Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

‘ตรีชฏา’ ชี้!! มีขาประจำปล่อยเฟกนิวส์โจมตี ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ซัด!! ออกตัวขวางสุดลิ่ม ไม่สนว่าเป็นนโยบายเพื่อประชาชน

(19 ต.ค. 66) น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) และประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ กล่าวว่า การออกมาแสดงความเห็นของกลุ่มที่คัดค้านนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ถือเป็นเรื่องปกติของการกำหนดนโยบายสาธารณะใหม่ ๆ ที่ย่อมมีทั้งคนเห็นด้วยและเห็นต่าง ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมที่จะรับฟังทุกฝ่าย แต่สำหรับกลุ่มขาประจำในทางการเมืองที่อยู่ในวุฒิสภาและอดีตนักการเมืองไม่กี่คน จะออกมาเป็นระยะ ๆ เพื่อขวางไม่ให้นโยบายนี้เดินหน้าได้สำเร็จ โดยหลงลืมไปว่านโยบายนี้ กกต.ได้รับรองแล้วว่าเป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทยใช้หาเสียงได้และไม่เป็นการสัญญาว่าจะให้ เพราะเป็นการใช้เงินจากงบประมาณแผ่นดิน

น.ส.ตรีชฎา กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลที่นำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ได้ชี้แจงยืนยันหลายครั้งแล้วว่านโยบายนี้จะเดินหน้าต่อและจะไม่มีวันยุติอย่างแน่นอน อีกทั้งยังไม่ใช่นโยบายแจกเงิน แต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภาพใหญ่ของประเทศ โดยรัฐบาลพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นประชาชนเพื่อนำมาปรับปรุงบางอย่างให้ตอบโจทย์การปลุกเศรษฐกิจให้คืนชีพ และมีแรงที่เข้มแข็งทางด้านเงินหมุนเวียน ซึ่งภาครัฐในฐานะผู้กำหนดนโยบายกำลังเร่งประชุมคณะอนุกรรมการและคณะกรรมการ ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญและเกี่ยวข้องเพื่อให้ทุกอย่างมีแนวทางที่ชัดเจน ซึ่งจะสามารถตอบคำถามต่าง ๆ เช่น แหล่งที่มาของเงิน เงื่อนไขผู้ได้รับเงินดิจิทัล กระบวนการแจกเงินซึ่งรายละเอียดที่มาของเงิน วิธีการใช้ ความคุ้มค่าและประโยชน์การดำเนินการ ซึ่งอีกไม่กี่วันผู้เกี่ยวข้องจะออกมาอธิบายต่อสาธารณะโดยละเอียด

น.ส.ตรีชฎา กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีผู้กล่าวหาว่าจะเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องเรื่องการจัดทำแอปพลิเคชัน นายกฯ ได้ชี้แจงแล้วว่าไม่มีการจ้างบริษัทเอกชนใด ๆ มาจัดทำโดยมีค่าใช้จ่าย 12,000 ล้านบาทอย่างที่มีการกล่าวหากัน และเป็น Fake News จึงขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจเพราะการดำเนินการใด ๆ ล้วนอยู่ในสายตาของสื่อและสังคม ขอให้ประชาชนอย่าไปหลงเชื่อ Fake News ที่หลอกลวงทำให้เข้าใจผิด แปลงเจตนาดีเป็นเจตนาร้าย ยืนยันว่ารัฐบาลเพื่อไทยดำเนินนโยบายทุกอย่างตามที่ได้หาเสียงไว้ มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ 

ขณะนี้มีความพยายามปล่อยข่าวว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เพราะคนเลือกพรรคเพื่อไทยมีแค่ 10 ล้านคน อีก 60 ล้านคนไม่ได้เลือกพรรคเพื่อไทยนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ใช่ตรรกะและเหตุผล เพราะตามระบอบประชาธิปไตยมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะนี้พรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลกำลังมุ่งแก้ปัญหาให้ประเทศ ทำให้คนส่วนใหญ่มีเงินใช้จ่ายภายใต้โครงการดิจิทัลวอลเล็ต เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนเป็นแสนล้านบาท ประการสำคัญคือการช่วยคนจนให้มีเงินทองใช้จ่ายซื้อข้าวของมาใช้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ร้านค้าร้านขายมีรายได้ ภาครัฐก็จะได้เป็นภาษีตามระบบ พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลตั้งใจมาแก้วิกฤตประเทศ และต้องการช่วยเหลือประชาชนที่เป็นฐานรากสำคัญของประเทศเหล่านี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด

‘โนเกีย’ เตรียมปลดพนง.ล็อตใหญ่ 14,000 ตำแหน่ง หวังลดค่าใช้จ่ายในองค์กร หลังผลประกอบการดิ่งฮวบ

(19 ต.ค.66) สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า บิ๊กเทคโนโลยีสารสนเทศ ‘โนเกีย’ (Nokia) เตรียมลดพนักงานครั้งใหญ่สูงสุด 14,000 ตำแหน่ง คิดเป็น 16% ของพนักงานทั้งหมด ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ผู้ให้บริการในสหรัฐและยุโรปลงทุนด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 5G ลดลง ส่งผลกระทบต่อการสร้างรายได้ของบริษัท

ซึ่งการลดพนักงานครั้งนี้อาจช่วยให้บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรได้ 10-15% และคาดว่าจะประหยัดค่าใช้จ่ายในปี 2567 ได้ถึง 400 ล้านยูโร (ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท) และประหยัดเพิ่มอีก 300 ล้านยูโร (ประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท) ในปี 2568

รายงานข่าวระบุว่า กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 3/2566 ของ Nokia อยู่ที่ 424 ล้านยูโร (ประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท) ซึ่งต่ำกว่าการประมาณการของนักวิเคราะห์ที่ 545.2 ล้านยูโร (ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท)

นายเพ็กก้า ลุนด์มาร์ก (Pekka Lundmark) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Nokia กล่าวในแถลงการณ์ของบริษัทว่า ยอดขายสุทธิในกลุ่มธุรกิจเครือข่ายมือถือลดลง 19% เนื่องจากในอินเดียมีการใช้โครงข่าย 5G ในระดับปานกลาง หมายความว่าการเติบโตทางธุรกิจไม่สามารถชดเชยการชะลอตัวในอเมริกาเหนือได้อีกต่อไป

ทั้งนี้ Nokia ต้องเผชิญกับความท้าทายในการสร้างรายได้จากการที่ผู้ให้บริการในสหรัฐและยุโรปพยายามลดค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนและการปรับสินค้าคงคลัง ซึ่งคู่แข่งรายสำคัญอย่าง Ericsson AB ก็ต้องเผชิญกับสถานการณ์เดียวกัน ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่าความอ่อนแอของตลาดจะยังอยู่ในไตรมาส 4/2566 และช่วงต่อ ๆ ไป

ส่อง 4 มติงานรัฐสภาโปร่งใส!! ที่ 'รองอ๋อง' หมายมั่นให้สภาฯ ไฟเขียว!!

