Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

พร้อมช่วยเหลือ!! “รองโจ” อดีตผู้สมัคร สส.เขต 4 ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชนเหตุเพลิงไหม้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 สมุทรปราการ พรรครวมไทยสร้างชาติ นำทีมงาน ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน พร้อมทั้ง นำถุงยังชีพอีกจำนวนหนึ่งมอบให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุเพลิงไหม้

โดย พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 สมุทรปราการ กล่าวว่า ภายหลังจากที่ทราบข่าวว่ามีพี่น้องประชาชน ชาวหมู่บ้านศิรินเทพ 8 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ได้รับความเดือดร้อนหลังประสบเหตุเพลิงไหม้บ้าน โดยเหตุเกิดในช่วงเช้าของวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา 

หลังจากที่ทราบข่าว ก็รู้สึกเสียใจและมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้  จึงได้ลงพื้นที่นำเครื่องอุปโภคบริโภคมามอบให้กับพี่น้องประชาชนบ้านที่ประสบเหตุเพลิงไหม้ อีกทั้ง ให้ความช่วยเหลือประชาชนบ้านข้างเคียงที่ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในเบื้องต้น 

นอกจากนี้ ยังได้มอบเงินส่วนตัวอีกจำนวนหนึ่งโดยมอบให้กับทางผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้เพื่อไว้เป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่บ้านผู้ประสบภัยอีกด้วย 

โดย พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 สมุทรปราการ ยังกล่าวต่ออีกว่า อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะขอเดินหน้าทำงานต่อ และพร้อมที่จะทำตามคำพูดคือ ไม่ทิ้งพี่น้องประชาชน การเมืองจบ การเลือกตั้งจบ แต่การดูแลพี่น้องยังไม่จบ 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งการจับกุมเจ้าของทัวร์ Happy Trips หลอกขายทัวร์แล้วทิ้งลูกค้า

จากกรณีเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 66 ที่ผ่านมา กลุ่มผู้เสียหายได้รวมตัวกันมาร้องเรียนกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กรณีถูกเจ้าของบริษัททัวร์ชื่อ Happy Trips หลอกลวงชักชวนให้ผู้เสียหายซื้อโปรแกรม นำเที่ยวต่างประเทศ อาทิ ทัวร์ดูบอลที่ประเทศอังกฤษ หรือทัวร์ที่ประเทศญี่ปุ่น

โดยมีการโฆษณาผ่านทางสื่อออนไลน์ต่างๆ เช่น Facebook, YouTube, Website โดยมีการใช้ดารานักแสดงร่วมเดินทางเพื่อสร้างความเชื่อถือ และยังจูงใจด้วยการจัดโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม เช่น ไป 5 จ่าย 4 เป็นต้น เป็นเหตุให้ผู้เสียหายหลงเชื่อซื้อโปรแกรมนำเที่ยวกับผู้ต้องหา แต่หลังจากจ่ายเงินซื้อทัวร์แล้ว กลับถูกผู้ต้องหาทิ้งทัวร์โดยไม่มีการจัดนำเที่ยวตามที่ตกลงไว้ เป็นเหตุให้มีผู้เสียหายจำนวนกว่า 320 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 8 ล้านบาท

กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน สภ.คูคต   ภ.จว.ปทุมธานี ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ รับคำร้องทุกข์และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายจับ นายสุขสันต์ (สงวนนามสกุล) เจ้าของบริษัททัวร์ดังกล่าว ศาลจังหวัดธัญบุรีได้อนุมัติตามหมายจับที่ 292/2566 ลงวันที่ 19 พ.ค.66 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและผู้ใดโดยทุจริต

หรือโดยหลอกลวงนำเข้าซึ่งข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเป็นผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องไม่กระทำการอันใดให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวหรือนักท่องเที่ยว” 

ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม นายสุขสันต์ฯ พักอยู่ภายในบริเวณบ้านเลขที่ 40/51 หมู่ 5 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คูคต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

ซึ่งนอกจากคดีของ สภ.คูคต แล้ว กลุ่มผู้เสียหายยังได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักสอบสวนในพื้นที่ สน.ปทุมวัน, สภ.บางกรวย ภ.จว.นนทบุรี, สภ.ทุ่งสง ภ.จว. นครศรีธรรมราช ซึ่งได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับนายสุขสันต์ฯ ไว้แล้ว

