Saturday, 7 November 2026
Hard News Team

'หมอปลาย' ผ่าดวงประเทศปี 67 อาการหนัก แนะไหว้สายพระ ละสายผี พร้อมส่องชะตา 'พิธา' ชี้!! ควรหางานอื่นทำ เชื่อ!! งานการเมืองฟุบยาว

(24 พ.ย. 66) รายการ ‘คนดังนั่งเคลียร์’ ออกอากาศเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 66 ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ได้เชิญ ‘หมอปลาย พรายกระซิบ’ มาร่วมพูดคุยทิศทางดวงประเทศในปีหน้า จะดีขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ พร้อมขอเปิดดวงธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะสามารถกลับมาเปรี้ยงดังในแวดวงการเมืองอีกครั้งได้หรือไม่

>> ใกล้สิ้นปีนี้จะมีภาคไหนของประเทศไหม เราต้องเฝ้าระวัง?

ถ้าสิ้นปีนี้ยังไม่เจอค่ะ แต่จะมีเรื่องของแผ่นดินไหวที่มาเพิ่มอีก แต่น่าจะเป็นขอบทางเหนือมากกว่าที่จะแรงขึ้นจากครั้งที่ผ่านมา หนักกว่าเดิมค่ะ แต่ถ้าถามว่ามันจะรอยแยก แตก น้ำทะลักไหม ไม่ใช่ค่ะ อาจจะเป็นรอยร้าวที่ซ่อมได้ แก้ไขได้ อยากจะบอกว่าพี่น้องคนไทยต้องระวังขนาดนั้นไหม ไม่น่ากลัวขนาดนั้นค่ะ แต่อยากให้ระวังเรื่องของการท่องเที่ยว ไฟ และคนที่อยู่รวมกันมากๆ แล้วเกิดอุบัติเหตุจากไฟค่ะ

>> ปีหน้ามีโรคอะไรที่จะต้องระวังไหมคะ?

เกี่ยวกับสัตว์ปีกต้องระวังค่ะ

>>คุณพิธาจะได้กลับเข้าสภาไหมคะ?

ไม่ค่ะ น่าจะอดระยะยาวค่ะ

>>น่าจะไปหางานอื่นทำเหรอคะ?

ใช่ค่ะ น่าจะต้องไปโชว์ความหล่อ และความเก่งที่อื่นดีกว่า ทำธุรกิจดีกว่า

>>ดวงคุณธนาธรเป็นอย่างไรคะ?

ดวงดีขึ้นอย่างชัดเจน ระหว่างเพื่อน 2 คน ก็น่าจะคุยกัน แล้วน่าจะมีอะไรที่ไม่เข้าใจกันหลายอย่าง แต่คุณธนาธร เราจะเห็นท่านกลับมา มากกว่าเดิม และน่าจะมีบทบาททางการเมืองมากขึ้น

>>ปีหน้า 2567 ท่านยมมีอะไรจะมาตักเตือนเราไหมคะ?

ปีหน้าเป็นปีที่ยังมีเรื่องของคนที่มีสี มีบ่าแข็ง ยังขึ้นมามีอิทธิพลอยู่ เราอาจจะไม่ได้เห็นเบื้องหน้า แต่จะได้เห็นเบื้องหลัง เพราะฉะนั้นในเรื่องของการบริหารจัดการปากท้องของพวกเรา อาจจะมีปัญหาพอสมควร คือมันเป็นช่วงที่เขาก็ทำหน้าที่ของเขา และเราก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง อีกอย่างนึงต้องระวังเรื่อง อากาศ และดินมีปัญหา ทำให้ของที่ปลูกจากดินแพงขึ้น หรือทานยาก จะอันตรายค่ะ

>>อาหารการกินปีหน้าไม่ดี?

ใช้คำว่า ลำบากค่ะ ต้องใช้อาหารจำพวกแช่แข็งค่อนข้างเยอะ ใครที่ทำเรื่องเกษตรกรต้องระวังให้ดี

>>สรุปเลยแล้วกันปี 2566 กับ 2567 ปีไหนแย่กว่ากัน?

ปีหน้าค่ะ

>>มีวิธีทางแก้ไหม?

เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ อยากให้ไหว้สายพระกันเยอะ ๆ สายขาวเลย หรือสายเทพเท่านั้น ไม่เทพหลอกลวง ห้ามเน้นของที่เป็นผี แล้วรอดูว่าช่วงกุมภาพันธ์ มีนาคม มีการเปลี่ยนแปลงที่ช่วงข้างบนสลับกัน มีปัจจัยช่วงนั้นค่ะ ขอให้ท่านคุ้มครองประเทศเรา คุ้มครองเรา และกันคนที่คิดไม่ดีกับเราในช่วงนั้น

‘ปานปรีย์’ ยัน!! ปรับขึ้นเงินเดือน ‘ข้าราชการ’ แน่นอน เตรียมชง ครม.พิจารณารายละเอียดเพิ่มเติม 28 พ.ย.นี้

(24 พ.ย. 66) นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ กล่าวถึงการประชุมพิจารณา เรื่องการปรับฐานเงินเดือนข้าราชการ เมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่า การประชุมดังกล่าวได้พิจารณารายละเอียดครั้งสุดท้าย ว่าอะไรที่ทำได้ในเวลานี้ อะไรที่ยังทำไม่ได้ และอะไรที่จะทำต่อไปในอนาคต แต่จะปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการแน่นอน ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ตนขอนำเสนอเรื่องนี้เพื่อขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 28 พ.ย.นี้ก่อน เพราะ ครม.มอบหมายให้ตนกำกับดูแล

เมื่อถามว่า จะขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการระดับใดบ้าง และขึ้นเงินเดือนกี่เปอร์เซ็นต์ นายปานปรีย์ กล่าวว่า ขอให้รอดูรายละเอียดหลังจาก ครม.ให้ความเห็นชอบ

‘สาวจีน’ ผู้ปลุกกระแส ‘มวยไทย’ ในจีน เดินทางถึงไทยแล้ว ปั่นจักรยานกว่า 35 วัน เพื่อมาเจอ ‘บัวขาว’ ถึงค่ายมวยบัญชาเมฆ

เดินทางสุดทรหดถึงเมืองไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ หลี่ เจินเซียง สาวจีนผู้คลั่งไคล้ศิลปะการต่อสู้ ซึ่งเป็นผู้ปลุกกระแส ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ให้กับมวยไทย จนติดชาร์ตอันดับที่ 3 ของ ‘เว่ยป๋อ’ สื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังของจีน ล่าสุดได้เดินทางมาหา ‘บัวขาว บัญชาเมฆ’ ร.ท.สมบัติ บัญชาเมฆ ยอดนักมวยชื่อดังชาวไทย ถึงค่ายที่ จ.เชียงใหม่

‘หลี่ เจินเซียง’ สาวจีนผู้ชื่นชอบศิลปะการต่อสู้ แสดงความุ่งมั่นตั้งใจเดินทางด้วยรถจักรยานคู่ใจของเธอ จากเมืองเหมียนหยาง ประเทศจีน เพื่อมาหา ‘บัวขาว บัญชาเมฆ’ ฮีโร่ในดวงใจของเธอ

ล่าสุด (24 พ.ย. 66) หลี่ เจินเซียง ได้เดินทางมาถึงค่ายมวยบัญชาเมฆ ที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ประเทศไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเธอได้ใช้เวลาในการเดินทางทั้งหมด 35 วัน กับระยะทางรวมทั้งสิ้น 2,409 กม.

ทั้งนี้ บัวขาว บัญชาเมฆ พร้อมกับคณะ ได้ให้การต้อนรับและเชิญ หลี่ เจิ้นเซียง รับประทานอาหารมื้อแรกที่ไทยด้วยกัน อย่างเป็นกันเอง โดยในช่วงเย็นพร้อมลงฝึกซ้อมมวยไทยทันที จากนั้นในวันรุ่งขึ้นจะร่วมกันทำกิจกรรมเกี่ยวข้าวในท้องนากันอีกด้วย

'นายกฯ เศรษฐา' เตรียมลงพื้นที่สุโขทัย ติดตามโครงการป้องกันอุทกภัย 27 พ.ย.นี้

(24 พ.ย. 66) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เตรียมเดินทางลงพื้นที่ จ.สุโขทัย ในวันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2566 เพื่อไปตรวจราชการติดตามโครงการป้องกันอุทกภัย จ.สุโขทัย และร่วมพิธีเผาเทียน ชมการแสดง แสง เสียง ร่วมพิธีลอยพระประทีปพระราชทาน และชมการแสดงพลุ ตะไล ไฟพะเนียง ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โดย นางพักตร์พิไล ทวีสิน ภริยานายกรัฐมนตรี, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี, นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ร่วมคณะตรวจราชการ

