Monday, 27 July 2026
Hard News Team

"โปรตุเกส" ได้ 3 ประตูในช่วง 6 นาทีสุดท้าย ก่อนเอาชนะ ฮังการี ไป 3-0 ประเดิมด้วยสามคะแนนในศึกยูโร 2020 โดยคริสเตียโน่ โรนัลโด้ เหมาคนเดียว 2 ตุง พร้อมทำสถิติยิงมากสุดในศึกยูโร คนแรกในประวัติศาสตร์ที่ลงเล่นและยิงประตูในยูโร 5 ครั้งติดต่อกัน

ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร 2020” วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 คู่เวลา 23.00 น. เป็นเกมในกลุ่ม F ฮังการี หนึ่งในเจ้าภาพร่วมรอบแบ่งกลุ่ม ลงเล่นที่ ปุสกัส อารีน่า เมืองบูดาเปสต์ พบกับ โปรตุเกส ทีมแชมป์เก่าเมื่อปี 2016

เกมนี้มีแฟนบอลเข้ามาเชียร์แทบจะเต็มความจุของ ปุสกัส อารีน่า ราว 67,000 คน โดยรัฐบาลของประเทศฮังการี อนุญาตให้กองเชียร์เข้ามาเต็มความจุของสนามได้ แต่ต้องผ่านมาตรการตรวจเชื้อโควิด-19 และทุกคนในสนามต้องผ่านการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบ 2 โดส

ฮังการี ของกุนซือมาร์โก รอสซี นำทัพมาโดย อดัม ซาลาย กองหน้ากัปตันทีมตัวเก่ง, ปีเตอร์ กูลาคชี, อันดราส เชเฟอร์, โรแลนด์ ซัลลาย ขณะที่ โปรตุเกส ของเฮดโค้ชเฟร์นานโด ซานโตส นำทัพมาโดย 3 ประสานแดนหน้า อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้, แบร์นาร์โด ซิลวา และดิเอโก โชต้า โดยมี บรูโน่ แฟร์นันเดส บัญชาเกมแดนกลาง

เริ่มเกม โปรตุเกส เป็นฝ่ายออกสตาร์ทได้คึกคักกว่า เปิดฉากบุกเจ้าใส่เจ้าถิ่นอย่างต่อเนื่อง ไม่เกรงใจเสียงเชียร์ของแฟนๆ ในสนาม แต่ยังหาจังหวะจบสกอร์เน้นๆ ไม่ได้ ได้แค่เพียงเฉียดไปเฉียดมา สุดท้ายยังไม่มีใครทำอะไรกันได้ หมด 45 นาทีแรก เสมอกันไปแบบไร้สกอร์ 0-0

ครึ่งหลังรูปเกมยังเป็นอีหรอบเดิม โปรตุเกส แทบจะขึงเกมบุกอยู่ฝ่ายเดียว แต่จังหวะจบสกอร์ยังทำได้ไม่ดีพอ ขณะที่ ฮังการี มาเน้นตั้งรับอย่างเหนียวแน่น และรอโอกาสสวนกลับ แต่ยังไม่มีจังหวะทำประตูที่น่ากลัวเท่าไหร่

แต่แล้วในนาทีที่ 84 กลายเป็นโปรตุเกส ที่ได้ประตูออกนำ 1-0 จนได้ จากจังหวะที่ ราฟา ซิลวา ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง หลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนตบเข้ากลางมาให้ ราฟาเอล เกอร์เรโร่ ซัดด้วยซ้ายบอลไปแฉลบแนวรับฮังการีก่อนเด้งเข้าประตูไป

นาทีที่ 86 โปรตุเกส มาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ ราฟา ซิลวา หลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนโดนวิลลี ออร์บาน ดึงล้มลงไป และเป็นคริสเตียโน่ โรนัลโด้ สังหารไม่พลาด ถือเป็นประตูที่ 105 ในนามทีมชาติของเขา และเป็นประตูที่ 10 ในศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ทำลายสถิติของมิเชล พลาตินี ขึ้นนำเป็นผู้ทำประตูสูงสุดในศึกยูโร ช่วยให้ "ฝอยทอง" ขยันนำเป็น 2-0

เท่านั้นไม่พอ นาทีที่ 90+3 โปรตุเกส หนีห่างเป็น 3-0 จากจังหวะที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำชิ่งกับ ราฟา ซิลวา จนหลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนซัดโล่งๆ เข้าประตูไป เป็นประตูที่ 106 ในนามทีมชาติ และเป็นประตูที่ 11 ของเจ้าตัวในศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปอีกด้วย