จะได้ดำเนินการอายัดตัวผู้ต้องหาตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป นอกจากนี้ ความผิดดังกล่าวยังเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินฯ จะได้ร่วมกับ ปปง. ในการดำเนินการยึดทรัพย์ตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า หลังจากที่กลุ่มผู้เสียหายได้มายื่นเรื่องขอความเป็นธรรมในเรื่องดังกล่าว ได้สั่งการให้ สภ.คูคต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดเหตุ เร่งดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับเจ้าของบริษัททัวร์ดังกล่าว และสามารถจับกุมได้

เบื้องต้นได้สั่งให้ท้องที่ที่มีการเกิดเหตุอื่นๆ เร่งออกหมายจับและนำมาอายัดตัวผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีจนถึงที่สุด หลังจากนี้จะได้ดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ต้องหาเพื่อตรวจยึดอายัดและนำมาคืนให้ผู้เสียหายต่อไป

‘คิริลล์ คอตคอฟ’ ชี้ หากยังขัดแย้งกัน อาจมีสงครามกลางเมือง ระหว่างคนรักสถาบัน กับ คนรักก้าวไกล

คิริลล์ คอตคอฟ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาประเทศตะวันออกไกล ณ เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

ได้วิเคราะห์สถานการณ์ในประเทศไทย ในรายการ "Turn to the East" ทาง Radio Sputnik Russia ไว้โดยมีใจความว่า ...

พรรค Forward Movement(ก้าวไกล) ซึ่งได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดในการเลือกตั้งรัฐสภาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ประกาศจัดตั้ง "แนวร่วมประชาชน" จำนวน 8 พรรค พร้อมจัดตั้งรัฐบาลผสมและควบคุมที่นั่งรวมกัน 313 ที่นั่ง จาก 500 เสียง อย่างไรก็ตาม เสียงข้างมากในสภาล่าง(สภาผู้แทนราษฎร) ดังกล่าวไม่ได้ให้โอกาสโดยอัตโนมัติในการเสนอชื่อผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากการลงคะแนนเสียงในประเด็นนี้จัดขึ้นร่วมกับสภาสูง(วุฒิสภา) การดำเนินการทุกขั้นตอนยังอีกยาวไกล เพราะผลการเลือกตั้งยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ

 

►● พรรคร่วมรัฐบาลชุดใหม่มีแผนอย่างไรเพื่อให้ได้เสียงข้างมากในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี? ใครคือผู้นำของฝ่ายที่ชนะ และเกี่ยวข้องกับผู้ถูกเนรเทศอย่างไร แต่ยังทรงอิทธิพลในประเทศ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี?

กองทัพจะยอมสละอำนาจ และหลังสละอำนาจนโยบายต่างประเทศของประเทศจะมีโครงสร้างอย่างไร?

อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร มีอยู่ทั่วไปในการเมืองไทย ขณะเดียวกันเมื่อจัดตั้งรัฐบาลทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับทหาร ทหารถือเป็นผู้สร้างประเทศให้เป็นประเทศไทยในปัจจุบัน แต่สังคมไทยส่วนมากก็เบื่อพวกเขาเช่นกัน

เราต้องไม่ลืมว่าไทยมักจะวางเดิมพันประเทศไว้กับผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด นั่นคือสหรัฐฯ แต่ในทางกลับกันพวกเขาก็ไม่ต้องการทำลายความสัมพันธ์กับจีนเช่นกัน‼️

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ได้กังวลเกี่ยวกับการแย่งชิงอำนาจและนโยบายต่างประเทศ #แต่กังวลกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจมากกว่า ในเวลาเดียวกัน ดังที่ประวัติศาสตร์ไทยแสดงให้เห็นมาตลอด คือ ในทางปฏิบัติแล้วไม่มีอะไรขึ้นอยู่กับการเลือกตั้ง ไม่ว่าในกรณีใด จะมีการรัฐประหารเกิดขึ้นอีก

สิ่งนี้ถูกซ้อนทับด้วยความไม่ชอบกษัตริย์องค์ปัจจุบัน(รายละเอียดเผยแพร่ลำบาก ขอตัดออกทั้งหมด) ประเทศกำลังพูดว่าไม่ต้องการสถาบันกษัตริย์มากขึ้น และหากล้มล้างระบอบกษัตริย์ได้ ประเทศก็ใกล้จะล่มสลาย

