Wednesday, 29 July 2026
Hard News Team

เลขาธิการสภากาชาดไทยยืนยันประสานผู้ผลิตในการจัดซื้อวัคซีนทางเลือก 1 ล้านโดส ฉีดให้บุคลากรการแพทย์ และประชาชนด้อยโอกาสฟรี

รายงานจาก​ เลขาธิการสภากาชาดไทยยืนยัน ประสานผู้ผลิตในการจัดซื้อวัคซีนทางเลือก 1 ล้านโดส โดยองค์การเภสัชกรรมทำสัญญากับบริษัทโมเดอร์นา โดยคาดว่า จะได้รับวัคซีนในไตรมาส 4 ของปีนี้ ฉีดให้บุคลากรการแพทย์ และประชาชนด้อยโอกาสฟรี

นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย กล่าวว่า วัคซีนที่สภากาชาดไทยจัดซื้อเป็นวัคซีนทางเลือกแบบ mRNA ซึ่งทางสภากาชาดไทยประสานกับบริษัทผู้ผลิตวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เดือนเมษายน

แต่ทางบริษัทระบุในขณะนั้นว่า จะทำสัญญากับหน่วยงานรัฐ ซึ่งล่าสุดทางองค์การเภสัชกรรมจะทำสัญญาซื้อ-ขายจำนวน 5 ล้านโดส โดยองค์การเภสัชกรรมแจ้งว่า จะกันให้สภากาชาดไทย 1 ล้านโดส​ เนื่องจากเป็นองค์กรการกุศลที่เจรจาซื้อไว้ก่อนแล้ว ส่วนอีก 4 ล้านโดสขึ้นกับองค์การเภสัชกรรมว่า จะจัดสรรให้หน่วยงานใด

ทั้งนี้ ทางบริษัทแจ้งว่า จะส่งมอบได้ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ เมื่อได้รับ ทางสภากาชาดไทยคาดว่า จะดำเนินการฉีดวัคซีนได้ช่วงปลายปี โดยฉีดให้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หญิงมีครรภ์ ป่วย ผู้ดูแลประจำศูนย์เด็กเล็ก และบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ห่างไกลซึ่งยังไม่ได้รับวัคซีน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

นายเตชกล่าวต่อว่า งบประมาณในการจัดซื้อวัคซีน 1 ล้านโดสนี้ ทางสภากาชาดไทยมีงบประมาณส่วนหนึ่ง กำลังขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาล และเตรียมขอรับการสนับสนุนจากประชาชนด้วย ซึ่งจะแจ้งช่องทางบริจาคสมทบทุนจัดซื้อวัคซีนหลังจากการประชุมคณะกรรมการในช่วงบ่ายนี้


ที่มา : https://tna.mcot.net/latest-news-739793


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

10 จังหวัดในประเทศที่ฉีดวัคซีนโควิดมากที่สุด

ประเทศไทย ยังทยอยฉีดวัคซีนโควิดอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด จากข้อมูล MOPH Immunization Center พบว่า จำนวนการได้รับวัคซีนในประเทศไทย สะสม ตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ - 14 กรกฎาคม 2564 มีทั้งสิ้น 13,533,717 ล้านโดส

แบ่งเป็น เข็มที่ 1 จำนวน 10,163,340 ล้านโดส และเข็มที่ 2 จำนวน 3,370,377 ล้านโดส

ส่วน 10 จังหวัดที่ฉีดวัคซีนโควิด มีที่ไหนบ้างไปดูกันเลย


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“ราเมศ”ประกาศ ระดมพลนักกฎหมายทั่วประเทศ ช่วย ปชช ถูกยกเลิกกรมธรรม์ โควิด-19 หลังบริษัทประกันบอกเลิกสัญญาไม่เป็นธรรม

