Friday, 6 November 2026
Hard News Team

สมุทรปราการ- 'พระครูแจ้' ทำบุญทักษิณานุประทาน บริจาคทานช่วยการศึกษา กว่า 500,000 บาท เนื่องในวันครบรอบ 56 ปี วันมรณภาพหลวงปู่กิ่ม อดีตเจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง

วันที่ 20 พ.ค.2567 เวลา 09.30 น. ที่ศาลาอรรถโกวิทวุฒิคุณ ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง นำคณะสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง ประกอบพิธีทำบุญบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานเพื่ออุทิศถวายแด่ พระอรรถโกวิทวุฒิคุณ (หลวงปู่กิ่ม) อดีตเจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง และเนื่องในโอกาสครบรอบ 56 ปี วันมรณภาพหลวงปู่กิ่ม 

โดยท่าน พระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ยังได้บริจาคทานเพื่อช่วยเหลือการศึกษาโดยได้มอบเงินสมทบกองทุนหลวงปู่กิ่ม เพื่อพัฒนาด้านการศึกษา จำนวน 100,000 บาท มอบเงินสนับสนุนพัฒนาโรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง จำนวน 100,000 บาท มอบเงินสนับสนุนการดำเนินงานศูนย์แพทย์ชุมชนวัดบางพลีใหญ่กลาง จำนวน 20,000 บาท มอบเงินช่วยเหลือด้านการศึกษาให้กับโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษา สพป.สมุทรปราการ เขต 2 จำนวน 20 โรงเรียน โรงเรียนละ 10,000 บาท 

พร้อมทั้ง มอบชุดนักเรียนเพื่อส่งต่อให้เด็กยากจนอีกโรงเรียนละ 3 ชุด ทั้งนี้ยังได้มอบเงินเหรียญที่ญาติโยมนำมาร่วมทำบุญกับทางวัดบางพลีใหญ่กลาง โดยมอบให้กับโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ จำนวน 1 กระสอบ และมอบทีวีสี ขนาด 43 นิ้ว พร้อมทั้งตู้เย็นขนาด 8 คิว ให้กับโรงเรียนบางบ่อวิทยาคม เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ภายในเรือนพยาบาลศีลคุณของทางโรงเรียนที่ยังขาดอยู่ในขณะนี้ รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 500,000 บาท เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของหลวงปู่กิ่ม อดีตเจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง และเนื่องในวาระครบรอบ 56 ปี วันมรณภาพของหลวงปู่กิ่มอีกด้วย

‘ชาวบ้านหนองพะวา’ โต้คารมเดือด ‘สส.ก้าวไกล’ ปมกล่าวหาปล่อยรถขนกากสารเคมีกลับคืนโรงงาน

เมื่อวานนี้ (20 พ.ค.67) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีรถบรรทุกขนกากอะลูมิเนียมดรอสจากบริษัท วินโพรเสส จก. หมู่ 4 ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ไปกำจัดที่บริษัทเมทเทิลคอม จก. อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ถูกชาวบ้านในพื้นที่รวมตัวถือป้ายประท้วงไม่ให้ขนลงจากรถ เรียกร้องให้นำกลับระยองภายในเวลา 2 วันนั้น กระทั่งช่วงเวลา 19.15 น. มีชาวบ้านหนองพะวา ได้นำรถมาปิดทางเข้าโรงงาน จนมั่นใจแล้วว่า รถขนกากอะลูมิเนียมดรอส จะไม่ถูกนำกลับคืนโรงงาน จึงแยกย้ายกันกลับ

กระทั่งเวลา 20.50 น. รถขนกากอะลูมิเนียมดรอส 3 คัน เดินทางมาถึงหน้าโรงงาน ก่อนจะเลี้ยวเข้าประตูโรงงานไป ซึ่งเป็นจังหวะที่นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคก้าวไกล และนายอำนาจ ออมศิริ เลขานุการนายก อบต.บางบุตร เดินทางมาถึงหน้าโรงงานพอดี เมื่อชาวบ้านทราบข่าวว่า มีรถขนกากสารเคมีกลับมาจากโรงงานใน จ.ชลบุรี กลับคืนเข้าไปในโรงงานวินโพรเสส ทางน.ส.ผ่องพรรณ เจริญรมย์ กำนันตำบลบางบุตร จึงนำชาวบ้านไปหน้าโรงงาน ปะทะคารมกับนายชุติพงศ์ กล่าวหาว่าปล่อยให้รถขนกากสารเคมี เข้าไปในโรงงาน ต่างฝ่ายต่างโวยวายเสียงดัง จนหวิดวางมวยกันเกิดขึ้น จนกระทั่งมีการห้ามปรามกันจึงเย็นลง ก่อนที่จะมีการพูดคุยกันทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อหาข้อสรุปกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพรุ่งนี้ (21 พ.ค.)

