Wednesday, 29 July 2026
Hard News Team

ทัพหน้า​ต้านล้มเจ้าเป้าหมายที่ไม่เปลี่ยน​ กับ 'หมอวรงค์ แห่งไทยภักดี’ | Click on Clear THE TOPIC EP.8

????ที่นี่ที่เดียว!! กะเทาะความคิด ‘ทัพหน้า’ แห่งไทยภักดี ผู้ต่อต้านกลุ่มล้มเจ้าอย่างต่อเนื่อง !!!!

????เพราะเป้าหมายสำคัญมีเพียงหนึ่ง...เพื่อพิทักษ์ ‘สถาบันพระมหากษัตริย์’ ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจคนไทยทั่งประเทศ!!

โดย​ Click on Clear THE TOPIC จับประเด็น เน้นความรู้ ที่จะพาไปพูดคุยกับ

‘นายแพทย์ วรงค์ เดชกิจวิกรม’ รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี

ใน​ Topic : 'ทัพหน้า'​ ต้านล้มเจ้า!! พันธกิจที่มิเคยเปลี่ยน ของ​ 'หมอวรงค์'​ แห่ง​ ‘ไทยภักดี'

ดำเนินรายการโดย ปริม กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา PROGRAM DIRECTOR THE STATES TIMES

.

.


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ราเมศ เลขา ประธานชวน รับเป็น “ทนาย” ช่วย ประสิทธิ์ เจียวก๊ก คนกระบี่ กรณี ถูกฟ้องผิดตัว 

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการประธานรัฐสภา ได้กล่าวถึงกรณีที่ มีประชาชนในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ชื่อนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก  ถูกฟ้องผิดตัว ว่า 
 
กรณีนี้ ตนได้รับการประสานจากนายถาวร เสนเนียม ส.ส.จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ติดตามข่าวนี้อย่างใกล้ชิด และมีความเป็นห่วง อยากให้เข้าไปให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายเพื่อให้ความเป็นธรรม ต่อนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ที่ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกฟ้อง และปรากฏข้อเท็จจริงชัดว่ากรณีนี้ เป็นการฟ้องผิดคน เพราะนายประสิทธิฯ มีอาชีพรับจ้างก่อสร้าง รายได้วันละ 200 บาท ไม่ได้ไปดำเนินการตั้งบริษัทแต่อย่างใด  และไม่ได้ประกอบธุรกิจตามที่ถูกกล่าวหา กลับถูกฟ้องต่อศาลอาญา ในความผิดฐานฉ้อโกงเป็นจำนวนถึง 4 คดี และมีหมายศาลให้ไปขึ้นศาล ในวันที่ 23 ส.ค.64 เวลา 13.30 น. ซึ่งเป็นวันนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีอาญา  

นายราเมศกล่าวว่า ตนได้ประสานไปยัง นายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.จังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อร่วมให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน จึงทำการสอบถามข้อร้องเรียนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมผ่านระบบ Video Conference (วีดีโอคอนเฟอเรนซ์) ซึ่งมีหลานของนายประสิทธิ์ ได้ดำเนินการให้นายประสิทธิ์ ได้พูดคุย เพราะไม่สามารถติดต่อผ่านช่องทางนี้ได้ ด้วยตนเอง ได้มีการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น ทราบว่าเป็นการฟ้องที่ผิดตัวจริง เพราะความจริงแล้ว มีคนที่ชื่อเดียวกันเป็นนักธุรกิจชื่อดัง ที่ถูกฟ้องคดีเป็นจำนวนมาก และเป็นคนจังหวัดกระบี่เหมือนกัน  และนายประสิทธิ์จะได้นำส่งคำฟ้องทั้งหมดเพื่อให้ดำเนินการช่วยเหลือต่อไป 

