Friday, 6 November 2026
Hard News Team

ร้านอาหารญี่ปุ่น ‘ชิคาระ เมชิ’ ประกาศปิดกิจการในไทย เปิดวันสุดท้าย 31 พ.ค.67 ขอบคุณลูกค้าที่อุดหนุนเสมอมา

(29 พ.ค.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร้านอาหารญี่ปุ่น “ชิคาระ เมชิ” (Chikara Meshi) ซึ่งมีเมนูขึ้นชื่อคือข้าวหน้าเนื้อต่างๆ ที่มาเปิดสาขาในประเทศไทย ณ ตึกธนิยะพลาซ่า ชั้น 4 ประกาศเตรียมปิดกิจการเร็วๆ นี้ โดยเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม เฟซบุ๊ก Chikara Meshi Thailand เผยแพร่ข้อความระบุว่า...

‘ประกาศปิดกิจการ กราบเรียนคุณลูกค้าทุกท่าน ร้านชิคาระ เมชิ ประเทศไทย ขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การสนับสนุนร้านเราเป็นอย่างดี และขออภัยที่ต้องแจ้งว่าทางร้านจะเปิดให้บริการถึง วันที่ 31 พฤษภาคม 2567 เป็นวันสุดท้าย’

ซึ่งภายหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนมากต่างเป็นแฟนๆ ที่เข้าไปแสดงความเสียใจที่เสียร้านโปรดไปอีก 1 ร้าน อาทิ เช่น

-ขอบคุณที่นำเข้ามาในไทยนะครับ นับถือคนนำเข้ามาก คือแค่ชอบทาน ก็เลยขอคุยกับฝั่งญี่ปุ่นมาเปิด ใจพี่มันได้มากกกก

-ข้าวหน้าเนื้อชีสที่อร่อยที่สุด หวังว่าจะได้เจอกันในรูปแบบ Pop-up งานอาหารญี่ปุ่นสักงานก็ยังดี, เป็นร้านโปรดของผมที่ญี่ปุ่นเลยครับ ไปทีไรก็กินทุกที ตอนนี้สาขาที่ญี่ปุ่นก็เหลือน้อยแล้ว ตอนที่ร้านนี้มาเปิดในไทยผมดีใจมากเลยครับ ขอบคุณที่นำเข้ามานะครับ ไว้จะแวะไปอุดหนุนก่อนร้านปิดครับ, คุณเป็นร้านที่ดีนะ อาหารก็อร่อยมาก

-เสียใจมากครับ เป็นร้านโปรดสมัยอยู่ญี่ปุ่น มีโอกาสได้กินที่ไทยแค่ครั้งเดียวเพราะไกลบ้านมาก คิดว่าร้านอาจจะเลือกที่ตั้งผิดไป ไม่งั้นลูกค้าน่าจะเยอะกว่านี้มากๆครับ, เป็นร้านโปรดของลูกชายเลย เพิ่งไปทานเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเองค่ะ น่าเสียดายมาก ร้านดีๆอร่อยๆ วันนี้เลยสั่งแกรปมาทานที่บ้านส่งท้าย ถ้าไปเปิดที่ไหนอีกแจ้งนะคะ

พิษณุโลก-แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 5 (พสบ.ทภ.3 รุ่นที่ 5)

วันที่ 29 พฤษภาคม 2567 เวลา 09.30 น. ที่  ห้องคอนแวนชั่น 1 ชั้น 5 โรงแรมท็อปแลนด์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก  พลโท ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3  รุ่นที่ 5 (พสบ.ทภ.3 รุ่นที่ 5) ซึ่งมีผู้เข้ารับการอบรมฯ จำนวน 108 คน  ประกอบด้วย ข้าราชการทหาร 21 คน ตำรวจ 5 คน ข้าราชการพลเรือน พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานองค์กรของรัฐ  23 คน และนักธุรกิจภาคเอกชน จำนวน 59 คน  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน พนักงานรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และประสบการณ์อันจัดส่งผลให้เกิดการสนับสนุนส่งเสริมพลังมวลชนในระดับผู้บริหาร และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาของชาติ และการพัฒนาประเทศตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของกองทัพบก พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมของเครือข่ายในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ภัยคุกคาม ด้านความมั่นคงของประเทศ โดยมีเนื้อหาวิชาที่สำคัญแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ภาควิชาการ ประกอบด้วย การบรรยายการสร้างอุดมการณ์ความรักชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์ ภารกิจ และการดำเนินงานของกองทัพบกและกองทัพภาคที่ 3 ปัญหาภัยคุกคาม ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ การเดินตามศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาประเทศ และความยั่งยืนรวมทั้งการสื่อสารดิจิทัล ภาคปฏิบัติประกอบด้วย การจัดเวทีเสวนา การเสวนาระดมความคิดเห็น การทัศนศึกษา กิจกรรมพัฒนาสัมพันธ์และการดำเนินงานจิตอาสา ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้ร่วมเป็นเครือข่ายและสนับสนุนงานด้านความมั่นคงของชาติ และร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาอย่างสร้างสรรค์ ในนามของสมาชิก พสบ.ทภ.3 ต่อไป ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าวพิษณุโลก

