Friday, 6 November 2026
Hard News Team

ตำรวจ ปส. แถลงจับ ทีมนักบินตายแทน 6 เครือข่าย รวม 17 ราย ยึดยาบ้า 12 ล้านเม็ด ตามนโยบายการปราบปรามยาเสพติดของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

ตำรวจ ปส. แถลงจับ ทีมนักบินตายแทน 6 เครือข่าย รวม 17 ราย เน้นใช้มาตรการทางกฎหมาย  เพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติดอย่างจริงจังทั้งระบบ ประกอบกับนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา, พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี, พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. มุ่งเน้นให้เดินหน้าเชิงรุกปราบปรามจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ และขยายผลการทุกเครือข่ายที่จับกุมได้ทุกระดับ รวมทั้งสืบสวนขยายผลเพื่อยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด ทั้งของผู้ค้ายาเสพติด รวมทั้งผู้ช่วยเหลือและสนับสนุนเครือข่ายทั้งหมดมาตรวจสอบ                          

วันนี้ 19 ก.พ.67 เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.สำราญนวลมา, พล.ต.ท.นิรันดร์  เหลื่อมศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.,พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ปส., พล.ต.ต.สมเกียรติ วัฒนพรมงคล, พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว, พล.ต.ต.ออมสิน   ตรารุ่งเรือง, พล.ต.ต.พลัฎฐ์ วิเศษสิงห์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผบก.ปส.1,พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า ผบก.ปส.2, พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผบก.ปส.4, พล.ต.ต.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผบก.ขส.และพล.ต.ต.วิทัศน์ บริรักษ์ ผบก.สกส. ร่วมแถลงการจับกุมนักบิน 6 เครือข่าย 6 คดี ได้ผู้ต้องหารวม 17 คน ตรวจยึดยาบ้ารวมจำนวน 12,119,600 เม็ดยึดทรัพย์สินเครือข่าย 7 รายการ มูลค่า 2,917,550 บาท 

คดีแรก สืบเนื่องจากตำรวจ กก.1 บก.ปส.1  รับแจ้งจากสายลับมีกลุ่มเครือยาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ อดีตนักโทษคดียาเสพติด จะขึ้นไปรับยาเสพติดทางภาคเหนือมาจำหน่ายในพื้นที่ กทม. และ อำเภอหาดใหญ่ จว.สงขลา โดยใช้รถ 3 คันในการลำเลียงครั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าขบวนรถทั้งหมดจะไปรับยาเสพติดบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ และกำลังเดินทางกลับ กระทั่งกลางดึกของวันที่ 7 ก.พ.67 ชุดจับกุมตรวจพบรถเป้าหมายจอดอยู่บริเวณหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง ต.ในเมือง อ.เมืองกำแพงเพชร จว.กำแพงเพชร จึงเฝ้าติดตามจนข้ามไปช่วงสายของอีกวันหนึ่ง รถทั้ง 3 คัน คือ รถฮอนด้า ซีอาร์วี สีดำ หมายเลขทะเบียน 8 กฐ 16xx กรุงเทพมหานคร ขับรถไปหารถกระบะ หมายเลขทะเบียน ผผ 377 สงขลา และ รถกระบะ หมายเลขทะเบียน กบ 5921 เพชรบุรี จึงได้ขับไปรวมตัวกันยังจุดนัดหมาย ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวขอตรวจค้นโดยมีนายสัญญา หรือตูน  , นายปิติ  หรือเจ๋ง  และนายนครินทร์ หรือเอ็ม เป็นคนขับรถทั้งหมด เบื้องต้นพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในรถฮอนด้า ซีอาร์วี สีดำ จำนวน 755,600 เม็ด  ส่วนรถอีก 2 คัน ทำหน้าที่เป็นรถนำ และรถคุ้มกัน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างออกหมายจับ ผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด  

คดีที่ 2 ตำรวจ กก.3 บก.ปส.2 ได้สืบสวนติดตามกลุ่มเครือข่ายที่มีพฤติการณ์ลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบ จนพบว่ามีเครือข่ายนายยอดชาย   มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ตามแนวชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนไปส่งให้กับลูกค้าในเขตพื้นที่ตอนใน โดยใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะ ต่อมาช่วงบ่ายวันที่ 7 ก.พ.67 รับแจ้งว่ากลุ่มเครือข่ายจะลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่แนวชายแดน ด้าน จว.นครพนม  เจ้าหน้าที่จึงแบ่งกำลังออกไปตรวจสอบตามเส้นทางที่ได้รับแจ้งและพื้นที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางในการลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ กระทั่งเวลา 18.00 น. ของวันเดียวกัน พบรถตรงตามที่รับแจ้งขับขี่อยู่บนถนนสาย 2094 บริเวณบ้านข้าวแป้ง ต.วาใหญ่ อ.อากาศอำนวย                 จว.สกลนคร จนขับมาถึงบริเวณสะพานข้ามลำน้ำพุง ต.เต่างอย อ.เต่างอย จว.สกลนคร เจ้าหน้าที่พบมีการชะลอความเร็วชุดจับกุมจึงได้เข้าแสดงตัวและขอตรวจสอบรถ 2 คัน ทันที ระหว่างนั้น คนขับรถฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน 3กช 5xx กรุงเทพมหานคร ได้ขับรถพุ่งชนรถตำรวจชุดจับกุมและขับหลบหนีไป ก่อนจะจับกุมตัวผู้ต้องหาได้บริเวณท้ายหมู่บ้านจันทร์เพ็ญ ต.จันทร์เพ็ญ อ.เต่างอย จว.สกลนคร คือนายอภิสิทธิ์ ตรวจค้นรถพบยาซุกซ่อนอยู่ในห้องโดยสารของ รวม 4,000,000 เม็ด  ขณะที่รถอีซูซุ รุ่นดีแมกซ์ หมายเลขทะเบียน 70xx ภูเก็ต มีนายยอดชาย  เป็นผู้ขับขี่ และมี น.ส.ต้า โพทิลาด สัญชาติลาว นั่งโดยสารมาด้วย  

