Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

States TOON EP.134

จะไป...จะมา

ติดตามการ์ตูนอัปเดตได้ทุกสัปดาห์ใน…

‘อี้ แทนคุณ’ ร้อง ‘ปธ.สภาฯ’ สอบจริยธรรม ‘พิธา’ ปมให้เด็ก 10 ขวบขึ้นเวทีการเมือง-สร้างความเกลียดชัง

(25 ก.ค. 66) ที่รัฐสภา นายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีต สส.กทม.และรักษาการประธานคณะกรรมการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาคระหว่างประเทศ เข้ายื่นหนังสือต่อ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่าน นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ คณะทำงานประธานสภา เพื่อขอให้ตรวจสอบพฤติการณ์การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล มีการปล่อยปละละเลยและสนับสนับให้เด็กอายุ 10 ปี ขึ้นเวทีการเมืองและกล่าวคำพูดลักษณะสร้างความเกลียดชัง และกรณีของ นายสิริน สงวนสิน สส.กทม.พรรคก้าวไกล ทำร้ายสตรี

โดย นายแทนคุณ กล่าวว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พรรคก้าวไกลได้จัดงานงานเพื่อขอบคุณประชาชน และฟังเสียงทุกคนก่อนโหวตนายก โดยมีประชาชนร่วมรับฟังจำนวนมาก ณ ลานหน้าห้างเซนทรัลเวิร์ล โดยมีการนำเด็ก 10 ปี 2 คน ขึ้นเวที และนายพิธาได้กล่าวคำพูดในลักษณะยุยงให้เกิดความเกลียดชัง เช่น ตอนหนึ่งระบุว่า อยากให้พิธาเป็นนายกฯ หากว่านายกรัฐมนตรีคนที่ 30 อยากให้ว่าชื่อพิธา อยากให้จัดการกับระบบปรสิต ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับพรรคก้าวไกลและขบวนการปลุกปั่นทางสังคมได้สื่อสารมาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการสนับสนุนให้เด็กนำเสนอแนวคิดทางการเมืองเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก และแสวงหาประโยชน์ทางการเมืองต่อเด็ก เนื่องจากเด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะ

นายแทนคุณ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นขอเรียกร้องให้ตรวจสอบจริยธรรมอย่างร้ายแรงของนายสิริน ที่มีข่าวทำร้ายร่างกายแฟนสาว ทั้งต่อยที่ใบหน้า และดึงศีรษะให้ลงจากรถจนสตรีผู้นั้นได้รับบาดเจ็บตามที่เป็นข่าวไปแล้ว ถือเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนและขัดกับจริยธรรมอย่างร้ายแรง ทำให้ภาพลักษณ์ของสมาชิกผู้แทนราษฎรเสื่อมเสีย จึงไม่อยากให้ประธานสภาปล่อยปะละเลยผู้กระทำการละเมิดทั้ง 2 กรณีที่เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีต่อเด็ก เยาวชน และคนทั่วไป จึงอยากให้ประธานสภาตรวจสอบและสอบสวนข้อเท็จจริงว่ามีพฤติกรรมฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม หรือประมวลจริยธรรมข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2564 หรือขัดกับกฎหมายระเบียบข้อบังคับอื่นใดหรือไม่ เพื่อจะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

'แจ็คสันหวัง' พาครอบครัวดินเนอร์มื้อพิเศษที่ 'สมบูรณ์โภชนา' สุดแฮปปี้เมนูยอดฮิต 'ปูผัดผงกะหรี่ – กุ้งผัดพริกเกลือ'

เมื่อวันที่ 24 ก.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 'แจ็คสัน หวัง' ซุปตาร์ระดับโลก ที่ล่าสุดเจ้าตัวมาเยือนไทยอีกครั้ง เพื่อมาร่วมงานและสร้างความประทับใจให้กับแฟนคลับชาวไทย ได้ตะลุยกินอาหารยามค่ำ พร้อมกับครอบครัวมาด้วย

โดยช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. แจ็คสัน ได้พาคุณพ่อคุณแม่ไปทานอาหารรอบดึก โดยได้เลือกร้านสมบูรณ์โภชนา สาขาสุรวงศ์ เป็นอาหารมื้อค่ำและมื้อพิเศษสำหรับครอบครัว 

