Saturday, 7 November 2026
Hard News Team

'เอสซีจี เซรามิกส์' คว้ารางวัลความเป็นเลิศด้วยนวัตกรรมเพื่อสุขภาพและ ESG เวที Thailand Corporate Excellence Awards 2023

(1 ธ.ค. 66) นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนบริษัทเอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) รับมอบ 2 รางวัลดีเด่น สาขาความเป็นเลิศด้านสินค้า-การบริการ Thailand Corporate Excellence Awards 2023 จัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเชิดชูองค์กรองค์กรต้นแบบที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการในสาขาต่าง ๆ โดยมีนายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก อะ ลักซ์ซูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล

เอสซีจี เซรามิกส์ ผู้นำอุตสาหกรรมกระเบื้องปูพื้น กระเบื้องบุผนัง และวัสดุตกแต่งพื้นผิว ในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์มีความหลากหลายและครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกระดับ ภายใต้ 3 แบรนด์หลัก คือ แบรนด์คอตโต้ (COTTO) โสสุโก้ (SOSUCO) และ คัมพานา (CAMPANA) ดำเนินธุรกิจทั้งด้านการผลิต การตลาดและการจัดจำหน่าย รวมถึงส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคและทั่วโลก เพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศในธุรกิจเซรามิกและตอบสนองลูกค้าเป้าหมาย ในฐานะ ‘Decor Surfaces Leader’ ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพสูงในราคายุติธรรม 

ขณะเดียวกันก็บรรลุเป้าหมายทางการเงินของบริษัทและการเติบโตอย่างยั่งยืนจนได้รับการยอมรับจากรางวัลการันตีทั้งในประเทศและภูมิภาค โดยล่าสุด เอสซีจี เซรามิกส์ สามารถคว้ารางวัลดีเด่น Thailand Corporate Excellence Awards 2023 ในสาขาความเป็นเลิศด้านสินค้า-การบริการ สำหรับกลุ่มสินค้า Health & Clean Collection นวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและส่งเสริมคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีผ่านกระบวนการผลิตและการให้บริการที่มุ่งสู่ ESG PLUS อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ กระเบื้อง COTTO HYGIENIC ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสและแบคทีเรียตลอดอายุการใช้งาน กระเบื้อง COTTO AIR ION ดักจับฝุ่น PM2.5 ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพอากาศภายในอาคารโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า กระเบื้องกันลื่น (Anti Slip) COTTO R11 เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุจากการลื่นโดยเฉพาะในพื้นที่เปียก

‘หนุ่มฟลอริดา’ สุดทึ่ง!! ‘เรือซิ่งไทยแลนด์’ เร็ว แรง ถึงใจ!! ลงทุนบินลัดฟ้ามาสั่งทำ เล็งนำกลับประเทศไปแข่งกับ ‘เจ็ตโบต’

(1 ธ.ค. 66) ‘พาร์กเกอร์ มิตเชลล์’ ทันตแพทย์หนุ่มชาวสหรัฐอเมริกา ได้เปิดช่องยูทูบ ‘Teeth & Turbos’ ซึ่งเป็นช่องทำคอนเทนต์เกี่ยวกับช่องปากและเครื่องยนต์ต่าง ๆ ซึ่งล่าสุดเขาได้โพสต์วิดีโอเกี่ยวกับ ‘เรือซิ่ง’ หรือ ‘เรือหางยาวไทย’

โดยเขาได้ศึกษาข้อมูลและเข้าไปอยู่ในกลุ่มสั่งทำเรือซิ่ง เพื่อเดินหน้าโปรเจกต์การนำเรือซิ่งลำนี้กลับไปแข่งขันกับเจ็ตโบตที่ฟลอริดา ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนต่างชาติที่ทำธุรกิจในเมืองไทย เขาจึงสามารถติดต่อสั่งทำเรือซิ่ง 1 ลำได้สำเร็จ

หลังจากอดทนรอมาหลายเดือน ในที่สุดเขาก็ได้เดินทางมายังจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อไปรับเรือซิ่งที่สั่งทำไว้ บอกเลยว่าครั้งแรกที่เห็นผลงาน เขาตื่นเต้นและประทับใจกับเรือลำนี้มาก พร้อมกับตั้งชื่อเรือว่า ‘เจ้าหางจระเข้’

