Friday, 6 November 2026
Hard News Team

‘เอม-อมินตา เพิ่มพูนวิวัฒน์’ เยาวชนหญิงไทยเพียงหนึ่งเดียว ที่ติดอันดับ 1 ใน 36 เยาวชนผู้ทรงอิทธิพลของโลก ปี 2023

(26 ก.พ.67) เรื่องดีๆ เด็กดีๆ ต้องบอกต่อ ของ ‘เอม-อมินตา เพิ่มพูนวิวัฒน์’ เยาวชนหญิงอายุ 18 ปี จากประเทศไทยเพียงคนเดียวที่ได้รับการประกาศให้เป็น 1 ใน 36 ผู้นำเยาวชนหญิงที่ทรงอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ปี 2023 (Young Leaders Directory 2023) จากทาง ‘The WOW Foundation’

ปัจจุบันเรียนปี 1 สาขาวิทยาศาสตร์การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและนโยบายสาธารณะ (Climate Studies and Public Policy) มหาวิทยาลัย Vanderbilt รัฐเทนเนสซี ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยรับทุนการศึกษา 4 ปี เป็นนักศึกษาระดับ Top ของรุ่น

ผลงานโดดเด่น เป็นผู้นำเยาวชนโลกด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Youth4Climate) ติดต่อกัน 2 ปีซ้อน คือปี ค.ศ. 2021 และปี ค.ศ. 2022

นอกจากนี้ ยังมีตำแหน่งเป็น ที่ปรึกษาเยาวชนด้านสิทธิมนุษยชนด้านน้ำดื่มและสุขภาวะขององค์การสหประชาชาติ (UN) และยังได้รับเลือกเป็นผู้แทนเยาวชนไทยและเยาวชนโลก เพื่อร่วมประชุมและกล่าวสุนทรพจน์ในเวทีต่างๆ ของ UN อย่างต่อเนื่อง

เรียน High school ที่สาธิตปทุมวัน ซึ่งมาพร้อมผลงานด้านสิ่งแวดล้อมมากมาย ก่อนได้ทุนไปสหรัฐฯ อีกทั้งน้องยังเป็น ผู้ก่อตั้งโครงการจิตอาสาพี่สอนน้อง (Youth Mentorship Project : YMP) ที่ทำกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้เด็กไทยกลุ่มเปราะบาง ผ่านวิชาต่าง ๆ เช่น วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรม, ศิลปศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEAM) อีกด้วย โดยเธอตั้งใจจะผลักดันทำให้โครงการ YMP นี้มีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาของไทย

“หนูอยากจะเป็นหนึ่งในคนที่ช่วยสร้างพลังบวก และสร้างสิ่งดีให้กับโลกใบนี้” เอม อมินตา กล่าวทิ้งท้าย

‘วราวุธ’ ส่งทีม ‘ศรส.- พม.’ รุดเยี่ยมคุณยายป่วยร่างกายผิดรูป พร้อมเร่งประสานหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ ให้ได้สิทธิคนพิการ

(26 ก.พ.67) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิป วอนช่วยเหลือ คุณยายป่วยร่างกายผิดรูป เดินคล้ายคนคอหัก หันหน้าไม่ได้ ย่านอารีย์ กทม. ล่าสุด วันนี้ (26 ก.พ. 67) เวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิการเคลื่อนที่เร็ว ศรส. หรือ ‘ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน’ กระทรวง พม. พร้อมด้วยศูนย์คุ้มครองคนไทยที่พึ่งกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่บริเวณชุมชนวัดมะกอกกลางสวน เขตพญาไท กรุงเทพฯ พบ คุณยายตามที่รับแจ้ง อายุ 69 ปี มีสภาพร่างกายคอผิดรูป ป่วยด้วยโรคพาร์กินสัน อาศัยอยู่ที่บ้านกับสามีอายุ 73 ปี บุตรสาวอายุ 44 ปี และหลานอายุ 15 ปี

นายวราวุธ กล่าวว่า จากข้อมูลทราบว่า คุณยายป่วยด้วยโรคพาร์กินสันตั้งแต่ปี 2561 และมีอาการคอผิดรูปในช่วงปี 2564 และป่วยติดเตียงมาตลอด จนกระทั่งปี 2566 มีอาการดีขึ้น จึงสามารถเดินได้ ปัจจุบันรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลในพื้นที่ แต่แพทย์ยังไม่ออกใบรับรองความพิการ โดยปกติคุณยายมักจะออกไปเก็บของเก่าย่านอารีย์ มีรายได้ประมาณวันละ 100 บาท ซึ่งจะเดินออกไปประมาณ 3 ชั่วโมง แล้วกลับบ้านเพื่อมาทานยาตามเวลา จนกระทั่งเมื่อ 2 วันที่แล้ว ได้หายออกไปและไม่ได้กลับบ้านตามเวลา ทำให้ไม่ได้กินยา ไม่มีแรง ซึ่งมีคนพบคุณยายไปนอนอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ จึงแจ้งสามีให้ไปรับ สำหรับรายได้ของครอบครัวมาจากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ขายข้าวโพดปิ้ง และเก็บของเก่า

