Friday, 31 July 2026
Hard News Team

รัฐบาลเกาหลีใต้เตรียมแก้กฎหมายสื่อ เพื่อควบคุมข่าวปลอม ด้านฝ่ายค้านระบุ เป็นการปิดปากสื่อและริดรอนสิทธิเสรีภาพ

รัฐบาลเกาหลีใต้เตรียมแก้กฎหมายสื่อ (Act on Press Arbitration and Remedies) เพื่อควบคุมข่าวปลอม หรือเฟกนิวส์ ท่ามกลางเสียงคัดค้านว่ากฎหมายดังกล่าวเป็นการจำกัดเสรีภาพของสื่อไม่ให้ขุดคุ้ยการทำผิดของผู้มีอำนาจและเป็นข้ออ้างในการปิดปากฝ่ายตรงข้ามที่วิจารณ์รัฐบาล

การแก้ไขกฎหมายสื่อครั้งนี้ให้อำนาจศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ที่ปล่อยเฟกนิวส์จนละเมิดสิทธิ์และสร้างความเสียหายทางจิตใจแก่โจทก์จ่ายค่าชดเชยความเสียหายเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 5 เท่า สำหรับเคสที่ไม่สามารถคำนวณความเสียหายที่แน่ชัด ผู้ที่เผยแพร่ข่าวปลอมต้องจ่ายค่าเสียหายตั้งแต่ 50-100 ล้านวอน หรือ 1,400,355 - 2,800,711 บาท

และยังกำหนดให้สื่อมวลชน รวมทั้งผู้ให้บริการข่าวทางอินเทอร์เน็ตดำเนินการแก้ไขข่าวที่ผิดพลาดหรือข่าวปลอมที่เผยแพร่ด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

แถลงการณ์ของพรรคประชาธิปไตยซึ่งเป็นพรรครัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่า การรายงานที่ผิดพลาดของสื่อมวลชนทำให้เกิดความเสียหายและผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งยังเป็นอันตรายที่แก้ไขไม่ได้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง และยังชี้แจงว่าการเพิ่มโทษดังกล่าวจะทำให้สื่อมวลชนที่จะเผยแพร่ข่าวมีความรับผิดชอบมากขึ้น

อย่างไรก็ดี พรรคฝ่ายค้านของเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์โจมตีว่ากฎหมายดังกล่าวทำให้ประชาธิปไตยถอยหลังลงคลอง และปิดกั้นขัดขวางไม่ให้สื่อมวลชนรายงานหรือเขียนข่าวเกี่ยวกับการทำผิดกฎหมายหรือเรื่องอื้อฉาวของผู้มีอำนาจในบ้านเมือง

ด้านริว เจฮวา พนักงานอัยการที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสื่อและคดีการเมืองเผยว่า กฎหมายนี้สะท้อนว่ารัฐบาลต้องการปิดปากสื่อมวลชน

การสำรวจความคิดเห็นของชาวเกาหลีใต้ 1,024 คนโดย WinGKorea Consulting พบว่า 46.4% สนับสนุนกฎหมายใหม่ และ 41.6% มองว่าเป็นการปิดกั้นเสรีภาพสื่อ

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมสื่อสารมวลชนของเกาหลีใต้มีอันดับค่อนข้างดีในดัชนีเสรีภาพสื่อ (World Press Freedom Index) โดยอยู่ในอันดับ 42 จาก 180 ประเทศ แต่ต้องเผชิญกับข่าวปลอมและการกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ในช่วงไม่กี่ปีนี้

การแก้ไขกฎหมายสื่อมีขึ้นหลังจากประธานาธิบดี มุน แจอิน บังคับใช้กฎหมายเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ให้จำคุกบุคคลที่เผยแพร่ข่าวปลอมเกี่ยวกับการประท้วงควังจูในช่วงทศวรรษ 1980


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ประกาศปี 65-66 เป็น “ปีแห่งการประชุมในประเทศ"