"เราจะไม่ทอดทิ้งกัน เพราะกำลังพลทุกระดับชั้นยศ คือครอบครัวกองทัพเรือ"

กรมแพทย์ทหารเรือ มอบหมายให้ รพ.อาภากรเกียรติวงศ์ ฐท.สส.โดย ทีมลำเลียงทางอากาศ กองเวชศาสตร์ใต้น้ำและการบิน รพ.อาภากรฯ เพื่อการดูแลผู้ป่วยระหว่างการลำเลียงทางอากาศ จำนวน  5 นาย ร่วมกับ ฝูงบิน 201 กบร.กร. (น.ท.ชาญวิศว์ ภาคทรวง ผบ.ฝูงบิน201) และ มวบ.ฉก.ภต. (น.ท.ยศพล สาโรจน์ ผบ.มวบ.ฉก.ภต.) ปฏิบัติภารกิจส่งกลับสายแพทย์ ผู้ป่วยซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการฝึก เพื่อเข้ารับการรักษาต่อยัง รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พร. อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี อาการปัจจุบันผู้ป่วยรู้สึกตัวดี ใช้อุปกรณ์พิเศษเปล ลำเลียงจากสนามบินนราธิวาส ปลายทางสนามบินอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยมีทีมศูนย์รถ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พร. รับผู้ป่วยเข้ารับการรักษายัง รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พร. ต่อไป เมื่อ 20 พ.ค.67
นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 909535645

#I will do my best #
#กองเวชศาสตร์ใต้น้ำและการบิน รพ.อาภากรเกียรติวงศ์ ฐท.สส.#
#กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ#
#Fit For The Future #กรมแพทย์ทหารเรือ #ลำเลียงทางอากาศ 

สมุทรปราการ- อดีต รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมอวยพรครอบครัวนักการเมืองท้องถิ่น ครบรอบ 60 ปี

นางจุฑารัตน์ จีนเพ็ชร หรือ(ส.ท.หนู) สมาชิกสภาเทศบาลตำบลสำโรงเหนือ ได้จัดงานวันคล้ายวันเกิดครบ 60 ปี ให้กับสามีและบุตร-ธิดา โดยมีวันคล้ายวันเกิดตรงกัน

ที่บ้านเลขที่ 88/275 ซอยภานุวงศ์ 14  ถนนสุขุมวิท 117 ต.บางเมืองใหม่ อ.เมืองฯ จ.สมุทรปราการ นางจุฑารัตน์ จีนเพ็ชร (ส.ท.หนู) สมาชิกสภาเทศบาลตำบลสำโรงเหนือ จัดงานวันคล้ายวันเกิดให้กับ นายสุวรรณ์ สุนทรพง (ผู้ช่วยแดง) อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.บางปูใหม่ พร้อมทั้ง บุตร-ธิดา ซึ่งเป็นพี่น้องฝาแฝด คือ ด.ญ. ธรรมพร สุนทรพง (น้องใบบัว) และ ด.ช. ธรรมจักร สุนทรพง (น้องใบบอน) ซึ่งมีอายุครบ 13 ปี ซึ่งพี่น้องทั้งสองคนและบิดาได้เกิดวันและเดือนเดียวกัน คือวันที่ 18 พฤษภาคม

ภายในงานครบรอบวันคล้ายวันเกิดได้ประกอบพิธีมงคล โดยได้ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 9 รูป จากวัดเจริญวราราม โดยได้รับความเมตตาจาก พระอาจารย์อำพร นำพระสงฆ์ประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถาธัมมจักรกัปปวัตรณสูตร พร้อมทั้งเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับเจ้าภาพ อีกทั้ง ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน นายสุวรรณ์ สุนทรพง (ผู้ช่วยแดง) อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.บางปูใหม่ พร้อมด้วย นางจุฑารัตน์ จีนเพ็ชร (ส.ท.หนู) สมาชิกสภาเทศบาลตำบลสำโรงเหนือ และบุตร-ธิดา ได้ร่วมกันแจกข้าวสาร ถุงละ 5 กิโล จำนวน 417 ถุง มอบให้กับพี่น้องประชาชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ในเขตพื้นที่เพื่อเป็นการทำบุญเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบ 60 ปี