สำหรับเมนูที่แจ็คสันหวังและครอบครัวสั่งมาทานนั้น เป็นเมนูยอดฮิตและจัดเต็มทุกเมนู อาทิ ปูผัดผงกะหรี่, กุ้งอบวุ้นเส้น, กุ้งผัดพริกเกลือ, ไก่ผัดเม็ดมะม่วง, หอยจ๊อ, ข้าวผัดปู ตบท้ายด้วยของหวานแบบไทยๆ ข้าวเหนียวมะม่วง โดยเมนูที่สั่งมานั้น ถือเป็นเมนูที่ขึ้นชื่อของทางร้านสมบูรณ์โภชนาและเป็นเมนูที่ขายดีเป็นอันดับหนึ่ง 

แน่นอนว่า การเดินทางมาเยือนร้านสมบูรณ์โภชนาของ แจ็คสัน และครอบครัวในครั้งนี้ ก็ทำให้บรรดาเชฟในร้านต่างรู้สึกประทับใจที่ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสแสดงฝีมือให้นักร้องดังระดับโลกได้เพลิดเพลินกับอาหารรสเลิศในเมืองไทย ที่เจ้าตัวก็ดูเอ็นจอยอีตติ้งแบบสุด ๆ

‘อดีตติ่งส้ม’ ฟาดแรง!! หลังตาสว่างที่เลือกพรรคผิด ถาม ‘พิธา’ ปมแก้ ม.112 ยังมีความเป็นคนอยู่หรือไม่?

เมื่อไม่นานนี้ ได้มีผู้ใช้ติ๊กต็อกรายหนึ่ง ชื่อ ‘user9614268366121’ ได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอฝากข้อความถึงนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ โดยในคลิประบุว่า…

“14 ล้านเสียงจริงๆ เหรอ? 14 ล้านเสียงจริงๆ เหรอคะ? คุณรู้ไหมคะ ว่าคุณกําลังทําให้คนที่เขาเลือกคุณมา เกลียดคุณมากขึ้นแค่ไหน ไม่ใช่เพราะใครเลยค่ะ เพราะคุณเอง เขาเสียความรู้สึกกับคุณมาก ๆ นะ เพราะเขาเลือกคุณมาเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ที่เขาคิดว่าลุงตู่ทําไม่ได้ แล้วคุณบอกคุณทําได้ แต่คุณไม่เริ่มที่จะลงมือทําเลยด้วยซ้ำ พวกคุณทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น สส.ในพรรคคุณ ไม่เริ่มที่จะแก้ไขปัญหาเลยด้วยซ้ำ คุณสร้างความเกลียดชังให้กับคนที่เขาเคยรักคุณ คุณรู้ไหมคะว่าคุณเป็นคนทํา ไม่ใช่ใครเลยค่ะ คิดสักนิดค่ะคุณพิธา คุณเป็นคนที่มีความสามารถ คุณทําอะไรเพื่อประเทศชาตินี้ได้อีกมากเลย แล้วคุณก็รู้ว่าสิ่งที่คุณทํา และพวกของคุณกําลังโกหกอะไรอยู่ ไม่มีหลักฐานอะไรที่บ่งบอกว่าสิ่งที่พวกคุณพูดมันเป็นเรื่องจริงสักอย่าง แต่พวกเรามีหลักฐานที่จะหักล้างได้ว่าพวกคุณพูดเท็จ และคนที่เขาเปลี่ยนทัศนคติจากการที่เคยไปร่วมชุมนุมกับคุณ และชอบคุณ ทําไมถึงหันมารักสถาบันฯ เพราะเราเห็น เรารู้ ไม่ใช่แค่ดิฉันที่เห็นและสํานึก ดิฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกันที่เคยเชื่อ เคยสนับสนุนเสื้อแดง นปช.มาก่อน แต่ก็รักสถาบันฯ มากขึ้น และมากขึ้นทุกวัน เพราะเราเห็น เรารู้ เรามีความสํานึก เรามีความเป็นมนุษย์ค่ะ”