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์และเลขานุการประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีที่บริษัทประกัน ได้บอกเลิกกรมธรรม์ ประชาชนที่ทำประกันภัยการติดเชื้อโควิด-19 ว่า เรื่องนี้กฎหมายระบุไว้ชัดประชาชนผู้ทำประกันภัยการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายทุกประการ บริษัทตกลงใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือใช้เงินจำนวนหนึ่งในกรณีภัยหากมีขึ้น คือหากผู้ทำประกันภัยติดเชื้อโควิด-19 บริษัทก็ต้องทำตามสัญญาคือการใช้เงินจำนวนหนึ่งให้ ผูกพันสมบูรณ์ตามระยะเวลาที่กำหนด เมื่อได้หลักความสมบูรณ์ของสัญญาประกันภัยแล้ว ก็ต้องมาดูว่ากรณีที่จะยกเลิกสัญญาประกันภัย ทำได้เพราะเหตุใดบ้าง หลักกฎหมายกำหนดไว้ชัดว่า หากมีการแถลงข้อความอันเป็นเท็จหรือรู้อยู่แล้วไม่บอกความจริง สามารถบอกเลิกได้ เช่น หากติดเชื้อโควิด-19 แล้ว แต่นำหลักฐานเท็จมาแสดงต่อบริษัทว่าตนไม่เป็นผู้ติดเชื้อโควิด ต่อมาเมื่อทำสัญญาประกันแล้ว นำผลตรวจมาแจ้งว่าติดเชื่อโควิดเพื่อขอรับเงินค่าสินไหม กรณีตัวอย่างนี้บอกเลิกสัญญาได้ เช่นเดียวกันคือประชาชนผู้ทำสัญญาประกันภัยกระทำการทุจริต เช่น นำผลตรวจปลอมมาขอรับเงินค่าสินไหม กรณีนี้บอกเลิกสัญญาได้

นายราเมศ กล่าวต่อว่า กรณีบริษัทสินมั่นคงประกันภัย อ้างเหตุบอกเลิกสัญญาตามกรมธรรม์ ข้อ 2.4.3 ที่ระบุการสิ้นสุดความคุ้มครองเมื่อผู้เอาประกันภัยหรือบริษัทบอกเลิกกรมธรรม์ตามเงื่อนไขทั่วไปและข้อกำหนดข้อ 2.5 และอ้างเหตุตาม ข้อ 2.5.1. ที่ระบุว่าบริษัทสามารถบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยนี้โดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงผู้เอาประกันภัยตามที่อยู่ครั้งสุดท้ายที่แจ้งให้บริษัททราบโดยบริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยโดยหักเบี้ยประกันภัยสำหรับระยะเวลาที่กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ได้ใช้บังคับมาแล้วออกตามส่วน ในกรณีที่ปรากฏหลักฐานชัดเจนต่อบริษัทว่าผู้เอาประกันภัยได้กระทำการโดยทุจริตเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการประกันภัยนี้ บริษัทจะไม่คืนเบี้ยประกันภัยที่ได้เรียกเก็บมาแล้ว เพราะเหตุแห่งการฉ้อฉลหรือการทุจริตดังกล่าวข้างต้นและบริษัทจะไม่รับผิดสำหรับการเรียกร้องค่าทดแทนอันเกิดจากการกระทำดังกล่าว” จากกรณีการกล่าวอ้าง กรมธรรม์ข้อ 2.4.3. และข้อ 2.5.1. ไม่ชอบด้วยเจตนารมณ์ของกฎหมายและกรมธรรม์ การจะเลิกสัญญาได้นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีเหตุผลตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่นกรณีการปกปิดความจริง การทุจริตฉ้อฉล หากไม่มีเหตุย่อมไม่มีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาได้ การบอกเลิกสัญญาประกันภัยไม่ชอบด้วยกฎหมาย 