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยทิศทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ในปี 65 ว่า ในปีหน้าอุตสาหกรรมไมซ์ยังมีโอกาสกลับมาฟื้นตัวได้ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มจะคลี่คลายลง โดยทีเส็บได้ประกาศให้ปี 65 – 66 เป็นปีแห่งการประชุมในประเทศไทย ผ่านการส่งเสริมการจัดประชุมสัมมนาในประเทศ และการเร่งดึงงานสำคัญระดับโลกเข้ามาจัดในประเทศไทยในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อดึงรายได้ของอุตสาหกรรมไมซ์กลับมาอีกครั้ง หลังจากในปี 62 ไทยเป็นเบอร์หนึ่งของอาเซียน โดยมีรายได้ทั้งทางตรงและทางอ้มมากถึง 5 แสนล้านบาท แต่เมื่อเกิดโควิดขึ้นทำให้ต้องสูญเสียรายได้ส่วนนี้ไปมากถึง 70% 

ทั้งนี้การประกาศปีแห่งการประชุมในประเทศไทยนั้น จะอยู่ภายใต้กลยุทธ์การช่วงชิงโอกาสระดับสากล มุ่งเน้นการผลักดันไมซ์ไทยสู่เวทีโลก ผ่านการจัดทำแคมเปญตลาดเชิงรุกเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในภูมิภาคอาเซียน ด้วยการต่อยอดจากการเป็นเจ้าภาพจัดงานเอเปค 2022 อีกทั้งจะเร่งดึงงานสำคัญระดับโลกเข้ามาจัดในประเทศไทย ทั้งงานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์โชว์ หรืองานประชุมองค์กรระหว่างประเทศ เช่น งานเวิลด์แบงก์ หรืองานแสดงสินค้าระดับท็อป 5ของโลก 

อีกทั้งยังมีกลยุทธ์การเสริมความแกร่งระดับชาติ เน้นยกระดับความพร้อมของจังหวัดที่มีศักยภาพ ก้าวสู่การรองรับกิจกรรมไมซ์ พร้อมกับการสร้างงานใหม่ และยกระดับกิจกรรมไมซ์ให้มีคุณภาพระดับนานาชาติ รวมทั้งกระตุ้นและขับเคลื่อนองค์กรภาครัฐและเอกชนจัดประชุมสัมมนาและจัดกิจกรรมไมซ์ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ผ่านแคมเปญการสื่อสารจัดงานไมซ์ทั่วไทย ภูมิใจช่วยชาติ และสนับสนุนงบประมาณผ่านโครงการประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า ซึ่งขณะนี้มีองค์กรและหน่วยงานได้รับการสนับสนุนแล้วกว่า 645 โครงการ และแสดงความจำนงมากกว่า 1,000 งาน

ส่วนกลยุทธ์สุดท้าย คือการยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรม สานต่อการยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการไมซ์ และหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐในและต่างประเทศ ทั้งในด้านการพัฒนาบุคลากร มาตรฐานสถานที่จัดงาน และการพัฒนาหลักสูตรอบรมต่างๆ เพื่อให้ไมซ์ไทยก้าวทันความต้องการของโลกในยุคหลังโควิด รวมถึงส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีและเครื่องมือแพลตฟอร์มดิจิทัลต่อเนื่อง 

ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 มีคำสั่งให้ ‘ผู้กำกับโจ้-ประสิทธิ์ เจียวก๊ก’ พ้นสภาพจิตอาสา เรียกคืนเครื่องแต่งกาย หลังต้องคดีอาญาทั้งคู่

วันที่ 26 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ออกหนังสือคำสั่งศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน เรื่อง ให้บุคคลพ้นสภาพจากการเป็นจิตอาสา 904

พร้อมมีคำสั่ง เรียกคืนเครื่องแต่งกาย หมวก ผ้าพันคอ เครื่องหมายจิตอาสา 904 (ปีกโลหะ ปีกผ้า) บัตรประจำตัวและประกาศนียบัตร ของ พันตำรวจเอก ธิติสรรค์ อุทธนพล และ นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก

สำหรับประกาศคำสั่งพ้นสภาพเป็นจิตอาสาของ พันตำรวจเอก ธิติสรรค์ ระบุว่า นื่องจากพันตำรวจเอก ธิติสรรค์ อุทธนพล ได้ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา ที่เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง ร่วมกันตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป

ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยใช้กำลังประทุษร้าย และร่วมกันฆ่าผู้อื่น โดยทรมาน หรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย

ส่วนนายประสิทธิ์ เป็นผู้ต้องหาคดีอาญา ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน


ที่มา : https://www.posttoday.com/social/general/661557


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ศบค.ชุดเล็กไฟเขียว ชงศบค.ชุดนายกรัฐมนตรี ปลดล็อกเฟสแรก เปิดห้างถึง 2 ทุ่ม ให้นั่งกินอาหารในร้านได้ 50% 