คดีที่ 3  เมื่อวันที่ 9 ก.พ.67 ตำรวจ กก.3 บก.ปส.2 ร่วมกับ บก.ขส. ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีเครือข่าย “ปลาส้มศรีสงคราม” ซึ่งเป็นกลุ่มนายสมพงษ์  มีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.ธาตุพนม จว.นครพนม โดยจะนำรถยนต์ฮอนด้า Accord สีขาว หมายเลขทะเบียน ฎถ 21xx กรุงเทพมหานคร เข้าไปลำเลียงยาเสพติด กระทั่งช่วงค่ำวันที่ 10 ก.พ.67 พบรถเป้าหมายอยู่บน ถนนภูพาน-สมเด็จ พื้นที่ จว.สกลนคร ต่อเนื่อง จว.กาฬสินธุ์ จึงกระจายกำลังเฝ้าติดตามในเส้นทางที่คาดว่ารถจะผ่านบนถนน หมายเลข 213 อ.ภูพาน - อ.สมเด็จ - อ.เมือง - อ.ยางตลาด จว.กาฬสินธุ์ - อ.กันทรวิชัย - อ.เมืองมหาสารคาม – อ.บรบือ - อ.กุดรัง จว.มหาสารคาม เมื่อรถมาถึง  พื้นที่  อ.หนองสองห้อง จว.ขอนแก่น รู้ตัวว่าถูกติดตามจึงได้พยายามเร่งความเร็วหลบหนี จนมาจับจับกุมตัวได้บริเวณริมถนนหน้าบ้านเลขที่ 81 ม.8  ต.หินตั้ง อ.บ้านไผ่ จว.ขอนแก่น ทราบชื่อคือ นายสมพงษ์ ตรวจค้นรถพบยาบ้า 524 ก้อน บรรจุอยู่ในกระสอบ ซุกซ่อนอยู่ในห้องโดยสาร และกระโปรงท้ายรถ รวม 12 กระสอบ  รวมยาบ้าทั้งหมด 5,240,000 เม็ด  

คดีที่ 4 จากการสืบสวนของ ตำรวจ กก.2 บก.ปส.3 พบมีเครือข่ายผู้ค้าและลำเลียงยาเสพติด เป็นกลุ่มชาติพันธุ์อาข่า จากชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ด้าน อ.แม่ฟ้าหลวง จว.เชียงราย  จะลำเลียงยาเสพติดจำนวนมาก จากพื้นที่ชายแดนเข้ามายังพื้นที่ตอนในของ จว.เชียงราย โดยจะนำมาพักไว้ในพื้นที่ ต.แม่ยาว กระทั่งบ่ายวันที่ 3 ก.พ.67 ตำรวจพบรถยนต์เป้าหมายขับจากสี่แยกห้วยปลากั้ง มุ่งหน้าหมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย  และขับออกจากพื้นที่โดยใช้ถนนเส้นทาง ดอยฮาง - แยกฮ่องอ้อ และอยู่บนถนนบายพาสรอบเมืองเชียงราย ก่อนจะขับไปจอดที่ไหล่ทางถนนของถนนหน้าสนามบินแม่ฟ้าหลวงเชียงราย โดยพบรถอีกหนึ่งคันจอดอยู่ด้านหน้าและรถทั้งสองคันขับออกจากบริเวณดังกล่าว ตามกันไปในลักษณะนำทางตลอดเส้นทาง ชุดจับกุมจึงแบ่งกำลังติดตาม กระทั่งรถทั้งสองคันเลี้ยวซ้ายที่แยกต่างระดับขัวไชยนารายณ์ ขับไปตามถนน เชียงราย-เทิง ชุดจับกุมจึงประสานเจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชน ห้วยสักของ สภ.เมืองเชียงราย  ให้ช่วยหยุดรถเป้าหมายขณะทำการตั้งตรวจตรวจบริการประชาชน พบ นายบัญชา แช่เท้า ขับรถกระบะ หมายเลขทะเบียน ผธ ๕๗xx  เชียงราย ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อีกชุดได้ติดตามรถอีกคันคือรถกระบะ หมายเลขทะเบียน บล 42xx ลำปาง สกัดจับไว้ได้ขณะจอดบริเวณไหล่ทางก่อนถึงตัวตลาดสดห้วยสัก พบ นายธวัชชัย เป็นคนขับ ตรวจค้นในห้องโดยสารรถ พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในห้องโดยสารด้านหลังรวม 1,000,000 เม็ด

