Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

‘บิ๊กป้อม’ ย้ำ!! พรรคพลังประชารัฐ เบอร์ 37 เท่านั้น แนะ!! อย่าเชื่อพวกแอบแฝงหาเสียง แต่บอกให้กาเบอร์อื่น

(25 เม.ย.66) ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีมีการหาเสียงโดยใช้วิธีใต้ดินเชิญชวนเลือกพรรคพลังประชารัฐ แต่บอกให้กาเบอร์พรรคอื่น จะมีวิธีอะไรที่จะทำให้ประชาชนเลือกถูกต้อง ว่า ไม่มีวิธีอื่นแล้ว ก็อย่าไปเชื่อ พรรคพปชร. เบอร์ 37 อยู่แล้ว สื่อมวลชนก็ช่วยออกข่าวพรรคพปชร. เบอร์ 37 ไม่ใช่เบอร์ที่เขาว่า 

ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคพปชร. มีกำหนดการลงพื้นที่หาเสียงในพื้นที่ภาคใต้ จ.สงขลา และจ.นครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 28-29 เม.ย.นี้ จะเดินทางไปด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็คงจะต้องไป

สื่อต่างชาติฮือฮา!! หลัง ‘ปชป.’ ดัน ‘เซ็กซ์ทอย’ ถูกกฎหมาย ชี้!! ดึงเม็ดเงินใต้ดินสู่คลัง-ลดอาชญากรรม-ลดอัตราหย่าร้าง

สื่อหลายชาติฮือฮา ‘ปชป.’ ไอเดียกระฉูด ดัน ‘เซ็กซ์ทอย’ ถูกกฎหมาย


(25 เม.ย.66) กลายเป็นเรื่องฮือฮาระดับโลกไปแล้วกับไอเดียกระฉูดของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่เสนอให้ ‘เซ็กซ์ทอย (Sex Toy)’ หรืออุปกรณ์เพิ่มความสุขทางเพศ เป็นสินค้าถูกกฎหมาย ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในวันที่ 14 พ.ค. 2566 โดยเรื่องนี้ได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศหลายสำนัก

สถานีโทรทัศน์ France24 ของฝรั่งเศส เสนอข่าว Good vibrations: Thai party makes sex toy election pledge ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคสายอนุรักษ์นิยมในไทย ชูประเด็นแก้ไขกฎหมายเพื่อปลดล็อกเซ็กซ์ทอย โดยให้เหตุผลด้านการย้ายเม็ดเงินจากใต้ดินเข้าสู่ระบบการเงินการคลังของประเทศ สื่อฝรั่งเศสยังกล่าวด้วยว่า แม้จะได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในดินแดนที่มีเสรีภาพทางเพศมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) แต่ประเทศไทยซึ่งประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ปัจจุบันเซ็กซ์ทอยยังถือเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย

สื่อเมืองน้ำหอมอ้างคำกล่าวของ รัชดา ธนาดิเรก (Ratchada Thanadirek) กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2566 ว่า เซ็กซ์ทอยมีประโยชน์เพราะอาจนำไปสู่การลดลงของการค้าประเวณีและการหย่าร้างเนื่องจากความใคร่ทางเพศไม่ตรงกัน รวมถึงอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ก่อตั้งขึ้นในทศวรรษ 1940s (ช่วงปี 2483-2492 โดยพรรคก่อตั้งในปี 2489) แต่ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อปี 2562 พรรคประสบความล้มเหลว และกระแสนิยมก็ยังไม่ค่อยดีนักกับการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 14 พ.ค. 2566

เปิดวีรกรรม!! ‘ส.ส.ก้าวไกล’ ไปงานศพ 4 ปีไม่เคยใส่ซอง แต่กินข้าวฟรี-ห่อกลับบ้าน แถมใช้พวงหรีดวนซ้ำ 3 รอบ