“ผบช.ภาค1” 18 องค์ดีเด่น ผู้ประกาศข่าว นักวิทยุสื่อออนไลน์ เข้ารับรางวัลเทพทองพระราชทาน-โล่เกียรติยศ

วันที่ 28 พ.ย.37 ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปมอบรางวัลเทพทอง ครั้งที่ 22 ประกอบด้วย ประเภทองค์กรดีเด่น จำนวน 19 องค์กร, บุคคลดีเด่นด้านโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ดีเด่น จำนวน 11 คน, บุคคลดีเด่นด้านวิทยุกระจายเสียงและสื่อออนไลน์ดีเด่น จำนวน 9 คน และประเภทโล่เกียรติยศ จำนวน 14 คน

สำหรับปีนี้ “องค์กรดีเด่น” ที่ทำคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง เทิดทูล สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นองค์กรที่มิได้ประกอบกิจการอันขัดต่อความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีงามของบ้านเมือง อาทิ มูลนิธิวัดอินทาราม หลีก โหมดมณี เป็นมูลนิธิฯที่ทำงานสาธารณประโยชน์ด้านสังคมสงเคราะห์การเผยแผ่พุทธศาสนา ผ่านสื่อสาธารณะและสื่อออนไลน์ มุ่งเน้นการทำงานด้านสังคมสงเคราะห์ ให้ความช่วยเหลือสังคมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี

บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน)
เป็นบริษัทที่ยึดหลักการดำเนินงานอย่างยั่งยืน มีเป้าหมายให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาด มีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค บนพื้นฐานการบริหารจัดการน้ำร่วมกันทุกภาคส่วน

กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1
เป็นองค์กรภาครัฐ ที่ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ ให้ประชาชนและสังคมอยู่อย่างปลอดภัยและมีความสงบสุข โดยพลตำรวจโท จิรสันต์ แก้วแสงเอก     ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1

ลิเกทรงเครื่อง คณะทองเจือ โสภิตศิลป์ เป็นคณะลิเกทรงเครื่องที่รักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทยด้านศิลปะการแสดง เกิดขึ้นปลายรัชสมัย รัชกาลที่ 5 เป็นต้นกำเนิดของลิเกในปัจจุบัน
ฟาร์ม พลายสยาม 88 เป็นองค์กรผู้นำให้ชาวอำเภออู่ทอง อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดใกล้เคียง หันมาเลี้ยงควายเผือก ทำทฤษฎีเกษตรเศรฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำรัส รัชกาลที่ 9

สำหรับผู้ประกาศข่าวที่รับรางวัล จากช่อง 7HD คือ นายทิน โชคกมลกิจ ผู้ประกาศข่าวและพิธีกร รายการถกไม่เถียง น.ส.ภานุรัจน์ ศนีบุตร รายการเช้าข่าว 7 สี และ 7 สีช่วยชาวบ้าน และนายเกณฑ์สิทธิ์ กันธจันทร์ ผู้ประกาศข่าว ผู้ดำเนินรายการ และพิธีกร รายการสนามข่าว 7 สี นายเทพกิจ ฉัตรสุริยาวงศ์ ผู้ประกาศข่าวรายการคุยข่าวเช้ารุ่งอรุณ สถานีโทรทัศน์ ช่อง 8 นางสาวรินรดา รวีเลิศ ผู้ประกาศข่าวรายการข่าวเช้าเวิร์คพอยท์ นายสมภพ รัตนวล ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวและผู้ประกาศข่าวรายการติ่งข่าว สถานีโทรทัศน์เวิร์คพอยท์ หมายเลข 23

นางสาวธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน ชื่อในวงการ “น้องอลิศ” ศิลปิน นักร้อง นักแสดง ผู้ใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้องและชัดเจน นายณรงค์ฤทธิ์ คิดเห็น พิธีกรและผู้ดำเนินรายการรายการเปลี่ยนมุมคิด และ Inside รัฐสภา สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา นายณฐพงศ์ รอดกันภัย ผู้ประกาศข่าวรายการข่าวต้นชั่วโมงและข่าวกีฬา นางสาวธนัญญา พิพิธวณิชการ ผู้ประกาศข่าว รายการเที่ยงวันทันข่าว สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 HD

ส่วนผู้ที่ได้รับโล่เกียรติยศ ประกอบด้วย นางจุไรรัตน์ เทพทอง นายแสวง คำก้อน นายก้องเกียรติ สุริเย
ประธานกรรมการ บริษัท จีอาร์ดี จำกัด (สำนักงานใหญ่) พันตำรวจเอก ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก พันตำรวจเอก เชิดศักดิ์  รอดเข็ม ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 6 พันตำรวจเอก ธิติพงษ์ สียา ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 9 นางสาวจรรยาพร เนื่องหล้า นายอธิษฐ์ วีระรังสรรค์ นายไพศาล หงษ์ทอง พันตำรวจโท ธรณ์เทพ ประคองกลาง
รองผู้กำกับการสืบสวน สถานีตำรวจภูธรหนองสาหร่าย จังหวัดนครราชสีมา นางสาวเยาวลักษณ์  แสงจันทร์ นางสาวนราภรณ์ หาญมนต์

นางสาวชุติพันธุ์ ลิมปะพันธุ์ นายกสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า สำหรับรางวัลเทพทอง สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติ และเป็นขวัญกำลังใจแก่องค์กรดีเด่นทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงผู้มีส่วนสนับสนุนให้บุคลากรในวงการวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ ผลิตผลงานที่ดีมีคุณภาพให้ประโยชน์ทั้งด้านการศึกษา การปกครอง สิ่งแวดล้อม และความบันเทิง ตลอดจนบุคคลดีเด่นด้านวิทยุและโทรทัศน์ ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีต่อเยาวชนของชาติและเป็นการส่งเสริมการใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้องชัดเจน

‘กระทรวงพาณิชย์’ เผยตัวเลขนำเข้าทุเรียนสดของ ‘จีน’ ‘ไทย’ ครองอันดับ 1 ส่งออกมากถึง 121,398 ตัน

(29 พ.ค.67) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เผยสถิติตัวเลขการนำเข้าทุเรียนสดของประเทศจีน พบไทยครองแชมป์อันดับ 1 ปริมาณ 121,398 ตัน สร้างรายได้ 717 ล้านดอลลาร์ ขณะที่สถิติการส่งออกทุเรียนไทย ช่วง 4 เดือนแรกปี 67 พบว่ามีการส่งออกทุเรียนไปจีน 225,204 ตัน

วันที่ 29 พฤษภาคม 2567 นายวิทยากร มณีเนตร โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยสถิติการนำเข้าทุเรียนสดของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 2024 ล่าสุด (ข้อมูลจาก GTA) พบว่า จีนนำเข้าจากไทยเป็นอันดับที่ 1 ปริมาณ 121,398 ตัน มูลค่า 717 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากเวียดนามอันดับที่ 2 ปริมาณ 79,186 ตัน มูลค่า 369 ล้าน เหรียญดอลลาร์สหรัฐ

และข้อมูลสถิติการส่งออกทุเรียนสดของไทยในช่วง 4 เดือนล่าสุด (ม.ค.-เม.ย. 67) พบว่าไทยสามารถส่งออกทุเรียนสดไปจีนได้ถึง 225,204 ตัน (ข้อมูลสถิติจากกรมศุลกากร) และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในเดือนพฤษภาคม ซึ่งสามารถมั่นใจได้ว่าไทยยังคงครองแชมป์การส่งออกทุเรียนสดไปยังประเทศจีน

ขณะที่ราคาทุเรียนไทยในปี 67 ปรับตัวสูงขึ้น เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการในตลาดจีนปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉลี่ย ราคาส่งออกกิโลกรัมละ 6 เหรียญดอลลาร์ หรือประมาณ 216 บาทต่อกิโลกรัม