นายราเมศ กล่าวต่อว่า การทำประกันของประชาชนเพื่อป้องกันความเสี่ยงภัยในอนาคต ไม่ใช่ว่าบริษัทเสี่ยงภัยแล้วเลยบอกเลิกสัญญา แล้วอย่านี้จะทำสัญญาประกันไปทำไม ไร้ประโยชน์ การบอกว่าจะคืนเบี่ยประกันบางส่วนยิ่งเป็นเรื่องตลก เพราะเหตุผลที่บอกมาคือบริษัทต้องบริหารความเสี่ยง เพราะเป็นวิกฤตที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ คือบริษัทเสี่ยงจึงบอกเลิก ทั้งที่เหตุเกิดจากบริษัท แล้วจะให้ประชาชนรับกรรมจากความเสี่ยงของบริษัทอย่างไร ขอเตือนไว้ก่อนเลยว่าขอให้ฝ่ายกฎหมายกลับไปดู พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมให้ดีด้วย มาตรา 4 ระบุไว้ชัด ข้อตกลงให้สัญญาสิ้นสุดลงโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือให้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยอีกฝ่ายมิได้ผิดสัญญาในสาระสำคัญ ถือได้ว่าเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ให้ไปท่องให้ขึ้นใจ และประชาชนที่ทำประกันภัยกับบริษัทสินมั่นคง ไม่จำเป็นต้องรับคืนค่าเบี้ยประกันที่บริษัทจะจ่ายคืน เพราะสัญญายังสมบูรณ์ และประชาชนที่ทำประกันติดเชื้อโควิด ก็ยังมีสิทธิได้รับเงินตามจำนวนที่เอาประกันภัยไว้คือ 100,000 บาท

“ผมขอประกาศจุดยืนตอนนี้เลยว่าจะสู้เรื่องนี้ให้กับประชาชน โดยจะระดมนักกฎหมายทั่วประเทศเพื่อเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรมให้กับประชาชน การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมให้กับประชาชนไม่ใช่เรื่องยาก บริษัทจะมีเงินทองมากมายก่ายกองขนาดไหนไม่สำคัญ แต่หลักสำคัญคือบริษัทต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมกับประชาชน เพราะบริษัทอยู่ได้มีรายได้มากก็เพราะประชาชนในประเทศนี้ อย่าซ้ำเติมวิกฤติในสถานการณ์แบบนี้เลย” นายราเมศ กล่าว

เปิดตัวโครงการ Covid Home Care ช่วยผู้ป่วยโควิดกักตัวที่บ้าน 'ธีระชัย' นำร่องบริจาค 4.5 แสน

เครือข่าย “เราดูแลกัน” เปิดตัวโครงการ Covid Home Care ช่วยผู้ป่วยโควิดที่ต้องกักตัวที่บ้านแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ด้านนักธุรกิจรุ่นใหม่ “ธีระชัย” นำร่องบริจาค 4.5 แสนบาท เพื่อจัดซื้อเวชภัณฑ์และชุดตรวจโควิด พร้อมเชิญชวนเพื่อนนักธุรกิจร่วมสนับสนุน เผยโครงการมีทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ประเมินอาการ 24 ชั่วโมง พร้อมส่งเวชภัณฑ์ดูแลตัวเองเบื้องต้น ประเดิม กทม.แห่งแรก

เมื่อเร็ว ๆ นี้สมาคมสมาพันธ์สถานประกอบการเพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุและเครือข่ายเราดูแลกัน ซึ่งเป็นความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดตัวโครงการ Covid Home Care เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดที่ต้องกักตัวที่บ้านและลดภาระให้กับบุคลากรทางการแพทย์

นายแพทย์ฆนัท ครุฑกูล นายกสมาคมสมาพันธ์สถานประกอบการเพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ Covid Home Care เปิดเผยว่า สถานการณ์ในปัจจุบันที่มีผู้ป่วยจำนวนมาก เรามีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นหมื่นรายต่อวัน ทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่ไม่พอ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากต่างประเทศพบว่า ผู้ป่วย 70-80% สามารถดูแลตนเองที่บ้านได้

ดังนั้น สมาพันธ์ฯ และเครือข่ายเราดูแลกัน หรือ we care network ซึ่งเป็นความร่วมมือองค์กรภาครัฐภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดทำโครงการ Covid Home Care เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดที่ต้องกักตัวที่บ้าน ให้สามารถดูแลตนเองที่บ้านได้อย่างปลอดภัยซึ่งเป็นการแบ่งเบาภาระแก่บุคลากรทางการแพทย์อีกทางหนึ่ง