วันที่ 26 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ที่มี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธาน ประชุม ศบค.ชุดเล็ก ได้พิจารณามาตรการควบคุมแบบบูรณาการเร่งด่วน เฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล

รายงานข่าวเปิดเผยว่า ที่ประชุมเสนอให้ร้านอาหารสามารถกลับมาเปิดกิจการได้ โดยร้านอาหารที่มีการเปิดเครื่องปรับอากาศสามารถนั่งรับประทานในร้านได้ 50% และร้านอาหารที่ไม่มีการเปิดเครื่องปรับอากาศเปิดได้ 75 %

รวมถึงห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมิวนิตี้มอลล์หรือสถานประกอบการอื่น ที่มีลักษณะคล้ายกัน ร้านสะดวกซื้อ ให้เปิดดำเนินการได้จนถึงเวลา 20.00 น. ขณะที่ร้านเสิรมสวย แต่งผม หรือตัดผม สวนสาธารณะ ลานกีฬา สนามกีฬาหรือสถานที่ออกกำลังกาย ที่เป็นพื้นที่โล่งแจ้ง อาคารในสถานศึกษา เปิดได้ปกติ

อย่างไรก็ตาม ยังมีมติคลายล็อกให้ประชาชนสามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้ แต่ยังห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 22.00 นาฬิกาถึง 04.00 นาฬิกาของวันรุ่งขึ้นยังคงอยู่

สำหรับสถานที่กิจการ หรือกิจกรรมทั้งหมด ให้ดำเนินการเปิด-ปิดตามมาตรการควบคุมทางสาธารณสุขที่เข้มงวด หรือการป้องกันแบบครอบจักรวาล เพื่อป้องกันโรคที่กำหนดที่เข้มงวดยิ่งขึ้นจากที่ได้เคยกำหนดไว้แล้ว หากมีการระบาดคลัสเตอร์ใหญ่ จะมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง หรือล็อกดาวน์ใหม่ได้ทันที

ทั้งนี้ มติครั้งนี้ จะถูกนำเสนอต่อที่ประชุมการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ศบค.) ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมในวันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม 2564 เวลา 09.00 น.

ขณะที่ กระทรวงสาธารณสุข เตรียมเสนอที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) วันศุกร์นี้ (27 ส.ค.) เช่นเดียวกัน เพื่อพิจารณาผ่อนคลายมาตรการให้ร้านอาหารเปิดบริการได้ โดยเสนอแผนเปิดกิจการ 3 ระยะ ในเดือนกันยายน หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 มีแนวโน้มเริ่มดีขึ้น พร้อมกำหนดข้อปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารและผู้รับบริการ

สำหรับข้อปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยของกระทรวงสาธารณสุขทั้ง 3 ข้อ

1.) จัดการสิ่งแวดล้อม ไม่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ เช่น เว้นระยะห่าง ไม่แออัด อากาศถ่ายเทได้ดี
2.) พนักงานต้องปลอดโรค ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ถ้าไม่ได้ฉีดหรือฉีดไม่ครบต้องตรวจเชื้อด้วยชุด ATK ทุก 3-7 วัน และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันในการให้บริการลูกค้า
3.) ลูกค้าต้องปลอดโรค เช่น แสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน


ที่มา : https://www.prachachat.net/general/news-747325


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

พาณิชย์ หาช่องส่งออกผลไม้ไทยไปต่างประเทศ 1.8 แสนล.ในปีนี้

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยในงานความตกลงซื้อขายผลไม้ล่วงหน้า (MOP) ทางออนไลน์ ว่า ในปีนี้กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าหมายว่าจะส่งออกผลไม้เพื่อทำรายได้เข้าประเทศให้ได้ไม่ต่ำกว่า 180,000 ล้านบาท ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 30% โดยผลไม้ไทยถือเป็นสินค้าเป้าหมายสำคัญในการส่งออกเพื่อทำรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งยอดส่งออกรวม 7 เดือนในปีนี้ มีการส่งออกผลไม้สดและผลไม้แปรรูปมีมูลค่าสูงถึง 131,166 ล้านบาท ขยายตัว 48.31% 

