Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

‘ปูติน’ ประกาศฉลองครบรอบ 1 ปี ผนวก 4 ดินแดนของ ‘ยูเครน’ ยกเป็น ‘วันรวมชาติ’ อ้าง ปชช.ในแคว้นอยากเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 66 สำนักข่าวเอพี รายงานว่า นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้กล่าวเน้นย้ำว่า ประชาชนใน 4 ดินแดนของยูเครนที่ถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียเมื่อปีที่แล้ว ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศรัสเซีย ในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่มีขึ้นก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกันยายน

ในวิดีโอนาน 4 นาทีที่เผยแพร่เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีการที่รัสเซียได้ผนวกรวม 4 ดินแดนของยูเครน ได้แก่ โดเนตสค์ ลูฮานสค์ ซาปอริซเซีย และเคอร์ซอน เมื่อวันที่ 30 กันยายนปีที่แล้วหลังมีการทำประชามติ ประธานาธิบดีปูตินกล่าวยืนยันว่าการผนวกรวม 4 ดินแดนของยูเครนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียนั้นตรงตามแนวปฏิบัติสากลทั้งหมด และอ้างว่าประชาชนใน 4 ดินแดนดังกล่าว ได้แสดงถึงความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียอีกครั้งในการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่ทางคณะกรรมการกลางการเลือกตั้งของรัสเซียระบุว่า พรรครัฐบาลของรัสเซียได้คะแนนเสียงมากที่สุด

“เช่นเดียวกับในการทำประชามติครั้งประวัติศาสตร์เมื่อปีที่แล้ว ผู้คนได้แสดงออกและยืนยันอีกครั้งถึงความต้องการที่จะอยู่กับรัสเซียและสนับสนุนเพื่อนร่วมชาติของพวกเขา ที่พิสูจน์แล้วว่าคู่ควรที่จะได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน ผ่านการลงมือทำงานอย่างจริงจัง” ประธานาธิบดีปูติน กล่าว

อย่างไรก็ดี ชาติตะวันตกได้ประณามการทำประชามติผนวก 4 ดินแดนของยูเครนเมื่อปีที่แล้ว และการเลือกตั้งท้องถิ่นในครั้งนี้ว่า เป็นการเลือกตั้งอย่างปลอมๆ ซึ่งมีขึ้นขณะที่ทางการรัสเซียพยายามที่จะกระชับอำนาจในดินแดนดังกล่าว ที่รัสเซียผนวกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งอย่างผิดกฎหมาย และถึงตอนนี้รัสเซียก็ยังไม่สามารถควบคุมพื้นที่ทั้งหมดของดินแดน 4 แห่งดังกล่าว

นอกจากนั้นแล้ว รัสเซียยังได้จัดคอนเสิร์ตที่จัตุรัสแดง ในกรุงมอสโก เมื่อวันที่ 29 กันยายน เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 1 ปีการผนวกดินแดน 4 แห่งเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย โดยมีประชาชนเข้าร่วมในคอนเสิร์ตดังกล่าวจำนวนมาก และถึงแม้ประธานาธิบดีปูตินจะไม่ได้เข้าร่วมในคอนเสิร์ตดังกล่าว แต่ก็ได้ประกาศให้วันที่ 30 กันยายนเป็น ‘วันรวมชาติ’

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม 2566

‘ควาย’ เมื่อมันติดหล่ม มันยังรู้จักถอนตัว แต่เมื่อคนไปตกอยู่ในอารมณ์ทำไม ...ไม่รู้จักถอนตัว
ไปปล่อยให้ตัวเองจมอยู่ทำไม เศร้าหมองทำไม …“ต้องถอนออกมาเลย”

- หลวงพ่อคำเขียน สุวณฺโณ -

‘หนูน้อย’ กำลังสอบคณิตฯ ต้องนับนิ้วบวกลบ แต่คงไม่พอ ถึงขั้นงัดวิธีคิดเลขในตำนานขึ้นมาช่วย ทำชาวเน็ตแห่เอ็นดู

