Sunday, 19 July 2026
ฮอร์มุซ

‘ฮอร์มุซ’ หลุมศพมหาอำนาจ? สมรภูมิฮอร์มุซกับกับดักที่ทำมหาอำนาจจนมุม พญาอินทรีติดหล่มฮอร์มุซ แพ้ตั้งแต่ยังไม่กล้าเปิดฉาก เปิดเกมเองไม่ได้สุดท้ายต้องเข้าหาจีน เหตุเพราะรู้ดีว่าขยับผิด โลกพังทั้งระบบ


ฮอร์มุซ” หลุมศพมหาอำนาจ? เจาะลึกทำไมสหรัฐฯ ไม่กล้าปิดเกมเอง แต่เลือกคลานเข่าพึ่งจีน!

กลายเป็นคำถามที่ตบหน้าแสนยานุภาพเบอร์หนึ่งของโลกอย่างรุนแรง เมื่อ “พญาอินทรี” สหรัฐอเมริกา ผู้มีงบประมาณกองทัพมหาศาลและเทคโนโลยีอาวุธที่ทิ้งห่างอิหร่านหลายปีแสง กลับทำได้เพียงแค่ “ยืนมองอยู่หน้าประตู” บริเวณปากอ่าวโอมาน ไม่กล้าบุ่มบ่ามบุกเข้าไปในช่องแคบฮอร์มุซเหมือนที่เคยทำในสมรภูมิอื่น 

งานนี้ไม่ใช่เรื่องของความขลาดกลัว แต่มันคือ “กับดักภูมิรัฐศาสตร์” ที่ทำเอาอาวุธไฮเทคกลายเป็นเศษเหล็กได้ในพริบตา!

เมื่อเทคโนโลยีพ่ายแพ้ต่อชัยภูมิ คอขวดก็กลายเป็นนรก!

ทำไมสหรัฐฯ ถึงไม่เปิดช่องแคบเองให้รู้แล้วรู้รอด? คำตอบสั้นๆ คือ “Asymmetric Warfare” หรือสงครามไม่สมมาตร 

ในทางภูมิศาสตร์ ช่องแคบฮอร์มุซคือ “คอขวด” ที่มีจุดแคบที่สุดเพียง 33 กิโลเมตร แต่อิหร่านครองชายฝั่งยาวเหยียดพร้อมเกาะแก่งที่เป็นป้อมปราการธรรมชาติ เปรียบเสมือนเจ้าที่ที่ถือไม้หน้าสามรออยู่หน้าปากซอย

• ฝูงเรือมรณะ (Swarm Boats): เรือรบราคาพันล้านของสหรัฐฯ อาจถูกรุมกินโต๊ะด้วยเรือเร็วราคาถูกติดขีปนาวุธนับร้อยลำของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ซึ่งเรดาร์ตรวจจับได้ยากในระยะประชิด ยิ่งในที่แคบ เรือใหญ่ขยับตัวลำบาก กลายเป็นเป้านิ่งชั้นดี

• ทุ่นระเบิดราคาถูก: อิหร่านไม่ต้องใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย แค่โปรยทุ่นระเบิดน้ำลึกรุ่นเก่าๆ ลงในร่องน้ำเดินเรือ การค้าโลกก็เป็นอัมพาตทันที เพราะไม่มีบริษัทประกันภัยไหนในโลกยอมให้เรือน้ำมัน (Tankers) แล่นผ่านดงระเบิดเหล่านั้น และการเก็บกู้ในพื้นที่สงครามเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

นี่คือเหตุผลที่สหรัฐฯ ต้องเดินสาย “ล็อบบี้” พันธมิตรนาโต้ให้มาร่วมรับบาป เพื่อสร้างภาพลักษณ์ความชอบธรรมทางสากล และที่แสบไปกว่านั้นคือการยอมกัดฟันไปขอให้ “จีน” ช่วยกดดันอิหร่าน เพราะสหรัฐฯ รู้ดีว่าลำพังกำลังทหารนั้น “เอาไม่อยู่” แต่ต้องใช้ “กำลังซื้อน้ำมัน” ของจีนเป็นตัวประกัน เนื่องจากจีนเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน หากจีนขยับ เตหะรานย่อมต้องฟัง

การถอยมาตั้งหลักที่อ่าวโอมาน: ยุทธวิธีผู้ชนะ หรือแค่การซื้อเวลาของผู้แพ้?