“คุณรู้ไหมคะ ว่าคนที่เขาเกลียดคุณจริงๆ เขาไม่ได้แช่งแค่คุณนะ เขาแช่งไปถึงลูกคุณ ถึงครอบครัวของคุณด้วย แล้วลูกหลานของคุณในอนาคตจะต้องอยู่บนแผ่นดินไทยนี้อีกนานเลยค่ะ ลูกคุณน่ารักนะคุณพิธา น่ารักมาก คุณทําเพื่อใครอยู่ ในอนาคตคุณไม่ได้อยู่กับเขาตลอดชีวิตนะคะ คุณจะรู้ได้ยังไงว่า ลูกของคุณจะเจออะไรในอนาคตบ้าง หลานของคุณในอนาคตจะเจออะไรบ้าง คุณรู้ไหมคะ ว่าเวรกรรมที่คุณทําอยู่ มันเป็นกรรมพันธุ์ ที่มันจะติดตัวลูกของคุณและหลานของคุณไปอีกนานเลยค่ะ คิดดีๆ ค่ะคุณพิธา คิดดีๆ คุณก็รู้ ว่าความดีต้องชนะความเลวอยู่แล้ว คุณคิดว่าสิ่งที่คุณกําลังทํามันเป็นความดีแล้วเหรอคะ? ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่สถาบันพระมหากษัตริย์จะต้องมาเจออะไรแบบนี้ เหตุผลที่เราหาได้คือ พวกคุณอิจฉา พวกคุณต้องการที่จะยึดอํานาจ เพราะอยากจะได้อํานาจนั้น พวกคุณทําเพื่อใครก็ไม่รู้ แต่สิ่งที่เรารู้คือมันไม่มีอะไรที่พวกคุณพูดมาเป็นความจริงเลย และไม่ใช่แค่พวกเรา คนเกือบทั้งโลกค่ะ แน่นอนมันย่อมเปอร์เซ็นต์มากกว่าคนที่ไม่ชอบ เราอยู่ในโลกที่มันอยู่บนความเป็นจริงคุณพิธา ถ้าคุณกําลังเชื่ออะไรที่มันผิดๆ อยู่”

“คุณเป็นคนที่มีความสามารถ คุณน่าจะหาความรู้ได้ไม่ยาก และพวกเราที่เป็นคนไทย เป็นลูกของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมที่จะให้โอกาสคุณนะ ไม่ว่าใครก็แล้วแต่ที่ทำตัวแย่มาขนาดไหน หากกลับใจ กลับใจจริงๆ ด้วยความจริงใจ เราพร้อมเสมอ คนไทยพร้อมเสมอที่จะให้โอกาส เพราะนอกจากพวกเราคนไทยด้วยกันแล้ว ไม่มีใครที่จะช่วยเราได้หรอกค่ะคุณพิธา ไม่มีใครที่จะช่วยเราได้เหมือนคนไทยช่วยกันเอง แล้วตอนที่เราช่วยเหลือกัน เราไม่เคยที่จะแบ่งแยกสีด้วยซ้ำ คิดดีๆ ค่ะ คุณโชคดีมากขนาดไหนที่คุณเกิดบนผืนแผ่นดินไทย ที่เรามีพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ทุกพระองค์แบบนี้ โชคดีมากๆ จริงๆ ค่ะ คิดดีๆ ถ้าคุณยังมีความเป็นคนอยู่นะคะคุณพิธา ถ้าคุณยังมีความเป็นคนอยู่ คิดดีๆ ให้นึกถึงลูกคุณ นึกถึงครอบครัวคุณ ฝากไว้แค่นี้ค่ะ”

‘อุ้ม ลักขณา’ แชร์ข้อความเศร้า “ไม่มีบางสิ่ง ไม่มีบางคน ก็ไม่เป็นไร” ท่ามกลางกระแสข่าวลือเลิกกับสามี แถมยังอันฟอลไอจีกันอีกด้วย