โดยเวลาประมาณ 16.15 น. นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานสุโขทัย ต.คลองกระจง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย โดยเครื่องบินของกองทัพอากาศ เมื่อเดินทางถึงท่าอากาศยานสุโขทัย ออกเดินทางต่อไปยังสำนักงานเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ต.ธานี อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย เวลาประมาณ 17.45 น. นายกรัฐมนตรีจะรับฟังบรรยายสรุปการขอรับความช่วยเหลือโครงการป้องกันอุทกภัย จ.สุโขทัย ณ สำนักงานเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี

จากนั้น เวลาประมาณ 19.45 น.นายกรัฐมนตรีและภริยา ร่วมพิธีเผาเทียน ณ พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ต.เมืองเก่า อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย ก่อนเดินทางโดยขบวนรถราง ไปร่วมชมการแสดง แสง เสียง ณ วัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จากนั้นเวลา 21.30 น. นายกรัฐมนตรีและภริยาร่วมพิธีลอยพระประทีปพระราชทาน และชมการแสดงพลุ ตะไล ไฟพะเนียง ณ ตระพังตะกวน อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย แล้วเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร โดยนายกรัฐมนตรีและภริยา จะเดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ในเวลา 00.00 น. 

ภาพ AI ‘พระแม่คงคา’ ตื่นมาพบขยะเกลื่อน หลังคืน ‘วันลอยกระทง’ สะท้อนอีกด้านของเทศกาล หวังกระตุ้นผู้คนตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 66 ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘Sujittra Jittreenit’ ซึ่งเป็นสมาชิกในกลุ่มเฟซบุ๊ก ‘AI CREATIVES THAILAND’ ได้โพสต์ภาพสะท้อนถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม พร้อมแคปชันว่า…

“เมื่อแม่คงคาตื่นมายามเช้า” พร้อมติดแฮชแท็ก #วันลอยกระทง #งดลอยกระทง #งดทิ้งขยะลงน้ำ

สำหรับ ‘วันลอยกระทง’ ที่ในปีนี้ตรงกับวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งปีนี้หลายคน มองว่า ควรเกิดการตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง หลังโลกมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น จาก ‘ภาวะโลกเดือด’ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทั่วโลก โดยผู้คนได้เริ่มหันมาช่วยกันกระตุ้นการตระหนักรู้ รวมถึงการรณรงค์ ‘งดลอยกระทง’ ไม่ทิ้งเศษขยะ รวมถึงวัสดุต่างๆ ลงในแม่น้ำ คู คลอง เพื่อรักษาความสะอาดของสิ่งแวดล้อม

‘วีระศักดิ์’ ยกธุรกิจทั่วโลกเริ่มตื่นตัว ‘สังคม-สิ่งแวดล้อม’ ชูหลัก ‘5 P’ ช่วยภาคธุรกิจปรับประยุกต์ในงาน AFECA

เมื่อไม่นานนี้ ณ ห้องบอลรูม ที่ Bangkok Marriott Hotel The Surawongse ทางสหพันธ์สมาคมการจัดการประชุมและนิทรรศการแห่งเอเชีย ‘Asian Federation of Exhibition & Convention Associations’ หรือ ‘AFECA’ ได้เดินทางเข้ามาจัดการประชุมนานาชาติ ‘ASIA 20 BUSINESS EVENTS FORUM’ ที่ประเทศไทย โดยมีสมาชิกจากประเทศต่างๆ เดินทางมาร่วมงานประมาณ 170 คน

โดยงานนี้ได้เชิญ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อดีตประธานบอร์ด TCEB เป็น Keynote Speaker ของการประชุมในหัวข้อ ‘Business Events & Future Implications’ ซึ่งนายวีระศักดิ์ได้กล่าวถึงความตื่นตัวของธุรกิจต่างๆ ในระดับโลกที่กำลังพยายามตอบสนองต่อประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการตั้งคำถามต่อการจัดการความยั่งยืนที่องค์กรและธุรกิจกำลังดำเนินการ ตลอดจนการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมอย่างตื่นตัว

