Friday, 6 November 2026
Hard News Team

‘ILINK’ ดันยอด ‘ธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ’ เดือนม.ค. แตะ 331 ลบ. ทะลุเป้าที่ตั้งไว้

(2 ก.พ. 67) สมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทอินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK เปิดเผยว่า ‘INTERLINK’ เปิดแคมเปน ‘LINK AMERICAN & GERNAN RACK EVERY WHERE’ สามารถทำยอดขาย ‘ธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ’ เดือนมกราคม ทะลุเป้า จากที่ตั้งเป้าหมาย ยอดขาย 250 ล้านบาท/เดือน ในขณะนี้สามารถทำยอดขายทะลุเป้าเดือน มกราคม ด้วยยอดขาย 331 ล้านบาท

“ซึ่งถือเป็นข่าวดีปีใหม่ต้อนรับตรุษจีน ของผู้ถือหุ้น ILINK กันอย่างถ้วนทั่วหน้า” นายสมบัติ กล่าว

‘ค่าย UMG’ สั่งถอนเพลงออกจาก ‘TikTok’ แล้ว หลังไม่สามารถตกลงเรื่องค่าตอบแทนกันได้

(2 ก.พ.67) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เพลงของเทย์เลอร์ สวิฟต์, อารีอานา กรานเด, จัสติน บีเบอร์, เดอะบีทเทิลส์ และศิลปินอื่นๆ อีกจำนวนมาก จะไม่ปรากฏให้ได้ยินกันในติ๊กต็อกอีกต่อไป หลังจากที่ติ๊กต็อก กับ ยูนิเวอร์ซัล มิวสิค กรุ๊ป หรือยูเอ็มจี (UMG) ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ที่มีเพลง 1 ใน 3 ของโลกอยู่ในมือ ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในเรื่องค่าตอบแทนได้

ข่าวระบุว่า เพลงของยูเอ็มจีทั้งหมดได้ถูกถอดออกจากคลังเพลงของติ๊กต็อก ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ และวิดีโอที่มีเพลงของยูเอ็มจีทั้งหมด จะถูกปิดเสียงเอาไว้

ทั้งนี้ สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ (licensing agreement) ระหว่างยูเอ็มจี กับติ๊กต็อก ได้หมดไปเมื่อวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา

รายงานแจ้งว่า หลังการเจรจาเพื่อต่อสัญญาพังลงระหว่างสองบริษัท เมื่อวันที่ 30 มกราคม ทางยูเอ็มจี ได้กล่าวหาติ๊กต็อกว่า พยายามที่จะสร้างธุรกิจเกี่ยวกับเพลง โดยไม่ยอมจ่ายค่าตอบแทนที่ยุติธรรมให้กับเพลง

ยูเอ็มจี ระบุด้วยว่า หนึ่งในประเด็นของการเจรจา คือเรื่องของการจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสมใหักับศิลปิน และนักเขียนเพลง รวมถึงเรื่องความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ของผู้ใช้ และการปกป้องศิลปินจากอันตรายที่เกิดจากปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)

ด้านติ๊กต็อก ซึ่งเป็นของบริษัท ไบท์แดนซ์ จากจีน ได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า เป็นเรื่องน่าเศร้าและน่าผิดหวัง ที่ยูเอ็มจี ได้เอาความโลภของตัวเองอยู่เหนือผลประโยชน์ของศิลปินในบริษัท

ทั้งนี้ แม้ว่าติ๊กต็อกจะมีผู้ใช้งานจำนวนมากคือกว่า 1,000 ล้านบัญชี แต่ก็สร้างรายได้ให้ยูเอ็มจีได้แค่ราว 1 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมดของยูเอ็มจี

‘ศาลรธน.’ ชี้!! การกระทำผิดต่อสถาบัน ถือเป็นการทำผิดต่อความมั่นคงของประเทศ

เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 67 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัย กรณี ‘นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ และ ‘พรรคก้าวไกล’ เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และใช้เป็นนโยบายหาเสียง เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมสั่ง ‘ยุติการกระทำ’ บางช่วงบางตอนในการวินิจฉัยระบุว่า…

