Tuesday, 28 July 2026
Hard News Team

'รอง ผบ.ตร.'​ และ 'ผบช.สตม.'​ ร่วมต้อนรับคณะนายกฯ ร่วมพิธีเปิด Phuket Sandbox - ตม.ทอ.ภูเก็ต ตรวจผู้โดยสารวันแรก...ราบรื่น!!

สืบเนื่องจากวันที่ 1 ก.ค.64 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อเป็นประธานเปิดโครงการฯ และให้การต้อนรับผู้โดยสารในโครงการ Phuket Sandbox โดยมี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.​ (มค), พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม. ร่วมพิธีและให้การต้อนรับคณะฯ

เหตุที่รัฐบาลเลือกนำร่องโครงการ Sandbox ที่จังหวัดภูเก็ตนั้น เนื่องจากเป็นพื้นที่เล็ก สามารถจัดระบบควบคุมดูแลได้ง่าย นอกจากนั้น เศรษฐกิจร้อยละ 90 ของประเทศไทยมาจากการท่องเที่ยว ซึ่งเชื่อมต่อไปยังภาคส่วนอื่น ๆ เช่น การผลิต ภาคการเกษตรโดยรวมของประเทศ หากสำเร็จก็สามารถขยายทำ Sandbox ต่อไปยังพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ของประเทศได้

โดยการตรวจเที่ยวบิน ณ ด่าน ตม.ทอ.ภูเก็ต ในโครงการ Phuket Sandbox เมื่อวันที่ 1 ก.ค.64 เป็นไปด้วยความราบรื่น มีเที่ยวบินขาเข้าทั้งหมด 5 เที่ยวบิน ผู้โดยสารรวม 339 คน

  -​ ALQ 24 คน
  - Sandbox 315 คน

ทางด้าน พล.ต.ต.อาชยน​ ไกรทอง รอง ผบช.สตม.ในฐานะโฆษก สตม. เเละ พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 ในฐานะ รองโฆษก สตม.ร่วมกันเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ทาง พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ได้สั่งการให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่มี ตม.จว.อยู่ทุกจังหวัด คอยช่วยเหลือดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กลับเข้ามาท่องเที่ยวในไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคต ทั้งในด้านการบริการและความมั่นคงของประเทศไทยแบบผสมผสานควบคู่กันไปให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด และก่อเกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยสูงสุด 

โดยตำรวจตรวจคนเข้าเมืองพร้อมทำงานให้กับประเทศไทยและประชาชนอย่างเต็มที่​ ตามนโยบายของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุด ผบ.ตร. ทั้งนี้หากประชาชนสนใจต้องการรู้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตำรวจ ตม. สามารถเข้าไปดูได้ที่ www.immigration.go.th. ได้ทันที

'เตือนภัย'​ ระวังโดนแอปพลิเคชันเงินกู้เรียกดอกเบี้ยสุดโหด แถมขู่ฆ่าหรือหลอกให้ถ่ายคลิปเปลือยแลกหนี้

เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2564 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาด้านการเงิน โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 อาจคิดใช้บริการแอปพลิเคชันเงินกู้ ที่พยายามเข้าถึงประชาชนในหลายช่องทาง ทั้งการส่งข้อความสั้น (SMS) พร้อมลิงก์ เพื่อชักชวนผ่านเว็บไซต์หรือสื่อสังคมออนไลน์ในหลายแพลตฟอร์ม โดยอ้างว่าไม่ต้องมีคนค้ำประกัน กู้ง่าย ได้ไว ไม่เช็คเครดิตบูโร ไม่ต้องมีเอกสาร รับเงินสดทันที

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยากจะเตือนพี่น้องประชาชนถึงภัยที่มากับแอปพลิเคชันเงินกู้เหล่านี้ โดยที่ปรากฎชัดเจนจะมีอยู่ 3 ลักษณะ ได้แก่... 

1. การขูดรีดดอกเบี้ยที่มากเกินกว่ากฎหมายกำหนด โดยจะหักเงินจากวงเงินที่ขอกู้ทันที เช่น หากตกลงกู้ 6,000 บาท จะโอนมาให้ผู้ขอกู้เพียง 3,600 บาท โดยอ้างว่าเงินที่หัก 2,400 บาท คือดอกเบี้ยต้องหักเงินทันที เมื่อผู้กู้เห็นว่าถูกเรียกดอกเบี้ยมากเกินไป จะขอยกเลิกการกู้เงิน ทางแอปพลิเคชันกู้เงินจะไม่ยอม อีกทั้งยังบอกให้ผู้กู้ใข้เงินต้นคืนให้ได้ภายใน 5 วัน 

2. หากผู้กู้ผิดสัญญาไม่สามารถหาเงินมาจ่ายค่าเงินกู้ทันตามเวลาที่กำหนด จะมีการโทรข่มขู่ ผู้กู้ หรือ โทรไปทวงถามกับเพื่อนของผู้กู้ในลักษณะประจาน หรืออ้างว่าเพื่อนของผู้กู้ไปค้ำประกันเงินกู้ให้ผู้กู้ ทั้งๆ ที่เพื่อนผู้กู้ไม่ทราบเรื่องราวแต่อย่างใด แต่เหตุที่แอปพลิเคชันสามารถทราบหมายเลขโทรศัพท์ของเพื่อนผู้กู้ได้เป็นเพราะ เมื่อผู้กู้สมัครกู้เงินผ่านแอปพลิเคชัน

โดยแอปพลิเคชันเงินกู้จะสามารถเข้าถึงรายการบัญชีผู้ติดต่อ (Contact) ในโทรศัพท์ของผู้กู้ได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่แอปพลิเคชันเงินกู้จะสุ่มโทรศัพท์หรือส่งข้อความสั้นทวงเงินในลักษณะประจานไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของเพื่อนผู้กู้