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมไม่มีใครทำอะไรกันได้ หมดเวลา 90 นาที โปรตุเกส เอาชนะ ฮังการี 3-0 ประเดิมสามแต้มในศึกยูโร 2020 ได้สำเร็จ

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

ฮังการี : ปีเตอร์ กูลาคชี (GK), เอ็นเดร บ็อตกา, วิลลี ออร์บาน, อัตติล่า ซาลาย, เจอร์โจ เลิฟเรนซิชส์, ลาสซ์โล เคลนไฮส์เลอร์, อดัม นากี, อันดราส เชเฟอร์, อัตติลา ฟิโอลา, โรแลนด์ ซัลลาย, อดัม ซาลาย

โปรตุเกส : รุย ปาทริซิโอ (GK), เนลสัน เซเมโด, รูเบน ดิอาส, เปเป้, ราฟาเอล เกอร์เรโร่, วิลเลียม คาร์วัลโญ่, ดานิโล เปเรยร่า, บรูโน่ แฟร์นันเดส, แบร์นาร์โด ซิลวา, ดิโอโก โชตา, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

 

ที่มา : https://mgronline.com/sport/detail/9640000057989


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ผลงานแจ่ม แถม ‘ทีมชาติออสเตรีย’ ยังเป็นทีมที่มี ‘ชุดฟุตบอล’ เข้ากับธีมสีของยูโร 2020 มากที่สุดซะด้วย!

#เก็บตกยูโร2020

นับถึงตอนนี้ เรียกว่าได้ลงสนามนัดแรกกันครบหมดทุกทีมแล้ว ถามว่า ทีมไหนเข้าตามากที่สุด อันนี้ต้องชี้เป้าไปที่ ทีมชาติออสเตรีย ฮ่า! เรื่องผลงานในสนามก็ระดับหนึ่ง เก็บ 3 แต้มมาตุนไว้เรียบร้อย แต่เรื่องที่บอกว่าเข้าตามาก ๆ นั่นก็คือ ชุดที่ใช้ลงแข่งนี่เอง

โดยปกติ ชุดเหย้า หรือชุดที่ใส่เล่นในสนามของทีมออสเตรีย พวกเขาจะสวมเสื้อสีแดง มีบริเวณแขนสีขาว รวมทั้งกางเกงสีขาว แต่ถ้านัดไหนที่ต้องไปเล่นเป็นทีมเยือน จะสวมเสื้อสีดำ กางเกงสีเขียว ซึ่งได้เห็นกันไปในแมทซ์ที่ออสเตรียลงเตะกับทีมชาติมาซิโดเนียเหนือ ที่ผ่านมา

และชุดนี้นี่เอง ที่เข้าตามากๆ เนื่องจากธีมสีประจำทัวร์นาเม้นท์ยูโร 2020 หนนี้ ก็มาด้วยสีเขียว และมีสีม่วงเข้ม เป็นโทนที่ใช้คู่กัน ซึ่งดันไปพ้องกับสีชุดทีมเยือนของออสเตรีย ที่ใช้ดำ-เขียว เรียกว่าโทนคล้ายกันเอามากๆ ทำให้ตอนที่ลงเล่นในนัดล่าสุด ชุดของนักเตะออสเตรียดูเข้ากันได้ดีกับบรรดาป้ายต่างๆ ข้างสนาม หรือแม้แต่ภาพกราฟิกบอกเวลาการแข่งขัน ที่อยู่บนจอทีวีซ้ายมือ นี่ไม่นับหญ้าเขียวๆ ในสนามอีก ทุกอย่างดูไปโทนเดียวกันหมด 

สรุป ก็เลยต้องยืนยันว่า ออสเตรีย (มีชุด) ที่ดูเข้าตา หรือจะเรียกว่า เนียนตา ที่สุดประจำทัวร์นาเม้น์นี้ก็ว่าได้


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘ดร.พิสิฐ’ ชี้ การจัดสรรงบประมาณลงธนาคารรัฐต่างๆ ไม่คำนึงถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยในยุคโควิด วอนสำนักงบฯ นำไปพิจารณาโอกาต่อไป

ในการประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ของสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 15 มิถุนายน 2564 ภายหลังจากการประชุมร่วมกับธนาคารของรัฐทั้ง 6 แห่ง ดร. พิสิฐ ลี้อาธรรม ในฐานะรองประธานกรรมาธิการได้ชี้ให้เห็นว่า การจัดสรรงบประมาณ 2565 ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจโควิด ยังไม่ได้คำนึงถึงผลสัมฤทธิ์ในการก่อให้เกิดการกระตุ้นธุรกรรมเศรษฐกิจจากธนาคารต่างๆ ของรัฐ จากตัวเลขที่สรุปในตาราง พบว่าธนาคารที่มีกำลังมาก คือทุนและสินทรัพย์มากซึ่งน่าจะมีความสามารถในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้มาก กลับได้งบประมาณน้อย แต่ธนาคารของรัฐที่มีทุนน้อยและงบดุลน้อยกลับได้รับงบประมาณมากกว่า อย่างเช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่สามารถจะช่วยภาคอสังหาริมทรัพย์ อีกทั้งมีความเชื่อมโยงกับการผลิตและการจ้างงานมาก กลับได้งบประมาณน้อย เป็นต้น ยกเว้น ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ (ธกส.) ซึ่งเป็นธนาคารที่มีนโยบายช่วยเกษตรกรโดยตรง ดังนั้น ดร.พิสิฐ จึงขอฝากเป็นประเด็นให้สำนักงบประมาณได้นำไปประกอบการพิจารณาการจัดสรรงบประมาณในโอกาสต่อไป

“จุรินทร์” สั่งรื้อค่าบริการฟู้ด เดลิเวอรี่ ตั้งอนุฯ ทำราคาเหมาะสม

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้า (กกร.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้น 1 ชุด โดยมีอธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธาน เพื่อพิจารณาโครงสร้างการจัดเก็บค่าส่วนแบ่งการขาย (จีพี) ใหม่ เพื่อให้ได้อัตราการจัดเก็บเหมาะสม หลังปัจจุบันแพลตฟอร์มสั่งอาหารออนไลน์ (ฟู้ด เดลิเวอรี่) ได้เรียกเก็บจากร้านอาหารในอัตรา 30-35% ของยอดขาย 

“คณะอนุกรรมการที่ตั้งขึ้น จะไปพิจารณาเรื่อง แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่หรือแพลตฟอร์มให้บริการจำหน่ายอาหารผ่านระบบเดลิเวอรี่ ให้พิจารณาเรื่องค่าจีพี ค่าขนส่งหรือค่าใช้จ่ายอื่น เพื่อให้แพลตฟอร์มอยู่ได้และร้านอาหารและผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมยิ่งขึ้น พร้อมให้ไปหาจุดสมดุลของทั้ง 3 ฝ่าย คือ แพลตฟอร์มต้องทำธุรกิจต่อไปได้ ขณะที่ร้านอาหาร และผู้บริโภคที่สั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์ม ต้องได้รับความเป็นธรรมต่อไป”  

นอกจากนี้ ยังมีมติให้ต่ออายุรายการสินค้าและบริการควบคุมปี 63 รวม 51 รายการ แบ่งเป็นสินค้า 46 รายการ และบริการอีก 5 รายการ อีก 1 ปี หรือตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.64-30 มิ.ย.65 เพื่อให้กระทรวงพาณิชย์ ใช้มาตรการทางกฎหมายกำกับดูแลได้อย่างเหมาะสม และได้ปรับมาตรการดำเนินการสำหรับสินค้าและบริการควบคุมบางรายการให้เหมาะสมมากขึ้น โดยในสินค้า 4 รายการ คือ กากดีดีจีเอส (กากที่เหลือจากการผลิตเอทานอล) ข้าวสาลี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ที่กำหนดให้ต้องแจ้งขออนุญาตต่อ กกร.ก่อนการขนย้ายนั้น สามารถแจ้งขนย้ายผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ได้แล้ว   

ส่วนเหล็กเส้น กำหนดมาตรการเพิ่มเติมให้ผู้นำเข้าต้องแจ้งข้อมูลการนำเข้า ทั้งปริมาณการนำเข้า-จำหน่าย ปริมาณคงเหลือ เป็นประจำทุกเดือน เพราะขณะนี้ ราคาเหล็กในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นมาก ขณะที่เหล็กเคลือบดีบุกและเหล็กโครเมียม ที่ทำกระป๋องบรรจุอาหาร ผู้ผลิตต้องปรับมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ใหม่ สำหรับบริการให้สิทธิในการเผยแพร่งานลิขสิทธิ์เพลงเพื่อการค้า กำหนดเพิ่มเติมให้เจ้าของลิขสิทธิ์ต้องแสดงรายละเอียดเพิ่มเติม 8 รายการ เช่น ชื่อผู้แต่งเนื้อร้องและทำนอง วันสิ้นสุดสัญญาอนุญาตให้จัดเก็บค่าตอบแทน เป็นต้น  

