Wednesday, 26 August 2026
Hard News Team

คำขวัญ ‘สุภาพบุรุษจตุรมิตร’ จาก ‘อภิชาติ ดำดี’

(16 พ.ย. 66) ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก ‘Apichat Dumdee’ โพสต์ข้อความระบุว่า..

#จตุรมิตรสามัคคี
#คำขวัญประจำโรงเรียน

สุภาพบุรุษจตุรมิตร

‘กรุงเทพคริสเตียน’ ใช้เตือนตัว ‘จงอย่าให้ความชั่วชนะได้’
พระคัมภีร์เก่าก่อนท่านสอนไว้ ‘ชนะความชั่วใดด้วยความดี’

‘สวนกุหลาบ’ สอนหลักเหล่านักสู้ ‘ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ’ ศรี
‘สุวิชาโน ภวํ โหติ’ นี้ คือวิถีพระราชดำริให้วิชา

‘อัสสัมชัญ’ สืบอยู่มิรู้สิ้น คำละตินปลุกใจให้แกร่งกล้า
ความวิริยะอุตสาหะจะนำมา ซึ่งความสำเร็จ สมปรารถนาทุกคราไป

‘เทพศิรินทร์’ ดีงามด้วยความเห็น ‘ไม่ควรเป็นคนรกโลก’ นั้นยิ่งใหญ่
มีคำขวัญเป็นพรเพื่อสอนใจ บาลีใช้ ‘น สิยา โลกวฑฺฒโน’

สุภาพบุรุษทั้งสี่ครองชีวิต ด้วยหลักคิดสืบสานมานานโข
อยู่เหนือกาลเวลาอกาลิโก จึงเติบโตครองตนเป็นคนดี

กรุงเทพคริสเตียน-สวนกุหลาบ-อัสสัมชัญ เทพศิรินทร์มิ่งขวัญพระทรงศรี
สืบสานงานจตุรมิตรสามัคคี สืบวิถีสุภาพบุรุษจตุรมิตร…

อภิชาติ ดำดี
OSK96 ส.ก.19779
14 พ.ย. 2566

*อ.David Boonthawee รุ่นน้องธรรมศาสตร์ อัสสัมชัญนิก หนึ่งในจตุรมิตรสามัคคี ได้เขียนถึงคำขวัญประจำโรงเรียนอันเป็นหลักคิดของประชาคมทั้งสี่สถาบัน แล้วชวนให้ผมนำเรื่องนี้มาเขียนเป็นบทกวี สวนกุหลาบจึงรับคำชวนจากอัสสัมชัญ ร่วมขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมเรื่องนี้ด้วยความยินดียิ่ง และต่อไปนี้คือข้อเขียนของ อ.เดวิด บุญทวี อันเป็นสารตั้งต้นของบทกวี ‘สุภาพบุรุษจตุรมิตร’

ผมชอบคำขวัญของโรงเรียน ‘จตุรมิตร’ ทั้ง 4 คำขวัญนี้มาก 

ทั้งหมดมีที่มาจากพระคัมภีร์ ภาษาบาลี และภาษาละติน 

แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ หากนำทั้งหมดมาเรียงร้อยกัน เราจะได้หลักการครองตนและดำเนินชีวิตที่สุดประเสริฐ 

กระทั่งยังทำให้เห็นถึงรากเหง้าและปรัชญาแห่งการก่อกำเนิดของทั้ง 4 โรงเรียน ซึ่งหยั่งลึกแข็งแรงมั่นคงมายาวนานนับร้อยปี 

ทั้งหลายเหล่านี้นำมาสู่สมญานามอันน่าภาคภูมิใจว่า ‘สุภาพบุรุษจตุรมิตร’

โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย 
ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2395 (ปัจจุบันอายุ 171 ปี)
คำขวัญ : อย่าให้ความชั่วชนะเราได้ แต่จงชนะความชั่วด้วยความดี (โรม 12:21)

โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย 
ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2425 (ปัจจุบันอายุ 141 ปี)
คำขวัญ : สุวิชาโน ภวํ โหติ - ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ

โรงเรียนอัสสัมชัญ 
ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2428 (ปัจจุบันอายุ 138 ปี)
คำขวัญ : LABOR OMNIA VINCIT - ความวิริยะอุตสาหะ นำมาซึ่งความสำเร็จ

โรงเรียนเทพศิรินทร์
ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2428 (ปัจจุบันอายุ 138 ปี)
คำขวัญ : น สิยา โลกวฑฺฒโน - ไม่ควรเป็นคนรกโลก

ในฐานะที่เป็น ‘เด็กอัสสัม’ จะขอเล่าประวัติสั้น ๆ ของโรงเรียน ซึ่งพาดพิงถึงเรื่องการแปรอักษรไว้ด้วย ส่วนเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ จากอีกสามโรงเรียน ก็ขอเรียนเชิญมาเติมประวัติของโรงเรียนตัวเองได้ตามสะดวกครับ 

โรงเรียนอัสสัมชัญ เป็นผู้บุกเบิกการแปรอักษรที่ใช้ในการเชียร์ครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นแนวคิดของมาสเตอร์เฉิด สุดารา จนในเวลาต่อมา ก็ได้มีการเผยแพร่ไปสู่การแปรอักษรทั้งในงานจตุรมิตรสามัคคี และงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์

เป็นโรงเรียนชายที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย (ต่อจากกรุงเทพคริสเตียนและสวนกุหลาบ) และเป็นโรงเรียนโรมันคาทอลิกแห่งแรกของประเทศไทย 

มีศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันรวมแล้วกว่า 5 หมื่นคน 

คนที่จบจากโรงเรียนอัสสัมชัญจะใช้คำว่า ‘อัสสัมชนิก’ (เป็นคำแปลเทียบเสียงมาจากคำว่า Assumptionist ทั้งสองคำบัญญัติโดย เจษฎาจารย์ ฟ. ฮีแลร์ มีความหมายว่า ‘ชาวอัสสัมชัญ’ จริง ๆ แล้วคำนี้มีความหมายกว้างขวางมากกว่าแค่ศิษย์เก่า แต่ยังรวมถึงภราดา ครู พนักงาน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน) 

ศิษย์เก่าจำนวนมากของอัสสัมชัญเป็นผู้ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ อาทิ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ 2 คน, องคมนตรี 15 คน, นายกรัฐมนตรี 4 คน, พระ ศิลปิน ผู้บริหารและนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงอีกจำนวนมาก ไม่เว้นแม้แต่ผู้บริหารองค์กรภาครัฐที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์

จากการจัดอันดับ ‘มหาเศรษฐีในไทยประจำปี 2016’ ของฟอร์บส์ประเทศไทย เฉพาะใน 10 อันดับแรก มีศิษย์เก่าโรงเรียนอัสสัมชัญ ติดอันดับรวม 3 อันดับ

มือจับกันไว้ อย่าให้ใครมาคอยยุแหย่ สิ่งแน่แท้ มิตรภาพจงยั่งยืน

‘ฮามาส’ ตกลง!! ยอมหยุดยิง 3 วัน หลัง ‘กาตาร์’ เจรจา พร้อมปล่อย 50 ตัวประกัน ด้าน ‘อิสราเอล’ ยังเงียบกริบ

(16 พ.ย.66) รอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวกาตาร์รายหนึ่งว่า รัฐบาลกาตาร์กำลังเจรจาเรื่องการช่วยเหลือตัวประกันกับอิสราเอลและกลุ่มติดอาวุธฮามาส โดยมีข้อเสนอสำคัญคือ กลุ่มฮามาสจะปล่อยตัวประกัน 50 คนออกมาจากฉนวนกาซา แลกกับข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 3 วัน

ข้อเสนอดังกล่าวซึ่งอยู่ภายใต้การเจรจาและร่วมมือกับทางสหรัฐด้วย และยังระบุอีกว่า อิสราเอลจะยอมปล่อยตัวผู้หญิงและเด็กชาวปาเลสไตน์จำนวนหนึ่งที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำออกมาด้วย และยอมเปิดทางให้มีการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปยังพื้นที่กาซามากขึ้น 

แหล่งข่าวระบุว่าเบื้องต้นนั้น ฮามาสตกลงในภาพรวมของข้อเสนอดังกล่าวแล้ว แต่อิสราเอลยังไม่ตอบรับ และกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาในรายละเอียด   

หากข้อเสนอครั้งนี้ประสบความสำเร็จ จะถือเป็นการช่วยตัวประกันครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่เริ่มต้นสงครามที่กลุ่มติดอาวุธฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลในวันที่ 7 ต.ค. จนนำไปสู่การทำสงครามตอบโต้จากอิสราเอล ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตในฝั่งอิสราเอลประมาณ 1,200 คน ถูกจับเป็นตัวประกันอีกกว่า 200 คนทั้งชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติ เช่น แรงงานไทย ในขณะที่ฝั่งปาเลสไตน์มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 11,000 คน   

ทั้งนี้ กองทัพอิสราเอลเพิ่งเดินหน้าออกปฏิบัติการบุกโรงพยาบาลอัลชิฟา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในฉนวนกาซาเมื่อวานนี้ (15 ต.ค.) โดยอ้างว่ามีข้อมูลชัดเจนว่าโรงพยาบาลแห่งนี้ถูกกลุ่มฮามาสใช้เป็นฐานที่มั่น แม้ว่าจะการปฏิเสธจากฝั่งปาเลสไตน์และบรรดาบุคลากรทางการแพทย์ก็ตาม 

รวมพฤติกรรม 'น่ารังเกียจ' ของ สส. แบบโนสต็อป จากพรรคการเมืองที่อ้างตัวว่าเป็น 'คนรุ่นใหม่' 

ป่าวประกาศบอกสังคมว่าเป็นพรรคการเมืองที่มาจาก 'คนรุ่นใหม่' ยกตนข่มท่านว่าเป็นคนดี แต่เพียงไม่กี่เดือนที่ได้เข้ามาเป็น สส. กินเงินเดือนจากภาษีของประชาชน ก็ทำเรื่องน่ารังเกียจ และสร้างความเสื่อมต่ำให้กับ 'คนอาชีพนักการเมือง' ไม่ใช่น้อย

- ประเดิมด้วย สส. เมาแล้วขับ แรกเลยไม่ยอมเป่า แต่สุดท้ายก็ยอมลาออก 

- อดีต สส. เขต 3 ระยอง มีพฤติกรรมฉาวโฉ่เคยติดคุกคดีวิ่งราวทรัพย์ ขาดคุณสมบัติเต็มๆ แต่พรรคกลับปล่อยผ่านคุณสมบัติเช่นนี้ ให้เข้ามากินเงินเดือนจากภาษีประชาชน ที่สุดก็ต้องลาออก 

- อดีตผู้สมัคร สส. ชัยภูมิ ข่มขืน คุกคามทางเพศ  

- สส. พิษณุโลก ไม่ยอมลาออกจากการเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร การออกจากพรรคเดิมเพื่อไปเข้าสังกัดกับพรรคใหม่ เป็นแผนแค่ไม่อยากเสียเก้าอี้รองประธานสภา เป็นปาหี่ที่สังคมดูออกว่าไร้ความจริงใจ และไร้สามัญสำนึก