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเผยถึงความคืบหน้างานของ คณะกรรมการขับเคลื่อนรัฐสภาโปร่งใสและสมรรถนะสูง โดยมีเนื้อหาดังนี้ ล่าสุดที่ประชุมมีมติให้เสนอต่อประธานรัฐสภาทั้งหมด 4 เรื่อง ดังนี้...

1.การปรับใช้ตัวเลขอารบิกแทนเลขไทยในหนังสือของหน่วยงานราชการ โดยเริ่มจากวงงานรัฐสภาเพื่อเป็นการยกระดับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลและการบริการของภาครัฐ

2.การปรับเพิ่มอุณหภูมิแอร์ขึ้น 2 องศา (จากเดิม 25 เป็น 27 องศา) โดยเริ่มจากทุกวันศุกร์ และอนุญาตให้เจ้าหน้าที่รวมถึงผู้ปฏิบัติงานในรัฐสภาสามารถถอดสูทและแต่งตัวตามฐานานุรูปในการทำงานวันศุกร์ได้ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย Green Parliament

3.การยกเลิกเอกสารเชิญประชุมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทางไปรษณีย์ และเปลี่ยนเป็นการส่งไฟล์ PDF แทน

4.จัดทำจดหมายเชิญถ่ายทอดสดกรรมาธิการไปยังประธานกรรมาธิการแต่ละคณะ เผื่อถ่ายทอดให้ประชาชนได้ติดตามการประชุมตามความสนใจ

หลังจากได้มติทั้ง 4 เรื่องแล้ว ทางที่ประชุมได้เชิญหน่วยงาน Traffy Fondue มาให้ข้อมูล โดยคณะกรรมการสนใจที่จะนำแพลตฟอร์มมาใช้ในอาคารรัฐสภา เพื่อแจ้งปัญหาที่พบภายในอาคารรัฐสภา เช่น พบจุดที่หลอดไฟขาด มีน้ำรั่วซึม เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้พูดถึงการนำแพลตฟอร์ม ‘อยู่ไหน UNAI’ มาทดลองใช้เพื่อบอกทางไปห้องต่างๆ ภายในอาคารแห่งนี้

ภายหลัง นายปดิพัทธ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ ในส่วนของการถ่ายทอดสดกรรมาธิการอีกด้วยว่า “ไลฟ์สดการประชุมกรรมาธิการ ไม่ราบรื่นอย่างที่คิดครับ แรงต้านมาทุกระดับ อ้างกฎหมาย ระเบียบ วัฒนธรรมต่าง ๆ แต่ไม่มีใครต้านความต้องการของประชาชนที่ต้องการ สภาโปร่งใส ได้หรอกครับ ผมดำเนินการต่อแน่นอน”

ทัวร์ลง ‘เจนนี่ ปาหนัน’ หลังยอมรับ เคยฮั้วของแจกในรายการ ชาวเน็ตสับยับ!! ทำแบบนี้ไม่ต่างกับ ‘ฉ้อโกง-เอาเปรียบคนดู’

(19 ต.ค. 66) กลายเป็นดรามาร้อนแรง หลังจากที่ ‘เจนนี่ ปาหนัน’ พิธีกรชื่อดัง ไปร่วมรายการ ‘กินแกล้มเล่า’ ดำเนินรายการโดยเพื่อนสนิทอย่าง ‘ฝน ทัตชญา’ และ ‘ฟรอยด์ ณัฏฐพงษ์’ พร้อมเล่าเรื่องราวสมัยที่ทำงานอยู่ทีวีช่องดัง

โดยเจนนี่ ปาหนัน เผยว่า ในอดีตมักมีของต่างๆ มาแจกผู้ชมรายการ ซึ่งส่วนมากเป็นของดีๆ อาทิ น้ำหอม นาฬิกา และโทรศัพท์มือถือ โดยมีกติกาคือใครส่ง SMS ที่โดนใจ จะแจกของรางวัลก็จะได้รับรางวัลไป ขณะที่รายการตัวเองไม่ค่อยมีของดีๆ งานนี้ฝนพิธีกรได้เผยว่า “ได้ข่าวว่าเจนนี่ก็เลยไปฮั้วกับรายการอื่น?”

ซึ่งเจนนี่ก็ยอมรับและเผยบทสนทนาที่ได้คุยกับทีมงานรายการอื่น ว่าเดี๋ยวจะส่งข้อความไป แล้วเลือกข้อความของเจนนี่นะ เป็นการจองเอาไว้ คือเราเห็นรุ่นพี่เขาทำกันมา ทำมาตั้งแต่ฝน (พิธีกรหญิง) เขาทำมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ทำไมรุ่นพี่เขาได้ของ แล้วเราก็เลยแบบต้องได้

งานนี้มีชาวเน็ตตัดคลิปช่วงดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อใน X (ทวิตเตอร์) พร้อมเขียนข้อความวิพากษ์วิจารณ์ว่า “ทีมงานในรายการฮั้วกัน เอาของรางวัลที่บอกว่าแจกคนดู”

ทำให้มีคนกดไปดูกว่า 5 ล้านครั้ง แชร์ต่อเป็นหมื่น วิพากษ์วิจารณ์กันสนั่น ว่าเท่ากับฉ้อโกงหรือไม่? เพราะคนดูทางบ้านเสียเงินส่ง SMS แต่ต้องมาเจอแบบนี้ เรื่องนี้ไม่ตลก นอกจากนี้มีการออกมาฉะว่าโกงผู้ชมว่าแย่แล้ว แต่เอามาเล่าได้แบบปกติไม่รู้สึกผิด นี่หนักกว่า ซึ่งล่าสุดเทปดังกล่าวก็ระงับการเผยแพร่ ไม่สามารถเข้าชมได้แล้ว

‘อนุทิน’ ชู!! ‘สระบุรีแซนด์บ็อกซ์’ สู่เมืองคาร์บอนต่ำ ปั้นอุตฯ ไร้มลพิษ ปูทางเมือง ศก.เทียบชั้น ‘บุรีรัมย์’

