Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

‘เศรษฐา’ นำทัพ 'เพื่อไทย' จิบน้ำชา-ทานปาท่องโก๋ พบปะประชาชน ที่ตลาดเช้า 'หัวหิน-ปราณบุรี'

(14 เม.ย.66) นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย, จักรพงษ์ แสงมณี กรรมการบริหารพรรค, ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการ, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ ขัตติยา สวัสดิผล ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคเพื่อไทย ได้แก่ วัชรพล ปลั่งศรีสกุล เขต 1 เบอร์ 2, พรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ เขต 2 เบอร์ 4 และจีราวัฒน์ กำบัง เขต 3 เบอร์ 1 เดินทางไปตลาดเช้าหัวหิน อ.หัวหิน และ ตลาดปราณบุรี แยกปราณบุรี อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์  เพื่อพบปะพ่อค้าแม่ค้า พี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยว

พร้อมแวะทานอาหารเช้า พร้อมซื้อหมูปิ้งร้านโปรดของเศรษฐา ทวีสิน ที่แวะทานเป็นประจำเวลามาหัวหิน โดยบรรยากาศการเดินตลาดทั้งตลาดเช้าเป็นไปอย่างคึกครื้น มีประชาชนมอบดอกไม้ให้เศรษฐาเพื่อเป็นกำลังใจ และขอถ่ายภาพกับเศรษฐาตลอดทาง

‘พิธา’ ลุยหาเสียงเชียงใหม่ ขอพลังคนไทยกา ‘ก้าวไกล’ พาประเทศไทยเปลี่ยนแปลง พร้อมรับความท้าทายใหม่ ๆ

(14 เม.ย.66) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ร่วมกิจกรรมหาเสียงกับผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล จ.เชียงใหม่ หลายพื้นที่

โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้ร่วมกิจกรรมหาเสียงพร้อมกับ อรพรรณ จันตาเรือง ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 6 เบอร์ 1 ร่วมกันเดินประชาสัมพันธ์ที่ตลาดเทศบาลเสียงพร้าว ต.เวียง อ.พร้าว 

ก่อนร่วมกันเปิดวงพูดคุยที่สิริเมืองพร้าวและห้องสมุดจินดา ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ประจำชุมชนใน ต.สันทราย อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ร่วมกับเครือข่ายคนทำงานภาคประชาสังคมหลายกลุ่ม โดยมีการร่วมแลกเปลี่ยนสอบถามกันในหลายประเด็น ทั้งในประเด็นการศึกษา ปัญหาฝุ่น สิทธิมนุษยชน ความหลากหลายทางเพศ สถานการณ์เมียนมา ชาติพันธุ์ ที่ดินทำกิน เป็นต้น

พิธาระบุตอนหนึ่ง ว่าประเทศไทยในวันนี้กำลังเผชิญกับความท้าทายหลายปัญหา อย่างเรื่องหนึ่งที่เรามีการพูดถึงวันนี้ คือปัญหาหลักสูตรการศึกษา ต้องตอบโจทย์ด้วยการกระจายอำนาจ ปลดล็อกท้องถิ่น ไม่ใช่ให้คนที่ส่วนกลางมาออกแบบให้ ระบบราชการที่อยู่แบบเดิมมา 130 ปีแล้ว ย่อมไม่สามารถตอบโจทย์ของยุคสมัย อย่างโควิด pm 2.5 การต่างประเทศ และความท้าทายอื่นๆ ที่ประเทศเผชิญอยู่ได้แน่ๆ

สาวโพสต์ ขอบคุณตำรวจ เมาแล้วขับปล่อยผ่านด่าน เผย!! เมาจนปรอทแตก ภูมิใจ!! ขับรถกลับถึงบ้าน

แบบนี้ก็ได้เหรอ? สาวโพสต์ เมาแล้วขับวันสงกรานต์ บอกตำรวจไม่จับ ขอบคุณพี่ๆ ตำรวจที่ปล่อยผ่านด่าน แม้เมาปรอทแตก เผยภูมิใจขับรถกลับถึงบ้านได้ 