“การที่พรรคก้าวไกล เสนอให้ย้ายมาตรา 112 ออกจากความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐนั้น ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 2 พระมหากษัตริย์ กับประเทศไทย ดำรงอยู่คู่เป็นเนื้อเดียวกัน หากผู้ใดกระทำความผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงถือเป็นการกระทำความผิดต่อความมั่นคงของประเทศด้วย"

‘อ.เจษฎ์’ ชี้!! คนไทยไม่ควรเห็นดีเห็นชอบในการล้มล้างสถาบัน ถ้าพอกันทำ จะสิ้นชาติ สิ้นแผ่นดิน

จากรายการ 'เข้มข่าวเย็น' ทาง PPTV เมื่อวันที่ 1 ก.พ.67 รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก อาจารย์คณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย กล่าวช่วงหนึ่งว่า...

พรรคการเมืองไม่ควรเอาเรื่อง สถาบันฯ มาหาเสียง และต่อให้พรรคก้าวไกล ชนะได้ สส.ถึง 500 คนเข้ามาในสภา ก็ไม่มีสิทธิที่จะไปล้มล้างสถาบันหลักของบ้านเมือง

Woman with a Parasol - Madame Monet and Her Son ภาพสีนํ้ามันบนผ้าใบที่จิตรกรชื่อก้อง 'Claude Monet’ รังสรรค์ไว้

(2 ก.พ.67) จากเพจ 'Sompob Pordi' ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพ ระบุว่า...

ภาพวาดที่เป็นที่รู้จักของคนแทบทั้งโลกภาพนี้ชื่อ

Woman with a Parasol - Madame Monet and Her Son หรือบางครั้งคนในวงการเรียกสั้นๆเป็นภาษาอังกฤษว่า The Stroll 

หรือเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า La Femme à l'ombrelle - Madame Monet et son fils

เป็นภาพสีนํ้ามันบนผ้าใบที่จิตรกรแนว Impressionism ชื่อก้อง Claude Monet วาดขึ้นในปีค.ศ. 1875 โดยผู้หญิงและเด็กในภาพก็คือ Camille ภรรยา และ Jean บุตรชายของตน

ปัจจุบัน ภาพเขียนอันโด่งดังนี้ถูกแสดงอยู่ที่ แกลอรี่แห่งชาติที่กรุงวอชิงตัน ดีซี เมืองหลวงของสหรัฐอเมริกา

และก็เป็นธรรมดาด้วยหากจะมีการทำวาดภาพปลอมหรือภาพลอกเลียนแบบขึ้นมาหลอกขายผู้ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว เช่นเดียวกับภาพเขียนชื่อดังอื่นๆ โดยไม่เปิดเผยว่าใครเป็นคนทำภาพปลอมขึ้นมา เพราะส่วนใหญ่แล้ว เขาจะอายกันทั้งคนวาดและคนซื้อ

แต่หากไม่อายกันเลย ก็นับว่าไม่ธรรมดาจริงๆ 😁

'ปิยบุตร' ซัด 'ก้าวไกล' หลังลบนโยบายแก้ไข 112 ออกจากเว็บ จวก!! ถ้าจะเดินวิธีนี้ ถอยตั้งแต่จัดตั้งรัฐบาลไปเลยดีกว่า

ความคืบหน้าหลังเว็บไซต์ พรรคก้าวไกล ลบนโยบาย แก้ไขมาตรา 112 ออกจากเว็บไซต์เลือกตั้ง 66 ของพรรค โดยพบว่าไม่ปรากฎข้อความที่เกี่ยวกับการแก้ 112 ภายหลังมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อวานนี้ (1 ก.พ. 67) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า…

“เพิ่งทราบข่าวจากเพจข่าวสดว่า พรรคก้าวไกลนำนโยบายแก้ไข 112 ออกจากเว็บไซต์ของพรรค ทำไมแหยและหงออย่างนี้ครับ ?”