จากนั้นเขาได้ลองนำเรือซิ่งไปขับ เรียกได้ว่า ‘ซิ่ง เร็ว แรง’ ทำเอาติดใจอ้าปากค้างตลอดทาง ซึ่งตอนนี้เขากำลังหาช่องทางการนำเรือซิ่งลำนี้ กลับไปยังฟลอริดาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะเรือที่มีการปรับแต่งเยอะขนาดนี้ อาจมีปัญหาทางกฎหมายตามมาได้

OR คิกออฟ!! จำหน่ายน้ำมันมาตรฐานยูโร 5 ที่ ‘พีทีที สเตชั่น’ 226 แห่ง ค่ากำมะถันต่ำกว่า 10 PPM ลดการปล่อยไอเสียและฝุ่นขนาดเล็ก

(1 ธ.ค. 66) นายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ ‘OR’ เปิดเผยว่า OR ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และในฐานะผู้บริหารแบรนด์สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น (PTT Station) ซึ่งเป็นผู้นำการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง OR จึงพร้อมสนองนโยบายภาครัฐในการช่วยลดปัญหาดังกล่าว

โดยปรับสูตรน้ำมันดีเซลทุกชนิด น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 และน้ำมันเบนซิน พร้อมจ่ายให้สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งสิ้น 226 สถานี ด้วยน้ำมันมาตรฐานยูโร 5 โดยปรับลดปริมาณกำมะถันให้มีปริมาณกำมะถันต่ำกว่า 10 ppm (หรือต่ำกว่า 10 ส่วนในล้านส่วน) เพื่อจำหน่ายให้ผู้บริโภคตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566 ก่อนการประกาศใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมาตรฐานยูโร 5 ที่กระทรวงพลังงานได้กำหนดไว้เป็นวันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นเวลา 1 เดือน รวมทั้งจำหน่ายน้ำมันดีเซลมาตรฐานยูโร 5 นี้ให้กับกลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรม หน่วยงานราชการ ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซไฮโดรคาร์บอนและออกไซด์ของไนโตรเจน ลดการเกิดฝุ่น PM 2.5 และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตรวจสอบรายชื่อสถานีบริการ พีทีที สเตชั่นที่มีน้ำมันมาตรฐานยูโร 5 ได้ที่เว็บไซต์ www.pttor.com

นอกจากนี้ OR ยังจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเกรดพรีเมียม ‘ซูเปอร์ พาวเวอร์’ (Super Power) น้ำมันเกรดพรีเมียมสูตรที่ดีที่สุดจาก พีทีที สเตชั่น ซึ่งมีทั้งกลุ่มน้ำมันเบนซินและดีเซล เพิ่มสาร Super Booster สูตรพิเศษจากบริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก

โดยน้ำมัน ซูเปอร์พาวเวอร์ ดีเซล บี7 เป็นน้ำมันที่มีความบริสุทธิ์สูง มีกำมะถันต่ำกว่า 10 ppm รับรองด้วยมาตรฐานยูโร 5 และมีค่าซีเทนสูง ช่วยให้การเผาไหม้สมบูรณ์ เครื่องยนต์สะอาดและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีจำหน่ายใน พีทีที สเตชั่น กว่า 1,400 แห่งทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1365 Contact Center

‘ต้อม ยุทธเลิศ’ ตอก ‘เพชร ก้าวไกล’ ประเทศไทยไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการด่า

จากกรณีที่นายยุทธเลิศ สิปปภาค หรือ ต้อม ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ก่อนหน้านี้ได้โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว โดยมีข้อความระบุ ถึง นายกรุณพล เทียนสุวรรณ หรือ เพชร สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคก้าวไกล คู่กรณีคดีหมิ่นประมาท ว่าวันนี้ ผมมาถึงศาล ทุกคนก็มาถึงกันหมดแล้ว ทนายของเพชร ลองมาต่อรองกับผมเป็นครั้งสุดท้าย ว่าจะให้จบแบบคดีรักชนกได้มั้ย แต่ผมบอกทนายไปว่า กรณี รักชนก ตัวผมยังไม่ยอมจบแค่นั้นนะ และยังยืนยันคำเดิมว่าคดีของเพชร ผมไม่ต้องการคำขอโทษ ผมต้องการเงินค่าทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง คือ 5 ล้านเท่านั้น เมื่อตกลงกันไม่ได้ เรากลับเข้าไปในศาล แต่สุดท้ายเพชร ขอเปลี่ยนคำให้การเป็นยอมรับสารภาพผิด และทำการวาง ‘เงินบรรเทาผลร้าย’ ให้ผมเป็นจำนวน 5 หมื่นก่อนเบื้องต้น เพื่อประกันการมาฟังคำตัดสินของศาลในวันที่ 1 ธันวาคมนี้