วันนี้ (25 เม.ย.) บนโซเชียลฯ แชร์คลิปนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ที่ให้สัมภาษณ์ในรายการ YOUR SPEAKER ทางมติชนทีวี เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา แล้วมีการตัดบางช่วงบางตอนเกี่ยวกับการไปงานศพของประชาชนในพื้นที่ ในตอนหนึ่งนายจิรัฎฐ์ กล่าวว่า "ผมก็จะไปเฉพาะที่เขาเชิญ คือถ้าเขาเชิญแล้วเราไม่ไปนี่ก็ไม่ได้ เขาเชิญเราก็ต้องไปถูกไหมครับ ... ผมก็ไปแทบจะทุกอาทิตย์ ตลอด 4 ปีมานี้ก็ยังไปต่อเนื่องทั้งๆ ที่ไม่เคยใส่ซองสักบาทเดียว แล้วก็กินอิ่มด้วยทุกครั้งที่ไป แล้วถ้าเป็นงานสวดไม่ใช่งานเผานี่ งานสวดผมก็ได้กับข้าวกลับบ้านทุกครั้ง ได้เยอะด้วย เพราะว่าแม่ครัวจะเอามาให้เยอะมาก ... เราก็เริ่มต้นแบบนี้ด้วยการไม่ใส่ (ซอง) ไม่เห็นมีใครว่า ก็ทำต่อไปได้ครับ จริงๆ เราก็ควรจะทำด้วย

อีกเรื่องหนึ่งพวงหรีดตอนแรกผมก็ไม่เห็นด้วย ไม่ชอบโน้นนี่นั่น พยายามจะเปลี่ยน พยายามจะออกไอเดียใหม่ๆ ให้มันดูเป็นคนรุ่นใหม่ รอบแรกๆ เอาเป็นต้นไม้ไปแทน ต้นไม้มันก็ต้นเหี่ยวแห้งเล็กๆ ไปเทียบกับเขาที่มันพวงใหญ่ๆ มันก็ไม่มีใครสนใจนะครับ เปลี่ยนเป็นถุงขยะไปเก็บแก้วน้ำมันก็เหนื่อยไม่ไหว สุดท้ายก็ได้ไอเดียว่า พวงหรีดเวิร์กมันคือการโฆษณาที่มันเป็นการตลาดที่โคตรคุ้มเลย 300 บาท กับการที่สวด 7 วันมีคนเห็น 2-3 ร้อยคน ทุกวันทุกวันชื่อเรา เออเขาถึงทำกันไงครับ 300 บาท ผมใช้ 3 งาน ให้มัคทายกเก็บให้ใช้ 3 รอบ ก็ประหยัดที่สุดเท่าที่ประหยัดได้" ประเด็นดังกล่าวทำเอาผู้คนบนโลกโซเชียลฯ วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยฝ่ายที่สนับสนุนพรรคก้าวไกลมองว่าเป็นการสู้ทางการเมืองแบบฉลาด กับผู้คนทั่วไปที่มองว่า ส.ส.มีเงินเดือนนับแสนบาทแต่ไม่เคยใส่ซองช่วยงาน กินฟรีทุกงานแถมห่อกลับอีกด้วย

‘ณวัฒน์’ งัดสัญญาโชว์ หลังเกิดดรามา ‘ไม่ยอมดูดวง’ ‘เฌอเอม’ โร่โพสต์ขอโทษ พร้อมขอโอกาสปรับปรุงตัว

จบดรามาได้มั้ย ? หลัง ‘บอสณวัฒน์’ เปิดสัญญาที่ผู้เข้าประกวดต้องเซ็นโชว์ และ ‘เฌอเอม’ มิสแกรนด์ลำพูน 2023 กราบขอโทษแล้ว

ยังคงเป็นประเด็นให้แฟน ๆ นางงามและคนทั่วไปที่ได้รับรู้ดรามาระหว่าง ‘เฌอเอม’ มิสแกรนด์ลำพูน 2023 และ บอส ‘ณวัฒน์’ ประธานใหญ่ของเวที เกี่ยวกับประเด็น ไม่ยอมดูดวง

ที่บอสณวัฒน์ร่ายยาวแบบแซบเกินใส่เฌอเอม จนเป็นประเด็นให้ชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์กันข้ามคืน ร้อนถึงทั้งคู่ต้องออกมาแสดงจุดยืน ‘ณวัฒน์’ ก็โชว์ฝีปากแซบผ่าน IG ส่วน ‘เฌอเอม’ ก็ได้ชี้แจงอย่างละเอียดและใจเย็นผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว (@realcheraims)

แต่ดูเหมือนว่าดรามาก็ยังไม่จบ เพราะบอส ‘ณวัฒน์’ ไม่หยุดจุดไฟ โชว์ความแซบเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการบอกว่า “ปากดี สมองต้องดี พฤติกรรมต้องดีด้วย ถึงจะอยู่กับแกรนด์ได้” หรือการแชร์ความคิดเห็นที่บอกว่า “โกรธเพราะไม่มีมารยาท”

