Friday, 14 August 2026
Hard News Team

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์เสริมสร้างเครือข่ายพันธมิตร พร้อมแนะนำกิจกรรมใหม่ในปี 2566 

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2565 สำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี โดยสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์เสริมสร้างเครือข่ายพันธมิตร เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรและสื่อมวลชน ที่สนับสนุนและเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการเผยแพร่ข่าวสารขององค์กรให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง ตลอดจนกล่าวถึงผลงานต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา และแผนงานที่จะทำในปีต่อไป โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวฐิติรัตน์ ต๊ะวันวงค์ ปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร เป็นประธาน และคณะผู้บริหาร เข้าร่วมด้วย ณ อาคารวารีกุญชร เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี 

นางสาวฐิติรัตน์ ต๊ะวันวงค์ ปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร กล่าวถึงผลงานในปีที่ผ่านมาว่า นอกจากเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ที่เป็น Nature Theme Park ที่มีสัตว์ป่าหายากหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงบางสายพันธุ์ก็มีที่นี่แห่งเดียวเท่านั้นแล้ว ในปี 2565 นี้ เรามีการเตรียมพัฒนาแผนการท่องเที่ยวให้มีกิจกรรมที่น่าสนใจ เป็นการเตรียมความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเพิ่มกิจกรรมให้เป็นแลนมาร์คใหม่ และที่นำร่องอยู่ในตอนนี้จะเป็นโครงการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ภายใต้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในกิจกรรม “การปั่นจักรยานชมวิว เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี” เป็นกิจกรรมปั่นจักรยานในเส้นทางโซนส่วนแสดงสัตว์ savanna safari ตื่นตาตื่นใจชมทิวทัศน์ธรรมชาติ พบกับสัตว์ในทุ่งหญ้า Savanna Safari อาทิ แรด กวาง ม้าลาย ยีราฟ จิงโจ้แดง และฮิปโปโปเตมัส ระยะทางประมาณ 2.4 กิโลเมตร และกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ก็คือ น้ำพุดนตรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และสูงที่สุดในเอเชีย โดยมีความสูงถึง 30 เมตร มีการแสดง แสง สี เสียง ที่น่าตื่นตาตื่นใจ รวมทั้งจัดทำระบบให้มีความทันสมัยกับเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น

และกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น ในปี 2566 คือ โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโลกเสมือนจริง หรือ VR เป็นการรวมกันของโลกแห่งความจริงและโลกเสมือนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมและการแสดงภาพใหม่ โดยที่วัตถุทางกายภาพและดิจิทัลอยู่ร่วมกัน และโต้ตอบกันแบบ Real Time เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในกิจกรรมใหม่, กิจกรรม Cowboy Show เป็นการแสดงเชิงให้ความรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตของคาวบอย เช่น ศิลปะการบังกับม้า และการใช้แส้, กิจกรรม Rapter Flying แหล่งเรียนรู้ศึกษาและการแสดงของนกนักล่าสายพันธุ์ต่างๆ โดยเน้นพฤติกรรมตามธรรมชาติ และความสามารถที่โดดเด่นของแต่ละสายพันธุ์ เป็นการแสดงสดที่นักท่องเที่ยวสามารถมีส่วนร่วมในกิจกรรมได้อย่างใกล้ชิด

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าในปีที่ผ่านมาเราได้รับผลกระทบเนื่องมาจากแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 และการปิดประเทศอย่างแน่นอน โดยเฉพาะกลุ่มของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่หายไป เพราะรายได้ส่วนใหญ่มาจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แต่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเราก็ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ โดยเน้นย้ำมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 อย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องมาโดยตลอด แต่ปัจจุบันประเทศได้เปิดแล้ว เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีมีเป้าหมายในการพัฒนาการให้บริการให้เป็นไปด้วยความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวอย่างสูงสุด 

โดยมีมาตรการรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาเยี่ยมชมเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ตามมาตรฐานของ SHA Plus ที่ได้รับการรับรองจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และได้รับการรับรองมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการระดับดีเยี่ยม ประจำปี 2564 จากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่จะมาท่องเที่ยวในพื้นที่ของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีอีกด้วย
วิภาดา /เชียงใหม่

บิ๊กต่อ ส่งตำรวจทางหลวง จิตอาสา ช่วยเหลือชาวบ้านเดือดร้อนน้ำท่วมจาก พายุโนรู พัดถล่มในพื้นที่ภาคอีสาน

วันที่ 30 กันยายน 2565 เวลา 08.00 น. พล.ต.ท. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้ช่วย ผบ.ตร. สั่งการให้ พ.ต.ท.จิระพันธ์ มณีรัตน์ สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวงนครราชสีมา พร้อมด้วย จิตอาสาตำรวจทางหลวงนครราชสีมา จิตอาสาชมรมฮักเขาใหญ่ ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่หมู่ 7 บ้านกุดโง้ง ต.วังไทร อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

ภายหลังเกิดพายุโนรู พัดถล่มในพื้นที่ภาคอีสาน เมื่อวานที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร จำนวนกว่า 20 ครัวเรือน ได้รับความเสียหาย ทั้งหมดจึงรีบนำถุงยังชีพ จำนวน 50 ถุง ไปเยี่ยวยาช่วยเหลือชาวบ้านเดือดร้อนน้ำท่วมในเบื้องต้น 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อสายธารศรัทธา ลงพื้นที่มอบโลงศพบริจาคแก่วัดที่ขาดแคลนภาคอีสาน และภาคใต้ รวม 5 จังหวัด

ระหว่างวันที่ 24 - 29 กันยายน 2565 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ มอบหมายให้นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ จัดทีมเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครมูลนิธิฯ นำโดย นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย รักษาการหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ลงพื้นที่มอบโลงศพที่ได้รับจากการทำบุญบริจาค มอบให้กับวัดที่ขาดแคลน รวม 9 แห่ง 5 จังหวัด  ประกอบด้วย 

วัดบ้านพระ วัดหนองตะลุมปุ๊ก อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา  
วัดหนองตาแก้ว อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา  
วัดหัวทำนบ อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา  
วัดหนองแวงศรัทธาธรรม อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ 
วัดใหม่สำราญรมย์ อำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี 
วัดป่าพรหมนิมิต อำเภอวังหิน วัดบ้านคอกเลข อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ 
และวัดปากน้ำชุมพร อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร 

รวมจำนวนโลงศพทั้งสิ้น 920 ใบ โดยวัดปากน้ำชุมพร มูลนิธิฯ ได้มอบผ้าดิบ จำนวน 500 ผืน หมวกกุยเล้ย จำนวน 100 ใบ และหมวกสามสี จำนวน 100 ใบ รวมงบประมาณทั้งสิ้น 755,000 บาท (เจ็ดแสนห้าหมื่นห้าพันบาทถ้วน) เพื่อช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิตที่ยากไร้ และผู้เสียชีวิตที่ไร้ญาติ

สำหรับวัด สำนักสงฆ์ และหน่วยงานสาธารณกุศลที่ขาดแคลนโลงศพเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โทร 0-2225-0020 ต่อ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ในวัน - เวลาราชการ

เชิญชวนพสกนิกรชาวไทย บริจาคโลหิต น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ 2 มหาราชตลอดเดือนตุลาคม 2565

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนพสกนิกรชาวไทย “น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ 2 มหาราช” บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตลอดเดือนตุลาคม 2565

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ในเดือนตุลาคมของทุกปี มีวันสำคัญที่ปวงชนชาวไทยระลึกถึงทุกปี คือ วันที่ 23 ตุลาคม หรือวันปิยมหาราช ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้ทรงวางรากฐานด้านการศึกษา โปรดให้ตั้งโรงเรียนหลวงสำหรับราษฎรขึ้นเป็นแห่งแรก พระราชกรณียกิจด้านการพยาบาลและสาธารณสุข โปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงพยาบาลวังหลัง รวมถึงการปกป้องประเทศจากการสงครามและเสียดินแดน และนำความเจริญสู่สยามประเทศ นอกจากนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้ง “สภาอุณาโลมแดง” ขึ้นและทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อปี พ.ศ. 2436 จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ “สภากาชาดไทย” จวบจนปัจจุบันนี้ 