ทั้งนี้ เนื่องจากนโยบายเชิงรุกของ กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการนำของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ได้ลงพื้นที่ ด่านโมหาน/บ่อเต็น และมอบหมายให้นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ด่านโหย่วอี้กวาน/หูหงิ ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งทั้ง 2 ด่านเป็นด่านสำคัญในการส่งออกทุเรียนจากไทยไปจีนโดยเส้นทางรถ บรรทุกและได้ประสานกับหน่วยงานศุลกากรตลอดจนบริษัทขนส่งซึ่งได้รับความมั่นใจว่าไม่มีการเลือกปฏิบัติตามที่มีข้อกังวล

ฉะเชิงเทรา-รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ให้การต้อนรับ ผบ.ทร./รอง ผอ.ศรชล. ตรวจเยี่ยมหน่วยของ ศรชล.

วันนี้ 29 พฤษภาคม 2567 ที่ ห้องประชุมวิชิตสงคราม (ห้องรับรอง) นายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา / ผอ.ศรชล.จังหวัดฉะเชิงเทรา มอบหมายให้นายกำพล สิริรัตตนนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ให้การต้อนรับ พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) พร้อมด้วยคณะติดตาม เดินทางตรวจเยี่ยม ศรชล.ภาค 1 ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา 

สำหรับการเดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ของผู้บัญชาการทหารเรือ /รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับข้าราชการในพื้นที่ และรับทราบปัญหาอุปสรรค ข้อขัดข้อง และมอบนโยบายในการทำงานของหน่วยงานศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละจังหวัด ทั้งนี้ ศรชล. มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภายใต้การบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศรชล. โดยมุ่งเน้นความมั่นคงทางทะเลแบบองค์รวม จึงมีการบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานหลักของ ศรชล. 7 หน่วยงาน ในการบังคับใช้กฎหมายในทะเล และให้ความคุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล สำหรับผลการปฏิบัติงานที่สำคัญ คือ การช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวในทะเล, การส่งกลับผู้เจ็บป่วยสายแพทย์ การบูรณาการหน่วยงานทางทะเลและหน่วยงานความมั่นคงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในการสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายทางทะเล, การทำลายสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง ,การส่งเสริมการท่องเที่ยว, การสร้างความตระหนักรู้ผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เพื่อตอบสนองภารกิจในการจัดการแก้ไขปัญหาและเพิ่มขีดความสามารถของหน่วยงานของรัฐในการป้องกัน ปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายที่กระทบต่อผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

ผบ.ทร.รับมอบเงินกว่า 6.4 ล้านบาท จัดซื้อชุดเครื่องมือผ่าตัดหัวใจ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า

พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ รับมอบเงินบริจาคจาก คณะผู้มีจิตศรัทธาโดยพลเรือเอก ประพฤติพร อักษรมัต และคุณพยนต์ ศรีโน้ต จำนวน 6,471,496.99 บาท เพื่อจัดซื้อชุดเครื่องมือผ่าตัดหัวใจส่องกล้องแผลเล็ก (MIS Set) ให้แผนกศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ โดยมี คุณกีรตา พันธุ์เอี่ยม นายกสมาคมภริยาทหารเรือ พลเรือโท ณัฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ และพลเรือตรี วสุธา ข่ายแก้ว ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ร่วมพิธีรับมอบฯ ณ สีลมวิลเลจ สีลม กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2567

‘นิกร จำนง’ เข้าพบทูตญี่ปุ่น กล่าวขอโทษจากใจแทนคนไทย พร้อมฝากเงินส่วนตัวคืนนทท.ญี่ปุ่น เหตุตุ๊กตุ๊กเรียกเงิน 6 พัน

(29 พ.ค. 67) นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า…

“วันนี้ (เมื่อค่ำวันที่ 28 พ.ค. 67 ที่ผ่านมา) เป็นวันที่ผมรู้สึกดีมาก ๆ ที่ได้มีโอกาสทำหน้าที่ในฐานะเป็นคนไทยคนหนึ่งได้กล่าวคำขอโทษแทนพี่น้องร่วมชาติที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์เรียกรับเงินค่ารถตุ๊ก ๆ มากเกินไปอย่างไม่เป็นธรรมจากแขกของประเทศไทยที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น โดยผมได้ขอโทษต่อท่านเอกอัครราชทูต นาย OTAKA Masato ในงานเลี้ยงต้อนรับ เนื่องในโอกาสเข้ารับหน้าที่เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยท่านใหม่ในวันอังคารที่ 28 พฤษภาคม ณ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ 