ในคำวินิจฉัยไม่ได้สั่งให้เอาออกเลย และต่อให้เอาออก แล้วยังไง ศาลก็วินิจฉัยไปแล้ว ตกลงพรรคก้าวไกลจะร่วมสร้างบรรยากาศความกลัวให้กับสังคมในเรื่องนี้ด้วยหรือ ในช่วงยามแบบนี้ แทนที่จะพยายามหาวิธีการประคับประคองเรื่องเสรีภาพ และยืนบนหลักให้ได้ แต่กลับช่วยกันขีดวงเสรีภาพให้หดแคบลง
.ถ้าจะเดินแบบนี้ คุณถอยตั้งแต่จัดตั้งรัฐบาลไปเลยดีกว่าครับ ถ้าบทจะยุบ จะตัดสิทธิ ขึ้นมาจริง ๆ ต

ให้เอานโยบายออกจากเว็บ เขาก็ยุบ เขาก็ตัดสิทธิอยู่ดี

หากอ่านจากคำบังคับของศาลรัฐธรรมนูญ จะเห็นได้ว่าศาลรัฐธรรมนูญสั่งดังนี้

1. สั่งการให้พรรคก้าวไกลและพิธา เลิกแสดงความเห็น เพื่อให้มีการยกเลิก 112

2. ไม่ให้มีการแก้ไข 112 ด้วยวิธีการซึ่งไม่ใช่กระบวนการทางนิติบัญญัติโดยชอบ ซึ่งคำนี้น่าจะอนุมานจากคำวินิจฉัยนี้ได้ว่า ห้ามแก้ใน 3 ประเด็นที่ศาลบอกว่าเป็นการล้มล้างฯ ได้แก่ ห้ามย้ายหมวด, ห้ามกำหนดเหตุ ยกเว้นความผิด เหตุยกเว้นโทษ, ห้ามกำหนดให้ยอมความได้ และห้ามกำหนดให้สำนักพระราชวังเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ตรงไหนที่ศาลสั่งให้เอานโยบายออกจากเว็บครับ

คำบังคับข้อหนึ่ง คือ การห้ามแสดงออกเพื่อยกเลิก 112 ครับ แน่นอนไม่มีใครมั่นใจ 100% หรอก เพราะปากกาอยู่ที่ศาล แต่ในฐานะพรรคการเมืองที่ประกาศจุดยืนเรื่องนี้ ผมคิดว่าต้องหาจุดสมดุลประคับประคองไปให้ได้ ไม่ควรออกอาการกลัว ลนลาน ขนาดนี้ มิเช่นนั้น ถ้าจะทำก็แถลงสาธารณะไปเลยว่าต้องทำเพราะกลัวโดนยุบพรรค โดนจริยธรรม ขอให้เข้าใจด้วย

ส่วนตัวผมเห็นว่าถ้าเขาจะยุบ จะตัด ต่อให้ลบออกหมด เขาก็ยุบได้ครับ และเมื่อไรที่กลับมาทำเรื่องพรรคนี้อีกเมื่อไรก็โดนอยู่ดี เว้นแต่จะประกาศให้พวกเขารู้ว่าพร้อมจะเป็นเด็กดีของระบอบแล้ว

'เอกภักดิ์ นิราพาธพงศ์พร' ลาออกกรรมการ PLAN B รับผิดชอบกรณี 'โพสต์ดูถูกนักบิน-พาดพิงการบินไทย'

(2 ก.พ.67) รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา ดร.พินิจสรณ์ ลือชัยขจรพันธ์ กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ทำหนังสือถึงกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แจ้งให้ทราบว่า นายเอกภักดิ์ นิราพาธพงศ์พร ได้แจ้งความประสงค์ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน กรรมการบริหารความเสี่ยง และกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืนของบริษัท โดยให้มีผลนับตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2567 เป็นต้นไป ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทจะดำเนินการสรรหาและแต่งตั้งผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมดำรงตำแหน่งกรรมการที่ว่างลงดังกล่าว และจะแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและนักลงทุนทราบต่อไป