นายวราวุธ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการช่วยเหลือ ทางศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งกรุงเทพมหานคร ได้มอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น และจะดำเนินการสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้การช่วยเหลือบุตรสาวผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวที่มีรายได้น้อย อีกทั้ง ทาง ศรส. ได้ประสานกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) และกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) ให้การช่วยเหลือตามสิทธิสวัสดิการคนพิการและผู้สูงอายุ โดยนัดลงพื้นที่เยี่ยมคุณยายร่วมกันอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (27 ก.พ. 67) และประสานโรงพยาบาลเพื่อประเมินความพิการ สำหรับการรับสิทธิสวัสดิการคนพิการต่อไป

นายวราวุธ กล่าวว่า หากพบเห็นผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อนทางสังคม ขอให้โทรแจ้งมาที่ ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) กระทรวง พม. ผ่านฮอตไลน์ 1300 บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว ศรส. พร้อมลงพื้นที่ช่วยเหลืออย่างรวดเร็วทันที

เปิดมุมมอง ‘คนไทยเที่ยวเกาหลี’ กับเสี้ยววินาทีปะทะ ตม.แล้วรอดผ่าน ขอแค่มั่นใจ ตอบไปตรงๆ เพราะเขารอชมทักษะเอาตัวรอดของเรา

(26 ก.พ.67) จากเพจ ‘Korea visa : วีซ่าเกาหลี’ ได้โพสต์ประสบการณ์ในการไปเที่ยวเกาหลี แล้วต้องเจอกับด่านหินอย่างตรวจคนเข้าเมืองของที่นั่น แต่ก็สามารถเอาตัวรอดผ่านไปได้ด้วยวิธีนี้ ว่า…

ใครๆ ก็กลัว ตม.เกาหลี 🤣🤣🤣 นี่ขนาดพี่ๆ VIP ด้วยกันยังกลัว โอ๊ยยยยยไม่ต้องกลัววววว จริงๆ ใครว่าดวงแล้วแต่ดวง ขอเถียง นี่ว่าเค้าดูปฏิกิริยาการตอบคำถามของเราอ่ะ 

PS. เล่าที่เจอเป็นประสบการณ์ส่วนตัวนะคะ อาจจะไม่ตรงใจใครหลายๆ คน หรือบางคนอาจจะไม่เจอแบบนี้ หากผิดพลาดตรงไหนโปรดขออภัยค่ะ ถือว่าแชร์ประสบการณ์

ทุกคนที่ไปเกาหลีเวลาผ่าน ตม. อาจจะคิดว่า เออดวง แล้วแต่ดวง จริงๆ อาจจะดวงส่วนหนึ่งค่ะ แต่นี่คิดว่า ตม. เขาดูปฏิกิริยา ตอนเดินผ่านช่อง และการตอบคำถามของเรามากกว่า ตอบคำถามชัดเจนไหม เบสิกของคำถามที่เจอ…

- มาทำไม?
- มากับใคร?
- มากี่วัน?
- พักที่ไหน?
- มีตั๋วไปกลับไหม?
- อาชีพอะไร?

บางท่านอาจจะได้เข้าห้อง นี่ก็มี ตม. ที่นั่งในห้อง 3 ท่านคอยสังเกตปฏิกิริยาเราเลยค่ะ อยู่มุมๆ ลองสังเกตดูค่ะ ใครว่าดวงนี่เถียงสุด

#ห้ามคุยกับคนไม่รู้จักเด็ดขาด เพราะเขาจะเข้าใจว่ามาด้วยกัน ณ จุดนั้นเราเชื่อใจใครไม่ได้นะคะ เราไม่รู้หรอกใครจะมาเที่ยว ใครจะโดด ข้อห้ามคือห้ามคุยกับคนไม่รู้จักเด็ดขาดค่ะ 

บางท่านอาจจะเจอคำถามแปลกๆ เป็นต้นว่าหน้าโรงแรมที่พักมีต้นไม้กี่ต้น 5555555 ใครจะไปรู้ 

จากคำถาม รู้แล้วใช่ไหมคะ ว่าเขาไม่ให้เราผ่านไปแล้วแน่ๆ เขาใช้เซนส์แบบ 1st meet เลยค่ะ ว่าคนนี้ไม่กลับแน่ๆ เราต้องใจเย็นดึงสติ ถามไปเลย “Excuse me?, Whatd wrong with me?, Please let me know and prove myself.” ถามตรงๆ ไปเลยค่ะ ว่าฉันติดปัญหาตรงไหน ไม่ต้องไปพยายามอธิบายหรือตอบคำถามค่ะ 

นี่ส่วนตัวเคยโดนถามเรื่องแพลน เราก็ตอบไปตรงๆ เลย “No plan is my plan. I just want to ralax and spend my holiday in Seoul.” ก็ผ่านปกตินะคะ 555555 ใครจะไปจำแพลนได้ขนาดนั้น จริงๆ เขาไม่ได้ต้องการคำตอบแบบเป๊ะๆ หรอกค่ะ เขาดูปฏิกิริยา Action and Reaction สกิลการเอาตัวรอดมากกว่าค่ะ  