นายราเมศกล่าวว่า เรื่องนี้ตนจะรับเข้าเป็นทนายความให้นายประสิทธิ์เพื่อตามหาความเป็นธรรมให้ ข้อเท็จจริงไม่มีความยุ่งยาก แต่การไม่ได้รับความเป็นธรรมเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ เมื่อได้รับหมายศาล คดีอาญา ถึงขั้นมีโทษติดคุกติดตะราง ไม่ใช่เรื่องเล็ก ที่น่าเห็นใจคือมีคนแนะนำให้นายประสิทธิ์ ไปเปลี่ยนชื่อหากไม่อยากถูกฟ้องผิดตัว ซึ่งไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง การเดินทางไปร้องขอความเป็นธรรมก็มีค่าใช้จ่าย จ้างทนายความก็มีค่าใช้จ่าย ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ตนได้บอกว่าจะเสียค่าเดินทางให้เพื่อขึ้นมาพบเพื่อนำหลักฐานมาให้ ได้รับคำตอบคือ ไม่รู้แห่งกรุงเทพ ความหมายคือไม่เคยไป และไม่มีเงินด้วย จึงขอให้หาหลานที่ใช้โทรศัพท์เป็นเพื่อใช้ระบบวิดิโอคอนเฟอเรนซ์ ก็ได้พูดคุยกันทางนี้ประหยัดค่าใช้จ่ายโดยมี นายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.จังหวัดกระบี่ ร่วมด้วย และจะรับผิดชอบในการรวบรวมเอกสารในพื้นที่เพื่อเตรียมใช้ในวันขึ้นศาลต่อไป  

นายราเมศ กล่าวตอนท้ายว่า ขณะนี้ถึงแม้ว่ารัฐสภาจะงดประชุม 2 สัปดาห์ แต่การช่วยเหลือประชาชนยังคงเดินหน้าทำงานอยู่ทุกวัน นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กำชับเสมอว่าแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 แต่ต้องปรับการทำงานให้สอดคล้องกับมาตรการป้องกันที่เข้มงวด แต่จะต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานโดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือประชาชน

เอกชนตั้งคณะทำงานช่วยดูแลผู้ป่วยโควิด-19

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท. ได้จัดตั้งคณะทำงานช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 อย่างเร่งด่วน แบ่งออกเป็น 5 คณะ คือ 


1. คณะทำงานด้านข้อมูลโควิด มีหน้าที่จัดการให้ความรู้คู่มือการใช้ Rapid Test, แนวการปฏิบัติตัวในช่วงโควิดและหลังโควิด ผ่านระบบ e-Learning และจัดทำคู่มือการปลูกและแจกเมล็ดพันธุ์ฟ้าทะลายโจร  

2. คณะทำงานจัดหาชุด Rapid test และจัดทำห้องความดันลบ มีหน้าที่ดำเนินการจัดหาชุด Rapid test & Product และจัดทำห้องความดันลบ 

3. คณะทำงาน Call Center และประสานงาน ทำหน้าที่ประสานงานรับเรื่องการตรวจโควิด-19 ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร และให้ข้อมูลที่ถูกต้องในการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 

4. คณะทำงานระบบแจ้งเตือนผู้มีความเสี่ยงโควิด ทำหน้าที่ผลักดันต่อกรมควบคุมโรคเพื่อให้ภาคราชการ เอกชน ประชาชนได้ใช้ระบบ Exposure Notification Express (ENX) ในการติดตามและแจ้งเตือนเมื่อใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อหรือกลุ่มเสี่ยง 

5. คณะทำงานรับบริจาคช่วยเหลือ ทำหน้าที่เปิดรับบริจาคหาเงินช่วยเหลือในการดำเนินโครงการจัดทำห้องความดันลบ การจัดซื้อชุด Rapid test และการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม 

“บิ๊กตู่” เตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยว Samui Plus Model เย็นนี้ ต่อยอดพื้นที่นำร่องจาก Phuket Sandbox 