ล่าสุดบอสณวัฒน์ก็แชร์สัญญาที่ผู้สมัครต้องเซ็น มีข้อที่ระบุว่า “ผู้สมัครต้องทำกิจกรรมกรรมกับกองทุกกิจกรรม หากมีเหตุจำเป็นขาดได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ฉะนั้นจะโดนตัดสิทธิ์ทันที”

แถมยังบอกอีกว่า “นี่คือกฎข้อ 8 ของหนังสือการเซ็นสัญญาก่อนเข้ากอง ทุกคนอ่านและทำความเข้าใจทุกข้อก่อนเซ็น”

‘ทบ.’ แจง!! หลังเกิดดรามาเสิร์ฟ ‘น้ำซุป’ เลี้ยงพลทหาร ชี้!! เป็นเรื่องเข้าใจผิด แค่นำไปต้ม ‘มาม่า’ ไม่ให้เหลือทิ้ง

ทบ.นำพลทหารฯ ตั้งโต๊ะแถลงแจงค่ายเสิร์ฟน้ำซุป แค่ขอนำไปต้มมาม่า - โฆษก ทบ.ปัดตอบกรอบเวลาสอบนายทหารชั้นผู้ใหญ่มีสัมพันธ์กับชายอื่น และเกี่ยวข้องกับสารเสพสารเสพติด


(25 เม.ย.66) ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก พร้อมด้วยพ.ท.สกล มีสัมฤทธิ์ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 151 (ร.151 พัน.2) แถลงข่าวชี้แจงกรณีที่มีการนำเสนอภาพอาหารประกอบเลี้ยงของหน่วยงานกองทัพบพ ผบ.ร.151 พัน 2 จังหวัดนครธิวาส ในสังคมออนไลน์ ร่วมกับพลทหาร ที่เป็นผู้เผยแพร่ข้อความดังกล่าว โดยพ.ท.สกล กล่าวยืนยันว่า การประกอบเลี้ยงอาหารตามที่ได้เผยแพร่ไปนั้น เป็นความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นไม่ตรงกัน กองทัพบกได้ดำเนินการตามระเบียบของกองทัพบก ในการประกอบอาหาร โดยหักจากเบี้ยเลี้ยงของพลทหารจำนวน 70 บาท/คน/วัน หรือ 3 มื้อ หรือมื้อละประมาณ 23 บาท

โดยมีอาหาร 2 อย่างและข้าว ซึ่งกำลังพล สามารถมารับประทานอาหารได้ที่โรงเลี้ยง และกำลังพลที่เข้าเวรยาม จะมีปิ่นโตให้กำลังพลนำไปรับประทานหลังออกเวรยาม พร้อมยืนยันว่า น้ำแกงในกล่องพลาสติกสีฟ้านั้น อาหารดังกล่าวเป็นอาหารเพื่อไม่ให้เหลือทิ้ง และไม่ใช่อาหารกองพันจัดไว้ให้กำลังพลรับประทาร แต่กลุ่มเพื่อนพลทหารที่โพสข้อความนั้น ได้ไปขอน้ำซุปจากโรงเลี้ยง เพื่อนำไปต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จึงทำให้มีพลทหารฯ ที่รอมารับประทานอาหารไม่ทราบ และนำมาสื่อสารบนโลกสังคมออนไลน์ จนเกิดความเข้าใจผิด ซึ่งหลังจากนั้น กองพันฯ ได้มีการพูดคุยกับพลทหารดังกล่าวที่เกิดขึ้นแล้ว 

'แจ็ค หม่า' หวนคืนบทบาท 'ครู' อีกครั้ง ตั้งใจอุทิศตนเพื่องานสังคมในวัย 58

แม้จะเคยทำงานมาหลายอาชีพ ทั้งงานบริการ รับจ้างทั่วไป เป็นไกด์ท้องถิ่น กว่าจะก่อตั้งธุรกิจ E-Commerce ระดับหมื่นล้านได้สำเร็จ เป็นมหาเศรษฐีเบอร์ต้นๆ ของโลก แต่มีอยู่อาชีพหนึ่งที่ แจ็ค หม่า รักมาก และพูดถึงเสมอ นั่นก็คือการเป็น 'ครู'