- สส. ปราจีนบุรี คุกคามทางเพศผู้ช่วยหาเสียง ถูกโหวตให้ขับออกจากพรรค และตามมาติด ๆ ในเวลาทับ ๆ กันก็คือ สส. กรุงเทพมหานคร ล่วงละเมิด คุกคามทางเพศ แต่ไม่กล้าพูดยอมรับผิดด้วยความจริงใจ ซ้ำยังเปิดเผยเหยื่อให้สังคมรับรู้ ที่สุดก็ถูกพรรคขับออก 

- 22 สส. ในพรรค โหวตสนับสนุน สส. ที่คุกคามทางเพศไม่ต้องถูกขับออก แต่หัวหน้าพรรคยืนยันปกปิดชื่อ สส. 22 คนดังกล่าวไม่ให้สังคมรับรู้ เป็นการแสดงความย้อนแย้งกับสิ่งที่ตนเองเคยประกาศไว้ว่า พรรคการเมืองควรมีความจริงใจ กล้าหาญในการเปิดเผยข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับรู้ 

- สส. กรุงเทพมหานคร ใช้ความรุนแรงเข้าข่ายผิดวินัยร้ายแรง แต่โดนแค่คาดโทษไว้

- สส. บางคนจากจังหวัด เชียงใหม่ ถูกร้องเรียนว่าปลอมลายมือชื่อผู้ช่วยหาเสียง เบิกเงินค่าใช้จ่ายจาก กกต. แล้วเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ฝ่ายที่กล่าวหามีหลักฐาน

- ผู้ช่วย สส. บัญชีรายชื่อ ถูกร้องเรียนว่าเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการบ่อขยะ จังหวัด ปราจีนบุรี 3.5 ล้านบาท อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง 

- ผู้ช่วย สส. จังหวัด จันทบุรี บังคับให้ ผอ.โรงเรียน จังหวัด จันทบุรี ออกใบอนุโมทนาการบริจาคเงิน แต่ไม่มีการบริจาคจริง อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ความฉาวโฉ่ที่เกิดขึ้นติด ๆ กันยาวเป็นหางว่าว ได้ทำลายสถิติในเรื่องความ 'เน่าเหม็น' ชนะทุกพรรคการเมืองในโลกไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย ยังไม่นับพฤติกรรมเก่า ๆ ที่อยู่เบื้องหลังการ 'ล้างสมองเด็ก' ให้แสดงออกในเรื่องการกัดเซาะสถาบันกษัตริย์อันเป็นที่รักของคนไทย จนเด็ก ๆ โดนคดี 112 นับไม่ถ้วน 

แต่ก็ยังมีคนอีกไม่น้อยที่ยังหลงเชียร์ หลงสนับสนุนชนิดไม่ลืมหูลืมตา 

‘โฆษกรัฐบาล’ เผย ‘ไทย’ ติดอันดับ 43 นวัตกรรมโลกปี 66 ตั้งเป้า!! เดินหน้าสู่การเป็น ‘ชาตินวัตกรรม’ ในอนาคต

(16 พ.ย.66) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการจัดอันดับดัชนีนวัตกรรมโลก ประจำปี 2566 (Global Innovation Index 2023) ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization: WIPO) ซึ่งไทยได้รับการจัดอันดับที่ 43 จากทั้งหมด 132 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ และถือเป็นอันดับที่ 3 ของอาเซียน ทั้งนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมกำหนดนโยบายส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรม ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น ‘ชาตินวัตกรรม’

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ดัชนีนวัตกรรมโลกเป็นการจัดอันดับความสามารถทางนวัตกรรมของประเทศและเขตเศรษฐกิจต่าง ๆ ทั่วโลก ผ่านการประเมินตัวชี้วัดทั้งสิ้น 80 ตัว เน้นย้ำถึงบทบาทที่สำคัญของนวัตกรรมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาคและโลก ซึ่งในปีนี้ แม้ไทยยังคงอันดับที่ 43 เท่ากับปีที่แล้ว แต่มีปัจจัยย่อยที่ดีขึ้น ได้แก่ ปัจจัยย่อยการนำเข้าทางนวัตกรรม (Innovation input sub-index) อยู่ในอันดับที่ 44 (ดีขึ้น 4 อันดับ) และปัจจัยย่อยผลผลิตทางนวัตกรรม (Innovation output sub-index) อยู่ในอันดับที่ 43 (ดีขึ้น 1 อันดับ) นอกจากนี้ เมื่อพิจารณารายกลุ่มปัจจัย ไทยมีอันดับของกลุ่มปัจจัยดีขึ้น 5 จาก 7 กลุ่ม โดยกลุ่มที่มีอันดับดีขึ้นมากที่สุด คือ กลุ่มปัจจัยด้านระบบตลาด (Market sophistication) ซึ่งไทยอยู่ในอันดับที่ 22 (ดีขึ้น 5 อันดับ)

ผลการจัดอันดับดังกล่าวระบุว่า ไทยมีการเติบโตของเศรษฐกิจและนวัตกรรมที่สูงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยความสามารถในการผลิตนวัตกรรมมีมากขึ้น เนื่องจากการลงทุนในด้านนวัตกรรมภายในประเทศที่มากขึ้น และไทยมีจุดแข็งในการพัฒนานวัตกรรม ได้แก่ การส่งออกสินค้าสร้างสรรค์ ค่าใช้จ่ายมวลรวมภายในประเทศสำหรับการวิจัยและพัฒนา ซึ่งลงทุนโดยภาคเอกชนหรือองค์กรธุรกิจต่าง ๆ รวมถึงจุดแข็งในด้านการประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์อรรถประโยชน์ตามถิ่นกำเนิด (Utility Models by origin) เป็นต้น