ทั้งนี้ในการส่งเสริมการส่งออกผลไม้นั้น ได้วางแผนการจัดงานสำคัญ คือ 1.กิจกรรมจัดคู่เจรจาทางการค้าออนไลน์ OBM หรือ Online Business Matching 2.กิจกรรมการส่งเสริมการขายการบริโภคผลไม้ในห้างสรรพสินค้าและตลาดสำคัญในต่างประเทศ 3.กิจกรรมการจัด Thai Fruits Golden Months หรือเดือนทองของการบริโภคผลไม้ไทยในประเทศต่างๆ 4.กิจกรรมขายผลไม้ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆโดยเฉพาะแพลตฟอร์มสำคัญในระดับโลกเช่น bigbasket.com ของอินเดีย Tmall ของจีน

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาในการการจัด Thai Fruits Golden Months ในประเทศจีน ได้จัดไปแล้วใน 8 เมือง ประกอบด้วย หนานหนิง ไห่หนาน ฉงชิ่ง ชิงต่าว เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู ต้าเหลียน และฝอซาน สามารถทำรายได้ถึง 15,466 ล้านบาท และยังมีแผนงานที่เหลืออีก 5 เมืองคือ เซี่ยเหมิน หนานชาง คุนหมิง อู่ฮั่น และหนานหนิง คาดว่าจะทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท รวมแล้วเฉพาะการจัด Thai Fruits Golden Monthsในจีน 13 เมืองทำรายได้เข้าประเทศไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท 

บิณฑ์-เอกพันธ์ 2 ดาราจิตอาสา เหมาบ่อปลากระพงมาขายราคาถูก เพื่อช่วยหลือผู้เลี้ยงปลา ในช่วงระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมด้วยเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ ดารานักแสดง ได้นำปลากระพง มาจำหน่ายราคาถูก ให้กับพี่น้อง หมู่ 5 ต.คูบางหลวง ชาวแฟลตคอมในราคาโลละ 50 บาท  

บิณฑ์ ได้กล่าวเพิ่มเติมกับผู้สื่อข่าวว่า ตนพร้อมด้วยทีมงานได้เหมาบ่อปลากะพงมาขายให้พี่น้องได้บริโภคของดีราคาถูกจำนวน 4 ตันและยังมีขนมหม้อแกง พร้อมด้วยฟักทองมาแจกให้กับพี่น้องชาวแฟลตคอมด้วย 

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายอนุสรณ์ บุญมั่น ประชาชนชาวตำบลคูบางหลวง ที่ได้มาต่อแถวซื้อปลากระพง ได้กล่าวเพิ่มเติมกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ คุณบิณฑ์ และทีมงานที่ได้นำ ปลากระพงสด ๆ จากบ่อมาจำหน่ายในราคาถูก โดยตนได้มาซื้อ จำนวน 4 กิโลกรัม เพื่อนำไปประกอบอาหาร และอยากจะให้ดาราทั้ง 2 ท่านได้นำสินค้าราคาถูกมาจำหน่ายที่นี่อีกครั้ง


สหรัฐ แก้วตา รายงาน


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'พล.ต.ท.อำนวย' โพสต์ข้อความถึงกรณีผู้กำกับโจ้เอาถุงดำคลุมตัวผู้ต้องหาจนเสียชีวิต ย้ำ อับอาย อัปยศ อดสู!

พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน กรรมการปฎิรูปประเทศ ด้านกระบวนการยุติธรรม โพสต์เฟซบุ๊กถึงเหตุการณ์ตำรวจใช้ถุงคลุมหัวผู้ต้องหาจนเสียชีวิต ว่า อับอาย อัปยศ อดสู…