หลังจากห่างหายจากบรรยากาศหน้าชั้น กระดานดำมาเนิ่นนาน วันนี้ แจ็ค หม่า ตอบรับงานสอนเต็มตัวอีกครั้ง ในฐานะศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ ให้กับ University of Hong Kong (HKU) หนึ่งในสุดยอดมหาวิทยาลัยด้านบริหารธุรกิจติดอันดับโลก เรียบร้อยแล้ว

ก่อนหน้านี้ทาง HKU เคยมอบเกียรติบัตรสังคมศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตให้กับแจ็ค หม่า มาแล้ว เพื่อเป็นเกียรติกับเขาที่สร้างผลงานอันโดดเด่นในวงการธุรกิจ E-commerce ที่ช่วยขับเคลื่อนสังคม และเศรษฐกิจในระดับมหภาค แม้ว่าตัวแจ็ค หม่า จะไม่เคยเรียนสาขาเทคโนโลยี หรือ ไอที มาก่อนก็ตาม 

และนอกจาก HKU แล้ว แจ็ค หม่า ยังได้รับปริญญาดุษฎีบัณทิตจากอีกหลายสถาบันทั่วโลก อาทิ Tel Aviv University ของอิสราเอล, National Taiwan Normal University หรือ De La Salle University ที่ฟิลิปปินส์ ฯลฯ 

หากรวมทั้งคุณวุฒิ และ ประสบการณ์ที่ผ่านมา อาจจะไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับ แจ็ค หม่า ที่จะหางานสอน หรือจัดอบรม เปิดเวทีสัมมนาด้านธุรกิจร่วมกับสถาบันการศึกษาที่ไหนสักแห่ง ขอเพียงแค่เขาเอ่ยปาก 

แต่ด้วยนโยบายการกวาดล้างธุรกิจ Fintech ของรัฐบาลปักกิ่ง ที่กระทบกับแผนการนำ Ant Group เข้าตลาดหลักทรัพย์ ทำให้แจ็ค หม่า ต้องลดบทบาทในฐานะผู้บริหาร Alibaba ลงตั้งแต่ปี 2020 และ งดออกสื่อนานเกือบ 3 ปี และเพิ่งมีข่าวว่าได้เดินทางกลับสู่ประเทศจีนแล้วเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมทีผ่านมา หลังจากที่เขาใช้เวลาเก็บตัวเงียบๆ ในต่างประเทศนานนับปี 

และทันทีที่แจ็ค หม่า ปรากฏตัวออกสื่อ ทางมหาวิทยาลัยแห่งฮ่องกง ได้ส่งจดหมายเสนอตำแหน่งทางวิชาการ เชิญแจ็ค หม่า มาเป็นศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ ทันที ซึ่ง แจ็ค หม่า ได้ตอบตกลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

โดยเบื้องต้นจะรับงานในตำแหน่ง 3 ปี เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษาภาคฤดูใบไม้ผลิ 1 เมษายนปีนี้ จนถึงเดือนมีนาคม ปี 2026 ซึ่งเขาขอเน้นงานศึกษาวิจัยด้านการเงิน การเกษตร และ นวัตกรรมองค์กร แต่ยังไม่มีแผนว่าจะมีการจัดสัมมนา หรือกล่าวสุนทรพจน์ออกงานสาธารณะหรือไม่ 

โฆษกของสถาบัน HKU กล่าวต้อนรับการมาของศาสตราจารย์แจ็ค หม่า และเชื่อมั่นในประสบการณ์ ความรู้ลึก รู้จริง ในการพัฒนาธุรกิจด้านนวัตกรรม ที่โดดเด่น หาตัวจับยากของเขา อีกทั้ง บนหน้าเว็บไซท์ของ ภาควิชาบริหารธุรกิจของสถาบัน ได้ขึ้นรูปโปรไฟล์ของ แจ็ค หม่า ไว้แล้วในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการและกลยุทธ์

‘เส้นด้าย’ แจง!! เสียพนันออนไลน์แค่ 1 ล้าน ส่วนอีก 20 กว่าล้านเสียให้คาสิโนในต่างประเทศ

‘เส้นด้าย สอดอ สไตล์’ บอก เสียเงินพนันออนไลน์แค่ล้านเดียว ที่เหลือเสียที่คาสิโน หลังเคยไลฟ์เสียพนันออนไลน์ 25 ล้าน แจงภาพถ่ายร่วม ‘แทนไท-นอท’ เป็นคลาสอบรมคริปโตที่ดูไบ ด้าน ตร.ไซเบอร์แจ้งข้อหาเล่นพนัน