“ยืนยันความตั้งใจของนายกรัฐมนตรี ซึ่งให้ความสำคัญต่อการพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถทางด้านนวัตกรรมของประเทศ นายกรัฐมนตรีเดินหน้าผลักดันพัฒนาการทางนวัตกรรมเสมอมา โดยสอดคล้องกับผลของการจัดอันดับที่ระบุว่า ไทยมีพัฒนาการทางด้านนวัตกรรมที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายปัจจัย ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าภายใต้การดำเนินนโยบายของนายกรัฐมนตรีจะขับเคลื่อนไทยสู่การเป็น ‘ชาตินวัตกรรม’ และไทยจะก้าวสู่อันดับที่ 30 ของประเทศที่มีความสามารถด้านนวัตกรรมของโลกภายในปี 2573” นายชัย กล่าว

‘นายกฯ’ ยัน ไม่ทอดทิ้งรถยนต์สันดาป ‘ญี่ปุ่น’ ในไทย พร้อมเล็งเปิดฟรีวีซ่าของทั้ง 2 ชาติ เอื้อนักธุรกิจลงทุน

(16 พ.ย.66) ที่โรงแรมเดอะริทซ์คาร์ลตัน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวถึงการหารือทวิภาคี กับนายคิชิดะ ฟูมิโอ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 30 ว่า หารือเรื่องของความสัมพันธ์ที่มีมานาน 50 ปี และหารือเรื่องการใช้รถยนต์สันดาป โดยตนให้ความมั่นใจกับทางญี่ปุ่นไปว่าจะไม่ทอดทิ้ง มีการพูดคุยกันว่าให้การประกอบรถยนต์สันดาปของญี่ปุ่น และกระบวนการจัดการผลิตอยู่ได้ ขณะที่รถไฟฟ้า (อีวี) ที่มีความต้องการสูง และได้พูดในหลายเวทีว่าประเทศญี่ปุ่นมีการลงทุนในประเทศไทยสูงที่สุดในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา จึงต้องมาดูแลช่วยเหลือกัน และทางญี่ปุ่นยืนยันว่าธุรกิจยานยนต์เป็นธุรกิจสำคัญและจะพัฒนาต่อในประเทศไทย และในระหว่างวันที่ 16 - 18 ธ.ค.นี้ ตนจะเดินทางไปร่วมประชุมอาเซียน ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นอกจากนั้นยังพูดคุยอีกหลายเรื่อง เช่น การฟรีวีซ่าสำหรับนักธุรกิจของสองประเทศ ที่ทั้งสองฝ่ายมีการตกลงเห็นตรงกันว่าไม่จำเป็นต้องขอเพื่อให้นักธุรกิจ ติดต่อธุรกิจและไปมาหาสู่สะดวกมากขึ้น เป็นเรื่องที่ดีที่สองฝ่ายเห็นตรงกัน 

ผู้สื่อข่าวถามเรื่องวีซ่านักธุรกิจ จะจำกัดจำนวนวัน ในการเข้ามาพำนักเพื่อประกอบธุรกิจหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ยังไม่มี เป็นหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศต้องไปศึกษา โดยการทำธุรกิจต้องใช้เวลานานเล็กน้อย ส่วนรายละเอียดคาดว่าจะตกลงกันได้ในระหว่างการไปร่วมประชุม 

'เพจตี๋น้อย' มอง!! 'จตุรมิตร' เป็นมากกว่าการแข่งกีฬา 'แพ้-ชนะ' แต่คือพื้นที่แสดงพลังสามัคคี-หลอมมิตรภาพ 4 รร. ให้แน่นแฟ้น

(16 พ.ย. 66) เพจเฟซบุ๊ก ‘ตี๋น้อย’ นักเรียนไทยในมณฑลซินเจียง โพสต์ข้อความถึง ‘การแข่งขันฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคี’ ระบุว่า…

โพสต์นี้ขอเล่าอะไรนิดนึง ไม่เกี่ยวกับจีนซักโพสต์

การแข่งขันฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคีคือ การแข่งขันฟุตบอล 4 โรงเรียน คือ อัสสัมชัญ กรุงเทพคริสเตียน สวนกุหลาบ เทพศิรินทร์

มันคือการแข่งขัน ดาร์บี้แมตช์ ของวัดไทย และวัดฝรั่ง ในสนามคือเอาเป็นเอาตาย กองเชียร์ เชียร์กันอย่างเมามัน

สเน่ห์ของฟุตบอลรายการนี้ที่มันไม่เหมือนรายการไหน ๆ และมันเป็นอย่างนั้นตลอดคือ มันคือมิตรภาพของทั้งสี่โรงเรียน ในสนาม เราเชียร์กันสุด นอกสนามคือเพื่อนกัน เวลาเรียนต่อมหาวิทยาลัย ผมสามารถพูดได้ว่า เพื่อนจากโรงเรียนเครือจตุรมิตร เป็นเพื่อนที่สนิทกันง่ายที่สุด มันเหมือนกับว่ามีอะไรมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน 

กูเด็กคริสเตียนเว้ย กูเด็กอัสสัมเว้ย กูเด็กสวนฯ เว้ย กูเด็กเทพฯ เว้ย เวลาเจอกันในมหาวิทยาลัยมันกลายเป็นเคมีที่เข้ากันได้ดีที่สุด 

