Wednesday, 12 August 2026
Hard News Team

‘เนวิน’ ปัดไม่คุยเรื่องการเมือง พร้อมโชว์เสื้อที่ลูกสาวออกแบบ ย้ำ!! คิดถึงแต่เรื่องถวายพระพร เพราะวันนี้เป็นวันมหามงคล

(28 ก.ค. 67) ที่หน้าสนามช้าง อารีนา จังหวัดบุรีรัมย์ สถานที่จัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา ‘ลมหายใจ ของแผ่นดิน’ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ประเด็นการเมืองในวันนี้ โดยยกมือ 2 ข้างก่อนหลังให้ผู้สื่อข่าว และชี้ไปข้างหลังที่เขียนว่า ‘ฅนบุรีรัมย์’

ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามว่า แล้วพรุ่งนี้จะได้เจอและสัมภาษณ์ท่านอีกหรือไม่ นายเนวิน หันมาตอบว่า "เจอได้ทุกวัน แต่ไม่มีเรื่องการเมือง" พร้อมยิ้มให้ผู้สื่อข่าวแล้วเดินออกไป

จากนั้น ผู้สื่อข่าวพยายามเดินเข้าไปสอบถามถึง เสื้อ ‘ฅนบุรีรัมย์’ ที่เปิดตัวใหม่ในวันนี้ นายเนวิน จึงตอบว่า ลูกสาวเป็นผู้ออกแบบ และต่อไปนี้จะใช้คำนี้ แทนสัญลักษณ์คนเมืองนี้ ซึ่งที่ใช้ ‘ฅ’ เพราะเราเป็นคน ถ้าเราใช้ ‘ค’ เราจะเป็นควาย และทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ซึ่งการใส่เสื้อตัวนี้ เพราะรู้สึกว่า เป็นคนบุรีรัมย์ เปิดตัวที่งานนี้เป็นครั้งแรก ตนคิดว่า คงเป็นจังหวัด และเมืองเดียวที่คนภูมิใจกับความรู้สึกกับการได้เกิดเป็นคนที่นี่ ทุกคนอยากใส่ เพราะเป็นเมืองแห่งความภาคภูมิใจ และเมืองแห่งความจงรักภักดี

ส่วนจะชูเสื้อนี้เป็นซอฟต์พาวเวอร์หรือไม่ นายเนวิน ตอบว่า ไม่รู้แปลว่าอะไร นึกไม่ออก รู้แต่ว่าเป็นเสื้อสำหรับคนบุรีรัมย์

เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า เสื้อฅนบุรีรัมย์สีน้ำเงิน มีนัยยะหรือไม่ นายเนวิน ระบุว่า น้ำเงินมาตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าหลายคนแซวว่า สว.สีน้ำเงินพาดพิงมาถึงครูใหญ่ภูมิใจไทย นายเนวิน ถึงกลับมองผู้สื่อข่าวที่ถาม และมองขึ้นฟ้า พร้อมระบุว่า ถ้ามีคนพูดเรื่องการเมืองแถวนี้ อาจจะโดนอะไรสักอย่าง ก่อนที่จะหันมาหัวเราะ เพราะวันนี้เป็นวันมหามงคล จะต้องร่วมกันถวายพระพรชัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาส 72 พรรษา ขอให้ทำใจให้กว้างๆ คิดถึงพระองค์ท่าน ทำเพื่อพระองค์ท่านสักวันหนึ่ง

"อย่าเอาเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับวันเฉลิมพระชนมพรรษา คนไทยจะรวมใจเป็นหนึ่งเดียว คิดถึงแต่เรื่องที่จะถวายพระพรท่าน ทำความดีเพื่อท่าน อย่าเอาเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้องเลย ในสมองหากพักเรื่องการเมืองไปบ้าง บ้านเมืองก็จะสงบสุข และประชาชนก็จะมีความสุข" นายเนวิน กล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเพิ่มเติมอีกว่า ที่ได้สัมภาษณ์ในครั้งนี้ จะให้ใส่ตำแหน่งนายเนวินว่าอะไรนั้น นายเนวิน ระบุว่า ตำแหน่ง ‘ฅนบุรีรัมย์’

‘เศรษฐา’ เป็นห่วง ‘ประชาชน – ผู้ประสบเหตุอุทกภัย’ สั่ง!! ผู้ว่าฯ - หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้ความช่วยเหลือโดยด่วน

