Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

สมุทรปราการ-ดวลเพลง ชิง 100,000 บาท!! “สมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย” จัดประกวดร้องเพลงจีนสากลไต้หวัน เงินรางวัลกว่า 200,000 บาท

ภายในหอประชุม สมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย เทศบาลบางปู 65 ถนนสุขุมวิท ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.จังหวัดสมุทรปราการ ภายใต้การแนะแนวจากกระทรวงวัฒนธรรม สาธารณรัฐจีนไต้หวัน โดยคณะกรรมการกิจการชาวจีนโพ้นทะเลสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ

ได้จัดการประกวดร้องเพลงจีนสากลไต้หวัน ปี 2023 ขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมเพลงยอดนิยมของไต้หวันอย่างต่อเนื่อง โดยมี ดร.บรินดา จางขจรศักดิ์ รองประธานสมาคมไทย-ไต้หวัน และประธานสมาคมสตรีนักธุรกิจไทย-ไต้หวัน ประธานฝ่ายจัดงาน กล่าวให้การต้อนรับ โดยมีนางเพ็ญณี ไพรสานฑ์กุล นายกสมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน สำหรับการประกวดร้องเพลงจีนสากลไต้หวัน รอบชิงชนะเลิศในครั้งนี้

มีนักร้องจากประเทศไทยและชาวไต้หวัน รวม 17 คน โดยมีเงินรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศสูงถึง 100,000 บาท พร้อมตั๋วเครื่องบินสายการบิน China Airlines ไป - กลับ กรุงเทพ - ไทเป 1 ที่นั่ง รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งเป็นเงินรางวัล 50,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 30,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีรางวัลอื่นๆ อีกกว่า 10 รางวัล  โดยปีนี้ทางสมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย ได้ดำเนินความประสงค์เดิมที่จะส่งเสริมภาษาจีนและเพลงจีน โดยเน้นให้ผู้คนรู้จักวัฒนธรรมดนตรีอันงดงามของไต้หวันมากขึ้น จึงได้จัดการแข่งขันร้องเพลงจีนสากลไต้หวันขึ้นมาในปีนี้

โดยมี น้องอิงค์ ชิสา วิเศษกุล หลางกาลาหมู่ ทูตวัฒนธรรมไทยจีน เป็นศิลปินนักร้องฉายา เติ้งลี่จวิน เมืองไทยได้รับเกียรติจากสมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย เป็นศิลปินรับเชิญ ร่วมขับร้องเพลงในงานนี้ด้วย และสำหรับการประกวดร้องเพลงจีนสากลไต้หวัน ประจำปี 2566 รอบชิงชนะเลิศ ในครั้งนี้ อันดับที่ 1 ได้แก่ James Chakchalat อันดับที่ 2 ได้แก่ นางสาว เอมมาลี มูลสาร และอันดับที่ 3 ได้แก่ นางสาว อัญญาภา ทรัพย์จูงสกุล บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นด้วยเสียงเพลงอันไพเราะตลอดทั้งงาน

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา คำสัญญา พ.ต.อ.ทวี - แก้เหลื่อมล้ำ ยากจน หวังเพิ่ม สส.2 ฝั่งทะเล 

เปิดคำมั่นสัญญา “ทวี สอดส่อง” ต่อสมาชิกพรรคและประชาชน หลังก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคประชาชาติ และเตรียมรับตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ในรัฐบาลชุดใหม่ โดยเจ้าตัวประกาศจะมุ่งแก้ปัญหาเรื้อรังในสังคมไทย โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำ ยากจน อยุติธรรม ที่ส่งมอบมรดกกันรุ่นต่อรุ่น

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติคนใหม่ กล่าวภายหลังได้รับเลือกเป็นผู้นำพรรค จากการประชุมใหญ่สามัญประจำปี พ.ศ.2566 ครั้งที่ 2 ของพรรค ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา อำเภอเมืองยะลา จ.ยะลา เมื่อวันเสาร์ที่ 26 ส.ค.66 ที่ผ่านมา 

“ผมจะทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้าพรรคให้ดีที่สุด ใช้ความรู้ความสามารถและสติปัญญา จะมาแก้ปัญหาที่เป็นปัญหาเรื้อรังของสังคมไทย ไม่ว่าปัญหานั้นจะเป็นปัญหาความไม่เป็นประชาธิปไตย ปัญหานั้นจะเป็นปัญหาสร้างความเหลื่อมล้ำ สร้างความยากจนที่ส่งมอบมรดกจากรุ่นสู่รุ่น    

