Thursday, 30 July 2026
Hard News Team

"เติมกำลังใจ อันดามัน" นิพนธ์ ลุย 5 จังหวัดฝั่งอันดามัน เยี่ยมขอบคุณ ด่านหน้าป้องกันโควิด ย้ำ รัฐบาลพร้อมบริหารจัดการทุกมิติเพื่อดูแลทุกชีวิตให้ผ่านพ้นโควิดอย่างดีที่สุด  

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน เพื่อตรวจเยี่ยมพร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ปฏิบัติงานประจำจุดคัดกรองป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตลอดจนบำรุงขวัญกำลังใจในการทำหน้าที่เฝ้าระวังประจำด่านฯ ตั้งแต่ จังหวัดระนอง พังงา กระบี่ ตรัง และจังหวัดสตูล ระหว่างวันที่ 10 ส.ค - 12 ส.ค 2564 นั้น

โดยเมื่อวันที่ 10 ก.ค. ได้เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่จังหวัดระนอง ที่ด่านกรองบุคคลเข้า - ออก ศิลาสลัก จปร. อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง โดยมีนายสมเกียรติ ศรีษะเนตร ผวจ.ระนอง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข  อสม. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้รายงานสถานการณ์ให้รับทราบ ซึ่งระหว่างลงพื้นที่ นายนิพนธ์  ได้กำชับการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และมาตรการของทางรัฐบาล ในการสร้างความรู้ ความเข้าใจแก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางสัญจร ให้คำแนะนำข้อควรรู้ควรปฏิบัติ เน้นย้ำใช้กลไกท้องที่ ท้องถิ่น ในการดำเนินงาน พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเข้มแข็ง เสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อส่วนรวมภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ และหวังว่าจะกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติโดยเร็ว

จากนั้นในช่วงเช้าของวันที่ 11 ก.ค.ที่ด่านตรวจคัดกรอง อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง ซึ่งเป็นด่านตรวจคัดกรองบุคคลที่เดินทางมาจากพื้นที่จังหวัดพังงา เข้ามายังจังหวัดระนอง รมช.มท.และคณะได้ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และรับรับฟังการรายงานการปฏิบัติงานในพื้นที่ พร้อมกันนี้นายนิพนธ์ได้กล่าวให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งสอบถามปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน ตลอดจนให้คำแนะนำ และกำชับให้ดำเนินการตรวจคัดกรองอย่างเข้มข้น บันทึกข้อมูลผู้ที่ผ่านเข้าพื้นที่โดยละเอียด เพื่อให้การป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถควบคุมโรคได้โดยเร็ว 

จากนั้นคณะได้เดินทางต่อไปยังจังหวัดพังงา เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ด่านตรวจบริเวณหน้ารพ.สต.เตรียม ตำบลคุระ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างจังหวัดพังงากับจังหวัดระนอง  โดยมีนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นางกัณตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ส.ส.พังงา หัวหน้าส่วนราชการ ให้การต้อนรับพร้อมรายงานสรุปข้อมูลดำเนินการควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในพื้นที่ โดยนายนิพนธ์ได้มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ และของใช้จำเป็นเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจฯ เพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย พร้อมกำชับให้ปฏิบัติตามแนวทาง ข้อกำหนด ข้อบังคับตามประกาศของ ศบค. และประกาศของจังหวัดพังงา อย่างเคร่งครัด

ต่อมาในภาคบ่าย ที่จังหวัดกระบี่ ณ ด่านเขาคราม ตำบลเขาคราม อำเภอเมืองกระบี่ ได่เยี่ยมขอบคุณเจ้าหน้าที่ ซึ่งด่านตรวจคัดกรองดังกล่าว นั้น มีการบูรณาการทำงานหลายหน่วยงาน ประกอบด้วย ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง โดยมีพ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรายงานสถานการณ์ให้ทราบ พร้อมกันนี้ นายนิพนธ์ได้กล่าวพบปะเพื่อให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่และขอขอบคุณทุกท่านช่วยกันซึ่งเป็นผู้เสียสละปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทอย่างเต็มกำลังความสามารถ  และในช่วงเย็น นายนิพนธ์ รมช.มท. ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมด่านจุดตรวจคัดกรองผู้เดินทางเข้า-ออกจังหวัดตรัง ณ จุดตรวจคลองปาง ตำบลคลองปาง อำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง โดยมีนายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ โดยรมช.มท.ได้ขอบคุณรวมทั้งให้กำลังใจในการปฏิบัติภารกิจ สำรวจปัญหาข้อจำกัดมาปรับแก้และขอความร่วมมือ แนะนำแนวทางการปฎิบัติต่อประชาชนผู้เดินทางผ่าน ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อีกด้วย