ครม. ให้ ก.แรงงาน กำหนดมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัย-สภาพแวดล้อมในการทำงาน ดูแลความปลอดภัยให้ลูกจ้าง

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว 

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สาระสำคัญในการกำหนดให้นายจ้าง จัดการ และดำเนินการด้านความปลออดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เป็นไปตามมาตรฐาน และเพื่อให้การทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ มีมาตรฐาน ซึ่งจะช่วยให้ลูกจ้างมีความปลอดภัยในการทำงานมากขึ้น

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ร่างกฎกระทรวงฉบับนี้จะครอบคลุมเครื่องจักร 6 ประเภท ได้แก่ เครื่องปั๊มโลหะ, เครื่องเชื่อมไฟฟ้าและเครื่องเชื่อมก๊าซ, รถยก, ลิฟท์, เครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง และ รอก และครอบคลุมปั้นจั่น 3 ประเภท ได้แก่ ปั้นจั่นเหนือศีรษะและปั่นจั่นขาสูง, ปั้นจั่นหอสูง และรถปั้นจั่นหรือเรือปั้นจั่น รวมทั้งอุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับปั้นจั่น และครอบคลุมหม้อน้ำ 4 ประเภทได้แก่ หม้อน้ำ, หม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน, ภาชนะรับความดัน และภาชนะบรรจุก๊าซทนความดัน

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ได้กำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์และดูแลให้ลูกจ้างใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐานในงาน 10 ประเภท ได้แก่ งานเชื่อมหรือตัดชิ้นงานด้วยไฟฟ้า, งานลับ ฝน หรือแต่งผิวโลหะด้วยหินเจีย, งานกลึงโลหะ งานกลึงไม้ งานไสโลหะ งานไสไม้ หรืองานตัดโลหะ, งานปั๊มโลหะ, งานชุบโลหะ, งานพ่นสี, งานยก ขนย้าย หรือติดตั้ง, งานควบคุมเครื่องจักร, งานปั้นจั่น และ งานหม้อน้ำ หม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน หรือภาชนะรับความดัน และให้วิศวกรเป็นผู้ทดสอบการดำเนินการตามกฎหมาย

ครม.ยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัย กรณีจะนำเข้าเครื่องจักรที่เอื้อต่อการละเมิดลิขสิทธิ์เทปเพลงต้องขออนุญาต ชี้ ปัจจุบันใช้พ.ร.บ.ละเมิดลิขสิทธิ์อยู่แล้ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบยกเลิกประกาศกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยการนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ 96) พ.ศ.2536 พ.ศ. .... ที่กำหนดให้เครื่องจักรที่สามารถใช้เพื่อประโยชน์ในการละเมิดลิขสิทธิ์เทปเพลง วิดีโอเทป และแผ่นซีดี เป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตนำเข้า ซึ่งปัจจุบันไม่มีการนำเข้าสินค้าเครื่องจักรที่สามารถใช้เพื่อประโยชน์ในการละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าวแล้ว  

อีกทั้งรูปแบบการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ปรับเปลี่ยนเป็นการละเมิดผ่านระบบอินเตอร์เน็ต อย่างไรก็ตาม การยกเลิกประกาศดังกล่าว จะไม่ทำให้การป้องกันปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ด้อยประสิทธิภาพลง เพราะเจ้าของลิขสิทธิ์สามารถใช้กลไกตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในการเอาผิดกับผู้กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ รวมถึงยังมีกลไกตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในการระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นความผิดทางอาญาตามกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาได้ ซึ่งการปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ในการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

ครม.อนุมัติงบกลาง 3.24 พันล้าน ให้ 5 กระทรวง บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 3,248.52 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง และเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือสำหรับสนุนการจัดการน้ำในฤดูฝน รวม 2,854 รายการ ตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เสนอ โดยมี 5 กระทรวงและ 7 หน่วยงาน เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการดังนี้ 1.กรมชลประทาน วงเงิน 1,202.42 ล้านบาท จำนวน 44 รายการ เช่น การขุดลอกฝาย ห้วย อ่างเก็บน้ำ สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ จัดหาเครื่องสูบน้ำ 2.กรมทรัพยากรน้ำ วงเงิน 48.36 ล้านบาท จำนวน 4 รายการ เช่น การปรับปรุงซ่อมแซมอ่างเก็บน้ำ การก่อสร้างระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 3.กรมทรัพยากรน้ำบาดาล วงเงิน 1,447.65 ล้านบาท จำนวน 2,195 รายการเช่น การฟื้นฟูสภาพบ่อน้ำบาดาล โครงการเติมน้ำใต้ดินระดับตื้น