วันนี้ (14 เม.ย.) โซเชียลเน็ตเวิร์กแชร์เรื่องราวของหญิงสาวรายหนึ่งที่โพสต์ภาพตัวเองขณะอยู่ในรถ พร้อมระบุแคปชันว่า "วันนี้ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะคะ..ก่อนอื่นขอขอบคุณร้าน พี่ดีเจแมลงปอ พ่อสุดหล่อที่หางานดี ๆ ให้ และลูกค้าทุก ๆ ท่าน

อีกหนึ่งอย่างขอบคุณพี่ ตร. ที่ตั้งด่านแล้วไม่จับหนู เมาเป่าจนปรอทจะแตกแต่พี่ก็ปล่อยผ่าน เพราะหนูเข้าใจว่าหนูทำงาน แต่คงไม่รอดทุกด่าน ขอบคุณตัวเองด้วยที่ไม่ว่าจะเมาแค่ไหน พาตัวเองขับรถไปทั่วทุกที่ทุกแห่งกลับถึงบ้านโดยปลอดภัย ถึงแม้บางครั้งจะเมาจนจำไม่ได้ว่ากลับมาถึงห้องได้ไง ขอบคุณร่างกายขอบคุณความสตรองของตัวเองอีกหลาย ๆ เรื่อง ขอบคุณที่ฉันผ่านเรื่องเลวร้ายในแต่ละวันไปได้อย่างดี good night kaa"

‘จุลพันธ์-วิสาระดี’ ขออาสากระจายเศรษฐกิจที่ดี ให้ทั่วทุกพื้นที่ ชี้!!อยากให้คนไทยอยู่กับครอบครัวทุกวัน

(14 เม.ย. 66) เฟซบุ๊ก ‘พรรคเพื่อไทย’ ได้โพสต์ประกาศขออาสาสร้างเศรษฐกิจ ที่นำพาความเจริญมาสู่คนไทยแบบกระจายไปทุกพื้นที่ ไม่ใช่แค่เมืองหลวง หวังอยากทำให้ปชช. ได้อยู่กับครอบครัว โดยระบุว่า

วันครอบครัวต้องไม่ใช่แค่เทศกาล พี่น้องคนไทยต้องมีโอกาสใช้ชีวิตและทำงานที่บ้านเกิด มีวันครอบครัวได้ทุกวัน

ที่ผ่านมาประเทศไทยพึ่งพากรุงเทพฯ เป็นเขตเศรษฐกิจหลักมาโดยตลอด ความเจริญจึงกระจุกตัว มีเพียงกรุงเทพฯ ที่มีโครงสร้างพื้นฐานพรั่งพร้อมสำหรับการทำธุรกิจ ตลาดแรงงานในเมืองหลวงของประเทศจึงเติบโตและมีความหลากหลายทางอาชีพมากกว่าจังหวัดอื่นๆ 

เมื่อไม่มีโอกาสหารายได้ที่บ้านเกิด คนวัยทำงานจากทุกภาคของประเทศไทยจึงจำเป็นต้องโยกย้ายพลัดถิ่นไปแออัดกันอยู่ที่กรุงเทพฯ เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว เกิดเป็นปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น ท้องถิ่นสูญเสียคนคุณภาพที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจและทำงานพัฒนาพื้นที่บ้านเกิด และที่สำคัญ หลายครอบครัวสูญเสียโอกาสที่จะได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้า จะเจอกันได้ก็เพียงช่วงเทศกาลสำคัญอย่างสงกรานต์เท่านั้น

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 5 เบอร์ 7 เห็นปัญหานี้จากการลงพื้นที่พบปะประชาชนมาโดยตลอด “พี่น้องเขาจะชอบพูดกัน ถ้าไปหางานทำที่กรุงเทพฯ จะมีตัวเลือกกว่า 50 ทาง แต่ถ้าหาที่บ้านเกิดเขาจะมีเหลือเพียงแค่ 5 ทางเท่านั้น น่าเสียดายที่บางจังหวัดอย่างเชียงใหม่หรือเชียงรายมีสถาบันการศึกษาคุณภาพที่ผลิตบัณฑิตเก่ง ๆ เยอะมาก แต่ตลาดแรงงานในพื้นที่ไม่เพียงพอ ไม่มีงานรองรับ” 