ในวันที่12 ส.ค. นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ในพื้นที่จังหวัดสตูลโดยมีนายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรายงานข้อมูลใน 3 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 ด่านความมั่นคงคีรีวง หมู่ที่ 7 บ้านคีรีวง ตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นเขตพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดตรัง-สตูล จุดที่ 2 โรงพยาบาลสตูล อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล โดยมอบหน้ากากอนามัย จำนวน 2,000 ชิ้น และชุด PPE จำนวน 20 ชุด ให้แก่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสตูล เพื่อนำไปบริหารจัดการดูแลประชาชนในสถานการณ์โควิด-19  พร้อมกับเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมให้กำลังใจ แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วย และประชาชนที่เข้ารับการฉีดวัคซีน ณ จุดฉีดวัคซีนโควิด-19 บริเวณใต้ตึก 100 ปี โรงพยาบาลสตูล โดยกล่าวพบปะประชาชนด้วยว่า "รัฐบาลพยายามที่จะจัดหาวัคซีนมาให้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งการบริหารจัดการทุกมิติเพื่อดูแลรักษาทุกชีวิตคนไทยให้ผ่านพ้นจากโควิดอย่างดีที่สุด ตลอดจนการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ เพราะเรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชนก็เป็นเรื่องสำคัญ ที่รัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรีทุกคน ยังคงทำงานเพื่อดูแลจัดการควบคู่กันไป และขอส่งกำลังใจให้เราทุกคนผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 นี้ไปด้วยกัน"

จากนั้น ได้เดินทางต่อไปยังจุดที่ 3 ที่ด่านคัดกรองโควิด19 ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง รอยต่อจังหวัดสงขลา เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ไว้ใช้สำหรับป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ก่อนจะเดินทางไปยังจังหวัดสงขลาต่อไป

‘ราเมศ’ ย้ำ แก้ รธน.ความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ ปชป ตรงไปตรงมา ยึด รธน. และข้อบังคับ 

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกรณีที่มีการกล่าวถึงเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า การพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (แก้ไขเพิ่มเติม) ฉบับที่… พ.ศ. … (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) เป็นเรื่องปกติที่จะมีการถกเถียงกัน มีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ทั้งหมดก็ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับอย่างเคร่งครัดตรงไปตรงมา

การที่รัฐสภารับหลักการมาในร่างดังกล่าวซึ่งเป็นร่างที่มีหลักการและเหตุผลคือการแก้มาตรา 83 และมาตรา 91 มีหลักการและเหตุผลเป็นเรื่องการแก้เรื่องระบบการเลือกตั้ง เมื่อร่างดังกล่าวสมาชิกรัฐสภามีมติรับหลักการในวาระที่หนึ่ง 
เมื่อเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่สองคือในชั้นคณะกรรมาธิการ ก็ต้องมีการพิจารณาให้มีความละเอียดรอบคอบ หากมีมาตราใดที่เกี่ยวข้องกับระบบเลือกตั้งหากต้องการปรับแก้ในมาตราใดข้อความใดเพื่อให้สอดคล้องต้องกันกับหลักการและเหตุผลคือในส่วนของระบบเลือกตั้งก็สามารถทำได้ ทั้งในส่วนของกรรมาธิการและในส่วนของสมาชิกรัฐสภาที่ยื่นแปรญัตติไว้

ซึ่งข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภา ข้อที่ 124 ได้ระบุไว้ชัดว่า การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในชั้นคณะกรรมาธิการสมาชิกรัฐสภาสามารถที่จะแปรญัตติได้และในวรรคที่สามได้ระบุไว้ชัดอีกว่าการแปรญัตติเพิ่มมาตราขึ้นใหม่หรือตัดทอนหรือแก้ไขมาตราเดิมต้องไม่ขัดกับหลักการแห่งร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีเจตนารมณ์ชัดว่าสมาชิกสามารถดำเนินการได้ และข้อบังคับก็ไม่ได้ห้ามสมาชิกรัฐสภาผู้เสนอร่างไม่ให้ยื่นคำแปรญัตติ ทั้งหมดคือหลักการที่สำคัญในการให้สมาชิกรัฐสภาได้ตรวจตราในมาตราอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับหลักการได้ด้วย เพื่อให้รัฐธรรมนูญเมื่อแก้ไขแล้วสามารถบังคับใช้ได้โดยไม่ขัดหรือแย้งกัน 

แต่จะไปแก้ในมาตราอื่นๆที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหลักการและเหตุผลก็ไม่สามารถทำได้ เช่นจะไปแก้เรื่องที่มา สว อำนาจ สว อำนาจองค์กรอิสระหรือเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับระบบเลือกตั้งไม่สามารถทำได้ ประเด็นดังกล่าวนี้มีแนวทางของกฤษฎีกาและฝ่ายกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานนิติบัญญัติ รวมถึงกรรมาธิการที่ยกร่างข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภา ก็ได้ให้ความเห็นไว้ชัดเจนถึงเจตนารมณ์ว่าสามารถดำเนินการได้

นายราเมศ กล่าวต่อว่า เคารพในความคิดเห็นที่แตกต่าง และเชื่อว่านายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ซึ่งได้ทำหน้าที่เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ ท่านเป็นคนละเอียดและได้ดูเรื่องนี้อย่างรอบคอบแล้ว สิ่งใดที่ไม่เป็นไปตามข้อบังคับท่านไม่ทำแน่นอน และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ก็ได้ดำเนินการตามข้อบังคับในการยื่นคำแปรญัตติโดยอาศัยสิทธิอันชอบตามข้อบังคับ หากจะกล่าวหาว่าไม่สามารถยื่นคำแปรญัตติได้แสดงว่าสมาชิกรัฐสภาที่ร่วมกันลงชื่อรวมถึงสมาชิกที่รับหลักการไม่มีใครสามารถยื่นคำแปรญัตติได้แม้แต่คนเดียว ซึ่งสิ่งนี้เป็นเรื่องพื้นฐานในเรื่องหลักการในการร่างกฎหมาย ผู้เสนอร่างอาจจะลงมติในวาระแรกอย่างไรก็ได้ เมื่อเข้าสู่วาระที่สองในชั้นคณะกรรมาธิการสมาชิกผู้เสนอร่างและสมาชิกผู้ลงมติรับหลักการในวาระที่หนึ่ง สามารถยื่นคำแปรญัตติได้ เพื่อให้กฎหมายเกิดความสมบูรณ์