(30 ก.ย.66) ผู้ใช้ TikTok : pudong87 เผยคลิปน่าเอ็นดู ของน้องนักเรียนที่ต้องเข้าสอบวิชาคณิตศาสตร์ โดยหนูน้อยคนนี้พยายามใช้นิ้วมือขึ้นมานับเลข แต่ไม่พอ จึงต้องใช้นิ้วเท้าขึ้นมานับด้วย ซึ่งเชื่อว่าใครหลายคนที่เห็นคลิปนี้ก็อดยิ้มตามไม่ได้ ทำให้มีพี่ๆ ชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์จำนวนมาก จินตคณิตต้องเข้าแล้วละ เห็นเด็กๆ เขานับง่ายๆ มาก, ผมนับหัวเพื่อนเอาบางทีไม่พอก็รวมหัวครูไปด้วย 5555, อยากให้ทุกๆ รร.มีหลักสูตรจินตคณิต นร.จะได้เก่งทุกคนแบบไม่ต้องไปเรียนพิเศษ, เพื่อความชัวร์ ทำไปลูก เอาที่เราถนัด, หนูมีความตั้งใจ มุ่งมั่น บากบั่น เพียรพยายาม และจดจ่อรับผิดชอบต่อหน้าที่, วิธีคิดเลขในตำนานค่ะ 555, ขอโทษด้วยนะลูกป้าขำจนน้ำพุ่งเพราะเหมือนหนูเหมือนลูกสาวป้าเลย 

อาลัย ‘วิจิตร ศรีสอ้าน’ อดีตรมว.ศึกษาธิการ เสียชีวิตลงแล้ว ด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว

(30 ก.ย.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.ธีระชัย เชมนะสิริ นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Teerachai Chemnasiri’ ระบุว่า…

“ขอกราบคารวะดวงวิญญาณของท่าน ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อดีตนายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และอดีตนักการศึกษาผู้มีแต่เมตตาธรรม

ขอให้ท่านจงสู่สวรรค์ชั้นสูงสุดด้วยคุณงามความดีที่ท่านได้กระทำเทอญ”

ขณะเดียวกัน ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีกิตติคุณผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยรังสิต อดีตรองประธาน​รัฐสภา​และประธานสภาผู้แทนราษฎร โพสต์ภาพและข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Arthit Ourairat’ ระบุว่า…

“ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งในการจากไปของ ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน เพื่อนรักรุ่นเดียวกัน แม้ ดร.วิจิตร อยู่อักษรศาสตร์ ผมอยู่รัฐศาสตร์

ดร.วิจิตร สนับสนุนมหาวิทยาลัยรังสิตมาโดยตลอด เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยรังสิตตั้งแต่ต้นจนไปเป็น รมว.ศึกษาธิการ

ขอดวงวิญญาณท่านจงไปสู่สุคติ ณ สัมปรายภพ”

'พิธา' เห็นใจ 'หมอพรทิพย์' ชวนสังคมร่วมกัน 'อดทน-มีวุฒิภาวะ' ชี้!! 'ตาต่อตา-ฟันต่อฟัน' ไม่ช่วย แนะ!! ควรหารูระบายขจัดขัดแย้ง

(30 ก.ย. 66) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึง กรณีแพทย์หญิง คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภาเดินทางไปต่างประเทศ และถูกคนไทยเจ้าของร้านอาหารไล่ออกจากร้าน ว่า ทั้งในฐานะนักการเมืองและส่วนตัวตน ตนอยากเชิญชวนทุกคนมาสร้างสังคมที่อดทนอดกลั้น แสดงออกอย่างอดทนอดกลั้น มีวุฒิภาวะ เชิญชวนให้มาสร้างระบบพรรคการเมืองที่ตรงไปตรงมา และมีรูระบายในการกำจัดความขัดแย้ง

ทั้งนี้ ส่วนตัวคิดว่าตาต่อตาฟันต่อฟันไม่ได้ช่วยอะไร ตนเป็นนักการเมืองเข้าใจดีเวลาลงพื้นที่ต่างจังหวัด หรือไปกับครอบครัว ก็เจอการแสดงออกของประชาชนที่คล้าย ๆ กัน ตนเข้าใจว่าตนเป็นบุคคลสาธารณะ แต่การอนุญาตให้แสดงออกโดยไม่คำนึงถึงระบบก็น่าเสียดาย