สุดที่จะพรรณนากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายตำรวจระดับผู้กำกับการหัวหน้าสถานีใหญ่แห่งหนึ่งนำทีมกระทำต่อผู้ต้องหาคดียาเสพติด ด้วยการทรมานทรกรรม โดยวิธีการนำถุงดำมาครอบศีรษะให้ขาดอากาศหายใจ หายใจไม่ออก ทรมาน จะเพื่อให้รับสารภาพโดยหวังผลในทางคดีหรือเป็นการรีดเอาทรัพย์ 2 ล้านบาท ตามที่เป็นข่าวก็ตามทีเถอะ!!!! ซึ่งนั่นมันเป็นวิธีการสมัยโบราณ เป็นวิธีการสืบสวนสอบสวนสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อคราที่ยังใช้กฎหมายจารีตนครบาล ให้นำการทรมานทรกรรมด้วยรูปแบบต่าง ๆ มาใช้กับผู้ต้องหาเพื่อค้นหาความจริงด้วยการใช้วิธีการต่าง ๆ … บีบขมับด้วยเครื่องบีบขมับ ตอกเล็บ ใส่ไปในลูกตะกร้อให้ช้างเตะ … จะพิสูจน์ว่าคนใดพูดความเท็จ คนใดพูดความจริง ใช้วิธีดำน้ำแข่งกันใครอึดกว่าโผล่พ้นน้ำทีหลังคนนั้นพูดความจริง วิธีการทั้งหมดทำถูกต้องตามที่กฎหมายในขณะนั้นบัญญัติ ผู้กำกับการคนนี้กับบรรดาลูกน้องที่ร่วมทีม น่าจะเกิดเป็นตำรวจในยุคนั้นถึงได้นำวิธีการทรมานทรกรรมตามกฎหมายจารีตนครบาลกลับมาใช้ในชาตินี้ กลับมาเกิดใหม่ทั้งทีน่าจะนำเรื่องดี ๆ มาใช้ในชาติใหม่นี้…..

รู้หรือไม่ว่า ด้วยการใช้วิธีการที่ป่าเถื่อน ล้าสมัยไร้เหตุผล ขาดตรรกะด้วยวิธีการดังกล่าว จนทำให้ชนชาติตะวันตกในยุคล่าอาณานิคมที่เข้ามาในประเทศสยาม อ้างเหตุดังกล่าวปฏิเสธไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมไทย โดยได้ตั้งศาลขึ้นมาพิจารณาคดีความของพวกตนเองขึ้นในแผ่นดินสยาม ไม่ยอมขึ้นศาลไทยเราเรียกกันว่า “สิทธิสภาพนอกอาณาเขต” ไงล่ะ …. งั้นก็แปลว่าสยามประเทศได้สูญเสียอำนาจ 1 ใน 3 คือ อำนาจตุลาการไปแล้วโดยปริยาย คงเหลืออำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร คงค่อย ๆ คืบคลานปฏิเสธไม่ยอมรับ หากครบสามอำนาจเมื่อใดสยามประเทศก็ต้องตกเป็นเมืองขึ้นโดยทันที (เรื่องนี้ถึงขนาดจะทำให้เสียเมืองเชียวละ)

แต่ด้วยพระปรีชาสามารถ พระบารมี ของพระบูรพกษัตริย์สืบต่อกันมาหลายพระองค์ได้ทำการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ให้ทันสมัย กล่าวเฉพาะด้านกระบวนการยุติธรรม กฎหมาย และตำรวจได้เร่งทำการปฏิรูปเพื่อให้ชาวต่างชาติยอมรับให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อจะได้ยกเลิกสิทธิสภาพนอกอาณาเขต กลับมายอมรับกระบวนการยุติธรรม กฎหมาย และตำรวจของสยามประเทศ จึงได้มีการปฏิรูปตำรวจเสร็จภายใน 1 ปี ระหว่างปี พ.ศ 2404 ถึง 2405 โดยมีเจ้าพระยายมราช (ครุฑ บ่วงราบ) เป็นแม่กองในยุคสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านจึงได้รับการถวายพระนามว่า “พระบิดาแห่งตำรวจไทย” ทำการปฏิรูปกฎหมายเสร็จในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยมี กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์เป็นแม่กอง เราจึงมีกฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 ประกาศใช้ซึ่งถือเป็นประมวลกฎหมายฉบับแรกของประเทศสยาม 

โดยให้ยกเลิกกฎหมายจารีตนครบาลซึ่งเมื่อตำรวจมีความทันสมัย กระบวนการยุติธรรม และกฎหมายมีความทันสมัย วิธีการค้นหาความจริงด้วยพยานหลักฐานใช้ตรรกะวิทยา วิชาที่ว่าด้วยเหตุผล การชั่งน้ำหนักพยาน เลิกการใช้วิธีบีบขมับ ตอกเล็บ ใส่ตะกร้อให้ช้างเตะ เอาถุงดำคลุมศีรษะ จิปาถะที่เป็นการทรมานทรกรรมไปเสียสิ้นแล้ว ชาวต่างชาติจึงไม่มีเหตุที่จะปฏิเสธกระบวนการยุติธรรมต่อไปอีก จึงยอมคืนสิทธิสภาพนอกอาณาเขตมายอมขึ้นศาลไทย มันสำคัญถึงขนาดจะเสียบ้านเสียเมืองกันเชียวนะ!!