นายวีระศักดิ์ เสนอให้วงการธุรกิจปรับมุมมองจากการเป็น Business Community ที่มักมีไว้เพิ่มโอกาสธุรกิจระหว่างกัน ให้ยกระดับสู่การเป็น Business for Humanity ด้วยหลักการ 5 P ของสหประชาชาติ คือ ‘People - Planet - Peace - Partnership’ และสุดท้าย คือ ‘Prosperity’ ซึ่งแปลว่า ‘รุ่งเรือง’ ไม่ใช่เรื่องความร่ำรวย

พร้อมทั้งยกตัวอย่าง พระราชบัญญัติคุณภาพชีวิตคนพิการ ที่ภาคธุรกิจสามารถรับพนักงานผู้พิการให้อยู่ตามภูมิลำเนาบ้าน เพื่อปลูกป่าในนามของบริษัท ทำให้ได้ทั้งเรื่องของ ‘ESG’ (Environment Social Responsibility และ Good Governance) ไปในตัวด้วย

‘จีน’ เผย ‘การค้าดิจิทัล’ โตก้าวกระโดด มูลค่าการค้าปี 2022 แตะ 13.16 ลลบ.

(24 พ.ย. 66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หวังตงถัง เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ของจีน เปิดเผยว่าการค้าทางดิจิทัลของจีนมีความก้าวหน้าโดดเด่นด้านปริมาณการค้าในปี 2022 พร้อมกับมีการพัฒนาความสามารถทางการแข่งขันในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

หวัง ซึ่งร่วมพิธีเปิดงานมหกรรมการค้าดิจิทัลโลก ครั้งที่ 2 ในนครหางโจว มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน กล่าวว่ามูลค่าการค้าทางดิจิทัลของจีนในปี 2022 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 เมื่อเทียบปีต่อปี รวมอยู่ที่ 3.72 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 13.16 ล้านล้านบาท) ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์

รายงานว่าด้วยการพัฒนาการค้าทางดิจิทัลของจีนประจำปี 2022 ระบุว่าปริมาณการนำเข้าและส่งออกของอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนในปี 2022 รวมอยู่ที่ 2.11 ล้านล้านหยวน (ราว 10.55 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.8 เมื่อเทียบปีต่อปี

ส่วนจำนวนผู้ประกอบการบนแพลตฟอร์มการบริการทางดิจิทัลของจีน ซึ่งมีมูลค่าตลาดกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.54 หมื่นล้านบาท) ได้สูงเกิน 200 ราย เมื่อนับถึงสิ้นปี 2022

หวังเสริมว่าการค้าทางดิจิทัลกำลังเป็นเครื่องยนต์ใหม่ที่ขับเคลื่อนการสร้างชาติการค้าอันแข็งแกร่ง และเครื่องมือใหม่สำหรับการเปิดกว้างเชิงสถาบันในระดับสูงของจีน โดยจีนจะพยายามเสริมสร้างการออกแบบระดับสูง พัฒนาธุรกิจรูปแบบใหม่ และจัดระเบียบการค้าทางดิจิทัลตามมาตรฐานสูง

‘รมว.พิมพ์ภัทรา’ ชวนคนไทยสืบสานประเพณีลอยกระทง วอน!! อุดหนุนสินค้ามาตรฐานชุมชน กระตุ้น ศก.ท้องถิ่น

(24 พ.ย. 66) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ร่วมสืบสานประเพณีไทย วอนเลือกใช้กระทงที่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย ซึ่งนอกจากจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นการอุดหนุนสินค้าไทย และกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจในระดับชุมชนด้วย

“กระทงจากวัสดุธรรมชาติที่ผลิตโดยผู้ผลิตชุมชนที่ผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน เป็นสินค้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมให้การรับรองว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีความประณีต สวยงาม ไม่มีกลิ่นสารเคมี สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ สำหรับบางพื้นที่ที่มีประเพณีการปล่อยโคมลอยในเทศกาลลอยกระทง ก็ขอแนะนำให้ปล่อยโคมลอยที่ได้มาตรฐาน มผช. ด้วย รวมทั้งให้ยึดถือปฏิบัติตามประกาศมาตรการป้องกันและการรักษาความปลอดภัยของส่วนราชการในพื้นที่อย่างเคร่งครัด ซึ่งจะควบคุมการปล่อยโคมลอยในพื้นที่เฝ้าระวัง โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้สนามบิน เพื่อไม่ให้โคมลอยเข้าไปติดในเครื่องบิน หรือลอยเข้าไปตกตามชุมชน รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมห่วงใยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ไม่อยากให้เกิดความเสียหายในเทศกาลแห่งความสุขนี้” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมฯ กล่าว