การที่สหรัฐฯ ปรับยุทธวิธีมาจอดเรือรบปิดทางเข้าออกที่ “ปากอ่าวโอมาน” แทนการลุยเข้าไปข้างในนั้น มองในแง่บวกคือการดึงเกมออกมาเล่นในพื้นที่กว้าง (Open Water) ที่ซึ่งเรือบรรทุกเครื่องบินและระบบป้องกันขีปนาวุธสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากการถูกซุ่มโจมตีจากชายฝั่ง

แต่ในมุมมองนักวิชาการอย่างผม... นี่คือการ “ซื้อเวลา” และยอมรับความจำนนทางชัยภูมิอย่างชัดเจน! เพราะ

1. แม้ตัวเองจะคุมปากทาง แต่ข้างในยังตัน: ต่อให้สหรัฐฯ จะปิดปากอ่าวโอมานได้เบ็ดเสร็จ แต่มันไม่ได้ช่วยให้เรือน้ำมันกล้าแล่นออกจากท่าเรือในอ่าวเปอร์เซียอยู่ดี ตราบใดที่อิหร่านยังคุม “วาล์ว” ในช่องแคบฮอร์มุซ ราคาพลังงานโลกก็ยังจะพุ่งทะยานเป็นจรวด และเศรษฐกิจโลกจะพังทลายก่อนที่อิหร่านจะยอมจำนนด้วยซ้ำ

2. ความพ่ายแพ้ทางจิตวิทยา: การที่มหาอำนาจเบอร์หนึ่งต้องถอยออกมาตั้งหลักข้างนอก คือการประกาศให้โลกรู้อย่างเป็นทางการว่า “อำนาจนำของสหรัฐฯ (Hegemony) มีขีดจำกัด” และไม่สามารถควบคุมน่านน้ำสากลที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สุดของโลกได้อีกต่อไป

เกมยาวที่ไม่มีใครชนะ:

ในเชิงรัฐศาสตร์และกฎหมายระหว่างประเทศ การกระทำของสหรัฐฯ ในปัจจุบันคือการเล่นเกม "Containment" หรือการจำกัดวงล้อมที่อ่อนแรงเต็มที สหรัฐฯ กำลังเดิมพันกับ "เวลา" โดยหวังว่าการปิดล้อมทางเศรษฐกิจจะทำให้อิหร่านล่มสลายจากภายในก่อนที่ระบบเศรษฐกิจโลกจะล่มสลายตามไป

แต่ในความเป็นจริง อิหร่านได้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาสามารถอยู่รอดภายใต้แรงกดดันได้ยาวนานกว่าที่คาด และชัยภูมิ "ฮอร์มุซ" คือไพ่ตายที่อิหร่านจะไม่มีวันสละทิ้ง การที่สหรัฐฯ หันไปพึ่งจีนและนาโต้ จึงไม่ใช่แผนการที่ชาญฉลาด แต่เป็น "ทางออกสุดท้าย" ของยักษ์ใหญ่ที่ขาติดหล่ม

บทสรุป: 

สมรภูมิฮอร์มุซไม่ใช่เกมหมากรุกที่เน้นกินตัวหมาก แต่มันคือเกมล้อมวงที่ใครขยับก่อนก็พัง แม้สหรัฐฯ จะใช้ยุทธวิธี “ล้อมกรอบ” เพื่อรักษาหน้าตาและประคองเศรษฐกิจโลก แต่ตราบใดที่ภูมิรัฐศาสตร์ยังเข้าข้างอิหร่าน พญาอินทรีก็ทำได้เพียงแค่ “พ่นลมปาก” และใช้การทูตนำการทหารไปอีกนานแสนนาน! และหากสหรัฐฯ ยังดื้อแพ่งจะเปิดช่องแคบด้วยกำลัง สิ่งที่พวกเขาจะได้ไม่ใช่ชัยชนะ แต่คือการล่มสลายของระบบระเบียบโลกที่ตนเองสร้างขึ้นมากับมือ!