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ช่วงเย็นวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดรับนักท่องเที่ยวภายใต้รูปแบบ Samui Plus Model (ผ่านระบบ Video Conference) ณ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี  โดยเป็นกิจกรรมการเปิดพื้นที่นำร่องเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า ภายใต้  Samui Plus Model  ซึ่งเป็นการขยายพื้นที่นำร่องรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ได้รับวัคซีนแล้วเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยต่อยอดจากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งได้เปิดโครงการไปเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา และจะขยายในพื้นที่อื่นที่มีศักยภาพด้วย  

“สำหรับการเปิด Samui Plus Model วันนี้ ช่วงเช้ามีพิธีต้อนรับ Experimental FAM Trip เที่ยวบินปฐมกฤษ์ PG 5125 BKK-USM ซึ่งเป็นตัวแทนเอเย่นต์และสื่อมวลชนต่างประเทศ  (ลอนดอน ปารีส แฟรงค์เฟิร์ต และฮ่องกง) ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเชิญมาในรูปแบบแฟมทริปด้วย และในช่วงเย็นเวลาประมาณ 19.00 น. ณ SEEN BEACH CLUB SAMUI อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายกรัฐมนตรี จะทำพิธีเปิด Samui Plus Model ผ่านระบบออนไลน์ พร้อมร่วมชมการแสดง 3D Mapping Performance ชุด Samui+ Top of Mind ซึ่งการเปิดกิจกรรมครั้งนี้จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของหมู่เกาะทะเลใต้ทั้งเกาะสมุย เกาะพงันและเกาะเต่า รวมถึงพื้นที่อื่นๆ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสาธารณสุขของนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ” นายอนุชากล่าว

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า Samui Plus Model และ Phuket Sandbox เป็นการเดินหน้าอย่างเป็นขั้นตอนตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศแนวทางเปิดประเทศไทยภายใน 120 วัน เพื่อฟื้นฟูกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายใต้การควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างเข็มงวดอีกด้วย ซึ่งตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาภูเก็ต ภายใต้โครงการ Phuket Sandbox ตั้งแต่วันที่1-14 ก.ค.นี้ รวมแล้ว 5,473 คน

ป.ป.ช. ฟัน “นายกอบต.ราชาเทวะ” ทุจริต จัดซื้อรถดับเพลิง-เอื้อเอกชน

รายงานข่าวจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ ได้พิจารณากรณีกล่าวหานายทรงชัย นกขมิ้น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ กับพวก ฐานทุจริตประกวดราคาซื้อรถยนต์ดับเพลิงกู้ภัยแบบกระเช้าบันได จำนวน 1 คน วงเงิน 39,950,000 บาท ตั้งแต่เดือนมกราคม 2555 โดยจากการตรวจสอบพบว่า การกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของรถยนต์ดับเพลิงกู้ภัยดังกล่าวไม่เป็นไปตามมาตรฐานกลางของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และดำเนินการต่างๆ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้บริษัท โชคสมบูรณ์อิควิปมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนขายรถยนต์ดับเพลิงที่ประกอบในประเทศ หรือรถยนต์ดับเพลิงเก่าที่นำมาปรับปรุงใหม่โดยไม่ได้มาตรฐานด้านดับเพลิงสากล จากการตรวจสอบยังพบอีกว่า รถดับเพลิงดังกล่าวต้นทุนไม่เกินคันละ 10 ล้านบาท มาขายให้กับ อบต.ราชาเทวะ ในราคาเกือบ 40 ล้านบาท 

ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วจึงมีมติชี้มูลความผิด นายทรงชัย กับพวก มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151, 157 และพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 ทั้งนี้ หลังจากนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะส่งสำนวนไปให้อัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องต่อศาล รวมทั้งส่งให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้ง ถอดถอน ไปดำเนินการถอดถอนออกจากตำแหน่ง

หน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดลำพูน จัดอบรมสร้างจิตสำนึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รุ่นที่ 1 โดยมี 3 วัตถุประสงค์ ให้ตระหนักและระลึกถึงคุณูปการอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ท่าน