‘มท.1’ ประชุมหารือร่วมสมาคมอุตสาหกรรมปูนซิเมนต์ไทย-ผู้ว่าฯ สระบุรี ขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการจังหวัดต้นแบบ ‘PPP - สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เมืองคาร์บอนต่ำ’ ย้ำ!! สิ่งแวดล้อมเป็นวาระสำคัญระดับชาติ พร้อมสนับสนุนสระบุรีเป็นจังหวัดอุตสาหกรรมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 

(19 ต.ค. 66) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการประชุมเกี่ยวกับการขับเคลื่อนโครงการที่จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยคาร์บอน และก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย ที่ทุกคนให้ความสำคัญ ผ่านการขับเคลื่อนโครงการจังหวัดต้นแบบ ‘PPP - สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เมืองคาร์บอนต่ำ’ 

นายอนุทิน เผยว่า “ทุกฝ่ายต่างรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมพบปะหารือร่วมกันกับสมาคมอุตสาหกรรมปูนซิเมนต์ไทย ในการช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมตามที่ได้ประกาศในเวทีสหประชาชาติ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ในปัจจุบันนับว่าเป็นเรื่องที่มนุษย์ทุกคนให้ความสำคัญ และตระหนัก พร้อมจะสนับสนุนอย่างเต็มที่” 

นายอนุทิน กล่าวอีกด้วยว่า การขับเคลื่อนโครงการจังหวัดต้นแบบ ‘PPP - สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เมืองคาร์บอนต่ำ’ จะทำให้จังหวัดสระบุรี มีการพัฒนา และยกระดับก้าวไปสู่จังหวัดเศรษฐกิจอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย ในลักษณะเดียวกับจังหวัดบุรีรัมย์ ที่จากเคยเป็นเมืองที่ไม่มีอะไร (Hopeless) จนกลายมาเป็นเมืองแห่งเศรษฐกิจ และเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศไทย และภูมิภาคแห่งนี้

“การเริ่มโครงการจังหวัดต้นแบบที่จังหวัดสระบุรี สิ่งสำคัญที่สุดคือ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์จะต้องร่วมทำด้วยกัน ไม่ใช่การทำเพียงเจ้าใดเจ้าหนึ่ง เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมเกิดมาจากอุตสาหกรรมในภาพรวม จึงเป็นสิ่งที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ต้องขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นได้ โดยต้องหาแนวทางอำนวยความสะดวกต่างๆ และลดความซ้ำซ้อนอุปสรรค (Red tape) ให้กับผู้ประกอบการ รวมทั้งต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และภาคประชาสังคม ตลอดจนต้องประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ความเข้าใจให้ชาวบ้าน ให้ทุกคนในพื้นที่รับรู้รับทราบถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากพัฒนาเมืองให้มีสิ่งแวดล้อมที่ดี เป็นบ้านเมืองที่เป็น Smart City ด้วยแนวคิด ‘ทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที’” รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย กล่าว

ด้านนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวเน้นย้ำว่า กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ โดยมีนโยบายสำคัญคือ การจัดการขยะที่ยั่งยืน การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การจัดการสิ่งปฏิกูลในแม่น้ำลำคลอง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมให้หน่วยงานรัฐของทุกจังหวัดนำปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ (Hydraulic Cement) ตามมาตรฐาน และคุณลักษณะ ใช้ในโครงสร้างอาคาร ที่จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

โดยการดำเนินการขับเคลื่อนในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมในจังหวัดนำร่องนั้น ทุกจังหวัดสามารถดำเนินการได้ทันทีตามกรอบแนวทางของแต่ละจังหวัดที่ได้กำหนดไว้แล้ว เพียงแต่อาจมีชื่อโครงการไม่เหมือนกัน เพราะในความเป็นจริงทุกจังหวัดต่างให้ความสำคัญ และขับเคลื่อนภารกิจโดยมีเป้าประสงค์เดียวกันคือ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ภายใต้แนวทางการเป็นหมู่บ้านยั่งยืน และจังหวัด/อำเภอบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ร่วมกับทุกภาคีเครือข่ายในพื้นที่ 

ดังนั้น เรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ คือ การติดตามความคืบหน้าการดำเนินการ รวมถึงการร่วมส่งเสริมการใช้ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ (Hydraulic Cement) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ควบคู่กับการเก็บข้อมูล เพื่อเปรียบเทียบคำนวณเป็นคาร์บอนเครดิต รวมถึงการส่งเสริมการบริหารจัดการขยะ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว นอกจากนี้การมีระบบบำบัดน้ำเสียในอาคารบ้านเรือนที่สร้างใหม่ทุกหลังเป็นส่วนสำคัญเช่นกัน เพื่อช่วยลดโลกร้อน ตลอดจนถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ Eco Tour เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน

‘รัฐ’ ดีเดย์ 15 ม.ค.67 แจกโฉนดที่ดินเพื่อเกษตรกรรม คุณสมบัติ ‘ถือ ส.ป.ก.4-01-ทำประโยชน์ไม่น้อยกว่า 5 ปี’

(19 ต.ค.66) นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล โฆษกคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ที่ประชุม กมธ.ที่ดินฯ วานนี้ (18 ต.ค.) มีวาระการพิจารณาเรื่อง ‘นโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนการปรับปรุงหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) ให้เป็นโฉนดที่ดินเพื่อเกษตรกรรม’ ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ติดตามการผลักดันนโยบายของรัฐบาล โดยคณะกรรมาธิการได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมให้ข้อมูลได้แก่ ตัวแทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตัวแทนจากคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และตัวแทนจากกรมที่ดิน ร่วมให้ข้อมูล 

ประเด็นสำคัญในหลักการการดำเนินนโยบาย อาทิ เร่งรัดปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง และมติคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ คปก. ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้สอดรับกับการขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ธันวาคม 2566 การจัดทำร่างระเบียบเพื่อกำหนดรูปแบบและนิยามโฉนดที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พร้อมทั้งหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเปลี่ยนเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนดที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กำหนดคุณสมบัติผู้ได้รับการจัดที่ดินซึ่งเป็นเกษตรกรที่ถือครอง ส.ป.ก.4-01 และได้ทำประโยชน์ในที่ดินมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี กำหนดวิธีการจัดที่ดินโดยจะเป็นการจัดที่ดิน เพื่อประกอบเกษตรกรรมตามการจำแนกพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์ที่ดิน กำหนดหลักเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงผู้ทำประโยชน์ โดยให้สามารถเปลี่ยนมือได้ระหว่างเกษตรกรที่มีคุณสมบัติด้วยกันตามที่กฎหมายกำหนด และจำนวนเนื้อที่การถือครองยังคงเป็นไปตามที่กฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมกำหนด คือ เกษตรกรรมไม่เกิน 50 ไร่ และการเลี้ยงสัตว์ใหญ่ไม่เกิน 100 ไร่