และได้เรียนท่านว่าผมขอฝากมอบเงินส่วนตัวเท่าจำนวนที่ประชาชนของท่านจำเป็นต้องจ่ายไปฝากไว้กับเจ้าหน้าที่สถานทูตญึ่ปุ่นของท่าน โดยผมได้ประสานงานขอให้สืบหาตัวผู้เสียหายชาวญี่ปุ่นมาสัปดาห์กว่าแล้วตอนที่ผมได้ Post กรณีนี้ลงมาเมื่อวันที่ 13 พ.ค. นี้แต่ยังไม่พบต้ว ไม่เป็นไร ยังรอต่อไปได้ 

ซึ่งผมได้แจ้งท่านว่า ได้แจ้งให้กรมขนส่งทางบกที่ผมเคยกำกับดูแลช่วงดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีให้ลงโทษผู้กระทำไปตามสมควรแก่ความผิดเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่ขอโทษชาวญี่ปุ่นไปให้ประจักษ์ เมื่อได้กระทำไปแล้วจึงรู้สึกสบายใจในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่ต้องรับผิดชอบต่อประเทศไทยอันเป็นแผ่นดินเกิดของพวกเราเองครับ”

'เจือ ราชสีห์' เสนอจัดกิจกรรมรักษาป่าสนผืนสุดท้ายเมืองสงขลา เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ

'เจือ ราชสีห์' ระดมสมองผู้เชี่ยวชาญด้านป่าไม้ - ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หน่วยงานราชการ/ภาคประชาชน วางแผนฟื้นฟูป่าสน แหลมสนอ่อน อ.เมืองสงขลา อย่างเป็นระบบ หลังทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เสนอให้จัดกิจกรรมรักษาป่าสนผืนสุดท้ายของเมืองสงขลาในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เพื่อให้ประชาชนชาวสงขลาทุกหมู่เหล่าได้แสดงออกถึงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

(29 พ.ค.67) นายเจือ ราชสีห์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายไมตรี สรรพสิน โยธาธิการและผังเมือง จ.สงขลา และนางนำจิตร จันทร์หอม ผอ.ส่วนสิ่งแวดล้อม, นายศุภกฤต เพชรย้อย นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.สงขลา, นายไพโรจน์ นัครา ผู้อำนวยการส่วนจัดการป่าชุมชน สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา), นายสุรัตน์ ลายจันทร์ นายอำเภอเมืองสงขลา และตัวแทนภาคประชาชน กำหนดแผนงานและกิจกรรมฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งและป่าชายหาดอย่างเป็นระบบ บริเวณแหลมสนอ่อน ชายหาดสมิหลา ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา 

ซึ่งเป็นป่าสนผืนสุดท้ายของเมืองสงขลา ก่อนที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จ.สงขลา จะทำโครงการพัฒนาพื้นที่แหลมสนอ่อนฯ โดยการปรับปรุงเส้นทางเดินและปั่นจักรยาน สร้างระบบไฟฟ้าส่องสว่างและพื้นที่พักผ่อนสำหรับนักท่องเที่ยว โดยก่อนหน้านี้ นายเจือ ราชสีห์ ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เสนอให้จัดกิจกรรมรักษาป่าสนผืนสุดท้ายของเมืองสงขลาในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เพื่อให้ประชาชนชาวสงขลาทุกหมู่เหล่าได้แสดงออกถึงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

เวียนว่าย!! เมื่อ 'บัตรชมพู' ทำให้ 1 ชีวิตมีหลายตัวตน 'ประวัติเสีย-หนีคดี' รอดหมด!! หากคดีไม่จรดมาถึงเมืองไทย

ในบทความครั้งที่แล้ว เอย่า ได้กล่าวถึงการฟอกขาวที่เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ในความเป็นจริงการฟอกขาวแบบนี้เกิดขึ้นมานานแล้วในประเทศไทย

ในอดีตการฟอกขาวทำได้ยาก เนื่องจากคนที่อยากฟอกขาวจริง ๆ คือ เข้ามาสวมบัตรคนตายเป็นส่วนใหญ่ และรัฐบาลไทยเองก็มีการประกาศขึ้นทะเบียนคนต่างด้าวเป็นช่วง ๆ แต่ปัจจุบันการฟอกขาวทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งทั้งหมดต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ยุคพลเอกประยุทธ์ที่ให้ขึ้นทะเบียนแรงงานคนต่างด้าว 