การเป็นพรรคการเมือง ผมได้ยืนยันว่าพรรคประชาชาติจะเป็นสถาบันของสมาชิก จะดูแลทุกข์สุข หวังว่าครั้งที่แล้วมีตำแหน่งเป็นฝ่ายค้าน ครั้งนี้เราเชื่อว่าเราได้ร่วมเป็นรัฐบาล การได้ร่วมเป็นรัฐบาล ก็อยากจะเรียนว่าประชาชนไม่ได้อยู่รับใช้รัฐบาล แต่รัฐบาลต้องอยู่รับใช้ประชาชน ครั้งนี้ก็เป็นจุดสำคัญที่เรามุ่งมั่นที่จะมาแก้ปัญหาของประเทศ ตามนโยบายที่เราได้หาเสียงไป 

ผมอยากจะเรียนให้ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องนี้หรือที่ไม่ได้มา ผมอาจจะต้องทำโครงการ ‘ประชาชาติพบสมาชิก’ ในพื้นที่ต่างๆ และรับฟังปัญหาและทำให้ประชาชนทั้งที่เลือกพรรคประชาชาติหรือไม่ได้เลือกประชาชาติเท่ากัน การช่วยเหลือเขาจะได้รับการแก้ปัญหา แล้วเขาจะได้รับสิ่งที่ดีจากพรรคประชาชาติ 

ผมก็อยากจะฝากท่านสมาชิก วันนี้ได้มาประชุมใน จ.ยะลา ซึ่งเป็นหนึ่งในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการประกาศว่าประเทศไทยไม่ใช่กรุงเทพฯ การเมืองต่างๆ จะประชุมในกรุงเทพฯ หลายท่านอาจยังมีการสื่อสาร เข้าถึงน้อยหน่อย แต่เราจะสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ดี เราจะแก้ปัญหาให้กับประชาชน 

ท้ายที่สุดในฐานะกรรมการบริหารทั้ง 25 คน ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิก สมัยหน้าอาจเพิ่มกรรมการบริหาร เราฝันว่าเราจะมี สส.ในนครศรีธรรมราช เราฝันว่าจะมี สส.ที่สุราษฎร์ธานี เราฝันว่าจะมี สส.ในอันดามัน อ่าวไทย อันนี้อาจเป็นยุทธศาสตร์ สิ่งหนึ่งข้างหน้าผมคิดว่าในบทบาทของการเป็นรัฐบาลก็ดี ในบทบาทที่เราจะเข้ามาทำงาน เราจะทำให้สมาชิกในที่นี้ และสมาชิกที่อยู่ที่บ้านมีความเชื่อมั่นและมีความภูมิใจว่า พรรคประชาชาติ ทีมบริหารชุดนี้ เราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด”

‘วิว-กุลวุฒิ วิทิตศานต์’ พิชิตศึกขนไก่ ชนะญี่ปุ่น 2-1 คว้าแชมป์โลกแบดมินตันชายเดี่ยวคนแรกของไทยสำเร็จ

เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 66 ศึกแบดมินตันชิงแชมป์โลก ‘BWF World Championships 2023’ นัดชิงชนะเลิศชายเดี่ยว คู่ที่แฟนแบดมินตันไทยรอคอย นายกุลวุฒิ วิทิตศานต์ หรือ ‘วิว’ นักกีฬาแบดมินตันชาวไทยมือ 3 ของโลก ลงสนามชิงดำกับ ‘โคได นาราโอกะ’ มือ 4 ของโลกจากประเทศญี่ปุ่น

เปิดฉากเกมแรก ทั้งคู่ดวลกันแบบสนุกสนาน ต่างคนต่างผลัดทำแต้มเบียดกัน ทว่าเมื่อถึง 2 เกมสุดท้าย เป็นโคไดที่เล่นได้เหนียวแน่นและแน่นอนกว่า ปิดเกมแรก ขึ้นนำวิวไปก่อน 19-21 แต่เซต 2 วิวฮึดสู้ ไล่เก็บแต้มจนตีเสมอสำเร็จ 21-18

และท้ายที่สุด ในเกมตัดสิน ‘วิว กุลวุฒิ’ ที่พลังกายและพลังใจกลับมาดี ทำให้สามารถเล่นได้ดีขึ้นกว่าช่วงแรกอย่างเห็นได้ชัด จนสามารถปิดเกมเอาชนะไป ด้วยคะแนน 19-21, 21-18, 21-7 คว้าแชมป์โลกสมัยแรกไปครอง และจารึกชื่อเป็นนักแบดมินตันชายเดี่ยวคนแรกของไทย ที่คว้าแชมป์แบดมินตันโลกได้สำเร็จ