โดยมี นายสุนทร ปานแสงทอง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายสมควร ชูไสว (สจ.เต๊า) ประธานสภา อบจ.สมุทรปราการ นายสนอง และนางวารุณี บุญเผือก อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลสำโรงเหนือ นายรุ่งโรจน์ สุพรรณปราการ ประธานสภาเทศบาล ตำบลสำโรงเหนือ นายธงชาติ ผาสุพรรณ์ รองประธานสภาเทศบาลตำบลสำโรงเหนือ และคณะสมาชิกสภาเทศบาลตำบลสำโรงเหนือ กลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้าเพื่อพัฒนาสำโรงเหนือ นางสายสุนี สมใจ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางด้วน นางนิภา สืบสำราญ เลขานุการองค์การบริหารส่วนตำบลบางด้วน ประธานชุมชน และคณะกรรมการชุมชน ตลอดจนพี่น้องประชาชนชาวชุมชนตำบลบางเมืองใหม่ ตำบลสำโรงเหนือ ต่างเดินทางมาร่วมในพิธี พร้อมทั้ง ร่วมอวยพรและมอบกระเช้าอวยพร เนื่องในวันคล้ายวันเกิด ครบรอบ 60 ปี ผู้ช่วยแดงกันเป็นจำนวนมาก โดยมีครอบครัวสุนทรพง และครอบครัวจีนเพ็ชรร่วมให้การต้อนรับ

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

ทรภ 1 จัดพิธีสักการะ เพื่อน้อมรำลึกในพระกรุณาคุณเนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ "องค์บิดาของทหารเรือไทย"

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2567 พลเรือโท สุระศักดิ์ สิงขรวัฒน์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 นำคณะผู้บังคับบัญชา และฝ่ายอำนวยการในทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมประกอบพิธีสักการะ เพื่อน้อมรำลึกในพระกรุณาคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดาของทหารเรือไทย ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ข้าราชการทัพเรือภาคที่ 1 และครอบครัว

วันเดียวกัน นาวาเอก อโศก ศรีสวัสดิ์ รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นผู้แทนทัพเรือภาคที่ 1 ประกอบพิธีสักการะ รวมถึงยิงสลุตถวาย ณ ศาลพระตำหนักพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเลกองทัพเรือเกาะช้าง โดยมีคณะฝ่ายอำนวยการในทัพเรือภาคที่ 1 หัวหน้าศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเลกองทัพเรือเกาะช้าง ผู้บังคับการเรือในหมวดเรือลาดตระเวนชายแดน ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมพิธีฯ

วันที่ 19 พฤษภาคม “วันอาภากร” เป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ “องค์บิดาของทหารเรือไทย” ผู้ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนชาวไทยอย่างกว้างขวาง พระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อปวงชนชาวไทยนั้น ปรากฏทั้งในด้านกิจการทหารเรือที่พระองค์ท่านทรงวางรากฐานไว้ และการแพทย์แผนโบราณ ซึ่งพระองค์ทรงพระกรุณาช่วยเหลือรักษาผู้ตกทุกข์ได้ยากไม่เลือกชั้นวรรณะ จนเป็นที่เลื่องลือนับถือกันโดยทั่วไปในพระนามว่า “หมอพร” หรือ ที่ทหารเรือเรียกท่านว่า “เสด็จเตี่ย”

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

**สำหรับวันที่ 19
#วันอาภากร
#วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์
#ทัพเรือภาคที่1
#เทิดทูนสถาบัน ยึดมั่นระเบียบวินัย ประชาชนภูมิใจ ทะเลไทยมั่นคง
#Fit_for_the_Future
 

“อลงกรณ์”โชว์วิสัยทัศน์เวทีเส้นทางสายไหมนานาชาติ ดึงจีนลงทุน12อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ดันไทยประเทศรายได้สูง

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์และอดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้รับเชิญให้กล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุมสุดยอดการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 2024 และงานนิทรรศการสินค้าประเทศตามแนว “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง”
ณ นครอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน

โดยนายอลงกรณ์กล่าวว่านับตั้งแต่ข้อริเริ่ม “อีต้าอีลู่ หรือเส้นทางสายไหม หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง One Belt and One Road” ถูกประกาศอย่างเป็นทางการในปี 2013 โดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เพื่อรื้อฟื้นเส้นทางสายไหมในอดีตสมัยพระเจ้าฮั่นอู่ตี้ เมื่อกว่า2พันปีก่อนสู่เส้นทางสายไหมใหม่ในศตวรรษที่ 21 เป็นเวลา11ปีที่ประเทศไทยและจีนได้สร้างความร่วมมือระหว่างกันอย่างเต็มที่ภายในกรอบ "หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง" ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนภาคอุตสาหกรรม เศรษฐกิจดิจิทัล เกษตรกรรม การค้าและการท่องเที่ยว ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ประสบความสำเร็จอย่างดี จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทยต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี เป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดของไทย แหล่งเงินทุนต่างประเทศหลัก และแหล่งนักท่องเที่ยวที่สำคัญอันดับ1  นอกจากนี้ ไทยและจีนยังคงมีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด สร้างความผูกพันที่แน่นแฟ้นและลึกซึ้ง "ไทย จีน ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน" กลายเป็นประโยคที่เข้าใจกันอย่างแพร่หลายของประชาชนทั้งสองประเทศ 

ความสำเร็จของความร่วมมือไทย-จีนในวันนี้ มาจากการที่ทั้งสองฝ่ายยึดมั่นในหลักการของการเคารพซึ่งกันและกัน การให้ความเสมอภาค ผลประโยชน์ร่วมกัน และการร่วมกันสร้างนวัตกรรม นอกจากนี้ ยังเป็นผลงานที่มาจากความร่วมมือระยะยาวระหว่างภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศ ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศที่กำลังดำเนินไปอย่างลึกซึ้ง ความร่วมมือระหว่างไทย-จีนกำลังเผชิญกับโอกาสมากมายมหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของประเทศไทย (2018-2037) ระบุว่า ประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี 2036 และจะดำเนินการแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 (2023-2027) เพื่อเข้าสู่โหมดการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ-หมุนเวียน-สีเขียว (BCG :Bio-Circular-Green Economy)

ซึ่งรวมถึงนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ได้แก่ การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาและเชื่อมต่อระบบดิจิทัล การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมสมัยใหม่ที่เน้นคุณค่าในกรอบ "Thailand 4.0" การพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน และการเน้นการถือประชาชนเป็นหลัก โดยเฉพาะการเพิ่มความกระตือรือร้นสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป้าหมายสูงสุดคือการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สมดุลและยั่งยืน เป็นเพราะความสอดคล้องกันระหว่างแนวคิด "หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง" กันนโยบายการพัฒนาของไทยทำให้เกิดความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือที่มีศักยภาพสูงในหลายๆ ด้าน

ในโอกาสนี้ขอเชิญชวนนักลงทุนชาวจีนและนานาประเทศให้มาร่วมลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกของไทย (Eastern Economic Corridor หรือ EEC) และเข้าร่วมอย่างกระตือรือร้นใน"12 อุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต"ของไทย (12 S-CURVES)เช่น การค้าและการลงทุนในสาขาเทคโนโลยีและหุ่นยนต์ การบินและโลจิสติกส์ เชื้อเพลิงชีวภาพ อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ การท่องเที่ยวและการแพทย์ อุตสาหกรรมดิจิทัล ยานยนต์สมัยใหม่ เป็นต้น เพื่อเชื่อมโยงกับโอกาสต่างๆ ภายใต้แนวคิด "หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง" และเปิดศักราชใหม่ของการเติบโตทางเศรษฐกิจไปด้วยกัน.

สำหรับการประชุมสุดยอดการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 2024 และงานนิทรรศการสินค้าประเทศตามแนว “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง”จัดขึ้นที่ นครอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อวันที่20 พฤษภาคม 2567 มีตัวแทนจากประเทศไทยคือนางสาวอภิญญา ปราโมช นายกสมาคมการค้าไทย-จีนและเศรษฐกิจเอเชียเข้าร่วมประชุมด้วย.