นายราเมศกล่าวตอนท้ายว่า ทุกกระบวนการเดินตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ เคารพในความเห็นต่างแต่ไม่อยากให้มองว่าเป็นความแตกแยกเพราะถ้าแตกแยกแสดงว่าเจตนาตั้งต้นไม่ได้เกิดจากความตรงไปตรงมาในความเห็นแต่อย่างใด

ถึงเวลา ‘ปฏิรูปตำรวจ’ ขนานใหญ่ ‘สุพิศาล’ จี้ คฝ. ถามตัวเอง ปฏิบัติหน้าที่ตามจริยธรรมและหลักสากลที่นานาอารยประเทศทำกันแล้วหรือยัง

พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และอดีตผู้บังคับการกองปราบปรามแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวต่อการบริหารจัดการผู้ชุมนุมช่วงที่ผ่านมาว่า หลังได้เห็นคลิปวีดีโอตำรวจกองกำลังควบคุมฝูงชน (คฝ.) กรูกันเข้ารุมกระทืบประชาชนมือเปล่าแล้วรับไม่ได้จริงๆ และอีกคลิปที่ตะโกนสั่งด้วยอารมณ์เดือดดาลให้นักข่าวมาเก็บภาพตำรวจที่โดนยิงอ้างว่าประชาชนทำนั้นแย่มาก สื่อมวลชนทำหน้าที่ของเขาตามหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ ต้องไม่ก้าวก่ายกัน ถามตัวเองก่อน เราตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามจริยธรรมตำรวจ ตามหลักสากลที่นานาอารยประเทศเขาทำกันแล้วหรือยัง
นอกจากนี้ อดีตผู้บังคับการกองปราบปราม ยังระบุว่า การชุมนุม ถือเป็นสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ และการชุมนุมที่กระทำโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ยิ่งย่อมเป็นสิทธิอันพึงมีของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ไม่มีกฎหมายใดที่จะมาห้ามการชุมนุมดังกล่าว ถึงแม้รัฐเองจะอ้าง ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ.ใดๆ ก็ตาม แต่รัฐจะต้องใช้ในการควบคุมเท่านั้นมิใช่ใช้ในการปราบปราม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบ จะต้องอำนวยความสะดวก และจัดให้มีพื้นที่การชุมนุม ตามที่ผู้ชุมนุมร้องขอ จากเหตุการณ์หรือคำร้องต่างๆ ซึ่งความผิดถ้าจะมี ก็คือต้องเกิดจากการที่การชุมนุมนั้นไม่เป็นอย่างที่ขอ

“แต่ในการชุมนุม 2 ครั้งล่าสุด เรากลับพบว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้มาตรการหนัก ห้ามไม่ให้เกิดการชุมนุมโดยเด็ดขาด กองกำลังควบคุมฝูงชนของรัฐได้ใช้ยุทธวิธีตำรวจเปิดฉากปิดและยึดคืนพื้นที่จากผู้ชุมนุมด้วยเครื่องไม้เครื่องมือสารพัด ยิ่งในการสลายผู้ชุมนุม ก็มีอาวุธปืนลูกยาง ปืนยิงแก๊สน้ำตา ซึ่งใช้อย่างผิดหลักสากล มิหนำซ้ำยังเปิดฝ่ายเปิดฉากยั่วยุให้มวลชนปะทะ นี่คือความผิดพลาดอย่างยิ่งของการทำหน้าที่ตำรวจ

“เท่าที่ติดตามการชุมนุม ผมได้พบว่า ตำรวจจะทำเพียงการประกาศเตือนว่าผู้ชุมนุมได้กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายและจะมีการปราบปรามจับกุม จากนั้นก็เริ่มปฏิบัติการทันที โดยที่มิได้มีการเข้าเจรจาพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมในรูปแบบอื่น กรณีดังกล่าวนี้ ในฐานะที่เคยเป็นทั้งผู้ปฏิบัติและผู้ควบคุมฝูงชนมาก่อน ตลอดจนเคยเป็นผู้ฝึกสอนในวิชาดังกล่าวด้วย เห็นว่าเป็นการลัดขั้นตอนการปฏิบัติของชุดควบคุมฝูงชน มิได้ดำเนินการจากเบาไปสู่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง อันน่าจะขัดต่อหลักการสากล ตลอดจนในเรื่องสิทธิมนุษยชนด้วย” 