จากที่ตนได้ตามข่าวมา คู่กรณีที่เกิดขึ้นเป็นคนที่ชื่นชอบคุณหญิงพรทิพย์ แต่เกิดขึ้นจากระบบที่ไม่ตรงไปตรงมา และระบบทำให้เกิดความขัดแย้ง มาจากเสียงประชาชนที่มาจากเลือกตั้ง และเสียงในสภาที่มาจากการแต่งตั้งที่ไม่ตรงไปตรง และเกิดความอึดอัดที่ต้องระบายออก ตนก็เข้าใจพี่น้องประชาชนที่อดทนอดกลั้น และรู้สึกไม่สบายใจกับการเข้าสู่อำนาจของการเมืองไทย และระบบการเมืองไทยที่ผ่านมา ก็อยากให้ระบบมันดี ถ้าระบบมันดี เรื่องลักษณะแบบนี้ก็จะน้อยลง เพราะมีรูระบายในระบบ แต่ในส่วนของบุคคล ความมืดไล่ความมืดไม่ได้ แต่ต้องเป็นความสว่าง จึงอยากให้ช่วยกันสร้างสังคมที่อดทนอดกลั้น และมีวุฒิภาวะ ระบบที่เสถียร ทำให้ความอึดอัดส่วนตัวน้อยลง

‘ไทย-อิตาลี’ พร้อมร่วมมือผลักดัน Soft Power ทั้ง 2 ประเทศ ปักธง ‘อาหาร-ท่องเที่ยว’ หวังกระตุ้นศก.และพัฒนาชาติร่วมกัน

(30 ก.ย.66) นางนลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้หารือกับนายเปาโล ดีโอนีซี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย ว่า ไทยและอิตาลีเห็นตรงกันในการผลักดันเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศ โดยใช้ Soft power ด้านอาหารเป็นจุดขายหลักในการส่งเสริมการพัฒนาระหว่างกัน 

ทั้งนี้เนื่องจากทั้งไทยและอิตาลีต่างมีอาหารประจำชาติที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ด้วยการส่งเสริมให้ประชาชนแต่ละฝ่ายรู้จักอาหารของอีกฝ่ายมากขึ้น ในประเทศไทยนั้นมีร้านอาหารอิตาเลียนมากกว่าคนอิตาเลียน และอาหารอิตาเลียนก็ถูกปากคนไทย 

เช่นเดียวกับสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งในอิตาลีก็เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวไทย ที่ผ่านมาเรามีนวนิยายเรื่อง ‘แก้วตาพี่’ ของโรสลาเรน ซึ่งมีฉากสำคัญเป็นเมืองต่าง ๆ ที่สวยงามในประเทศอิตาลี 

ดังนั้นการหารือครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีที่ฝ่ายไทยได้เชิญชวนและจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้คนอิตาเลียนมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น เพราะจากข้อมูลสถิติพบว่านักท่องเที่ยวชาวอิตาเลียนเดินทางมายังประเทศไทยน้อยกว่าที่คนไทยไปอิตาลีถึง 10 เท่า

นางนลินี กล่าวด้วยว่า ในด้านการค้าการลงทุน อิตาลีเล็งเห็นว่าไทยเป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาคที่มีศักยภาพและน่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งทางราง รถไฟความเร็วสูงเทคโนโลยีดิจิทัล และการจัดหายุทโธปกรณ์ 

ที่ผ่านมาการรถไฟสาธารณรัฐอิตาลีได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ชนะการประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งจะสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยเป็นมูลค่า 650,000 ล้านบาท และเกิดการจ้างงานในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกว่า 16,000 อัตรา 

นอกจากนี้ อิตาลียังได้ผลักดันการจัดตั้งสภาธุรกิจทางอิตาลีเมื่อปี 2558 เพื่อเป็นช่องทางการติดต่อโดยตรงระหว่างภาคเอกชน ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทสำคัญของไทยและอิตาลีเป็นสมาชิกกว่า 40 บริษัท แต่ในภาพรวมนักลงทุนของอิตาลียังไม่คุ้นเคยกับการลงทุนในประเทศไทยมากนัก 