3. มีการโทรศัพท์ขู่ฆ่าผู้กู้ หรือ มีบางรายหลอกให้ผู้กู้ที่เป็นผู้หญิงเปลื้องผ้าผ่านกล้องโทรศัพท์เพื่อแลกกับการยกหนี้ให้ ซึ่งนอกจากเสี่ยงถูกเอาไปส่งต่อในโลกออนไลน์แล้วอาจจะถูกนำไปแบล็คเมล์ภายหลังได้ 

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอประชาสัมพันธ์มายังพี่น้องประชาชน ว่าควรหลีกเลี่ยงการกู้เงินผ่านแอปพลิเคชันเงินกู้ เพื่อที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อการถูกเอารัดเอาเปรียบขูดรีดดอกเบี้ย หรือถูกทวงหนี้ในลักษณะประจาน ตลอดจนการหลอกลวงให้ถ่ายคลิปอนาจารเพื่อต่อรองกับการยกหนี้ด้วย ซึ่งการปราบปรามแอปพลิเคชันเงินกู้ผิดกฎหมายดังกล่าว​ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มิได้นิ่งนอนใจ สั่งเข้มงวด รวมทั้งออกมาตรการเพื่อป้องกันและปราบปรามผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง เนื่องจากกรณีดังกล่าวถือว่าเป็นการซ้ำเติมพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอยู่แล้วในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 

อย่างไรก็ตาม การป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ ให้กับประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ​ (ศปน.ตร.) ตามนโยบายของรัฐบาล โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่หลงไปเป็นเหยื่อ และเพื่อช่วยทำการสืบสวนปราบปรามจับกุมผู้มีอิทธิพล ผู้ปล่อยเงินกู้ที่มีลักษณะเรียกอัตราดอกเบี้ยเกิดกฎหมายกำหนด รวมถึงการทวงหนี้ในลักษณะที่เป็นการผิดกฎหมาย 

หากมีข้อมูลเบาะแสสามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชั้น 3 อาคาร 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ถนนสาทรเหนือ เขตบางรัก กรุงเทพฯ หรือโทรศัพท์สายด่วน 1599 หรือแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจทุกแห่ง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

'สำนักงานตำรวจแห่งชาติ'​ ร่วม 'คณะกรรมการอาหารและยา'​ ทลายแหล่งยาลดความอ้วน ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กว่า 50,000 แคปซูล

ด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 556/2563ลง 29 ตุลาคม 2563 แต่งตั้งชุดคณะทำงานปราบปรามผลิตภัณฑ์และการบริการ ด้านสุขภาพที่ผิดกฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมอบหมายให้ พลตำรวจโท เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน เพื่อดำเนินการปราบปรามการ การกระทำผิดกฎหมายด้านผลิตภัณฑ์ การโฆษณา และการบริการสุขภาพอย่างเข้มงวด จริงจัง และต่อเนื่อง ในทุกพื้นที่ เพื่อขจัดปัญหาที่เป็นภัยต่อสุขภาพของประชาชน ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้​ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พลตำรวจโท เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจ แห่งชาติ/หัวหน้าคณะทำงาน พร้อมด้วย พลตำรวจตรี ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค/เลขานุการ,​ พันตำรวจเอก ทรงโปรด สิริสุขะ รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3/หัวหน้าส่วนปฏิบัติการฯ,​ พันตำรวจเอก ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ รองผู้บังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค และ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา​ กระทรวงสาธารณสุขได้รับเรื่องร้องเรียนการขายยาลดน้ำหนัก ทางสื่อสังคมออนไลน์ 

โดยผู้ร้องเรียนแจ้งว่ายาลดน้ำหนักขายกันเกลื่อน การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น หลังจากมีผู้บริโภคเข้ามาร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค จึงสั่งการให้ พันตำรวจโท เอกรัตน์ ทัศเจริญ รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี /รองหัวหน้าส่วนปฏิบัติการฯ พันตำรวจตรีอนันต์ บัวแก้ว สารวัตร กองกำกับการ1กองบังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกียวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ร้อยตำรวจณฐนน อิ่มกลาง รองสารวัตรกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค และร้อยตำรวจเอก วรัณธรณ์ ภิราษร รองสารวัตรกองกำกับการ กองบังคับการ 1​ ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมเจ้าหน้าที่ ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติหมายค้นจากศาล 

จนเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าวพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา นำโดย นางสาวปาวีณา ศิริดำรงค์ เภสัชกรชำนาญการพิเศษ และนายเสริมรัฐ ไชยคุณ เภสัชกรชำนาญการ ได้ร่วมกันนำหมายค้นจากศาลจังหวัดชลบุรี ที่ ค.132/2564 ลง 1 กรกฎาคม 2564 เพื่อทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 50/2 หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านเก่า อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี พบ นางสาวเอ (นามสมมุติ เป็นผู้พักอาศัยบ้านหลังดังกล่าวและเป็นผู้นำตรวจค้น

ผลการตรวจค้น ตรวจยึด... 
1.​ ยาแผนปัจจุบันเป็นจำนวนกว่า 50,000 แคปซูล
2.​ วิตามิน B จำนวนกว่า 1,000 แคปซูล
3.​ ยาชุด สำหรับลดความอ้วน จำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้จากการสอบสวนเบื้องตัน สงสัยว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2510 มาตรา 12 ผู้ฝ่าฝืนมีโทษตามมาตรา 101 จำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท และ ขายยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา อันเป็นความผิดตาม มาตรา 32(4) ฝ่าฝืนโทษตาม มาตรา 122 จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝากความห่วงใยมายังผู้บริโภค อย่าหลงเชื่อผู้โฆษณาการขายยาลดน้ำหนักผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อาจจะเกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ ซึ่งตามหลักกฎหมายแล้ว ถือเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นการขายยานอกสถานที่ ที่ได้รับอนุญาต ยกเว้น ยาสามัญประจำบ้านที่สามารถขายได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาต จึงขอประชาสัมพันธ์ และ ขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน​ หากพบเห็นหรือมีเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้ง ข้อมูลหรือเบาะแสได้ทางสายด่วน 1135, ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ บก.ปคบ., เพจเฟซบุ๊ก​ 'กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค'​ และ​ www.cppd.go.th หรือ สแกน QR CODE