(28 ก.ค. 67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่เพราะฝนตกต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่จังหวัดตราด และจันทบุรี ที่มีปริมาณน้ำฝนสูงสุด ขณะนี้สถานการณ์ในบางพื้นที่เริ่มคลี่คลายแล้ว

แต่ก็ยังมีหลายพื้นที่ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้เร่งให้ความช่วยเหลือโดยด่วน และทางกระทรวงเกษตรฯ ได้กำชับให้ หน่วยงานในพื้นที่เร่งช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่พื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหาย รวมถึงดูแลช่วยเหลือฟาร์มปศุสัตว์ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเรื่องการหาที่พักพิงชั่วคราวให้

ฝากพี่น้องทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ฝนตกชุกและมีความเสี่ยงน้ำหลาก ติดตามการแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และฝากท่านผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

รวมไปถึงอำนวยการให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นไปด้วยความรวดเร็ว และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ด่านหน้าที่ทำงานอย่างแข็งขันเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในช่วงนี้ด้วย นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้าย

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงฉลองพระองค์แบบ ‘นักกีฬาขี่ม้า’ ส่งแรงเชียร์ให้ นักกีฬาทีมชาติไทย ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

(28 ก.ค. 67) เผยพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงฉลองพระองค์แบบนักกีฬาขี่ม้า พร้อมส่งแรงเชียร์ให้ทีมนักกีฬาทีมชาติไทย ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2024 ที่กรุงปารีส

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นพระราชวงศ์ไทยพระองค์แรกที่จบหลักสูตรการขี่ม้าจากประเทศฝรั่งเศส และมีพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านการขี่ม้า พระองค์ทรงได้รับการถวายรางวัลประเภท Dressage ในหลายรายการ ทั้งในการแข่งขันระดับประเทศและนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น รายการไทยแลนด์แชมเปี้ยนชิพ คิงส์คัพ 2012 , รายการกีฬาซีเกมส์ ในปี 2017 ที่ประเทศมาเลเซีย , รายการแข่งขันศิลปะการบังคับม้าระดับนานาชาติในระดับ Prix St George และ Intermediate I ณ สนามแข่งขันที่เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี รวมไปถึงรายการ ‘FEI Asian Championships Pattaya 2019’ ที่ทรงนำทัพนักกีฬาไทยสร้างผลงานไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

ล่าสุด พระองค์ยังทรงร่วมส่งแรงเชียร์และแรงสนับสนุนให้กับทัพนักกีฬาทีมชาติไทยอย่างสุดพระหฤทัย ที่เขาเหล่านั้นได้มีโอกาสเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันใน มหกรรมกีฬาโอลิมปิก ประจำปี 2024 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในฐานะของนักกีฬาถึงนักกีฬาด้วยกัน โดยพระองค์ทรงเชื่อมั่นว่า ทัพนักกีฬาไทยจะประสบความสำเร็จ สามารถนำชื่อเสียงของประเทศไทยให้กระหึ่มไปทั่วโลก ทั้งความสามารถทางด้านกีฬา และความงดงามของวัฒนธรรมและประเพณีไทย

ว่าที่บัณฑิตสาว ร่ำไห้พาพ่อป่วยไป รพ.รัฐ แต่ถูกไล่กลับบ้าน สุดท้าย!! พ่อเสียชีวิต ร้องสาธารณสุขจังหวัดแล้ว แต่เรื่องไม่คืบ

(28 ก.ค. 67) ที่ วัดสระเพลง ต.สูงเนิน อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา มีการประกอบพิธีฌาปนกิจศพ นายสมพร รัศมี อายุ 50 ปี ชาว สปป.ลาว บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจของชาวบ้านที่มาร่วมงาน

โดยเฉพาะทางภรรยา และลูกสาว ของนายสมพร ที่สวมชุดครุย คณะวิยาการจัดการ เอกคอมพิวเตอร์ธุรกิจ มาร่วมพิธีฌาปนกิจผู้เป็นพ่อ ยืนกอดรูปร้องไห้เสียใจเป็นอย่างมาก เนื่องจาก นางสาว วรรณภรณ์  สีสม อายุ 25 ปี เพิ่งเรียนจบและเตรียมเข้ารับใบปริญญาบัตรในวันที่ 21 สิงหาคม นี้