พล.ต.ต.สุพิศาล  ระบุอีกว่า การชุมนุมโดยปราศจากอาวุธคือหลักการพื้นฐานที่ทั่วทั้งโลกมีให้การรับรอง และประชาชนผู้มาชุมนุมนั้นบริสุทธิ์ เป็นผู้ทรงสิทธิ นี่คือหลักแรกที่รัฐจะต้องเข้าใจและบริการอำนวยการจัดการ หากรัฐบาลจะยังใช้อำนาจในการจัดการกับการชุมนุมที่เห็นต่างและทุกข์ร้อนจากการบริหารจัดการของรัฐ ตำรวจควรจะต้องดูแลผู้ชุมนุมเพื่อตอบสนองความต้องการในข้อเรียกร้องและมีการเจรจาเท่านั้น แต่ที่ผ่านมามิได้กระทำตามตามนั้น เช่นที่ปรากฏ ทั้ง 2 ครั้ง กลับใช้ความรุนแรงด้วยการมีอาวุธและยุทโธปกรณ์ที่เหนือกว่าเข้าปราบปรามโดยอ้างว่าชอบธรรม และเหตุเช่นนี้เองที่จะทำให้ผู้ชุมนุมซึ่งมาด้วยความบริสุทธิ์ระบายอารมณ์ และทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ดังที่ปรากฏ เช่น ป้ายสีชื่อองค์กร การเผาตู้ยาม และอาจจะถึงการเผาสถานีตำรวจอย่างเช่นในอดีตที่ผ่านมา และอันนี้ถือได้ว่า เป็นการทำลายประเทศชาติด้วยน้ำมือของรัฐบาลเองใช่หรือไม่

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เผาทรัพย์สินของทางราชการที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลเองโดยเฉพาะกองบัญชาการตำรวจนครบาล ควรจะดำเนินการสืบสวนให้ได้ความแน่ชัด ว่ากลุ่มผู้กระทำผิดดังกล่าวเป็นใครกันแน่ เพราะการเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ มิใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญอย่างแน่นอน จากประสบการณ์ที่ผ่านมา สามารถเรียนรู้ได้ว่า ผู้กระทำการที่อยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์จะให้เกิดเหตุการณ์อย่างไรเกิดขึ้น นี่ยังไม่นับการตอบโต้กลับของผู้ชุมนุมจากการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว และในการหากลุ่มผู้กระทำผิดก็ต้องแยกให้ชัดในสองเหตุนี้ด้วย
“ในฐานะอดีตข้าราชการตำรวจผู้เคยปฏิบัติงาน เห็นว่าจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ ถึงเวลาแล้วที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ควรที่จะทบทวนการทำงานให้เป็นไปด้วยหลักการสากล การใช้ข้อกฏหมายระเบียบที่ชอบด้วยกฏหมาย หลักสิทธิมนุษยชนรวมถึงมนุษยธรรม โดยต้องเจรจาก่อนเป็นสำคัญ จะได้รู้ความต้องการของประชาชน อันเป็นผู้ทรงสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องบริการ

“ถึงเวลาแล้วที่ต้อง ‘ปฏิรูปตำรวจ’ ขนานใหญ่ ให้เป็นตำรวจที่มีหัวใจประชาธิปไตย อำนวยความสะดวกให้ประชาชน มิใช่ขัดขวางสิทธิที่ประชาชนมี อย่างการปราบปราม จับกุม ใช้กฎหมายสารพัดจัดการเหมือนเห็นประชาชนเป็นศัตรูแบบที่ทำอยู่ในเวลานี้ เกียรติยศศักดิ์ศรีของตำรวจควรได้รับการฟื้นฟู ออกมาเดินดู มารับฟังประชาชนบ้างว่า วันนี้ ประชาชนเขามอง เขารู้สึกอย่างไรกับตำรวจ” พล.ต.ต.สุพิศาล ระบุ

สมเด็จธงชัย มอบชื่อไทยใหม่ 'ชัชชัย ชเว' ให้โค้ชเช หัวหน้าผู้ฝึกสอนเทควันโดทีมชาติไทย

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 สิงหาคม 2564 ณ วัดไตรมิตร ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย “โค้ชเช” ชเว ยอง ซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนเทควันโดทีมชาติไทย และ “น้องเทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2020 เข้าพบ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี หรือ “สมเด็จธงชัย”

โดยโอกาสนี้ “สมเด็จธงชัย” ได้มอบชื่อไทย ชัชชัย ชเว ให้กับ โค้ชเช หัวหน้าผู้ฝึกสอนเทควันโดทีมชาติไทย

ก่อนหน้านี้ มีการเปิดเผยด้วยว่า ก่อนเดินทางไป “โตเกียวเกมส์” ทีมเทควันโดของไทย ได้เข้าพบ “สมเด็จธงชัย” โดยได้รับมอบยันต์มาทั้งทีม ซึ่งตัว “โค้ชเช” เผยว่า ตนได้พกติดตัวไปด้วย และนำไปใช้ระหว่างการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศอีกด้วย

สำหรับชื่อ ชัชชัย ของ “โค้ชเช” แปลว่า “มีชัยชนะที่มั่นคง” โดยวันนี้ (13 ส.ค.) จะยื่นเอกสารใช้ชื่อ "ชัชชัย" อย่างเป็นทางการ


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

อาสาสมัครฉีดวัคซีน ChulaCOV-19 เผย รอดจากการติดเชื้อได้ หลังจากใกล้ชิดผู้ติดเชื้อหลายครั้ง

จากเฟซบุ๊ก​ 'Sukrit Terapanyarat'​ โดย​ สุกฤษฏิ์ ธีระปัญญารัตน์​ นักเขียนอิสระ และเจ้าของร้านหนังสือเปเปอร์ ยาร์ด ได้นำเสนอประสิทธิภาพวัคซีน​ ChulaCOV-19 ที่ผลิตขึ้นโดยคนไทยผ่านมุมมองของเขาที่ได้เป็นอาสาสมัครจริงในการทดสอบผลลัพธ์ของวัคซีนว่า..