โดนอีกคำถาม บอกเหตุผลที่คิดว่าทำไมคุณถึงจะกลับไทย? นี่ตอบไปเลย “I can’t stay aways from Thaifood longtime.” 🤣🤣🤣🤣 ตม. หัวเราะเลยค่ะ 55555 จะมี ตม. หญิงท่านนึง หน้าดุมากกก ก่อนหน้าคือได้เข้าห้องเท่าที่สายตามองเห็น 4-5 คน อยากลองของ 5555 เดินเข้าไปเลยค่ะ สบตา ยิ้มหวาน ฮันยอง คุณ ตม. ก็ถามมากี่วัน ปั๊มพาสจบ “Have a good trip.” จำไว้ว่าเรามาเที่ยวค่ะ ติด ตม. ก็ติดสิ ตั้งสติตอบคำถามดีดี 🙂 วันนี้นึกออกแค่นี้ค่ะ วันหลังจะมาเล่าใหม่

‘ฟ้าคราม’ ชวนคนไทย #ยืนข้างสถาบัน #องคมนตรีลุงตู่ ทำเพื่อ ‘ชาติ-ปชช.’ ลั่น!! พรรคไหนด้อยค่าสถาบัน คนไทยควรยืนอยู่ตรงข้ามแบบชัดเจน

(26 ก.พ.67) ได้มีผู้ใช้ติ๊กต็อกท่านหนึ่ง ชื่อช่อง fhakram.chavit หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘คุณฟ้าคราม’ ได้โพสต์คลิปวิดีโอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนคนไทย ออกมายืนหยัดเคียงข้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้ที่สร้างคุณงามความดี สร้างประโยชน์แก่แผ่นดินไทย โดยระบุว่า…

“อ้าว ยืนข้างนักการเมืองเหรอครับ ผมขอไม่ยืนข้างนักการเมืองนะครับ ผมขอยืนเคียงข้างสถาบันฯ ตลอดไปครับ ผมฟ้าครามนะครับ

อ๋อ องคมนตรีลุงตู่อีกคนครับ เพราะว่าท่านไม่ได้เป็นนักการเมืองแล้ว และหลังจากนี้ก็ไม่มีอะไรที่ต้องด่างพร้อยแล้ว มีแต่ผลงานที่ฝากเอาไว้มากมาย งั้นผมก็ขอยืนเคียงข้างองคมนตรีลุงตู่อีกคนนะครับ”

คุณฟ้าคราม ยังกล่าวอีกว่า นักการเมืองมาแล้วก็ไป ได้รับผลประโยชน์เยอะแยะมากมาย ทุกพรรคต่างฝ่ายต่างโจมตีกันไปโจมตีกันมา แต่สถาบันฯ อันเป็นที่รักนั้น จะอยู่เป็นเสาหลัก ปักหลักให้กับประเทศชาติ และความมั่นคงของชาติต่อไป

“หากมีพรรคการเมืองไหน สามารถที่จะลากกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่ง ให้ออกมาด้อยค่าสถาบันฯ มาหมิ่นสถาบันฯ ได้นั้น ผมขอเลือกอยู่ตรงข้ามพรรคการเมืองนั้นตลอดไปครับ ชีวิตต้องชัดเจน ชีวิตต้องเลือกให้ถูก ไม่ได้หรอก นักการเมืองเขาผลประโยชน์เยอะ โจมตีกันไปโจมตีกันมา เป็นเกมทางการเมือง แต่ถ้ายึดและยืนข้างสถาบันฯ อันเป็นที่รักของเรานั้น มีแต่ความมั่นคงและแน่นอนที่สุดครับ” คุณฟ้าคราม กล่าวทิ้งท้าย

‘ปธน.เซเลนสกี’ ชี้!! อาจมีคนตายในสงครามยูเครน-รัสเซียอีกนับล้าน หาก ‘สว.สหรัฐฯ’ ไม่เห็นชอบหนุนงบช่วยเหลือ 6 หมื่นล้านดอลลาร์

(26 ก.พ.67) ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา ถึงคำพูดของเจ ดี แวนซ์ สว.สหรัฐฯ ที่ว่า ผลของสงครามไม่เปลี่ยนไม่ว่ายูเครนจะได้เงินช่วยเหลือหรือไม่ เซเลนสกีระบุว่า ไม่แน่ใจว่าแวนซ์ เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้

“เพื่อความเข้าใจต้องมาแนวหน้าดูว่าเกิดอะไรขึ้น มาคุยกับผู้คน มาพบพลเรือนจึงจะเข้าใจ อะไรจะเกิดขึ้นกับพวกเขาถ้าไม่มีความช่วยเหลือ แล้วเขาจะเข้าใจว่า จะมีคนตายอีกล้านๆ คน นี่คือข้อเท็จจริง แน่นอนว่าเขาไม่เข้าใจ เดชะบุญที่บ้านเมืองคุณไม่มีสงคราม” ผู้นำยูเครนกล่าว

คำเตือนของเซเลนสกีเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมง หลังจากเขายอมรับเรื่องความสูญเสียของกองทัพ ว่านับถึงขณะนี้ ทหารยูเครนถูกสังหารไปแล้วราว 31,000 คน