 

ด้วยความปรารถนาดี

 

โดย: ประพฤติ ฉัตรประภาชัย (อ.อุ๋ย)

นักวิชาการด้านกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ, สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์

https://www.facebook.com/share/p/18HEJmSuKP/?mibextid=wwXIfr

ฮอร์มุซยังระอุ!! UKMTO ยืนยันมีเรือถูกยิงในช่องแคบฮอร์มุซ เรือขนส่งสินค้า CGM San Antonio ถูกโจมตี เส้นทางเรือหลังเหตุไม่สามารถติดตามได้ ลูกเรือเจ็บหลายราย เพิ่มแรงกดดันความมั่นคงทางทะเล

เรือขนส่งสินค้า CGM San Antonio ถูกโจมตีในตะวันออกกลางเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ส่งผลให้ลูกเรือได้รับบาดเจ็บหลายราย สำนักข่าว CBS รายงานเมื่อวันพุธ โดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ

รายงานระบุว่า เรือดังกล่าวซึ่งระบุชื่อว่า CGM San Antonio และเป็นของบริษัทฝรั่งเศส ถูกโจมตีด้วยสิ่งที่คาดว่าอาจเป็นขีปนาวุธร่อนโจมตีภาคพื้นดิน ในอ่าวเปอร์เซีย เมื่อช่วงค่ำวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น

ลูกเรือหลายรายได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ด้าน United Kingdom Maritime Trade Operations (UKMTO) ยืนยันว่า มีเรือขนส่งสินค้าลำหนึ่งถูกโจมตีด้วยวัตถุพุ่งชนในช่องแคบฮอร์มุซ แต่ไม่ได้เปิดเผยชื่อเรือ

CBS รายงานว่า เมื่อเวลาเที่ยง เรืออยู่ใกล้เมืองดูไบ แต่หลังจากนั้นไม่สามารถติดตามเส้นทางการเดินเรือต่อไปได้

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศ “Project Freedom” ซึ่งเป็นปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือเรือที่ติดค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซและต้องการเดินทางออกจากพื้นที่ ก่อนที่ต่อมาเขาจะประกาศหยุดภารกิจคุ้มกันเรือเป็นการชั่วคราว

ที่มา : Sputnik

อิหร่านหันพึ่งรถไฟจีน–เอเชียกลาง อิหร่านขยับยุทธศาสตร์การค้า ลดเสี่ยงเส้นทางเดินเรือ ขนส่งสินค้าเร็วกว่าเรือครึ่งหนึ่ง ท่ามกลางแรงกดดันสหรัฐฯ

อิหร่านเปิดใช้เส้นทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมจีน เพื่อหลบเลี่ยงความวุ่นวายในฮอร์มุซ

เส้นทางอิหร่าน–จีน มีระยะทางราว 10,400 กิโลเมตร เริ่มจากเมืองซีอาน (Xi’an) และอี้อูว์ (Yiwu) ในจีนตอนกลาง ผ่านคาซัคสถาน (Kazakhstan) และเติร์กเมนิสถาน (Turkmenistan) ก่อนเข้าสู่อิหร่านที่ด่านพรมแดนอินเชห์ บูรูน (Inche Buroun)

ใช้เวลาเดินทางเพียง 12–15 วัน เทียบกับการขนส่งทางเรือที่ต้องใช้เวลาราว 30–40 วัน

รถไฟแต่ละขบวนบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุตประมาณ 50 ตู้ ภายในบรรจุตั้งแต่ชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอุตสาหกรรม

คัมบิซ เอเตมาดี (Kambiz Etemadi) หัวหน้าคณะกรรมการตู้คอนเทนเนอร์ของสมาคมการขนส่งแห่งชาติอิหร่าน กล่าวกับสำนักข่าวฟาร์ส (Fars News Agency) ว่า การบีบบังคับของสหรัฐ เร่งผลักดันให้อิหร่านเปลี่ยนเส้นทางการค้าทางทะเลมากถึง 40% มาสู่เส้นทางขนส่งทางบกแทน

ที่มา : Sputnik (รัสเซีย), Fars News (อิหร่าน)

https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1293023142986043/?rdid=CHKYGjgLCeYkI6IB#

พลังงานเผยไทยสำรองน้ำมันพอ 117 วัน จับตาฮอร์มุซตึงเครียดดันราคาดิบโลกพุ่งอีกครั้ง ฮอร์มุซยังเป็นจุดเสี่ยงพลังงานโลก พลังงานเผยราคาน้ำมันไทยทรงตัว ดีเซลไทยคง 39.95 บาทต่อลิตร

กระทรวงพลังงาน ขอรายงานสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทยและต่างประเทศ ปริมาณสำรองและปริมาณการจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล และฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ประจำวันที่ 12 พฤษภาคม 2569