'Ericsson' บริษัทเทเลคอมยักษ์ใหญ่จากสวีเดน คว้าดีลเซ็นสัญญาการพัฒนาระบบ 5G ในประเทศมาเลเซียได้สำเร็จ

มาเลเซียเคาะเรียบร้อยสำหรับสัญญาการพัฒนาระบบ 5G ทั่วประเทศ และผู้ที่มาเซ็นดีลมูลค่ากว่า 2.65 พันล้านเหรียญกลับไม่ใช่อดีตเต็ง 1 อย่าง Huawei แต่เป็น Ericsson บริษัทเทเลคอมยักษ์ใหญ่จากสวีเดน ที่จะรับผิดชอบการวางระบบ 5G แบบ end-to-end ครบวงจร ตั้งแต่ การวางระบบพื้นฐาน ติดตั้งเสาสัญญาณ วางเครือข่ายไฟเบอร์ และระบบบริหารจัดการธุรกิจทั้งหมด เพื่อสนับสนุนบริษัทเทเลคอมในประเทศนานถึง 10 ปี

Digital Nasional Berhad (DNB) หน่วยงานผู้ดูแลสัญญา 5G ของรัฐบาลมาเลเซีย ได้อธิบายถึงภาพรวมโครงการ 5G ร่วมกับ Ericsson และเป้าหมายที่จะเกิดขึ้นกับเทคโนโลยีการเชื่อมโยงสื่อสารในมาเลเซียด้วยระบบใหม่นี้ แบ่งเป็น 2 ระดับ

ระดับแรก การพัฒนาระบบ 5G จะทำให้เกิดการยกระดับความรู้ในระบบนิเวศน์การสื่อสารที่ได้จากเทคโนโลยีของ Ericsson สู่ผู้ประกอบการด้านเทเลคอมในประเทศ ที่สามารถต่อยอด สร้างมูลค่าใหม่ ๆ ในภาคธุรกิจได้อย่างมากมายมหาศาล

ระดับที่สอง คือ พัฒนาศักยภาพในการครอบคลุมพื้นที่การใช้งานทั่วประเทศได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น และตั้งเป้าว่า ในพื้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ไซเบอร์จายา และ ปูตราจายา จะสามารถใช้ระบบ 5G ได้ภายในไม่เกินสิ้นปี 2021 นี้ และชาวมาเลเซียในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศกว่า 80% จะสามารถเข้าถึงระบบดิจิตอล 5G ได้ภายในปี 2024

การปาดเข้าวินของ Ericsson นับเป็นข่าวใหญ่ในแวดวง 5G ในย่านอาเซียน เนื่องจากก่อนหน้านี้ มาเลเซียเคยมีข่าวว่าจะให้สัมปทานวางระบบ 5G แก่ Huawei มาตั้งแต่สมัยอดีตนายกรัฐมนตรี มหาธีร์ มูฮัมหมัด และได้เซ็นสัญญากับบริษัท Maxis ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของมาเลเซียมาแล้ว

แต่จากกระแสกดดันอย่างหนักจากสหรัฐอเมริกา ที่ไม่ไว้ใจระบบ 5G ในประเด็นด้านความมั่นคง และการจารกรรมข้อมูล ที่ทำให้หลายชาติจำเป็นต้องรื้อสัญญาวางระบบของ Huawei ใหม่รวมถึงสิงคโปร์ ที่เปลี่ยนใจไปเซ็นสัญญาพัฒนาระบบ 5G กับบริษัท Nokia และ Ericsson ไปแล้วเช่นกัน เมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2020 ที่ผ่านมานี้เอง คาดว่าจะสามารถเริ่มใช้ระบบ 5G ได้ถึง 50% ของเครือข่ายที่ใช้ในสิงคโปร์ทั้งหมดภายในปี 2022

ส่วนการพัฒนาระบบ 5G ในประเทศไทยก็ไม่ได้ช้ากว่าประเทศในย่านอาเซียนอื่น ๆ ที่ตอนนี้มีบริษัท Nokia เข้ามาวางระบบเครือข่าย 5G สำหรับองค์กร และมีสัญญาการติดตั้งอุปกรณ์ทั้งของ Ericsson และ Huawei ที่คาดว่าตลาดเครือข่าย 5G ในไทย น่าจะมีการแข่งขันสูง และน่าจับตามองมากเช่นกัน

 

 

อ้างอิง

https://www.thestar.com.my/business/business-news/2021/07/01/malaysia-picks-ericsson-for-rm11bil-project-to-deploy-5g-nationwide

http://focusmalaysia.my/singapore-telcos-pick-nokia-ericsson-over-huawei-to-build-main-5g-networks/

https://soyacincau.com/2020/06/25/singapore-5g-singtel-starhub-m1-pick-nokia-ericsson-tpg-huawei/

https://www.bangkokpost.com/tech/1987367/nokia-builds-on-5g-for-enterprise-use


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“พรรคกล้า” ยื่น 2 ข้อเสนอ ถึง “บิ๊กตู่” แนะ ชะลอการระบาด ไม่ให้ถึงจุดวิกฤต ชี้ การรักษาเร็ว คือการรักษาที่ดีที่สุด เผย ฟ้าทลายโจรรักษาโควิดได้

เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล นายมนต์ชีพ ศิวะศินางกูร กรรมการบริหารพรรคกล้าพร้อมด้วย ทพ.กันตพงศ์ ดีชัยยะ คณะทำงานด้านสาธารณสุข พรรคกล้า, นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ ทีมกฎหมายพรรคกล้า และนายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม โฆษกพรรคกล้า ยื่นหนังสือข้อเสนอตั้งสถานกักตัวชุมชนและให้ยาฟ้าทะลายโจร รักษาผู้ติดเชื้อทันที ถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผ่านนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

นายมนต์ชีพ กล่าวว่า ข้อเสนอแรกให้จัดตั้งสถานที่กักตัวชุมชนและเมือง (Community-City Quarantine) คือ หากพบผู้ติดเชื้อ แต่บ้านที่มีขนาดกลาง-เล็ก มีสมาชิกในครอบครัวจำนวนมาก หรือวิถีชีวิตไม่สามารถแยกกักตัวที่บ้านได้ (Home Isolation) ให้มีกระบวนการแยกผู้ติดเชื้อออกจากสมาชิกในครอบครัวหรือคนใกล้ชิดทันที แล้วนำมากักตัวในพื้นที่เฉพาะที่ชุมชนหรือจังหวัดตั้งขึ้น โดยขอให้รัฐผ่อนคลายกฎระเบียบต่าง ๆ เกี่ยวการใช้สถานที่เพื่อการรักษาพยาบาลชั่วคราว เพื่อจัดตั้งสถานกักตัวในชุมชน ใช้อาสาสมัครหรือสร้างรายได้ด้วยการจ้างคนในชุมชนที่ผ่านการฝึกอบรมแล้ว เป็นผู้ดูแลแทนแพทย์และพยาบาลไปพลางก่อน

นายมนต์ชีพ กล่าวว่า ข้อเสนอที่สอง ‘ติดเชื้อปุ๊ป รับยาทันที’ เมื่อพบว่ามีการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่กักตัวเองอยู่ที่บ้าน หรืออยู่ในสถานกักตัวชุมชนตามข้อเสนอข้างต้น ซึ่งอยู่ระหว่างการรอเตียงเข้ารับการรักษาต้องได้รับยาทันที ซึ่งทราบว่ายาฟาวิพิราเวีย (Favipiravir) มีเหลืออยู่ในคลังถึง 2.9 ล้านเม็ด และมีแผนจัดหาในเดือนกรกฎาคมอีก 5 ล้านเม็ด ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงกันยายนอีก 3 ล้านเม็ด ซึ่งมีปริมาณมากพอ เหลือแต่เพียงการกระจายให้ผู้ป่วยอย่างทั่วถึง และที่น่าสนใจ คือการให้ยาสมุนไพร "ฟ้าทะลายโจร" ได้ทันทีเมื่อพบว่าติดเชื้อ

ซึ่งพบว่าสารแอนโดรกราโฟไลด์ในฟ้าทะลายโจร สามารถบรรเทาอาการและรักษาโรคติดเชื้อโควิด-19 ได้ โดยร่างกายต้องได้รับสารแอนโดรกราโฟไลด์ 180 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งมีการทดลองแล้วว่า เมื่อได้รับยาติดต่อกัน 5 วัน จะเกิดภาวะปอดอักเสบน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับยาฟ้าทะลายโจร ประกอบกับต้นทุนราคาถูกกว่า สามารถหาซื้อได้ง่าย จึงเหมาะสมเป็นอีกหนึ่งยาหลักที่ผู้ติดเชื้อควรได้รับทันที

นายมนต์ชีพ กล่าวว่า เพื่อชะลอการระบาดไม่ให้สถานการณ์ไปถึงจุดวิกฤต หากสถานการณ์ผู้ติดเชื้อใหม่ต่อวันสูงถึง 5,000 ถึง 6,000 คนต่อไปเรื่อย ๆ สิ่งที่จะตามมาก็คือวิกฤตระบบสาธารณสุข บุคลากรและเครื่องมือทางการแพทย์ไม่เพียงพอ จำนวนผู้เสียชีวิตก็จะมากขึ้นตามลำดับ ดังนั้น พรรคกล้าจึงเห็นว่า การแก้ปัญหาที่ต้นทางเป็นเรื่องที่จำเป็นเพราะการรักษาที่เร็วที่สุด คือการรักษาที่ดีที่สุด


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'เจดอน ซานโช่' กลายเป็นที่พูดถึงก่อนนัดเตะ อังกฤษ-ยูเครน เมื่อเขาเพิ่งกลายเป็นสมาชิกคนใหม่ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

#เก็บตกยูโร2020 ⚽

คืนพรุ่งนี้ อังกฤษจะลงเตะกับยูเครน ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกยูโร 2020 แต่คนที่กำลังเป็นข่าวร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ กลับเป็นตัวสำรองอย่าง เจดอน ซานโช่ ที่เพิ่งกลายเป็นนักเตะคนใหม่ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปเรียบร้อย

ย้อนเวลากลับไปสักหน่อย ซานโช่มีมหากาพย์เรื่องการย้ายทีมมาอย่างยาวนานกว่า 2 ปี สรุปสุดท้าย เพิ่งได้ย้ายมาแมนฯ ยูฯ ด้วยค่าตัวราว ๆ 85 ล้านยูโร แอบได้ยินเสียงเด็กผีเฮกันเบา ๆ ว่า ‘เฮ้อ มาสักที’

เพราะการรอคอยอย่างยาวนาน จนทำให้ความพีกของสตาร์รายนี้ ดูจะแผ่วลงไปพอสมควร แถมฤดูกาลก่อนก็ไม่ได้เปรี้ยงปร้างกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ต้นสังกัดเดิมในบุนเดสลีลา เยอรมัน สักเท่าไร ด้วยเหตุนี้ การมาของเสี่ยโช่ เอ้ย! ซานโช่ จึงไม่ได้สร้างความกระดี๊กระด๊าให้กับแฟน ๆ ผีแดงมากมายเท่าที่ควร