ในการแถลงข่าวที่กรุงเคียฟ เซเลนสกีปัดตัวเลขของรัสเซีย ที่บอกยอดผู้เสียชีวิตฝ่ายยูเครนสูงกว่านี้มาก เซเลนสกีกล่าวว่า พลเรือนหลายหมื่นคนเสียชีวิตในดินแดนยูเครน ที่ถูกกองทัพรัสเซียยึดครอง

“เป็นความสูญเสียหนักของเรา ชาวยูเครนและทหาร 31,000 คน เสียชีวิตในสงครามนี้ ไม่ใช่ 300,000 ไม่ใช่ 150,000 อย่างที่ปูตินกำลังโกหก ทุกชีวิตที่สูญเสียเป็นความเสียหายใหญ่หลวงสำหรับเรา”

ทั้งนี้ ซีเอ็นเอ็นไม่สามารถพิสูจน์ตัวเลขได้อย่างอิสระ ตัวเลขดังกล่าวเปิดเผยออกมาในสุดสัปดาห์ครบรอบ 2 ปี ที่รัสเซียรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบ

ตลอดเวลาของความขัดแย้ง รัฐบาลเคียฟไม่ค่อยยอมรับจำนวนทหารเสียชีวิต นายโอเล็กซี เรซนิคอฟ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยูเครน เคยพูดในเดือน มิ.ย.2565 เชื่อว่า ชาวยูเครนถูกสังหารหลายหมื่นคนนับตั้งแต่เดือน ก.พ.ปีนั้น

‘เท่าพิภพ’ หยั่งเสียง!! โชว์ภาพตัวอย่าง ฉลากใหม่คุม ‘เหล้า-เบียร์’ ด้านชาวเน็ต ชี้!! ถ้าคนจะดื่ม ติดภาพน่ากลัวขนาดไหน ก็ดื่มอยู่ดี

จากกรณี ร่างประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ ฉลาก พร้อมทั้งข้อความคำเตือน สำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตหรือนำเข้า พ.ศ. … ที่คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกรมควบคุมโรค เปิดรับฟังความเห็นผ่านเว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตั้งแต่ 12-29 กุมภาพันธ์ 2567

โดยมีสาระสำคัญ คือกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ ฉลาก และข้อความคำเตือนของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตหรือนำเข้า ดังนี้

1.) กำหนดให้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นภาชนะบรรจุต้องมีปริมาณบรรจุสุทธิไม่น้อยกว่า 175 มิลลิลิตร
2.) กำหนดให้บรรจุภัณฑ์และฉลากของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะต้องไม่ใช้ข้อความตามที่กฎหมายกำหนด
3.) กำหนดให้มีข้อความคำเตือนบนภาชนะบรรจุของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
4.) กำหนดให้มีข้อความคำเตือนถึงโทษและพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บนภาชนะบรรจุและหีบห่อบรรจุของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งให้จัดทำเป็นรูปภาพ 4 สี 9 แบบ สับเปลี่ยนกันไปตามลำดับในอัตรา 1 แบบ ต่อ 1,000 ภาชนะบรรจุและหีบห่อบรรจุ
5.) กำหนดขนาดของข้อความคำเตือนถึงโทษและพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น โดยให้ประกาศมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ล่าสุด วันนี้ (26 ก.พ. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคก้าวไกล (ก.ก.)  โพสต์ข้อความผ่านเพจ ‘เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร – Taopiphop Limjittrakorn’ ระบุว่า…

“[ฉลากเบียร์น่ากลัว #SoftPower ไหม]

ตัวอย่างฉลากที่คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ที่มีอำนาจออกกฎห้ามขายเวลา วัน และออนไลน์) พยายามออกข้อบังคับใช้ให้ติดบนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดทุกประเภท

ฉลากต้องใส่รูปน่ากลัว 30% ของพื้นที่ขวด ทางสมาคมคราฟท์เบียร์ ลองทำตัวอย่างตามกฎหมายมาสภาพจะออกมาประมาณในภาพครับ

ตอนนี้ร่างรอหมอชลน่านเซ็นรับรองเเละบังคับใช้ได้เลย

ทุกท่านคิดเห็นว่าไงครับ

#สุราก้าวหน้า #ก้าวไกล”

หลังจากโพสต์ข้อความไปไม่นาน มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก เช่น…

- “คิดว่าฉลากไม่มีผลสำหรับคนดื่มแอลกอฮอลล์ครับ คนไม่ดื่มคือยังไงก็ไม่ดื่ม ส่วนคนดื่มติดภาพน่ากลัวขนาดไหน ก็ดื่มอยู่ดี เหมือนบุหรี่”
- “หน้าซองบุหรี่ก็เห็นทำมานาน ถามว่าช่วยทำให้คนสูบบุหรี่น้อยลงไหม? ก็ไม่ แต่เป็นข้อบังคับก็ต้องทำอะเนอะ”
- “ตกลงมันเขาผลิตมาให้คนดื่มหรือเอาไปฉีดฆ่าวัชพืชครับ”
- “ติดไว้หน้าซองบุหรี่ ก็เห็นสูบกันพรึบพรับ คนเค้าเห็นทุกวันมันชิน”
- “ผมเห็นฉลากแล้ว จะอ้วกคือ อาจจะหยุดดื่มได้เลยครับ”
- “ตัวอย่างที่ล้มเหลว เช่น บุหรี่ ยอดลูกค้าเพิ่มทุกปี ต่อให้ราคาเพิ่ม ลูกค้าก็เหนี่ยวแน่น แถมได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆเพิ่มอีก สุราก็น่าจะล้มเหลวเช่นกัน ต้องแก้ไขที่คนดื่ม ปลูกฝังให้มีความรับผิดชอบ”