คดีที่ 5 ก่อนการจับกุม ตำรวจ บก.สกส.ได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มเครือข่ายมักลำเลียงยาเสพติด จากพื้นที่ทางภาคเหนือตอนบน มาส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ จว.แพร่ และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งจะใช้เส้นทาง ต.แม่ยาว - เมืองเชียงราย - อ.ป่าแดด จว.เชียงราย - จว.พะเยา - จว.แพร่ ในการลำเลียง กระทั่งกลางดึกของวันที่ 6 ก.พ.66 ชุดจับกุมสามารถสกัดจับรถเครือข่าย 2 คัน ได้บริเวณป้อมตำรวจป่าแดด ต.ป่าแดด อ.ป่าแดด จว.เชียงราย คือ หมายเลขทะเบียน กต 96xx เชียงราย ใช้ลำเลียงยาเสพติด และ รถหมายเลขทะเบียน ขค 93xx เชียงราย ใช้นำทาง/สำรวจเส้นทาง  จับผ็ต้องหาได้ 4 คน คือ นายเมืองชัย  / น.ส.นามิอือ / นายธนวัฒน์ และ นายอำนวย  ส่วนยาบ้าพบซุกซ่อนภายในช่องว่างใต้เบาะที่นั่งและด้านหลังพนักพิงผู้โดยสารแถวหลังของรถ จำนวน 50 มัด รวม 100,000 เม็ด จากนั้นขยายผลคุมตัวไปตรวจค้นบ้านเช่าไม่มีเลขที่ในซอย หมู่บ้านนอร์ทเทิร์น ซึ่งเป็นของ นายธนวัฒน์ พบทรัพย์สินรวม 7 รายการ อาทิ อาวุธปืนพกสั้น  เครื่อง กระสุน รถจักรยานยนต์ สร้อยคอทองคำ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ 2,917,550 บาท

คดีที่ 6 เมื่อวันที่ 9 ก.พ.67  ตำรวจ กก.1 บก.สกส. ร่วมกับ บก.ขส. และตำรวจ สภ.ด่านช้าง จว.สุพรรณบุรี จับกุม 4 ผู้ต้องหา 4 คน คือ นาย สาโรจน์ / นายแรนันต์  ละใบ/ นายบุขฆอรี่ และ นายมานพ หลังเครือข่ายนี้ได้ลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ทางภาคเหนือตอนบน และนำมาส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้ โดยใช้รถตู้หมายเลขทะเบียน 1 นจ 90xx กรุงเทพมหานคร ในการซุกซ่อนลำเลียง และขับขี่มาตามเส้นทาง ต.ตับเต่า อ.เทิง จว.เชียงราย ต่อเนื่อง จว.กำแพงเพชร -จว.นครสวรรค์-จว.อุทัยธานี -  จว.สุพรรณบุรี - จว.นครปฐม - จว.สมุทรสาคร - จว.เพชรบุรี – ลงในยังพื้นที่ภาคใต้ จนจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดได้บริเวณหน้าสถานีตำรวจ สภ.ด่านช้าง จว.สุพรรณบุรี พร้อมยาบ้า 1,040,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่บริเวณหลังคารถตู้ซึ่งดัดแปลงเป็นช่องลับ 

สำหรับเดือน 1 ตุลาคม 2566 – 14 กุมภาพันธ์ 2567 ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ได้จับกุมขบวนการค้ายาเสพติด รายสำคัญ 99 คดี ผู้ต้องหา 170 คน ของกลาง ยาบ้า 132,494,672 เม็ด, ไอซ์ 2,892.26 กก. เฮโรอีน 79.47 กก. ,โคเคน 18.97 กก. และคีตามีน 1,201.22 กก. และตรวจยึดทรัพย์ ไว้ตรวจสอบมูลค่าประมาณ 606 ล้านบาท

‘EA’ ร่วมมือ ‘สภาอุตฯ จ.ภูเก็ต’ ลงนามความร่วมมือ สร้างต้นแบบเมืองท่องเที่ยวรักษ์โลกระดับเวิลด์คลาส

เมื่อไม่นานมานี้ บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) เซ็นเอ็มโอยูสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต ร่วมสนับสนุนสร้างเมืองสีเขียวคาร์บอนต่ำ ซีอีโอ ‘สมโภชน์ อาหุนัย’ ประกาศเดินหน้าร่วมมือทุกภาคส่วน ผลักดันภูเก็ตเป็นต้นแบบเมืองท่องเที่ยวรักษ์โลกระดับเวิลด์คลาส พร้อมนำ Green Business Platform ที่ใช้ไปประยุกต์ในจังหวัดอื่น หวังดันไทยเป็นประเทศอันดับต้นของโลกที่เข้าสู่ Carbon Neutral เร็วกว่ากำหนด

นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัท EA ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต ในความร่วมมือ ‘สนับสนุนเมืองภูเก็ตเป็น Green Island : Low Carbon City เพื่อส่งเสริมการขยายการเติบโตเพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและธุรกิจในภูเก็ต’ เพื่อให้เมืองภูเก็ตเป็นเกาะสีเขียว เป็นเมืองคาร์บอนต่ำ มีสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดในทุกมิติ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก

โดยกลุ่ม EA มีความตั้งใจที่จะช่วยประเทศไทยไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) และเล็งเห็นว่าภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีความเหมาะสมที่จะส่งเสริมเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นจุดหมายท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก ดังนั้น ภูเก็ตจึงเป็นจังหวัดแรกและเป็นจังหวัดต้นแบบที่ EA จะสนับสนุนส่งเสริม Carbon Neutral อย่างครบวงจร   