ด้านเฟซบุ๊กส่วนตัว Ekapak Nirapathpongporn โพสต์ข้อความระบุว่า "สืบเนื่องจากเหตุการณ์ วันที่ 29 มกราคม 2567 ที่กระผมได้กระทำการอันไม่สมควร ซึ่งก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสร้างความเสื่อมเสียต่อ บริษัท การบินไทย จำกัด อย่างยอมรับไม่ได้ จากเหตุการณ์แสดงความไม่พอใจในการให้บริการของการบินไทย รวมถึงการตำหนิการปฏิบัติหน้าที่ของนักบินในเที่ยวบิน ด้วยข้อความและถ้อยคำไม่สุภาพ ดูถูกนักบิน และใช้คำพูดหยาบคายอย่างไม่เหมาะสมที่สุด จนทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัยของการบินไทย และนักบินผู้ปฏิบัติหน้าที่ในเที่ยวบินดังกล่าว

ผมได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนและตระหนักได้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่สมควรและไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง ดังนั้น เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำของผม ผมจึงมีความประสงค์ขอลาออกจากทุกตำแหน่งที่กระผมปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน ที่ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) และขอกราบขออภัย บริษัท การบินไทย, นักบิน และทุกคนที่เกี่ยวข้อง และขอกราบขออภัยผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท ผู้บริหาร พนักงาน ของบริษัท แพลน บี และพี่ๆ เพื่อนๆ และทุกคนที่ผมรักและเคารพที่ผมทำให้ผิดหวัง ตลอดจนผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำอันเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของกระผมมา ณ ที่นี้ โดยให้มีผลนับตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2567 เป็นต้นไป

ผมเข้าใจว่ามันอาจไม่มีความหมายมากมายอะไรกับทุกคนที่ได้รับผลกระทบ แต่ผมก็จริงจังและจริงใจที่จะขอโทษในสิ่งที่ผมทำลงไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ผมเสียใจและขออภัยและขอน้อมรับความผิดทั้งหมดที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียวครับ

ขออภัยอีกครั้งเป็นอย่างสูง และขอแสดงความนับถือครับ"

รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า สำหรับนายเอกภักดิ์ นิราพาธพงศ์พร ปัจจุบันอายุ 42 ปี จบการศึกษา Bachelor of Engineering, Electrical /Communication, University of Melbourne ประเทศออสเตรเลีย Bachelor of Commerce, Finance, University of Melbourne ประเทศออสเตรเลีย และหลักสูตร Director Accreditation Program (DAP) 134/2560 สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)

ประสบการณ์ทำงานในระยะ 5 ปีบริษัทจดทะเบียน ได้แก่ กรรมการของ บมจ.แพลน บี มีเดีย ตั้งแต่ปี 2556 ถึงปัจจุบัน กรรมการของ บมจ.มาสเตอร์ แอด ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน ส่วนบริษัทจำกัดและองค์กรอื่น เป็นกรรมการของ บจ.เอพีซี อินเตอร์เนชั่นแนล ตั้งแต่ปี 2554 ถึงปัจจุบัน กรรมการและผู้บริหารสูงสุดทางการเงินของ บจ.แฟรคชั่น (ประเทศไทย) ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน และกรรมการของ Masan Consumer Holdings ตั้งแต่ปี 2565 ถึงปัจจุบัน

เปิดรายชื่อ 44 สส. ส่อเสี่ยงหมดสิทธิทางการเมือง ‘ตลอดชีวิต’

จากกรณีเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 67 ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 วินิจฉัยว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (ผู้ถูกร้องที่ 1) และพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้องที่ 2) กรณีการหาเสียงเรื่องการแก้ไข มาตรา 112 เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง

พร้อมสั่งการให้ผู้ถูกร้องทั้งสองเลิกการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่นเพื่อให้มีการยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

ภายหลังคำวินิฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มีหลายฝ่ายแสดงความเห็นว่า การที่คำวินิจฉัยออกมาเช่นนี้ จะเป็นการส่งไม้ต่อไปสู่การยื่น กกต. เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิฉัยยุบพรรคก้าวไกล ให้ลำดับต่อไป อีกทั้ง 44 สส. พรรคก้าวไกล ที่ได้ลงชื่อแก้ไขมาตรา 112 เมื่อปี 2564 อาจถูกยื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เอาผิดจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งโทษสูงสุดคือ ‘เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน 10 ปี และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ’

สำหรับรายชื่อ สส. 44 คน ของพรรคก้าวไกล (สส.จากการเลือกตั้งปี 2562) ที่ยื่นเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ …) เกี่ยวกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เมื่อปี 2564 มีดังนี้

1. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล
2. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ สส.บัญชีรายชื่อ
3. นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.บัญชีรายชื่อ
4. น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน สส.จันทบุรี
5. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ
6. นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี สส.บัญชีรายชื่อ
7. น.ส.เบญจา แสงจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อ
8. พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ สส.บัญชีรายชื่อ
9. นายนิติพล ผิวเหมาะ สส.บัญชีรายชื่อ
10.นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.

11.นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม.
12.นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ
13.นายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก
14.นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สส.บัญชีรายชื่อ
15.นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สส.บัญชีรายชื่อ
16.นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ
17.นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ
18.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.กทม.
19.น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ
20.น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา สส.นครปฐม

21.นายวรภพ วิริยะโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ
22.นายคำพอง เทพาคำ สส.บัญชีรายชื่อ
23.นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สส.กทม.
24.นายทองแดง เบ็ญจะปัก สส.สมุทรสาคร
25.นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา
26.นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สส.ชลบุรี
27.นายสุเทพ อู่อ้น สส.บัญชีรายชื่อ
28.นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ
29.นายอภิชาติ ศิริสุนทร สส.บัญชีรายชื่อ
30.นายองค์การ ชัยบุตร สส.บัญชีรายชื่อ

31.พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สส.บัญชีรายชื่อ
32.นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ สส.บัญชีรายชื่อ
33.นายศักดินัย นุ่มหนู สส.ตราด
34.นายมานพ คีรีภูวดล สส.บัญชีรายชื่อ
35.นายวาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ
36.น.ส.วรรณวิภา ไม้สน สส.บัญชีรายชื่อ
37.นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ
38.นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ
39.นายทวีศักดิ์ ทักษิณ สส.บัญชีรายชื่อ
40.นายสมชาย ฝั่งชลจิตร สส.บัญชีรายชื่อ

41.นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล สส.บัญชีรายชื่อ
42.นายวุฒินันท์ บุญชู สส.สมุทรปราการ
43.นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ
44.นายสุรวาท ทองบุ สส.บัญชีรายชื่อ

2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2536 ‘วันนักประดิษฐ์’ วันทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตร ‘กังหันน้ำชัยพัฒนา’ ของในหลวงรัชกาลที่ 9