ก่อนอื่นต้องอธิบายว่า ทางโครงการวิจัยไม่ได้มีการเปิดเผยเลขภูมิคุ้มกันของวัคซีนแก่ อสม. เพียงแต่บอกได้ว่ามันดีมาก

ดังนั้น นี่จะเป็นการรีวิวและอธิบายจากประสบการณ์จริง เมื่อที่บ้านและออฟฟิศของผม ติดโควิดเกือบยกครัว แต่ "ผม" เป็นคนเดียวที่ไม่ติด

1.) วัคซีน ChulaCOV ถูกพัฒนาขึ้นโดยศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โดย ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม

2.) วัคซีน ChulaCOV เป็นวัคซีนชนิด mRNA ที่มีพัฒนาและวิจัยต่อยอดจาก Moderna ดังนั้นประสิทธิภาพที่ออกมาจึงมั่นใจได้ว่าเทียบเท่า Pfizer และ Moderna หรืออาจจะดีกว่าสำหรับการป้องกันไวรัสสายพันธุ์เดลตา เพราะกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาต่อไปหลังจากทดสอบกับ อสม. กลุ่มแรก

3.) ผมได้รับวัคซีนขนาด 25 ไมโครกรัม (ใช้น้อยกว่า Pfizer) จำนวน 2 โดส ฉีดห่างกัน 3 สัปดาห์

4.) อาการและผลข้างเคียง :

[โดสแรก] วันที่ 24 มิ.ย. 64 - มีอาการปวดหัวและอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัดต่อเนื่องราว ๆ 2-3 วัน ไม่มีไข้ และยังทำงานได้ปกติ

[โดสสอง] วันที่ 15 ก.ค. 64 - ปวดหัวหนักกว่าโดสแรก หลังจากฉีด 2 ชั่วโมง และถึงขั้นซมหลังฉีด 6 ชั่วโมง มีไข้หรือตัวรุม ๆ แต่ไข้ไม่สูง ปวดหัวตลอดทั้งคืน กว่าจะทุเลาลงก็คือวันที่สอง ซึ่งนอนซม รบกวนการทำงานแน่นอน หลังจากนั้นไข้หายในสองวัน ส่วนอาการปวดหัวจะต่อเนื่องไปร่วม 3-4 วันเลยทีเดียว

5.) หลังจากฉีดวัคซีนครบสองโดสได้ราวหนึ่งสัปดาห์ พ่อของผมเริ่มมีอาการป่วย ปวดหัว ไอ ส่วนพนักงานที่ออฟฟิศไปตรวจโควิด Rapid Antigen Test ผลปรากฏว่าติดโควิด จึงมีการตรวจกันทั้งบ้าน

ผลลัพธ์ : พนักงานออฟฟิศติด 2 คน ไม่ติด 1 (ซึ่งคนที่บ้านของพนักงานติดเกือบยกครอบครัว), และพ่อของผม

6.) เพื่อความแน่ใจ ทางโครงการวิจัยได้นัดให้ผมไปตรวจ RT-PCR อีกรอบ เพราะผมกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงใกล้ชิดผู้ป่วย ซึ่งผลออกมาว่า ผมไม่มีเชื้อโควิดจริง ๆ

7.) คุณพ่อมีอาการหนักสุด ส่วนพนักงานแทบไม่มีอาการ ได้ทำการรักษาตามอาการแบบ Home Isolation แยกบ้านกันอยู่

8.) เหตุการณ์เหมือนจะไม่มีอะไร แต่หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ อยู่ ๆ อาการคุณพ่อก็ทรุดหนัก ไข้ขึ้นสูง SpO2 ลดลงต่อเนื่องจาก 95 เหลือ 92 ในตอนเย็น และเหลือ 89 ในตอนกลางคืน ไม่ค่อยมีสติและลำบากในการสื่อสาร

9.) ด้วยความจำเป็นที่จะต้องหาโรงพยาบาลด่วน ซึ่งอย่างที่ทุกคนทราบคือ ทุกที่เตียงเต็ม แต่โชคดีที่ติดต่อโรงพยายาลสมุทรสาครได้ ถึงกระนั้น โรงพยาบาลก็ไม่มีรถฉุกเฉิน จำเป็นที่เราจะต้องขับรถไปเอง

วันนั้น (29 ก.ค.) หลังจากเพิ่งตรวจ RT-PCR ในวันเดียวกัน ผมต้องใกล้ชิดคุณพ่อที่เป็นผู้ป่วยอีกครั้ง ครั้งนี้มีการสัมผัสและใกล้ชิดมาก แต่ด้วยความจำเป็นต้องพาไปโรงพยาบาล จึงไม่มีทางเลือก (อุปกรณ์ป้องกันมีเพียง หน้ากากอนามัยสองชั้น face shield และถุงมือยาง)