21 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ เสด็จเปิด ‘อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง’ หนึ่งในปราสาทหินศิลปะแบบขอมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของไทย

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือ ปราสาทหินพนมรุ้ง เป็นอุทยานประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของประเทศไทยภายใต้การดูแลของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เป็นหนึ่งในปราสาทหินในกลุ่มราชมรรคา ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 (บ้านดอนหนองแหน) ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ลงมาทางทิศใต้ประมาณ 77 กิโลเมตร โดยประกอบไปด้วยโบราณสถานสำคัญ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ 200 เมตรจากพื้นราบ (ประมาณ 350 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) ทั้งนี้ คำว่า ‘พนมรุ้ง’ นั้น มาจากภาษาเขมร คำว่า ‘วนํรุง’ แปลว่า ‘ภูเขาใหญ่’

ทั้งนี้ อุทยานประวัติศาสตร์แห่งนี้ ได้ดำเนินการบูรณะตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 จนเสร็จสมบูรณ์ ในปี พ.ศ. 2531 โดยมีพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธาน มีงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปี ในครั้งนั้นอีกด้วย

ปัจจุบัน ปราสาทหินพนมรุ้งกำลังอยู่ในเกณฑ์กำลังพิจารณาเป็นมรดกโลก เช่นเดียวกับ ปราสาทหินในกลุ่มราชมรรคา โดยปราสาทหินพนมรุ้งเป็นหนึ่งในปราสาทหินขอมของไทยที่มีชื่อเสียงมากที่สุด และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมถือเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ รวมถึงเป็นภาพพื้นหลังตราสัญลักษณ์ของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดอีกด้วย

‘โรงเรียนสังขะ’ โชว์ระบบสุดล้ำ เช็กชื่อนักเรียนผ่านกล้องวงจรปิด

(20 พ.ค.67) จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ‘Pakorn Buayam’ ซึ่งเป็นครูของโรงเรียนสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ได้โพสต์คลิปเพื่อแสดงการทำงานของระบบบันทึกการมาโรงเรียนของนักเรียนผ่านกล้องวงจรปิด ซึ่งมีความสะดวกสบายมาก เพราะแค่นักเรียนเดินผ่านกล้องก็ขึ้นข้อมูลรหัสนักเรียนและเวลาที่เข้า พร้อมระบุข้อความว่า “ระบบเช็กการมาเรียนของนักเรียนเช้านี้ ที่นี่โรงเรียนสังขะ จังหวัดสุรินทร์

ทั้งนี้ หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไปก็มีผู้รับชมเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังแสดงความคิดเห็นชื่นชมเทคโนโลยีของโรงเรียนและอยากให้โรงเรียนหรือสถานที่ราชการอื่น ๆ มีระบบนี้ด้วย

‘สนามบินเซินเจิ้น’ เปิดห้องรับรอง ‘สัตว์เลี้ยง’ แห่งแรกของจีน พร้อมสอดรับกับจำนวนประชาชนที่เลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้น

(19 พ.ค. 67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า  หลังจากอยู่ในห้องรับรองสัตว์เลี้ยงของท่าอากาศยานนานาชาติเซินเจิ้น เป่าอัน มณฑลกว่างตงทางตอนใต้ของจีนมานานถึง 20 ชั่วโมง เพราะเที่ยวบินโดนยกเลิก ในที่สุดเจ้า ‘ฉีฉี’ สุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ ก็ได้ขึ้นเครื่องเพื่อเดินทางไปยังเมืองสือเจียจวงทางตอนเหนือของจีน ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ระหว่างที่รอขึ้นเครื่อง ฉีฉีได้รับอาหารจากเจ้าหน้าที่สนามบิน และได้เดินเล่นในพื้นที่ที่จัดไว้สำหรับการเล่นโดยเฉพาะ รวมถึงยังได้วิดีโอคอลกับเจ้าของของมันด้วย ด้วยความเอาใจใส่ต่างๆ เหล่านี้ ฉีฉีจึงมีอารมณ์ที่สงบตลอดช่วงเวลาที่รอเครื่อง และพนักงานก็รีบจัดการให้สุนัขตัวนี้ได้ขึ้นเครื่องในเที่ยวบินถัดไป

ทั้งนี้ บริการดูแลสัตว์เลี้ยงนี้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังสนามบินเซินเจิ้น เป่าอัน ได้เปิดห้องรับรองสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ นับเป็นบริการประเภทนี้แห่งแรกของจีน จวบจนปัจจุบันห้องรับรองนี้ได้ให้บริการแก่ ‘นายท่าน’ ทั้งหลายแล้วมากกว่า 40 ตัว

งานวิจัยของสถาบันการพัฒนาแห่งประเทศจีน สถาบันคลังสมองซึ่งตั้งอยู่ในนครเซินเจิ้น ระบุว่าจำนวนผู้เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงในเซินเจิ้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่เกิดหลังปี 1980 ปัจจุบันเซินเจิ้นมีแมวและสุนัขเลี้ยงมากกว่า 500,000 ตัว บ่งชี้ว่าอุปสงค์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงนั้นกำลังเพิ่มมากขึ้น