ดังนั้นจึงเป็นช่วงเวลาที่รัฐบาลทั้งสองประเทศจะต้องส่งเสริมในเรื่องนี้ และไทยก็สามารถใช้อิตาลีเป็นประตูสู่ยุโรปได้เช่นกัน โดยอิตาลีพร้อมสนับสนุนในด้านต่าง ๆ เช่น โลจิสติกส์ การส่งออก ความปลอดภัยด้านอาหาร เป็นต้น 

“ทูตอิตาลียังแสดงความสนใจเรื่องเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ - โรม ของสายการบินไทย ที่ช่วยให้การเดินทางของนักลงทุนและประชาชนของทั้งสองประเทศ เป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นอีก" นางนลินี ระบุ

>> สถานการณ์การค้าไทย – อิตาลี
จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ รายงานว่าในช่วง 8 เดือนของปี 2566 (มกราคม-สิงหาคม) การค้าระหว่างไทย-อิตาลี มีมูลค่า 3,531.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 5.21% แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 1,446.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.97% และการนําเข้ามูลค่า 2,084.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 6.09%

โดยไทยขาดดุลการค้ากับอิตาลี คิดเป็นมูลค่า 638.18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเท่ากับติดลบ 11.24% เมื่อเทียบกับ 8 เดือนแรกของปี 2565

>> การส่งออกของไทยไปอิตาลี
ช่วง 8 เดือนของปี 2566 การส่งออกของไทยไปอิตาลีมีมูลค่า1,446.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.97% เมื่อเทียบกับช่วง 8 เดือนของปี 2565 (ที่มีมูลค่า 1,391.60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) 

>> การนําเข้าของไทยจากอิตาลี
ช่วง 8 เดือนของปี 2566 ไทยนําเข้าจากอิตาลีมีมูลค่า 2,084.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 6.09% เมื่อเทียบกับช่วง 8 เดือนของปี 2565 (ที่มีมูลค่า 1,965.30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

‘ซงจุงกิ’ ตัดสินใจแสดงภาพยนตร์ Hopeless แบบไม่รับค่าตัว เหตุเพราะชอบตัวบท และกังวลหากรับจะกระทบต้นทุนการผลิต

(30 ก.ย.66) ‘ซงจุงกิ’ ตัดสินใจแสดงในภาพยนตร์ Hopeless โดยไม่รับค่าตัว เพราะว่าชอบตัวบท แต่เขาก็เองมีความกังวลว่าถ้าหากเขาคิดค่าตัวแสดงจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นได้

ซึ่งถ้าหากต้นทุนการผลิตสูง ความน่าดึงดูดของผลงานอาจจะลดลง เนื่องจากแง่มุมในเชิงพาณิชย์ เขาก็เลยตัดสินใจที่จะไม่คิดค่าตัว เพราะเชื่อว่าการรักษาเสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้เป็นสิ่งสำคัญ

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นที่น่าจับตามองแห่งปี เนื่องจากได้รับเชิญให้เข้าฉายใน งานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 76 ซึ่งได้กระแสตอบรับอย่างล้นหลาม โดยผลงานนี้จ่อคิวเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไทย 19 ตุลาคมนี้

‘นายกฯ เศรษฐา’ ขอบคุณกระแสชาวจีนตอบรับนโยบายวีซ่าฟรี แถมจีนมียอดจองทัวร์ตปท.เพิ่ม 20 เท่า ‘ไทย’ คือจุดหมายยอดนิยม

(30 ก.ย.66) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอบคุณกระแสตอบรับวีซ่าฟรีชั่วคราว 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย นายกรัฐมนตรีทวิตเตอร์กรณี รายงานของ CNN ล่าสุดเรื่องพี่น้องชาวจีนตอบรับนโยบายวีซ่าฟรีชั่วคราวของรัฐบาลไทย

นายกรัฐมนตรีรู้สึกดีใจแทนพี่ประชาชนและผู้ประกอบการไทยเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะชาวจีนตัดสินใจมาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ให้บริการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของจีน (CTrip) รายงานว่า ช่วงสัปดาห์วันหยุดยาวของจีนปีนี้ นักท่องเที่ยวจีนได้จองทัวร์ไปเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 20 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2565 โดยหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมคือ ไทย และยอดจองโรงแรมในไทยมากขึ้นถึง 6,220% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่า ประเทศไทยยินดีมากที่ได้ต้อนรับพี่น้องชาวจีนทุกคนครับ ประเทศเรามีทะเลที่สวยงาม อาหารไทยที่หลายหลาก หวังว่าทุกท่านจะท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยและประทับใจครับ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเชื่อว่า นโยบายวีซ่าฟรีของรัฐบาล จะมีส่วนกระตุ้น เศรษฐกิจ เพิ่มความสามารถด้านการจัดการการท่องเที่ยวของไทยให้ดีขึ้น โดยความปลอดภัยนักท่องเที่ยวต้องมาที่หนึ่ง เป็นการเพิ่มชื่อเสียงความเป็นเจ้าบ้านที่ดีของไทย และส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย เพื่อพี่น้องทุกคน