10.) พ่อของผมโชคดีที่ห้อง ER มีเตียงว่าง ได้รับการรักษาและรับยาฟาวิฯ ทันที แม้จะยังไม่เคยตรวจ PCR มาก่อน ก่อนจะได้แอดมิทที่โรงพยายาลสมุทรสาคร แม้จะเป็นผู้ป่วยนอก ซึ่งปัจจุบันอาการดีขึ้นมากแล้ว ย้ายไปโรงพยาบาลสนาม และใกล้จะได้กลับมารักษาตัวต่อที่บ้าน

11.) ส่วนตัวผมเองยังมีนัดต้องไปเจาะเลือดเก็บตัวอย่างกับทางโรงพยาบาลจุฬาฯ เพื่อวัดภูมิวัคซีนหลังฉีด 3 สัปดาห์ ซึ่งเป็นเวลาหลังจากผมสัมผัสผู้ป่วยโดยตรงประมาณ 12 วัน ไม่ได้มีอาการอะไร จึงได้ทำการ Rapid Antigen Test อีกครั้ง และผลก็ออกมาบอกว่า ผมไม่มีเชื้อ

อย่างที่เห็นก็คือว่า ผมผ่านการเสี่ยงติดเชื้อมาแล้วถึงสามครั้ง และตรวจสามรอบ

ครั้งที่ 1 - คือการทำงานในออฟฟิศ อยู่กับผู้ที่ติดเชื้อโควิด ในช่วงที่เชื้อกำลังฟักตัวและไม่มีอาการ

ครั้งที่ 2 - หลังจากคนรอบข้างอาการเริ่มออก ผลจรวจออกมา เริ่มมีการให้พนักงาน WFH แต่ก่อนหน้านั้น ผมเองยังคงต้องขับรถ ร่วมโดยสารกับผู้ที่ติดเชื้อทุกวัน

ครั้งที่ 3 - กลับมาสัมผัสผู้ป่วยโควิดโดยตรงอีกครั้ง หลังจาก distancing กันมานานสัปดาห์นึง

ด้วยผลทดสอบนี้ น่าจะบ่งบอกได้ดีถึงประสิทธิภาพของวัคซีน mRNA ได้ดีในระดับนึง และเป็นเหตุผลว่า ทำไมวัคซีน ChulaCOV น่าจะเป็นวัคซีนตัวความหวังของคนไทย สำหรับคำถามว่า "คนไทยจะได้ฉีดวัคซีนตัวนี้เมื่อใด"

คำตอบก็คือ กว่าจะวิจัยพัฒนาและทดสอบกลับ อสม. กลุ่มสอง กลุ่มสามเสร็จ น่าจะช่วงไตรมาส 1-2 ของปี 2565 เลยครับ ถึงกระนั้น ถ้ามันฉุกเฉินจริง ๆ ไม่แน่ว่า อาจจะมีการใช้วัคซีนตัวนี้เป็น เข็มสาม ในช่วงปลายปี

และที่สำคัญที่สุด ถึงแม้จะได้วัคซีนที่ดีแล้วยังไง การ social distancing ก็ยังสำคัญ เพราะผลลัพธ์ที่เกิดกับสหรัฐฯ ตอนนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีของการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค


ที่มา : https://www.facebook.com/peecee131


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

สุดท้ายแล้ว!! ศัตรูของศัตรู ก็เท่ากับ มิตรดี ๆ​ นี่เอง!! | NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

ชวนคิด!! ว่ากันว่าเหตุผลที่กลุ่มประเทศ ‘ยี้’ และไม่เอาสหรัฐอเมริกา​ เช่น​ บางประเทศในอาเซียน​ และรวมถึงยุโรปบางประเทศ​ เช่น เยอรมนี​ กลับหันมาคบหาแนบชิดกับสหรัฐฯ​ อีกครั้ง​ เพราะต้องการได้​ สหรัฐฯ​ เป็นขุมพลังในการคานอำนาจของจีน​ ที่ช่วงหลังเริ่มแผ่อิทธิพลในหลาย ๆ​ มิติเข้ามายังประเทศเหล่านั้น

การคบหาแบบ ‘กัดได้กัด - กอดได้กอด’ จึงเริ่มก่อตัวชัดให้เห็นเด่นชัด​ กลายเป็นเกมการเมืองใหม่ของโลกบนพิกัด​ 'อาเซียน'​

NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

โดย อ.ต้อม - กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

.

.


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
- ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
- รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
- สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
- แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ผู้นำสิงโปร์ ออกโรงเตือน!! ‘สหรัฐฯ’ อย่าเดินเกมงัดข้อกับ ‘พญามังกร’ เพราะทุกแรงปฏิปักษ์​ เต็มไปด้วย​ ‘อันตราย’ | Knowledge Times EP.10

???? รอบรู้แบบรู้ลึก ในรายการ ‘Knowledge Times’
???? ผู้นำสิงโปร์ ออกโรงเตือน!! ‘สหรัฐฯ’ อย่าเดินเกมงัดข้อกับ ‘พญามังกร’ เพราะทุกแรงปฏิปักษ์​ เต็มไปด้วย​ ‘อันตราย’

ไม่นานมานี้​ นายกรัฐมนตรี ลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ กล่าวเตือนท่าทีของสหรัฐฯ​ ที่มีต่อจีนได้อย่างน่าสนใจว่า นาทีนี้สหรัฐฯ​ ไม่ควรท้าทายจีนในทุก ๆ​ ด้านด้วยความก้าวร้าว และทัศนะอันแข็งกร้าว เพราะอาจนำมาสู่สิ่ง “อันตรายอย่างมาก”