สำหรับช่องทางติดต่อโดยเปิดช่องทางติดต่อผ่าน Line : @ covidhomecare ให้ผู้ป่วยโควิดเข้ามาลงทะเบียน และจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไป เพื่อส่งมอบ Covid Care Box ที่มีเวชภัณฑ์ในการดูแลรักษาตัวเอง

ซึ่ง Line : @ covidhomecare จะเสมือนเป็นคลินิกออนไลน์ ที่จะมีทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่คอยประสานข้อมูลกับผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง และจะช่วยประเมินอาการผู้ป่วยว่ายังอยู่ในเกณฑ์สีเขียว สีเหลือง หรือสีแดง นอกจากนั้น ยังมีระบบฉุกเฉินที่จะประสานโรงพยาบาลในการรับส่งต่อผู้ป่วยต่อไปโดยทั้งหมดเป็นการช่วยเหลือประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ขณะนี้ได้เตรียมจัดทำ Covid Care Box ไว้แล้ว 1,000 กล่อง ซึ่งมีเวชภัณฑ์สำหรับดูแลรักษาตัวเอง อาทิ เครื่องวัดออกซิเจนในเลือด เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย ยาฟ้าทะลายโจร ยาละลายเสมหะ ยาพ่นคอ รวมถึงมีชุดตรวจ Rapid Antigen Test แอลกอฮอล์เจล และหน้ากากอนามัย ทั้งหมดนี้จะส่งต่อไปให้ประชาชนที่ยังไม่สามารถเข้าสู่ระบบการรักษาในโรงพยาบาลได้ ซึ่งโครงการทั้งหมดจะเริ่มนำร่องในพื้นที่ กทม.ก่อน

“เราคาดหวังว่าโครงการนี้จะช่วยลดความแออัดที่โรงพยาบาล ลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ หากผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง เราจะพยายามประสานหาโรงพยาบาลเพื่อรับส่งต่อผู้ป่วยต่อไป” นายแพทย์ฆนัท กล่าวทิ้งท้าย

นายธีระชัย รัตนกมลพร ประธาน บริษัท อาร์ยู แอสเซท ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีจะสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดที่กักตัวอยู่ที่บ้านระหว่างรอเตียง ให้สามารถดูแลตนเองที่บ้านได้อย่างปลอดภัยซึ่งเป็นการแบ่งเบา ภาระแก่บุคลากรทางการแพทย์ ตามมาตรฐานกรมการแพทย์กำหนด

ตนจึงยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่โดยนำร่องบริจาคเงินจำนวน 450,000 บาท เพื่อจัดซื้อเวชภัณฑ์ จำนวน 500 ชุด และชุดตรวจโควิด จำนวน 3,000 ชุด ซึ่งก่อนหน้านี้ตนก็ได้ร่วมบริจาคเพื่อซื่อเครื่องช่วยหายใจให้กับโรงพยาลศิริราชจำนวนเงิน 3 แสนบาท

“อย่างไรก็ตามโครงการ Covid Home Care ยังต้องการการสนับสนุนอีกมากตนจึงอยากจะขอเชิญชวนนักธุรกิจและผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเพื่อช่วยพี่น้องคนไทยที่กำลังประสบชะตากรรมฝ่าวิตกฤติและฝ่าความมืดครั้งนี้ไปด้วยกัน” นายธีระชัย กล่าว


ที่มา : https://www.naewna.com/local/588096


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'THG' ยืนยันซื้อวัคซีนจริง หมอบุญลั่น กลต.สั่งไม่ให้พูดเรื่องดีลไฟเซอร์

ความคืบหน้ากรณี นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ออกมาเคลื่อนไหวอ้างถึงการเปิดเจรจาซื้อขายวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 20 ล้านโดสของเครือโรงพยาบาลธนบุรี โดยล่าสุดระบุถึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบร่างสัญญาที่ทางอเมริกาส่งมาให้มากกว่า 40 หน้า และคาดว่าจะมีการลงนามภายในวันนี้ ซึ่งล็อตแรกจะสั่งซื้อก่อน 5 ล้านโดส แต่ปรากฏว่าทางไฟเซอร์กลับยืนยันกับรอยเตอร์ว่ายังไม่มีการเจรจาใด ๆ เกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็ส่งผลให้หุ้นในเครือดังกล่าวพุ่งขึ้น