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 64 ที่ผ่านมา หน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดลำพูน จัดอบรมสร้างจิตสำนึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รุ่นที่ 1 ณ ห้องประชุมโรงเรีบนป่าตาลบ้านธิพิทยา เลขที่ 100 หมู่ที่ 19 ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน โดยมีนายณัฎฐยศ ป่าหลวง ผู้อำนวยการโรงเรียนป่าตาลบ้านธิพิทยา ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน เป็นประธานการฝึกอบรมฯ

พันตำรวจโทหญิง ธนัฎฐา กะฐิน สารวัตรหัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดลำพูน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตามที่กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ได้จัดทำโครงการสร้างจิตสำนึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยในปีงบประมาณ 2564 โดยมอบหมายให้ หน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดลำพูน ดำเนินการจัดอบรมตามโครงการดังกล่าว จำนวน 3 รุ่น การจัดอบรมในครั้งนี้ เป็นรุ่นที่ 1 โดยมีนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ของโรงเรียนป่าตาลบ้านธิพิทยา เข้ารับการอบรมจำนวนทั้งสิ้น 100 คน และมีคณะครูอาจารย์เข้าร่วมสังเกตการณ์

โดยมีวิทยากรประกอบด้วย

1.) พันตำรวจโทมะนิตย์ ปลัดศรีช่วย ข้าราชการบำนาญ

2.) ร้อยตำรวจโท สง่า เจริญศิลป์ ข้าราชการบำนาญ

3.) นายอธิษฐาน วงศ์ใหญ่ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร โรงพยาบาลลำปาง

ดำเนินการฝึกอบรมโดย นางสาวกรรณิการ์ วิจิตรสกลการ ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าว หนังสือพิมพ์ข่าวสี่เหล่าทัพ

การจัดอบรมตามโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์

1.) เพื่อรณรงค์เสริมสร้างจิตสำนึกที่ดี และค่านิยมที่ถูกต้อง ให้กับนักเรียน นักศึกษา และประชาชน ให้มีความเคารพรักเทิดทูน และร่วมกันปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นศูนย์รวมและยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยทั้งชาติ นับตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน

2.) เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในอันที่จะปกป้องสถาบัน โดยการจัดตั้งเครือข่ายภาคประชาชนทุกสาขาอาชีพ เพื่อต่อต้านภัยคุกคามต่าง ๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

3.) เพื่อเสริมสร้างให้นักเรียน นักศึกษา ดำรงชีวิตตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี อันจะส่งผลดีต่อตนเอง สังคมและประเทศชาติต่อไป

ในการจัดอบรมโครงการในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือ และการสนับสนุนจากคณะครูอาจารย์ และนักเรียน โรงเรียนป่าตาลบ้านธิพิทยา เป็นอย่างดี

ด้านนายณัฎฐยศ ป่าหลวง ผู้อำนวยการโรงเรียนป่าตาลบ้านธิพิทยา กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอกล่าวชื่นชมและขอบคุณมายัง หน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดลำพูน กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ที่ได้เล็งเห็นและตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นศูนย์รวมและยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยทุกคน โดยได้จัดการอบรม ให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับคณะผู้เข้าอบรมในครั้งนี้

"สถาบันพระมหากษัตริย์ นับได้ว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นหลักชัยอันสำคัญยิ่ง ในการสร้างชาติสร้างแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่นเป็นหนึ่งเดียวกัน นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ ล้วนทรงมีคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อชาติไทยและต่อคนไทยเราทุกคน พระเกียรติยศเลื่องลือไปทั่วโลก จึงเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่คนไทยเราทุกคนจะได้ตระหนัก และระลึกถึงคุณูปการอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ท่าน รวมทั้งแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขสืบต่อไป"