นอกจากนี้ทางนางสาววรรณภรณ์ เตรียมตัวเป็น ว่าที่เจ้าสาว เนื่องจากกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานในช่วงปลายปีนี้อีกด้วย แต่ทางนายสมพร ผู้เป็นพ่อนั้นมาเสียชีวิตอย่างกระทันหันไปเสียก่อน ยังไม่ทันเห็นลูกสาวได้ใส่ชุดครุย ทางนางสา ววรรณภรณ์ จึงสวมชุดครุยมาร่วมพิธีในครั้ง เพื่อให้พ่อใด้เห็นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะทำพิธีฌาปนกิจ

โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้สืบเนื่องจากทาง นายอธิบดี ภัทรกวิน อายุ 30 ปี ลูกเขยของนายสมพร ได้ร้องเรียนมายังสื่อมวลชน หลังจากนายสมพร นั้นมีอาการป่วยและไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในอำเภอสูงเนิน ทางโรงพยาบาล จะปฏิเสธการรักษา ก่อนกลับมาที่บ้านอีกครั้ง แต่เนื่องจากอาการไม่ดีขึ้น จึงได้ไปหาหมออีกครั้ง จนอาการทรุดลงทางโรงพยาบาลดังกล่าว จึงส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลมหาราชฯ แต่กว่าจะไปถึงอาการ นายสมพร ทรุดหนักขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นายอธิบดี เล่าให้ฟังว่า นายสมพร ได้ไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ของคืนวันที่ 21 ก.ค. ด้วยอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก โดยไปยังห้องฉุกเฉิน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่อยู่ประมาณ 3-4 คน โดยในเบื้องต้นทางโรงพยาบาลไม่เชื่อว่า ทางนายสมพรนั้นมีอาการวิกฤตจริง

ทางเจ้าหน้าที่เลยแจ้งว่า รพ. ช่วงเวลานี้รับเฉพาะกรณีที่ผู้ป่วยวิกฤตจริงเท่านั้น ตอนนี้มาทำไมทำอะไรไม่ได้ พร้อมกับให้กลับบ้านและปฏิเสธการรักษาท่าเดียว

ซึ่งเวลานั้นทางครอบครัวได้ขอร้องให้ทางโรงพยาบาลรับนายสมพรเอาไว้ เพื่อนอนรอดูสังเกตุอาการแต่ทางโรงพยาบาลได้ทำการปฏิเสธ และไล่นายสมพร ลงจากเปลผู้ป่วยให้มานอนตรงที่นั่งพักรอคิว ในขณะนั้นทางนายสมพรนั้นอาการเริ่มทรุดหนักสังเกตจากสีหน้าเพราะไม่สามารถนั่งได้แล้ว

นอกจากนี้ทางโรงพยบาลได้มีการตำหนินายสมพร ว่า ทำไมถึงไม่ใส่หน้ากากอนามัยมา จึงให้แม่ยายของตนนั้น วิ่งออกไปซื้อหน้ากากอนามัยหน้าโรงพยาบาล เพื่อมาใส่ให้กับนายสมพร ก่อนที่จะให้กลับบ้านพร้อมจ่ายยาที่ดูแล้วไม่น่าจะเกี่ยวกับอาการป่วยของนายสมพร ซึ่งยาที่ให้มานั้น มียาบรรเทาอาการโรคภูมิแพ้ ยาลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และเกลือแร่ ซึ่งจากรับยาทางโรงพยาบาลก็ให้กลับไปบ้าน และบอกว่าให้มาใหม่ในช่วงเช้าวันที่ 22 ก.ค.

แต่หลังจากกลับไปบ้านแล้ว นายสมพรอาการไม่ดีขึ้น พร้อมกับทรุดหนักลงกว่าเดิม โดยอาเจียนเป็นเลือด ซึ่งทางญาติจึงได้นำตัวนายสมพรไปยังโรงพยาบาลอีกครั้งตอนเวลา 06.00 น. กว่าจะได้รักษาก็เวลา 08.00 น. ซึ่งหลังจากไปรอบที่ 2 ทางหมอและพยาบาลก็ได้ตรวจร่างกายและอีกหลายอย่างก่อนที่จะเห็นว่า อาการไม่ดีขึ้น เกินความสามารถในการรักษาของโรงพยาบาล จึงได้มีการส่งตัวไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลมหาราชฯ ซึ่งกว่าจะมาถึงและเข้ารับการรักษาก็เป็นเวลา 11.00 น. แล้ว

ซึ่งขณะกำลังรักษาอยู่ที่ รพ.มหาราชฯ นั้น ทางแพทย์และพยาบาลก็ให้การรักษาอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายนายสมพร ได้เสียชีวิตในช่วงบ่ายของวันที่ 22 ก.ค.

ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนตั้งคำถามถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแห่งแรก เนื่องจากตนรู้สึกว่า การดูแลรักษาคนไข้นั้นไม่เต็มที่ และมารยาทก็ไม่ดี ทั้งเรื่องการให้นายสมพร พ่อตาของตน ลงจากเปลไปนอนอยู่ที่นั่งรอคิว รวมไปถึงการตำหนิเรื่องการใส่หน้ากากอนามัย ทำไมถึงต้องให้ทางแม่ยายของตนนั้นวิ่งออกไปหาซื้อหน้ากากอนามัย ทั้งที่ทางโรงพยาบาลน่าจะมีแค่ 1 ชิ้น ก็ให้ไม่ได้เลยเหรอ

นายอธิบดี เล่าต่อว่า ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ทางตนและครอบครัวของแฟนได้มีการเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนไปยังสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้เข้าตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งหลังจากร้องเรียนไปไม่นานทาง ผอ.โรงพยาบาลได้ติดต่อเข้ามาพูดคุย เพื่อหาทางเยียวยาต่างๆ แต่พฤติกรรมของทางโรงพยาบาลนั้นไม่ใช่ เนื่องจากในวันเผา 28 ก.ค. ทางโรงพยาบาลนั้นก็ไม่ได้ส่งตัวแทนมารวมไปถึงพวงหรีด เพื่อแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทำให้ตนรู้สึกรับไม่ได้กับเรื่องนี้ และเตรียมที่จะดำเนินการให้ถึงที่สุด และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับใครอีก

ด้านนางสาววรรณภรณ์ ลูกสาวของนายสมพร เล่าให้ฟังว่า ที่ตนใส่ชุดครุยมาในวันนี้ก็เพื่อต้องการให้พ่อเห็น เพราะพ่อนั้นยังไม่เคยเห็นตนใส่ชุดครุยสักครั้ง ซึ่งตนจะเข้ารับปริญญาในวันที่ 21 ส.ค. นี้ และจะเข้าพิธีแต่งงานในช่วงปลายปีนี้ แต่ทางพ่อนั้นไม่มีโอกาสได้เห็น แต่ต้องมาเสียชีวิตไปเสียก่อน

ซึ่งตนก็สงสัยในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ รพ.ดังกล่าว เพราะพ่อของตนไปรับการรักษาตอนตี 3 ทางเจ้าหน้าที่กลับปฏิเสธการรักษาพร้อมไล่กลับบ้าน ซึ่งถ้าหากในวันนั้นเจ้าหน้าที่รับพ่อของตนไว้รักษา อาจทำให้มีโอกาสรอดชีวิต ถึงแม้จะอยู่ในสภาพไหนก็ตาม

ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนอยากให้ทางรพ. ออกมาชี้แจงรายละเอียดว่า เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงไม่รับพ่อของตนไว้รักษาตั้งแต่แรก ซึ่งทางแม่ของตนและพี่ชายก็พยายามบอกให้ทางโรงพยาบาลรับตัวพ่อเอาไว้ เพื่อดูอาการ เพราะอาการพ่อของตนนั้นไม่ดี แต่ทางโรงพยาบาลกลับปฏิเสธพร้อมกลับให้ไปรักษาตัวที่บ้าน จนกระทั่งอาการพ่อของตนนั้นทรุดหนัก ส่งไปรักษาตัวที่ รพ.มหาราช ก็สายเกินไปจนพ่อของตนนั้นเสียชีวิตในที่สุด

‘ลุงป้อม’ เตรียมบินไปฝรั่งเศส 1 สิงหานี้ เพื่อให้กำลังใจทีมไทย มั่นใจ!! นักกีฬาแบดมินตันไทย มีหวังได้ ‘เหรียญทอง’ กลับบ้าน