สำหรับแนวทางสนับสนุนเมืองภูเก็ตเป็น Green Island; Low Carbon City นั้น กลุ่ม EA พร้อมร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชน และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต สนับสนุนและลงทุน Green Logistics และ Green Electricity ในเกาะภูเก็ต ประกอบด้วย 

1. ส่งเสริมสนามบินนานาชาติภูเก็ตลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยใช้ Green Electricity ผลิตไฟฟ้าจากไฮบริดโซล่าร์และแบตเตอรี่, เปลี่ยนรถใช้ในสนามบินเป็นอีวี และ ติดตั้งชาร์จเจอร์ในสนามบิน ส่งเสริมการใช้อีวีสาธารณะในสนามบิน โดยร่วมกับ บมจ.ท่าอากาศยานไทย จัดตั้งบริษัทร่วมทุน ภายใต้ชื่อ บริษัท ท่าอากาศยาน พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด

2. ส่งเสริมการขายการใช้รถอีวีเพื่อการพาณิชย์และสาธารณะในภูเก็ตร่วมกับบริษัทเอกชนท้องถิ่น ผ่านบริษัท Nex Point PCL 

3. การติดตั้งสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า EA Anywhere ทั้งระบบ AC และ DC ตามจุดคมนาคมสำคัญของภูเก็ต

4. ส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำโดยใช้ E-Ferry ร่วมกับภาคเอกชนท้องถิ่น การขนส่งและท่องเที่ยวระหว่างเกาะ

5. ร่วมลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าขยะประสิทธิภาพสูง กำลังการผลิต 9.9 MW ในโครงการกำจัดขยะมูลฝอยด้วยระบบเตาเผาขนาดไม่น้อยกว่า 500 ตันต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยเทศบาลนครภูเก็ต 

6. การปรึกษาและลงทุนใน Smart City, เมืองใหม่, หรือ กลุ่มมิกซ์ยูสที่อยู่อาศัยใหญ่ ส่งเสริม Green Logistics และ Green Electricity

โดยกลุ่ม EA สามารถเริ่มโครงการ Carbon Neutral หลายโครงการพร้อมกันภายในปีนี้ เนื่องจากภาครัฐและเอกชนของจังหวัดภูเก็ตให้การสนับสนุนการส่งเสริมการปฏิบัติการจริง เพื่อผลักดันให้เมืองภูเก็ต มีสิ่งแวดล้อมที่ดี นำไปสู่จุดหมายการท่องเที่ยวสีเขียว Green Traveling in Green Island. และกลุ่ม EA คาดหวังว่าจะสามารถนำ Green Business Platform ที่ดำเนินในภูเก็ต ไปประยุกต์ใช้จังหวัดอื่นๆ ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศอันดับต้นของโลกที่เข้าสู่ Carbon Neutral ได้เร็วกว่ากำหนด

“กลุ่ม EA สนับสนุนเมืองภูเก็ตเป็น Green Island; Low Carbon City เพื่อส่งเสริมการขยายการเติบโตที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและธุรกิจในภูเก็ตในระดับ World Class เราพร้อมร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต สนับสนุนและลงทุน Green Logistics และ Green Electricity ทุกมิติในเกาะภูเก็ต และ กลุ่ม EA คาดหวังว่าจะสามารถนำ Green Business Platform ที่ดำเนินการในภูเก็ต ไปประยุกต์ใช้กับจังหวัดอื่นๆ เพื่อทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศอันดับต้นในโลกที่เข้าสู่ Carbon Neutral ได้เร็วกว่ากำหนด” นายสมโภชน์ กล่าวในที่สุด

สะพานขึงคู่ขนานสะพานพระราม 9 ผลงานลุงตู่ 'ประยุทธ์ จันทร์โอชา' ความทรงจำดีๆ แห่งประวัติศาสตร์ ที่อยากชวน ปชช.ขึ้นไปเดินสักครั้ง

(19 ก.พ.67) จากเฟซบุ๊ก 'ธรรม์ ธรรมชาติ' ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพถึงความประทับใจในสะพานขึงคู่ขนานสะพานพระราม 9 ไว้ว่า..

บันทึกไว้ว่า วันหนึ่งเราก็เคยมาเดินบนสะพานนี้…พาชมพระอาทิตย์ตก จนถึงพระจันทร์ขึ้น บนจุดเช็กอินแห่งใหม่ของคนกรุง สะพานขึงคู่ขนานสะพานพระราม 9 ในงาน Luck Lock Love รักล้นสะพาน ซึ่งก็ล้นสมชื่องานเลยทีเดียว 

วันนี้วันสุดท้ายของช่วงแรก เปิดให้เข้าชมอีกครั้ง ในวันที่ 23 - 25 กพ. ตั้งแต่เวลา 16:00 - 22:00 น.💜✨️🇹🇭

นี่จะเป็นความทรงจำดีๆ ในประวัติศาสตร์ ที่ประชาชนควรขึ้นไปเดินสักครั้งครับ แต่ก่อนเปิดใช้สะพาน จะมีให้วิ่งเปิดสะพานอีกครั้ง เช่นเดียวกับสะพานพระราม 9 เมื่อเกือบ 40 ปีก่อน 