น.ส.รัชดา กล่าวว่า 4.จังหวัด วงเงิน 227.92 ล้านบาท จำนวน 395 รายการ เช่น การขุดลอกคลอง สระ อ่างเก็บน้ำ การปรับปรุงแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและเพื่อการเกษตร การขุดเจาะบ่อบาดาล 5.กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น วงเงิน 176.59 ล้านบาท จำนวน 212 รายการ เช่น การก่อสร้างคลองส่งน้ำ การขุดเจาะบ่อบาดาลพลังงานแสงอาทิตย์ การก่อสร้างระบบผลิตเพิ่มประสิทธิภาพน้ำประปา 6.สทนช. วงเงิน 115.01 ล้านบาท จำนวน 2 รายการ คือ การจัดหาครุภัณฑ์ประกอบพร้อมระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และหน่วยอำนวยการติดตามคาดการณ์สถานการณ์น้ำเคลื่อนที่ในภาวะเข้าใกล้วิกฤต และ 7.หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา วงเงิน 30.57 ล้านบาท จำนวน 2 รายการ คือ การขุดลอกแหล่งน้ำ และการซ่อมทางผิวจราจรลาดยาง

“ตั๊น จิตภัสร์” ลั่นปชป.พร้อมลุยทุกสนาม แท็กทีมส.ส.ยังเติร์กมอบถุงยังชีพฝ่าโควิด-19 มีนบุรี-ลาดกระบัง นำร่องเกาะติดฐานเสียง-ฟอร์มทีมพร้อมทวงคืนส.ส.เมืองกรุง

น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยพันโท สินธพ แก้วพิจิตร ส.ส. นครปฐม เขต 1 น.ส. วชิราภรณ์ กาญจนะ ส.ส. สุราษฎร์ธานี เขต 3 นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส. นครศรีฯ เขต 6 และน.ส. สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส. ตรัง เขต 3 ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ น้ำดื่ม ข้าวสาร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่ สน. มีนบุรี เขตมีนบุรี และลานเอนกประสงค์ชุมชนชุมชนเคหะชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง โดยมีว่าที่ผู้สมัครส.ส. อดีตส.ก อดีตส.ข และประธานสาขาพรรคในพื้นที่เข้าร่วมอย่างคึกคัก

น.ส.จิตภัสร์ กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงส่งผลกระทบรุนแรงต่อพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะสถาบันทางการเมือง นำโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค และ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ได้กำชับให้สมาชิกพรรคทุกคน เร่งระดมลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการเปิดศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉิน โควิด-19 (ศปฉ.ปชป.) เพื่อช่วยประสานผู้ป่วยติดเชื้อตกค้างให้เข้ารับการรักษาโดยเร็ว จัดโครงการข้าวกล่องเดลิเวอรี ส่งตรงถึงบ้านเพื่อช่วยเหลือโดยตรงแก่ผู้กักตัว และการแจกถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนในการดำรงชีพประจำวันในนามมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช

อีกทั้งจากการทำงานร่วมกับรัฐบาลจะเห็นได้ว่า 2  ปีที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ มีผลงานเป็นรูปธรรมชัดเจน ทั้งการประกันรายได้เกษตรกร ราคาพืชผลการเกษตร การส่งออก ตัวเลขการค้าต่างๆที่สูงขึ้น การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในกลุ่มคนเปราะบาง - เงินอุดหนุนเด็ก ทุกเรื่องที่กล่าวมานั้นได้ดำเนินการเป็นไปได้ด้วยดี ตามนโยบาย ทำได้ไว ทำได้จริง ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังคงเป็นพรรคการเมืองที่พึ่งหวังของประชาชนได้ ไม่ว่าจะเป็นในสถานการณ์ปกติ หรือในยามที่คนไทยทุกคนต้องร่วมกับเผชิญหน้าฝ่าฟันวิกฤติไปด้วยกัน

รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่กทม.พรรคได้เตรียมวางตัวบุคคลที่จะลงรับสมัครเลือกตั้งทั้งส.ส.และส.ก.คืบหน้าไปมากแล้ว โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคได้กำชับให้ส.ส.ของพรรค เกาะติดลงพื้นที่ให้การดูแลแก้ปัญหาให้กับประชาชน และได้มอบหมายให้ตนร่วมกับผู้เกี่ยวข้องพิจารณาคัดสรรบุคคลที่คุณสมบัติเหมาะสม มีศักยภาพ และเต็มใจอาสาเข้ามารับใช้พี่น้องประชาชนไว้แล้ว ไม่ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อใด พรรคประชาธิปัตย์พร้อมเต็มที่จะลงสู้ศึกในทุกสนามการเลือกตั้ง โดยเฉพาะสนามกทม.ที่พี่น้องชาวกทม. ได้กรุณาให้ความไว้วางใจและให้การสนับสนุนเรามาตลอด


 

“บิ๊กตู่” ลั่น ครม. ทุกคนยังมุ่งมั่นเต็มที่ร่วมมือแก้ปัญหา พร้อมทำทุกอย่างให้ดีที่สุด “สั่ง”ดำเนินการเด็ดขาดปัญหาทุจริต อวยพรให้ทุกคนปลอดภัย ขอความร่วมมือทำให้ประเทศสงบ ไม่วุ่นวาย 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ขอเน้นย้ำว่าตนและรัฐบาลและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกคนยังมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ ในการที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นที่ประเทศของเราและทั่วโลกยังไม่พ้น จากวิกฤตของโรค โควิด-19 ที่ผ่านมายืนยันว่าเราสามารถจัดการได้เป็นอย่างดีมีการวางแผน เตรียมพร้อม ประเทศเป็นอย่างดีทั้งด้านเศรษฐกิจ ปากท้อง ให้ผลจากความยากจน ซึ่งทุกอย่างต้องทำประกอบกันถ้ามัวแต่สาละวนกับเรื่องโควิดอย่างเดียวคงไม่ได้แต่ก็ยังเป็นสิ่งสำคัญเพราะถือเป็นเรื่องของสุขภาพของประชาชน แต่เราก็ต้องเตรียมการประเทศในช่วง new normal  การลงทุน และสิ่งต่างๆ ในอนาคตซึ่งเราต้องทำควบคู่กันไปด้วยจะหยุดด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้ เราต้องหาวิธีการบริหารให้เกิดความสมดุลกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งก็ถือว่าทำได้ดีในระดับต้นๆของโลก จึงอยากให้ทุกคนเข้าใจ

“ผมยืนยันในเรื่องการทุจริตต่าง ได้สั่งให้มีการตรวจสอบทุกเรื่อง หากมีเรื่องใดที่เสนอเข้ามายังสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) จะต้องดำเนินการสอบสวน หลายเรื่องเกิดขึ้นมาก่อนหน้ารัฐบาลของผม แต่ได้รับการตรวจสอบจากรัฐบาลผมตามกฏหมาย ผมละเว้นใครไม่ได้อยู่แล้ว เป็นสิ่งที่ยืนยันในเจตนารมย์ที่ได้ประกาศ เป็นวาระแห่งชาติแล้วทั้งเรื่องการตรวจสอบแก้ไขการทุจริต และปัญหายาเสพติด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

“หลายอย่างรัฐบาลจำเป็นต้องทำไปในช่วงเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทแผนการปฏิรูป ซึ่งทุกคนต้องเข้าใจว่าถ้าเราทำหนึ่งปีสำเร็จ บางโครงการจะได้ผลสัมฤทธิ์ออกมาเลยแต่บางโครงการต้องผูกพันต่อเนื่องในเรื่องของเวลา และผูกพันงบประมาณ ซึ่งบางโครงการต้องใช้ระยะเวลาถึงห้าปี เป็นการนำแผนยุทธศาสตร์และแผนแม่บทมาบริหารจัดการในเรื่องของการจัดทำแผนงานโครงการให้สอดคล้องกับห้วงระยะเวลา ส่วนจะเกิดผลสัมฤทธิ์กับประชาชนมากน้อยเพียงใดทุกอย่างคือตัวประเมิน สิ่งสำคัญต้องไม่มีการทุจริตอย่างเด็ดขาดจะต้องมีการตรวจสอบตั้งแต่แผนงานว่ามีรายละเอียดเพียงพอหรือไม่ และถ้าไม่ละเอียดก็อนุมัติผ่านไปไม่ได้ ทั้งส่วนกลางภูมิภาคและท้องถิ่นจะต้องระมัดระวังให้รอบคอบ ต้นมีช่องทางการรายงานการตรวจสอบร้องเรียนจำนวนมากเนื่องจากไม่ได้มีการปิดกั้น 