แม้การขึ้นทะเบียนจะเป็นสิ่งที่ดีต่อประเทศไทย โดยการให้คนต่างด้าวที่แอบพักอาศัยในไทยมาขึ้นทะเบียนซะ เพื่อจะได้จัดเก็บอย่างเป็นระบบ แต่ทว่าในระบบดังกล่าวกลับยังมีช่องโหว่ที่ให้คนลักลอบหาผลประโยชน์ด้วยความที่ฝั่งไทยไม่ได้มีการตรวจเช็กว่าบุคคลนี้เคยทำบัตรชมพูมาหรือไม่

หลายคนพอบัตรหมดอายุ ก็เลือกจะไม่ไปต่ออายุด้วยเหตุผลหลายประการ แต่ประการหนึ่งที่เอย่าทราบคือ พวกเขาไม่ได้เดือดร้อนที่บัตรชมพูจะมีอายุหรือหมดอายุ เพราะว่าสุดท้ายทางไทยก็เปิดทำบัตรใหม่ ซึ่งเขาก็ใช้ชื่อใหม่หรือคำสะกดที่ใกล้เคียงคำเดิมไปออกบัตรใบใหม่ โดยที่เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยไม่มีการเช็กประวัติอะไรเลย

นั่นคงไม่ได้มีปัญหาอะไรถ้าปัจจุบันมีชาวต่างชาติที่หลบหนีเข้ามาอาศัยในไทยเป็นจำนวนมาก หลายคนพักพิงในย่านชุมชนเมียนมาในประเทศไทยรอวันที่จะมาทำบัตร เมื่อทำบัตรแล้ว คนเหล่านี้ก็จะมีตัวตนสามารถหางานทำได้อย่างถูกต้อง แม้ว่าเขาจะเคยมีประวัติเสียหรือมีคดีมาจากประเทศต้นทางก็ตาม หากคดีไม่ได้มาถึงไทยก็เท่ากับว่าคนเหล่านี้เป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าพวกเขาจะก่อเรื่องในไทย

ถามว่านี่มันแฟร์กับคนไทยอย่างงั้นหรือ...?

เอย่าเข้าใจภาคแรงงานที่ต้องการแรงงานต้นทุนต่ำมาทำงานเพื่อลดต้นทุน อย่างไรก็ตามมาตรการในการควบคุมผู้เข้ามาอยู่ในไทย ก็ควรมีมาตรฐานด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ 1 ชีวิตมีหลายตัวตน จนฟอกขาวกลายเป็นคนไทยได้ในที่สุด

'อัยการสูงสุด' ยัน!! มีคำสั่งฟ้อง 'ทักษิณ' ม.112-พรบ.คอมพ์  อนุญาตเลื่อนนัดส่งฟ้องไป 18 มิ.ย.นี้ หลังเจ้าตัวติดเชื้อโควิด

จากกรณีที่อัยการสูงสุด นัดฟังคำสั่งฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตาม ป.อาญามาตรา 112 จากเหตุให้สัมภาษณ์กับสื่อของเกาหลีใต้ ในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ หลังเลื่อนมาจากเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากยังสอบสวนไม่แล้วเสร็จ กระทั่ง นายทักษิณส่งให้ทนายผู้รับมอบอำนาจยื่นหนังสือเพื่อขอเลื่อนนัดฟังคำสั่งฟ้อง เนื่องจากติดโควิด-19

ล่าสุด (29 พ.ค.67) ที่ชั้น 4 สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นายประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นายวิพุธ บุญประสาท อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 และ นายนาเคนทร์ ทองไพรวัลย์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมแถลงคดี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถูกกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

โดยระบุว่า สำนักงานอัยการสูงสุดแถลงกรณีอัยการสูงสุดสั่งฟ้อง พันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

คดีนี้ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 สำนักงานอัยการสูงสุด ได้รับสำนวนคดีการกระทำความผิดนอกราชอาณาจักร จากพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ต .อ.โอฬาร สุขเกษม ผู้กล่าวหา พันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร ข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์พระราชินี รัชทายาท และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2558 ที่กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้ และประเทศไทย เกี่ยวพันกันเนื่องจากคดีนี้เป็นคดีความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทย ได้กระทำลงนอกราชอาณาจักรไทย จึงเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของอัยการสูงสุดเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินคดี)