ข่าวดีคือ หลังจากเปิดใช้สะพานขึงคู่ขนานสะพานพระราม 9 แล้ว จะปิดสะพานพระราม 9 เพื่อบูรณะครั้งใหญ่ในรอบเกือบ 40 ปี และก่อนเปิดใหม่อีกครั้ง เราจะได้ขึ้นไปเดินบนนั้นกันครับ หลายๆ คนที่ยังไม่เคยเดินบนสะพานพระราม 9 มีโอกาสแล้วนะครับ

ท่านใดอยากเห็นภาพวันแรกที่มีคนขึ้นหลักสิบ ชมอัลบั้มภาพจัดเต็มได้ที่ลิงก์นี้เลยนะครับ💜✨️ https://m.facebook.com/story.php/?id=100001061170092&story_fbid=7671303399581623 

แจกฟรี วอลเปเปอร์มือถือที่เราถ่ายเอง💜✨️
https://m.facebook.com/story.php/?id=100001061170092&story_fbid=7679805502064746 

และขอฝากประชาสัมพันธ์ เรื่องที่จอดรถ ใครเอารถยนต์มา แนะนำให้มาจอดจุดนี้เลย ตรงข้ามทางเข้างานเลย ใต้ทางด่วนจอดได้เป็นร้อยคัน แต่ไม่ค่อยเห็นมีใครมาจอดกัน โล่งมากครับ

📌📍 กดนำทางมาได้เลย
Soi Rat Uthit 1
https://maps.app.goo.gl/khNJzpFEt956fuvz9 

#ผลงานรัฐบาลลุงตู่ #ยุทธศาสตร์ชาติ20ปี #ทศวรรษแห่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศไทย #ขอบคุณลุงตู่ประยุทธ์จันทร์โอชา

#บันทึกไว้ในประเทศไทยของเรา🙏💜✨️🇹🇭

'ชาวเน็ต' ถกสนั่น!! ผลโหวต 'ความนิยมนักการเมือง เดือน ก.พ.67 'ก้าวไกล' ติดโผเพียบ!! ไร้เงา รทสช. ส่อ!! 'โพลไม่โปร่งใส-ชี้นำ'

(19 ก.พ. 67) แม้จะเป็นเดือนแรก ๆ ของปี 2567 แต่บรรยากาศทางการเมืองยังคงน่าจับตามองไม่เปลี่ยนแปลง ‘LINE TODAY’ จึงขอชวนทุกคนมาสำรวจคะแนนความนิยมของนักการเมืองที่คุณชื่นชอบ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 ซึ่งได้แก่…

- แพทองธาร ชินวัตร
- เศรษฐา ทวีสิน
- ชลน่าน ศรีแก้ว
- พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
- ปดิพัทธ์ สันติภาดา
- รักชนก ศรีนอก
- พริษฐ์ วัชรสินธุ
- รังสิมันต์ โรม
- วิโรจน์ ลักขณาอดิศร
- ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
- สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
- ศิธา ทิวารี
- อนุทิน ชาญวีรกูล
- ศักดิ์สยาม ชิดชอบ
- ชาดา ไทยเศรษฐ์
- ประวิตร วงษ์สุวรรณ
- ธรรมนัส พรหมเผ่า
- ชวน หลีกภัย
- ชัยธวัช ตุลาธน
- ศิริกัญญา ตันสกุล
- กัณวีร์ สืบแสง
- กรุณพล เทียนสุวรรณ
- วราวุธ ศิลปอาชา
- สุวัจน์ ลิปตพัลลภ

ทั้งนี้ ภายหลังโพลเรียกคะแนนโหวตดังกล่าวเผยแพร่ ก็มีความคิดเห็นชาวเน็ตเข้าไปท้วง ถึงการตีความบุคคลที่มาให้โหวตว่า ทำไมมีแต่คนจากพรรคก้าวไกล 

ขณะเดียวกัน ก็มองว่าการทำโพล Vote โดย Line หนนี้เหมือนตั้งใจชี้นำ เพราะไม่มีแคนดิเดตนายกฯ อย่างนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เลย

นอกจากนี้ในคอมเมนต์ยังได้มีการคุยกันว่า มีการบิดเบือนผลโหวต เช่น กดโหวตให้พี่ท็อปวราวุธ แต่คะแนนไปกระเด้งขึ้นที่พิธา เป็นต้นอีกด้วย

ครบรอบ 60 ปี 'กรณ์ จาติกวณิช' ขอบคุณ 'ทุกคน-โอกาส' ต่อจากนี้ขอต่อยอด ONE ของคนอื่น ให้เป็น 2-3-4 ต่อไป

(19 ก.พ.67) นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ขอบคุณความรักและการเลี้ยงดูมาอย่างดีโดยพ่อแม่ ภายหลังเด็กปีมังกรคนนี้ได้อายุครบ 5 รอบแล้ว ว่า...