ชาวต่างชาติปฏิเสธกระบวนการยุติธรรมไทย เกิด "สิทธิสภาพนอกอาณาเขต” ก็พอเข้าใจได้ แต่ถ้าคนไทยด้วยกันปฏิเสธกระบวนการยุติธรรมไทย เกิด "สิทธิสภาพในอาณาเขต” ขึ้นละ จากเหตุกระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐาน ไม่ได้มาตรฐาน เกิดความเหลื่อมล้ำ ไม่สร้างความเป็นธรรมในสังคม ตำรวจตกเป็นเครื่องมือของ… ตำรวจถูกใช้เป็นเครื่องมือของ… ขาดความเป็นอิสระ เล่นพรรคเล่นพวก เข้าไม่ถึง ไม่โปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้…. แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ จะยังไม่ยอมปฏิรูปตำรวจให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วอีกหรือ การปฏิรูปสมัยรัชกาลที่ 4 ใช้เวลาในการปฏิรูปตำรวจเพียงปีเดียวแล้วเสร็จ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตรา 260 บทบัญญัติให้ปฏิรูปตำรวจให้เสร็จภายใน 1 ปี เช่นเดียวกันแต่นี่เข้ามา 3-4 ปีแล้วยังไม่มีวี่แวว จะรอให้เกิดสิทธิสภาพในอาณาเขตกันขึ้นจริง ๆ หรืออย่างไร? วานบอก

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระผมขอความเป็นธรรมให้กับบรรดาข้าราชการตำรวจ เป็นเรื่องความประพฤติ พฤติกรรมส่วนบุคคล ผมเรียนจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจก็ไม่เคยสั่งสอนพันอย่างนี้ จบออกมาปฏิบัติหน้าที่จนเกษียณอายุราชการ ไม่เคยประพฤติ ไม่เคยพบ ไม่เคยเห็นการกระทำเยี่ยงนี้ ระหว่างรับราชการเป็นครูบาอาจารย์ก็ไม่เคยสั่งสอนใครให้ทำอย่างนี้ แต่ยอมรับความจริงว่า “ปลาตายตัวเดียวย่อมทำให้เหม็นไปทั้งข้อง” ถ้าได้ปฏิรูปตำรวจปัญหานี้จะแก้ไขได้โดยไม่ยาก ในกฎหมายเพื่อการปฏิรูปกำหนดให้มีคณะกรรมการรับเรื่องราวร้องเรียนตำรวจ เรียกย่อว่า กร.ตร. ซึ่งจะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกมาตรวจสอบความประพฤติ พฤติกรรมของข้าราชการตำรวจที่ถูกร้องเรียน ญาติผู้เสียชีวิตก็จะกล้าร้องเรียนแทนที่จะไปร้องกับผู้บังคับบัญชาของตำรวจเองให้ตรวจสอบกันเอง เป็นอาทิ

“กัมมุนา วัตตติ โลโก”
สัตว์โลกทั้งหลายย่อมเป็นไปตามกรรม

พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน กรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านกระบวนการยุติธรรม
25 สิงหาคม 2564


ที่มา : https://www.facebook.com/100035392371733/posts/489285538927854/?d=n


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'ผู้กำกับโจ้' เตรียมมอบตัวตำรวจภูธรภาค 6 หลังติดต่อผู้บัญชาการระดับสูง

26 ส.ค. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งเร่งดำเนินการจับกุมตัว พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ร่วมกับตำรวจอีกหลายนายใช้ถุงคลุมหัวผู้ต้องหายาเสพติดจนเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ยังหลบหนีอยู่ แต่จากกระแสกดดันดังกล่าว ล่าสุดมีรายงานว่า ผู้กำกับโจ้ ได้ติดต่อผู้บัญชาการระดับสูง เพื่อเตรียมเข้ามอบตัวที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ส่วนรายละเอียดความคืบหน้าจะแจ้งต่อไป