กรรณิการ์ วิจิตรสกลการ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดลำพูน


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

นายคำรณ ปราโมช ณ อยุธยา ผู้ก่อตั้งและอดีตกรรมการผู้จัดการนิตยสารอิมเมจ โพสต์ข้อความยกย่อง 'หมอยง' หลังสื่อนอกเสนอข่าวการไขว้วัคซีน

นายคำรณ ปราโมช ณ อยุธยา ผู้ก่อตั้งและอดีตกรรมการผู้จัดการนิตยสารอิมเมจ โพสต์เฟซบุ๊ก ยกย่องนายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เสนอแนวคิดฉีดวัคซีนสลับยี่ห้อ ว่า...

ศ.นพ.ยง ภูวรวรรณ ท่านเป็นนักไวรัสวิทยาระดับโลก งานวิจัยของท่านจึงเป็นที่เชื่อถือ และเป็นที่จับตามจากนักวิทยาศาสตร์ และแพทย์ทั่วโลก อีกทั้งการที่ทำงานเกี่ยวข้อง ประสานกันมาโดยตลอดระยะเวลาหลายสิบปี ระหว่างสถาบันนักวิจัย และแพทย์องค์กรระหว่างประเทศ

ล่าสุด สำนักข่าว สื่อ ชั้นนำทั่วโลกลงข่าวพร้อมกันว่า ประเทศไทยได้ทดลองทำการวิจัย โดยสลับ Sinovac กับ AztraZeneca ประเทศแรกในโลก ในการต่อสู้การระบาดของโควิดกลายพันธุ์

และหนึ่งในสาเหตุที่ทั่วโลกสนใจการวิจัยนี้เพราะเป็นการวิจัย ระหว่างวัคซีนเชื้อตาย กับสาย viral vector

อนึ่งก่อนหน้านี้ ประเทศเยอรมันนี ยืนยันหนักแน่นว่า การฉีดสลับยี่ห้อโดยเข็มแรก AstraZeneca เป็น viral vector เข็ม 2 เป็น Pfizer หรือ Modena ซึ่งเป็นเป็น mRNA ให้ผลดีมากในทุกวัย

ประเทศสเปน วิจัยพบว่าการฉีดวัคซีสสลับยี่ห้อ ปลอดภัย และสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีเป็นการทดลอง AstraZeneca+Pfizer (Viral vector + mRNA)

ประเทศอังกฤษ ยืนยันว่าการฉีดวัคซีนสลับยี่ห้อ กระตุ้นการสร้างภูมิตุ้มกันได้ผลดี และการผสมวัคซีนจะช่วยให้การกระจายวัคซีนทั่วโลกทำได้ง่ายขึ้น ลดความตึงเครียดจากการรอวัคซีนยี่ห้อเดียว #ประเทศไทยต้องชนะ


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

จุดสะสมเชื้อเจ้าวายร้ายโควิด-19 ที่คนส่วนใหญ่มองข้าม

อย่ามองข้ามความปลอดภัย!!

ทางรอดจากเชื้อร้ายวันนี้ แค่ฉีดวัคซีนคงไม่พอ ต้องมีสติทุกครั้งที่สัมผัสสิ่งที่อาจจะมีเชื้อ

จำใส่ใจ จุดสะสมเชื้อเจ้าวายร้ายโควิด-19 ที่คนส่วนใหญ่มองข้าม


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติประจำจุดตรวจ จุดสกัด ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ตามมาตรการของ ศบค.