(28 ก.ค. 67) ที่สำนักงาน คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้สัมภาษณ์ ถึงการให้กำลังใจนักกีฬาไทยที่เข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศฝรั่งเศสว่า ว่า ส่วนตัวเตรียมที่เดินทางไปเยี่ยมนักกีฬาไทยที่เข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศฝรั่งเศสอยู่แล้ว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อวานนี้ (27 ก.ค.) นักกีฬาแบดมินตันไทย แบดมินตันหนุ่มสาวไทย หวดผ่านฉลุยรอบแรกในการแข่งขัน จะเพิ่มเงินอัดฉีดหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ชนะซิ และมีหวังจะได้เหรียญทองด้วย”

ทั้งนี้พล.อ.ประวิตร จะเดินทางไปให้กำลังใจกับนักกีฬาที่ฝรั่งเศสในวันที่ 1 สิงหาคมนี้

นายกฯ องคมนตรี คณะบุคคลสำคัญ ลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ

(28 ก.ค. 67) ที่อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ศาลาสหทัยสมาคมฯ และเต็นท์สนามหญ้าข้างอาคารลูกขุน ในพระบรมมหาราชวัง มีบุคคลสำคัญ เช่น สมาชิกราชสกุลทุกมหาสาขา , คณะองคมนตรี , นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี , คณะทูตานุทูตต่างประเทศ ประจำประเทศไทย , ผู้นำศาสนา , ประธานรัฐสภา , ประธานวุฒิสภา , ประธานศาลฯ , ผู้บัญชาการเหล่าทัพ , ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ , องค์กรอิสระ , สมาคม , มูลนิธิ , หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจากทั่วทุกสารทิศ

นำแจกันดอกไม้มาทูลเกล้าฯ ถวายเบื้องหน้า พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรแก่เหล่าพสกนิกรชาวไทยตราบนานเท่านาน

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังเปิดให้ลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ถึงวันที่ 29 กรกฎาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 08.00 - 12.00 น.

'เหล่าคนดัง-บิชอป' ประณาม!! การแสดงช่วงหนึ่งในพิธีเปิดโอลิมปิก หลังล้อเลียนภาพอาหารค่ำมื้อสุดท้ายของพระเยซู ด้วยธีม LGBTQ