‘ศุภชัย-รัตนากร’ 2 แข้งบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ช่วยเหลือสาวติดอยู่ในรถ  หลังประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำบนทางด่วน โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก

เมื่อวานนี้ (27 ส.ค. 66) กลายเป็นที่ชื่นชมอย่างมากสำหรับ 2 นักเตะสโมสร ‘ปราสาทสายฟ้า’ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อย่าง ‘อาร์ม ศุภชัย ใจเด็ด’ และ ‘เกม รัตนากร ใหม่คามิ’ ซึ่งเป็นฮีโร่ช่วยชีวิตสาวผู้เคราะห์ร้ายที่ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ บนทางด่วน เมื่อคืนวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา

ศุภชัย ใจเด็ด และ รัตนากร ใหม่คามิ เพิ่งเสร็จสิ้นจากการลงเล่นให้กับต้นสังกัด บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกเอาชนะ สุโขทัย เอฟซี 1-0 ในฟุตบอลรีโว่ ไทยลีก 2023/24 นัดที่ 3 ของฤดูกาล โดยที่ ศุภชัย ใจเด็ด เป็นผู้ยิงประตูชัยในเกมดังกล่าวอีก

อย่างไรก็ตาม เมื่อคืนที่ผ่านมา ศุภชัย ใจเด็ด และรัตนากร ใหม่คามิ ได้ลงไปช่วยสาวผู้ประสบเหตุรถยนต์พลิกคว่ำบนทางด่วน หลังจบเกมกับสุโขทัย เอฟซีเมื่อคืน โดยมีรายงานว่า โชคดีที่สาวผู้ประสบเหตุไม่เป็นอะไรมาก และได้รับความช่วยเหลือปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว

ต้องเรียกได้ว่า 2 แข้งปราสาทสายฟ้าทั้ง ศุภชัย ใจเด็ด และ รัตนากร ใหม่คามิ เป็นฮีโร่ทั้งในและนอกสนามอย่างแท้จริง

'นัท-เขตต์' 2 นายทหารสัญญาบัตรสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือต่างประเทศ  'มุ่งมั่นทำงานรับใช้ชาติ - พร้อมเป็นเสาหลักและที่พึ่งพิงให้กับครอบครัว'

(28 ส.ค. 66) พลเรือโท ประวุฒิ รอดมณี ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ ให้โอวาทแสดงความยินดีและรับรายงานตัวนายทหารสัญญาบัตร ที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือต่างประเทศ จำนวน 2 นาย ได้แก่ ว่าที่เรือโท ณัฐวุฒิ อุทรส พร้อมกับ ว่าที่เรือตรี สุรศักดิ์ บรรดาศักดิ์ ณ ห้องรับรอง2 กองบัญชาการโรงเรียนายเรือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ

โดยว่าที่เรือโท ณัฐวุฒิ หรือ น้องนัท เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 58 นักเรียนนายเรือรุ่นที่ 115 สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือสเปน โดยเข้าการศึกษาตั้งแต่ 15 สิงหาคม 2560 ถึง 21 กรกฎาคม 2566 เป็นระยะเวลา 5 ปี

แรงบันดาลใจของน้องนัทในการเข้ามาเป็นนักเรียนนายเรือนั้น เกิดจากที่ต้องการจะแบ่งเบาภาระครอบครัว โดยในระหว่างที่ศึกษาเป็นนักเรียนนายเรือนั้น น้องนัทจะได้รับเงินเดือน ซึ่งสามารถพึ่งพาตัวเองได้โดยไม่ต้องลำบากผู้ปกครอง เนื่องจากครอบครัวมีฐานะปานกลาง จึงไม่อยากรบกวนผู้ปกครอง และการที่ได้เข้ามาเป็นทหารเรือนั้น สามารถมอบประสบการณ์ในการพบเห็นโลกกว้างทั้งจากการไปฝึกทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจากอาชีพอื่น ดังคำกล่าวที่ว่า Join Navy to see the world ซึ่งการที่มีหลักสูตรไปศึกษาต่อในต่างประเทศนั้น ได้มอบโอกาสในการเห็นมุมมองของคนต่างประเทศจากภายในและได้สร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในระยะยาว

อีกทั้งในการไปราชอาณาจักรสเปนยังได้ภาษาที่ 3 ซึ่งภาษาสเปนถูกใช้มากเป็นอันดับ 3 ของโลกรองมากจากภาษาจีน และเรือลำใหญ่ที่สุดของกองทัพเรือไทยก็มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสเปนด้วย จึงเป็นเหตุผลที่น้องนัทเลือกศึกษาในประเทศนี้

สำหรับประสบการณ์ที่ได้จากการไปศึกษาที่ราชอาณาจักรสเปน ด้วยการเรียนที่โรงเรียนนายเรือสเปนจะใช้ภาษาสเปนในการสื่อสาร ดังนั้นจึงต้องมีการเรียนภาษาก่อน 1 ปี แล้วจากนั้นจึงเข้าศึกษาหลักสูตรในโรงเรียนนายเรืออีก 5 ปี รวมเป็น 6 ปี การศึกษาในโรงเรียนเป็นการศึกษาวิชาทางทหาร ทั้งยุทธวิธีและการปฏิบัติทางเรือควมคู่ไปกับหลักสูตรปริญญาสาขาวิศวกรรมเครื่องกลจากมหาวิทยาลัยบีโก้ ที่มีความเข้มข้นในหลักสูตร โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับเรือ เนื่องจากมีความสัมพันธ์กับบริษัท Navantia ที่เป็นบริษัทที่ผลิตเรือทั้งเรือสินค้าและเรือรบ

โดยปัจจุบันทางสเปนกำลังผลิตเรือฟริเกตเป็นคลาส F-110 เป็นของตัวเอง คาดว่าแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. 2568 ในช่วงที่นัทศึกษาอยู่ที่โรงเรียนนายเรือฯ ได้มีโอกาสไปฝึกเดินทางรอบโลกที่จะมีในรอบ 100 ปี ด้วยเรือใบฝึก A-71 Juan Sebastian Elcano เนื่องในโอกาสครบรอบ 500 ปีในการเดินทางรอบโลกครั้งแรกเป็นเวลา 6 เดือน และได้มีโอกาสไปฝึกปฏิบัติงานที่เรือยกพล LPD L-51 Galicia เรือน้ำมัน A-14 Patiño และเรือฟริเกต F-105 Cristobal Colón

ด้าน ว่าที่เรือตรี สุรศักดิ์ หรือ เขตต์ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 59 นักเรียนนายเรือรุ่นที่ 116 สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือสหรัฐอเมริกา สาขา Electrical Engineering โดยเข้าศึกษาตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2562 ถึง 31 พฤษภาคม 2566 เป็นระยะเวลา 5 ปี แรงบันดาลใจของน้องเขตต์ ในการเข้ามาเป็นนักเรียนนายเรือนั้น เกิดจากที่ความตั้งใจของน้องเขตต์ที่ต้องการมีหน้าที่การงานที่มั่นคงเพื่อที่จะเป็นเสาหลักและเป็นที่พึ่งพิงให้กับครอบครัว

น้องเขตต์รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นข้าราชการคนแรกให้กับครอบครัวบรรดาศักดิ์ น้องเขตต์มีความสนใจในด้านภาษา เทคโนโลยี และชอบศึกษาความเป็นมาและความเป็นไปของวัฒนธรรม จึงจุดประกายความคิดที่อยากจะสมัครสอบเป็นนักเรียนทุนต่างประเทศ และน้องเขตต์ก็ทำได้สำเร็จ สอบชิงทุนได้ลำดับที่ 1 และเลือกที่จะไปศึกษาต่อประเทศสหรัฐอเมริกา น้องเขตต์รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้เป็นตัวแทนไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนกองทัพเรือไทย ในการไปเรียนรู้สั่งสมประสบการณ์ เพื่อที่จะนำความรู้และวิทยาการที่ได้รับ มาปรับและประยุกต์ใช้กับกองทัพเรือไทย