(25 ก.ค.66) ก่อนหน้านี้ นักแสดงสาวสุดเซ็กซี่ ‘อุ้ม ลักขณา’ ถูกจับตามองความสัมพันธ์กับสามี ‘บอล กฤษณะ’ เพราะเห็นทั้ง 2 คนได้อันฟอลโลว์อินสตาแกรมกันเมื่อไม่นานมานี้ หลังเพจดัง ‘เจ๊มอย 108’ หย่อนคำใบ้ว่า "กูจะไม่ตัดสินใครว่าเลิก หรือไม่เลิก จากการอันฟอลโลว์กัน หรือพวกโพสต์อะไรเศร้า ๆ อีกแล้ว #ผัวเมียสายแซ่บก็เช่นกัน"

โดยล่าสุด ‘อุ้ม ลักขณา’ ได้แชร์ข้อความ Save Zone ที่ปลอยภัย โดยมีเนื้อหาใจความว่า

“Save Zone ที่ปลอดภัย
- อยู่แล้วมีตัวตน
- อยู่แล้วมีคุณค่า
- อยู่แล้วถูกให้ความสำคัญ
- อยู่แล้วไม่เหนื่อย
- อยู่แล้วขี้เล่นมากขึ้น
- อยู่แล้วมีทัศนะคติที่ดีขึ้น
- อยู่แล้วอารมณ์ดีมากกว่าเดิม
- อยู่แล้วมีความสุขแบบไม่ต้องพยายาม
- อยู่แล้วกล้าเล่าทุกอย่างให้ฟัง
#savezone #friendzone #family #duenstyle_"

นอกจากนี้ ‘อุ้ม ลักขณา’ ยังแชร์โพสต์อีกว่า "การมีความสุข ไม่ได้แปลว่าทุกอย่างในชีวิตจะต้องสมบูรณ์แบบ แต่มันหมายถึงการที่คุณตัดสินใจที่จะมองข้ามความไม่สมบูรณ์แบบเหล่านั้นไป ไม่มีบางสิ่งไม่มีบางคนก็ไม่เป็นไร ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่" ซึ่งงานนี้ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ยังไม่มีการฟันธง ต้องรอให้เจ้าตัวออกมาชี้แจง 

‘เพื่อไทย’ หารือ ‘สมาคมการค้ามันสำปะหลัง’ มุ่งแก้ปัญหาโรคระบาดใบด่างในมันสำปะหลัง

(25 ก.ค. 66) นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับปัญหาไวรัสใบด่างระบาดในมันสำปะหลัง ที่ฉุดให้ผลผลิตตกต่ำลง ระบุว่า..

พรรคเพื่อไทยเดินหน้าแก้ปัญหาโรคไวรัสมันสำปะหลังระบาดให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติร้อนแล้งซ้ำเติม คาดฉุดผลผลิตลดฮวบ รายได้เกษตรหาย ปากท้องรายได้ ปัญหาเร่งด่วนที่เพื่อไทยรอไม่ได้

ทีมวิชาการการเกษตรเพื่อไทย นำโดยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง นายสรวงศ์ เทียนทอง นายพรหมมิน สีตบุตร นายคมเดช ไชยศิวมงคล พบนายบุญชัย ศรีชัยยงพานิช ผู้แทนสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย และคณะ แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์และการดำเนินการด้านการป้องกันรักษาโรคไวรัสใบด่างระบาดในมันสำปะหลัง และแนวทางเพื่อรับมือสถานการณ์น้ำแล้ง จากภาวะเอลนีโญ ที่จะส่งผลโดยตรงต่อการผลิตภาคเกษตรที่อาจรุนแรง และส่งผลต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปีจากนี้

นายบุญศรี ให้ข้อมูลว่า เรื่องโรคระบาดในมันสำปะหลังขณะนี้ ยังอยู่ในสถานการณ์ที่สามารถบรรเทาความรุนแรงของการระบาดลงได้ หากได้รับการดูแลอย่างจริงจัง แต่หากยังล่าช้าละเลย สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนี้ อาจสร้างความเสียหายลุกลาม แก่อุตสาหกรรมแปรรูปและส่งออกมันสำปะหลังของประเทศไทยมูลค่ารวมกว่าแสนล้านบาท 