“ขอให้ทุกคนมีความสุขปลอดภัยจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิดและช่วยกันทำให้ประเทศชาติเกิดความสงบ ไม่วุ่นวาย เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆและยังมีอีกหลายปัญหาทั้งเรื่องของสิ่งแวดล้อม โลกร้อน ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 และยังมีปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลานานการจะแกะมาแก้ต้องใช้เวลามากพอสมควรแต่ผมยืนยันว่าผมจะทำทุกอย่างให้กับประชาชนให้ดีที่สุด” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

"บิ๊กตู่" ยอมขออภัย “ลั่น” ในฐานะผู้บัญชาสูงสุดในสงครามโควิดพร้อมรับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้น “รับ” ไม่สบายใจต้องเลื่อนฉีดวัคซีน “ชี้” ฉีดเต็มอำนาจวัคซีนหมดก็ต้องหยุด พร้อมฉีดทันทีที่ได้เพิ่ม ตั้งเป้าฉีดวัคซีน 80-90% ในปี 65 ยันทุกหน่วยงานแบ่งหน้าที่รับผิดชอ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ปัจจุบันกระจายวัคซีนไปแล้ว 7 ล้านโดส มีการฉีดวัคซีนแล้ว 6.5 ล้านโดส โดยตั้งแต่คิกออฟ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมาฉีดไปแล้ว 2 ล้านโดสในเวลา 1 สัปดาห์ ถือเป็นขีดความสามารถของเรา ถ้าวัคซีนเข้ามามากกว่านี้ก็จะฉีดได้มากกว่านี้ตามระยะเวลาที่กำหนด  ต้องขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ จิตอาสา ในการดูแลอำนวยความสะดวกที่ได้รับการชมเชยจากประชาชน 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการจัดสรรวัคซีนไปยังจุดบริการทั่วประเทศอย่างทั่วถึงและพอเพียง ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ส่วนที่มีการรับฟังจากข่าวหรือการประกาศเลื่อนการฉีดวัคซีนจากโรงพยาบาลต่างๆ อาจทำให้เกิดความไม่สบายใจ และเข้าใจว่าภาครัฐจัดสรรวัคซีนไม่เพียงพอ หรือไม่มีการประสานงานกันนั้น ตนรับทราบข่าวนี้มาตลอดและไม่สบายใจ ยืนยันว่าพยายามแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวัน และสั่งการไปยังผู้รับผิดชอบ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดและสบายใจขึ้น 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญก็อยู่ที่ปริมาณวัคซีนที่ทยอยเข้ามาต้องมีความสมดุลกับขีดความสามารถในการฉีดวัคซีนในแต่ละวัน ระยะเวลาที่ให้ไป จะต้องฉีดภายในกี่วัน ถ้าเราฉีดเต็มอำนาจไปเลยวัคซีนหมดก็ต้องหยุด นั่นคือข้อเท็จจริง ถ้ามีวัคซีนมากก็พร้อมจะให้ทั้งที่ให้ไปแล้วและเพิ่มให้ ซึ่งต้องมีการบริหารจัดการที่ดีขึ้นในวาระต่อไป อย่างไรก็ตามภาพรวมในการดำเนินการตามวาระแห่งชาติในการฉีดวัคซีนนั้น แต่ละหน่วยงานมีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ ไม่ใช่ตนไปยึดอำนาจไว้คนเดียว ขณะเดียวกันย้ำว่าวัคซีนมาเป็นรอบ ไม่ใช่มาครั้งเดียว 6 หรือ10 ล้านโดสตั้งแต่ต้นเดือน 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทั้งนี้หลักการหรือสูตรที่ใช้จัดสรรวัคซีนที่ตนสั่งการไปมีดังนี้  

1.เมื่อมีวัคซีนมากระทรวงสาธารณสุขตรวจสอบแล้วต้องส่งให้กับทุกจังหวัดทันที จะไม่มีจังหวัดใดไม่ได้เพิ่มเติมในแต่ละรอบ ซึ่งในอนาคตอาจยกเว้นจังหวัดที่ได้ครบเป้าหมายแล้วหรือจังหวัดที่ศบค. พิจารณาว่ายังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดด้วย