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. และคณะ ได้ออกตรวจเยี่ยมจุดตรวจ จุดสกัด รวมถึงจุดตรวจป้องกันอาชญากรรม กำชับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในห้วงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จำนวน 2 จุด ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม และอีก​ 1​ จุด คือ​ จุดตรวจ สภ.โพธิ์แก้ว

โดยมี พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผบช.ภ.7, นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม, นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ ปลัดจังหวัดนครปฐม และ พ.อ. พงษ์สวัสดิ์ ภาชนะทิพย์ รอง ผอ.รมน. จว. นครปฐม ร่วมคณะตรวจเยี่ยม และพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร 1 จุด คือจุดตรวจ สภ.กระทุ่มแบน โดยมี พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผบช.ภ.7, นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร, นายบรรพต จันทรวงศ์ นายอำเภอกระทุ่มแบน และ พ.อ.เอกพล จูฑะพันธ์ ผู้บังคับการกรมทหารสื่อสารที่ 1 ค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน ร่วมคณะตรวจเยี่ยม

​พล.ต.อ.สุวัฒน์ฯ กล่าวว่าการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019​ (โควิด-19) ด้วยมาตรการจำกัดการเคลื่อนย้ายและกิจกรรมของบุคคล  ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้กำชับไปยังทุกหน่วยงานในสังกัด ให้ปฏิบัติตามประกาศ ข้อกำหนด ตามความมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 27) ลงวันที่ 10 ก.ค. 2564 ในการควบคุม ระงับ ยับยั้ง การแพร่ระบาดของโรคฯ โดยให้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด ฝ่ายปกครอง เพื่อตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจตราห้ามมิให้บุคคลออกนอกเคหสถานในห้วงระหว่างเวลา 21.00-04.00 น.

นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำมาตรการในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคฯ คลี่คลาย

ทั้งนี้ ผบ.ตร. ได้แนะนำให้มีการนำเทคโนโยลีที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดหาให้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการปฏิบัติหน้าที่สำหรับการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในพื้นที่จังหวัดที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จำนวน 10 จังหวัด มีข้อมูล ณ วันที่ 14 ก.ค. 2564 เวลา 10.00 น. ดังนี้... 

1.พื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตั้งจุดตรวจ 88 จุด เรียกตรวจยานพาหนะ 1,214 คัน จำนวน 1,529 คน พบผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯรวม 17 ราย มีเหตุจำเป็นและตักเตือน 8 ราย ดำเนินคดี 9 ราย

2.พื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ตั้งจุดตรวจ 11 จุด เรียกตรวจยานพาหนะ 576 คัน 
จำนวน 798 คน พบผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯรวม 28 ราย มีเหตุจำเป็นและตักเตือน 24 ราย ดำเนินคดี 4 ราย

3.พื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ตั้งจุดตรวจ 10 จุด เรียกตรวจยานพาหนะ 203 คัน จำนวน 264 คน พบผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯรวม 87 ราย มีเหตุจำเป็นและตักเตือน 73 ราย ดำเนินคดี 14 ราย

4.พื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ตั้งจุดตรวจ 39 จุด เรียกตรวจยานพาหนะ 6,021 คัน จำนวน 4,160 คน พบผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯรวม 44 ราย มีเหตุจำเป็นและตักเตือน 23 ราย ดำเนินคดี 21 ราย

รวมทั้งมีการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด จำนวน 148 จุด เรียกตรวจยานพาหนะ 8,014 คัน จำนวน 6,796 คน พบผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 186 ราย มีเหตุจำเป็นและตักเตือน 128 ราย ดำเนินคดี 48 ราย

​ทั้งนี้ ผบ.ตร. ได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญ ได้แก่ หน้ากากอนามัย เฟสชิลด์ ถุงมือ เจลแอลกอฮอล์ ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ พร้อมแสดงข้อห่วงใยกำลังพลที่ต้องปฏิบัติงานในช่วงการแพร่ระบาดของโรคฯ ให้กำลังพลทุกนายปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุข DHMTTA รวมไปถึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนให้ปฏิบัติตามมาตรการที่ ศบค. กำหนด

โดยเน้นย้ำการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ไปยังพี่น้องประชาชนที่อาจยังไม่ทราบถึงประกาศ ข้อกำหนดฯ แต่หากพบว่าพี่น้องประชาชนท่านใดที่จงใจฝ่าฝืนก็ต้องจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดโดยไม่มีข้อยกเว้น