รวมถึงการดำเนินการออกโฉนดที่ดินเพื่อเกษตรกรรมฉบับแรก จะสามารถแจกให้เป็นจังหวัดต้นแบบได้ภายในวันที่ 15 มกราคม 2567 เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับพี่น้องเกษตรกร และ ส.ป.ก. จะดำเนินการในการออกเอกสารสิทธิในรูปแบบโฉนดที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในทุกจังหวัดภายใน 1 ปี และจะดำเนินการปรับปรุงเอกสารสิทธิให้กับเกษตรกรที่มีคุณสมบัติครบภายใน 5 ปี

นายฐิติกันต์ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการ มีข้อสังเกตว่า โฉนดที่ดินเพื่อเกษตรกรรม คือ ที่ดินที่ยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรฯ มีความต่างกับโฉนดที่ดินของกรมที่ดิน เรื่องหลักกรรมสิทธิ์ ส่วนโฉนดที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่เป็นนโยบายรัฐบาลนั้น เป็นเพียงแค่สิทธิ์ แต่พยายามทำให้มีการเคลื่อนไหวแห่งสิทธิ์เหมือนกันกับโฉนดที่ดิน และมีการจํากัดว่าคนที่จะมาถือสิทธิ์ต้องครอบครอง ส.ป.ก.4-01 และได้ทำประโยชน์ในที่ดินมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี การยกระดับสิทธิ์และพัฒนาสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก. เพิ่มจากเดิมที่ให้เพียงสิทธิการเข้าทำประโยชน์ ไม่สามารถซื้อ ขาย เปลี่ยนมือ โอนไปยังบุคคลอื่นได้

กรรมาธิการฯ ยังกังวลถึงเรื่องข้อพิพาทจากการประกาศแนวเขตปฏิรูปที่ดินที่ไม่ชัดเจนและทับซ้อนกับแนวเขตที่ดินประเภทอื่น อาทิ แนวเขตป่าไม้ ที่ดินสาธารณประโยชน์ ที่ดินราชพัสดุ เพราะฉะนั้นก่อนจะมีนโยบายเปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนด จะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างไร เนื่องจากหากดำเนินการไปแล้วอาจทำให้ปัญหาพื้นฐานที่มีอยู่ซับซ้อนขึ้นไปอีก ซึ่งทางกรรมาธิการยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน

อีกทั้งกังวลเรื่องวิธีการตรวจสอบคุณสมบัติและวิธีการดำเนินการกับนายทุนผู้ที่ครอบครองพื้นที่เกินกว่านโยบายและ จะทวงคืนอย่างไร รวมถึงมีแนวทางติดตามและตรวจสอบการเปลี่ยนมือที่ดินหลังจากการดำเนินนโยบายอย่างไร ซึ่งทางคณะกรรมาธิการจะติดตามข้อมูลเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง 

‘นายกฯ เศรษฐา’ โชว์ซี้!! ได้เบอร์สายตรง ‘นายกฯ จีน’ พอใจเจรจานักลงทุนลุยไทย เชื่อเพิ่มมูลค่านับล้านล้าน

(19 ต.ค. 66) ตามเวลาท้องถิ่นสาธารณรัฐประชาชนจีน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือทวิภาคีกับ นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่า ได้มีการลงรายละเอียดเกี่ยวกับการพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูง เรื่องการขนถ่ายสินค้าจากไทยไปจีนผ่านลาวที่พบว่ายังมีอุปสรรค คือ สะพานข้ามแม่น้ำโขงจากหนองคายไปลาว  ซึ่งตนได้บอกนายกฯ จีนว่า ควรจะมีการผลักดันให้เกิดขึ้น เพื่อให้การขนถ่ายสินค้าเป็นไปด้วยดี 

ซึ่งหากมีการสร้างสะพานดังกล่าวในช่วงจังหวัดหนองคาย ก็จะมีการสร้างศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าด้วย พร้อมยืนยันว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา ได้มีการอนุมัติรถไฟรางคู่จากขอนแก่นไปหนองคาย เพื่อบรรเทาความแออัด ในการขนถ่ายสินค้า ระหว่างการสร้างรถไฟความเร็วสูง อีกทั้งยังได้แจ้งว่ารัฐบาลได้มีการอนุมัติการทำการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ทำให้ประเทศไทยในอนาคตจะไม่ใช่แค่เส้นทางผ่านการขนถ่ายสินค้าอย่างเดียว แต่จะเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของโลก เพราะหากโครงการนี้เกิดขึ้นจะเป็นโครงการเมกกะโปรเจกต์ที่ตอบโจทย์ปัญหาความแออัดของการขนถ่ายสินค้าทั่วโลกได้ โดยไม่ต้องผ่านช่องแคบมะละกา ซึ่งจะลดระยะทางและลดความแออัดลงได้ 

ดังนั้นการมีแลนด์บริดจ์เชื่อมต่อระหว่างอันดามัน-อ่าวไทย จะเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะทำรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างมาก ซึ่งจะไม่ใช่การขนถ่ายสินค้าระหว่างจีนผ่านไปอินเดีย ไปตะวันออกกลางและแอฟริกาอย่างเดียว แต่จะสร้างความมั่นใจกับนักลงทุนจีนว่า การสร้างโรงงานที่ประเทศไทย จะทำให้การขนถ่ายสินค้า ขนส่งกระจายไปทั่วโลกอย่างสบาย ซึ่งนายกฯ จีนได้ให้ความสนใจอย่างมาก เพราะแลนด์บริดจ์จะเป็นโครงการที่มาเสริมให้บีอาร์ไอมีศักยภาพและเชื่อมโยงกับทั่วโลกได้ สอดคล้องกับเจตนาของประเทศจีน

นายเศรษฐา กล่าวว่า เชื่อว่าการมาจีนครั้งนี้ รัฐบาลประสบความสำเร็จ และมั่นใจว่าหากเกิดแลนด์บริดจ์ รวมทั้งการลงทุนด้านรถไฟฟ้าอีวี ซึ่งขณะนี้มีเข้ามาแล้ว 4 เจ้า และจะได้เจรจาอีก 2 เจ้า จะสามารถสร้างเม็ดเงินกว่าล้านล้านบาท ซึ่งนับตัวเลขไม่ได้ เพราะประเทศจีนพัฒนาเยอะมาก และเป็นความโชคดีที่ไทยตั้งอยู่จุดยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญ เรามีความเป็นกลาง มีความเป็นมิตร