สเน่ห์ของจตุรมิตรอีกอย่างคือ มันมากกว่าการไปดูและเชียร์ฟุตบอล บางครั้งเราก็เจอพี่ ๆ น้องๆ เพื่อน ๆ บางคนที่ไม่ได้เจอกันนานมาก ๆ มาเจอกันที่สนามฟุตบอล ได้ร่วมเชียร์ด้วยกัน เหมือนย้อนวัยกลับไปมัธยมอีกครั้ง ได้พบปะพูดคุยกับเพื่อน พี่ น้อง คุณครูของตัวเองในวัยมัธยม อัปเดตชีวิตกันและกัน มีความสุขไปด้วยกันอีกครั้งนึง ชนะดีใจ แพ้เสียใจ ร้องเพลงเชียร์กันสุดเสียง มีแซวโรงเรียนอื่นกันบ้างเป็นสีสัน แต่สุดท้ายก็คือเพื่อน

จตุรมิตรสามัคคีดีเด่น จตุรมิตรนั้นเป็นสายใย ยึดดวงใจให้ เราสี่พี่น้องต่างปองรักกัน จิตใจนั้นของเราเป็นเลิศ

สุดประเสริฐเพราะความสามัคคี มิตรและไมตรี เราทั้งสี่นี้มาร่วมกัน

สวนกุหลาบ เทพศิรินทร์ จำให้มั่น
อัสสัมชัญ กรุงเทพคริสเตียน ร่วมเพียรจัดหา
เกียรติยศชื่อเสียงก้องลือชา
ซึ้งในคุณค่าคำว่าสามัคคี
จตุรมิตรสามัคคีดีเลิศ
ช่วยชูเชิดบรรเจิดเกรียงไกร
รักดังดวงใจ
จรรโลงให้คงอยู่ชั่วนิรันคร์

ปล. อัสสัมชัญของผมปีนี้ชนะบ้างเถิดนะพ่อนะะะ ไม่มีซักแต้มเลยยยย

#ตี๋น้อย #จีน #เล่าเรื่องเมืองจีน #ซินเจียง #ชีวิตในซินเจียง #จตุรมิตรสามัคคีครั้งที่30

‘กลุ่ม ปตท.’ ผนึกกำลังแสดงนวัตกรรมสร้างรอยยิ้มให้ชุมชน  ในงาน ‘PTT Group Innovation for Future Society 2023’ 

เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 66 ที่ผ่านมา บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) จัดงาน ‘PTT Group Innovation for Future Society 2023 จุดพลังสร้างอนาคต ขับเคลื่อนชุมชนสู่ความยั่งยืน’ แสดงนวัตกรรมและผลสำเร็จของโครงการนวัตกรรมสร้างรอยยิ้ม กลุ่ม ปตท. โดยมี นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารบริษัทใน กลุ่ม ปตท. ผู้นำชุมชนและสมาชิกชุมชนจาก 45 พื้นที่เครือข่าย รวมถึงเยาวชนจากโครงการ Restart Thailand เข้าร่วมงาน ณ ปตท. สำนักงานใหญ่ 

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. กล่าวว่า ‘โครงการนวัตกรรมสร้างรอยยิ้ม กลุ่ม ปตท.’ เป็นอีกหนึ่งโครงการ ที่ ปตท. และบริษัทในกลุ่มรวมพลังกันเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาความเป็นอยู่ของชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยนำนวัตกรรม องค์ความรู้ และความเชี่ยวชาญของแต่ละบริษัทมาพัฒนาชุมชนเครือข่าย 45 ชุมชน ใน 29 จังหวัดทั่วประเทศ ผ่านการพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทชุมชนใน 3 ด้านประกอบด้วย Smart Farming ยกระดับการเกษตรด้วยนวัตกรรมให้ผลผลิตที่มีคุณภาพในปริมาณที่สูงขึ้น Smart Marketing การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์โดยการแปรรูปและสร้างมาตรฐานให้ผลิตภัณฑ์ เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้แก่ชุมชน และ Community-Based Tourism ส่งเสริมการบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนตามอัตลักษณ์ของท้องถิ่น ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม 

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการฯ เป็นไปตามเป้าหมาย ทุกชุมชนสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากฐานรายได้เดิม ร้อยละ 10 มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนรวม 45 รายการ พัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวโดยชุมชนจำนวน 6 พื้นที่ รวมถึงชุมชนมีทักษะและศักยภาพที่สามารถดำเนินการและพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งผลสำเร็จจากโครงการจะทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป

นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท. ยังร่วมแก้ปัญหาการว่างงาน โดยจ้างบัณฑิตจบใหม่ผ่านโครงการ Restart Thailand กว่า 280 อัตรา เพื่อให้เป็นพลังร่วมขับเคลื่อนโครงการฯ พัฒนาและสร้างความเป็นอยู่ที่ดีแก่ชุมชนบ้านเกิด เป็นโอกาสให้เยาวชนที่จบใหม่และอยู่ในพื้นที่โครงการฯ ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับท้องถิ่นและสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้รับจากกลุ่ม ปตท. พัฒนาพื้นที่บ้านเกิด นับเป็นผลสำเร็จของการพัฒนาชุมชนในทุกมิติ ให้ชุมชนในพื้นที่สามารถต่อยอด และพึ่งพาตนเองต่อไปได้