ล่าสุดวันนี้ (1 ธ.ค. 66) ต้อม ยุทธเลิศ เปิดเผยผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า ศาลได้สั่งจำคุกเพชร กรุณพล เป็นเวลา 6 เดือน ฐานหมิ่นประมาทตนเอง โดยต้อม ยุทธเลิศ ระบุด้วยว่า ศาลพิพากษาวันนี้ครับ ถือเป็นข่าวดีของผม แน่นอนนี่คือข่าวร้ายของพวก สส.ปากดีทั้งหลาย พวกมึงจำใส่กะลาหัวไว้ ประเทศไทยไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการด่าครับ อิโดก! ส่วนค่าเสียหายที่ได้ติดปลายนวมมา ผมจะพา FC ไปเลี้ยงที่ร้านเยี่ยมใต้ของคุณเต้นเค้าครับ

ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ศาลได้สั่งจำคุก เพชร กรุณพล 6 เดือน แต่โทษรอลงอาญา 2 ปี พร้อมสั่งจ่ายค่าเสียหายให้ต้อม ยุทธเลิศอีก 150,000 บาท

‘วิกรม กรมดิษฐ์’ เจ้าของ ‘อมตะ คอร์ปอเรชัน’ ติดทำเนียบ ‘มหาเศรษฐีใจบุญ ปี 2023’

เมื่อวานนี้ (29 พ.ย. 66) ฟอร์บส์ เอเซีย ได้เปิดเผยทำเนียบมหาเศรษฐีใจบุญปี 2023 ของเอเชีย แปซิฟิก โดยมีรายชื่อทั้งหมด 15 คน ที่บริจาคให้กับการกุศล โดยมีรายชื่อ เช่น แอนดรูว์ ฟอร์เรสต์ นักธุรกิจชาวออสเตรเลีย, ทาเคมิตสึ ทากิซากิ มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่น, เหอ เสี่ยงเจี้ยน นักธุรกิจชาวจีน ผู้ก่อตั้งบริษัทเหม่ยตี้ (Midea) ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนรายใหญ่ของจีน, โล ตั๊ก กวง เศรษฐีชาวอินโดนีเซียซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธานผู้อำนวยการของ Bayan Resources บริษัทเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซีย เป็นต้น

ขณะที่ประเทศไทย ‘วิกรม กรมดิษฐ์’ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) บริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่มุ่งเน้นพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรม เป็นมหาเศรษฐีไทยคนเดียวที่ถูกจัดให้ติดทำเนียบมหาเศรษฐีใจบุญ ปี 2023

โดย ฟอร์บส์ เอเซีย ระบุว่า วิกรม กรมดิษฐ์ ฉลองวันครบรอบอายุ 70 ปีของเขาในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาด้วยการเซ็นพินัยกรรมที่ระบุว่า หลังจากที่เสียชีวิต เขาจะบริจาคทรัพย์สินส่วนตัว 99% ซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้านบาทแก่มูลนิธิอมตะ มูลนิธิที่เขาก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1996 โดยรวมไปถึงหุ้นอมตะ ซึ่งมีมูลค่ากว่า 7.5 พันล้านบาทด้วย

สำหรับ มูลนิธิอมตะ ได้มอบทุนการศึกษาให้นักเรียน ที่มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย ได้เรียนต่อในระดับมัธยม และมหาวิทยาลัย รวมถึงมอบทุนส่งเสริมด้านศิลปะและวรรณกรรมไทยด้วย ทั้งนี้ นายวิกรม ยังสร้างคฤหาสน์ในชื่อ อมตะคาสเซิล ในเขตนิคมอุตสาหกรรมทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเทพฯ และให้มูลนิธิใช้สร้างเป็นพิพิธภัณฑ์และหอจัดแสดงงานศิลปะ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 3 ปีนี้