'ผศ.ดร.อานนท์' โพสต์!! ปม ‘หมอพรทิพย์’ ถูกไล่ออกจากร้านอาหาร ชี้!! การเลือกปฏิบัติแบบนี้ นับเป็นสิ่งผิดกม.ที่ทุกประเทศบัญญัติไว้

(30 ก.ย.66) ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก 'Arnond Sakworawich' ระบุว่า…

การไล่คุณหญิงหมอพรทิพย์ออกจากร้านอาหารที่ไอซ์แลนด์ ​เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายเรียกว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ โดยความแตกต่างทางความเชื่อด้านการเมือ​ง​ รัฐธรรมนูญ​ของแทบทุกประเทศได้บัญญัติเรื่อง​ Unfair treatment กับ​ Discrimination เอาไว้แทบทั้งนั้นรวมทั้งประเทศไทยด้วย​ ทั้งนี้ยังเป็นการหมิ่นประมาทร้ายแรงด้วย

ในทางประชาธิปไตยนั้นสิ่งที่เชฟคนไทยทำกับคุณหญิงหมอก็ไม่เป็นประชาธิปไตยเพราะไม่ยอมรับความเห็นต่าง ในทางมารยาทสังคมก็ถือว่าทรามมาก ในทางธุรกิจก็ถือว่าล้มเหลวสุดที่ปฏิบัติกับลูกค้าเช่นนี้​ ชื่อเสียงของร้านพังย่อยยับ​ เชฟสามกีบคงต้องตกงาน​ในไม่ช้า

สวัสดี

'คนไทยในเบลเยียม' แห่ให้กำลังใจ 'คุณหมอพรทิพย์' ฝาก!! ขอให้ไปเที่ยวเบลเยียม ยินดีต้อนรับเสมอ

(30 ก.ย.66) หลังจากกระแส ชาวเน็ตแชร์คลิป หมอพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เดินทางไปท่องเที่ยวอยู่ที่ประเทศไอซ์แลนด์ ถูกเจ้าของร้านอาหารชาวไทยในประเทศไอซ์แลนด์ ชี้นิ้วขับไล่ให้ออกจากร้าน โดยเจ้าของร้านให้เหตุผลว่า รับไม่ได้สิ่งที่ สว.พรทิพย์ ทำกับประเทศไทย เกลียดฝังใจมาก ทั้งที่เคยชื่นชอบ สว. คนนี้มากในอดีต แต่ตอนนี้รับไม่ได้ จึงต้องไล่ออกจากร้าน

ล่าสุด กลุ่มคนไทยในเบลเยียม ได้ร่วมกันโพสต์ข้อความให้กำลังใจ #หมอพรทิพย์ กันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น…

“คุณหมอคะ มาเบลเยียมได้ไหมคะ ร้านเล็กๆ ของหนู ยินดีต้อนรับคุณหมอด้วยใจค่ะ หนูเห็นคลิปแล้วแทบอยากร้องไห้เลยค่ะ หนูเป็นอีกหนึ่งเสียงที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ด้วยใจจริง ถึงหนูจะมีไม่มาก แต่หนูจะต้อนรับคุณหมอด้วยใจทั้งหมดที่หนูมีเลยค่ะ”, “เป็นกำลังใจให้คุณหมอทำดีต่อไปค่ะ” เป็นต้น

ซึ่งคุณหมอพรทิพย์ ก็ได้เข้ามาตอบกลับคอมเมนต์เหล่านี้ว่า “ขอบคุณค่ะ ไม่รับมันมา ทุกสิ่งที่ทำก็กลับเข้าตัวค่ะ” 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top