1.สถานการณ์พลังงานโลกและปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคา

-  สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงยังเปราะบางอย่างมาก และได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องยุติสงครามของอิหร่านอย่างสิ้นเชิง ขณะที่ผู้นำอิสราเอลย้ำว่าสงครามยังไม่จบเนื่องจากยังต้องยับยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน รวมถึงตลาดยังจับตาการหารือประเด็นนี้ในการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีนที่กำลังจะเกิดขึ้น ปัจจัยความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์เหล่านี้ทำให้นักลงทุนกังวลว่าสงครามจะยืดเยื้อและส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของอุปทานน้ำมันในตลาดโลก โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานหลัก ที่อาจเผชิญภาวะชะงักงันยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ หากทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ ส่งผลให้ทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก กลับมาพลิกปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจนเพื่อตอบรับกับความกังวลดังกล่าว หลังจากที่ภาพรวมราคาเคยปรับตัวย่อลงมาในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้าจากความหวังว่าสถานการณ์ความขัดแย้งอาจคลี่คลายลง

2. ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ และ การผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล

- ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 117 วัน โดยเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 31 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 35 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 26 วัน  

- การผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล ข้อมูลเฉลี่ยตั้งแต่วันที่ 1- 10 พฤษภาคม 2569 ไทยสามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 69.28 ล้านลิตร และจำหน่าย 58.05 ล้านลิตร

3. ราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ ต่างประเทศ และฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 

- ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล B7 อยู่ที่ 39.95 บาท และดีเซล B20 ที่ 32.95 บาทต่อลิตร ส่วนแก๊สโซฮอล 95 อยู่ที่ 42.45 บาท แก๊สโซฮอล 91 ที่ 42.08 บาท และแก๊สโซฮอล E20 ที่ 35.45 บาท 

- เทียบราคาน้ำมันขายปลีกของไทยกับประเทศอาเซียน โดยราคาน้ำมันเบนซินของไทยอยู่ที่ 42.45 บาท ขณะที่ ฟิลิปปินส์ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 45.57 - 88.16 บาทต่อลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซล   ของไทยอยู่ที่ 39.95 บาทต่อลิตร ขณะที่ กัมพูชา ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์    อยู่ที่ 41.48 – 114.15 บาทต่อลิตร 

- ประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ติดลบ 63,379.82 ล้านบาท โดยมีรายจ่ายประมาณวันละ 71.93 ล้านบาท

สหรัฐฯ รับเปิดฮอร์มุซไม่ง่าย!! กองทัพเรือสหรัฐฯ ยอมรับเกินขีดความสามารถ คุ้มกันเรือฝ่าช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ ชี้คุ้มกันเรือผ่านฮอร์มุซเกินกำลัง หลังอิหร่านยังมีศักยภาพวางทุ่นระเบิด

พลเรือเอก แดริล คอดล์ ผู้บัญชาการปฏิบัติการทางเรือของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ไม่มีขีดความสามารถเพียงพอที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ด้วยการจัดบริการคุ้มกันเรือผ่านเส้นทางน้ำที่ยังมีข้อพิพาทและความเสี่ยงสูงแห่งนี้

คอดล์กล่าวระหว่างการให้ถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาว่า

“มีหลายสิ่งที่เรายังสามารถทำต่อไปได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการปิดล้อม แต่หากจะเริ่มให้บริการคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบที่ยังอยู่ในภาวะเผชิญหน้าเช่นนี้ ในความเห็นทางทหารของผม จะเกินขีดความสามารถของกองทัพเรือที่จะดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

คอดล์เสริมว่า สหรัฐฯ ยังคงมีส่วนร่วมในการปฏิบัติการกวาดทุ่นระเบิดในช่องแคบดังกล่าว โดยอาศัยข้อมูลข่าวกรอง

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านยังคงมีขีดความสามารถบางส่วนในการวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางการปิดล้อมของสหรัฐฯ ที่ยังดำเนินอยู่

ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ยอมรับว่ามีทุ่นระเบิดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่า ด้วยเหตุผลดังกล่าว เรือที่ประสงค์จะผ่านช่องแคบฮอร์มุซควรประสานการเดินเรือกับกรุงเตหะรานก่อน