“แรงบันดาลใจของผมมาจากประสบการณ์ชีวิตในวัยเด็กที่ยากลำบาก” วิกรม ให้สัมภาษณ์ฟอร์บ ผ่านอีเมล และว่า พวกเราเกิดมาจากศูนย์ (ไม่มีอะไรเลย) และก็จะจากไปกับศูนย์ (ไม่มีอะไรเลย) ฉะนั้นระหว่างนี้เราควรสร้างประโยชน์ และสิ่งที่มีคุณค่าแก่สังคม เพราะมันจะคงอยู่ตลอดไป

ทั้งนี้ วิกรม กรมดิษฐ์ เป็นผู้ถือหุ้น 1 ใน 4 ของอมตะ นิคมอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 6,000 เฮกตาร์ในไทยและเวียดนาม

‘อนุทิน’ ส่งข้อความร่วมยินดี ‘บิ๊กตู่’ ได้รับการแต่งตั้งเป็นองคมนตรี เผย ‘อดีตนายกฯ’ ขอบคุณ-ฝากฝังทุกคนช่วยกันทำงานเพื่อบ้านเมือง

(1 ธ.ค. 66) ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นองคมนตรี ว่า…

“ยินดีกับท่านด้วย เพราะเคยทำงานด้วยกันมาก่อนในฐานะร่วมรัฐบาลเดียวกัน ได้ส่งข้อความไปยินดีกับท่านแล้ว และท่านตอบกลับมาว่า ขอบคุณ และให้ช่วยกันทำงานเพื่อบ้านเมือง ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อท่าน”

'จ.ชลบุรี' ร่วม 'พิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม' แถลงข่าวการจัดงาน 5 ศาสนา ถวายพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9

เมื่อวันที่ 30 พ.ย.66 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวการจัดงานพิธี 5 ศาสนา ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ พิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม โดยมีนางศุภาวี บำรุงศักดิ์ วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี, เรือตรีปราโมทย์ ทับทิม ปลัดเมืองพัทยา, นางวรากร วิริยะพันธุ์ รองประธานบริหารพิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม ร่วมแถลงข่าว 

ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า สำหรับการจัดงานพิธี 5 ศาสนา เพื่อถวายพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 5-9 ธันวาคม 2566 ณ พิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม เมืองพัทยา อีกทั้งยังเป็นการมุ่งหวังให้ทุกคนทุกศาสนา สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข 

ด้านนางวรากร วิริยะพันธุ์ กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม ได้จัดกิจกรรม 5 ศาสนา มาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งจัดในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิ-เบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เพื่อเทิดพระเกียรติ และรำลึกใน พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนที่สนใจ เข้ามามีส่วนร่วมในพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง และร่วมในพิธี 5 ศาสนา ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรมได้จัดเตรียมโต๊ะสำหรับวางของใส่บาตร พร้อมกับจัดโรงทานให้บริการสำหรับผู้ที่มาร่วมในพิธี 5 ศาสนาด้วย

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมงานพิธี 5 ศาสนา โดยในวันที่ 5 ธันวาคม จะเป็นพิธีบรรพชาสามเณร 300 รูป, วันที่ 6 ธันวาคม มีเวทีเสวนา 5 ศาสนา และในวันที่ 9 ธันวาคม พิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์ 400 รูป และพิธี 5 ศาสนา โดยเริ่มจากศาสนาพุทธ, ศาสนาคริสต์, ศาสนาอิสลาม, ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์

'อุ๊งอิ๊ง' ปักหมุดสงกรานต์ปี 67 ดันสู่สุดยอด 'ซอฟต์พาวเวอร์' เล็ง!! สาดน้ำทั้งเดือนเมษา ทยอยจัดทั่วทั้งประเทศ 77 จังหวัด

(1 ธ.ค. 66) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร โพสต์ความคืบหน้าในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ผ่านเฟซบุ๊กว่า “แผนงานปีหน้า เริ่มแล้วค่ะ ประชุมคณะกรรมการการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์เมื่อวานนี้ ทั้ง 12 คณะ จาก 11 อุตสาหกรรม ได้เสนองบประมาณเพื่อเตรียมดำเนินการในปีหน้า โดยหลังจากนี้เราจะเสนองบประมาณตามลำดับขั้นตอนต่อไป และอีกหนึ่งเรื่องใหญ่และน่าตื่นเต้น คือแผนงานใหญ่ปีหน้า วันสงกรานต์จะไม่ใช่แค่เทศกาลแบบในอดีตที่ผ่านมา แต่เราจะจัดงานใหญ่ มหาสงกรานต์ World Water Festival-The Songkran Phenomenon”