ปัญหาการพลัดถิ่นไปทำงานที่อื่นและต้องแยกจากครอบครัวเป็นสิ่งที่ วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 4 เบอร์ 4 พบเห็นในพื้นที่จังหวัดเชียงรายเช่นกัน แต่ทั้งจุลพันธ์และวิสาระดีเชื่อมั่นในหลักการเดียวกันว่า ความอบอุ่นและความเข้มแข็งของครอบครัวคือรากฐานความสำเร็จของบุคลากรและชุมชน ในการลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคราวนี้ ทั้งสองจึงตั้งใจผลักดันนโยบาย “เขตธุรกิจใหม่” (New Business Zone) ให้เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะในหัวเมืองที่มีศักยภาพที่จะเติบโตได้ เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลา และอุดรธานี

วิสาระดีกล่าวด้วยว่า การสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนคือทางออกของปัญหาคุณภาพชีวิตและหนี้สินในครัวเรือน “ผู้เฒ่าผู้แก่หลาย ๆ ครอบครัวในต่างจังหวัดมีหน้าที่เลี้ยงเด็กเพียงลำพัง รุ่นไหนโตก็ส่งเข้าไปทำงาน เด็กเกิดมาก็ส่งกลับมาให้เลี้ยง ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักลูก แต่สังคมไม่เอื้อให้ครอบครัวได้อยู่อย่างพร้อมหน้า งานในจังหวัดไม่สามารถให้รายได้ที่พวกเขาสามารถเลี้ยงครอบครัวได้อย่างมีศักดิ์ศรี เราอยากให้ประชาชนได้อยู่กันพร้อมหน้า มีรายได้เพียงพอต่อการใช้ชีวิต และมีคุณภาพชีวิตที่ดี”

การสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นเป็นไปได้ด้วยวิสัยทัศน์ที่ “คิดใหญ่ ทำเป็น” แบบพรรคเพื่อไทย “เขตธุรกิจใหม่” เป็นไปได้แน่นอน โดยเริ่มต้นจากการ “สร้าง” 3 ข้อต่อไปนี้ 

1. สร้างกฎหมายเกื้อหนุนผู้ประกอบการ
กฎหมายดั้งเดิมจำนวนมากเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม ต้องแก้ไขด้วยการออกกฎหมายใหม่ที่เหมาะสมกับยุคสมัยและเงื่อนไขการทำธุรกิจในปัจจุบันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายการเข้าสู่ธุรกิจ กฎหมายแรงงาน กฎหมายป่าไม้ กฎหมายอุทยาน กฎหมายการโรงแรมและการท่องเที่ยว มีระบบ One Stop Service เพื่อให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงง่ายดาย สามารถเปิดธุรกิจใหม่ได้โดยใช้เวลาน้อยที่สุด 

2. สร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการ
เปิดคลังข้อมูล Open Data ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้ของธุรกิจใหม่ๆ ไปต่อยอดศักยภาพพัฒนาธุรกิจดั้งเดิมที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตรหรือสินค้าทางวัฒนธรรม คนที่เคยออกไปทำงานนอกจังหวัดสามารถเห็นลู่ทาง เห็นโอกาสที่มากกว่าคนอื่นในการกลับมาลงทุนทำธุรกิจ สร้างงานสร้างอาชีพที่จังหวัดบ้านเกิด มีนโยบายที่ช่วยสนับสนุนในการเข้าถึงทุนจากรัฐ สร้างแต้มต่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันกับธุรกิจต่างชาติในตลาดเดียวกันได้อย่างทัดเทียม 