อีกวันที่พสกนิกรชาวไทยระลึกถึง คือวันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นกษัตริย์ผู้เป็นที่รัก เทิดทูน และเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ ทรงมีคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อวงการแพทย์ ทรงสนับสนุนส่งเสริมงานด้านบริการโลหิต มาอย่างต่อเนื่อง ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคาร “รังสิตานุสรณ์” เพื่อเป็นอาคารที่ทำการบริการโลหิต และเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2512 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด “อาคารศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ” เพื่อใช้เป็นอาคารที่ทำการบริการโลหิตหลังใหม่ 

พิธีเชิดชูเกียรติ!! มอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการตำรวจเกษียณอายุราชการ ประจำปี 2565 

ที่ห้องราชพฤกษ์ ร้านอาหารครัวบุญเลิศ ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ พล.ต.ต.อุดร ยอมเจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เป็นประธานในพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณพร้อมทั้งมอบของที่ระลึกให้แก่ข้าราชการตำรวจ ในสังกัด ภ.จว.สมุทรปราการ ที่เกษียณอายุราชการ ประจำปี 2565 

พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ ที่เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 23 (ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565) รวมทั้งสิ้น จำนวน 38 นาย ทั้งนี้ เพื่อเป็นเกียรติและเป็นการตอบแทนในคุณงาม ความดี ของข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการ ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เสียสละ ทุ่มเท สร้างคุณประโยชน์ให้กับหน่วยงานและประเทศชาติมาจนครบวาระการปฏิบัติหน้าที่ 

โดยมี พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ซี่งในปีนี้ได้เกษียณอายุราชการเช่นเดียวกัน พร้อมได้ขึ้นกล่าวแสดงความยินดี แก่ข้าราชการตำรวจผู้เกษียณอายุราชการ ซึ่งในพิธีครั้งนี้มีผู้บังคับบัญชาระดับรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ผู้กำกับการ ทั้ง 15 สถานีร่วมในพิธี ตลอดจนได้รับเกียรติจากนาย สุดใจ จิรยาภากร ประธานที่ปรึกษา กต.ตร จังหวัดสมุทรปราการ คณะกรรมการ ที่ปรึกษา กต.ตร.จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วยครอบครัวข้าราชการตำรวจผู้เกษียณอายุราชการ และข้าราชการตำรวจ ในสังกัด ภ.จว.สมุทรปราการ เข้าร่วมในพิธี

ตร. เตือน เกิดอุบัติเหตุ แล้วหลอกเจ้าหน้าที่ เปลี่ยนตัวคนขับ หนีเป่าเมา หรือหวังหลอกประกัน โทษหนักกว่าที่คิด

วันที่ 30 ก.ย.2565 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในห้วงที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า มีหลายกรณี เมื่อมีอุบัติเหตุรถชนเกิดขึ้น ไม่ว่าจะมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือไม่ก็ตาม เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบภายหลังว่าผู้ที่แสดงตัวเป็นผู้ขับขี่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคนละคนกับผู้ขับขี่ในขณะที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบมักจะพบว่าเหตุที่มีการเปลี่ยนตัวคนขับมักจะมีเหตุมาจาก ผู้ขับขี่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ผู้ขับขี่ขับขี่ขณะเมาสุรา รถคันที่ขับขี่ทำประกันภัยประเภทระบุชื่อคนขับ หรืออาจเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงไม่อยากให้ตนเองตกเป็นผู้ต้องหาจากการทำให้เกิดอุบัติเหตุ เป็นต้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเตือนไปยังพี่น้องประชาชน ที่คิดจะหลอกลวงเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือพนักงานสอบสวนที่ไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ อ้างว่าตนเอง หรือบุคคลอื่น เป็นผู้ขับขี่ยานพาหนะในขณะเกิดโดยไม่เป็นความจริง เพราะความผิดของท่านจะไม่ได้เพียงข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตาม ป.อาญา มาตรา 137 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เปิดรายชื่อ 6 ตุลาการศาลรธน. ให้ 'บิ๊กตู่' ไปต่อ พร้อม 3 เสียงข้างน้อย ให้พอแค่นี้