การจัดงาน PTT Group Innovation for Future Society 2023 ครั้งนี้ จึงเป็นการสรุปผลสำเร็จของโครงการฯ ที่ได้ดำเนินมาตลอดเป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2564 - 2566 รวมถึงเป็นการนำนวัตกรรมและองค์ความรู้ของ กลุ่ม ปตท. และองค์ความรู้ของชุมชนที่เกิดขึ้นในโครงการฯ พัฒนาเป็น ‘จุดเรียนรู้’ 12 พื้นที่ มาจุดประกายให้ผู้ที่ร่วมงานได้นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ เพื่อขยายพื้นที่สร้างรอยยิ้มให้กับชุมชนอื่น ๆ ได้ต่อไป เพราะทุกชุมชนคือรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ”

สำหรับการจัดงาน ‘PTT Group Innovation for Future Society 2023 จุดพลังสร้างอนาคต ขับเคลื่อนชุมชนสู่ความยั่งยืน’ จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 14-15 พฤศจิกายน 2566 โดยมีการจัดแสดงนวัตกรรมและผลสำเร็จของโครงการฯ ผ่านพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ 3 โซน ประกอบด้วย โซนที่ 1 นวัตกรรมเพื่อชุมชน โดย กลุ่ม ปตท. และพื้นที่เรียนรู้ชุมชน โซนที่ 2 การท่องเที่ยวโดยชุมชน ผลิตภัณฑ์ชุมชน และโซนที่ 3 ตลาดนัดชุมชน 

นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนาเพื่อให้ชุมชนได้แบ่งปันประสบการณ์ในการดำเนินโครงการฯ รวมถึงได้รับเกียรติจากวิทยากรภายนอก อาทิ คุณสรกล อดุลยานนท์ ‘หนุ่มเมืองจันทร์’ เจ้าของสวนสันติเกษตรอินทรีย์ เป็นผู้ดำเนินเวที, คุณชารีย์ บุญญวินิจ จาก ฟาร์มลุงรีย์ Uncle Ree Farm, คุณนิพนธ์ พิลา จาก พิลาฟาร์มสตูดิโอ, คุณจรงศักดิ์ รองเดช จากภัตตาคารบ้านทุ่ง และคุณธราณิศ ประเสริฐศรี Co-Founder Technical จาก Varuna สตาร์ตอัปสายเขียวเกษตรกรยุคใหม่ ร่วมเติมเต็มเรื่องราวการพัฒนาชุมชนที่น่าสนใจอีกด้วย

“กลุ่ม ปตท. จะยืนหยัดมุ่งมั่นดูแลความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ พร้อมพัฒนาธุรกิจใหม่ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ควบคู่ไปกับการดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน 

ปตท. ได้นำส่งรายได้เข้ารัฐเพื่อใช้ในการพัฒนาประเทศ นับตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบัน (9 เดือนแรกของ ปี 2566) ในรูปแบบภาษีเงินได้และเงินปันผล แล้วกว่า 1.21 ล้านล้านบาท ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ปตท. ได้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมและชุมชน ทั้งในกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ  ทั้งด้านการส่งเสริมชุมชนเข้มแข็ง การแก้ปัญหาภัยพิบัติ การส่งเสริมการศึกษา และการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการนวัตกรรมสร้างรอยยิ้ม กลุ่ม ปตท. แม้ว่าระยะเวลาการดำเนินโครงการฯ จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่เชื่อว่าองค์ความรู้ นวัตกรรม และวิถีการเกษตรครบวงจรจะยังดำเนินการและพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง” นายอรรถพล กล่าวปิดท้าย

‘ช่อง 3’ ส่ง 2 ละครดังแกะกล่อง สตรีมบน ‘Prime Video’ ที่แรก หวังโชว์วิถีชีวิตคนไทยร่วมสมัย ดึงดูดความสนใจผู้ชมทั่วโลก

(15 พ.ย. 66) บีอีซี เวิลด์ หรือ ช่อง 3 เปิดดีลธุรกิจส่งละครสตรีมบน Prime Video เป็นที่แรก เพื่อเผยแพร่ใน 10 ประเทศและเป็นการสตรีมก่อนหน้าจอ ช่อง 3 อีกด้วย เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมผลิตคอนเทนต์ ของไทยสู่ตลาดสากล  

โดย ช่อง 3 ยังคงเร่งขับเคลื่อนธุรกิจการขายลิขสิทธิ์ละครไปยังตลาดต่างประเทศหรือผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ทั้งฝั่งเอเชีย แอฟริกา และ ยุโรป และล่าสุดได้เปิดดีลโมเดลใหม่โดยร่วมมือกับผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งระดับโลกอย่าง Prime Video ได้ลิขสิทธิ์นำ 2 ละครใหม่แกะกล่องที่ยังไม่เคยออกอากาศมาก่อน อย่างเรื่อง ‘ร้อยเล่มเกมส์ออฟฟิศ’ (The Office Games) และ ‘มือปราบกระทะรั่ว’ (My Undercover Chef) ซึ่งผลิตโดย BEC Studio สตรีมพร้อมกันทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, กัมพูชา, ลาว, เมียนมาร์, บรูไน และ ติมอร์-เลสเต 

สำหรับละคร เรื่อง ‘ร้อยเล่มเกมส์ออฟฟิศ’ (The Office Games) ว่าด้วยเรื่องราวของเหล่ามนุษย์ออฟฟิศที่พยายามต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในแต่ละวัน โดยใช้สารพัดเล่ห์เหลี่ยมเพื่อให้ตัวเองไปสู่ความสำเร็จ นำแสดงโดย ‘มิ้นต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง’ รับบท ‘อลิศ’ นักขายฝีปากดีที่แบกโลกทั้งใบไว้ภายใต้คำว่า ‘เพื่อความอยู่รอดของครอบครัว’ ประกบคู่กับ ‘นนกุล’ หรือ ‘ชานน สันตินธรกุล’ รับบท ‘เมษ’ วิศวกรหนุ่มที่ชีวิตพังเพราะตึกที่ได้ออกแบบเกิดพังถล่มลงมา ทั้งคู่จึงตัดสินใจเดินเข้าสู่วงการขายกองทุนที่มีความท้าทาย แต่ที่นั่นกลับเปรียบดังสมรภูมิรบที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมกลโกงมากมาย อลิศ และ เมษ จะเอาตัวรอดได้อย่างไร เริ่มวันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน 2566 ทาง Prime Video