ผู้แทนสมาคมมันสำปะหลังไทย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการศึกษาสถานการณ์แพร่ระบาดโรคไวรัสใบด่างในมันสำปะหลังของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประมาณการความเสียหายกินพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังขณะนี้กว่า 3 ล้านไร่ ขณะที่รายงานของกรมส่งเสริมการเกษตร ระบุว่าสามารถควบคุมพื้นที่การระบาดได้อยู่ที่ 4 แสนไร่เท่านั้น โดยผลกระทบโรคไวรัสใบด่างในมันสำปะหลัง อาจทำให้ผลผลิตมันสำปะหลังหายไปอย่างน้อย 50% จากผลผลิตปีละ 40 ล้านตัน อาจเหลือเพียง 20 ล้านตันเท่านั้น

โดยมาตรการการของหน่วยงานรัฐ ที่ใช้เพื่อการควบคุมโรคระบาดไวรัสใบด่างที่ใช้อยู่ในขณะนี้ คือการตัดเผาทำลายหากตรวจพบในรัศมี 1 ตารางกิโลเมตร และควบคุมการขนย้ายท่อนพันธุ์ ต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อเกษตรกรในทางปฏิบัติด้วยกรอบกฎระเบียบราชการ

ในส่วนการทำงานของทีมวิชาการเกษตรพรรคเพื่อไทย รับทราบและติดตามปัญหามันสำปะหลังมาโดยตลอด โดยทีมทำงานได้ทำแปลงทดลองแก้ไขปัญหาไวรัสใบด่างในมันสำปะหลังด้วยวิธีการหลากหลาย และเก็บผลเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพ 

แปลงที่ 1 ใช้จุลินทรีย์กรีนพลัส ฉีดลงดินเพื่อขจัดเชื้อรา และใช้ชีวพันธุ์โอซิล ตระกูลไคโตซานที่เป็นนาโน ร่วมกับซิลเวอร์นาโน ฉีดพ่นที่ใบและลำต้น เพื่อฆ่าเชื้อและบำรุงท่อน้ำเลี้ยง ร่วมกับน้ำหมักจุลินทรีย์ ซึ่งเป็นการผสมรวมน้ำหมักจุลินทรีย์ และจีพลัส ฮอโมนพืช ควบคุมแปลงโดยนายคมเดช ไชยศิวมงคล ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ พบว่าสามารถระงับการแพร่ระบาดได้และต้นมันที่ติดโรคก็สามารถแข็งแรงผลิใบใหม่ได้ 

แปลงที่ 2 ใช้แคลเซียมเซียมคาร์บอเนตเข้มข้น ฉีดพ่นต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรค ในแปลงทดสอบ ที่นครราชสีมา พบว่าผนังเซลล์ของมันสำปะหลังแข็งแรงขึ้นสามารถต้านทานโรคได้ดี และฟื้นตัวจากโรคไวรัสใบด่างได้

และแปลงที่ 3 ทดสอบรวมผลการใช้ผลิตภัณฑ์จากแปลงที่ 1 และแปลงที่ 2 ควบคู่กัน สู่ผลลัพธ์ การควบคุมป้องกันโรค และสมมุติฐานความสามารถเพิ่มปริมาณผลผลิตต่อไร่ขึ้นได้ด้วยหรือไม่

พรรคเพื่อไทยลงมือทำงานและศึกษาเรื่องมันสำปะหลังในฐานะพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน หน่วยงานสมาคม และทีม สส. พรรคเพื่อไทย มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อทราบข้อเท็จจริงและเข้าใจวิธีการแก้ปัญหาความเดือดร้อน อุปสรรคการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน ตรงประเด็นที่สุด รวดเร็วที่สุด เพราะปัญหาปากท้องคือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่เรารอไม่ได้ โรคระบาดแก้ได้ต้องรีบจัดการ ส่วนภัยแล้งยังแก้ไม่ได้ต้องหาทางบรรเทาบนพื้นฐานการจัดการที่รวดเร็วมีประสิทธิภาพ

‘ไอซ์ รักชนก’ แท็กเฟซถาม ‘วัน อยู่บำรุง’ หลังถูกคนสนิทโพสต์เหน็บเรื่องท่านั่งในสภาฯ