'จิ๊บ ศศิกานต์' ชี้!! สงกรานต์เงินสะพัด 1.2 แสนล้าน ความจริงที่เกิดจากผลงาน 'ลุงตู่' วอนบางคนอย่าบิดเบือน

สงกรานต์ เงินสะพัดกว่า 1.2 แสนล้าน ‘จิ๊บ ศศิกานต์’ ชี้ ฝีมือ ‘ลุงตู่’ พาชาติพ้นวิกฤตวอนนักการเมืองเลิกสร้างวาทกรรมบิดเบือนหลอกประชาชน

จากกรณีที่ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2566 การจัดกิจกรรมด้านต่างๆ นั้นจะทำให้เกิดเงินสะพัดในช่วงสงกรานต์ อยู่ที่ประมาณ 125,203 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับ ช่วงปี 2559 ถือว่าใกล้เคียงกันมาก ทำให้มองได้ว่าเศรษฐกิจนั้นเริ่มกลับมาดีเหมือนเดิมแล้วนั้น

ล่าสุด นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขต 30 บางแค ภาษีเจริญเบอร์ 7 จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวนั้นเป็นเครื่องชี้วัดที่สะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า เศรษฐกิจของไทยได้ฟื้นตัวแล้ว แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารประเทศของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ในภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาต่อเนื่องกันตั้งแต่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต่อเนื่องมายังการสู้รบสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจของทั้งโลก วิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำ คนตกงาน อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น ซึ่งทุกประเทศก็ได้รับผลกระทบนี้เหมือน ๆ กัน แต่ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลของประเทศไหนนั้นจะบริหารประเทศ ให้ผ่านพ้นวิกฤตและฟื้นตัวได้ดีกว่ากัน 

ซึ่งจากตัวเลขข้างต้นนั้นก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าประเทศไทยนั้น เป็นประเทศที่สามารถผ่านพ้นวิกฤตและฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วก่อนประเทศอื่นๆ อีกหลายประเทศ สังเกตได้จากไทยเป็นประเทศแรก ๆ ในโลกที่เปิดรับนักท่องเที่ยว ซึ่งตัวเลขนักท่องเที่ยวในปัจจุบันนั้นก็ถือว่าใกล้เคียงกับตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในช่วงก่อนจะเกิดโรคโควิด-19แล้ว

เสียงแตก!! หลังสงกรานต์ข้าวสารคืนแรก ยุติก่อนเวลากำหนด เหตุปริมาณนักท่องเที่ยวแออัดเกิน หวั่นเกิดเหตุอันตราย

(14 เม.ย.66) ตำรวจยุติสงกรานต์ถนนข้าวสาร เมื่อคืน 13 เม.ย. เหตุปริมาณนักท่องเที่ยวแออัด ไม่สามารถระบายคนออกมาได้ หวั่นซ้ำรอยเหตุสลดอิแทวอน โดยสน.ชนะสงคราม ได้ประกาศปิดทางเข้าชั่วคราวเพื่อระบายคน และลดความแออัด แต่มีนักท่องเที่ยวบางส่วนไม่พอใจ พยายามดันรั้วตำรวจ

‘ชวน’ ลุยหาเสียงคลองท่อม ช่วย ‘พิมพ์รพี’ หาเสียง ยอมรับ!! หนักใจ-วิตกกังวล เหตุผลโพลพรรครั้งท้าย

ชวน ลงพื้นที่ตลาดคลองท่อม ช่วย ผู้สมัคร ส.ส. กระบี่ เขต 3 หาเสียง ยอมรับหนักใจ ผลโพลพรรครั้งท้าย พร้อมวิตกกังวล มีการเงินอย่างหนักมาก

(14 เม.ย. 66) ตลาดคลองท่อม อำเภอคลองท่อมจังหวัดกระบี่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล นายสาคร เกี่ยวข้อง และนายธวัช ภูเก้าล้วน ผู้สมัคร ส.ส. ในพื้นที่ จ.กระบี่ ทั้ง 3 เขต