"เมื่อวานนี้ผมรู้สึกว่ามีความผูกพันที่ดีมาก ๆ กับนายกฯ จีน ซึ่งท่านได้ให้เบอร์มือถือไว้ หากมีอะไรก็สามารถโทรพูดคุยได้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี โดยสองประเทศต้องพึ่งพากัน โดยเราต้องพึ่งจีนในฐานะที่เป็นพี่ใหญ่ ซึ่งในงานเลี้ยงอาหารค่ำเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ในการแสดงดนตรีร้องเพลงไทย คือ เพลงลอยกระทง ซึ่งมีการฝึกกันนานมาก แสดงให้เห็นว่าจีนให้ความสำคัญกับเรา ทำให้บรรยากาศเป็นไปด้วยดีมาก" นายเศรษฐา กล่าว

นายเศรษฐา เปิดเผยอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยกันถึงการนำเข้า-ส่งออกสินค้าการเกษตร ซึ่งจีนพร้อมสนับสนุนทุกมิติ โดยตนได้ขอให้การนำเข้าวัวของจีน เป็นนโยบายหลักของที่ไทยจะส่งออกวัวให้กับจีนที่เป็นตลาดใหญ่ แต่เนื่องจากปัจจุบันการส่งออกวัวจะต้องผ่านการตรวจสอบที่ประเทศลาว รัฐบาลไทยจึงขอให้มีการศูนย์ตรวจสอบที่ประเทศไทย ซึ่งจะทำตามกฎของประเทศจีนทุกอย่าง อาทิ การตรวจโรค การฉีดวัคซีน ซึ่งมีความสำคัญมาก จะทำให้การพัฒนาส่งออกวัวได้เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางราง หรือทางเรือ ไม่ต้องไปพึ่งประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งนายกฯ จีนยืนยันให้ความสำคัญและจะพิจารณาข้อเสนอของไทย ขณะเดียวกัน ยังได้หารือเรื่องวีซ่าฟรี ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้อนุมัติให้คนจีนเข้าไทยได้โดยไม่ต้องมีวีซ่าตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา ถึง 29 ก.พ.67 แต่รัฐบาลมีความประสงค์จะขยายให้เป็นแบบระยะยาว ซึ่งทางจีนรับไปพิจารณา แต่ส่วนตัวมั่นใจว่าน่าจะได้รับการตอบสนองที่ดี

นายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยถึงการหารือกับนายกฯ จีน ถึงการแก้ปัญหาการจัดซื้อเรือดำน้ำ ที่ยังติดปัญหาเรื่องเครื่องยนต์ว่า ทั้งสองฝ่ายจะมีการแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ ซึ่งนายกฯ จีนรับปากว่าจะไปช่วยดูให้ ขณะที่ นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ได้พูดคุยกับกองทัพจีนด้วย โดยที่ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ตนจะได้พบกับ นายสี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีจีน ก็จะได้มีการพูดคุยต่อเนื่อง ส่วนรายละเอียดขอให้ทาง รมว.กลาโหมได้ชี้แจง เพราะเป็นผลงานของนายสุทิน

‘เบิร์ด ธงไชย’ แชร์เทคนิคดูแลสุขภาพในวัยใกล้ 70 ชี้ ‘นอนให้เยอะ-กินเท่าที่ไหว’ ไม่ฝืนตัวเองเกินไป

(19 ต.ค.66) ซูเปอร์สตาร์ตลอดกาล ‘เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์’ เปิดห้องซ้อมตึกแกรมมี่ ชั้น 26 โชว์สเตปแดนซ์เกินร้อย กับคอนเสิร์ต ‘แบบเบิร์ดเบิร์ดโชว์ ครั้งที่ 12 (BABB BIRD BIRD SHOW #12/2023) ตอน MULTIBIRD จักรวาลธงไชย’ ต่อหน้าสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก โดยนำเพลงเด็ด ‘เรามา SING’ หนึ่งในเพลงไฮไลต์ พร้อมทีมแดนเซอร์หลายสิบชีวิต มาโชว์ความสนุกเรียกน้ำย่อยก่อนถึงวันจริง ซึ่งนับถอยหลังเหลืออีกเพียง 30 วัน บนเวที อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ในเดือนพฤศจิกายนนี้

หลังจากนั้น ‘พี่เบิร์ด’ ได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจกับสื่อมวลชน ถึงความพร้อมในการขึ้นคอนเสิร์ตครั้งนี้ จัดเต็มความอลังการ ซ้อมวันละ 6 ชม. จนแดนเซอร์เหนื่อย พร้อมแชร์เทคนิคดูแลตัวเองในวัยใกล้ 70 ไม่เคยกินหมูกระทะ ชาบู หม่าล่า หมูสามชั้น และเผยถึงความรู้สึกหลังได้รับเกียรติยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2565 สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง)

แบบเบิร์ดเบิร์ดโชว์ MULTIBIRD ครั้งนี้เป็นอย่างไร? “ซ้อมเมื่อกี้แค่เสี้ยวเดียวเอง 1 เพลง ทั้งหมดมี 36 ยูนิตครับ นี่เพียง 1 ยูนิตเท่านั้นเอง ทุกวันนี้พี่ซ้อมอย่างน้อยที่ตึกแกรมมี่วันละ 6 ชั่วโมง ตั้งแต่บ่ายโมงเป็นต้นไป ทีนี้ก็ต้องเห็นใจแดนเซอร์ซึ่งตอนนี้งานเยอะมาก มีคอนเสิร์ตเกือบทุกอาทิตย์เลยเพราะฉะนั้นก็ต้องแบ่งๆ กันไปครับ ส่วนพี่เบิร์ดก็ได้แค่วันละ 6 ชั่วโมงเท่านั้นเอง แต่ไปซ้อมต่อที่บ้านอีกครับ”

พาร์ตไหนที่ต้องโชว์ยาวสุด? “สบายมากครับ เล่นพรุ่งนี้ก็ได้ครับ (ยิ้ม)”

แดนเซอร์มีบ่นเหนื่อยบ้างมั้ย? “มีครับ พี่สงสัยว่าเขาเหนื่อยทำไม เราไม่มีเวลาเหนื่อยแล้วน้อง พี่เบิร์ดไม่เหนื่อยเหรอคะ ไม่ค่ะ ไม่เหนื่อย เสร็จงานแล้วค่อยว่ากัน (หัวเราะ)”