(25 เม.ย.66) ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโยโลยี (บช.สอท.) น.ส.พิมพ์ลดา แววไธสง หรือ เส้นด้าย สอดอ style ยูทูบเบอร์ดัง เปิดเผยภายหลังเข้าให้ปากคำกับตำรวจ บช.สอท.กรณีการไลฟ์เล่าประสบการณ์เสียพนันออนไลน์ 25 ล้านบาทภายในเวลา 3 เดือน 

น.ส.พิมพ์ลดากล่าวว่า ตนมาให้ปากคำกับตำรวจในฐานะพยาน โดยยอมรับว่าตัวเองได้เล่นพนันออนไลน์จริงๆ มีเพียงเว็บไซต์ใหญ่เว็บเดียว แต่เปิดเผยไม่ได้ว่าเป็นเว็บใด เนื่องจากเป็นข้อมูลที่พูดคุยกับตำรวจไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เงินส่วนมากที่เสียไปนั้น เป็นการเล่นพนันที่คาสิโนในต่างประเทศร่วมๆ 20 กว่าล้านบาท แต่ที่เสียให้เว็บพนันนั้น เป็นเพียง 1 ล้านกว่าบาท พร้อมยืนยันว่าตนเองไม่เคยชี้ชวนให้ใครมาเล่นพนัน เพียงแต่เตือนสติว่าอย่าเข้ามาวงการนี้ ถือเป็นประสบการณ์ความล้มเหลวของตัวเอง
น.ส.พิมพ์ลดา กล่าวว่า ตำรวจได้แจ้งข้อหาตน ฐานเล่นการพนันในราชอาณาจักร เบื้องต้นให้การรับสารภาพ 

ส่วนกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ จะซักถามในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนายแทนไท ณรงค์กูล และ นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท สองนักธุรกิจชื่อดังนั้น ตนไม่มีความกังวล เพราะภาพถ่ายร่วมกันที่ปรากฎไปนั้น เป็นคลาสอบรมเรื่องเงินดิจิตัล ที่เคยถูกส่งไปเรียนที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ในช่วงเวลาสั้นๆ โดยตนเพียงเคยยืมเงินนายพันธ์ธวัช เพียง 300 บาท ซื้อผ้าโพกหัวไปเท่านั้น จนทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้คืน 

เธอยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ทำธุรกิจสีเทา เพียงแต่ทำอินฟลูเอนเซอร์และเปิดธุรกิจบริษัทขายของเท่านั้น ซึ่งเงินที่นำไปเล่นพนัน ก็เป็นเงินที่ได้จากการทำธุรกิจ สามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินย้อนหลังได้ แต่ดีเอสไอจะเรียกสอบปากคำเมื่อใดนั้นต้องรอเจ้าหน้าที่แจ้งอีกครั้ง

'ดร.หิมาลัย' แชร์คลิป คนไร้บ้านสหรัฐฯ ตอกย้ำปณิธานลุงตู่ "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" มุ่งลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรม

(25 เม.ย.66) ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้แชร์คลิปคนไร้บ้านในเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ ที่ใช้ชีวิตริมถนนและมีสภาพเหมือนกับซอมบี้ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมระบุว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม เป็นปัญหาที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศที่ได้ชื่อว่า เป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก อย่างสหรัฐ อเมริกา ที่ประสบปัญหาคนไร้บ้านพุ่งทะยานไม่หยุดในช่วงไม่กี่ปีมานี้ โดยมีสาเหตุมาจากราคาที่อยู่อาศัยที่สูงลิ่วสวนทางกับค่าแรงในระดับต่ำ ประกอบกับเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

หากใครได้มีโอกาสไปเยือนเมืองใหญ่ๆ ในสหรัฐ อเมริกา หรือ ดูในสื่ออินเทอร์เน็ตที่มีการแชร์กันในขณะนี้ จะเห็นคนไร้บ้านออกมาใช้ชีวิต - กิน - นอน ริมถนนจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเป็นเหตุผลจากความเหลื่อมล้ำในเรื่องรายได้ รวมไปถึงผลข้างเคียงของยาเสพติด ซึ่งเกิดจากความเครียดสะสมทำให้คนหันไปใช้ยาเสพติด และทำให้เกิดปัญหาในสังคมเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ มากขึ้นเรื่อยๆ

สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่ยกตัวเองว่าเป็น มหาอำนาจทางเศรษฐกิจ เป็นผู้นำทางด้านประชาธิปไตยที่เน้นความเท่าเทียมกันในสังคม ยังคงมีปัญหาความเหลื่อมล้ำของคนในสังคมเช่นเดียวกัน

ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย ที่มีคนบางกลุ่มพยายามด้อยค่าประเทศตัวเอง ยกตัวอย่างประเทศอื่นๆ ว่ามีสวัสดิการที่ดีกว่า ทั้งที่ในความเป็นจริง ภาพของคนไร้บ้านที่พบเห็นได้ทั่วไปในสหรัฐฯ กลับพบเห็นน้อยมากในประเทศไทย แม้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ จะยังคงมีอยู่ในสังคมไทย ซึ่งเป็นความจริงที่ยากปฏิเสธ

‘คำผกา' ฟาด!! ‘ก้าวไกล’ เร่งปฏิรูปกองทัพโดยเร็ว แค่คำโกหก หลอกประชาชน โกยคะแนนไปวันๆ

(25 เม.ย.66) นางสาวลักขณา ปันวิชัย หรือ ‘คำ ผกา’ หรือ ‘แขก’ พิธีกรชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Lakkana Punwichai ว่า... 

คนที่สนับสนุนเพื่อไทย เขารู้เหมือนคนที่สนับสนุนพรรคก้าวไกลนั่นแหละค่ะว่า การรัฐประหารมีปัญหา กองทัพมีปัญหา ความสัมพันธ์ของสถาบันทางเมืองสำคัญๆบิดเบี้ยวจากหลักการ ปชต. แต่เขาเลือกพรรคเพื่อไทยด้วยเห็นว่า พรรคเพื่อไทยไม่หลอกลวงเราว่าเรื่องไหนทำได้เลย เรื่องไหนยังทำไม่ได้

และเหตุที่เราไม่เลือกก้าวไกลเพราะเรารู้ทันว่า เขาปลุกเร้าคนให้เชื่อว่าเขาจะมา ‘ล้มล้างต้นตอปัญหา’ ที่เพื่อไทยไม่กล้าแตะ ทั้งๆ ที่เขาก็รู้ว่า มันทำไม่ได้ เช่น…

เป็นไปไม่ได้ที่จะออกกฎหมายห้ามรัฐประหาร ในแง่กฎหมาย เหมือนออกกฎหมายฆ่าคน เรามีกฎหมายก็จริง แต่คนจะฆ่า มันก็ฆ่า เช่นกัน คนทำ รปห. ทำเสร็จยึดอำนาจได้ ก็แค่นิรโทษกรรมตัวเอง

สิ่งที่ทำได้ คือ พยายามพูดเรื่องลบล้างผลพวงรัฐประหาร การสร้างวัฒนธรรมธิปไตยให้ ปชช. หวงแหนประชาธิปไตย!

การปฏิรูปกองทัพเรื่องใหญ่ ไม่ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ ในรัฐบาลสมัยเดียว มันต้องค่อยๆ ทำให้รัฐบาลเลือกตั้งเข้มแข้งขึ้นเรื่อยๆ

ที่พูดๆกันว่าจะทำให้สำเร็จในเร็ววัน มันไม่ได้แน่ การเมืองการเลือกตั้งต้องเข้มแข็งและต่อเนื่อง เพราะมันเรื่องใหญ่ ใครที่อ้างว่าทำได้ในเร็ววันคือโกหก หลอกลวง!!

การเมืองไม่ใช่เรื่องความเท่ แต่เป็นเรื่องชีวิต!

แขกเคารพพรรคเพื่อไทย แม้จะมีข้อบกพร่องหลายอย่าง แต่เขาไม่เอาชีวิตของประชาชนมาทำให้เป็นเรื่องเล่นๆ หลอกเอาคะแนนไปวันๆ โดยไม่รับผิดชอบ


ที่มา: https://www.thaipost.net/x-cite-news/365894/ 

6 พรรคใหญ่ฉายนโยบายสุขภาพคนไทย ประสานเสียงไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้าและกัญชาเสรี

เมื่อช่วงสายวันที่ 25 เมษายน 2566 ณ ห้องฟอร์จูน ชั้น 3 โรงแรมแกรนด์ฟอร์จูน กรุงเทพฯ,  มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ (มสส.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดประชุมโฟกัส กรุ๊ป หัวข้อ