โดยในระหว่างที่ศึกษาน้องเขตต์ได้รับประสบการณ์จากการไปศึกษาที่โรงเรียนนายเรือสหรัฐฯ ด้วยความที่โรงเรียนนายเรือสหรัฐฯ เปิดรับนักเรียนด้วยระบบโควตาจากทุก ๆ รัฐ อีกทั้งยังมีนักเรียนต่างชาติอีก 13 ประเทศ จึงทำให้มีความหลากหลายทั้งทางด้านความคิด มุมมอง วัฒนธรรม สำเนียง หรือแม้จะเป็นวิธีการพูดที่ไม่เหมือนกัน ถึงจะพูดภาษาเดียวกันหมด คือภาษาอังกฤษ แต่ที่น่าสนใจคือทุกวัฒนธรรมอยู่รวมปนกันได้อย่างลงตัว แม้จะเป็นสภาพแวดล้อมจะเป็นการฝึกศึกษาทางทหาร และเป็นที่น่าชื่มชมที่โรงเรียนนายเรือสหรัฐฯ ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับการปลูกฝังทางความคิดทั้งทางด้านความเป็นผู้นำและทางสติปัญญาให้กับนักเรียนนายเรือ เช่น เรื่องแรกที่โรงเรียนปลูกฝังให้กับนักเรียนนายเรือคือ การมีทัศนคติความเป็นผู้ฟังที่ดี มีความเคารพในมุมมองที่ต่างจากตน และมีความกล้าที่จะคิดเห็นและแสดงออก จึงทำให้นักเรียนนายเรือทั้งมีการพัฒนาความคิดจากหลากหลายมุม แล้วยังเกิดการต่อยอดทางความคิดอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับการไปใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ ในภายภาคหน้าในฐานะนายทหารเรือซึ่งจะต้องไปนำหน่วยรบต่อไป

ทั้งนี้ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือได้กล่าวต้อนรับและให้โอวาทแก่นายทหารสัญญาบัตรที่จบใหม่ โดยขอให้ตั้งใจการทำงาน ใช้ความรู้ความสามารถเพื่อตอบสนองทุกภารกิจที่กองทัพเรือ ได้อย่างเต็มที่ เต็มขีดความสามารถ ธำรงไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน

‘ตร.’ ตามรวบ ‘คู่รัก’ สุดแสบ!! ตระเวนล้วงกระเป๋าทั่วกรุงเทพฯ เผย ใช้แผนเบี่ยงเบนความสนใจ พบก่อเหตุมาแล้วนับร้อยครั้ง

(27 ส.ค. 66) พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระรองออย รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. จับกุมนายบูย หรือ ‘บอย ยางฮา’ อายุ 31 ปี สัญชาติกัมพูชา และ น.ส.แมรี่ หรือ ‘ส้มจีน’ อายุ 27 ปี สัญชาติกัมพูชา ข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต

พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือที่ลักทรัพย์มา และชุดที่ใช้ในการก่อเหตุรวมกว่า 36 รายการ จับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าห้องพักเลขที่ 310 อพาร์ทเม้นทรัพย์เอเชีย ซอยสุขุมวิท 111 ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ

สืบเนื่องจากปัญหาการก่ออาชญากรรมของกลุ่มมิจฉาชีพที่ตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์สินของชาวบ้านในปัจจุบัน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. จึงได้วางแนวทางการป้องกันและปราบปราม พร้อมอีกทั้งได้ให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจของ บก.สส.บช.น. เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าว

ต่อมาได้สืบสวนจนพบกลุ่มแก๊งมิจฉาชีพออกลาดตระเวนวิ่งราวทรัพย์ล้วงกระเป๋า จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. ทำการสืบสวน จนทราบแผนประทุษกรรมของแก๊งนี้คือ ผู้ก่อเหตุจะออกตระเวนก่อเหตุล้วงกระเป๋าตามห้างสรรพสินค้า และแหล่งชุมชนที่มีนักท่องเที่ยวและผู้คนสัญจรเป็นจำนวนมาก ทั่ว กทม. โดยมีวิธีการก่อเหตุคือจะมีการแบ่งหน้าที่กันทำแบบชัดเจน

โดยคนหนึ่งจะทำการประชิดตัวผู้เสียหายเพื่อทำการเบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนที่อีกคนหนึ่งจะทำการล้วงกระเป๋าเอาทรัพย์สินไปก่อนจะหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง จนสามารถพบได้ว่ากลุ่มของผู้ก่อเหตุได้โดยสารรถประจำทางมาจากบริเวณห้างอิมพีเรียล สำโรง ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

ต่อมาวันที่ 26 ส.ค. 66 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล ลงพื้นที่สืบสวนจนทราบว่า กลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวได้พักอาศัยที่ อพาร์ทเม้นทรัพย์เอเชีย ซอยสุขุมวิท 111 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ทราบชื่อภายหลังคือ นายบูย หรือบอย ยางฮา อายุ 31 ปี สัญชาติกัมพูชา และ น.ส.แมรี่ หรือส้ม จีน อายุ 27 ปี สัญชาติกัมพูชา

โดยระหว่างสืบสวนได้พบว่า ทั้งสองคนนั้นได้เดินเข้า-ออกบริเวณห้องพักของตนจำนวนหลายครั้ง อีกทั้งมีการเก็บเสื้อผ้าคล้ายจะเตรียมทำการหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รีบแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้งสอง

จากการสอบสวผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า เมื่อประมาณต้นปี พ.ศ.2565 ตนทั้งสองได้ลักลอบเข้าประเทศไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณ จ.สระแก้ว โดยเมื่อเข้ามาในประเทศไทย ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง จึงได้วางแผนร่วมกันก่อเหตุล้วงกระเป๋า โดยได้มีการซักซ้อมกันจนชำนาญ ก่อนที่จะออกก่อเหตุตามบริเวณห้างสรรพสินค้า

และแหล่งชุมชนที่มีนักท่องเที่ยวและผู้คนสัญจรเป็นจำนวนมากในจังหวัดกรุงเทพมหานคร เพื่อนำทรัพย์สินที่ได้ไปขายเพื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยได้ก่อเหตุรวมมากกว่า 100 ครั้ง หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล จึงได้นำตัว นายบูย และ น.ส.แมรี่ เบื้องต้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

‘ฮาย อาภาพร’ คว้าปริญญาโท ขึ้นแท่นมหาบัณฑิต ในวัย 55 ปี เล็งต่อปริญญาเอกอีกใบ คนบันเทิง-แฟนคลับร่วมยินดีล้นหลาม

(27 ส.ค. 66) ขอแสดงความยินดี กับนักร้องลูกทุ่งสาว ‘ฮาย อาภาพร นครสวรรค์’ วัย 55 ปี ที่ขึ้นแท่นมหาบัณฑิตเป็นที่เรียบร้อย โดยล่าสุดเธอออกมาประกาศข่าวดี ว่าเรียนจบปริญญาโทแล้ว หลังจากที่เมื่อปี 2565 เจ้าตัวเพิ่งจะคว้าปริญญาตรีมาได้สำเร็จ งานนี้เธอยังเตรียมต่อปริญญาเอกด้วย สร้างความปลาบปลื้มให้กับตัวเองและครอบครัวเป็นอย่างมาก

โดยเธอเรียนจบปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และพร้อมเตรียมรับใบปริญญาในวันที่ 2 ก.ย. นี้ โดยได้โพสต์คลิปวิดีโอบรรยากาศในวันซ้อมรับปริญญา พร้อมแคปชันว่า…

“วันนี้ซ้อม รับจริงวันที่ 2 จ้า… ไม่มีใครแก่เกินเรียนนะจ๊ะ ท่ามกลางพี่น้องและเพื่อนพ้องในวงการบันเทิง รวมถึงเหล่าแฟนคลับ ที่เข้ามาคอมเมนต์แสดงความยินดีอย่างล้นหลาม”

ชาวเน็ต โวย กลุ่มบิดเบืยนข้อเท็จจริง ปมปรับขึ้น VAT ชี้!! หากไม่ปรับขึ้น รัฐฯ อาจแบกรับภาระทั้งหมดไม่ไหว

(27 ส.ค. 66) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับประเด็นการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม จาก 7% เป็น 10% โดยระบุว่า…

“คนกลุ่มหนึ่งเรียกร้องอยากได้รัฐสวัสดิการแบบประเทศในกลุ่ม Scandinavia เลี้ยงดูกันไปตั้งแต่เกิดจนตาย โดยอ้างว่า ตัวเองจ่าย VAT เยอะแล้ว… พอมีแนวคิดจะขึ้น VAT เป็น 10% (ซึ่งเป็นอัตราปกติ ที่เราจ่าย 7% นี่เป็นอัตราลดมาเนิ่นนาน) ก็โวยวายว่า VAT เป็นภาษีแห่งความเหลื่อมล้ำ ควรจัดเก็บภาษีแบบขั้นบันได 😅

ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า
1.) Income Tax เก็บเป็นขั้นบันไดอยู่แล้ว แต่มีคนจ่ายแค่ 4 ล้านคน ต้องแบกรับภาระคนทั้งประเทศ

2.) VAT ที่ไหนก็เก็บเป็น flat rate แล้วมันก็ยุติธรรม เพราะคนรวยที่ซื้อของเยอะ ก็ต้องจ่าย VAT เยอะ ธุรกิจที่ขายของได้เยอะ ก็ต้องนำส่ง VAT เยอะ

3.) ถ้าอยากได้รัฐสวัสดิการแบบ Scandinavia ก็ช่วยดูด้วยว่า เขาจ่าย VAT กัน 25%... ไหวไหมล่ะ นี่ยังไม่นับ Income Tax ที่เขาจ่ายกันเกิน 50% แถมยังมีฐานภาษีที่กว้างมากด้วย