กลับมาที่ในแคมป์ทีมชาติอังกฤษในเวลานี้ จาก 4 นัดที่ผ่านมา ฟอร์มของบรรดานักเตะกองหน้าทำผลงานได้ดีกันแทบทุกคน ทั้งราฮีม สเตอร์ลิ่ง, แจ็ค กรีลิช, ฟิล โฟเด้น นั่นเองจึงทำให้ซานโช่ต้องกลายเป็นตัวสำรองอดทน

ซานโช่ เพิ่งลงเล่นให้อังกฤษในทัวนาเม้นท์นี้ไปแค่ 6 นาที โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมาช่วงท้ายเกมกับสาธารณรัฐเช็ก ในรอบแรก และในเกมที่พบกับทีมชาติเยอรมัน รอบ 16 ทีม เจ้าตัวก็คาดหวังว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง เนื่องจากรู้ไส้รู้พุงนักเตะเยอรมันเป็นอย่างดี แต่แกเร็ธ เซาธ์เกต นายใหญ่ทีมชาติอังกฤษ ก็ไม่เลือกใช้งานเขา ด้วยเหตุผลสั้น ๆ ว่า ‘เรามีตัวเลือกกองหน้าที่มากมายจริง ๆ’

สถานภาพของซานโช่ในเวลานี้ ไม่ต่างจากคนอยากปล่อยของ ขอแค่เวลาและโอกาส ยิ่งเป็นช่วงสบายตัว สบายใจ ปลดล็อกความกดดันจากเรื่องการย้ายทีมไปแล้วแบบนี้ รับประกันว่าซานโช่อยากโชว์ของแน่นอน ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับนายใหญ่อย่างเซาธ์เกตแล้วล่ะว่า จะ ‘ใจถึง’ ส่งเสี่ยคนใหม่ เอ้ย! นักเตะคนใหม่ของแมนฯ ยูฯ ลงสนามวาดลวดลายหรือไม่

นัดที่เจอกับยูเครนคงมีคำตอบรออยู่!


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

คำรณ ปราโมช ณ อยุธยา ผู้ก่อตั้งและอดีตกรรมการผู้จัดการนิตยสารอิมเมจ โพสต์ข้อความสนับสนุนการเปิดภูเก็ตรับนักท่องเที่ยว ภายใต้ชื่อ ภูเก็ต แซนด์บ๊อกซ์

คำรณ ปราโมช ณ อยุธยา ผู้ก่อตั้งและอดีตกรรมการผู้จัดการนิตยสารอิมเมจ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ส่วนตัวสนับสนุนการเปิดภูเก็ตรับนักท่องเที่ยว ภายใต้ชื่อ ภูเก็ต แซนด์บ๊อกซ์ โดยระบุว่า สื่อต่างประเทศต่าง ๆ อาทิ (นิตยสาร Travel + Leisure) เริ่มลงข่าวเกี่ยวกับการเปิดเกาะภูเก็ต ตามที่รัฐบาลตั้งชื่อ Phuket sandbox กันแล้ว น่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดี

ด้วยความที่ไปเรียนประเทศอังกฤษตอนเด็ก ๆ ตั้งแต่สิบเอ็ด สิบสองขวบ ในช่วงปี 1974 เมื่อเรียนภาษาอังกฤษ คำว่า Sandbox สำหรับเราจะมีความเข้าใจเสมอว่า มันคือกล่อง หรือการนำไม้มากั้นพื้นที่ ใส่ทราย เป็นพื้นที่ ๆ ปลอดภัย สำหรับเด็ก ๆ เล่นกันอย่างมีความสุข

ต่อมาไม่กี่ปีมานี่ คำศัพท์ที่ถูกพูดถึงอย่างมากในแวดวง Fintech คือ Regulatory Sandbox เป็นพื้นที่ทดสอบภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่ บริษัท ผู้ประกอบการ หรือนักลงทุนสามารถมาทดสอบผลิตภัณฑ์และบริการของตนได้โดยได้รับการยกเว้นกฎเกณฑ์หรือข้อบังคับบางอย่าง เพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วหรือการเกิดขึ้นของนวัตกรรมใหม่ ๆ

แนวคิดดังกล่าวนี้ เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศอังกฤษ ในปี 2015 เมื่อ FCA หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของอังกฤษ ส่งเสริมการแข่งขันและการปรับปรุงพัฒนาธุรกิจและผลิตภัณฑ์ จนกลายเป็นต้นแบบให้มีการนำแนวคิดนี้ไปต่อยอดใช้เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมต่าง ๆ ในหลายประเทศทั่วโลก และปัจจุบันคำ ๆ นี้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในหลากหลายแวดวง รวมไปถึงใช้แทนโครงการพื้นที่นำร่องต่าง ๆ

สำหรับแฟน ๆ ซีรีส์เกาหลี คิดว่าหลาย ๆ คนที่เคยดู เรื่อง Start-Up คงจะคิดถึงช่วงที่ ประธานยุน ตอบคำถามถึงที่มาของการตั้งชื่อ ‘แซนด์บ็อกซ์’ (Sandbox) ในตอนต้นเรื่องซีรีส์ Start-Up ซึ่งประธานยุนได้รับแรงบันดาลใจนี้มาจากเรื่องราวที่ ซอชองมยอง (รับบทโดย คิมจูฮอน) พ่อของซอดัลมี (รับบทโดย ซูจี) เคยเล่าเรื่องที่ลูกสาวให้ฟัง ว่าครั้งหนึ่งลูกสาวของเขาเล่นชิงช้าในสนามเด็กเล่นแล้วล้มลงมาบาดเจ็บ แล้วจะให้เลิกเล่น แต่ลูกกลับบอกว่าให้ปูพื้นทรายที่ใต้ชิงช้าแทน