2.จำนวนวัคซีนที่ส่งให้กับแต่ละจังหวัดขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆที่ต้องนำมาคำนวณด้วย ทั้งจำนวนประชากร จำนวนผู้ติดเชื้อ จำนวนผู้จองในระบบ ทั้งในระบบและพร้อมและระบบของจังหวัด รวมถึงกลุ่มเฉพาะกลุ่มอาชีพเสี่ยงหรือพื้นที่เศรษฐกิจ

3.หากจำนวนนักเรียนที่ได้คำนวณแล้วไม่เพียงพอต่อการฉีดในระยะเวลาภายในรอบนั้น ให้แต่ละจังหวัดพิจารณาจัดสรรให้กับกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มโรคเสี่ยงที่ลงทะเบียนไว้ก่อนแล้วและ

4.หากมีความจำเป็นที่ต้องชะลอการฉีดวัคซีนตามกำหนดเดิมระหว่างรอการนำส่งวัคซีนต้องยึดลำดับเดิมไว้ก่อน โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่และจัดการฉีดตามลำดับเดิมทันทีที่ได้รับการจัดสรร จึงขอให้เข้าใจตรงกันและดำเนินการตามนี้ เพราะเป็นที่มติที่ประชุมร่วมกันในการบริหารจัดการวัคซีน

"ในฐานะที่ผมเป็นนายกฯและผอ.ศบค. ถือเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดในสงครามโควิดในคร้งนี้ ต้องขออภัยด้วยกับปัญหาที่เกิดขึ้น และขอรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาทั้งหมด ซึ่งผมก็ดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกวันทุกเวลาอยู่แล้ว เพราะนี่คือวาระแห่งชาติที่ผมประกาศออกไป เราต้องร่วมใจกันทุกฝ่ายในการดำเนิยการให้บรรลุผลสำเร็จ เพื่ออนาคตของประเทศชาติ ปัญหาอุปสรรคอาจเกิดขึ้นได้ตลอด โดยเฉพาะในระยะแรกทั่วโลกวัคซีนยังมีจำกัดและกระทบต่อการจัดการ แต่จากการวางแผนของรัฐบาลที่มาอย่างต่อเนื่องการจัดหาวัคซีนล่วงหน้าทำให้รามั่นใจว่าจะได้รับวัคซีนอย่างต่อเนื่องในปริมาณที่มากขึ้นเรื่อยๆ จากหลายๆแหล่ง"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนขอย้ำว่ารัฐบาลได้จัดหาวัคซีนอย่างเพียงพอต่อคนในประเทศไทยทุกคน แลขณะนี้จัดหาวัคซีนเป็นไปตามเป้าหมาย 100ล้านโดส เพื่อฉีดให้ประชาชน50ล้านคน 70%ของประเทศในสิ้นปีนี้และเตรียมการปีหน้าด้วย ซึ่งหากได้วัคซีนมาเพิ่มก็จะฉีดวัคซีนเพิ่มไปให้เป็น80%-90%เพราะเรามีขีดความสามารถในการฉีดอยู่แล้ว จึงขอให้ติดตามและช่วยกัน ถ้าเราพูดจากันไม่ดี เจ้าหน้าที่คนหน้างานอีกหลายหมื่นคนก็เกิดความท้อแท้และหมดกำลังใจเหมือนกัน จึงต้องประสานงานกันให้ได้ทั้งระดับบน กลาง และล่าง พร้อมทำความเข้าใจประชาชนด้วย อีกทั้งขอร้องสื่อทุกประเภทด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำว่า การบริหารจัดการวัคซีนเป็นไปอย่างโปร่งใสในการทุจริตโดยเด็ดขาด และเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าด้วยศักยภาพและความทุ่มเทของบุคลากรในการจัดการควบคุมการแพร่ระบาดและการฉีดวัคซีน เราจะต้องชนะสงครามโควิดครั้งนี้ไปด้วยกัน และขอเน้นย้ำว่าตน รัฐบาลและครม.ทุกคนมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในขณะที่ยังไม่พ้นวิกฤตโควิด-19 และที่ผ่านมาเราทำอย่างดีแต่ต้องดูทุกอย่างให้สมดุลทั้งสุขภาพ ประชาชน และการเตรียมการในอนาคตควบคู่กัน หยุดด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้ ถือว่าที่ผ่านมาเราทำได้ดีอันดับๆต้นๆของโลก นอกจากนี้กำชับเรื่องทุจริต ละเว้นใครไม่ได้อยู่แล้ว 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top