(30 ก.ย. 2565) เมื่อเวลา 15.00 น. ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย เรื่อง ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบ มาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่

ล่าสุดตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ให้นับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2560 เป็นต้นไป

มีรายงานข่าว เผยว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลงมติ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี ด้วยมติ 6 ต่อ 3 เสียง โดย 6 เสียงข้างมาก ประกอบด้วย 
1. นายวรวิทย์ กังศศิเทียม 
2. นายปัญญา อุดชาชน 
3. นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม 
4. นายจิรนิติ หะวานนท์ 
5. นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์
และ 6. นายวิรุฬห์ แสงเทียน

ส่วน 3 เสียงข้างน้อย ประกอบด้วย 1. นายนครินทร์​ เมฆไตรรัตน์ 2. นายทวีเกียรติ​ มีนะกนิษฐ์และ 3. นาย​นภดล เทพพิทักษ์


ที่มา: https://www.thaipost.net/hi-light/233091/

ลาดตระเวนออนไลน์รวบอดีตผู้จัดการธนาคารตุ๋นเงินเบี้ยประกันไปสู่กองทุนทิพย์เสียหายกว่า 7 ล้านบาท

สืบเนื่องจากเหตุเมื่อเดือน เม.ย. 65 ได้เกิดเหตุ อดีตรองผู้จัดการเขตของธนาคารแห่งหนึ่ง ได้อาศัยความคุ้นเคย ที่เคยดูแลเงินกองทุนของลูกค้าครั้งเมื่อยังเป็นผู้จัดการธนาคารได้หลอกลวงลูกค้า(ผู้เสียหาย) โดยใช้ประสบการณ์และความชำนาญจึงปลอมแปลงเอกสารต่าง ๆ  โดยอุปโลกน์ว่าเป็นตัวแทนอิสระในการขายกองทุนของบริษัทไม่มีตัวตนที่ตนเองตั้งขึ้นมาเพื่อหลอกลวง โดยทำทีหลอกผู้เสียหายให้ซื้อประกันชีวิตและกองทุนต่าง ๆ ซึ่งล้วนไม่มีอยู่จริง ซึ่งตรวจสอบแล้วมีเหยื่อที่ถูกหลอกลวงไปแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ราย มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 7,000,000 บาท เพราะเชื่อใจในตำแหน่งหน้าที่การงานของผู้ต้องหา ต่อมาผู้เสียหายได้มีการดำเนินคดีตามกฎหมาย จนกระทั่งศาลแขวงสมุทรปราการ ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาดังกล่าว และชุดลาดตระเวนออนไลน์สืบ ภ.2 ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการที่ 5 PCT ตร. ตามโครงการของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ดำเนินการติดตามสืบสวนจับกุมผู้ต้องหารายนี้

