซึ่งก็ทำร่วมกับพรรคก้าวไกลด้วย ที่ผ่านมาเราก็ทำอย่างเต็มที่ ปี 64 เราก็ตัดงบประมาณไปได้กว่าหมื่นล้านบาท ตนคิดว่านายเรืองไกรก็น่าจะรู้ว่าสิ่งที่เราทำไม่ได้ผิด การที่เราประกาศตัดงบประมาณเพื่อนำไปใช้อย่างอื่น ไม่ได้หมายความว่าเป็นการวิ่งเต้นโครงการ หรือเสนอโครงการอะไรเข้ามา แต่เป็นการเสนอตามกลไกรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ว่าในการพิจารณางบประมาณจำเป็นต้องตัดงบในส่วนที่ไม่จำเป็นและเป็นภาระออกก่อน แล้วนำไปกองไว้รวมกัน จากนั้นหน่วยงานรัฐต่างๆ ก็ทำโครงการมาเสนอก็ได้ บางทีนายเรืองไกรควรจะมองคนรอบข้างของตัวเองมากกว่าว่าอาจจะมีแนวโน้มที่จะไปกระทำความผิดขัดต่อมาตรา 144 ซึ่งในหลายปีที่ผ่านมาจะพบว่ามีความพยายามวิ่งเต้นโครงการต่างๆ เพื่อนำเงินที่ตัดออกไป ไปใช้ในลักษณะเพื่อพวกพ้องตัวเอง 

เมื่อถามว่าหากพิจารณาตามตัวบท การประกาศตัดงบประมาณเช่นกรณีนายพิธา ถือว่าขัดต่อกฎหมายหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า สิ่งที่นายพิธาประกาศจะทำไม่มีทางขัดกฎหมาย เพราะการตัดงบประมาณสามารถทำได้ เพราะเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติที่ทำหน้าตรวจคัดกรองโครงการของหน่วยงานรัฐ ทั้งนี้ ตามมาตรา 144 ระบุสิ่งที่ทำไม่ได้ เช่น การเสนอโครงการเอง ที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลและอดีตพรรคอนาคตใหม่ก็ไม่เคยวิ่งเต้นโครงการ แต่เราเพียงให้ความเห็นว่าการของบทำโครงการบางโครงการไม่เหมาะสมในภาวะโควิด-19

เมื่อถามว่าการแสดงความเห็นของนายเรืองไกรจะทำให้เป็นอุปสรรคต่อการตัดลดงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็นของสภาฯ หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราก็ทำแบบนี้แล้วก็ไม่เคยผิดรัฐธรรมนูญ ถ้าเราผิด คงโดนร้องไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้นายเรืองไกรมาแนะนำ หากเราไม่สามารถตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็นได้ก็ไม่ต้องมีสภาฯ เหมือนในยุคสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ขอโครงการอะไรก็ได้หมด อำนาจของสภาฯ คือ สามารถตัดโครงการที่ไม่จำเป็นได้ ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ร่วมกันไม่ใช่เฉพาะของส่วนพรรคก้าวไกลเท่านั้น ส่วนหน้าที่ของหน่วยรับงบประมาณทั้งกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ก็มีหน้าที่ให้เหตุผลว่าโครงการที่เสนอมามีความจำเป็นหรือไม่ 

เมื่อถามว่ามองว่าเจตนาของนายเรืองไกรซึ่งปัจจุบันย้ายไปสังกัดของพรรคพลังประชารัฐแล้วนั้นคืออะไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนไม่อยากจะวิจารณ์อะไรเยอะหรือให้ค่านายเรืองไกร คิดว่านายเรืองไกรก็คงพยายามทำหน้าที่ ในฐานะที่มาจากโควตารัฐบาลที่จะเข้ามาปกป้องผลประโยชน์ของรัฐบาลให้มากที่สุด ส่วนสิ่งที่พรรคก้าวไกลทำคือการตัดในส่วนนี้ เพราะเป็นสิ่งที่รัฐบาลหวังว่าจะเป็นผลประโยชน์ที่ตัวเอง นายเรืองไกรก็มีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นเช่นนั้น แต่การแสดงความคิดเห็นของนายเรืองไกรไม่ได้หมายความว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้องและไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่นายเรืองไกรพูดไปทั้งหมดเป็นผลประโยชน์ของประชาชน โดยปัจจุบันนายเรืองไกรได้เปลี่ยนสี ไปอยู่ฝ่ายรัฐบาล ตนก็ขอให้นายเรืองไกรโชคดี แต่เราก็ยืนยันว่าเราจะปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top