(28 ก.ค. 67) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'Jaroensook Limbanchongkit Pone' ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับหลายภาคส่วนที่มีความกังวลใจและไม่พอใจกับเนื้อหาบางส่วนในพิธีเปิดโอลิมปิก 2024 ที่ฝรั่งเศส ระบุว่า...
.
บรรดาบิชอป (Bishop) ใน #ฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์ประณามพิธีเปิด #โอลิมปิก2024 ที่ตั้งใจ 'ล้อเลียนศาสนาคริสต์' (French bishops condemn Olympic ‘mockery of Christianity)
.
โดยเหล่าบิชอป ประณามผู้จัดงานโอลิมปิกเกมส์จากการล้อเลียนภาพอาหารมื้อสุดท้ายในธีม LGBTQ ในระหว่างพิธีเปิดการแข่งขัน ที่ผู้จัดงานอ้างว่า การแสดงดังกล่าวสะท้อน 'คุณค่าและหลักการ' ของพวกเขา
.
ทั้งนี้ พิธีดังกล่าว ซึ่งจัดขึ้นที่ใจกลางกรุงปารีสเมื่อคืนวันศุกร์ (26) ได้ปิดท้ายด้วยคณะแดร็กควีน คนรักร่วมเพศ และบุคคลข้ามเพศที่วางตัวที่โต๊ะ เหมือนกับฉากหนึ่งที่พระเยซูคริสต์และอัครสาวกของพระองค์ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง 'The Last Supper' ของเลโอนาร์โด ดาวินชี 
.
โดยหลังจากนั้นจานเสิร์ฟขนาดยักษ์ ที่ปรากฏร่างของชายเปลือย ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับไดโอนีซัส (Dionysus) เทพเจ้าแห่งไวน์และการเฉลิมฉลองของกรีก ได้ถูกเลื่อนออกไปที่หน้าโต๊ะ และตลอดการแสดง สามารถมองเห็นลูกอัณฑะของนักเต้นชายที่โผล่ออกมาด้านหลังโต๊ะ
.
“พิธีนี้น่าเสียดายที่มีฉากที่ศาสนาคริสต์ถูกล้อเลียนและเยาะเย้ย ซึ่งเราเสียใจอย่างสุดซึ้ง” การประชุมเหล่าบิชอป ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ (27)
.
“เราขอขอบคุณสมาชิกของนิกายทางศาสนาอื่นๆ ที่ได้แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับเรา” ถ้อยคำหนึ่งจากคำแถลงดังกล่าวเผยและว่า “เช้านี้เรานึกถึงชาวคริสต์ทุกคนในทุกทวีปที่ได้รับบาดเจ็บจากฉากบางฉากที่เกินจริงและยั่วยุ”
.
ด้าน บิชอป โรเบิร์ต บาร์รอน แห่งมินนิโซตา เผยด้วยว่า "พิธีเปิดดังกล่าวถูกประณามโดยชาวคริสเตียนและกลุ่มอนุรักษ์นิยมทั่วโลก เพราะการแสดงนี้ ถือว่าเป็น 'การเยาะเย้ยอาหารมื้อสุดท้าย' อย่างเลวร้าย" ในขณะที่รองนายกรัฐมนตรีอิตาลี มัตเตโอ ซัลวินีประกาศว่า "การเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกด้วยการดูหมิ่นคริสเตียนหลายพันล้านคนทั่วโลกถือเป็นการเริ่มต้นที่แย่มากสำหรับฝรั่งเศส"
.
ฟาก Elon Musk ซีอีโอของ SpaceX และ Tesla ได้กล่าวถึงปรากฏการณ์นี้ว่า "เป็นการไม่เคารพคริสเตียนอย่างยิ่ง" ในขณะที่ Dr. Eli David ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี เผยว่า "แม้จะเป็นชาวยิว แต่เขาก็คงรู้สึกโกรธเคืองกับการดูถูกเหยียดหยามพระเยซูและศาสนาคริสต์อย่างอุกอาจ"
.
ขณะที่ บริษัทโทรคมนาคม C Spire ผู้ให้บริการไร้สายรายใหญ่อันดับหกในสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศถอนโฆษณาทั้งหมดออกจากการแข่งขันกีฬา #โอลิมปิก2024 เหตุสุดทนที่ผู้จัดงานได้จัดแสดงเยาะเย้ยศาสนาคริสต์ในช่วงพิธีเปิดการแข่งขัน
.
“เราตกใจมากกับการเยาะเย้ยพระกระยาหารมื้อสุดท้ายระหว่างพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ปารีส C Spire จะถอนโฆษณาของเราออกจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก” C Spire ประกาศบนแพลตฟอร์ม X
 

‘ตำรวจเชียงราย’ รวบแก๊งขาย ‘ยาอี ลาบูบู้’ ยึดทรัพย์กว่าล้านบาท สารภาพสิ้น!! สั่งซื้อจากกรุงเทพฯ เม็ดละ 200 ขายต่อ 800 บาท

เมื่อวานนี้ (27 ก.ค. 67) ที่ สภ.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย พร้อม พ.ต.อ.รัฐพล น้อยช่างคิด รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.อานันท์จักร์ กนกนพวัชร์ ผกก.สภ.บ้านดู่ ร่วมกันสอบปากคำผู้ต้องหา 4 คน หลังตรวจยึด ยาอีลาบูบู้ จากร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งใน ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา

โดยจับกุมผู้ต้องหา 4 คน คือ น.ส.นาตยา อายุ 27 ปี นายณัฐชัย อายุ 42 ปี นายอำพันธุ์ อายุ 42 ปี และ น.ส.กุศลิน อายุ 28 ปี พร้อมของกลางเป็นยาเสพติดอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งสังคมให้ความสนใจการพบยาอี ในรูปแบบใหม่ที่มีรูปลักษณ์เป็นลายตัวตุ๊กตาลาบูบู้

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจากการจับกุมและออกหมายจับ น.ส.นาตยา ตามหมายจับ ศาลจังหวัดเชียงราย ที่ จ.292/2567 ลงวันที่ 26 ก.ค. 2567 กระทั่งวันที่ 27 ก.ค. 2567 สืบทราบว่า น.ส.นาตยา ได้หลบหนีการจับกุมไปอยู่ที่บ้านเหลังหนึ่ง ใน หมู่ 2 ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย จึงติดตามจับกุมไว้ได้