มีหนึ่งคำที่อธิบายความรู้สึกของผมในวันที่อายุจะครบ 60 ได้ดีที่สุด คำนั้นคือ ‘thankful’ ในหลากหลายความหมายของคำนี้ คือ : ซาบซึ้ง ตระหนักในบุญคุณ ขอบคุณโชคชะตา

ขอบคุณสำหรับความรักและการเลี้ยงดูมาอย่างดีโดยพ่อแม่ 

ขอบคุณที่มีภรรยาที่อดทนต่อความเห็นแก่ตัวของเรา ขอบคุณที่มีลูกๆ ที่รักกัน และที่ทุกคนตระหนักในโอกาสที่ได้รับ

ขอบคุณสำหรับความสัมพันธ์ที่ทำให้ชีวิตเราสมบูรณ์ พี่น้องสำคัญกับเรามาก รวมไปถึงเพื่อนกอล์ฟ เพื่อนเล่นไพ่ ญาติ อดีตเพื่อนร่วมงาน ทั้งเพื่อนสนิท และเพื่อนที่โคจรมาเจอกับเราในช่วงสั้นๆแต่มีความหมาย เราหวังว่าเราดีกับเขาเหมือนเขาดีกับเรา

ขอบคุณที่ได้มีโอกาสทำงาน ได้สร้างเนื้อสร้างตัว ได้มีโอกาสช่วยเหลือบ้านเมือง แม้ว่าทำได้ไม่มากนัก

ขอบคุณที่ได้เห็นโลก เก็บประสบการณ์และความทรงจำที่ลํ้าค่ามากมาย

ขอบคุณที่ไม่เคยต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องทำร้ายใคร หรือต้องเป็นภาระกับใครมากเกินไป

ขอบคุณสำหรับสุขภาพร่างกายที่ทำให้เราทำ (เกือบ) ทุกอย่างที่เราอยากทำได้ ใครๆ ก็อยากเป็น Federer, น้าเป๊บ หรือ Brad Pitt แต่นั่นคือโลภเกินไป 😂

เราไม่ได้ไปถึงจุดสูงสุดในเรื่องที่เราทำ ไม่ว่าจะเป็นการเรียน กีฬา การงาน หรือการเมือง แต่เราขอบคุณที่ได้มีโอกาส และขอบคุณที่มีมิตรสหายคอยช่วยและเดินไปกับเราในการผจญภัยทุกครั้ง

ผมเข้าสู่ไตรมาสที่ 4 ในชีวิต หากเคยทำตัวไม่ดีกับใคร ผมกราบขออภัย บางครั้งเราบอกตัวเองว่า เราแค่ทำไปตามตำแหน่งและหน้าที่ แต่อาจเป็นวิธีคิดที่เข้าข้างตัวเองมากเกินไป 🙏

จากนี้ยังมีเรื่องอยากทำอยู่พอสมควร - ภรรยาที่อยากพาเที่ยว งานที่อยากทำ หนังสือที่อยากอ่าน birdies ที่อยากได้ หลานที่อยากเลี้ยง ป่าที่อยากเดิน ต้นไม้ที่อยากปลูก… แต่จะไม่โลภ 

มีรุ่นน้องในวงการ startup คนหนึ่งถามผมว่า ‘พี่ยังคิดอยากทำแบบ zero-to-one อีกไหม..’

ความหมายคือสร้างอะไรจากศูนย์เหมือนที่เคยทำมา 2-3 ครั้งในชีวิต (เจเอฟ-ครอบครัว-พรรคกล้า)

ผมตอบโดยไม่ลังเลว่า ไม่แล้ว แต่พร้อมจะช่วยต่อยอด ‘one’ ของคนอื่น ให้เป็น 2-3-4 ต่อไป

ซึ่งมีอะไรบ้างไว้อาจจะกลับมาเล่าให้ฟัง

แต่วันนี้ขอพูดอีกคำเดียว : ‘ขอบคุณ’

กาฬสินธุ์เริ่มแล้วงานมาฆปูรณมีบูชาทะเลธุงอีสานอลังการขบวนแห่สักการะพระธาตุยาคู เริ่มแล้วงานประเพณี"มาฆปูรณมีบูชา" ทะเลธุงอีสาน จังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี 2567

หนุนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเมืองฟ้าแดดสงยาง สืบสานประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้สู่ชุมชน พิธีเปิดสุดอลังการตระการตาขบวนแห่พานบายศรี เครื่องสักการะพระธาตุยาคู นางรำกว่า 3,000 คนสวมชุดผ้าไทยรำบูชาพระธาตุยาคู และร่วมถวายธุงกว่า 800 ต้น
ที่บริเวณโบราณสถานพระธาตุยาคู อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์  พร้อมด้วย นางสิริวิมล  พงษ์อักษร นายกเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ นายธวัชชัย  รอดงาม   นายธนภัทร ณ ระนอง  นายรุจติศักดิ์  รังษี  รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์  นายผดุงศักดิ์  อิ่มเอิบ  ปลัด จ.กาฬสินธุ์ นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล นายกอบจ.กาฬสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.กาฬสินธุ์ หัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงาน นายอำเภอ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนจากทุกอำเภอของ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมใจกันสวมชุดผ้าไทยและผ้าพื้นเมืองร่วมขบวนแห่พานบายศรี เครื่องสักการะพระธาตุยาคูจากคูเมืองฟ้าแดดสงยาง ผ่านซุ้มประตูเมือง  ไปยังพระธาตุยาคู  ซึ่งสร้างความตระการตากับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานอย่างมาก

จากนั้นนายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์  ประธานในพิธีประกอบพิธีบวงสรวงพระธาตุยาคู  และถวายธุงสักการะและนำทุกภาคส่วนเปิดงานประเพณี"มาฆปูรณมีบูชา" ทะเลธุงอีสาน จ.กาฬสินธุ์ ประจำปี 2567 อย่างเป็นทางการ จากนั้นนางรำที่สวมชุดผ้าไทย และผ้าไหมจากทุกอำเภอกว่า 3,000 คน ได้ร่วมกันรำบูชาพระธาตุยาคูด้วยท่ารำที่อ่อนช้อยสวยงาม ซึ่งเป็นพิธีเปิดสุดที่อลังการท่ามกลางทะเลธุงอีสาน