เมื่อรัฐบาลเลือกที่จะใช้คำว่า Phuket sandbox เราก็ชอบที่ใช้คำนี้ น่ารักและมีความหมายก็ดี ส่วนตัวแล้วก็นึกภาพ หากจะอยู่ในพื้นที่แค่เกาะภูเก็ตที่มี ชายหาดขาวสะอาด ทะเลสีคราม แสงแดดและอากาศ ทีดี ของกินอร่อยๆ ฃื้อของจับจ่ายได้สนุกสนาน และมีความปลอดภัย แค่นี้ก็มีความสุข และอดไม่ได้ที่จะคิดถึงสมัยเด็ก ๆ เลยเอามาฝากอีกสองรูปสุดท้าย

ที่เอ่ยมาก็เพราะ เดาไว้ไม่ผิด คณะชังถ่วงชาติก็เริ่ม ดราม่า ด้วยวิธีการเดิม ๆ เช่นเคย ที่ตลกร้ายก็ไปเปรียบเทียบกับ ปราสาททรายว่า ลมพัด น้ำเซาะก็ไม่เหลืออะไรเลย ทั้ง ๆ ที่ มันคนละคำ คนละความหมายระหว่าง sandcastle กับ sandbox

นี่หากมีคนรู้จักมาเปรียบเทียบระหว่างสองความหมายนี้ จะเอาตีนถีบกะโหลกแรง ๆ ซักสามที เผื่อสมองจะเข้าที่ เลิกสมองกลวงซักที

 

ที่มา : https://www.facebook.com/1012077191/posts/10221368969146335/


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สำรวจ หนี้ครัวเรือนไทยพุ่ง 90.5% ต่อ จีดีพี สูงสุดรอบ 18 ปี

ข้อมูลเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนล่าสุดในไตรมาส 1/2564 สะท้อนสถานการณ์หนี้สินของประชาชนที่ยังคงมีอัตราการเติบโตเร็วกว่าเศรษฐกิจไทยในภาพรวม โดยยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนไทยในไตรมาส 1/2564 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14.13 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 90.5% ต่อจีดีพี สูงสุดในรอบ 18 ปีตามสถิติที่มีการเก็บรวบรวมของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสูงขึ้นต่อเนื่องจากระดับ 89.4% ต่อจีดีพี ในไตรมาสที่ 4/2563 

ทั้งนี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า วิกฤตโควิด-19 ที่ลากยาวเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของปีจะเพิ่มความเสี่ยงต่อเส้นทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ พร้อม ๆ ตอกย้ำวังวนปัญหาหนี้สินของภาคครัวเรือน โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ หรือมีรายได้ลดลงจนมีผลกระทบต่อความสามารถในการชำระคืนหนี้ และสำหรับแนวโน้มในปี 2564 นั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับทบทวนตัวเลขประมาณการหนี้ครัวเรือนไทยขึ้นมาอยู่ที่กรอบ 90-92% ต่อจีดีพี (กรอบเดิมคาดที่ 89-91% ต่อจีดีพี)

2 มิ.ย. ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกรายงานผลการศึกษาเรื่องหนี้ครัวเรือนของไทย พบว่า ปัญหา หนี้สินในภาคครัวเรือนของไทยยังคงมีทิศทางขาขึ้นสวนทางภาพความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจที่ยังคงถูกกดดันจากผลกระทบของวิกฤตโควิด 19 โดยหนี้ครัวเรือนล่าสุดในไตรมาสที่ 1/2564 อยู่ที่ระดับ 14.13 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 90.5% ต่อจีดีพี (สูงสุดในรอบ 18 ปี) ขยับขึ้นจาก 89.4% ต่อจีดีพี ในไตรมาสที่ 4/2563 ขณะที่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Quarter on Quarter: QoQ) หนี้ครัวเรือนในไตรมาส 1/2564 มียอดคงค้างเพิ่มขึ้นประมาณ 88,138 ล้านบาท โดยหลัก ๆ เป็นผลมาจากการเร่งขึ้นของหนี้รายย่อย 3 กลุ่ม ได้แก่ หนี้บ้าน หนี้ประกอบอาชีพ และหนี้เพื่อใช้จ่ายชีวิตประจำวัน 

1.) หนี้บ้าน (ยอดคงค้างหนี้บ้านเพิ่ม 5.53 หมื่นล้านบาทจากไตรมาสก่อน) ซึ่งสอดคล้องกับแคมเปญกระตุ้นยอดขายของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่อาศัยแนวราบราคาประมาณ 1-3 ล้านบาท และ 3-5 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งผู้กู้หรือครัวเรือนยังคงเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ รายได้ปานกลางค่อนไปทางสูง (ไม่ถูกกระทบมากนักจากสถานการณ์โควิด) ซึ่งทำให้ยังคงมีความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ได้

2.) หนี้เพื่อประกอบอาชีพ (ยอดคงค้างหนี้ประกอบอาชีพเพิ่ม 4.01 หมื่นล้านบาทจากไตรมาสก่อน) โดยผู้กู้หรือครัวเรือนจำเป็นต้องก่อหนี้เพิ่มเพื่อหนุนสภาพคล่อง และใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการประคับประคองกิจการในช่วงที่โควิด-19 ยืดเยื้อ ซึ่งมีผลกระทบต่อเนื่องต่อรายได้และยอดขาย

3.) หนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคทั่วไป (ยอดคงค้างหนี้อุปโภคบริโภคทั่วไป เพิ่ม 3.35 หมื่นล้านบาทจากไตรมาสก่อน) ซึ่งเป็นกลุ่มครัวเรือนที่มีปัญหารายได้ฝืดเคือง รายได้ไม่สมดุลกับภาระค่าใช้จ่าย จนทำให้ต้องกู้หนี้ยืมสินมาใช้จ่ายในชีวิตประวัน
 