ล่าสุดวันนี้ (16 ก.ค. 64) บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ทำหนังสือชี้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง ชี้แจงการนำเข้าวัคซีนเทคโนโลยี mRNA ว่า ตามที่นักลงทุนจำนวนมากได้ให้ความสำคัญกับข่าวการเจรจานำเข้าวัคซีนโควิด-19 เทคโนโลยี mRNA ของ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ 'THG' โดยมีข่าวที่อาจก่อให้เกิดความสับสนเนื่องจากมีการสอบถามไป ยังบริษัทผู้ผลิตวัดชีนนั้น

ทั้งนี้ THG ได้มีการตกลงซื้อวัคซีนจริง โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการคำเนินการด้านเอกสารกับตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ ในส่วนของระยะเวลาหากมีชัดเจนแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งเนื่องจากยังต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

THG มุ่งหวังให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตินี้ไป โดยเร็วที่สุด โดย THG ได้ทุ่มเทกับการป้องกันและรักษาชีวิตของประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ

ขณะเดียวกันมีข่าวว่า นพ.บุญ ได้ออกมาระบุว่า ตนไม่สามารถตอบอะไรได้ เพราะว่าสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ได้สั่งห้ามไม่ให้พูดอะไร เพราะว่าจะส่อไปในทางปั่นหุ้น ซึ่งความคืบหน้าต่าง ๆ ขอให้สอบถามกับทีมทนายตัวแทนในการเจรจา


ที่มา : https://www.naewna.com/business/588061


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

รมว.คมนาคม เผย ล่าสุดได้พัฒนาระบบ M-Flow บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 เพื่อแก้ปัญหารถติดหน้าด่าน และเปิดให้ผู้ใช้บริการลงทะเบียนกลางเดือนสิงหาคมนี้

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ประชุมติดตามและเร่งรัดการพัฒนาและการเปิดให้บริการ ระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow) ของกรมทางหลวง และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ล่าสุดได้พัฒนาระบบ M-Flow บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 เพื่อแก้ไขปัญหารถติดหน้าด่าน โดยผู้ใช้รถยนต์สามารถขับขี่ผ่านบริเวณด่านฯ ที่จะติดตั้งโครงเสาแขวนสูงเหนือศีรษะ พร้อมอุปกรณ์ระบบตรวจจับยานพาหนะอัตโนมัติ ระบบอ่านป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติ โดยไม่ต้องหยุด หรือชะลอรถ

ทั้งนี้ได้เริ่มการติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ แล้ว 4 ด่าน คือ ด่านทับช้าง 1, 2และด่านธัญบุรี 1, 2 พร้อมกับเชื่อมต่อข้อมูลกับทะเบียนรถยนต์ของกรมการขนส่งทางบก (และทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครองเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างปรับปรุงกายภาพบริเวณช่องทาง และการเชื่อมต่อระบบเข้ากับสำนักงาน

นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังจะประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับระบบ M-Flow โดยจะทดสอบระบบลงทะเบียนการใช้บริการระบบ M-Flow ระหว่างวันที่ 24-30 ก.ค. 64 จากนั้นจะเริ่มเปิดให้ผู้ใช้บริการลงทะเบียนในช่วงกลางเดือนส.ค. 64 ก่อนดำเนินการทดสอบเสมือนจริงในเดือนก.ย. 64 คาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงปลายเดือนต.ค. 64