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการทูลเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญา ‘พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย’ แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เสนอ โดยกำหนดให้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็นวันนักประดิษฐ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและเผยแพร่พระเกียรติคุณ และเพื่อให้ประชาชนเจริญรอยตามเบื้องยุคลบาท รวมทั้งปลูกฝัง เสริมสร้าง และส่งเสริม ให้เยาวชนไทยให้มีทุนทางสังคมของความเป็นนักประดิษฐ์คิดค้น พัฒนา และส่งเสริมนักประดิษฐ์ ให้ร่วมมือร่วมใจในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ความเจริญและความมั่นคงของประเทศชาติ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงเป็นพระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย ด้วยทรงสนพระราชหฤทัย ในเรื่องการประดิษฐ์เครื่องจักรกลเพื่อใช้ในการพัฒนาการเกษตรรูปแบบต่างๆ โดยอยู่บนพื้นฐานการใช้เทคโนโลยีแบบง่ายๆ ใช้ภูมิปัญญาของเราเอง ใช้วัสดุภายในประเทศ เน้นความง่ายต่อการใช้งาน การซ่อมบำรุงและราคาถูก เช่น เครื่องสีข้าว กังหันน้ำ และทรงออกแบบเรือใบมด ซึ่งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2536 เครื่องกลเติมอากาศ ‘กังหันน้ำชัยพัฒนา’ ได้รับการพิจารณาและทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธย นับเป็นสิ่งประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศเครื่องที่ 9 ของโลกที่ได้รับสิทธิบัตร และเป็นครั้งแรกที่ได้มีการรับจดทะเบียน และออกสิทธิบัตรให้แก่พระบรมราชวงศ์ด้วย จึงนับได้ว่าเป็น ‘สิทธิบัตรในพระปรมาภิไธย ของพระมหากษัตริย์ พระองค์แรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยและเป็นครั้งแรกของโลก’

>> สิ่งประดิษฐ์ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้แก่... 

1.) เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุดซ้ำแบบทุ่นลอย (กังหันน้ำชัยพัฒนา)
ยื่นคำขอวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2535 ประกาศวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2535 ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2536

2.) การใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องยนต์ดีเซล (น้ำมันไบโอดีเซล)
ยื่นคำขอวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2544 ประกาศวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2544

3.) กระบวนการปรับปรุงสภาพดินเปรี้ยวเพื่อให้เหมาะแก่การเพาะปลูก (โครงการแกล้งดิน)
ยื่นคำขอวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ประกาศวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

4.) ระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยรางพืชร่วมกับเครื่องกลเติมอากาศ
ยื่นคำขอวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ประกาศวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

5.) เครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำ
ยื่นคำขอวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2544 ประกาศวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2544

6.) อุปกรณ์ควบคุมการผลักดันของเหลว (ร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง)
ยื่นคำขอวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2545 ประกาศวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2546

7.) การดัดแปรสภาพอากาศเพื่อให้เกิดฝน เป็นสิ่งประดิษฐ์ชื่อ ‘ฝนหลวง’
ยื่นคำขอวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2545 ประกาศวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2545

8.) เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์
ยื่นคำขอวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2545 ประกาศวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2545

9.) ภาชนะรองรับของเสียที่ขับออกจากร่างกาย
ยื่นคำขอวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2546 ประกาศวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546

10.) การใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์ 2 จังหวะ
ยื่นคำขอวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2545 ประกาศวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2545

'อ.แก้วสรร' เผย!! เหตุผลที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยห้ามแตะ 112 หากเข้าข่ายซ่อนเร้น ไม่ให้รัฐมีอำนาจหน้าที่คุ้มครองสถาบันอีกต่อไป

(1 ก.พ. 67) นายแก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง ศาลรัฐธรรมนูญห้ามแตะ 112? ระบุว่า…

>>ถาม จากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คดีก้าวไกลยกเลิก 112 ชัดเจนว่า ต่อไปนี้ ใครจะแตะต้อง มาตรา 112 อีกไม่ได้แล้ว เช่นนั้นหรือ

ตอบ คุณช่วยสละเวลา อ่านคำวินิจฉัยที่ผมแยกแยะมาเสนอต่อไปนี้ ให้ชัดเจน ก่อนนะครับ

“ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า การกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสองมีพฤติการณ์ในการใช้สิทธิหรือเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเพื่อทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดย ซ่อนเร้นหรือผ่านการนำเสนอร่างกฎหมาย แก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และใช้เป็นนโยบายพรรค รวมทั้ง มีการรณรงค์ ให้มีการยกเลิก หรือแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มีลักษณะ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นขบวนการ ใช้หลายพฤติการณ์ประกอบกัน ทั้งการชุมนุม การจัดกิจการ การรณรงค์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ การเสนอร่างแก้ไขกฎหมายเข้าสู่สภา และการใช้เป็นนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง”