บางบอนเดือด! 'ไอซ์ รักชนก' แท็กเฟซบุ๊กเรียก 'วัน อยู่บำรุง' ถามตรงๆ ลูกน้องพี่เป็นอะไรกับหนูมากไหม? โพสต์เหน็บเรื่องท่านั่งในสภาฯ ลั่น! นั่งนานก็เมื่อยบ้าง เรื่องแค่นี้ต้องเอามาโจมตีกัน ทีตน เวลาพี่ทำอะไรดีๆ ยังช่วยแชร์เลย ว่าแต่ว่าภาพนี้พี่ได้มาจากไหน จากมุมภาพเหมือนถ่ายมาจากฝั่งที่นั่ง สส.พลังประชารัฐ สนิทกันหรอ?

(25 ก.ค. 66) น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ รักชนก สส.กทม. เขตบางบอน จอมทอง หนองแขม พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก ระบุว่า ลูกน้องพี่วัน Wan ubumrung ทำไมชอบมีปัญหากับไอซ์จัง ทั้ง ๆ ที่เวลาพี่วันทำอะไรดี ๆ ไอซ์ช่วยแชร์ให้ตลอด นี่หลายทีละนะ ตั้งแต่เสี่ยปอดีเคตอนยังเป็นผู้สมัคร ก็เอารูปมาโจมตี มาเมนต์ด่า

ในรูปนี่กำลังหาอ่านไฟล์ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาอยู่ แล้วเท่า ๆ ที่อ่านดู เค้าก็ไม่ได้บอกนะว่าท่านี้ห้ามนั่งท่านี้นะ พี่วันเคยอยู่ในสภา ช่วยบอกลูกน้องหน่อยค่ะว่า นั่งนานๆ มันก็ต้องมีเมื่อยกันบ้าง

ไอซ์ทำงานทุกวัน 7 วันต่อสัปดาห์ ตั้งแต่ได้ตำแหน่ง ยังไม่ได้หยุดเลย นี่คือการให้เกียรติพ่อแม่พี่น้องประชาชนในแบบของไอซ์

สภาฯ มีเกียรติได้ไม่ใช่คนที่อยู่ แต่เพราะมันเป็นที่ซึ่งเอาไว้บำบัดทุกข์ของคนทั้งประเทศ แก้ไขปัญหาให้พ่อแม่พี่น้องประชาชน แล้วไอซ์ก็คิดว่าเป็นคนนึงที่ทำงานคุ้มภาษีทุกบาทแน่นอน ทำไมไม่เห็นเคยพูดถึงบ้าง ปวดหลังนิดเดียวเลยเปลี่ยนท่านั่ง เล่นใหญ่เลยน้า

ปล. ผังการนั่งประชุมสภาฯ ในวันนั้น ถ้าดูจริง ๆ มุมกล้องนี้คือที่นั่ง สส.ของพลังประชารัฐ ไม่ทราบว่าไปเอารูปนี้มาจากไหนคะ สนิทกันหรอ

‘หม่ำ จ๊กมก’ สุดทน ยกมือไหว้ 3 รอบงามๆ ลั่น!! “ใครไม่ชอบผมก็อย่าดู เสียอารมณ์เปล่าๆ”

ซูเปอร์สตาร์ตลกของเมืองไทย ‘หม่ำ จ๊กมก’ ให้สัมภาษณ์ในงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ ‘เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ’ ที่จัดขึ้นเมื่อวันนี้ (24 กรกฎาคม 66) ที่สยามพารากอน ว่าถึงตอนนี้อาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุลื่นล้มในห้องน้ำดีขึ้นมากแล้ว และตอนนี้ที่บ้านก็มีการปรับปรุงใหม่ โดยภรรยาของตนได้เปลี่ยนพื้นห้องน้ำให้เป็นพื้นแบบหยาบ