“สื่อมวลชนพบพรรคการเมือง : ถามหา นโยบายสร้างเสริมสุขภาพคนไทย” โดยเชิญตัวแทนจาก 6 พรรคการเมืองสำคัญเข้าร่วมประชุมฯ มี นายวิเชษฐ์  พิชัยรัตน์  สื่อมวลชนอาวุโส เป็นผู้ดำเนินรายการ
ตัวแทนจากพรรคการเมือง ได้กล่าวสรุปประเด็นสำคัญของนโยบายพรรค เริ่มจากนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะยกระดับนโยบายโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคที่พรรคไทยรักไทยทำไว้เมื่อ 22ปีที่แล้ว ซึ่งหากได้กลับมาเป็นรัฐบาลในสมัยหน้า พรรคฯจะดำเนินโครงการนี้ต่อ พร้อมกับการปฏิรูปงบประมาณทั้งระบบ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยในการบริหารจัดการโครงการฯอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะโอนมอบภารกิจในการเป็นหน่วยงานรับประกันด้านสุขภาพของประชาชนให้กับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แทนที่โรงพยาบาลเหมือนในอดีต

ทั้งนี้ ยังจะเพิ่มงบประมาณในโครงการเป็น 1.6-1.7 แสนล้านบาทต่อปี เพื่อให้สปสช.ดำเนินโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ประชาชนไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดได้รับบริการด้านสุขภาพอย่างทั่วถึง สามารถเลือกแพทย์และโรงพยาบาลได้ตามที่ตัวเองต้องการ นอกจากนี้ ยังจะให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเก็บข้อมูลและประวัติการรักษาพยาบาลของคนไข้ไว้ในระบบคลาวด์ เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างกัน ซึ่งจะทำให้การเรียกหาข้อมูลของคนไข้ทำได้อย่างสะดวกไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ไหน


"ต่อไปการนัดหมายคุณหมอ ไม่ต้องต่อคิวยาวเหมือนในอดีต คนไข้สามารถเลือกโรงพยาบาลที่ต้องการได้ตามใจ จะเลือกที่ใกล้บ้าน หรือใกล้ใจก็ได้ แม้แต่การเจาะเลือด ต่อไปก็ไม่ต้องไปรอตั้งแต่เช้า รวมถึงการรับยาที่สามารถจะนำใบสั่งยาจากแพทย์ เพื่อไปรับยาได้จากร้านยาใกล้บ้าน ภายใต้การดูแลของเภสัชกร"

น.พ.สุรพงษ์ ย้ำว่า พรรคเพื่อไทยยังมีแนวคิดในการฉีดวัคซีนป้องโรคต่างๆ ให้กับคนไทย โดยเฉพาะเพื่อป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกแก่เด็กหญิงอายุ 9-11 ปี และมะเร็งตับสำหรับผู้ชาย


ด้าน พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินนโยบายด้านสุขภาพให้กับประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง และจะดำเนินการต่อไปทันทีที่ได้กลับมาเป็นรัฐบาล ตามแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20ปี (2565-2574) ทั้งนี้รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนแนวทางการทำงานของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)


นอกจากนี้ พรรคฯจะขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพภายใต้กรอบแนวคิดที่จะยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายชุมชนเข้มแข็ง เพื่อให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในภาพแวดล้อมทั้งทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่าเดิม ทั้งนี้ สื่อมวลชนถือว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการแพทย์และสาธารณสุขไปสู่ประชาชนได้เป็นอย่างดี


"ต่อไปพรรคจะสร้างสถานพยาบาลนำร่อง ที่จะให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขครบวงจร เริ่มจากเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพมหานคร โดยทำให้ครบทั้ง 50 เขต จากนั้นจะขยายไปจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศต่อไป" น.พ.เหรียญทอง ย้ำ