Annex Hya : ถ้าการรัฐประหารจะเกิดขึ้นอีกครั้งในไทย ในขณะที่โครงสร้างอำนาจของทหารถูกแทรกแซงจากกองทัพอเมริกันด้วยการยินดีเปิดประตูบ้านให้พวกเขาอย่างยินดีกันด้วยตนเอง

ทหารอเมริกันเหล่านี้จะพิทักษ์ "ก้าวไกล" และไม่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทย

สงครามกลางเมืองระหว่างคนรักสถาบัน กับ คนรักก้าวไกล กับ *การรัฐประหารจากสถาบันทหารของพระเจ้าอยู่หัว กับ การปฎิวัติจากทหารอเมริกันช่วยก้าวไกล*.. - จะเกิดขึ้นเป็นขั้นเป็นตอนตามความรุนแรงจากความขัดแย้ง

เป้าหมายของการทูตและการทหารของอเมริกัน คือ การตายของหุ้นส่วน และการตายของประเทศหุ้นส่วน เป็นอย่างนี้มาตลอดประวัติศาสตร์ความเป็นชาติของอเมริกัน

บริหารความเสี่ยงจากความขัดแย้งให้รอบคอบ เหนือจากขอบประตูของการปกป้องสถาบัน ยังมีประตูของประเทศไทยที่กำลังเปิดให้เผชิญหน้ากับการล่มสลายรออยู่ด้วยเช่นกัน

‘สมชาย แสวงการ’ โพสต์ข้อความเตือน รัฐบาลใหม่ อย่าชักน้ำเข้าลึก อย่าชักศึกเข้าบ้าน

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ได้โพสต์ข้อความแสดงความเป็นห่วงต่อท่าทีของรัฐบาลใหม่ กับนโยบายทางด้านต่างประเทศ และการเข้าไปมีบทบาทในการเคลื่อนไหว ยุ่งเกี่ยวกับกิจการภายในของประเทศพม่า โดยได้เขียนโดยมีใจความว่า...

อย่าชักน้ำเข้าลึกอย่าชักศึกเข้าบ้าน
ข่าวนี้น่าห่วงมากครับ ถ้าไม่ระมัดระวัง รัฐบาลใหม่ที่กำลังพยายามจะตั้งขึ้นมีทีท่าที่อาจไปเคลื่อนไหวยุ่งเกี่ยวกับกิจการภายในประเทศของพม่า คงเกิดผลกระทบตามมาที่รุนแรงแน่นอน  เริ่มด้วยปิfดพรมแดน เรียกแรงงานกลับ ยุติขายแก๊สทางท่อ ฯลฯ และถ้ามหาอำนาจแทรกแซง เรื่องทั้งหมดอาจจะเลวร้ายบานปลายกว่านั้นไปอีกครับ

‘หยก ธนลภย์’ โวย โรงเรียน นักเรียนจ่ายค่าเทอม แต่ขึ้นลิฟท์ไม่ได้  ชี้ สิ่งอำนวยความสะดวก ควรเข้าถึงทุกคน

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2566 นางสาวธนลภย์ (สงวนนามสกุล) หรือ หยก เยาวชนที่ถูกดำเนินคดี ม.112 นักเรียนโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่ายพัฒนาการ โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กประกอบภาพข้อความลิฟท์โดยสารของโรงเรียน ที่มีป้ายข้อความกำกับไว้ว่า “ลิฟท์สำหรับครู นักเรียนกรุณาใช้บันได”

ด้านนางสาวธนลภย์ หรือ หยก กล่าวแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวว่า  นักเรียนจ่ายค่าเทอมแต่ทำไมถึงใช้ไม่ได้?

สิ่งอำนวยความสะดวกควรเข้าถึงทุกคน แต่ทำไมถึงมีแค่คนกลุ่มนึงที่ใช้ได้? ครูเหนื่อยนักเรียนก็เหนื่อยเป็นนะ อยากให้ทุกคนได้เข้าถึงสิ่งอำนายความสะดวก 

ว่าที่ ส.ส. สงขลา เข้าพบกงสุลใหญ่จีน   เพื่อสร้างความร่วมมือ ต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรม 

เมื่อวานนี้ (25 พ.ค. 66) นายสรรเพชญ บุญญามณี ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายดนัยธร จารุพฤกษ์พันธ์ ประธานห้าสมาคมจีนสงขลา และนายกสมาคมไหหลำสงขลา เข้าพบ นางอู๋ ตงเหมย กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดสงขลา เพื่อแนะนำตัวและรับฟัง สภาพปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะ จากการดำเนินการในช่วงที่ผ่านมาของสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดสงขลา 