>>ถาม ศาลหมายความว่าพรรคก้าวไกลต้องเสนอแก้ 112 โดยสงบเงียบเชียบอย่างนั้นหรือ

ตอบ ไม่ใช่ตรงนั้นครับ ศาลท่านตีตรง ‘ความเคลื่อนไหว’ ว่าเจตนาแท้จริงที่อยู่หลังการเสนอร่างกฎหมายนี้ คือมุ่งทำลายสถาบัน เป็นงานที่ทำกันอย่างเป็นขบวนการ รณรงค์สร้างกระแสโมเม้นตั้มอย่างกว้างขวาง ให้ความหมายว่าเรากำลังจะเปลี่ยนระบบแล้ว

>>ถาม มันเปลี่ยนระบบอะไรที่ตรงไหนครับ

ตอบ ตรงที่เลิกไม่ให้รัฐมีอำนาจหน้าที่คุ้มครองสถาบัน อีกต่อไป

“การที่ผู้ถูกร้องทั้งสองเสนอให้ความผิดตามมาตรา 112 ออกจากความผิดตามลักษณะ 1 จึงเป็นการกระทำเพื่อมุ่งหวังให้ความผิดตามมาตรา 112 ไม่มีความสำคัญ และไม่ร้ายแรง ไม่ให้ถือเป็นความผิดที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ มีเจตนามุ่งหมายแยกสถาบันพระมหากษัตริย์และความเป็นชาติไทยออกจากกัน จึงเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐอย่างมีนัยยะสำคัญ”

>>ถาม แล้วการเอาเรื่องนี้มาชูธงเป็นนโยบายสำคัญของพรรค มันผิดตรงไหนครับ เมื่อเป็นเรื่องใหญ่ พรรคการเมืองก็ต้องรณรงค์ในวงกว้าง เป็นธรรมดาอยู่แล้ว

ตอบ เรื่องแก้ 112 นี้ พรรคก้าวไกลหยิบขึ้นมาเป็นนโยบายดื้อ ๆ เลย ไม่มีงานวิจัยหรือคำอธิบายรองรับเลยว่า ในตัวของมาตรานี้มันผิดที่ตรงไหน การเลิกคุ้มครอง ให้คนในสถาบัน พอถูกด่าก็แจ้งความเอาเอง  มันจะแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง พอฐานเหตุผลทางกฎหมายมันไม่แน่น ศาลก็ชี้ไปเลยว่า เจตนาแท้จริงมันเป็นอย่างนี้

“เป็นการใช้นโยบายพรรคการเมือง นำสถาบันพระมหากษัตริย์ลงมาเพื่อหวังคะแนนเสียงและประโยชน์ในการชนะการเลือกตั้ง มุ่งหมายให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ในสถานะเป็นคู่ขัดแย้งของประชาชน ทำให้สถาบันต้องเข้าไปเป็นฝักฝ่าย ต่อสู้แข่งขันรณรงค์ทางการเมือง อันอาจนำมาซึ่งการโจมตี ติเตียน โดยไม่คำนึงถึงหลักการปกครองที่สำคัญว่าพระมหากษัตริย์ต้องดำรงฐานะอยู่เหนือการเมือง และความเป็นกลางทางการเมือง”

>>ถาม ตัดสินอุ๊บอิ๊บกันง่ายๆอย่างนี้ มันไม่หาเรื่องกันมากไปหน่อยหรือ

ตอบ ศาลชี้แจงไว้แต่แรกแล้วว่า ศาลพิจารณาโดยระบบไต่สวน ได้รวบรวมความเป็นไปทางคดีที่เกิดขึ้นในช่วงรณรงค์ต่าง ๆ เช่นจากตำรวจ อัยการ แล้ว ภาพของการโจมตีติเตียนสถาบัน เกิดขึ้นเป็นกระแสเช่นนั้นจริง ๆ สส.ก้าวไกลที่ไปร่วมชุมนุม และคอยประกันตัวคนด่าในหลวง มีอยู่ไม่น้อยจริงๆ