เจ้าหน้าที่สนามบินระบุว่า ในอดีตสนามบินเซินเจิ้น เป่าอัน จะจัดการสัตว์เลี้ยงร่วมกับสินค้าอื่น ๆ บนพื้นที่ขนาดใหญ่ ก่อนจะดำเนินการขนส่ง และแม้ว่าจะมีการเปิดพื้นที่รองรับสัตว์เลี้ยงเมื่อปี 2018 แต่ก็ยังคงอยู่ภายในอาคารขนส่งสินค้าขนาดใหญ่

ขณะที่ห้องรับรองสัตว์เลี้ยงที่เพิ่งเปิดใหม่นี้ มีพื้นที่ประมาณ 210 ตารางเมตร มีการใช้แสงนุ่มที่สบายตายิ่งขึ้น รวมถึงใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยแบ่งออกเป็นโซนแมวและโซนสุนัขแยกกัน แต่ละโซนมีพื้นที่สำหรับนั่งรอและพื้นที่ให้ความบันเทิงสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ

ห้องรับรองนี้ดำเนินการโดยบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสัตว์เลี้ยง เจ้าหน้าที่ประจำห้องรับรองล้วนเป็นผู้ผ่านการอบรมทักษะเฉพาะทาง ตลอดจนมีสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นสูงหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือระบบการตรวจสอบแบบครอบคลุม ที่ช่วยให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงมั่นใจได้ว่าจะมีการเฝ้าระวังความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมไปถึงระบบการติดตามตำแหน่ง การแจ้งเตือนอุณหภูมิ ความชื้น และ ค่าฝุ่น PM2.5 และอื่น ๆ

นอกเหนือจากช่องทางการตรวจสอบความปลอดภัยแบบพิเศษ การตรวจตราดูแลตามปกติ และการให้อาหารตามคำสั่งของลูกค้าแล้ว ห้องรับรองแห่งนี้ยังมีบริการสัตวแพทย์ทางไกลด้วย

สำหรับบริการดูแลสัตว์เลี้ยงที่ต้องติดอยู่ที่สนามบินชั่วคราว เนื่องจากเที่ยวบินล่าช้าหรือการยกเลิกเที่ยวบินดังเช่นกรณีของเจ้าฉีฉี ทางสนามบินจะไม่มีการบวกค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

หลังจากอยู่บนเครื่องบินนานกว่า 2 ชั่วโมง ฉีฉีก็เดินทางถึงสือเจียจวงอย่างปลอดภัย และทางครอบครัวของเจ้าของก็มารับมันไปในช่วงเย็นของวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา

หญิงแซ่จางซึ่งเป็นเจ้าของสุนัขตัวนี้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ดูแลและจัดการขนส่งสุนัขของเธออย่างราบรื่น พร้อมเผยเหตุผลว่าเธอจำเป็นต้องส่งเจ้าฉีฉีกลับไปที่บ้านเกิดเพื่อให้ครอบครัวช่วยดูแลสักระยะ ในช่วงที่ตนเองต้องเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งบริการนี้ทำให้เธอสบายใจและหายห่วงอย่างมาก

‘อินเดีย’ ระอุ!! อากาศร้อนเกือบ 48 องศาฯ นับเป็นอุณหภูมิสูงสุดของประเทศในฤดูร้อนนี้

(20 พ.ค.67) สำนักข่าวบีบีซี รายงานถึงสถานการณ์สภาพอาการร้อนจัดใน ‘ประเทศอินเดีย’ โดยเฉพาะทางตอนเหนือ ครอบคลุมถึงกรุงนิวเดลี เมืองหลวง หลังเผชิญ ‘คลื่นความร้อน’ รุนแรงระลอกใหม่ ส่งผลให้ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาอุณหภูมิในหลายพื้นที่พุ่งสูงเกิน 45 องศาเซลเซียส

ขณะที่เมืองนาจาฟการ์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของนครเดลี วัดอุณหภูมิเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 พ.ค. ได้ถึง 47.8 องศาเซลเซียส ถือเป็นอุณหภูมิสูงสุดของประเทศในฤดูกาลนี้

ด้านสำนักอุตุนิยมวิทยาระบุคาดว่าอากาศจะร้อนต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์กับอุณหภูมิสูงสุดในเขตนครเดลีและเมืองทางตอนเหนือมีแนวโน้มระอุที่ประมาณ 45-46 องศาเซลเซียส


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top