นายสรรเพชญ เปิดเผยหลังการหารือว่า การมาพบท่านกงสุลฯในวันนี้ ถือเป็นเรื่องที่ดีเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีนที่มีมายาวนานให้มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งได้นำเสนอนโยบายต่างๆทิศทางการพัฒนาพื้นที่อำเภอเมืองสงขลาและการพัฒนาจังหวัดสงขลาในภาพรวม 

อย่างเรื่องการท่องเที่ยวโดยการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงสงขลา สตูล พัทลุง ที่มีความพร้อมด้านแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล และมรดกทางวัฒนธรรมพื้นถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าทางเศษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างกัน ประเทศจีนเองมีความพร้อมทั้งด้านประชากรนักท่องเที่ยว ความพร้อมด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และอื่นๆอีกมากมาย ในฐานะผู้แทนราษฎรฯ นั้น ต้องหาโอกาสเพื่อนำสิ่งดีๆมาสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด

นายสรรเพชญ ยังกล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดมุมมองด้านต้นทุนทางวัฒนธรรมระหว่างไทยกับจีน ซึ่งต้องมีการต่อยอดขยายผล ซึ่งนอกจากการสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจแล้ว ในด้านสังคม อย่างเรื่องการพัฒนาทักษะด้านภาษาจีนให้แก่เด็กเยาวชนในจังหวัดสงขลาก็เป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอีกทักษะหนึ่งในการดำเนินชีวิตในช่วงศตวรรษที่ 21 โดยหลังจากนี้จะมีการดำเนินการให้เป็นรูปธรรมต่อไป

‘พิธา’ ถือหุ้น ITV ตั้งแต่ปี 2551 โดยไม่ระบุ ‘ผจก.กองมรดก’ หลังบิดาเสียชีวิตปี 2549 ชนวนกกต.สอบปมคุณสมบัติต้องห้าม

จากกรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้า พรรคก้าวไกล ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตัวแสดงใหญ่’ทางการเมืองขณะนี้ ถูกนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบว่า นายพิธาถือหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) จำนวน 42,000 หุ้น มีคุณสมบัติต้องห้ามสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.⁣ ตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) บัญญัติห้ามมิให้บุคคลที่เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ หรือไม่

สำนักข่าวอิศรา ได้สรุปข้อเท็จจริงเอาไว้เป็นประเด็นสำคัญต่างๆดังนี้
1.นายพิธาถือหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) จริง (เจ้าตัวยอมรับแจ้งว่าเป็นหุ้นมรดก) แต่ถือหุ้นในสัดส่วนน้อย
2. บมจ.ไอทีวี มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการสื่อ (รายละเอียดวัตถุที่ประสงค์ ข้อ (18 ) ข้อ (40) และ ข้อ (41) ตามเอกสารจดแจ้งต่อนายเบียนหุ้นส่วนบริษัท กรมพัฒนาธุรกิจการค้า) ปัจจุบันไม่ได้เผยแพร่ออกอากาศ บริษัทฯไม่ได้จดทะเบียนเลิกกิจการ สถานะยังเปิดดำเนินการ  นำส่งงบการเงินทุกปี งบการเงินรอบปีสิ้นสุด 31 ธ.ค.2564 งบดุล สินทรัพย์รวม 1,270,457,704 บาท หนี้สิน 2,894,513,831 บาท ขาดทุนสะสม (ยังไม่ได้จัดสรร) 7,488,800,690 บาท งบกำไรขาดทุน รายได้รวม 23,683,771 บาท (ผลตอบแทนจากเงินทุนและดอกเบี้ยรับ) ค่าใช้จ่ายรวม 10,937,852 บาท กำไร สำหรับปี 10,177,063 บาท กำไรเบ็ดเสร็จรวมสำหรับปี 4,169,647 บาท