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2565 เวลาประมาณ 20.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร (PCT), พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2/หน.ชป.5 ศปอส.ตร., พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.สอบสวน บก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.สส.ภ.จว.ระยอง, ร.ต.อ.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ รอง สว.ฯ, ร.ต.อ.วรภัทร แสงเทียนประไพ รอง สว.กก.2 บก.สส.ภ.2, ร.ต.อ.หญิง ธิดารัตน์ ผดุงประเสริฐ รอง สว.วิเคราะห์ข่าว บก.สส.ภ.2, ส.ต.อ.สรศักดิ์ ด้วงชู, ส.ต.อ.กฤศณัฎฐ์ ปวริศอัศวกุล, ส.ต.ต.จิรวัฒน์ ศรีมั่นมีชัย จนท.ชุดปฏิบัติการที่ 5 PCT ร่วมกับ ฝ่ายสืบสวน สภ.สำโรงเหนือ เข้าจับกุมตัว นายกิตติศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ที่อยู่ 1302 ม.1 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จว.สมุทรปราการ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงสมุทรปราการ ที่ 811/2565 ลงวันที่ 24 ส.ค.65 โดยกล่าวหาว่า “ฉ้อโกง” โดยจับกุมตัวได้ที่ บ้านเลขที่ 1302 ม.1 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จว.สมุทรปราการ ในชั้นจับกุม นายกิตติศักดิ์ฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “ตนเองจบปริญญาตรี ด้านนิติศาสตร์ และจบปริญญาโทการบริหาร จากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง และเข้าทำงานในธนาคารมาตั้งแต่เรียนจบก็เจริญก้าวหน้าในสายอาชีพจนกระทั่งตำแหน่งสุดท้ายคือ รองผู้จัดการเขตภาคเหนือตอนล่าง คุม 6 จังหวัด ได้เริ่มติดการเล่นพนันบาคาร่าออนไลน์ผ่านมือถือ และเริ่มกู้หนี้นอกระบบ จากนั้นชีวิตได้เริ่มดำดิ่งไม่สามารถยับยั้งตัวเองได้ กระทั่งประมาณเดือน เม.ย.65 ได้หลอกลวงเงินจากลูกค้าเก่ามาเป็นจำนวนประมาณ 7,000,000 บาท และเอามาเล่นพนันบาคาร่าออนไลน์ โดยจะเล่นที่เว็บไซต์ www.sagaming350.com โดยตอนนี้ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตต่อไป ไม่คิดว่าชีวิตจะดำดิ่งมาได้ขนาดนี้”

‘ก้าวไกล’ ร่อนแถลง ชี้!! เป็นอีกครั้งที่ประชาชนสิ้นหวัง หลังศาลฯ วินิจฉัย ‘ประยุทธ์’ นั่งนายกฯ ยังไม่ถึง 8 ปี

เมื่อวันที่ (30 ก.ย. 2565) พรรคก้าวไกล ออกแถลงการณ์ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เสียง เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากยังดำรงตำแหน่งไม่ครบ 8 ปี โดยให้เริ่มนับวาระการดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 2560 ซึ่งเป็นวันที่รัฐธรรมนูญปี 2560 มีผลบังคับใช้

แถลงการณ์พรรคก้าวไกล ต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดี ‘8 ปี ประยุทธ์’ มีดังนี้

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ เป็นอีกครั้งที่ทำให้ประชาชนไทยรู้สึกสิ้นหวัง

มิใช่สิ้นหวังเพียงเพราะบุคคลอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรัฐประหาร ยังสามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้ แม้ขาดทั้งความชอบธรรมทางการเมืองและความสามารถในการบริหารประเทศท่ามกลางวิกฤตที่รุมเร้า

แต่สิ้นหวัง เพราะคำวินิจฉัยในวันนี้ยิ่งตอกย้ำให้ประชาชนเคลือบแคลงใจ ว่าสถาบันตุลาการของบ้านเมืองที่ควรทำหน้าที่ตรวจสอบควบคุมความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ กลับกำลังปกป้องคุ้มครองการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร มากกว่าปกป้องคุ้มครองหลักการและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่

แม้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ จะตรงกันข้ามกับคำวินิจฉัยตามสามัญสำนึกของประชาชน แต่ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ พล.อ. ประยุทธ์ ได้ดำรงตำแหน่งนายกฯ โดยขาดความชอบธรรมทางประชาธิปไตยมายาวนานเกินกว่า 8 ปีแล้ว ผ่านการทำรัฐประหารและการเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจ

ตราบใดที่สังคมไทยยังอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน สถาบันทางการเมืองต่าง ๆ ก็จะยังถูกใช้เป็น ‘อาวุธ’ ของระบอบการเมืองที่อำนาจสูงสุดไม่ได้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง หนทางเดียวในการคืนประเทศให้กับประชาชน คือ การยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อให้ประชาชนจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

แม้การเลือกตั้งครั้งใหม่ จะเป็นโอกาสให้ประชาชนได้พิพากษา พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยมือของตนเอง แต่ตราบใดที่รัฐธรรมนูญ 2560 ยังไม่ถูกรื้อ ประเทศไทยจะยังไม่หลุดพ้นจากวังวนของระบอบรัฐประหาร

'บิ๊กตู่' ฟิตจัด!! กร้าวเดินตามกลยุทธ์ 3 แกนโดยเร็วที่สุด หลังมติคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ไปต่อ!!