อย่างไรก็ดี วิกฤตโควิด-19 ระลอกสามของไทยที่เริ่มมาตั้งแต่ต้นไตรมาส 2/2564 มีผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของประชาชนหลายกลุ่ม โดยผู้กู้รายย่อยมีรายได้ที่ฝืดเคือง และประเมินว่า ตนเองจะมีปัญหาความสามารถในการชำระคืนหนี้มากขึ้น

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยทำการเปรียบเทียบผลสำรวจภาวะหนี้สินและการออมของประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล (ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยจัดทำขึ้นในเดือนมี.ค. 2564 และเดือนมิ.ย. 2564 ที่เป็นช่วงก่อน-หลังโควิดรอบสาม) พบว่า สถานการณ์รายได้และหนี้สินของประชาชนรายย่อยถดถอยลงมากจากผลของโควิด 19 ระลอกที่สาม โดยในผลสำรวจเดือนมิ.ย. 2564 (หลังโควิดรอบสาม) ผู้ตอบแบบสอบถามที่ “มีรายได้ไม่ปกติ” มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 59.6% ของจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด สูงกว่าสัดส่วน 56.2% ในผลสำรวจเดือนมี.ค. 2564 (ก่อนโควิดรอบสาม) และโดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ตอบแบบสอบถามในรอบเดือนมิ.ย. 2564 มี “จำนวนบัญชีสินเชื่อ” และ “สัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ หรือ DSR” เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับผลสำรวจฯ เดือนมี.ค. 2564 โดย DSR จากผลสำรวจฯ เดือนมิ.ย. 2564 ขยับขึ้นมาที่ 46.9% เทียบกับ DSR ที่ 42.8% จากผลสำรวจฯ เดือนมี.ค. 2564  

โดยหากพิจารณาเฉพาะในกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความเปราะบางทางการเงิน ซึ่งเป็นประชาชน-ครัวเรือนที่กำลังเผชิญแรงกดดัน 3 ด้านพร้อมกัน ทั้ง “ปัญหารายได้ลด-ค่าใช้จ่ายไม่ลด-DSR สูงเกินกว่า 50% ต่อรายได้ต่อเดือน” จะพบว่า สัดส่วนของกลุ่มเปราะบางในผลสำรวจเดือนมิ.ย. 2564 ขยับขึ้นมาที่ 22.1% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด เทียบกับสัดส่วนประมาณ 10.8% ในผลสำรวจเดือนมี.ค. 2564 ภาพสะท้อนดังกล่าวตอกย้ำปัญหาหนี้สินของประชาชนที่มีสัญญาณน่ากังวลมากขึ้นในระดับครัวเรือน 

สำหรับมุมมองต่อสถานการณ์หนี้สินของตัวเองนั้น ผลสำรวจฯ พบว่า ลูกหนี้ห่วงปัญหาหนี้สินของตัวเองมากขึ้น โดยผู้ตอบแบบสอบถามในเดือนมิ.ย. ส่วนใหญ่ราว 79.5% ประเมินว่า ปัญหาหนี้ของตัวเองยังไม่น่าจะดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 โดยสัดส่วนของผู้ที่ “มองว่าปัญหาหนี้จะแย่ลง” เพิ่มขึ้นมาที่ 26.6% ของผู้ตอบแบบสำรวจในรอบมิ.ย. เทียบกับสัดส่วนเพียง 7.8% ในรอบมี.ค. ซึ่งโควิดระลอกสามมีผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของครัวเรือนหลายส่วนให้อ่อนแอและเปราะบางมากขึ้น และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผู้ที่มีภาระหนี้อยู่ในปัจจุบันสนใจที่จะสมัครเข้ามาตรการช่วยเหลือของสถาบันการเงินมากขึ้น โดยผู้ที่สนใจมีสัดส่วนประมาณ 62.8% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ขณะที่ภาพสะท้อนจากมุมของประชาชน-ครัวเรือน บ่งชี้ว่า สินเชื่อที่ต้องการรับความช่วยเหลือส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อบัตรเครดิต+สินเชื่อส่วนบุคคล (45.3%) สินเชื่อเช่าซื้อ (25.3%) และสินเชื่อบ้าน (14.3%) ตามลำดับ

สำหรับแนวโน้มในปี 2564 วิกฤตโควิด-19 ที่ลากยาวเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของปี 2564 มีผลกระทบทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอน ขณะที่ประชาชน-ครัวเรือนหลายส่วนมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับสถานะรายได้จากการทำงานของตัวเอง ซึ่งส่วนหนึ่งสะท้อนจากการค้นหาช่องทางเพื่อหารายได้เสริมใน Google Trends ที่กลับมาปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่โควิดระบาดรอบสาม ซึ่งเป็นภาพที่คล้ายกับการระบาดของโควิดในรอบแรก สำหรับข้อมูลลูกหนี้รายย่อยที่เข้ารับความช่วยเหลือจากธนาคารพาณิชย์และนอนแบงก์นั้น ขยับขึ้นมาที่ 1.69 ล้านบัญชีในเดือนเม.ย. 2564 (จาก 1.68 ล้านบัญชีในเดือนมี.ค.) คิดเป็นยอดภาระหนี้ที่ได้รับความช่วยเหลือ 12.4% ของลูกหนี้รายย่อย ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ผลกระทบที่หนักและชัดเจนมากขึ้นของโควิดรอบสาม อาจทำให้จำนวนบัญชีลูกหนี้รายย่อยเข้ามาตรการช่วยเหลือฯ มีโอกาสขยับขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเดือนมิ.ย. ถึงต้นไตรมาส 3/2564 นี้