ล่าสุด สำนักข่าวอิศรา ตรวจสอบข้อมูลบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) (แบบ บมจ.006) นำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามารายงาน พบว่า
วันที่ 23 เม.ย.2550 (23/04/2550) นายพงษ์ศักดิ์ ลิ้มเจริญรัตน์ (บิดานายพิธา) ถือหุ้น บมจ.ไอทีวี จำนวน 42,000 หุ้น ลำดับที่ 1,042 จากจำนวนผู้ถือหุ้นรวม 9,246 คน แจ้งที่อยู่ 59 ซ.แสนสบาย 3 ถ.พระราม 4 คลองตัน คลองเตย 10110 เลขที่ใบหุ้น 06680180135571 
.
หลังจากนั้นวันที่ 10 เม.ย.2551 (10/04/2551) - 26 เม.ย.2566 ( 26/04/2566) มีชื่อนายพิธาเป็นผู้ถือครองหุ้นจำนวน 42,000 หุ้น มีรายละเอียดดังนี้
บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 10 เม.ย.2551 นายพิธาถือลำดับที่ 6,222 จำนวน 42,000 หุ้น จากจำนวนผู้ถือหุ้น 9,297 คน แจ้งที่อยู่ THE BOSTON CONSULTING GROUP U CHU LIANG BLD. ชั้น 31 ถ.พระราม 4 ลุมพินี ปทุมวัน เลขที่ใบหุ้น 06680180148012 

บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 9 เม.ย.2553 (09/04/2553) นายพิธาถือลำดับที่ 5,336 จำนวน 42,000 หุ้น จากจำนวนผู้ถือหุ้น 9,314 คน แจ้งที่อยู่ 59 ซ.แสนสบาย 3 ถ.พระราม 4 คลองตัน คลองเตย 10110 เลขที่ใบหุ้น 06680180163154 

บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 25 มี.ค.2557 (25/03/2557) นายพิธาถือลำดับที่ 4,820 จำนวน 42,000 หุ้น จากจำนวนผู้ถือหุ้น 9,346 คน แจ้งที่อยู่ 59 ซ.แสนสบาย 3 ถ.พระราม 4 คลองตัน คลองเตย 10110เลขที่ใบหุ้น 06680180200784 

บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 24 เม.ย. 2558 (24/04/2558) นายพิธาถือลำดับที่ 4,482 จำนวน 42,000 หุ้น จากจำนวนผู้ถือหุ้น 9,358 คน แจ้งที่อยู่ 59 ซ.แสนสบาย 3 ถ.พระราม 4 คลองตัน คลองเตย 10110เลขที่ใบหุ้น 06680180210146

บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 4 เม.ย. 2562 (04/04/2562) นายพิธาถือลำดับที่ 7,649 จำนวน 42,000 หุ้น จากจำนวนผู้ถือหุ้น 9,381 คน แจ้งที่อยู่ เลขที่ 98/26 อาคารซิลเวอร์ เฮอริเทจ ซ.สุขุมวิท 38 ถ.สุขุมวิท พระโขนง คลองเตย 10110 เลขที่ใบหุ้น 06680180247993

บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 8 เม.ย. 2564 (08/04/2564) นายพิธาถือลำดับที่ 7,531 จำนวน 42,000 หุ้น จากจำนวนผู้ถือหุ้น 9,390 คน แจ้งที่อยู่ 98/26 อาคารซิลเวอร์ เฮอริเทจ ซ.สุขุมวิท 38 ถ.สุขุมวิท พระโขนง คลองเตย 10110 เลขที่ใบหุ้น 06680180276092

บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 27 เม.ย. 2565 (27/04/2565) นายพิธาถือลำดับที่ 7,138 จำนวน 42,000 หุ้น จากจำนวนผู้ถือหุ้น 9,392 คน แจ้งที่อยู่ 98/26 อาคารซิลเวอร์ เฮอริเทจ ซ.สุขุมวิท 38 ถ.สุขุมวิท พระโขนง คลองเตย 10110 เลขที่ใบหุ้น 06680180285422

บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 26 เม.ย. 2566 (26/04/2566) นายพิธาถือลำดับที่ 7,061 จำนวน 42,000 หุ้น จากจำนวนผู้ถือหุ้น 9,401 คน แจ้งที่อยู่ 98/26 อาคารซิลเวอร์ เฮอริเทจ ซ.สุขุมวิท 38 ถ.สุขุมวิท พระโขนง คลองเตย 10110 เลขที่ใบหุ้น 06680180304064

จากข้อมูลเห็นได้ว่า การถือหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด จำนวน 42,000 หุ้นของนายพิธาตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมาจนถึงล่าสุดปี 2566 เป็นเวลา 16 ปี เอกสารบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบบมจ.006) ที่นำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในแต่ละปี ท้ายรายชื่อและที่อยู่ผู้ถือหุ้นมิได้ระบุว่าถือในนาม ‘ผู้จัดการมรดก’ แต่อย่างใด 