โดย นายกฯ ลี ได้ให้มุมมองว่า ตอนนี้สหรัฐฯ​ เริ่มกลับมาเปลี่ยนท่าทีกับจีน จากการที่คิดจะมุ่งสร้างประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย สู่ท่าทีที่ สหรัฐฯ “ต้องชนะ” ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ซึ่งท่าทีนี้ไม่แน่ใจว่าจะนำไปสู่ความถูกต้องเพียงใด

ผู้นำสิงคโปร์ กล่าวอีกว่า ไม่รู้ว่าสหรัฐฯ ได้ตระหนักหรือไม่ ว่าจีนขณะนี้ถือเป็นปรปักษ์ที่น่าเกรงขามอยากมากในการรับมือ ถ้าหากสหรัฐฯ ตัดสินใจว่า จีนเป็น “ศัตรู”

เพราะ​ผู้นำสิงคโปร์ ซึ่งนับว่าเป็นอีกบุคคลที่มีความเข้าใจทั้งสองชาติอย่างลึกซึ้ง​ เชื่อว่า​ ทัศนะแบบแข็งกร้าวของสหรัฐฯ ที่มีต่อจีน ยิ่งตอกย้ำความเชื่อของจีนที่ว่า สหรัฐฯ​ นั้นไม่สามารถไว้วางใจได้และต้องการที่จะขัดขวางการก้าวขึ้นมาของจีน

ซึ่งอย่างน้อย ๆ​ ก็มี 5 ประเด็นอ่อนไหวในตอนนี้​ ที่จีนจะไม่มีวันยอม หากสหรัฐฯ หรือชาติอื่นใดจะมาล้ำเส้นจีน​ จนเกินงาม!! อาทิ​ เรื่องของ​ ไต้หวัน​ / ฮ่องกง​ / ทิเบต​ / ซินเจียง​ และ​ ทะเลจีนใต้

นอกจากนี้ นายกฯ ลี ยังวิพากษ์วิจารณ์การที่คณะบริหารไบเดนแสดงความแข็งกร้าวในการพบปะหารือทวิภาคีระดับสูงครั้งแรกกับฝ่ายจีนที่เมืองแองเคอเรจ รัฐอะแลสกา ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่า ในความเป็นจริง​ ก็คือ​ ไม่มีฝ่ายไหนสามารถดูหมิ่นหรือบดขยี้อีกฝ่ายหนึ่งได้

แต่ในขณะเดียวกันก็ได้ชื่นชมคณะบริหารไบเดน ที่เลือกใช้นโยบายการต่างประเทศ “ที่มีแบบแผนมากขึ้น” หลังจากคณะบริหารของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างความยุ่งเหยิงไว้ หลังจากประเทศต่าง ๆ​ ทั่วโลก ยังคงเฝ้าคอยยุทธศาสตร์ระยะยาวที่คงเส้นคงวาจากทางสหรัฐฯ รวมทั้งนโยบายที่พึ่งพาอาศัยและคาดการณ์ได้

ผู้นำสิงคโปร์ ยังเตือนถึงประเด็นไต้หวันที่สามารถเป็นชนวนลุกลามได้มากเป็นพิเศษ โดยมองว่าจีนคงไม่อยากเดินหมากฝ่ายเดียว เช่น การรุกรานไต้หวัน และเชื่อว่ายังมีอันตรายจากการคิดคำนวณที่ผิดพลาดครั้งใหญ่จากเรื่องนี้ พร้อมชื่นชม ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งได้กล่าวเตือนการเปลี่ยนแปลงสถานะเดิมที่เป็นอยู่ของสถานการณ์ไต้หวัน 

เรียกได้ว่า​ ถ้าหากสหรัฐฯ รักษาจุดยืนเช่นนี้ได้ ก็จะสามารถประคับประคองสันติภาพและเสถียรภาพข้ามช่องแคบไต้หวันไว้ได้

โดยสรุปแล้ว​ ผู้นำสิงคโปร์​ ก็หวังเห็น​ ฝั่งจีนและสหรัฐฯ​ รักษาปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเอาไว้​ ภายใต้สถานการณ์โลก​ ณ​ ปัจจุบัน​ และทั้งสองฝ่ายควรหยุด และคิดอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจเดินหน้าทำการณ์บางอย่างแบบ​ Fast​ Foward 

เพราะอาจเกิดอันตราย ที่จะสร้างหายนะให้กับทั้งสองฝ่ายและทั้งโลกได้ในอนาคต...

.

.