ลงพื้นที่หาเสียงในตลาดคลองท่อม อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ พบปะชาวบ้านพี่น้องประชาชนในเขต 3 ท่ามกลางบรรยากาศตลาดนัดยามเช้าในพื้นที่ซึ่งมีประชาชนเดินทักทายหาเสียงช่วย นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3

‘ชาวโซเชียล’ วิจารณ์สนั่น!! งาน ‘Rolling Loud’ วันเดียวพอ ชี้!! ของในงานแพง-ที่จอดไกล-อุปกรณ์แสดงของศิลปินไม่พร้อม

(14 เม.ย.66) ผู้ใช้ติ๊กต๊อก บัญชี ‘thungbeerofficial’ ได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความ “วีน ! ไม่ไหวเลย บัตร 13,000 วันเดียวพอ จัดการงานได้แย่มาก ทุกอย่างในงานแพงมาก ไข่เจียวมีถึง 300 มาม่า 150 แพงสุดๆ นึกว่าอยู่ NYC” โดยในคลิปนั้นได้มีเนื้อหาว่า

“งาน Rolling Loud ในวันนี้เกิดข้อผิดพลาดเยอะมาก ถือว่าจัดได้แย่มากๆ” ซึ่งผู้ใช้ติ๊กต็อก ได้แจงออกมาเป็นข้อๆ ว่า 

1. จ่ายค่าที่จอดรถ 300 บาท/วัน ไม่รวมค่าธรรมเนียม และระยะทางจากรถไปในงานนั้น เป็นระยะ 4 กม. ซึ่งมีรถ Shuttle bus พาเข้างาน แต่ขากลับรอคิวนานมากเพราะรถติดตลอดทาง

2.งานข้างในเหมือนไม่มีคนที่มาคอยจัดการ เพราะตอนสแกนบัตรเข้าบางคนไม่ได้รู้ว่าต้องมีการลงทะเบียนบัตรล่วงหน้าซึ่งนั้นทำให้การรอคิวมันนานมากสำหรับบางคน

จับตายุทธการล้ม 'ชลน่าน' รวมไทยสร้างชาติจ่อคอหอย ฟากบ้านใหญ่ชลบุรี แอบหวั่น!! มาดามเบียร์ถูกคว่ำ

'เล็ก เลียบด่วน' พบกับท่านสัปดาห์ละ3ครั้ง...เลียบการเมือง วิเคราะห์การเมืองเบื้องลึก...แต่จากนี้ไปจำเพาะวันศุกร์สุดสัปดาห์ ท่านบก.กระซิบบอกให้ช่วยเลาะขอบสนามเลือกตั้งแบบว่า หยิบกอสซิป หรือไฮไลต์เลือกตั้งที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังบ้าง...ก็จะขอดำเนินการตั้งแต่บัดนาว...

ประเดิมเริ่มแรกขอโฟกัสไปที่ภาพรวมเลือกตั้ง..นาทีนี้พรรคเพื่อไทยเร่งทำผลสำรวจด้วยตัวเอง พร้อมๆ กับแสวงหาผลสำรวจสำนักต่างๆ กันจ้าละหวั่นเพราะอยากรู้ว่า หลังยิงปืนใหญ่นโยบายแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทออกมา...บวกลบคูณหารแล้วขาดทุนหรือกำไร...คะแนนพุ่งหรือพัง...คิดใหญ่ทำเป็นยังขลังหรือไม่...เพราะดูเหมือนแรงต้านจะมีมากเหลือเกิน..

พรรคเพื่อไทยอีกซักข่าว...ข่าวนี้ถ้าเป็นไปได้จริงก็ถือว่าเป็นการล้มช้างกันเลยทีเดียว...นั่นคือมีการปิดกันให้แซ่ดว่า พรรครวมไทยสร้างชาติหมายมั่นปั้นมือที่จะปลุกปั้นให้ 'พิชิต โมกศรี' ผู้สมัครส.ส.น่านเขต 2 ของพรรคเข้าวิน...เบียดส.ส.5 สมัยอย่างนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ให้ตกเหวการเมืองสอบตกเป็นสมัยแรกให้ได้...ซึ่งหากดูโปรไฟล์ของอดีตปลัดเทศบาลเมืองแพร่อย่างพิชิต โมกศรี ก็ไม่ธรรมดา เคยลงสมัคร นายกอบจ.น่าน เมื่อปี 2563 มาแล้ว ได้ลำดับสอง แพ้ไปเพียง 2 หมื่นกว่าคะแนน...