นายนิกร จำนง พรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเป็นตัวแทนจากพรรคการเมืองเพียงคนเดียวที่ไม่ใช่นายแพทย์ แต่มีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดนโยบายของพรรค กล่าวว่า ในสมัยที่ตนเป็น รมช.คมนาคม เคยมีนโยบายประมูลเลขทะเบียนรถสวย เพื่อนำมาตั้งเป็นกองทุน ตามแนวคิดของสสส. เพื่อนำรายได้มาใช้ในการรักษาผู้ป่วยและรณรงค์การเกิดอุบัติเหตุตามท้องถนน ซึ่งหากได้เป็นรัฐบาล ก็จะดำเนินโครงการในลักษณะเช่นนี้ต่อไป ทั้งนี้ ในอดีต พรรคได้ดำเนินงานร่วมกับ สสส.มาโดยตลอด เช่น โครงการรณรงค์ "ให้เหล้าเท่ากับแช่ง" เป็นต้น ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ เชื่อว่าในอนาคต พรรคก็พร้อมจะทำงานร่วมกันต่อไป


"แนวคิดของพรรค คือ เน้นการป้องกันสุขภาพมากกว่าจะเน้นการรักษา เนื่องจากใช้งบประมาณที่ต่ำกว่า เพราะแต่ละปีรัฐบาลจะต้องใช้งบฯในส่วนนี้มากถึงปีละ 5 แสนล้านบาท แต่จากนี้ไป พรรคฯจะเสนอนโยบาย "สุขภาพดีมีเงินคืน" เพื่อกระตุ้นให้คนไทยหันมาใส่ใจในสุขภาพมากขึ้น" นายนิกร กล่าว


นพ.เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคไม่เน้นสร้างนโยบายสาธารณสุขอย่างเป็นทางการ หรือมีรายละเอียดมากเกินไป เพราะมีประสบการณ์ที่ว่า "พูดแล้วไม่ทำ หรือทำไม่ได้" จะกลายเป็นความเสียหายตามมาได้ เนื่องจากอาจมีปัจจัยความไม่แน่นอนแทรกซ้อนขึ้นมาได้ แต่จะเน้นการทำงานที่มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะการตรวจสอบเพื่อป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง เช่น การตรวจสอบฮอร์โมนในกลุ่มคุณแม่ตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันปัญหาความพิการในเด็กแรกเกิด การตรวจสอบกลุ่มคนที่มีประวัติและความเสี่ยงของโรคมะเร็ง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ครอบครัวเคยมีประวัติการป่วยมาก่อน นอกจากนี้ ยังมีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจจะเป็นต้นเหตุของปัญหาด้านสุขภาพ รวมถึงการใช้นโยบายด้านภาษีเพื่อดูแลสุขภาพของคนไทย ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลได้ดำเนินการจัดเก็บภาษีความหวานมาบ้างแล้ว


ส่วน ร.อ.ดร.นพ.พิชาญศักดิ์ บุญมาศ ร.น. พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า พรรคฯเป็นแกนนำรัฐบาลมาตลอด 4 ปี และพร้อมจะดำเนินนโยบาย "คนไทยแข็งแกร่ง  ประเทศไทยแข็งแรง ก้าวสู่มหาอำนาจด้านสุขภาพ" ด้วยการทำให้เกิดการแพทย์ทั่วถึงและเท่าเทียม การปฏิรูปโครงสร้างการบริหารจัดการและนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการดำเนินงาน โดยเฉพาะการนำระบบเทเลเมดิคัล เฮลท์ มาใช้ในการตรวจรักษาผู้ป่วยเป็นต้น
ขณะที่ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง พรรคก้าวไกล ย้ำว่า พรรคมองเห็นปัญหา 2 ประเด็นคือ ปัญหาเรื่องงบประมาณด้านสาธารณสุขที่ยังน้อยเกินไป และปัญหาด้านบุคคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานหนักชั่วโมงการทำงานของหมอและพยาบาลที่มีมากเกินไป ส่งผลกระทบต่อปัญหาด้านสุขภาพและจิตใจอย่างมาก จนอาจกระทบต่อการปฏิบัติงานได้ ดังนั้น จึงมีแนวคิดที่ลดชั่วโมงการทำงานจากเดิม 87 ชม.ต่อสัปดาห์ เหลือเพียง 60 ชม.ต่อสัปดาห์ พร้อมกับลดสัดส่วนในการดูแลผู้ป่วยของแพทย์ในโรงพยาบาลของรัฐที่มี 1:200 คน ให้เหลือน้อยลง แม้จะไม่เท่ากับแพทย์ในโรงพยาบาลเอกชนที่มีราว 1:20 ถึง 40 คนก็ตาม ทั้งนี้ เพื่อป้องกันปัญหาแพทย์ย้ายไปทำงานกับโรงพยาบาลเอกชน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top