นายสนั่น  พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า งานประเพณี"มาฆปูรณมีบูชา ทะเลธุงอีสาน” ประจำปี 2567  จ.กาฬสินธุ์ร่วมกับทุกภาคส่วนจัดขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพ แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง ส่งเสริมเทศกาลงานประเพณีของจังหวัด สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้กับชุมชน และสร้างความร่วมมือส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระหว่างจังหวัดกาฬสินธุ์กับจังหวัดใกล้เคียงได้ร่วมอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม 

โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 - 25 กุมภาพันธ์ 2567  ที่โบราณสถานเมืองฟ้าแดดสงยางพระธาตุยาคู ต.หนองแปน อ.กมลาไสย ซึ่งในงานจะมีกิจกรรมมากมาย อาทิเช่น การทำบุญตักบาตร การเวียนเทียนภาคค่ำในวันมาฆบูชา  การสักการะพระธาตุยาคู   การจัดบูธร้านค้าของดี จ.กาฬสินธุ์ และสินค้า OTOP การแสดง แสง สี เสียง มินิไลท์แอนด์ซาวด์  

นอกจากนี้ทางจังหวัดเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้ร่วมถวายธุง เพื่อสักการะแด่องค์พระธาตุยาคู และมีการนำต้นธุงที่เป็นสีเหลือง ซึ่งเป็นสีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาเรียงกันเป็นเลข 10 และนำต้นธุงที่เป็นสีม่วง ซึ่งเป็นสีของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีฯ มาเรียงไว้รอบๆ ส่วนบริเวณรอบนอกจะเป็นธุงหลากสี ตามความชอบและความสะดวกของผู้มีจิตศรัทธาที่มาร่วมถวายธุง จำนวนกว่า 800 ต้น ทำให้เกิดเป็นทะเลธุงที่สวยงาม รอรับนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมและถ่ายรูปกับทะเลธุง
อย่างไรก็ตามงานมาฆปูรณมีบูชา นอกจากจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดที่เป็น Soft Power ของจังหวัดมาสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ให้กับชุมชนแล้ว ยังเป็นการอนุรักษ์ พื้นฟู ถ่ายทอดและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายและให้คงอยู่เป็นประเพณี วัฒนธรรมของจังหวัดกาฬสินธุ์ อย่างยั่งยืนตลอดไปอีกด้วย

นราธิวาส-แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี สืบสานพระพุทธศาสนาร่วมกับพุทธศาสนิกชน ณ วัดราษฎร์สโมสร อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

เมื่อวันที่ (18 กุมภาพันธ์ 2567) เวลา 10.00 น. ที่ วัดราษฎร์สโมสร อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส พลโท ศานติ  ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี ประจำปี 2567 และฉลองศาลาเฉลิมพระเกียรติ กาญจนาภิเษก โดยมี พระครูวรปัญญาประยุต เจ้าอาวาสวัดราษฎร์สโมสร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ , พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส /ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ,พันเอก สิทธิชัย บำรุงเขต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 ,พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยปัจจัยที่รวบรวมได้จากผู้มีจิตศรัทธาในครั้งนี้ มียอดรวมทั้งสิ้น 856,193 บาท ในการนี้ วัดราษฎร์สโมสร อำเภอรือเสาะ จะนำเอาปัจจัยดังกล่าวไปทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และนำปัจจัยการทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อสร้างศาลาการเปรียญ (วัดที่ยังไม่มีศาลาการเปรียญ) เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจแก่พุทธศาสนิกชนในพื้นที่

โอกาสนี้ พลโท ศานติ  ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้พบปะกับพี่น้องประชาชนและกล่าวว่า ดีใจที่ได้มาร่วมประเพณี ร่วมกิจกรรม กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ในวันนี้ได้เห็นพี่น้องประชาชนร่วมกันสามัคคีกันในการจัดงานทอดผ้าป่าสามัคคี ได้เห็นความร่วมมือกันอยู่ด้วยกันแบบสังคมพหุวัฒนธรรม หากมีสิ่งใดให้ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ช่วยเหลือ ยินดีที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเพื่อความสุขและให้ประชาชนอยู่อย่างปลอดภัย

สำหรับวัดราษฎร์สโมสร เป็นวัดประจำอำเภอที่มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2468 โดยได้รับการบริจาคที่ดินจากขุนอุปการประชากร เจ้าอาวาสรูปแรก คือ หลวงพ่อพลับ อินทโชโต ซึ่งต่อมาท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ในพระราชทินนามว่า พระครูไพโรจน์นราธิคุณ เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส ภายหลังจากที่ท่านมรณภาพ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2514 พุทธศาสนิกชนชาวอำเภอรือเสาะได้ร่วมกันสร้างศาลามณฑปขึ้น ในปี พ.ศ.2519 เพื่อประดิษฐานรูปเหมือนของท่าน ซึ่งท่านได้หล่อขึ้นด้วยทองแดงไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2504 และพุทธศาสนิกชนทั่วไปให้ความเคารพสักการะมาจนตราบทุกวันนี้