ที่มา : https://www.thaipost.net/main/detail/114602


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“สิระ” ซัด "เพื่อไทย" ถนัดเล่นการเมืองข้างถนน หลังผุดแคมเปญล่าชื่อโหวตไม่ไว้วางใจ "ประยุทธ์" เย้ย ข้อมูลซักฟอกกลวงถึงต้องให้ ปชช. ช่วย ไล่ไปลาออก ถ้าไม่เชื่อมั่นระบบรัฐสภา

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยผุดแคมเปญเชิญชวนประชาชน ร่วมลงชื่อโหวตไม่ไว้วางใจรัฐบาลผ่านเว็บไซต์เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เนื่องจากบริหารประเทศล้มเหลว คู่ขนานกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาฯ ว่า ถามว่าพรรคเพื่อไทยไม่เชื่อมั่นระบบรัฐสภาหรืออย่างไร ทั้งที่ตัวเองเป็น ส.ส. หรือเคยทำแบบนี้แล้วประสบความสำเร็จ หรือว่าข้อมูลที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่มีอะไร กลวงหรืออย่างไร ส.ส.ต้องเป็นตัวอย่างกับประชาชนในการเชื่อมั่นระบบรัฐสภา ดังนั้น ขอให้พิจารณาตัวเองแล้วลาออกจากการเป็นส.ส. เพราะหากไม่พอใจอะไรจะได้ไปเข้าชื่อ ถามว่าบ้านเมืองจะอยู่อย่างไร ตัวเองยังไม่ศรัทธาระบบรัฐสภา แล้วจะไปให้นายกฯลาออกได้อย่างไร หรือถนัดเล่นการเมืองข้างถนน

พท.ซัด “บิ๊กตู่” น่าละอายปล่อยวีไอพีแย่งวัคซีนแพทย์ อัด รัฐกดตัวเลขคนติดเชื้อหวังอ้างความสำเร็จ

นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย และในฐานะแพทยสภา เปิดเผยว่า สถานการณ์โควิดในประเทศไทย ที่รัฐบาลประกาศตัวเลขผู้ติดเชื้อว่าลดลงนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการตรวจในรูปแบบการตรวจ RT-PCR  ไม่รวมตัวเลขที่ตรวจ โดยใช้ชุดตรวจ RTK สามารถตรวจได้เพียงวันละ 50,000 รายเท่านั้น หากตรวจมากกว่านี้คงพบมากกว่านี้ ในแต่ละวันจะพบผู้ติดเชื้อจำนวน 20,000 ราย ดังนั้นตัวเลขผู้ติดเชื้อที่แท้จริงสูงกว่านี้อย่างแน่นอน ที่เป็นเช่นนี้เพราะรัฐบาลต้องการอ้างว่ามาตรการที่รัฐบาลใช้บังคับประชาชนมีประสิทธิภาพ โดยไม่คำนึงถึงความเป็นจริง ขณะเดียวกันรัฐบาลไม่ให้ความสำคัญเรื่องการตรวจสอบการกระทำที่ส่อไปในทางไม่สุจริต โดยเฉพาะการจัดหาชุดตรวจหาเชื้อ แม้ก่อนหน้านี้ชมรมแพทย์ชนบทออกมาทักท้วงเรื่องการจัดซื้อชุดตรวจแอนติเจนหรือ ATK ตรวจหาเชื้อโควิด-19 จำนวน 8.5 ล้านชุด เพราะกังวลในเรื่องคุณภาพและมาตรฐานของชุดตรวจที่รัฐจัดซื้อ เหตุใดองค์การเภสัชกรรมยืนยันจะเดินหน้าขั้นตอนการลงนามสัญญา ถึงเวลานี้มองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน หวั่นว่าจะมีกลุ่มหาผลประโยชน์จากสถานการณ์โควิด 

นพ.สุรวิทย์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการบริหารจัดการวัคซีนนั้น รัฐบาลปิดบังแผนบริหารวัคซีน การจัดสรรก็ไม่มีความเป็นธรรม หรือรัฐบาลจงใจที่จะเก็บวัคซีนของบุคลากรด่านหน้า เพื่อเตรียมไว้ให้กับกลุ่มวีไอพีที่ใกล้ชิดผู้มีอำนาจในรัฐบาลมากกว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับกลุ่มนายทุนขุนทหารที่ใกล้ชิด มีโอกาสเข้าถึงวัคซีนก่อนบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานหนัก น่าละอายที่พล.อ.ประยุทธ์ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top