ที่มา : Sputnik

ลูเซิร์นเปิดทางดีลใหญ่!! สหรัฐฯ–อิหร่าน ตั้งสายด่วนฮอร์มุซ จ่อปิดข้อตกลงใน 60 วัน ฮอร์มุซมีลุ้นคลายวิกฤต คู่เจรจาตั้งสายสื่อสารตรง รับประกันเรือพาณิชย์เดินทางปลอดภัย

แถลงการณ์ร่วมของกาตาร์และปากีสถาน หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดทะเลสาบลูเซิร์น (Lake Lucerne Summit) และการประชุมคณะกรรมการระดับสูงรอบแรก โดยมีสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเข้าร่วม

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเดินหน้าสู่ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ภายในกรอบ 60 วัน และยังพร้อมเปิด “สายด่วน” ระหว่างกันเป็นครั้งแรก เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด และประสานงานด้านความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

แถลงการณ์ร่วมของรัฐกาตาร์และสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน เกี่ยวกับการเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดทะเลสาบลูเซิร์น (Lake Lucerne Summit) และการประชุมคณะกรรมการระดับสูงครั้งแรก โดยมีสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเข้าร่วม

การเจรจาระดับสูงรอบแรกภายใต้กรอบ บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด (Islamabad Memorandum of Understanding) ได้เสร็จสิ้นลงที่เมืองบือร์เกินชต็อก (Bürgenstock) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีผู้แทนจากสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และประเทศผู้ไกล่เกลี่ยทั้งสองฝ่าย ได้แก่ รัฐกาตาร์ และสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน เข้าร่วม

การประชุมสุดยอดทะเลสาบลูเซิร์นจัดขึ้นในบรรยากาศที่เป็นบวกและสร้างสรรค์ โดยมีความคืบหน้าที่น่าพอใจหลายประการ รวมถึงการจัดตั้งกลไกสำหรับการเจรจาทางเทคนิคในขั้นต่อไป

ต่อยอดจากบันทึกความเข้าใจดังกล่าว ทุกฝ่ายได้ตกลงจัดตั้ง คณะกรรมการระดับสูง (High Level Committee) เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลทางการเมืองต่อกระบวนการไกล่เกลี่ย โดยหัวหน้าคณะเจรจาจะรายงานความคืบหน้าต่อคณะกรรมการอย่างสม่ำเสมอ และจะจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะด้านในประเด็นนิวเคลียร์ มาตรการคว่ำบาตร ตลอดจนกลไกติดตามผลและระงับข้อพิพาท เพื่อให้การดำเนินการตาม MOU และประเด็นอื่น ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

คณะกรรมการระดับสูงได้เห็นชอบต่อ แผนงานเพื่อบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ภายใน 60 วัน พร้อมวางรากฐานสำหรับการเริ่มต้นการเจรจาทางเทคนิคในทันที นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้ง สายสื่อสารโดยตรงระหว่างคู่เจรจา ตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในข้อ 5 ของ MOU เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์และความเข้าใจผิด โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เรือพาณิชย์สามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ ทุกฝ่ายยังตกลงจัดตั้ง ศูนย์ประสานงานลดความขัดแย้ง (de-confliction cell) ร่วมกับสาธารณรัฐเลบานอน และอยู่ภายใต้การอำนวยความสะดวกของประเทศผู้ไกล่เกลี่ย เพื่อให้มั่นใจว่าการยุติปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนตามที่ระบุไว้ใน MOU จะได้รับการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ขณะที่การหารือทางเทคนิคจะดำเนินต่อไปตลอดช่วงเวลาที่เหลือของสัปดาห์ ณ รีสอร์ตบือร์เกินชต็อก ครอบคลุมทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง
ประเทศผู้ไกล่เกลี่ยจะยังคงทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้การเจรจาดำเนินต่อไปในบรรยากาศที่สร้างสรรค์ และมุ่งสู่การบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์

รัฐกาตาร์และสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน ขอแสดงความชื่นชมอย่างจริงใจต่อสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน สำหรับความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องต่อการทูตและการแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธี

ประเทศผู้ไกล่เกลี่ยยังขอชื่นชมประเทศมิตรและประเทศภราดรภาพต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และมีส่วนสำคัญต่อความคืบหน้าของการเจรจาในครั้งนี้

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1328491046105919/?rdid=mUpexYzWZVIsmNOZ#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top