‘โฆษกแรงงาน’เผยมาตรการเยียวยา 10 จังหวัด 9 กิจการ ช่วยบรรเทาภาคแรงงานให้กิจการฟื้นตัวโดยเร็ว

นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 12 ก.ค.64 เห็นชอบมาตรการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตน รวมทั้งอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัดได้แก่ จังหวัดกรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา เป็นเวลา 1 เดือนนั้น 

ประเภทกิจการที่ให้ความช่วยเหลือ จากเดิม 4 สาขา ได้แก่ กิจการก่อสร้าง กิจการที่พักแรมและบริการด้านอาหาร กิจกรรมศิลปะ ความบันเทิงและนันทนาการ และกิจกรรมบริการด้านอื่น ๆ เพิ่มเติมเป็น 9 สาขาโดยเพิ่มเติมสาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า สาขาการขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์ สาขากิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุน สาขากิจกรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์และกิจกรรมทางวิชาการ และสาขาข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร

สำหรับรูปแบบการให้ความช่วยเหลือ ดังนี้

1) ลูกจ้างมาตรา 33 จ่าย 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างรายวัน สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาท และจ่ายสมทบให้สัญชาติไทยอีก 2,500 บาทต่อคน ไม่เกิน 10,000 บาท

2) นายจ้างมาตรา 33 จ่าย 3,000 บาทต่อคน ลูกจ้างสูงสุดไม่เกิน 200 คน

3) ผู้ประกันตนมาตรา 39,40 จ่ายรายละ 5,000 บาท

4) ผู้ประกอบอาชีพอิสระ (Freelance) ที่ไม่ได้เป็นผู้ประกันตนและไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม ให้ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 40 ภายในเดือนกรกฎาคม 2564 เพื่อจะได้รับ 5,000 บาท

5) ผู้ประกอบการที่มีลูกจ้าง แต่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมให้ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 33 ภายในเดือนกรกฎาคม 2564 เพื่อรับเงินช่วยเหลือตามการเยียวยาลูกจ้างมาตรา 33 และนายจ้างมาตรา 33 ผู้ประกอบการในระบบ “ถุงเงิน” 5 หมวด ภายใต้โครงการคนละครึ่งและโครงการเราชนะที่มีลูกจ้างให้ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนมาตรา 33 ภายในเดือน ก.ค. นี้ เพื่อรับเงินช่วยเหลือตามผู้ประกอบการในระบบถุงเงิน 5 หมวด ภายใต้โครงการคนละครึ่งและโครงการเราชนะที่ไม่มีลูกจ้างให้ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนมาตรา 40 ภายในเดือน ก.ค. นี้ เพื่อรับค่าช่วยเหลือ 5,000 บาท

สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาทั้งนายจ้างและผู้ประกันตนในครั้งนี้ เมื่อสำนักงานประกันสังคมได้รับจัดสรรเงินงบประมาณจากรัฐบาล และตรวจสอบข้อมูลถูกต้องครบถ้วนแล้ว จะดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชนให้แก่ผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 รวมถึงนายจ้างในกิจการเจ้าของคนเดียวที่มีชื่อระบุตามทะเบียนพาณิชย์ ขอให้ท่านรีบดำเนินการผูกบัญชีพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชนให้เรียบร้อย ส่วนนายจ้างที่มีสถานะนิติบุคคล สำนักประกันสังคมจะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารตามชื่อนิติบุคคลที่แจ้งขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคมไว้
 
“ในเรื่องนี้ ท่านสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มีความห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงานและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐ จึงได้กำชับให้สำนักงานประกันสังคมประชุมหารือกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งกำหนดรายละเอียดให้แล้วเสร็จและเสนอคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า เพื่อดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวต่อไป” นางเธียรรัตน์ กล่าวในท้ายสุด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top