สำหรับแผนการพัฒนาระบบ M-Flow ของ กทพ. ประกอบด้วย ระยะที่ 1 บริเวณทางพิเศษฉลองรัช 3 ด่าน (จตุโชติ, สุขาภิบาล 5-1 และสุขาภิบาล 5-2) นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการคัดเลือกผู้รับจ้าง คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในต้นปี 65 ส่วนระยะที่ 2 บริเวณทางพิเศษฉลองรัช บูรพาวิถี และกาญจนาภิเษก 60 ด่าน อยู่ระหว่างการจัดทำทีโออาร์ คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในต้นปี 66


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ผบ.นทพ. ตรวจคัดกรองกำลังพลที่ปฏิบัติงานในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

พลเอก นเรนทร์ สิริภูบาล ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ผบ.นทพ.) ได้ประสานขอรับการสนับสนุนรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย พระราชทาน จากกรมควบคุมโรค จำนวน 1 คัน มาตรวจคัดกรองหาผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 เชิงรุก ด้วยการเก็บตัวอย่างส่งตรวจ (Swab) โดยการเก็บสารคัดหลั่งบริเวณหลังโพรงจมูก (Nasopharyngeal swab) ของกำลังพลกลุ่มเสี่ยง นทพ. ที่ออกปฏิบัติงานตามนโยบายและสั่งการของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ในการสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขและศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC ) กรุงเทพมหานคร  ณ รพ.บุษราคัม, สนามบินสุวรรณภูมิ, แคมป์คนงานและจุดตรวจในพื้นที่เขตลาดกระบัง และจุดให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 นทพ. เพื่อเฝ้าระวังและค้นหาผู้ที่อาจติดเชื้อจากการปฏิบัติงาน 

รวมทั้งป้องกันการแพร่ระบาดของโรค โดยได้สั่งการให้สำนักงานสนับสนุน หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (สสน.นทพ.) จัดเตรียม บุคลากรที่ได้รับการฝึกปฏิบัติจาก สถาบันป้องกันและควบคุมโรคเขตเมือง(สปคม) พร้อมกับการจัดสถานที่ อำนวยการ ประสานงาน และกำกับดูแลการตรวจคัดกรอง ณ บริเวณโรงจอดรถยนต์ขนาดใหญ่ ด้านหลังอาคารกองบังคับการ สำนักงานสนับสนุน หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และมีกำลังพล จิตอาสา 904 นทพ. ร่วมอำนวยความสะดวกในการตรวจคัดกรอง

ทั้งนี้ เพื่อดูแลและเฝ้าระวังกำลังพลของหน่วยที่ออกปฏิบัติงานในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ต้องเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงและใกล้ชิดกับประชาชนกลุ่มเสี่ยง ให้สามารถปฏิบัติงานตามนโยบายและสั่งการได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย

รวมเหล่าคนดัง ติดโควิด-19 แล้วกลายเป็นประเด็นดราม่า

เมื่อวาน ดาราสาว แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ เพิ่งประกาศในอินสตราแกรมส่วนตัวว่า ติดโควิด-19 งานนี้กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึง เพราะเจ้าตัว ‘แคล้วคลาด’ การติดโควิด-19 มาหลายครั้งหลายครา โดยเฉพาะหนล่าสุด ที่มีประเด็นดราม่า ชาวเน็ตจับผิดหาว่าเธอ #กักตัวทิพย์

ถึงตอนนี้ มีเหล่าดาราคนดัง ที่ต้องโชคร้ายติดโควิด-19 กันไปแล้วหลายราย แถมบางรายยังมีประเด็นดราม่าให้ต้องเคลียร์กันเสียอีก THE STATES TIMES ไปรวบรวมกรณีคนดังติดโควิด-19 แล้วต้องรบรากับคดีดราม่า ไล่เรียงกันมาตั้งแต่ต้นปี มีใครกันบ้าง ลองไปดูกัน!