ดังนั้น ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนในปี 2564 น่าจะเติบโตในระดับที่สูงกว่า หรือใกล้เคียงกับอัตรา 4.1%  ในปี 2563 ตอกย้ำภาพหนี้สินครัวเรือนที่โตกว่าทิศทางเศรษฐกิจ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ปรับทบทวนสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีในปี 2564 ขึ้นมาอยู่ในกรอบประมาณ 90-92% ต่อจีดีพี (กรอบคาดการณ์เดิมที่ 89-91% ต่อจีดีพี) 

ปัญหาหนี้ครัวเรือนโตสวนทิศทางเศรษฐกิจเป็นภาวะที่เกิดขึ้นกับหลาย ๆ ประเทศ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับประเทศไทย แต่อย่างไรก็ดีศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า แม้ไม่มีปัญหาโควิด-19 หนี้ครัวเรือนก็เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างลำดับต้นๆ ของไทยที่รอให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกันวางแนวทางแก้ไข ซึ่งสำหรับในปีนี้ น่าจะเห็นการเดินหน้ามาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยหล่อเลี้ยงสภาพคล่อง ปรับโครงสร้างหนี้เพื่อประคองไม่ให้ลูกหนี้กลายเป็น NPLs และ/หรือทบทวนเพดานดอกเบี้ยผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย (เพื่อช่วยลดภาระให้กับลูกหนี้ในช่วงที่โควิด-19 ยังไม่สิ้นสุด) ตลอดจนการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ รวมไปถึงการวางแนวทางในระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและหนี้สินของภาคครัวเรือนอย่างจริงจังเมื่อวิกฤตโควิด-19 สิ้นสุดลง โดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพในการหารายได้ และดูแลให้การก่อหนี้ของภาคประชาชน สอดคล้องกับรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของตนเองมากขึ้น

คลังเปิดผลมาตรการรัฐวันแรกคนใช้จ่าย 1,646 ล้าน

น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มาตรการลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบจากโควิด-19 ประกอบด้วย โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ โครงการเพิ่มกำลังซื้อกลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้กลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ได้เปิดให้ประชาชนใช้จ่ายวันแรกเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2564 พบว่า การใช้จ่ายวันแรก มีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการรวมกว่า 7.8 ล้านราย และมียอดใช้จ่ายรวม ทั้งหมด 1,646 ล้านบาท

สำหรับสรุปผลการใช้จ่ายได้ ดังนี้  

1.) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 3.5 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายรวม 791.3 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 399.4 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่าย 391.8 ล้านบาท

2.) โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 3,428 ราย โดยเป็นยอดการใช้จ่ายรวม 9.1 ล้านบาท  

3.) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 4.2 ล้านราย มียอดการใช้จ่ายรวม 826.3 ล้านบาท

และ 4.) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ มีผู้ใช้สิทธิจำนวนกว่า 1 แสนราย มียอดการใช้จ่ายรวม 19.6 ล้านบาท 

“การใช้จ่ายในทุกโครงการ จะต้องเป็นการจ่ายเงินระหว่างประชาชนกับร้านค้าหรือผู้ให้บริการแบบพบหน้าเท่านั้น และจะต้องไม่มีกระบวนการใด ๆ รองรับการซื้อขายที่ดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ หรือผ่านคนกลาง ไม่ว่าด้วยวิธีการใด ที่เป็นการหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมแบบพบหน้าดังกล่าว เช่น การนำ QR Code ไปคัดลอกส่งต่อแก่บุคคลอื่นเพื่อสแกนจ่ายเงิน และการสแกนจ่ายค่าสินค้าหรือบริการจะต้องระบุยอดเงินให้ตรงตามมูลค่าสินค้าหรือบริการนั้น เนื่องจากไม่สามารถทอนเงินหรือรับแลกสินค้าหรือบริการคืนเป็นเงินสดได้”

หวั่นคนแอบขึ้นทะเบียนวิสาหกิจชุมชนปลูกกัญชา

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ได้รับทราบความคืบหน้าการจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน โดยจากข้อมูลการจดทะเบียนในเดือนมิ.ย. 64 พบว่า มีวิสาหกิจที่จดทะเบียนและดำเนินการอยู่ 9.6 หมื่นแห่ง คิดเป็นจำนวนสมาชิกรวม 1.68 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากปี 63 ที่มี 9.3 หมื่นแห่ง โดยในจำนวนนี้ พบว่า มีวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลแล้ว 2,900 แห่ง 

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเพิ่มขึ้นมาก คือ การเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ที่ส่งเสริมประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มช่องทางการตลาดแก่เกษตรกร เป็นโครงการภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงนโยบายรัฐบาลที่เปิดโอกาสให้วิสาหกิจชุมชนสามารถปลูกพืชเสพติดเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้ เช่น กัญชา ภายใต้การกำกับของหน่วยงานรัฐตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ทำให้วิสาหกิจชุมชนต้องการเพิ่มกิจกรรมการปลูกพืชเสพติด รวมถึงคนทั่วไปต้องการจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนเพื่อปลูกพืชดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น 

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการหารือกัน และมีข้อกังวลว่า อาจมีคนบางกลุ่มเข้าจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนแต่ดำเนินการข้ามพื้นที่ เป็นในลักษณะที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการให้วิสาหกิจชุมชน เป็นของประชาชนในพื้นที่ ใช้ทรัพยากรในการพัฒนาเศรษฐกิจให้มีความแข็งแรง เป็นชุมชนพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนดังนั้น เพื่อให้การดำเนินของวิสาหกิจชุมชนเป็นไปเพื่อชุมชนนั้นๆอย่างแท้จริง คณะกรรมการฯจึง มีมติให้ทบทวนประกาศคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน เรื่องคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และการต่อทะเบียนของวิสาหกิจชุมชน ให้มีความชัดเจนมากขึ้น 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top