‘เอกชน’ หนุน 8 วิสัยทัศน์ ‘นายกฯ’ จุดพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย แนะรัฐทำวันสต๊อปเซอร์วิสภาคธุรกิจ ชูฮับท่องเที่ยว-การบิน-อาหาร

(26 ก.พ.67) นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต กล่าวถึงกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลง 8 วิสัยทัศน์ จุดพลังศักยภาพประเทศไทยเป็นที่ 1 ในภูมิภาค ว่า ถือเป็นการแสดงวิสัยทัศน์อนาคตของประเทศไทยครั้งแรก ที่ประกาศชัดเจนมีทั้งหมด 8 วิสัยทัศน์ การประกาศลักษณะนี้เป็นเรื่องที่ดีเพราะหลายฝ่ายไม่เพียงเฉพาะภาครัฐบาล แต่มีภาคเอกชน รวมถึงภาคประชาชน จะได้เห็นมุมมองและทิศทางที่เป็นแนวนโยบายสำหรับเศรษฐกิจที่จะเดินไปข้างหน้าในทิศทางเดียวกัน เพื่อทำให้สิ่งเหล่านี้เดินหน้าได้ไม่สะดุด หรือติดอุปสรรคสามารถแก้ปัญหาร่วมกันได้

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า จาก 8 วิสัยทัศน์ โดยเฉพาะเรื่องฮับการท่องเที่ยวสามารถทำได้แน่นอน แต่รายละเอียดต่างๆ ที่หลายฝ่ายจะเติมเข้าไปนั้น ถือเป็นเรื่องสำคัญ เดิมทีอาจจะเน้นปริมาณนักท่องเที่ยว แต่ขณะนี้ต้องเสริมนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เพื่อเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในประเทศรอบด้าน เพราะการท่องเที่ยวเป็นกลไกลที่เกี่ยวข้องกับประชากรมากกว่า 1 ใน 3 ของประเทศ

ขณะเดียวกัน ด้านอื่นๆ ก็น่าสนใจ เช่น ศูนย์กลางด้านอาหาร ประเทศไทยมีความพร้อมในด้านนี้มากพอสมควร ซึ่งสิ่งที่ท่านนายกฯ ได้พูดว่าในน้ำมีปลา ในนามีข้าว และในกระเป๋ามีเงิน ซึ่งเป็นเรื่องถูกต้อง เพราะเดิมทีในน้ำมีปลา ในนามีข้าว นี่คือความเพียงพอที่จะบริโภคในประเทศ และทำให้คนในประเทศพึ่งพาอาศัยกัน แต่ปัจจุบันไทยจำเป็นต้องมีเม็ดเงินจากต่างประเทศเข้ามาหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจด้วย

ดังนั้น การที่จะทำให้กระเป๋ามีเงินต้องมีหลายเรื่องที่ทำร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นรัฐ เอกชน ประชาชน รวมไปถึงเกษตรกร ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำต่อ โดยเฉพาะเรื่องอาหารที่ท่านนายกฯ เคยพูดถึงไว้ในหลายเรื่อง เช่น เรื่องอาหารแห่งอนาคต จะเป็นการต่อยอดการผลิตอาหารดั้งเดิมของไทยที่ทำตลาดได้ดีอยู่แล้ว แต่การที่จะไปถึงอนาคตเรื่องนี้จะเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับเกษตรกรให้ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชใหม่ๆ มากกว่าการปลูกพืชชนิดเดียว เพื่อให้พึ่งพาตัวเองได้

“อีกทั้งเรื่องอาหารฮาลาล ไทยต้องมีใบรับรองที่เข้มแข็ง เพื่อการส่งออกไปประเทศอื่นๆ ได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เช่น กลุ่มตะวันออกกลาง และแอฟริกา จะผลักดันให้ประเทศไทยสามารถส่งอาหารได้เอง แทนที่จะต้องให้ประเทศที่เป็นชาวมุสลิมออกใบรับรองให้ เพื่อส่งสินค้าออกไปประเทศต่างๆ ได้เอง”นายวิศิษฐ์ กล่าว

>> ปั้นฮับการบินโอกาสเมืองรอง
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ฮับการบิน ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวโดยตรงไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับเรื่องของคมนาคมในประเทศเท่านั้น เช่น คนไทยเดินทางในประเทศมีทั้งรถยนต์ และเครื่องบิน ขณะนี้จะเห็นว่าสนามบินมีการใช้งานเต็มที่และสถานการณ์ราคาตั๋วเครื่องบินมีราคาสูง สาเหตุจากสายการบินให้บริการไม่เพียงพอ รวมถึงมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ถ้าไปดูสนามบินอินเตอร์ในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น จะมีหลายเมืองที่เป็นศูนย์การบินระดับอินเตอร์รองรับการท่องเที่ยว โดยไม่จำเป็นต้องไปสนามบินในเมืองหลัก

