แม่ทัพภาคที่ 2 มอบทุนการศึกษาให้เด็กไทยคนเก่งที่สอบโรงเรียนเตรียมทหาร ได้ที่ 1 เกือบทั้ง 4 เหล่า แต่ขาดทุนทรัพย์
จากเพจ 'กองทัพภาคที่ 2' ได้โพสต์เรื่องราวของเด็กไทยคนเก่งที่สอบโรงเรียนเตรียมทหาร ได้ที่ 1 เกือบทั้ง 4 เหล่า แต่ขาดทุนทรัพย์ว่า...
#ความจนไม่ใช่อุปสรรคการเรียนอันดับ 1 ทบ. ทอ. ทร. อันดับ 8 ตร.
แม่ทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) หนุนเต็มที่ มอบเงินในการมอบตัวเข้าโรงเรียนเตรียมทหารแก่ 'นายธรากร ทองหนูนุ้ย' อายุ 17 ปี หลังกลายเป็นอีกเด็กไทยคนเก่ง สามารถสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร ได้ที่ 1 เกือบทั้ง 4 เหล่า (ทัพบก / ทักอากาศ / ทัพเรือ / ตำรวจ) และตัดสินใจเลือกเหล่า ทบ. เพียงแต่สถานะของครอบครัวค่อนข้างลำบาก ไม่มีแม้กระทั่งเงินจะมอบตัว
ธรากร เกิดเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2547 เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมปีที่ 4 โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช จังหวัดอุบลราชธานี อาศัยอยู่ที่ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ บิดาชื่อนาย ประเทือง ทองหนูนุ้ย อายุ 53 ปี ประกอบอาชีพรับจ้างขับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ส่วนมารดาชื่อนางสาวรดาชา ถุงสูงเนิน อายุ 45 ปี ประกอบอาชีพรับจ้าง




ปลายปี 2547 บิดามารดาของ ธรากร ได้ลาออกจากการเป็นพนักงานโรงแรมที่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ และย้ายมาทำอาชีพค้าขายต้นกล้ายางพาราที่จังหวัดศรีสะเกษตั้งแต่อายุได้ 6 เดือน โดยทำการเช่าที่และสร้างที่พักชั่วคราวขึ้นมาเพื่ออยู่อาศัย
โดยในช่วงแรกครอบครัวต้องอาศัยกระท่อมมุงจากเป็นที่พักพิง ซึ่งไม่มีความแข็งแรง อาศัยพื้นปูนเดิมที่มีอยู่ในพื้นที่ที่มีอยู่ก่อนแล้ว ต่อมาโดนพายุพัดพังเสียหายทั้งหลัง จึงได้ย้ายมาสร้างแห่งใหม่ ช่วงแรกไม่มีพื้นปูนเป็นเพียงพื้นดินอัดแน่นเท่านั้นมีการเทปูนเพิ่มในภายหลัง
ที่พักมีลักษณะเป็นกระท่อมไม่มีเลขที่ จึงไม่สามารถขอหม้อแปลงไฟฟ้าได้ ต้องอาศัยการต่อมาจากหม้อแปลงของศูนย์ส่งเสริมอาชีพตำบลกระหวัน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ที่อยู่ใกล้ ๆ อีกทั้งอยู่ห่างไกลจากตัวหมู่บ้านทำให้ไม่มีน้ำประปาใช้ต้องอาศัยการกักเก็บน้ำฝนและน้ำจากลำห้วยข้างเคียงเท่านั้น โดยบ้านเลขที่ที่อยู่ในทะเบียนบ้านนั้นเป็นบ้านเช่าที่เจ้าของเดิมได้ขายต่อและรื้อไปนานแล้ว
ต่อมาในช่วงปี 2559 ธุรกิจค้าต้นกล้ายางพาราซบเซาอย่างหนัก และขาดทุนเป็นอย่างมาก ครอบครัวจึงหันมาทำอาชีพขับรถรับจ้างแทน
อย่างไรก็ตาม ธรากร เป็นเด็กที่มีความมุ่งมั่นและหมั่นเพียรในการเล่าเรียน และเขาก็ได้มีโอกาสเข้าสอบในโรงเรียนทหาร ซึ่งผลปรากฏว่าน้องคนนี้สามารถสอบเข้า โรงเรียนเตรียมทหาร ได้ที่ 1 เกือบทั้ง 4 เหล่า และตัดสินใจเลือกเหล่า ทบ.
อย่างไรก็ตาม แม้จะสอบติด แต่ด้วยฐานะทางครอบครัวที่ค่อนข้างลำบาก ถึงขั้นไม่มีแม้กระทั่งเงินจะมอบตัว ก็ได้มีผู้ใหญ่ใจดียื่นเข้ามาสนับสนุน โดย พลโท ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม แม่ทัพภาคที่ 2 ได้มอบทุนการศึกษาและค่าใช้จ่ายเบื้องต้นในวันมอบตัวครั้งนี้เรียบร้อย
เป็นแบบอย่างที่ดี ของความพากเพียรพยายาม ถึงแม้จะขาดแคลนทุนทรัพย์
เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเด็กไทยคนเก่ง ที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองในมองข้าม เพราะนี่คือบุคลากรที่เป็นแบบอย่างของความพากเพียรพยายาม ถึงแม้จะขาดแคลนทุนทรัพย์ ควรค่าแก่การผลักดันเป็นความหวังของประเทศชาติต่อไป
ที่มา : https://www.facebook.com/351479558314181/posts/3939033919558709/
Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9
























โดยเช้าวันนี้ กองทัพอากาศได้จัดเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 16 (ATR) รับคณะโค๊ชและนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย ตามที่ได้รับการประสานจากการกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อเดินทางออกจากภูเก็ตกลับกรุงเทพมหานคร เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19 ) ส่งผลให้สายการบินพาณิชย์งดทำการบินรับส่งผู้โดยสารเข้าหรือออกพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด
ในโอกาสนี้ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับ ว่าที่เรืออากาศตรีหญิง พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ หรือน้องเทนนิสในโอกาสได้รับการประดับยศเรืออากาศตรี และกล่าวชื่นชมในความสำเร็จของน้องเทนนิส ที่ได้รับเหรียญทองครั้งประวัติศาสตร์ ในกีฬาเทควันโดหญิง รุ่น 49 กิโลกรัม เหรียญแรกของประเทศไทย ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 32 ณ ประเทศญี่ปุ่น นับเป็นการสร้างชื่อเสียง รวมถึงเกียรติประวัติให้แก่ครอบครัว ประเทศชาติ และกองทัพอากาศเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งได้มอบเงินรางวัลจากกองทัพอากาศให้แก่น้องเทนนิส
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้กล่าวให้โอวาทความตอนหนึ่งว่า “การได้รับพระราชทานยศเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรนั้น สิ่งสำคัญที่จะต้องยึดถือ คือ ความสำนึกรับผิดชอบต่อหน้าที่ ตั้งมั่นอยู่ในความซื่อสัตย์สุจริต มีความเสียสละ ในขณะเดียวกัน ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ พร้อมทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น เพื่อเสริมสร้างกองทัพอากาศ และประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้ามั่นคงสืบไป”