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
- ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
- รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
- สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
- แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ยุติบทบาทสภาเมืองพัทยา 'ปธ.-สม.'​ อำลาตำแหน่ง

ประธานสภาเมืองพัทยา เผย สม.ยื่นหนังสือลาออกไม่ทราบเหตุผล ส่งผลให้ สม.ที่เหลือมีจำนวนไม่ครบกึ่งหนึ่งตามกฎหมายที่ต้องยุติบทบาทอำลาตำแหน่ง

นายอนันต์ อังคณาวิศัลย์ ประธานสภาเมืองพัทยา เปิดเผยว่า คสช.ได้แต่งตั้งประธานคณะกรรมการสรรหาแต่งตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยา ตามข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นเมืองพัทยาและผู้บริหารเมืองพัทยาเป็นการชั่วคราว พ.ศ.2559 

จึงแต่งตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาจำนวน 12 คน ต่อมาสมาชิกสภาเมืองพัทยา 4 ราย ต้องย้ายไปดำรงตำแหน่งเป็นนายกเมืองพัทยา ย้ายไปดำรงตำแหน่งราชการที่สูงขึ้น และเกษียณอายุราชการไปทำให้ปัจจุบันมีสมาชิกสภาเมืองพัทยาเหลือเพียง 8 คน

การประชุมสภาเมืองพัทยา ที่ผ่านมา สมาชิกสภาเมืองพัทยา จำนวน 4 คน คือ นายวันต์ หนาวเหนียว, นายโชฎึก โชติกำจร, นายศักดิ์สิทธิ์ แย้มศรี และนายชาคร กัญจนะวัตตะ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง โดยไม่ทราบเหตุผล จึงทำให้เหลือสมาชิกสภาเมืองพัทยา เพียง 4 คน ไม่ครบกึ่งหนึ่งตามที่กฎหมายกำหนด

ทำให้สมาชิกที่เหลืออีก 4 คน คือนายอนันต์ อังคณาวิศัลย์, พลเรือเอกศรีวิสุทธิ์ รดารุณ, นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี และนายสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร ต้องยุติบทบาทการทำหน้าที่ไปโดยปริยายตามกฎหมาย หรือเรียกว่าสภาเมืองพัทยา ชุดปัจจุบันหมดภาระหน้าที่ทั้งหมด

ดังนั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ถือว่าสมาชิกที่เหลือต้องหมดหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2564 เพราะมีจำนวนไม่ถึงกึ่งหนึ่งตามกฎหมายกำหนด ขณะนี้ได้มอบหมายให้ทางรองปลัดเมืองพัทยา เร่งทำหนังสือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ว่าจะดำเนินการเสนอแต่งตั้งใครมารับตำแหน่งต่อไป

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี 0909535645

 

คุยกับ Modern Mom สายเฟี้ยว​ กับทริคคุณแม่ยุคใหม่​ คุยยังไงให้เป็นขวัญใจวัยวุ่น’กับ ‘อ.นิธิมา’ | Click on Clear THE TOPIC EP.22

???? คุยกับ...Modern Mom สายเฟี้ยว​ กับทริคของการเป็นคุณแม่ยุคใหม่​ คุยยังไงให้เป็นขวัญใจวัยวุ่น

???? เปิดใจคุณแม่!! ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของลูกสาวคนเก่ง ‘ปริม กุญชนิตา’!!!

ในรายการ Click on Clear THE TOPIC จับประเด็น เน้นความรู้ ที่จะพาไปร่วมเจาะลึกกับ...

‘อาจารย์ นิธิมา กุญชร ณ อยุธยา’ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากร โปรเฟสชั่นนอล เทรนเนอร์

ใน Topic : คุยกับ...Modern Mom สายเฟี้ยว​ กับทริคของการเป็นคุณแม่ยุคใหม่​ คุยยังไงให้เป็นขวัญใจวัยวุ่น

ดำเนินรายการโดย ปริม กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา PROGRAM DIRECTOR THE STATES TIMES

.

.


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“จุรินทร์”นำทีมปชป.ให้กำลังใจชุมชนไฟไหม้ ที่เย็นอากาศ2 พร้อมส่ง ”ถุงน้ำใจ ปชป.” ถึงบ้านผู้กักตัวโควิด เขตยานนาวา

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานมูลนิธิ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกรัฐบาล นายอภิมุข ฉันทวาณิชย์ และนายอมรเทพ เศตะพราหมณ์ ส.ก.เขตยานนาวา เดินทางไปให้กำลังใจชาวบ้านร่วม 45 ครัวเรือน ที่บริเวณชุมชนเย็นอากาศ 2 ซอยพระรามสาม 77 ซึ่งประสบเพลิงไหม้เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา นอกเหนือจากประสบปัญหาโควิด-19 ซึ่งเป็นปัญหาในภาพรวมอยู่แล้ว พร้อมนำ “ถุงน้ำใจ ปชป.” และข้าวกล่อง มามอบให้ประธานชุมชนเพื่อกระจายแจกจ่ายต่อไป


สำหรับโครงการ “ถุงน้ำใจ ปชป.” และข้าวกล่องเดลิเวอรี่ ถือเป็นโครงการสำคัญของมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ได้ริเริ่มดำเนินการโดยจัดรถรวม 50 คัน เพื่อบรรทุก “ถุงน้ำใจ ปชป.” กว่า 2,000 ชุด ให้ ส.ส.ของพรรค อดีต ส.ส. ส.ก. ส.ข. สาขาพรรค ตัวแทนพรรคทั่วประเทศ และยุวประชาธิปัตย์ ร่วมกันจัดส่งถุงยังชีพไปให้พี่น้องประชาชนที่รอเตียง และผู้ที่ถูกกักตัวในแต่ละเขตทั่วกรุงเทพฯ จนถึงขณะนี้ได้ดำเนินการจัดส่งไปแล้วร่วม 2 หมื่นชุด


 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top