ดังนั้น ถ้านักท่องเที่ยวมีมากและไม่สามารถไปลงในสนามบินพื้นฐาน หรือที่เป็นเมืองหลวงแล้ว ทำให้เมืองรองเริ่มมีโอกาส เพราะการมีชื่อเสียงในด้านการท่องเที่ยวของไทย หากสามารถทำให้นักท่องเที่ยวลงที่เมืองรอง และจากนั้นเชื่อมต่อโลจิสติกส์ในประเทศได้ เช่น รถยนต์เช่า รถไฟเชื่อมระหว่างเมืองจะเปิดโอกาสให้เมืองรองได้ดี โดยสามารถขายการท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมผ่านซอฟต์พาวเวอร์ได้เช่นกัน ซึ่งรัฐบาลต้องใช้โซเชียลมิเดียต่างๆ ในการโฆษณาให้เกิดการรับรู้เป็นวงกว้าง

>> ขอวันสต๊อปเซอร์วิสภาคธุรกิจ
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า มุมมองนักลงทุนต่างชาติต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งจังหวะ 3-4 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์มีความขัดแย้งต่างๆ เกิดขึ้นทั่วโลก แม้จะเกิดขึ้นในบางภูมิภาค แต่ส่งผลทำให้การค้าขายระหว่างประเทศมีปัญหาค้าขายยากขึ้น มีปัญหาทั้งอาจจะส่งสินค้าไปในทางตรงไม่ได้ รวมถึงการย้ายฐานการผลิตมาผลิตในประเทศที่มีความเป็นกลาง และสามารถส่งของไปในประเทศใดก็ได้ หรือเป็นประเทศที่มีการผลิตและมีต้นทุนไม่สูง หรือเป็นประเทศผู้ผลิตและสามารถกระจายสินค้าไปประเทศอื่นได้ เพราะมีสัญญาการค้าเสรี (เอฟทีเอ) หรือโลจิสติกส์ที่ดี

สำหรับประเทศไทยภาพที่ชัดเจน เมื่อนักลงทุนมาลงทุนแล้ว ไม่เพียงแต่ขายสินค้าให้กับคนในประเทศ แต่มีการเชื่อมต่อไปยังประเทศอาเซียน ระยะสั้นขายผ่านทางรถยนต์ หรือประเทศที่อยู่ไกลจะส่งสินค้าไปทางเรือได้ เรื่องทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกันหมดทั้งโลจิสติกส์ การดึงคนมาลงทุน และที่สำคัญในภาวะที่หลายประเทศกำลังหาแหล่งลงทุนใหม่ หรือย้ายฐานการผลิตก็ต้องหาประเทศอื่นเพื่อการทำธุรกิจ

“ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกนั้น ดังนั้น จะต้องทำอย่างไรให้ประเทศเรามีเสน่ห์และมีเสน่ห์มากขึ้น“นายวิศิษฐ์ กล่าว

ทั้งนี้ มีเรื่องที่นายกฯ เคยพูดไว้ และเป็นเรื่องที่เอกชนเคยร้องขอมานานแล้ว คือ วันสต๊อปเซอร์วิสต่างๆ การเชื่อมโยงเอกสาร ข้อมูลเพื่อการทำธุรกิจต่างๆ หรือการจัดตั้งธุรกิจใหม่ และต้องทำอย่างไรให้สามารถจัดการได้ในที่เดียวแทนที่จะต้องวิ่งไปใน 10-20 หน่วยงานเพื่อยื่นเอกสาร หากสามารถทำจบได้บนสมาร์ทโฟนและสามารถทำได้ในที่เดียวทุกเอกสารวิ่งไปได้ในหลายหน่วยงาน และมีการตอบรับผ่านอิเล็กทรอนิกส์สามารถลดต้นทุน ลดความยุ่งยาก และสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้มากขึ้น

สมุทรปราการ-ชมรมบางแก้ว!! รวมพลังจิตอาสา กว่า 200 คน ทำกิจกรรมเทิดพระเกียรติถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 

ณ บริเวณห้างสรรพสินค้า เมกา บางนา ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ชมรมบางแก้วและพี่น้องประชาชนชาวบางแก้ว กว่า 200 คน ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาโดยการทำความสะอาดพื้นถนน ช่วงถนนบางนา-ตราด ตั้งแต่หน้าห้างสรรพสินค้า เมกา บางนา ไปจนถึง Nation Tower หรือ ตึกเนชั่น เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ และแสดงพลังความจงรักภักดี ต่อสถาบันอันเป็นที่รักและเทิดทูนของประชาชนทั่วทั้งประเทศ

นายชัยรัชต์พงษ์ กุลรัตนจินดา ประธานชมรมบางแก้ว พร้อมด้วย นางพัชรากร กุลรัตนจินดา ปลัดเทศบาลเมืองบางแก้ว รวมพลังจิตอาสานำพี่น้องประชาชนชาวบางแก้ว กว่า 200 คน โดยร่วมกับกรมทางหลวง โดยสำนักงานแขวงทางหลวงสมุทรปราการ  และโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