>>ถาม สรุปแล้ว การใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและแตะต้อง 112 จึงทำไม่ได้อีกเลยใช่ไหม

ตอบ ศาลบอกว่ายังทำได้ แต่ต้องใช้สิทธิโดยสุจริตไม่ใช่เป็นความเคลื่อนไหวเพื่อปลุกปั่นทางการเมือง  ศาลใช้คำว่าต้องเป็นกระบวนการทางนิติบัญญัติโดยชอบ เท่านั้น

“ศาลรัฐธรรมนูญโดยมติเอกฉันท์ วินิจฉัยว่า สั่งการให้ผู้ถูกร้องทั้งสองเลิกการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่นเพื่อให้มีการยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อีกทั้ง ไม่ให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ด้วยวิธีการซึ่งไม่ใช่กระบวนการทางนิติบัญญัติโดยชอบ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตด้วย”

>>ถาม เมื่อศาลตัดสินอย่างนี้ กกต. จะเสนอศาลให้ยุบก้าวไกลได้ไหม ในเมื่อก่อนเลือกตั้ง เขาเสนอนโยบายเรื่องแก้ไข 112 ให้ตรวจแล้ว กกต.ก็ไม่ว่าอะไร

ตอบ ศาลตีตรงที่วิธีการหรือความเคลื่อนไหวที่ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ข้อเสนอแก้ไขในตัวของมันเองไม่ถูกต้อง  ซึ่ง กกต.ยังไม่เคยวินิจฉัยประเด็นนี้มาก่อน จึงยังไม่มีอะไรมาปิดปากครับ  

>>ถาม แล้ว สส.ก้าวไกล ที่ลงชื่อเสนอร่างกฎหมาย หรือไปร่วมชุมนุม หรือช่วยประกันตัวคนด่าในหลวง  จะถูกถอดถอนเพราะผิดจรรยาบรรณได้ไหม

ตอบ เป็นเรื่องปัจเจกครับ จะฆ่าให้ตายหมู่แบบปาเลสไตน์ในกาซ่าไม่ได้ ต้องดูเป็นคน ๆ ไป ว่ารู้เห็นเป็นใจเป็นตัวตั้งตัวตีชัดเจนไหม ถ้าร่วมลงชื่อด้วย ชุมนุมด้วย ด่าเองด้วย จ้องคอยประกันตัวด้วย อย่างนี้ก็ไม่น่าจะรอด

ถาม พอพูดมาถึงตรงนี้ อาจารย์ต้องโดนเขารุมอัดแน่ ๆ

ตอบ เรื่อง ‘สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ’ ที่มีขึ้นเพื่ออย่าให้มีนักฉวยโอกาสแบบฮิตเลอร์ ขึ้นครองอำนาจโดยผ่านเลือกตั้งจนทำลายระบอบรัฐธรรมนูญนี้ เรายังทำความเข้าใจร่วมกันไม่พอว่า มันเป็น ‘ความเคลื่อนไหว’ ที่ต้องคอยจ้องคอยปิดล้อมกันอย่างไร  

พอศาลตัดสินออกมาเช่นคดีนี้ก็ต้องเข้าใจไม่ตรงกันได้เป็นธรรมดา ผมเองมีส่วนร่างรัฐธรรมนูญปี 40 ที่นำสิทธินี้เข้ามาในกฎหมายไทยด้วย ก็ขอรับผิดชอบ เสนอกรอบคิดมาร่วมวงบ้างเท่านั้นเอง

เลิกบ้าการเมืองกันบ้างก็ดีนะครับ เมษานี้...เตรียมรับสงครามใหญ่ในโลกให้ดีก็แล้วกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top