พอพูดถึงคอนเสิร์ต MULTIBIRD ต้องมีหลายพาร์ตมารวมกัน? “ใช่ครับ ตั้งแต่การทำงานเลยนะ มัน multi เหมือนเป็นจิ๊กซอว์ อย่างที่บอกงานเราเยอะช่วงนี้ คนไทยผ่านอะไรมากมายแล้ว ผ่านเรื่องวุ่นวายเต็มไปหมด พอถึงวันเวลาที่เขาจะมีความสุข เราต้องอัดให้เต็มที่ พอมันมีหลายส่วนมารวมกัน เราถึงต้องแยกเป็นจิ๊กซอว์กัน พี่ก็จะไปปรากฏตามที่ต่างๆ ในคอนเสิร์ตครับ อุ้ย ไม่เอา ไม่พูดครับ (หัวเราะ)”

แบบเบิร์ดเบิร์ดครั้งนี้มีหลายจักรวาลด้วย? “ใช่ครับ หลายจักรวาล ที่เห็นง่ายๆ คือจักรวาลของโกโบริ โกโบริยังไม่ตายครับ ยังอยู่กับพวกเราครับ เขาจะพาอังศุมาลินมาด้วยนะ แต่ว่าเขาต้องเลือกก่อน”

หลายคนรอลุ้นแขกรับเชิญ หลายๆ ท่านอยากจะมาเป็นแขกรับเชิญให้พี่เบิร์ด? “ใช่ครับ ให้พี่เบิร์ดเลือกไม่ได้นะครับ พี่เบิร์ดเอาหมดเลยครับ (หัวเราะ) ให้พี่เล็กเป็นคนเลือก”

แล้วพาร์ตของเพลงเลือกยังไงบ้าง มีเพลงฮิตเยอะมาก? “คือเรื่องเพลงมันแล้วแต่ แต่เรื่องใจคนเนี่ยหนักกว่าเรื่องเพลง ทำไมถึงไม่มีแบบเบิร์ดเบิร์ดต่ออีกอ่ะ ผ่าน 37 ปีแล้วทำไมยังเชื่อถือผู้ชายคนนี้อยู่ อายุก็เยอะแล้วนะ ยังเต้น ไม่มีใครสงสารเวทนาพี่เบิร์ดเลย จะ 70 แล้ว บอกคนดู ฟ้องหมดทุกคนเลยครับ”

มีแต่แฟนๆ เรียกร้องอยู่ตลอด? “ใช่ครับ เพราะฉะนั้นเพลงเราเฉลี่ยๆ กัน พี่เบิร์ดเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเป็นนักร้อง 80 90 เพราะฉะนั้นก็เลยดึงเอา 80 90 มา แล้วก็ดึงเยอะแยะไปหมดเลยครับ”

รู้สึกอย่างไรที่แบบเบิร์ดเบิร์ดอยู่มาทุกยุคทุกสมัย แล้วตั้งเป้ามั้ยว่าจะยืดไปถึงแค่ไหน? “พี่เบิร์ดไม่เคยตั้งเป้าเลย จะบอกกับทุกคนเลยว่า แบบเบิร์ดเบิร์ดเกิดขึ้นครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งต่อไปเมื่อไหร่ยังไม่รู้เลย ไม่รู้ว่าจะได้เกิดหรือเปล่าเลย แต่เนี่ยมันดำเนินมาได้ 37 ปีแล้วครับ หลายๆ คอนเสิร์ตแล้ว พี่เบิร์ดขอบคุณตรงนี้มากๆ ครับที่อนุญาตและไว้ใจพวกเราชาวแบบเบิร์ดเบิร์ดนะครับ ขอบคุณมากๆ พี่เบิร์ดคิดว่าคราวนี้จะทำให้ถึงที่สุดเลยครับ”

มีส่วนไหนที่หนักใจที่สุดในคอนเสิร์ตครั้งนี้? “หนักใจที่สุด ไม่มี ถ้าเขาบอกว่า พี่เบิร์ดพร้อมมั้ย ได้เลยครับ ผมเล่นเลย ก็ไปอิมแพ็คเลย”

เปลี่ยนกี่ชุด? “หลายชุดเหลือเกิน แต่ละชุดของพี่เบิร์ดนะครับ อื้อหืม น้องเอ้ย รับรองว่าจะลืมไม่ลงแล้วแดนเซอร์นะครับ โอ้โห เริ่ดครับ”

เลือกเพลงเองด้วยมั้ย ว่าเพลงนี้ต้องมี? “เบิร์ดไม่เลือกเลยครับ เพราะว่าบทเพลงของเบิร์ดเนี่ย เบิร์ดร้องในห้องอัด เบิร์ดรักทุกเพลง ฉะนั้นแล้วแต่ทีมงาน ทุกอย่างแล้วแต่ทีมงานหมดเลย เพราะทีมงานเป็นคนรีเสิร์ชเขาคงไม่หาอะไรที่ไม่ดีมาให้เบิร์ดให้คนดูของเบิร์ดแน่นอน”

มีเพลง รักเอ๋ย ด้วยมั้ย เพลงประกอบละคร พนมนาคา กระแสกำลังมาแรง? “เดี๋ยวพญานาคมานะ พี่มีแต่พญานาคตัวน้อยๆ (หัวเราะ) อุบไว้ก่อน พี่เบิร์ดก็เห็นกระแสเพลงนี้ครับ ประมาณ 6 ล้านวิวแล้วใช่มั้ยครับ ขอบคุณมากครับ ขอบคุณแทนนักแสดงทุกๆ คน ขอบคุณแทนคนทำงานทุกคนของละครด้วยนะครับ มันดีนะ ไปยุ่งกับใครเขาแล้วเขาเจริญ แล้วพี่เบิร์ดก็ไม่ได้มีเพลงประกอบละครมานานแล้ว พี่เบิร์ดก็อ้าปากรอครับว่าเมื่อไหร่จะได้ร้องเพลง เมื่อไหร่จะได้เจอกันอีก”

ตอนโชว์เพลง เรามา SING คอนเซปต์เป็นยังไง เพราะดูอลังการ? “ใช่ครับ คอนเซปต์ของเพลงนี้คือรวมทั้งเอเชียเลย มีทั้งจีน ลาว ไทย แขก มีหมดเลยครับ มีทั้งเอเชียของเรารวมอยู่ในเพลงนี้ มันนำมาให้พวกเราได้เห็นกันครับ”