ร่วมจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ด้วยการเก็บกวาดทำความสะอาดพื้นถนนช่วงถนนบางนา-ตราด ตั้งแต่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเมกา บางนา  ไปจนถึงหน้าตึกเนชั่น ทาวเวอร์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2567

โดยทางด้าน นายชัยรัชต์พงษ์ กุลรัตนจินดา ประธานชมรมบางแก้วรวมพลังจิตอาสา กล่าวว่า เราคือพลังของชาวบางแก้ว ที่ออกมาร่วมกันทำความสะอาดเมืองบางแก้ว ซึ่งเป็นบ้านของเรา ให้มีความสะอาด สวยงาม และน่าอยู่มากยิ่งขึ้น เราอยากพิสูจน์ให้เห็นว่า ความสามัคคีรวมใจ ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะประสบความสำเร็จ ที่สำคัญได้ประกอบกับ กิจกรรมของวันนี้ พวกเราชมรมบางแก้วรวมพลังจิตอาสา โดยมีกลุ่มผู้สูงอายุ เจ้าหน้าที่ อสม. นักเรียน และนักศึกษา ร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีและอยากมอบถวายแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน ทั้งนี้ยังเป็นการแสดงความพร้อมสำหรับการต้อนรับ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่จะเดินทางมาโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว ในวันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 ที่จะถึงนี้อีกด้วย

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

ช็อก!! คู่กรณีคดีครอบครองปรปักษ์บ้านอากู๋ เครียดจัด ตัดสินใจผูกคอปลิดชีวิตตัวเองแล้ว

จากกรณีข้อพิพาทระหว่างเจ้าของบ้านย่านรามอินทรา 58 กับเพื่อนบ้านที่ลักลอบเข้ามายึดบ้าน โดยอ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองปรปักษ์เป็นของตนเอง ก่อนจะมีการเจรจาและย้ายออกไปเมื่อปลายปีที่แล้ว

กระทั้งกลับเข้ามาอ้างสิทธิใหม่ โดยเปิดร้านขายไก่ทอดในบ้านหลังดังกล่าว ต่อมา ทนายความ พร้อมด้วยตำรวจ ได้พาเจ้าของบ้านตัวจริง บุกปลดป้ายขายไก่ทอดทิ้งเพื่อเอาบ้านคืน

ล่าสุดวันนี้ (26 ก.พ. 67) ผู้สื่อข่าวมีรายงานรับแจ้ง เหตุมีผู้ผูกคอเสียชีวิต ในบ้านพัก ถ.เลียบวงแหวนกาญจนา พื้นที่ สน.คันนายาว

จากการตรวจสอบ พบว่า ผู้เสียชีวิต เป็นผู้หญิง ใช้ผ้าขนหนูผูกคอกับประตูห้องน้ำ ภายในบ้านพัก โดยผู้ที่เห็นศพคนแรกคือ สามี โดยเปิดเผยว่า ตนเองออกไปซื้อของ พอกลับเข้ามาที่บ้านก็ไม่เจอตัวจึงเดินตามหา พบว่าภรรยาทำร้ายใช้ผ้าผูกคอตัวเองในห้องน้ำ พยายามช่วยเหลือทำ CPR แล้ว แต่ไม่เป็นผล

มีรายงานว่า หญิงสาว เป็นหนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกแจ้งความในคดีบุกรุกบ้านอากู๋ และมีเรื่องฟ้องร้องบ้านครอบครองปรปักษ์ กรณีเข้าไปครอบครองบ้านของอากู๋ จนกลายเป็นประเด็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ตำรวจ สน.คันนายาว อยู่ระหว่างการตรวจสอบในบ้านหลังดังกล่าว

ทั้งนี้ นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความของอากู๋ เจ้าของบ้าน ได้แจ้งว่า อากู๋ได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของคู่กรณีแล้ว พร้อมแสดงความเสียมา ณ ที่นี้ด้วย

“ผมได้แจ้งให้อากู๋ทราบแล้ว อากู๋ถึงกับช็อค และขอแสดงความเสียใจกับการเสียชีวิตของผู้บุกรุก และขออโหสิกรรม”

ขอบคุณข้อมูล : สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว

‘อ้น สราวุธ’ ถึง ‘แน็ก ชาลี’ จากใจคนดีงาม ถึงคนที่ดีงามอีกคน

จากกรณีที่ ‘แน็ก-ชาลี ไตรรัตน์’ นักแสดงและนักร้องชื่อดังแห่งวงการบันเทิง ได้ออกมาไลฟ์สดระบายความอัดอั้นตันใจ ถึงขั้นร้องไห้ออกสื่อ เมื่อไม่นานนี้ โดยเจ้าตัวได้กล่าวว่า ตนเองช่วยคนอื่น แต่กลับโดนด่าทุกวัน ทั้งๆ ที่ทำให้คนอื่นมีความสุข

ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 67 ‘อ้น-สราวุธ มาตรทอง’ นักแสดง นายแบบ และนักร้องชื่อดัง เจ้าของบทบาทมากมายในวงการบันเทิง ได้โพสต์คลิปวิดีโอผ่านทางช่องติ๊กต็อกส่วนตัว aonsarawut929 ให้กำลังใจแก่ ‘แน็ก ชาลี’ โดยระบุว่า…