ทั้งนี้ นายพงษ์ศักดิ์ ลิ้มเจริญรัตน์ บิดานายพิธา เสียชีวิตในปี 2549
กรณีการถือครองหุ้น บริษัท ไอทีวี จำนวน 42,000 หุ้นของนายพิธา ยังเป็นประเด็นถูกนายเรืองไกรยื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบว่า จงใจยื่นบัญชีแสดงการทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จหรือไม่ เนื่องจากไม่ปรากฏการถือครองหุ้นจำนวนดังกล่าวในบัญชีทรัพย์สินของนายพิธากรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.ปี 2562

เชียงใหม่-มอบประกาศนียบัตรหลักสูตรเวชปฏิบัติอาชีวอนามัยและบริหารการพยาบาล รุ่นที่ 16

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธานี  แก้วธรรมานุกูล คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีปิดและมอบมอบประกาศนียบัตรหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางสาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติอาชีวอนามัย รุ่นที่ 16 และสาขาการบริหารการพยาบาล รุ่นที่ 16

โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนนท์ วิสุทธิ์ธนานนท์ ประธานกรรมการบริหารหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางสาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติอาชีวอนามัย และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุญพิชชา จิตต์ภักดี ประธานกรรมการบริหารกลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางสาขาการบริหารการพยาบาล กล่าวรายงาน และ รองศาสตราจารย์ฉวีวรรณ ธงชัย ผู้อำนวยการศูนย์บริการพยาบาล กล่าวแสดงความยินดี ณ ห้องประชุมชั้น 5 อาคาร 4 คณะพยาบาลศาสตร์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม 2566

ตำรวจไซเบอร์รวบสาวใหญ่เครือข่าย Romance Scam ปลอมเป็นลูกครึ่งเกาหลี แชทลวงเงินเกือบ 3 แสน

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.2 ทราบว่า นางสาวดารัตน์  อายุ 36 ปี ชาวอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งพฤติการณ์ในคดี ผู้ต้องหารายนี้อยู่ในแก๊งขบวนการ หลอกให้รักออนไลน์ (romance scam) ซึ่งได้สร้างความเสียหายและยังมีเหยื่อหลงเชื่อส่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

กล่าวคือ เมื่อประมาณ เดือนกุมภาพันธ์ 2564 ผู้เสียหายได้แชตคุยกับบคคลที่แสดงตัวเป็นชายลูกครึ่งสัญชาติอเมริกัน-เกาหลี หน้าตาดีมีฐานะดี ติดต่อผ่านแอพพลิเคชั่น อินสตราแกรม ต่อมาคนร้ายได้ชักชวนและหลอกมาคุยกันใน Whatapp โดยคนร้ายได้อ้างว่าได้เดินทางไปทำงานในประเทศไทย และอ้างว่าติดปัญหาเรื่องเงินเนื่องจากว่าใช้สกุลเงินต่างกัน บัญชีธนาคารถูกระงับการใช้งานคนร้ายได้ขอให้จ่ายค่าปลดล็อคแทนโดยจะคืนให้ในภายหลังผู้เสียหายได้หลงเชื่อได้โอนเงินไป จำนวน 5 ครั้ง รวมเป็นเงินจำนวน 266,710 บาท ซึ่งผู้ต้องหารายนี้เป็นเจ้าของบัญชีที่รับเงินที่ได้จากการหลอกลวงจากผู้เสียหาย 

ต่อมา 25 พฤษภาคม 2566 เวลาประมาณ 16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับมาซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ตำบลตีนเป็ด เมืองฉะเชิงเทรา จึงนำกำลังไปตรวจสอบพบบุคคลตำหนิรูปพรรณตรงกับบุคคลตามหมายจับ จึงทำการตรวจสอบโดยบุคคลดังกล่าวรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน จึงได้แจ้งให้ทราบว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่จะเกิดความเสียหาย” จึงจับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

เบื้องต้น ผู้ต้องหายังปฏิเสธ โดยอ้างว่าตนได้ให้หมายเลขบัญชีธนาคารของตนเองไปกับเพื่อนที่รู้จักกันทางเฟสบุ๊คเพื่อไปใช้ในการรับเงินโอน 