โดยในชั้นแรก พันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร หลบหนี ยังไม่ได้ตัวมาทำการสอบสวน ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด ในขณะนั้น พิจารณาแล้วได้มีคำสั่ง เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2559 เห็นควรสั่งฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร ตามข้อกล่าวหา

ต่อมาพันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร และถูกควบคุมตัวไว้ในคดีอื่น และในวันที่ 17 มกราคม 2567 อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน และคณะ ร่วมกับพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี ได้เข้าแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมกับพฤติการณ์และข้อเท็จจริงทางคดี นี้ให้กับพันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร ทราบแล้ว

ปรากฏว่า ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ พร้อมกับยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด และต่อมา นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสด ได้มีคำสั่งสอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นที่ผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรม และ พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมครบถ้วนแล้ว พร้อมได้ส่งบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนเพิ่มเติมให้กับอัยการสูงสุดพิจารณา

บัดนี้ อัยการสูงสุดได้ตรวจพิจารณาสำนวนและมีคำสั่งฟ้อง พันตำรวจโท หรือนายทักษิณ ชินวัตร ฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยว กับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 112 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม2519 ข้อ 1 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 3, 14(3) พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 8

วันนี้ (29 พ.ค. 67) พนักงานอัยการไม่สามารถยื่นฟ้อง พันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร ต่อศาลได้ เนื่องจาก พันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้มาพบพนักงานอัยการตามกำหนดนัด โดยได้มอบอำนาจให้ทนายความมายื่นขอเลื่อนการฟังคำสั่งของพนักงานอัยการ ออกไปเป็นวันที่ 25 มิถุนยายน 2567 เวลา 09.00 น. พร้อมแนบใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าป่วย เนื่องจากติดโควิด โดยแพทย์ให้หยุดพักงานและสังเกตอาการเป็นเวลา 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม - 3 มิถุนายน 2567

ซึ่งนายวิพุธ บุญประสาท อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 ในฐานะหัวหน้าพนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดให้เป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เหตุขอเลื่อนคดีมีการอ้างการป่วยเพราะติดโควิด โดยหมอให้พักเพื่อสังเกตอาการ ถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2567 จึงอนุญาตให้เลื่อนไปวันที่ 18 มิถุนายน 2567 เพื่อนัดให้พันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร มาพบพนักงานอัยการ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลในวันดังกล่าวต่อไป

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงาน นายทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มาร่วมรับฟังคำสั่งฟ้องแต่อย่างใด

ส่วนประเด็นเรื่องการติดโควิดของนายทักษิณ นายประยุทธ เผยว่า ยืนยันว่ามีใบรับรองแพทย์ เป็นแพทย์รับรอง ออกวันที่ 28 พฤษภาคม ซึ่งในรายละเอียดอาจจะต้องไปดูอีกที ซึ่งไม่ได้ดูว่าจากรพ.ไหน แต่ยืนยันว่าตรวจสอบตามหลักการและเหตุ ส่วนการที่เลื่อนไปเรื่องเจ็บป่วยหรือมีเหตุขัดข้อง ถือว่าเป็นระบบงานทางธุรการ แต่หลักใหญ่ใจความคือท่านอัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องเรียบร้อยแล้ว ซึ่งประเด็นการขอเลื่อนทำนองนี้ที่ดูเหตุขัดข้องมีหลายลักษณะ เช่น ถ้ามีผู้ต้องหาบางรายก็อาจจะมองว่ามีหลักทรัพย์ไม่พร้อมก็จะให้เลื่อนไป

“แน่นอนว่าการให้เลื่อนไปโดยมีคำยืนยันจากคุณหมอ เราก็ต้องเชื่อท่าน แต่อย่างไรก็ตามการที่ขอเลื่อนไป 25 มิ.ย.67 แต่เราก็เอ๊ะ หมอท่านให้แค่ ดูเอาวันที่ 3 เราก็ให้ถึงวันที่ 18 มิ.ย.67 ยังไงก็ยืนยันว่าการเลื่อนทำนองนี้ ไม่เสียหายต่อความยุติธรรม และไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงความเห็น คำสั่งของอสส.” นายประยุทธ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top