ด้าน นายวันชัย พนมชัย รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม รักษาราชการแทน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีผู้ผลิตกระทงเปลือกข้าวโพดที่ได้มาตรฐาน มผช. จำนวน 7 ราย ได้แก่ 

1) กลุ่มแม่บ้านเกาะพิมูลพัฒนา 
2) นางสตรีรัตน์ ชูอินทร์ 
3) กลุ่มกระทงแฟนซีจากเปลือกข้าวโพด 
4) นางเตือนคนึง ราชา 
5) วิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตกระทงตำบลลานดอกไม้ตก 
6) กลุ่มกระทงเปลือกข้าวโพดบ้านลานดอกไม้ตกหมู่ที่ 1 
7) นางวิรัตน์ ทวนธง 
และมีผู้ผลิตโคมลอยที่ได้มาตรฐาน มผช. จำนวน 1 ราย ได้แก่ นางชไมพร วงศ์สถาน 

ดังนั้นจึงขอเชิญชวนประชาชนคนไทยร่วมกันสนับสนุนสินค้าไทย เพื่อกระจายรายได้ และสร้างความยั่งยืนให้กับสินค้าชุมชน เนื่องจากกระทงจากวัสดุธรรมชาติที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน มผช. เป็นสินค้าที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม มีความประณีต สวยงาม ไม่มีกลิ่นสารเคมี ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ และโคมลอยที่ได้มาตรฐาน มผช. ตัวโคมจะใช้วัสดุจากธรรมชาติ ไม่ติดไฟหรือเกิดการลุกไหม้ มีปริมาณเชื้อเพลิงไม่เกิน 55 กรัม ใช้เวลาในการเผาไหม้ไม่เกิน 8 นาที ซึ่งเหมาะสมกับระยะเวลาที่โคมลอยอยู่ในอากาศ และเมื่อตกลงมาสู่พื้นก็ไม่เป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้  มีการยึดตัวโคมด้วยวัสดุที่เป็นเชือกทนไฟ หรือลวดที่มีความยาวไม่เกิน 30 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรหากโคมลอยตกพาดบนสายไฟ อันเป็นสาเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ตามมาได้ 

ทั้งนี้ สามารถเลือกซื้อกระทงและโคมลอยที่ได้มาตรฐาน มผช. ได้ตามรายละเอียดบนเว็บไซต์ สมอ. หรือจะสั่งซื้อทางแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์ต่างๆ ก็ได้

ปัจจุบัน สมอ. ได้กำหนดมาตรฐาน มผช. แล้วทั้งสิ้น 1,670 มาตรฐาน มีผู้ผลิตชุมชนได้รับการรับรองรวม 11,071 ราย แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ อาหาร 1,347 ราย เครื่องดื่ม 227 ราย ผ้าและเครื่องแต่งกาย 3,730 ราย สมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร 693 ราย และของใช้ ของตกแต่งและของที่ระลึก 5,074 ราย สามารถดูรายชื่อผู้ที่ได้รับการรับรองได้ที่ https://tcps.tisi.go.th/public/certificatestandard.aspx หากผู้ผลิตชุมชนต้องการขอการรับรองมาตรฐาน มผช. สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ นายวันชัยฯ กล่าว

'เจ๊ไฝ' จับมือ Shin Ramyun รามยอนชื่อดังแห่งเกาหลีใต้ ส่งรามยอนต้มยำกุ้ง ดันอาหารไทยโกอินเตอร์ไปอีกขั้น

ในโลกออนไลน์แห่แชร์ภาพ Shin Ramyun รามยอนชื่อดังในประเทศเกาหลีใต้ ได้คอลแลบกับ ‘เจ๊ไฝ’ เชฟชาวไทยเจ้าของร้านสตรีตฟู้ดระดับ 1 ด้วยรสชาติใหม่ ‘ต้มยำกุ้ง’