เตือนภัย “หลอกให้รักออนไลน์ ด้วยรูปภาพบุคคลหน้าตาดี ใช้ชีวิตหรูหรา ร่ำรวย แล้วบอกว่าโอนเงินมาให้ ส่งของมีค่ามาให้ แต่ต้องเสียภาษี ต้องเสียค่าใช้จ่ายทางศุลกากร นั่นคือ การหลอกลวง Romance scam”
ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., 
พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ณัฐกรณ์ ประภายนต์ ผบก.สอท.2 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ปกรณ์กิตติ์ ธนวรินทร์กุล ผกก.3 บก.สอท.2 พร้อมชุดสืบสวนดำเนินการจับกุม

ย้อนไทม์ไลน์ ‘พิธา’ เส้นทางการเมืองจากคนตัวเล็กๆ สู่ผู้ถืออำนาจใหญ่ของการเลือกตั้งไทย ปี 66

นาทีนี้ ไม่มีใครร้อนแรงเกินกว่า ‘ทิม - พิธา  ลิ้มเจริญรัตน์’ ที่ใช้เวลากว่า 3 ปี เปลี่ยนผ่านจากยุคอนาคตใหม่มาสู่ยุคของพรรคก้าวไกลที่มีเขาเป็นผู้นำพรรค สั่งสมความนิยม จากพรรคอันดับรอง ไต่กระแส สร้างปรากฏการณ์ ‘สีส้ม’ ทั่วทั้งแผ่นดิน จนสามารถโกยคะแนนเสียงขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้งล่าสุด

ความสำเร็จของ ‘พิธา’ ไม่ได้ไหลบ่ามาเพียงชั่วข้ามคืน แต่มาจากการค่อย ๆ สั่งสม เก็บเกี่ยวประสบการณ์ จากการข้องเกี่ยวกับผู้คนในแวดวงการเมืองมานานเกือบ 20 ปี ขยับจากเจ้าหน้าที่ตัวเล็ก ๆ ที่นั่งจดวาระการประชุมหลังห้อง จนกระทั่งกลายเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรี ผู้กำหนดวาระของประเทศไทยในวันนี้ เส้นทางการเมืองของ ‘พิธา’ เป็นอย่างไร ย้อนไปดูกัน 

#เลียบเคียงการเมือง
ถ้ากล่าวถึง ‘ลิ้มเจริญรัตน์’ คนที่ติดตามการเมืองคงคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะเป็นนามสกุลของ ‘ผดุง’ เลขานุการส่วนตัวของ ‘ดร.ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี และด้วยความที่ ‘พิธา’ มีศักดิ์เป็นหลานของนายผดุง ทำให้เขามีโอกาสได้รู้จักมักคุ้นกับบุคคลการเมืองในพรรคไทยรักไทย รวมถึงทายาทของ ดร. ทักษิณ ชินวัตร ทั้ง โอ๊ค เอม และอุ๊งอุ๊งมาตั้งแต่ก่อนก้าวขาเข้ามาสัมผัสบรรยากาศ และกลิ่นอายของการเมืองด้วยตัวของเขาเอง

#จากเจ้าหน้าที่แถวหลัง ค่อยๆ ขยับก้าวมาสู่แถวหน้าการเมือง 
ช่วงปลายของการศึกษาปริญญาตรี สาขาบัญชี - การเงิน ที่ ม.ธรรมศาสตร์ พิธาเริ่มต้นฝึกงานที่บริษัทหลักทรัพย์ซึ่งมี ดร. ศุภวุฒิ สายเชื้อ เป็นผู้บริหาร และเป็นผู้ที่พิธายกให้เป็นเจ้านายคนแรกของเขา ก่อนจะขยับมาทำงานเป็นที่ปรึกษาธุรกิจให้กับอีกบริษัท ซึ่งพิธาเล่าว่า ช่วงนั้นเขามีโอกาสดูแลลูกค้ารายแรก คือ ‘ไทยซัมมิท’ ของ ‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ’ ซึ่งมีโปรเจกต์ขยายตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ไปที่ประเทศอินเดีย  

หลังจากนั้น 2 ปี พิธาได้มีโอกาสขยับเข้าใกล้งานการเมืองมากขึ้น ในช่วงหลังเหตุการณ์สึนามิ ที่ภาคใต้ และทีมงานของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ติดต่อมายังบริษัทของเขา ให้เข้าไปทำงานให้กับหลายกระทรวง ทำให้พิธา ได้เริ่มสัมผัส และซึมซับการทำงานของนักการเมืองหลายคนในรัฐบาลในช่วง ปี 2547-48