จากการตรวจค้นบ้านพักยังพบผู้ร่วมกระทำผิดอีก 3 คน คือ นายณัฐชัย อายุ 42 ปี นายอำพันธุ์ อายุ 42 ปี และน.ส.กุศลิน อายุ 28 ปี พร้อมตรวจยึด ยาอี) จำนวน 5 เม็ด ยาบ้า 600 เม็ด เคตามีน 169.2 กรัม คอลลาเจน (Happy Water) 11 ซอง

เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งกล่าวหาว่า ‘ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า,ยาอี) โดยการกระทำเพื่อการค้าโดยผิดกฎหมาย และ ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท(เคตามีน)เพื่อการค้าโดยผิดกฎหมาย’

พล.ต.ต.มานพ ได้สอบถามถึงที่มาที่ไปของยาเสพติด รวมถึงการนำออกไปจำหน่ายให้กับลูกค้าตามสถานบันเทิงต่างๆ ใน จ.เชียงราย กลุ่มผู้ต้องหา ให้การว่า สั่งซื้อยาอีมาในราคาเม็ดละ 200 บาท และนำมาจำหน่ายในราคาเม็ดละ 800 บาท ส่วน Happy Water ซื้อมาในราคาซองละ 800 บาท นำมาแบ่งจำหน่ายในราคาซองละ 2,500 บาท

พล.ต.ต.มานพ กล่าวว่า ผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่า ซื้อยาอีลาบูบู้ ส่งทางไปรษณีย์จากกรุงเทพฯ นำมาจำหน่ายใน จ.เชียงราย ตอนนี้เราจะขยายผลจับกุมผู้ค้าผู้เสพใน จ.เชียงราย สำหรับคดีนี้สามารถตรวจยึดทรัพย์ของเครือข่ายยาเสพติดได้หลายรายการ มีรถจักรยานยนต์ BMW 1 คัน รถยนต์เก๋งฮอนด้า ซิตี้ 1 คัน รถจักรยานยนต์ฮอนด้า 1 คัน พร้อมอายัดเงินในบัญชี รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 1 ล้านบาท

'อ.พงษ์ภาณุ' มอง!! รัฐคลอด Digital Wallet ในจังหวะ ศก.ตกต่ำ ถูกช่วง!! ห่วง!! อาจเกิดภาระการคลังเพิ่มเติม แต่ก็ต้องยอมในยามแบงก์ชาตินิ่งเฉย

(28 ก.ค. 67) ทีมข่าว THE STATES TIMES ได้พูดคุยกับ อ.พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อดีตปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ระดับประเทศ ในมุมมองของ 'ความชัดเจนจากภาครัฐในโครงการ Digital Wallet' โดย อ.พงษ์ภาณุ กล่าวว่า...

ในที่สุดข่าวดีที่คนไทยรอคอยก็มาถึง ขณะนี้มาตรการ Digital Wallet มีความชัดเจนมากที่สุด ทั้งในเรื่องของหลักเกณฑ์ ขนาดวงเงิน คุณสมบัติของผู้ได้รับสิทธิและร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ กำหนดการลงทะเบียน ตลอดจนแหล่งที่มาของเงินที่จะใช้ในโครงการ

แม้ว่าเม็ดเงินจริงจะยังไม่ออกมาจนกระทั่งเดือนธันวาคม แต่ผลจากการประกาศความชัดเจนก็ได้ก่อเกิด Announcement Effect ขึ้นมาแล้ว ประชาชนผู้บริโภคเริ่มมีความคาดหวังจากกำลังซื้อที่จะมีมากขึ้น ผู้ผลิต/ผู้ประกอบการเริ่มเตรียมแผนเพิ่มกำลังการผลิตและแผนโปรโมชันต่าง ๆ นักลงทุนเริ่มมีความมั่นใจในภาวะเศรษฐกิจ/การลงทุนที่กำลังจะฟื้นตัวขึ้น แม้ว่าหน่วยงานสำคัญอย่างธนาคารแห่งประเทศไทยจะทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน แถมยังออกมาแย้งและค้านอยู่เนือง ๆ เข้าทำนองมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ

ในแง่จังหวะเวลา (Timing) Digital Wallet ออกมาในช่วงที่เศรษฐกิจไทยตกต่ำที่สุด แม้ว่าจะมีสัญญาณดีจากการท่องเที่ยวและการส่งออกที่เริ่มขยายตัวจากเศรษฐกิจโลกที่ยังดีอยู่ แต่อุปสงค์ในประเทศกลับหดตัวจากนโยบายการเงินที่ไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนคลายแต่อย่างใด