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘ธนาธร’ แจง นำเสนอข้อมูลกรมหม่อนไหม เนื้อหาหลัก มุ่งปฏิรูปราชการ ลดภาระงบประมาณ ชี้ไม่มีกรมฯ ก็สนับสนุนผ้าไหมได้ ยัน ไร้ข้อความดูหมิ่นเกียรติยศของอาชีพหรือวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับผ้าไหม ย้ำอาชีพทุกอาชีพล้วนมีเกียรติ

วันที่ 16 ก.ค. 64 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

จากกรมหม่อนไหมถึงการปฏิรูปรัฐราชการ : งบประมาณมาจากภาษีประชาชน ต้องนำไปรับใช้ประชาชน

เป็นโอกาสดีที่การพูดถึงกรมหม่อนไหมของผมได้รับความสนใจทั้งจากผู้เห็นด้วยและผู้ไม่เห็นด้วยเป็นจำนวนมาก

ก่อนอื่นผมจำเป็นต้องยืนยันว่า อาชีพทุกอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นผู้เลี้ยงไหม, ครู, เกษตรกรมังคุด, ข้าราชการกรมหม่อนไหม หรือพนักงานทำความสะอาด ล้วนแต่เป็นอาชีพที่มีเกียรติ

สิ่งที่ผมนำเสนอ ไม่มีข้อความใดดูหมิ่นเกียรติยศของอาชีพหรือวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับผ้าไหมเลย

กลับกัน ผมยังชื่นชมผ้าไหม เห็นศักยภาพและสนับสนุนผลิตภัณฑ์ไหม เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผมมีโอกาสเดินทางไปอีสาน ยังซื้อผ้าไหมนาคำไฮหลายชิ้นกลับมาฝากคนที่บ้านดังที่เห็นจากรูป

เมื่อตัดเรื่องใส่ความ บิดเบือนคำพูดเพื่อสร้างให้ประชาชนเกลียดชังผมออกไป เนื้อหาหลักคือ ระบบราชการไทย รวมศูนย์อำนาจ ใหญ่โต เทอะทะ ขาดประสิทธิภาพ ไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน และรับใช้อำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชนเสมอ

ในภาวะที่ประเทศไทยหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นมหาศาล และกำลังจะเกินวินัยการคลังที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย เราจำเป็นต้องปฏิรูประบบราชการ ลดหน่วยงานที่ไม่จำเป็น ลดโครงการที่ไม่จำเป็น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดอำนาจและงบประมาณราชการส่วนกลาง คืนอำนาจสู่ท้องถิ่น นี่คือข้อเสนอที่สำคัญทางการเมืองเพื่อสถานภาพทางการคลังของรัฐ, เพื่อประชาธิปไตยที่ยั่งยืน และเพื่อให้ท้องถิ่นมีโอกาสเจริญเติบโต ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับชนบท

ไม่ใช่สร้างรัฐราชการส่วนกลางให้เติบโตไปเรื่อย ๆ

การปฏิรูประบบราชการคือความจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การสร้างดราม่าด้วยเกียรติยศของอาชีพ, การเสียสละของข้าราชการ และประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น ไม่สามารถบิดเบือนหรือซ่อนเร้นความจำเป็นนี้ได้

เราสามารถสนับสนุนผ้าไหมได้โดยไม่ต้องมีกรม เหมือนเช่นที่ กรมปศุสัตว์ หรือ กรมประมง สนับสนุนหลายสาขาอาชีพได้

ไม่อย่างนั้นต่อไปเราอาจมี “กรมไก่ชน” “กรมสุราพื้นบ้าน” “กรมกัญชา” หรือ “กรมทุเรียน”

ถ้าปัญหาทุกด้านต้องมีหน่วยงานระดับกรมขึ้นมาดูแล เราก็จะมีกรมเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด ภาระงบประมาณก็จะมากมายมหาศาล

ตลาดวัวในประเทศไทย ใหญ่ถึง 4.1 หมื่นล้านบาท ตลาดนมวัว 1.8 หมื่นล้านบาท ตลาดเนยจากวัวอีก 3.7 พันล้านบาท รวมมูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์วัวเท่ากับ 6 หมื่นล้านบาท

สินค้าจากวัวยังสร้างมูลค่าการส่งออกอีกปีละ 500 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาทในปี 2020