“อายุมาก จะเดินจะเหินก็ต้องระวัง แล้วคนที่ล้มในห้องน้ำอายุ 50 ขึ้นไประวังด้วยนะ ผมเตือนเลย เพราะว่าผมก็จะลื่นหลายครั้งแล้ว ทำห้องน้ำให้มันด้าน ๆ หยาบ ๆ และไม่ควรล็อกห้องน้ำด้วยนะ เพราะบางทีมันน็อกไปก็เรียบร้อย จอดำไปเลยนะ ระวังตัวกันด้วยคนที่อายุ 50 ขึ้นไป เรื่องกินก็ระวังกันด้วย เดี๋ยวนี้อาหารไม่เหมือนเมื่อก่อน ก็ต้องระวังตัวเองมากขึ้น”

ในเรื่องของงานหม่ำบอกว่าตอนนี้แทบจะไม่ว่างเลย เพราะมีละคร และก็จะมีงานภาพยนตร์ของตัวเอง

“ตอนนี้ก็จะยุ่ง ๆ หน่อย ไม่เคยทำละครไง เล่นเอง กำกับเอง เป็นผู้จัดด้วย โปรดิวซ์เอง บทเองอีก ทำการบ้านเยอะเหมือนกัน”

ส่วนเรื่องที่มด ภรรยาของเขาออกมาป้องหลังมีชาวเน็ตคอมเมนต์แรงถึงตน หม่ำก็บอกว่า “ถ้าไม่ชอบผม ฟังผมชัดๆ ไอ้พวกแบบนี้ มึงอย่าดูกูเลย ปิดผ่านไปเลย เดี๋ยวมึงอารมณ์เสียเปล่าๆ เพราะมึงไม่ชอบกูอยู่แล้วนะ กูขอร้อง (ยกมือไหว้) อย่าดู ไปดูคนอื่น มันไม่ถูกตาอยู่แล้ว แล้วผมก็ไม่รู้ว่าเป็นใครด้วย แต่ถ้าไม่ชอบผม มึงอย่าดูกูเลย (หัวเราะ) กูไหว้มึงล่ะ (ยกมือไหว้) หรือมึงเป็นแฟนคลับกูวะ ไม่ชอบ ๆ แต่ดูจัง แฟนคลับแน่ ๆ เปิดเผยตัวเองมาซะ”

ทั้งนี้ หม่ำบอกว่าเขาไม่ได้เห็นคอมเมนต์ดังกล่าว เพราะปกติก็ไม่ได้ใช้โทรศัพท์ แต่มีคนมาเล่าให้ฟัง

“ผมเป็นคนไม่ตอบโต้คนอยู่แล้วไง แต่ถ้าไม่ชอบก็อย่าดูผมเลย ดูแล้วมันอารมณ์เสีย แล้วคุณเกลียดคน คุณอยากเห็นหน้าเขาไหม ก็ไม่อยากเห็นหน้าเขา ไม่อยากดูด้วย ก็ไม่ต้องไปดู ไหว้ล่ะ (ยกมือไหว้) ไหว้ 3 รอบละ”

'ผู้ประกาศดัง' ชี้!! ก้าวไกลควรเปลี่ยนฝ่ายกฎหมายของพรรค ไหนจะปม 'หน.พรรคสะดุดหุ้นสื่อ' ไหนจะปม 'ไม่กรองบอดี้การ์ด'

(25 ก.ค.66) นารากร ติยายน พิธีกรและผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

เราว่าพรรคก้าวไกลควรจะเปลี่ยนฝ่ายกฎหมายของพรรค  

(นี่เป็นความเห็นของปุถุชนธรรมดา ที่มองโลกตามความเป็นจริง)

มองจากความผิดพลาด 2 เรื่องใหญ่ๆ...

1) หัวหน้าพรรคสะดุดปมถือหุ้นสื่อทั้ง  2 คน  
2) ไม่ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของคนที่รับมาเป็นบอดี้การ์ดของหัวหน้าพรรค

ถ้าจะอ้างว่าบอดี้การ์ดที่ชื่อ 'ต้น' เป็นคนที่บริษัทรักษาความปลอดภัยส่งมา ข้ออ้างนี้เราว่าฟังไม่ขึ้น

เพราะการรับคนมาทำงานในตำแหน่งสำคัญ คืออารักขาผู้นำของพรรคนั้น ฝ่ายกฎหมายของพรรคควรตรวจสอบด้วยตนเองอย่างรอบคอบ ไม่ใช่เอาใครก็ได้ที่บริษัทฯ ส่งมา