ก่อนที่เขาจะขยับเข้าใกล้การเมืองมากขึ้น เมื่อตัดสินใจข้ามฝั่ง จากที่ปรึกษาธุรกิจเอกชน มารับบทบาทข้าราชการ ติดตาม ‘ดร. สมคิด’ ตั้งแต่ในทำเนียบรัฐบาล ก่อนย้ายไปที่กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ตามลำดับ ทำให้ได้เรียนรู้การทำงานกับทีมงานของ ดร. สมคิด อย่าง ดร. อุตตม สาวนายน, ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รวมถึง ดร.โอฬาร ไชยประวัติ 

ในบทบาทของทีมเลขาฯ ตามนาย ที่นั่งอยู่แถวหลังสุดมุมห้อง พิธาใข้ช่วงเวลานั้น แอบบันทึก และซึมซับสาระสำคัญ รวมถึงวิธีคิด ของคีย์แมนทางการเมืองไปพร้อมกันด้วย แม้เป็นช่วงระยะเวลาไม่นาน ก่อนเขาจะตัดสินใจไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา กระทั่งเกิดเหตุการณ์รัฐประหาร ในปี 2549

#เป็นผู้สังเกตการณ์การเมืองระดับโลก
อีกด้าน พิธา มีโอกาสได้เปิดมุมมอง และได้พบเห็นการทำงานการเมืองระดับโลก ที่สหรัฐอเมริกา ในช่วงเวลาที่เขาเดินทางไปศึกษาต่อ ทั้งในปี 2000 ช่วงการเลือกตั้งใหญ่ ที่เป็นการขับเคี่ยวกัน ของ จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช จากรีพับลิกัน และ อัล กอร์ จากเดโมแครต  ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่เขาไปเรียนต่อด้านการเงิน ที่รัฐเท็กซัส ทำให้ได้เห็นบรรยากาศและวิธีการหาสียงในฟากของพรรครีพับลิกัน 

กระทั่ง 16 ปี คล้อยหลัง พิธากลับไปศึกษาต่อปริญญาโท ที่สหรัฐอีกครั้ง ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับการหาเสียงเลือกตั้งใหญ่ของสหรัฐฯ แต่หนนี้เขาได้ไปอยู่ในพื้นที่ของพรรคเดโมแครต ได้เห็นการต่อสู้ทางการเมืองระหว่าง ‘โอบามา’ กับ ‘แม็คเคน’ ซึ่งพิธาได้เห็นวิวัฒนาการการหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดีย รวมถึงได้แลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ ร่วมคลาสการเมือง ซึ่งต่อมาเติบโตไปเป็นคนการเมืองระดับประเทศในสหรัฐฯ รวมถึงได้ติดตามเพื่อน ออกไปหาเสียง ได้เห็นและเรียนรู้สิ่งที่เรียกว่า ‘เครื่องจักรทางการเมือง’ ซึ่งเป็นยุทธวิธี ในการลงพื้นที่เรียกคะแนน รวมถึงการเคาะประตูเพื่อขอรับบริจาคเงินสนับสนุนพรรคการเมือง จนได้นำสิ่งที่ได้เห็นและสัมผัส กลับมาปรับใช้ได้จริง เมื่อเขาตัดสินใจผันตัวเองเข้าสู่บทบาท ‘นักการเมือง’ เต็มตัว

‘พิธา’ ในบทบาทของผู้นำจัดตั้งรัฐบาล เพิ่งประกาศเอ็มโอยู ระหว่าง 8 พรรค 313 เสียง ที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลไปเมื่อต้นสัปดาห์ แน่นอนว่า กระแส ‘พิธาฟีเวอร์’ และ ‘ด้อมส้ม’ มาแรงต่อเนื่อง หากไม่มีอุบัติเหตุ หรือความผิดพลาดทางการเมืองเกิดขึ้น ว่าที่ผู้นำคนรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมความคาดหวังในความเปลี่ยนแปลงฉากทัศน์ทางการเมือง ที่ชื่อ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ กับประสบการณ์การเมืองที่เขาเรียนรู้และสั่งสมมา จะได้ใช้งานอย่างเต็มที่ในบทบาท และฐานะผู้นำของประเทศต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top