และต่อมากับเรื่อง ‘มือปราบกระทะรั่ว’ (My Undercover Chef) เรื่องราวของ ‘มาวิน’ นำแสดงโดย ‘เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี’ มือปราบหัวร้อนที่ถูกพักงานเพราะความบุ่มบ่ามทำให้เอเย่นต์ค้ายาหลุดรอดไป เขาจึงต้องออกตามล่าอย่างกัดไม่ปล่อย และสถานที่ที่พวกค้ายาชอบมารวมตัวกันคือ ‘ร้านเภาโภชนา’ ที่เจ้าของร้านมีหลานสาวชื่อ ‘ขิง’ อาชีพยูทูบเบอร์ ที่อยากจะปิดร้านอาหารหนีพวกค้ายาอยู่ทุกวัน นำแสดงโดย ‘เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ’ เมื่อมาวินเข้าไปแฝงตัวเป็นเด็กเสิร์ฟและทำให้ร้านขายดี ขิงจึงตั้งตัวเป็นคู่กัดและคอยขัดขวางภารกิจการสืบหาคนร้ายเสมอมา แล้วอะไรจะสามารถเปลี่ยนให้ทั้งคู่กลับมาร่วมมือและช่วยกันทำให้ย่านอาชญากรรมกลายเป็นย่าน Street Food ได้บ้าง เริ่มวันที่ 21 ธันวาคม 2566 ทาง Prime Video  

สำหรับ Prime Video คือผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งระดับโลก ที่ได้นำคอนเทนต์ความบันเทิงไทยออกเผยแพร่ให้กับคนไทยทั่วประเทศได้รับชม ทั้งนี้ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Prime Video ได้มีการประกาศแคมเปญ ‘แกะกล่องไทยบันเทิง’ ขึ้นโดยเปิดพื้นที่เก็บรวบรวมคอลเลกชันเนื้อหาคอนเทนต์ของไทยมากมายไว้ในที่เดียว มีทั้งภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ คอนเสิร์ต เป็นการให้บริการสมาชิกแบบครบวงจรที่คนไทยสามารถเข้าถึงได้โดยตรง ดังนั้นจึงถือเป็นแหล่งส่งเสริมอุตสาหกรรมบันเทิงไทยอีกหนึ่งช่องทางที่จะเติบโตได้ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศต่อไป

และด้วยละครใหม่ทั้ง 2 เรื่อง ‘ร้อยเล่มเกมส์ออฟฟิศ’ (The Office Games) และ ‘มือปราบกระทะรั่ว’ (My Undercover Chef) ล้วนมีบทที่แสดงถึงเอกลักษณ์การใช้ชีวิตแบบคนไทยในยุคปัจจุบัน มีแนวคิดในการดำเนินชีวิตที่ร่วมสมัย จึงถือเป็น Soft Power ของคอนเทนต์จากประเทศไทยที่จะสร้างความสนใจเกี่ยวกับประเทศไทยจากผู้ชมในต่างประเทศ และเมื่อละครของ ช่อง 3 ได้สตรีมบน Prime Video ซึ่งเป็นผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งระดับโลกก็จะยิ่งทำให้ผู้ชมต่างประเทศได้เข้าใจวัฒนธรรมไทยผ่านคอนเทนต์ได้ง่ายและมากขึ้น

ศาลฯ พิพากษา คดี #ม็อบ10กุมภา ปี 64 สั่งจำคุก ‘รุ้ง-ไมค์-ครูใหญ่’ คนละ 9 เดือน

(15 พ.ย. 66) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า…

วันนี้ (15 พ.ย.) ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษา คดี #ม็อบ10กพ64 ตีหม้อไล่เผด็จการ ที่สกายวอล์กปทุมวัน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 โดยมี น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ และ นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ ครูใหญ่ เป็นจำเลย

โดยระบุว่า ทั้งสามมีความผิดตาม ป.อาญา ม.215, กีดขวางทางสาธารณะ และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 700 บาท จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกคนละ 9 เดือน ปรับคนละ 525 บาท ไม่รอลงอาญา

ยกฟ้องข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ทำร้ายเจ้าพนักงาน, ทำให้เสียทรัพย์ และ พ.ร.บ.ความสะอาด

ขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นประกันระหว่างอุทธรณ์

วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล เปิด ‘Black Box Theater’ พื้นที่โชว์ทักษะทางดนตรีไร้ขีดจำกัด-ได้มาตรฐานสากล

เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 66 ที่ผ่านมา วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล เปิดพื้นที่ส่งเสริมพลังสร้างสรรค์ทางดนตรี Black Box Theater เพียบพร้อมทั้งระบบ แสง สี เสียง ได้มาตรฐานสากล ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ดนตรีอุษาคเนย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เปิดโลกแห่งการเรียนรู้จากห้องเรียนสู่การปฏิบัติระดับมืออาชีพ ต่อยอด Soft Power ให้กับประเทศ

ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธีเปิด Black Box Theater อย่างเป็นทางการ โดยห้องแสดงดนตรีที่ไร้ขอบเขตจินตนาการแห่งนี้ มุ่งพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ โดยเฉพาะในสาขาวิชาเทคโนโลยีดนตรี (Music Technology) ที่ต้องเรียนรู้การใช้เครื่องมือระบบเสียง การจัดไฟ ออกแบบการแสดงดนตรีสด และสาขาวิชาดนตรีสมัยนิยม (Popular Music) ที่ต้องการเวที ฝึกซ้อมและจัดแสดงในฐานะนักดนตรีเดี่ยวและวง

“Black Box Theater ยังช่วยส่งเสริมศักยภาพให้มีจินตนาการสร้างสรรค์แบบไร้ขีดจำกัด เพราะมีเครื่องมือ และอุปกรณ์เทียบเวทีการแสดงระดับสากล ให้ทดลองใช้ในการแสดง ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐาน ต่อยอดให้กับ Soft Power ให้กับประเทศ ซึ่งจะมีนักดนตรีที่มีศักยภาพ มีนักดนตรีเก่ง ๆ สู่เส้นทางอาชีพมากขึ้น เพราะมีเครื่องมือสนับสนุนที่เพียบพร้อม” ดร.ณรงค์ กล่าว

ดร.ณรงค์ กล่าวเติมถึงความโดดเด่นของ Black Box Theater ซึ่งมีขนาด 25 x 20 เมตร สามารถปรับรูปแบบการแสดงได้ตามความคิดสร้างสรรค์ เป็นระบบที่วงการคอนเสิร์ตใช้กันอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็น ระบบอะคูสติก ที่มีค่าความก้องเหมาะกับดนตรีประเภทป็อป ด้วยเครื่องเสียงระดับโลก ทำให้ได้ยินเสียงที่เป็นมาตรฐานสากลจริง ๆ เป็นประสบการณ์ชั้นดี ที่สามารถนำไปต่อยอดการทำงานในอนาคต ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนระบบภาพมีความทันสมัยด้วยการใช้ Projector Mapping ด้วยโพรเจกเตอร์ 3 เครื่อง ฉายบนจอขนาดใหญ่ สามารถปรับเป็นจอโค้งได้ ระบบไฟ สำหรับงานคอนเสิร์ต หมุนเคลื่อนไหวและย้อมเปลี่ยนสีได้ตามต้องการ พร้อมด้วยระบบรอก ย้ายตำแหน่ง ฉาก ลำโพง ส่วนที่นั่ง และเวที ที่มีความยืดหยุ่นเลื่อนพับเก็บหรือขยายได้ ที่นี่จึงเหมาะทั้งเป็นคอนเสิร์ตฮอลล์ โรงภาพยนตร์ มิวสิกวิดีโอ เวิร์กช็อปงานดนตรี

“เรียกได้ว่าที่นี่ เป็นทั้งห้องทดสอบ และส่งเสริมพัฒนาการ การแสดงที่สมบูรณ์แบบ ก่อนที่จะนำไปขยายผลในการแสดงบนเวทีจริง ทั้งยังเป็นพื้นที่จำลอง ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาในสายงานที่เชื่อมโยงกัน ได้มาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงาน ลงมือปฏิบัติงานกับอุปกรณ์ที่มีมาตรฐานในการจัดแสดงคอนเสิร์ตจริง เทียบเท่าเวทีระดับสากล และยังเปิดให้คนภายนอกเข้ามาใช้งาน ในช่วงปิดภาคการศึกษา ค่ายเพลงสามารถติดต่อเข้ามาใช้ เพื่อให้ศิลปินมาซ้อมก่อนขึ้นแสดงจริงได้”

นอกจากนี้ Black Box Theater ยังได้ติดตั้งลำโพงตามองศาการกระจายเสียงเพื่อให้ทุกพื้นที่ได้ยินเสียงเท่ากัน สามารถจุผู้ชมเต็มพื้นที่ได้ราว 300 คน นอกจากนี้ยังมี White Box Theater ห้องแสดงเล็กขนาด 15 x 10 เมตร จุผู้ชมได้ราว 50 คน ภายในติดตั้งระบบเสียง ภาพ และไฟ ที่ได้มาตรฐานสากลเช่นเดียวกัน มีห้องพักนักแสดง พื้นที่ backstage สำหรับเตรียมฉาก และอุปกรณ์

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานในพิธี ได้กล่าวเสริมว่า “Black Box Theater คือนวัตกรรม ที่นำมาส่งเสริมการฝึกซ้อมที่น่าภาคภูมิใจ ให้กับเยาวชน คนรุ่นใหม่ ในสายดนตรีให้มีโอกาสได้พัฒนาทักษะ ด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย เทียบเท่าสากล นี่คือวิสัยทัศน์ของคณะผู้บริหาร ที่ได้ร่วมกันสร้างขึ้น เพื่อส่งเสริมการผลิตผลงานให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้โดยการจัดแสดงจริง เป็นการเพิ่มพูนทักษะในทางปฏิบัติ นอกเหนือจากการเรียนทางทฤษฎี นักศึกษาสามารถฝึกฝนได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มศึกษาไปสู่การทำงาน เชื่อว่าที่นี่ จะเป็นห้องส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ให้กับนักศึกษาสายดนตรีก้าวสู่เส้นทางอาชีพ ที่มีศักยภาพ”

ซึ่งในโอกาสนี้ คุณหญิงปัทมา ยังได้มอบทุน“กองทุนเปรมดนตรี” เพื่อสนับสนุนการศึกษาทางด้านดุริยางคศาสตร์ ประจำปี 2566 ให้กับนักเรียน นักศึกษา รวม 13 ทุน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top