โดยเมื่อวันที่ 6 ก.ย. ในโลกออนไลน์แห่แชร์ภาพ Shin Ramyun รามยอนชื่อดังในประเทศเกาหลีใต้ ได้มีการคอลแลบกับ ‘เจ๊ไฝ’ เชฟชาวไทยเจ้าของร้านสตรีตฟู้ดระดับ 1 ดาวมิชลินที่โด่งดังไปทั่วโลกออกมาด้วยรสชาติใหม่ ‘ต้มยำกุ้ง’ และยังไม่ได้เปิดตัวออกมาอย่างเป็นทางการในตอนนี้

สำหรับ รามยอน คือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของเกาหลี เมนูอาหารประเภทเส้น ที่นำไปต้มในน้ำร้อน เพียงเติมซอสและผงน้ำซุป ก็สามารถกินได้ง่าย ๆ โดยสามารถเติมเนื้อสัตว์และผักประเภทต่าง ๆ ลงไปได้ด้วย นอกจากนี้ ซีรีส์หลายเรื่องที่มักมีฉากอาหารเกาหลี รวมถึงภาพการกินรามยอนของศิลปินไอดอลชื่อดัง จนกลาย Soft Power (อำนาจอ่อน) ของเกาหลีใต้ ได้ส่งผลให้วัฒนธรรมอาหาร ‘รามยอน’ เป็นที่รู้จักและเผยแพร่ไปทั่วโลก

โดย Shin Ramyun คอลแลบกับ ‘เจ๊ไฝ’ จะมีด้วยกันทั้งหมด 2 รสชาติ คือ ต้มยำกุ้ง แล้วต้มยำกุ้งผัดแห้ง โดยจะมีจำหน่ายเฉพาะประเทศไทย ในระยะแรกจะเริ่มวางจำหน่ายที่ 7-Eleven โลตัส แม็คโคร และจะมีการขยายช่องทางจำหน่ายอื่น ๆ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้มากขึ้นในอนาคต พร้อมตั้งเป้ายอดขายปีหน้า 3.5 พันล้านบาท

ส่วนร้าน ‘เจ๊ไฝ’ เป็นร้านอาหารประเภทสตรีตฟู้ดเพียงแห่งเดียวที่ได้รับดาวจากมิชลิน โดยได้รับรางวัล 1 ดาว ตามมาตรฐานของมิชลินไกด์ และมีหลายเมนูที่ขึ้นชื่อ เช่น ไข่เจียวปู, ราดหน้าทะเล เป็นต้น จุดเด่นของร้านคือการปรุงอาหารด้วยเตาถ่าน และชื่อของ ‘เจ๊ไฝ’ นั้นโด่งดังในเกาหลีใต้จริง ๆ เพราะดาราและไอดอลเกาหลีหลายคนมากินร้านเจ๊ไฝกันอยู่บ่อยครั้ง

‘มวยไทยรากหญ้า’ ครวญ!! ค่าตัวนักชกลดฮวบ แต่ค่าเช่าเวทีพุ่งกระฉูด วอน!! ‘บิ๊กก้อง’ แก้ด่วน

(24 พ.ย. 66) ‘เฮียตี๋’ นายสรศักดิ์ แซ่ตั้ง เจ้าของค่ายมวยทีเด็ด 99 ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ดร.ก้องศักด คุณลงมาเดินดินบ้างครับ ไม่ใช่คุยกันอยู่ในห้องอย่างเดียว ทุกวันนี้เวทีมีกำไรวันละ 600,00-700,000 แต่นักมวยค่าตัวถูกยังกับขี้ ช่วยลงมาดูแลหน่อย?”