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวหลังคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยโดยมติเสียงข้างมากว่า ความเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่สิ้นสุดลง เนื่องจากเจตนารมณ์ของมาตรา 158 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำหนดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรวมกันไม่เกิน 8 ปีนั้น ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญ 2560 ใช้บังคับ นั่นคือวันที่ 6 เมษายน 2560 ดังนั้น ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธจึงยังไม่ครบ 8 ปี และยังสามารถดำรงตำแหน่งนายกฯ ต่อไปได้อีก ว่า...

พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักครับ

ผมขอแสดงความเคารพอย่างสูง ต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และผมขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคน สำหรับกำลังใจและความปรารถนาดี ที่มอบให้ผมมาโดยตลอด

ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ถือเป็นโอกาสให้ผมได้พิจารณาและตระหนักมากขึ้นว่า ผมจะต้องใช้เวลาอันมีค่าที่มีอยู่อย่างจำกัดของรัฐบาล ในการติดตามและผลักดันโครงการสำคัญต่างๆ มากมาย ที่ผมได้ริเริ่มเอาไว้ ให้เดินหน้าและเสร็จสมบูรณ์ สร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับบ้านเมือง และสร้างอนาคตให้กับลูกหลานของเรา

โดยผมจะใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด และใช้ศักยภาพของผมอย่างเต็มที่ มุ่งมั่นในภารกิจการพลิกโฉมประเทศ ตามกลยุทธ์ 3 แกน ที่ผมได้เคยกล่าวไว้ ให้สำเร็จเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด

สำหรับเรื่องการเมือง และประเด็นต่างๆ รายวันนั้น ผมจะมอบให้เป็นหน้าที่ของท่านอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ชี้แจงทำความเข้าใจต่อไป

เรื่องสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง ตามกลยุทธ์ 3 แกน ก็คือ การขับเคลื่อนเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญๆ ของประเทศให้เสร็จสมบูรณ์ – ทั้งถนน ทางรถไฟ สนามบิน ท่าเรือ ตลอดจนโครงการอื่น ๆ ที่เป็นพื้นฐานสำคัญ ในการสร้างอนาคตของประเทศ อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ที่จะช่วยสร้างโอกาสให้กับประชาชนทั่วประเทศในด้านต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำมาค้าขาย การเรียนรู้ และอื่น ๆ ด้วยการเข้าถึงระบบออนไลน์ได้อย่างทั่วถึง

โครงการต่างๆ เหล่านั้น เป็นโครงการที่ไม่เคยมีรัฐบาลไหนริเริ่มและดำเนินการได้ ในสเกลที่ใหญ่และบูรณาการขนาดนี้ โดยผมได้เริ่มต้นโครงการต่างๆ ด้วยความรอบคอบ เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อไป จนบรรลุผลสำเร็จ และเปิดให้บริการพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด ดังนั้นแม้ว่าบางโครงการจะไปเสร็จสมบูรณ์ในช่วงเวลาของรัฐบาลอื่น ก็จะต้องสามารถเดินหน้าไปได้ด้วยความเรียบร้อย ไม่ติดขัด หรือมีอุปสรรคอันใด

เพราะโครงการต่างๆ เหล่านั้น มีความสำคัญอย่างที่สุด เป็นเครื่องรับประกันที่จะทำให้เรามั่นใจได้ว่าประเทศไทยจะสามารถเดินหน้าไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง และเปิดโอกาสให้คนนับล้านๆ คน สามารถสร้างความรุ่งเรืองให้กับตัวเองได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top