มีเทคนิคการดูแลสุขภาพอย่างไร? “ฟังตัวเองครับ ว่าเขาต้องการอะไร ไม่ใช่ว่าอิ่มจะแย่แล้วต้องกิน เราต้องไม่กิน เราต้องฝืนตัวเอง (หัวเราะ) ที่สำคัญนอนให้เยอะๆ ครับ กินกับนอน อึด้วย”

เมนูโปรดที่ชอบ? “ช่วงนี้ไม่ค่อยได้กินครับ เขาไม่ให้กินอะไรเท่าไหร่ เขาให้กินแต่พวกผลไม้ เป็นลิงเป็นค่างหมดแล้วครับ ถามว่ามีเมนูไหนที่ไม่กินเลยมั้ย ไม่มีนะครับ กินหมดแต่กินน้อย ถ้าอันไหนที่เราคิดว่ามันไม่ดี เราก็กินน้อย ไม่เคยกินหมูกระทะ ชาบูก็ไม่เคยกิน หมูสามชั้นก็ไม่กิน หม่าล่าก็ไม่เคยกินครับ หม่าล่ามีด้วยเหรอ เออ เห็นช้างบอกเหมือนกันว่าจะพาไปกินหมาล่า และอยากให้ไปกินกุ้งถัง”

แสดงความยินดีกับการเป็นศิลปินแห่งชาติ? “พี่เบิร์ดกับความเป็นศิลปินแห่งชาติ พี่เบิร์ดว่าให้ไปเยอะแล้ว ให้หมดทั้งชีวิตแล้วสำหรับอาชีพ และสำหรับความเป็นไทย พี่เบิร์ดให้แล้วพี่เบิร์ดได้รับ สิ่งที่พี่เบิร์ดทำไปก็ยังอยู่สายตาของทุกคน พี่เบิร์ดชอบและมีความสุข ขอบคุณครับ”

วินาทีแรกที่ได้ทราบว่าได้เป็นศิลปินแห่งชาติ มีความรู้สึกอย่างไร? ”คนข้างๆ พี่เบิร์ดน่ะ มีอาการมากกว่าพี่เบิร์ดนะ พี่น้อง พี่น้อย แล้วก็พี่เล็ก กรี๊ดกันสุดฤทธิ์เลยครับ เพราะว่าเขาถ่ายทอดสดด้วยไง พี่เบิร์ดก็ซ้อมอยู่ พี่เบิร์ดก็แบบ อะไรวะๆ เพิ่งรู้ ก็ดีใจครับ”

คำว่าศิลปินแห่งชาติยิ่งใหญ่ยังไง? “ยิ่งใหญ่มากสำหรับพี่เบิร์ด ความเป็นศิลปินแห่งชาติเขายิ่งใหญ่ของเขาอยู่แล้ว เขายิ่งใหญ่ด้วยการตัดสิน เขายิ่งใหญ่ด้วยคนที่ได้ไป เขายิ่งใหญ่ด้วยกรรมการ เขาคัดกรองแต่ละครั้งไม่เหมือนกันเลย แล้วมีช่วงที่เผ็ด เร้าใจมากมายกว่าจะได้ตัวศิลปินแห่งชาติมา พี่เบิร์ดไม่รู้จะทำได้หรือเปล่าเพราะว่าศิลปินแห่งชาติเขาเรียบร้อยกันทั้งนั้นเลย พี่เบิร์ดเป็นลิงอยู่คนเดียว”

พอมีคำนี้มาต่อท้ายชื่อเราแล้วต้องมีการปรับอะไรมั้ย? “เห็นปั๊บ พี่ไอหยาก่อนเลย ตายแล้วจะเสียเขามั้ยเนี่ย พี่เล็กบอกให้ท่องเอาไว้ว่าเป็นศิลปินแห่งชาติ ท่องไว้ อย่าคึกมากนะเบิร์ด”

เราก็สร้างบรรทัดฐานศิลปินแห่งชาติอีกรูปแบบหนึ่ง? “ครับ อย่างหนึ่งที่ทำก็คือ ทุกครั้งที่มีโชว์พี่จะมีความเป็นไทยใส่เข้าไป ครั้งนี้ก็เหมือนกันครับ”

ย้อนกลับไปตลอดเส้นทางนี้เคยคิดไหมว่าจะมีวันนี้ได้เป็นศิลปินแห่งชาติในวันนี้? “ไม่เคยคิดเลยครับ เพราะว่าเขายิ่งใหญ่มากเลยศิลปินแห่งชาติ ครูที่ได้กับครูตัดสินให้ได้ศักดิ์สิทธิ์มากเลยนะครับ อย่างพี่หง่าวยุทธนา มุกดาสนิท ศิลปินแห่งชาติ พี่จะทำให้ดีที่สุดนะครับ ไม่ให้เสียชื่อทุกคนครับ”

คอนเสิร์ตครั้งนี้อยากบอกอะไรกับคนดู? “คนดูเนี่ย พี่เบิร์ดขอเลยนะครับ อย่าใส่ส้นสูงมา ให้ใส่รองเท้าผ้าใบมา ถ้าเกิดใส่ส้นสูงมาแล้วห่วงสวยเนี่ย จะไม่มันส์นะ นานๆ จะมีสักทีหนึ่ง แบบเบิร์ดเบิร์ด คราวนี้จะได้เห็นหมดเลยว่าพี่เบิร์ดไปตรงไหน หมั่นเขี้ยวอยากบอกครับ (เวทีนี้ออกแบบให้ไปทุกจุดของอิมแพ็ค) ถนนตัดผ่านหน้าบ้านใคร พี่ไปทุกจุดเลยครับ ครั้งนี้ไม่สลิง เพราะพี่ทำมาก่อนแล้วเว้ย เตรียมตัวมาสนุกกันได้เลย สำหรับคอนเสิร์ต แบบเบิร์ดเบิร์ด 18-19 / 25-26 พฤศจิกายน ส่วน 17 เต็มแล้ว นอกนั้นเตรียมตัวแล้วเจอกันครับ”

'พีระพันธุ์' ถก 'รัสเซีย' ซื้อ 'น้ำมัน-ก๊าซ-ถ่านหิน' ราคาถูก ด้าน ‘รัสเซีย’ ยืนยัน!! พร้อมสนับสนุนแบบครบวงจร

(19 ต.ค.66) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้หารือแบบทวิภาคีกับรัฐมนตรีช่วยกระทรวงพลังงานของสหพันธรัฐรัสเซีย (นายเซอร์เก โมคานิคอฟ) และ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย (นายเยฟกินี โทมิคิน) หลังเป็นประธานในการประชุม The 3rd APEF วันนี้ (19 ต.ค. 66) ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ เพื่อหาทางในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านพลังงานระหว่างกันและเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ 