จากโพสต์ดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง ‘เฮียตี๋’ โดยได้รับการเปิดเผยว่า ปัญหาของวงการมวยไทยตอนนี้คือ ตกต่ำ ถ้าไม่มีศึกมวย ONE แชมเปี้ยนชิพ นักมวยไทยเลิกชกกันหมดแล้ว ค่าตัวนักมวยไทยตอนนี้ถูกมาก รายการปกติทั่ว ๆ ไปตามเวทีมาตรฐานต่าง ๆ ค่าตัวนักมวยคู่เอกอยู่ที่ 30,000 บาท เมื่อก่อนจะอยู่ที่ 70,000-80,000 บาท ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ มาจากเวทีมวยมาตรฐานเวลานี้ไม่ได้แคร์แฟนมวยชาวไทย จึงเก็บค่าเข้าชมการแข่งขันแพงมากจะอยู่ที่ 1,000 บาท สำหรับชาวไทย แล้วสมัยก่อนโปรโมเตอร์แต่ละคน จะจัดมวยไทยแต่ละรายการจะเสียงบฯ ให้กับเวทีมวย 1-2 แสนบาท แต่ปัจจุบันถูกดันราคาไปจนถึง 7-8 แสนบาท นั่นจึงเป็นปัญหาและสาเหตุที่ทำให้โปรโมเตอร์ต้องไปลดค่าตัวนักมวย บางคู่เหลือค่าตัว 10,000 บาท แล้วต่อยแต่ละไฟต์ ต้องพัก 21 วัน คำถามคือ วงการมวยไทยจะอยู่กันอย่างไร จะเดินกันไปข้างหน้าอย่างไร สำหรับมวยไทยระดับรากหญ้า

‘เฮียตี๋’ กล่าวต่อว่า เมื่อ 4-5 เดือนก่อน ตนได้เข้าไปพบกับ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. เพื่อสะท้อนปัญหาดังกล่าวของวงการมวยไทย ให้ทางผู้ว่าการ กกท. รับทราบและแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน แต่ที่ผ่านมา 4-5 เดือน ก็ไม่ได้รับการตอบสนองใด ๆ ไม่มีการเรียกไปให้ข้อมูลอีก พอสอบถามไปก็โดนปฏิเสธ จึงอยากเรียกร้องให้ กกท. เห็นใจคนวงการมวย และเข้ามาช่วยแก้ปัญหาด้วยความจริงใจ ไม่ใช่รับฟังปัญหาอยู่ที่สำนักงาน อยากให้ลงพื้นที่มาดูตามเวทีต่าง ๆ ด้วย ที่ผ่านมาแฟนมวยไทยเข้าเวทีน้อยมาก เพราะตั๋วแพง บรรดาเซียนมวยต่าง ๆ จากช่วงแรกที่พ้นโควิด-19 มีประมาณ 300 คน ตอนนี้เหลือกันอยู่ 100 กว่าคน แล้วใครจะเข้าไปดูได้ทุกวัน ค่าตั๋ววันละ 1,000 บาท ที่ตนต้องออกมาเรียกร้องเพราะอยากให้เข้าใจว่าไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อวงการมวยไทยระดับรากหญ้า ให้อยู่รอด มิเช่นนั้นเราจะเหลือแต่ชาวต่างชาติเข้าดูมวยไทยในบ้านเรา

ทั้งนี้ เจ้าของค่ายมวยทีเด็ด 99 ยังได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาไปยัง ‘บิ๊กก้อง’ ประกอบด้วย 

1.กกท. จำเป็นต้องเชิญเวทีมวยมาตรฐานมาหารือและกำหนดเกณฑ์เรื่องค่าเช่าสนาม ค่าตั๋วเข้าชมของแฟนมวย รวมไปถึงช่วยเหลือดูแลเรื่องการถ่ายทอดสดเพื่อให้เวทีต่าง ๆ หาสปอนเซอร์ได้ เพราะปัญหาที่ผ่านมาคือ ค่าเช่าสนามแพง ค่าตั๋วเข้าชมแพง

2.หากเวทีมวยต่าง ๆ ไม่ยอมที่จะให้ กกท. มากำหนดดังกล่าวก็อยากเสนอให้ กกท. หารือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อหาทางออกที่ควรจะเป็นคือ มีเวทีมวยที่เกิดขึ้นจากภาครัฐ โดยให้ กกท. ตั้งเวทีมวยมาตรฐานขึ้นมาอีก 1 เวที เพื่อเป็นทางเลือกเพราะบุคลากรต่าง ๆ ของกีฬามวยไทยนั้น กกท. ก็ออกใบอนุญาตให้อยู่แล้ว จึงเชื่อมั่นว่า หาก กกท. จริงใจที่จะแก้ปัญหาให้คนมวยไทยระดับรากหญ้าจริง ๆ วงการมวยไทยจะเดินหน้าต่อไปได้แน่นอน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top