ขณะที่ผ้าไหมมีตลาดในประเทศปีละ 3 พันล้านบาท และสร้างมูลค่าการส่งออก 6 ล้านดอลลาร์ในปี 2020 ไม่รวมเสื้อผ้าไหมสำเร็จรูป

แต่เรากลับไม่มี “กรมวัว”

ที่กล่าวมา ผมไม่ได้หมายถึงว่าประเทศไทยต้องมี “กรมวัว” เพราะเรามีกรมปศุสัตว์ที่ดูแลกิจการเกี่ยวกับปศุสัตว์ทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องมีกรมวัวแยกต่างหาก

อ้างอิงจากสไลด์ของคุณ Sirikanya Tansakun - ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.พรรคก้าวไกล ที่ใช้ในการอภิปรายในสภา 16 ปีจาก 2547 ถึง 2563 ราชการไทยใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ รายจ่ายประจำจาก 66% (0.8/1.2) ของงบประมาณ กลายเป็นถึง 75% (2.4/3.2) ของงบประมาณ ทำให้ศักยภาพการลงทุนเพื่ออนาคตของเราน้อยลง

ประเด็นสุดท้าย ผมยืนยันว่าตามหลักประชาธิปไตย เมื่องบประมาณมาจากภาษีของประชาชน ผู้ที่ประชาชนเลือกมาเท่านั้นที่ทรงอำนาจในการจัดสรรงบประมาณ และงบประมาณนั้น ต้องถูกนำไปใช้เพื่อทำนุบำรุงความกินดีอยู่ดีให้กับประชาชน ไม่ใช่นำไปส่งเสริมอำนาจบารมีให้กับผู้หนึ่งผู้ใด"


ที่มา : https://www.facebook.com/ThanathornOfficial


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'ผศ.ดร.วรัชญ์' เผยมีแค่ 5 หน่วยงานเท่านั้นที่สั่งซื้อวัคซีนได้ ถาม ใครเบอร์ใหญ่กว่าหน่วยงานรัฐ

ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนาคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) NIDA โพสต์เฟซบุ๊ก 'Warat Karuchit' ว่า...

หน่วยงานรัฐที่มีอำนาจสั่งซื้อวัคซีนได้มี 5 แห่ง คือ

1.) กรมควบคุมโรค

2.) สถาบันวัคซีนแห่งชาติ

3.) องค์การเภสัชกรรม

4.) ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

5.) สภากาชาดไทย

ถามว่าที่ไหน ผมก็ตอบได้เลยว่า...ไม่ทราบ ???? (เพราะเช็กกันมาสองสามวันแล้วยังไม่มีใครรู้เรื่องเลย 555)

แต่ 1-2 นั้น เป็นหน่วยงานหลักที่ดีลไฟเซอร์ของรัฐอยู่แล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะได้ดีลอื่นที่เร็วกว่า

3 หมอบุญเองก็โจมตีเช้าเย็นว่าล่าช้า

ส่วน 4 หมอบุญออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่เพราะมีงานเยอะ จึงต้องไปหาหน่วยงานรัฐที่ "ใหญ่กว่า"

จึงเหลือ 5 ซึ่งหมอบุญเองก็บอกว่าไม่ใช่ เคยไปติดต่อแล้ว แต่บอกว่าเป็น non-profit

ก็เลยงงๆ ครับว่า เบอร์ไหนจะเปิดตัวออกมาเป็นหน่วยงานปริศนา

ตกลงจากวันที่ 16 ก.ค. 64 เซ็นสัญญา เปลี่ยนไปเป็น "ภายใน 2 วัน" แล้วนะครับ ("ถ้าทุกอย่างลงตัว" ด้วยนะครับ ถ้ายังไม่ลงตัวก็...รอจนกว่าจะลงตัว?)

แล้วจากที่บอกว่า "มาแน่เดือนนี้" เป็น "อย่างเร็วปลายเดือนนี้"...แล้วอย่างช้าละครับ?

#ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย

ขอบคุณโพสต์ของคุณเอกรัฐด้วยนะครับ

https://www.facebook.com/EakaratTkn/posts/3994353167357219


ที่มา: https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=4773642245984710&id=100000169455098


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top