เลือกตั้งหนนี้ ทั้ง 'แม่เลี้ยงติ๊ก' ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู, เสธ.หิ-ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ...ขุนพลภาคเหนือของพรรคลุงตู่ แว่บไปเมืองน่านถี่ยิบ...ลุ้นระทึกยิ่งกว่าลงสมัครเองเลยทีเดียว...

ครับ...ถ้าล้มหมอชลน่านได้จริงก็เป็นเรื่องใหญ่ เพราะหมอชลน่านเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นส.ส.เขตแบบชนะขาดมาแทบทุกครั้ง รอบนี้เป็นหัวหน้าพรรคคนเดียวที่ลง ส.ส.เขต ไม่ยอมลงปาร์ตี้ลิสต์ โดยให้เหตุผลว่าหากให้คนอื่นลงมีโอกาสแพ้...และจะทำให้พรรคเสียที่นั่ง ตัวเองจะรู้สึกผิด...อะไรประมาณนั้น...อย่างไรก็ตามหลายคนก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าความที่เป็นหัวหน้าพรรค ต้องเดินทางไปปราศรัยช่วยลูกพรรคทั่วประเทศ อาจทำให้หมอชลน่านเกิดอาการ 'ห่วงหน้าพะวงหลัง'...ดีไม่ดีอาจพลาดท่าเสียเก้าอี้ได้เหมือนกัน...

แว่บไปดูแนวรบด้านตะวันออกกันหน่อย...วันก่อนโน้นดีเบตที่ชลบุรีเดือดพล่าน...เมื่อ 'เสี่ยเฮ้ง' สุชาติ ชมกลิ่น  แม่ทัพพรรค รทสช.ลุกขึ้นชี้หน้า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  แห่งค่ายก้าวไกล...ซึ่งอันที่จริงคู่ชิงเก้าอี้เมืองชล 10 ที่นั่งนั้นไม่ใช่พรรคก้าวไกลที่อาจจะรักษาเก้าอี้ไว้ได้ซัก 1 ที่นั่ง คือ จรัส คุ้มไข่น้ำ...แต่สนามนี้ปีนี้มวยคู่หลักคือ 'บ้านใหญ่' นำโดย แป๊ะ-สนธยา คุณปลื้ม กับ 'บ้านใหม่' นำโดย 'เสี่ยเฮ้ง' สุชาติ ชมกลิ่น ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้สูสีดู๋ดี๋ระดับที่อาจจะต้องแบ่งครึ่งกัน....

‘บิ๊กป้อม’ ขอบคุณจนท.-พนง. ผู้เสียสละความสุขส่วนตัว ช่วยดูแลความปลอดภัยประชาชน ช่วงสงกรานต์

‘บิ๊กป้อม’ ขอบคุณจนท.-พนง.ให้บริการ ดูแลความปลอดภัยปชช.ช่วงสงกรานต์ ยก ผู้อยู่เบื้องหลังความสุขของคนไทย

(14 เม.ย.66) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่และพนักงานให้บริการประชาชน ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร พนักงานรักษาความปลอดภัย แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัคร หน่วยกู้ชีพ กู้ภัย พนักงานขับรถสาธารณะ และพนักงานให้บริการอื่น ที่ยังคงต้องทำงานรับผิดชอบต่อภารกิจ คอยอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนทั่วไปในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ปี 2566 โดยไม่ได้เดินทางกลับภูมิลำเนา หรือเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน ร่วมสังสรรค์กับครอบครัว พ่อแม่ ญาติสนิท มิตรสหาย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top