“สวัสดีครับ อ้น สราวุธครับ คลิปนี้อยากจะพูดถึงใครคนหนึ่งครับ ถ้าเกิดใครติดตามก็น่าจะรู้ว่าผมไม่ค่อยพูดถึงใครเท่าไหร่ ไม่ค่อยพูดถึงบุคคลที่ 3 เพราะรู้สึกว่ามันไม่สมควร แต่คลิปนี้ผมตั้งใจพูดถึงเด็กผู้ชายที่ชื่อ ‘แน็ก ชาลี’ ครับ

ผมได้ติดตามข่าว ได้เห็นที่เขาไลฟ์ และเขาร้องไห้ และเขาพูดถึงความสุขว่า เขาหมั่นทำให้คนอื่นมีความสุข หมั่นช่วยเหลือผู้อื่น หมั่นให้สิ่งต่างๆ แก่ผู้อื่น เพื่อให้ผู้อื่นได้มีชีวิตที่ดีขึ้น… แต่สุดท้าย สิ่งที่มันวนกลับมาหาเขา คือ เขารู้สึก ‘แห้งแล้งอยู่ข้างในใจ’ เขารู้สึกเปราะบางอยู่ในนี้

ผมก็เลยจะบอกว่า แน็กฟังพี่อ้นนะ… พี่อ้นดูแน็กมาตลอดแม้ไม่เคยได้ร่วมงานกับแน็กนะ เห็นแน็กมาตั้งแต่ภาพยนต์เรื่อง ‘แฟนฉัน’ ยังรู้สึกว่า เด็กคนนี้น่ารักจัง แล้วก็ติดตามดูงานมาตลอด แน็กเป็นหนึ่งในนักแสดงคนหนึ่งที่พี่อ้นว่ามีฝีมือมากทีเดียวนะ แล้วก็เป็นธรรมชาติมากด้วย มีช่วงหนึ่งที่แน็กหายไป พี่อ้นก็ยังคิดถึงอยู่ว่าหายไปไหน เสียดาย… แต่พอสักพักนึง แน็กกลับมาในโลกออนไลน์ โลกโซเชียล และคนก็พูดถึงความตลกโปกฮา บ้าบอนู่นนี่นั่น ซึ่งพี่อ้นชื่นชมนะ มันน่ารักดี

แต่สิ่งที่เห็นมากกว่านั้นคือ ข้างในของแน็ก ซึ่งรู้สึกว่า โอ้โห เด็กคนนี้เหมือนออกซิเจน เหมือนเป็นอากาศดีๆ ให้กับสังคม เพราะว่าการที่คนเราจะทําให้สังคมน่าอยู่ ช่วยเหลือผู้อื่น โดยที่คนอื่นจะรู้หรือไม่ก็ตาม มันเป็นสิ่งที่น่ารักมาก และแน็กก็เมตตากับสัตว์เลี้ยงมากๆ ซึ่งอ้นก็เลี้ยงสัตว์เหมือนกันน่ะนะครับ ก็เลยอยากจะบอกแน็กว่า หากแน็กเดินทางบ่อยๆ แม็กจะรู้ว่าเวลาที่เราขึ้นเครื่องบินนั้น เวลาที่เครื่องบินตกหลุมอากาศ มันจะมีเครื่องให้ออกซิเจนตกลงมา วิธีในการใช้ก็คือ เขาให้เราสวมออกซิเจนให้ตัวเองก่อนแล้วค่อยสวมให้คนข้างๆ แน็กจําคำของพี่อ้นไว้นะ เราต้องแข็งแรง ถึงจะช่วยเหลือผู้อื่นให้แข็งแรงได้ คนรอบข้างจะรอดและมีความสุขได้ เราต้องแข็งแรง การที่แน็กช่วยเหลือผู้อื่นให้มีความสุขนั้นพี่อ้นชื่นชมมาก… แต่น้องต้องแข็งแรง รักษาตัวเองไว้ให้แข็งแรง

การดูแลคนอื่นๆ เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม… แต่อย่าลืมดูแลผู้ชายที่ชื่อ ‘แน็ก ชาลี’ ด้วย อย่าลืม…

วันหนึ่งเราต้องโต ต้องเป็นผู้ใหญ่ ต้องแก่เฒ่าและจากไป แน็กรู้แล้วเรื่องนี้ ทุกอย่างจะมีช่วงเวลาในการเปลี่ยนแปลง ก็เหมือนโฮมสเตย์ เหมือนบ้านพักชั่วคราว

ขอให้แน็กอยู่กับตรงนี้ อยู่กับหัวใจของตัวแน็กเอง ดูแลหัวใจของตัวเองให้ดี เมื่อเราแข็งแรง เราก็สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ และทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้น เพราะคนอย่างแน็กนี่แหละ รักแน็กนะ พี่มองเห็นสิ่งที่แน็กทำนะ

อีกอย่างนึงที่อยากพูดมากเลย คือ การที่คนๆ นึงจะเอาตุ๊กแกมาตีขิมหรือตีระนาดได้เนี่ย มันต้องแบบที่สุดแล้วล่ะสําหรับพี่ พี่ขอคารวะ สู้ๆ นะน้อง รักนะแน็ก ถ้ามีโอกาสเราคงได้ร่วมงานกันครับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top