ข่าว.แวดาโอ๊ะ หะไร/อัสมา บินมะนุ จ.นราธิวาส

เลย -ผู้บัญชาการทหารบกลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมคณะครูอาจารย์ และนักเรียน พร้อมมอบถุงยังชีพเพื่อการศึกษา และมอบอุปกรณ์กีฬา ให้กับนักเรียนโรงเรียน ในพื้นที่ชายแดน

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567  พลเอก เจริญชัย  หินเธาว์  ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะให้กำลังใจคณะครู และเด็กๆนักเรียนโรงเรียนบ้านคกงิ้ว และ โรงเรียนเพียงหลวง 18 ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ.เลย ได้มอบถุงยังชีพเพื่อการศึกษา , อุปกรณ์กีฬา , อุปกรณ์การเรียนการสอน , มอบขนม และไอศกรีม เพื่อนำไปใช้ประกอบการเรียนการสอนตามหลักสูตรของโรงเรียน ปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ เพื่อต้องการให้เด็ก และเยาวชนรู้จักใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ และห่างไกลจากยาเสพติด แทนความห่วงใยจากกองทัพบก โดยในการจัดหาถุงยังชีพเพื่อการศึกษา อุปกรณ์กีฬา และสิ่งของที่จำเป็นอื่นๆ ในครั้งนี้ เกิดจากที่กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้จัดกิจกรรม Surasakmontri Army Run 2024 “วิ่งนี้เพื่อน้องชายแดน” ครั้งที่ 1 ที่ผ่านมา ได้มอบผ้าห่มให้กับ นักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชน ในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะอากาศหนาว เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนอีกด้วย โดยมี  พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพน้อยที่ 2, พลตรี นรธิป  โพยนอก ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ส่วนแยก 1, พลตรี พุทธิวัฒน์  สิริพงศ์พล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 28  และผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ หน่วยงานราชการในพื้นที่ร่วมกันจัดกิจกรรมในครั้งนี้

เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน 092-5259-777

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จับมือ หน่วยงานกระทรวงแรงงาน จ.ร้อยเอ็ด และกลุ่มไทยสมายล์ เยือนถิ่นอีสาน มอบเครื่องอุปโภคบริโภคแบ่งปันนักเรียนและรถวีลแชร์ให้กับผู้พิการในท้องที่ 

เมื่อ​วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2566 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมด้วยหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน จ.ร้อยเอ็ด และทีมงานมวลชนสัมพันธ์ (CSR) กลุ่มไทยสมายล์ ลงพื้นที่เพื่อมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับคณะครู และนักเรียน โรงเรียนนาคำเจริญวิทย์ ณ อาคารเอนกประสงค์ โรงเรียนนาคำเจริญวิทย์ ต.อุ่มเม้า 
อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด

​​นางเธียรรัตน์ กล่าวว่า ในวันนี้ดิฉันในนามมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ได้ร่วมมือกับ กลุ่มไทยสมายล์ (รถและเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า) นำเครื่องอุปโภคบริโภค ได้แก่ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ชุดเครื่องเขียน ผ้าห่ม ขนมขบเคี้ยว มามอบให้กับน้องๆ นักเรียน ที่โรงเรียนนาคำเจริญวิทย์แห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ได้แก่ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน จ.ร้อยเอ็ด นำบุคลากรมาฝึกอาชีพช่างปูกระเบื้อง เพื่อทำห้องคอมพิวเตอร์ให้กับโรงเรียน รวมไปถึงสำนักงานจัดหางาน จ.ร้อยเอ็ด บริการตัดผมฟรีแก่เด็กนักเรียน 

หลังจากนั้น คณะได้เดินทางมายัง อ.อาจสามารถ และ อ.เมือง เพื่อมอบรถวิลแชร์ ให้กับผู้พิการ 2 รายด้วยกัน ได้แก่ นายบุญเลียน เพ็ญจันทร์ และ นายสุรชัย อนุแก่นทราย ตามโครงการความร่วมมือระหว่าง มูลหัวใจบริสุทธิ์ กับรายการ ร้องทุกข์ลงป้ายนี้ สถานีประชาชนไทยพีบีเอส

‘เจี๊ยบ’ โพสต์จิก ‘ทักษิณ’ ใส่ปลอกคอกลับบ้านจันทร์ส่องหล้า พ้อ!! เจ็บปวดกับอภิสิทธิ์ชน หวังคนอื่นๆ ได้รับความยุติธรรมบ้าง

(18 ก.พ.67) นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟสบุ๊ก และ X ต่อเนื่องจากกรณีนายทักษิณ ชินวัตร ออกจากโรงพยาบาลตำรวจ กลับบ้านจันทร์ส่องหล้า โดยไม่ติดคุกแม้แต่วันเดียว ดังนี้…

“ดิฉันน้ำตาไหลด้วยความเจ็บปวดกับข่าวอภิสิทธิ์ชนของสังคมนี้ เมื่อไหร่ #อานนท์ และคนอื่น ๆ ที่แค่คิดต่างจะได้กลับบ้าน #ยุติธรรมไม่มีสามัคคีไม่เกิด #ทักษิณ”

“พี่น้องครับ ถ้าเสียงปืนแตกนัดแรกเมื่อไร ผมจะกลับมานำพี่น้องเดินเข้ากรุงเทพเอง… กูรู้สึกโดนหลอกมาชั่วชีวิต”

ต่อมาเจ้าตัวได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า “ปลอกคอปลอกแขนแสดงออกเชิงสัญลักษณ์? #ทักษิณกลับบ้าน”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top