“เราจะปักหมุดให้สงกรานต์ในไทยปีหน้า เป็นเทศกาลที่คนทั้งโลกต้องบินมาเล่นที่บ้านเรา และสงกรานต์ปีหน้า เราจะไม่เล่นน้ำแค่ 3 วันนะคะ แต่จะจัดงานกันทั้งเดือน ทยอยจัดกันทั้งประเทศ 77 จังหวัด เตรียมวางแผนกันได้เลยนะคะว่าสัปดาห์ไหนของเดือนเมษายน อยากจะไปเล่นน้ำสงกรานต์กันที่จังหวัดไหนคะ มาร่วมกันทำให้สงกรานต์บ้านเรา เป็นเทศกาลที่ทั่วโลกต้องปักหมุดมาเล่นน้ำที่บ้านเรา และทำให้ประเทศไทยติด 1 ใน 10 ประเทศสุดยอดเฟสติวัลโลกค่ะ #IngShin #PheuThai #PheuThaiParty #เพื่อไทย #พรรคเพื่อไทย #WorldWaterFestival  #THACCA #OFOS”

ศาลฯ สั่งจำคุก 'ทนายนกเขา' 5 ปี 9 เดือน ปรับ 2 แสน 'ตั๊น-จิตภัสร์' จำคุก 9 เดือน ปรับ 4 หมื่น คดีไล่ 'รัฐบาลปู' ปี 57

(1 ธ.ค. 66) ที่ห้องพิจารณา 801 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดี กปปส. ชุดเล็ก 7 คนร่วมกันกบฏ ก่อการร้าย หมายเลขดำอ.2732/2562 ที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายนัสเซอร์ ยีหมะ การ์ดคปท., นายอุทัย ยอดมณี แกนนำคปท., นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา แกนนำคปท., น.ส.จิตภัสร์ หรือ ตั๊น กฤดากร, นายพานสุวรรณ ณ แก้ว, นายประกอบกิจ อินทร์ทอง และนายกิตติศักดิ์ ปรกติ นักวิชาการ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุม เป็นกบฏสมคบกันใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ฯ

จากกรณีเมื่อช่วงวันที่ 23 พ.ย.2556 - 1 พ.ค. 2557 จำเลยกับพวกซึ่งเป็นแกนนำกลุ่ม กปปส. ได้ร่วมกันชุมนุม ต่อต้านการบริหารราชการแผ่นดินและขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้พ้นจากตำแหน่ง ยุยง ปลุกระดม ให้ประชาชนกระด้างกระเดื่อง

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายนัสเซอร์ จำเลยที่ 1 กระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทที่หนักที่สุดข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป พิพากษา จำคุก 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

ส่วน น.ส.จิตภัสร์ หรือตั๊น จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานยุยงให้ข้าราชการหยุดงาน สั่งจำคุก 9 เดือนปรับ 40,000 บาท

นายอุทัยและนายนิติธร จำเลยที่ 2 และ 3 ศาลพิพากษาจำคุกรวม 5 กระทง คนละ 5 ปี 9 เดือน ปรับคนละ 200,000 บาท

นายพานสุวรรณ และนายประกอบกิจ จำเลยที่ 5 และ 6 ศาลพิพากษาจำคุกคนละ 4 ปี 9 เดือน ปรับคนละ 180,000 บาท

ส่วน นายกิตติศักดิ์ จำเลยที่ 7 ซึ่งเป็นนักวิชาการ แสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ตามข้อมูลวิชาการ จึงไม่มีความผิดพิพากษายกฟ้อง

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยที่ 2, 3 ,4 ,5 ,6 ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ที่กระทำผิดเพราะต้องการแสดงออกเพื่อต่อสู้ทางการเมืองเพราะเห็นความไม่ชอบธรรมในรัฐบาลและไม่ได้เป็นการกระทำเพื่อส่วนตัวหลังเกิดเหตุได้เข้ามอบตัว เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างกล้าหาญ โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top