การหารือครั้งนี้เป็นไปในทิศทางที่ดี โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานของรัสเซีย แจ้งว่าพร้อมสนับสนุนไทยด้านพลังงานแบบครบวงจร ทั้งในส่วนของทรัพยากรพื้นฐาน อาทิ ถ่านหิน น้ำมัน และ อื่น ๆ รวมทั้งด้านวิชาการ การลงทุนในการสร้างระบบผลิตพลังงานรูปแบบต่าง ๆ และการร่วมเป็นหุ้นส่วนทางการลงทุน โดยเสนอให้มีการจับคู่ธุรกิจด้านพลังงานระหว่างภาคเอกชนในประเทศไทยและสหพันธรัฐรัสเซีย และคาดหวังให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รวมถึงเสนอให้ผู้แทนจากประเทศไทยเข้าสังเกตการณ์ในอุตสาหกรรมพลังงาน รัฐบาลรัสเซียพร้อมให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกนักธุรกิจชาวไทยในการเดินทางเข้าไปประกอบธุรกิจด้านพลังงานร่วมกับรัสเซีย และเชิญรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไปเยือนรัสเซีย เพื่อหารือเพิ่มเติมต่อไปด้วย 

จากนั้น นายพีระพันธุ์ ได้พบกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงไฟฟ้า พลังงาน และทรัพยากรธรณีสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ และร่วมหารือในประเด็นความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างไทยและบังกลาเทศ โดยหวังว่าจะมีความร่วมมือในประเด็นต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมพลังงานต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้ ในช่วงเช้า นายพีระพันธุ์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้เป็นประธานในการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านพลังงานแห่งเอเชียและแปซิฟิกครั้งที่ 3 (The Third Asian and Pacific Energy Forum: The 3rd APEF) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกับคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในฐานะ ‘ประธานฯ The 3rd APEF’

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำระหว่างเปิดการประชุมว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญและส่งเสริมการดำเนินการเพื่อผลักดันนโยบายพลังงานสะอาดร่วมกับประเทศสมาชิก โดยให้ความสำคัญกับการเข้าถึงแหล่งพลังงาน และการสร้างมาตรฐานราคาพลังงานที่เป็นธรรม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของการประชุม The 3rd APEF ที่จัดขึ้นเพื่อทบทวน รายงาน รวมถึงติดตามความคืบหน้า ในการพัฒนาการการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 7 (SDG7) ประเด็นเรื่องการสร้างหลักประกันการเข้าถึงพลังงานสมัยใหม่อย่างยั่งยืนและเชื่อถือได้ ในราคาที่ซื้อหาได้ 

'พวงเพ็ชร' นำสื่อรัฐพบ CMG สื่อยักษ์จีน ผสานความ ‘สัมพันธ์-ร่วมมือ’ สื่อ 2 ประเทศ

(19 ต.ค.66) นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายวราวุธ ยันต์เจริญ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นางสุดฤทัย เลิศเกษม รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และคณะ เข้าเยี่ยมชมสถานีโทรทัศน์ระหว่างประเทศของจีน (China Global Television Network: CGTN) ซึ่งเป็นหน่วยสื่อภายใต้กลุ่มสื่อแห่งชาติจีน (China Media Group: CMG) โดยมี นายอาน เซี่ยวหยู (An Xiaoyu) รองผู้อำนวยการเครือข่ายโทรทัศน์ภาคบริการโลกแห่งประเทศจีน และผู้อำนวยการศูนย์เอเชีย-แอฟริกา กลุ่มสื่อแห่งชาติจีน (CMG) ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ นางพวงเพ็ชร และคณะ ได้เยี่ยมชมการทำงานของสื่อจีนที่มีเทคโนโลยีการผลิตและออกอากาศที่ก้าวหน้าทันสมัย ซึ่งเป็นสื่อโทรทัศน์ที่มีกลุ่มเป้าหมายต่างชาติกว่า 180 ประเทศ เข้าถึงกลุ่มผู้ฟังกว่า 600 ล้านคนทั่วโลก ใช้ภาษาออกอากาศ 68 ภาษา มีศูนย์ผลิตรายการ สำนักงานใหญ่ที่กรุงปักกิ่ง และอีกใน 3 แห่ง ได้แก่ กรุงวอชิงตัน ลอนดอน และนาโรบี (ไนจีเรีย) โดยครั้งนี้ได้เยี่ยมชม เทคโนโลยี 4 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.ศูนย์ปฏิบัติการมอนิเตอร์ข่าว 2.ศูนย์มัลติมีเดีย สื่อออนไลน์ 3.สตูดิโอรายการภาคภาษาอังกฤษ 4.ห้องควบคุมการออกอากาศ รวมทั้งได้ทดลองใช้อุปกรณ์การออกอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง การนำ Application มาประยุกต์ใช้ในวงการสื่อของจีน ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว มีความทันสมัย และน่าสนใจ

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองในการดำเนินความร่วมมือด้านสื่อระหว่างประเทศ ซึ่งฝ่ายไทยได้เสนอแนวทางการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและการฝึกอบรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน โดย นายอาน เซี่ยวหยู ได้เน้นย้ำถึงบทบาทและความสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีส่วนช่วยในการยกระดับมาตรฐานการรายงานข่าวและขยายการเข้าถึงติดตามข่าวสารได้ทั่วโลก

นางพวงเพ็ชร กล่าวว่า ปัจจุบันรูปแบบของการสื่อสารมีการปรับตัวอยู่เสมอ และประชาชนนิยมรับข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์มากยิ่งขึ้น เพราะมีความสะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย และสามารถเชื่อมโยงครอบคลุมได้ทั่วโลก การสื่อสารระหว่างประเทศถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างการรับรู้ ส่งเสริมภาพลักษณ์ และสร้างความเข้าใจทางวัฒนธรรมระหว่างกัน การเยี่ยมชมครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างสื่อของไทยและจีน และย้ำถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนในอนาคต อีกทั้งยังเป็นโอกาสดีที่ได้นำคณะสื่อภาครัฐอย่างกรมประชาสัมพันธ์มาเยี่ยมชมแนวทางการสื่อสารผ่านสื่อยุคใหม่ที่มีความทันสมัย และก้าวทันโลก สามารถนำไปปรับใช้กับการสื่อสารของไทยได้ในอนาคต 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top