4.) หลายคนไม่ยอมศึกษาระบบประกันสังคมของไทย ซึ่งออกแบบมาดูแลแรงงานในระบบตั้งแต่เกิดจนตาย โดยใช้หลักคิด co-pay ร่วมกันจ่าย 3 ฝ่าย : รัฐบาล นายจ้าง ลูกจ้าง… เมื่อคน 10+ ล้านคนอยู่ในระบบนี้แล้ว รัฐฯ จึงมีภาระดูแลเฉพาะคนที่ไม่มีสวัสดิการใดๆ ซึ่งรัฐฯ ต้องจ่ายฝ่ายเดียว

5.) ประเทศที่ล้มละลายเพราะให้สวัสดิการมากไปก็มี แม้แต่ Sweden เองก็ต้องทยอยลดสวัสดิการลง เพราะรัฐฯ แบกภาระไม่ไหว

การที่ Influencer นำเสนอข้อมูลบิดเบือน ก็ไม่ต่างอะไรกับ Propaganda ที่หวังผลทางการเมือง แล้วเราก็จะอยู่กันในโลกที่ถกเถียงกันด้วยข้อมูลผิดๆ แบบนี้ไปอีกนาน”

‘ทัพนักกีฬาว่ายน้ำไทย’ ผงาด!! ครองตำแหน่งเจ้าสระ กวาดรวม 90 เหรียญ ในศึก ‘SEA Age Group 2023’

ความเคลื่อนไหวของทัพนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติไทย ชุดเข้าร่วมการแข่งขัน ‘SEA Age Group Championships 2023’ ที่ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 24-26 ส.ค.66 โดย พล.อ.เจริญ นพสุวรรณ เลขาธิการสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงผลงานของนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันรายการดังกล่าวว่า…

“สำหรับการแข่งขัน SEA Age Group Championships 2023 เป็นการแข่งขันครั้งที่ 45 ที่เมืองจากาตาร์ ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อระหว่างวันที่ 24-26 ส.ค.66 ได้จบลงด้วยความเรียบร้อยทุกประการ โดยมีแข่งขัน 3 ประเภท ว่ายน้ำ, กระโดดน้ำ และ โปโลน้ำ ผลการแข่งขันในส่วนของว่ายน้ำได้ 17 เหรียญทอง, 29 เหรียญเงิน, 44 เหรียญทองแดง, กระโดดน้ำได้ 2 เหรียญทอง, 1 เหรียญเงิน และโปโลน้ำได้ 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน”

“โดยภาพรวมของผลการแข่งขันทีมว่ายน้ำไทยเราได้เหรียญรวม 90 เหรียญ ถือว่าเป็นเจ้าสระอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ใหม่ของ เวิลด์อควาติกส์ (World Aquatics) หรือ องค์กรกำกับดูแลเกี่ยวกับกีฬาทางน้ำ ที่เริ่มใช้การวัดที่จำนวนเหรียญรวม หลักเกณฑ์นี้เริ่มใช้ในการแข่งขันชิงแชมป์โลกที่ฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ที่ผ่านมา จึงถือว่านักกีฬาว่ายน้ำเยาวชนทีมชาติไทยยังครองความเป็นเจ้าสระเป็นปีที่สองติดต่อกันต่อจากปี 2022 ที่แข่งขันกันที่มาเลเซีย”

“นักกีฬาที่ ส.กีฬาว่ายน้ำฯ ส่งเข้าแข่งขันทั้ง 3 ประเภทในครั้งนี้ ทาง ส.กีฬาว่ายน้ำฯ ได้ตัดสินใจพักตัวหลัก 12 คน เพื่อเตรียมไปแข่งขันว่ายน้ำชิงแชมป์โลกเยาวชนในช่วงต้นเดือน ก.ย. 66 รวมถึงการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ในปลายเดือน ก.ย. 66 ด้วย พร้อมกับให้โอกาสนักกีฬาในระดับทีมบี และ ทีมซี ไปร่วมการแข่งขันเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ซึ่งทุกคนทำได้ดี เหรียญรางวัลจึงไปสะสมอยู่ที่เหรียญเงินและเหรียญทองแดงเป็นหลัก”

เลขาธิการสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย ยังเปิดเผยต่ออีกว่า “ในส่วนของกีฬากระโดดน้ำได้ดาวรุ่งสาวดวงใหม่แจ้งเกิดในการแข่งขันครั้งนี้ในอุปกรณ์สปริงบอร์ด 1 เมตร และ 3 เมตร คือ น้อง ลิลลี่ ประทีบ ที่คว้า 2 เหรียญทอง และในรุ่นเดียวกันที่ได้อีก 1 เหรียญเงิน เป็นจุดเริ่มต้นในการต่อยอดพัฒนานักกีฬากระโดดน้ำ เพื่อความเป็นเลิศต่อไป”

“สำหรับโปโลน้ำหญิงเป็นไปตามฟอร์ม ที่เป็นหนึ่งในอาเซียนมา 7 ปีติดต่อกัน ส่วนทีมชายก็ถือว่าพัฒนาแบบก้าวกระโดดเป็นอย่างมากภายใน 2 ปีที่ผ่านมา ในระหว่างแข่งขันครั้งนี้ มีการหารือแนวทางการจัดการแข่งขัน SEA Age Group Championships 2024 ครั้งที่ 46 ที่ประเทศไทยจะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพในปี พ.ศ.2567 โดย ส.กีฬาว่ายน้ำฯ วางเป้าหมายในการครองความเป็นเจ้าสระให้ได้เป็นปีที่ 3 อย่างต่อเนื่อง โดยจะจัดการแข่งขัน 5 ประเภท ประกอบด้วย ว่ายน้ำ, ระบำใต้น้ำ, กระโดดน้ำ, ว่ายน้ำมาราธอน และ โปโลน้ำ ซึ่งชาติสมาชิกในอาเซียนรับทราบในขั้นต้นแล้ว” พล.อ.เจริญ กล่าวทิ้งท้าย

‘ทรัมป์’ ระดมเงินทุนจากผู้สนับสนุนได้มากกว่า 248 ล้านบาท หลังแพ้คดีล้มผลการเลือกตั้ง และถูกเก็บภาพผู้ต้องหาในจอร์เจีย

(27 ส.ค. 66) หลังสร้างประวัติศาสตร์ในฐานะอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรกที่ถูกถ่ายภาพเพื่อทำประวัติผู้ต้องหา ที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย เมื่อสัปดาห์ก่อน ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ก็ยังสามารถระดมทุน เพื่อสนับสนุนการรณรงค์หาเสียง ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เพิ่มเติมไม่หยุด

นับตั้งแต่มีการเผยแพร่ภาพถ่ายประกอบคำฟ้อง ที่ทรัมป์ต้องเข้าไปถ่ายในเรือนจำ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น ยอดเงินระดมทุนสนับสนุนการรณรงค์หาเสียงของทรัมป์นั้น เพิ่มขึ้นถึง 7.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 248.5 ล้านบาท

ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่มีคำฟ้องทรัมป์ในหลายกรณี ทั้งจากคดีของรัฐบาลกลางและคำฟ้องของรัฐต่างๆ ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการกล่าวอ้างอันเป็นเท็จ เกี่ยวกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2020

‘สตีเวน ชุง’ โฆษกทีมหาเสียงของทรัมป์ระบุว่า ทรัมป์สามารถระดมทุนได้เป็นเงินเกือบ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเกือบ 700 ล้านบาท

ชุงระบุว่า ในวันศุกร์ที่ 25 สิงหาคมเพียงวันเดียว มีผู้บริจาคเงินให้กับการรณรงค์หาเสียงของทรัมป์สูงถึง 4.18 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 146 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงที่สุดเท่าที่เคยได้รับบริจาคมาในวันเดียว

ขณะที่ภาพถ่ายประกอบการทำแฟ้มคดีของทรัมป์ ซึ่งมีการเผยแพร่โดยศาลของรัฐจอร์เจีย ถูกนำไปพิมพ์ลงเสื้อยืด แก้วน้ำ แก้วกาแฟ โปสเตอร์ ไปจนถึงหัวตุ๊กตาทั้งจากฝ่ายที่นิยมชมชอบและฝ่ายที่เห็นต่าง

นับจนถึงขณะนี้ ทรัมป์เผชิญกับการฟ้องร้อง 5 คดี ซึ่งรวมถึงคดีการกล้าวอ้างเป็นเท็จว่ามีการโกงการเลือกตั้ง ทำให้เขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ 2 คดี รวมถึงคดีที่กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์บุกเข้าไปในสภาคองเกรสของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 ซึ่งทรัมป์ปฏิเสธว่าเขาไม่ได้ทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา และย้ำว่าคดีทั้งหมดมีแรงจูงใจทางการเมืองอยู่เบื้องหลัง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top