ในแง่เป้าหมาย (Target) Digital Wallet มุ่งส่งเสริมการบริโภคและการผลิตสินค้าภายในประเทศอย่างชัดเจน มีการกำหนดเงื่อนไขการใช้จ่ายเงิน และมีการควบคุมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและ Blockchain ซึ่งป้องกันการรั่วไหล (Leakage) ออกจากการหมุนเวียนในประเทศ ซึ่งจะทำให้การใช้จ่ายของภาครัฐครั้งนี้มีพลังทวีคูณ (Multiplier) มากกว่าการใช้จ่ายทั่วไปของรัฐ

ในแง่ความโปร่งใส (Transparency) ต้องถือว่าการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ถูกควบคุมด้วยเทคโนโลยี Blockchain ข้อมูล/สถิติการใช้จ่ายเงินแผ่นดินสามารถติดตามตรวจสอบได้แบบ realtime และ online ไม่เพียงแต่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน แต่ประชาชนทั่วไปสามารถตรวจสอบการใช้จ่ายของรัฐบาลได้ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่

สุดท้าย ความห่วงใยเกี่ยวกับความคุ้มค่าและภาระทางการคลัง ก็ไม่น่าจะเป็นประเด็นอีกต่อไป ต้องยอมรับว่า การใช้จ่ายที่มี Impact ตรงต่อการผลิต/การจ้างงานสูงสุดคือ การลงทุนภาครัฐ แต่เมื่อคำนึงถึงความเร่งด่วนแล้ว คงไม่มีอะไรที่ทำได้เร็วกว่าการแจกเงินตรงถึงประชาชน แล้วให้ประชาชนเป็นผู้ใช้จ่ายเองตามเงื่อนไขที่รัฐกำหนด นอกจากนี้ Application ที่สร้างขึ้นมาเพื่อโครงการนี้ ก็น่าจะถือเป็นนวัตกรรม ซึ่งสามารถนำไปใช้กับโครงการอื่นๆของรัฐในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

ในด้านภาระการคลัง ก็ต้องยอมรับว่ามาตรการนี้ก่อเกิดภาระการคลังเพิ่มเติมอยู่บ้าง รัฐบาลเองก็ยอมรับว่าหนี้สาธารณะจะกระเถิบสูงขึ้นบ้าง จาก 62% ของ GDP ในปัจจุบัน เป็นใกล้ ๆ 70% เมื่อจบโครงการ แต่ก็เป็นภาระที่คนไทยต้องยอมรับ ในภาวะที่ธนาคารกลางและนโยบายการเงินไม่ทำหน้าที่ของตนเองที่ควรจะทำ

เพจ ‘Red Skull’ เผยซื้อ ‘รถป้ายแดง’ จากศูนย์ในราคาเต็ม ผ่านไปปีครึ่ง ผงะ!! ปรากฏรอยสติ๊กเกอร์ ‘Test Drive’ โพสต์ถามโซเชียล ควรทำไงดี?

(28 ก.ค. 67) เพจ Red Skull โพสต์เรื่องราวเจ้าของรถเจอสติ๊กเกอร์ Test Drive หลังจากใช้ไปเพียง 1 ปีครึ่ง ระบุว่า …

‘จองรถในงานมอเตอร์โชว์ รับรถป้ายแดง จากศูนย์ซื้อในราคาเต็มป้ายแดง ใช้รถผ่านไปปีครึ่งมีรอยสติ๊กเกอร์ Test Drive ขึ้นทั้งสองข้างประตูหน้าซ้าย-ขวา เจอแบบนี้ควรทำยังไงดีครับ’

จากโพสต์ดังกล่าว หลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น อาทิ

สคบ. ต้องมา ดูปีที่ผลิต เช็คเลขไมล์ ถ้ามีใช้ไปก่อนแล้วพิสูจน์ได้ เข้าฉ้อโกงได้เลยนะ

ยื่น สคบ.ค่ะ เดี๋ยวเขาก็ประสานงานต่อให้ค่ะ

โห ทำไมทำแบบนี้รถ test drive ถ้าจะขายก็ขายตรงๆ ให้ส่วนลดเยอะๆ คนรับได้ก็มี ดีกว่ามาหลอกกันแบบนี้เสียชื่อสุดๆ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top