ขนาดเราเองเจอทนายมีนิสัยประมาท ทำคดีไม่รอบคอบ เรายังตัดสินใจเปลี่ยนทนายทันที ไม่ต้องรอให้ความเสียหายเกิดขึ้นก่อน  

แม้ว่าจะจ่ายค่าทนายไปครบหมดแล้ว ตามใบแจ้งหนี้ที่ฝ่ายทนายส่งมา ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ขึ้นศาลเลย 😒

เรื่องฝ่ายกฎหมายของพรรคที่ทำให้เกิดความเสียหายหลายครั้งหลายหนนี้ ผู้บริหารพรรคก้าวไกลควรตัดสินใจเปลี่ยนสักที  

ก่อนที่จะมีความเสียหายอื่น ๆ ตามมาอีกในอนาคต

ชิงเงินเกือบ 1 ล้านบาท สวนนงนุชพัทยา จัดกิจกรรมประกวดถ่ายภาพสวนสวยสุดว้าวววว  ในหัวข้อ “ว้าวสวนนงนุชพัทยา”

สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดแถลงข่าวการจัดกิจกรรมการประกวดภาพถ่ายสวนสวยครั้งที่ 2ในหัวข้อ“ว้าวสวนนงนุชพัทยา”บันทึกภาพมุมสวยๆ ร่วมประกวดชิงเงินรางวัลเกือบ 1ล้านบาท ระหว่างวันที่ 20กรกฎาคม ถึง10ตุลาคม 2566 

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา  กล่าวว่าการกลับมาอีกครั้งกับกิจกรรมประกวดถ่ายภาพ  ณ สวนนงนุชพัทยา  สวนสวยที่ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 10สวนสวยที่สุดในโลก สำหรับกิจกรรมประกวดภาพถ่ายประจำปี 2566 นี้  ภายใต้หัวข้อ "ว้าว สวนนงนุชพัทยา 1 ใน 10 สวนสวยที่สุดในโลก" โดยได้แบ่งหัวข้อออกเป็น 3 หัวข้อได้แก่
1. ภาพถ่ายจากกล้องถ่ายภาพทั่วไปรวมถึงอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ
2. ภาพถ่ายทางอากาศด้วยอุปกรณ์โดรน
3. Nongnooch’s AI-Based Imageโดยมีการจัดประกวดครั้งแรกอย่างเป็นทางการ และให้มีการใช้ภาพถ่ายจริงที่เกิดขึ้นที่สวนนงนุชพัทยา ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยี AI ที่สามารถป้อนคำสั่งทั้งจาก Keywords ต่างๆ

การแถลงข่าวในครั้งนี้ได้จัดขึ้น ณ ห้องแคลทรียา ซึ่งเป็นห้องสำหรับจัดเลี้ยงใหม่ล่าสุดของสวนนงนุชพัทยาเลยถือฤกษ์เปิดใช้บริการเป็นครั้งแรก ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น เวทีขนาดใหญ่สำหรับการแสดง จอLED ระบบแสง สี เสียง ที่ทันสมัย และประดับตกแต่งด้วยโคมไฟแชนเดอเลียร์สุดอลังการ สำหรับงานจัดเลี้ยงมีการสร้างห้องครัวพร้อมอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมด สามารถรองรับลูกค้าได้มากกว่า 650 คน

สำหรับกิจกรรมนี้ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจาก ช่างภาพมืออาชีพ มือสมัครเล่น นักศึกษา และนักท่องเที่ยวทั่วไป  ที่ได้เดินทางเข้ามาเยือนสวนนงนุชพัทยาแห่งนี้ และสร้างผลงานภาพถ่ายอันสวยงามเอาไว้เมื่อ พ.ศ.2563  ระยะเวลา3ปีที่ผ่านมาทางสวนนงนุชพัทยา ได้มีการพัฒนาสร้างสรรค์สวนสวยมากกว่า 50 สวนรอผู้ที่สนใจส่งผลงานเข้าประกวด  ดูรายละเอียดและวิธีสมัครได้ที่ https://www.nongnoochpattaya.com/th


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top