‘ฮอร์มุซ’ หลุมศพมหาอำนาจ? สมรภูมิฮอร์มุซกับกับดักที่ทำมหาอำนาจจนมุม พญาอินทรีติดหล่มฮอร์มุซ แพ้ตั้งแต่ยังไม่กล้าเปิดฉาก เปิดเกมเองไม่ได้สุดท้ายต้องเข้าหาจีน เหตุเพราะรู้ดีว่าขยับผิด โลกพังทั้งระบบ


ฮอร์มุซ” หลุมศพมหาอำนาจ? เจาะลึกทำไมสหรัฐฯ ไม่กล้าปิดเกมเอง แต่เลือกคลานเข่าพึ่งจีน!

กลายเป็นคำถามที่ตบหน้าแสนยานุภาพเบอร์หนึ่งของโลกอย่างรุนแรง เมื่อ “พญาอินทรี” สหรัฐอเมริกา ผู้มีงบประมาณกองทัพมหาศาลและเทคโนโลยีอาวุธที่ทิ้งห่างอิหร่านหลายปีแสง กลับทำได้เพียงแค่ “ยืนมองอยู่หน้าประตู” บริเวณปากอ่าวโอมาน ไม่กล้าบุ่มบ่ามบุกเข้าไปในช่องแคบฮอร์มุซเหมือนที่เคยทำในสมรภูมิอื่น 

งานนี้ไม่ใช่เรื่องของความขลาดกลัว แต่มันคือ “กับดักภูมิรัฐศาสตร์” ที่ทำเอาอาวุธไฮเทคกลายเป็นเศษเหล็กได้ในพริบตา!

เมื่อเทคโนโลยีพ่ายแพ้ต่อชัยภูมิ คอขวดก็กลายเป็นนรก!

ทำไมสหรัฐฯ ถึงไม่เปิดช่องแคบเองให้รู้แล้วรู้รอด? คำตอบสั้นๆ คือ “Asymmetric Warfare” หรือสงครามไม่สมมาตร 

ในทางภูมิศาสตร์ ช่องแคบฮอร์มุซคือ “คอขวด” ที่มีจุดแคบที่สุดเพียง 33 กิโลเมตร แต่อิหร่านครองชายฝั่งยาวเหยียดพร้อมเกาะแก่งที่เป็นป้อมปราการธรรมชาติ เปรียบเสมือนเจ้าที่ที่ถือไม้หน้าสามรออยู่หน้าปากซอย

• ฝูงเรือมรณะ (Swarm Boats): เรือรบราคาพันล้านของสหรัฐฯ อาจถูกรุมกินโต๊ะด้วยเรือเร็วราคาถูกติดขีปนาวุธนับร้อยลำของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ซึ่งเรดาร์ตรวจจับได้ยากในระยะประชิด ยิ่งในที่แคบ เรือใหญ่ขยับตัวลำบาก กลายเป็นเป้านิ่งชั้นดี

• ทุ่นระเบิดราคาถูก: อิหร่านไม่ต้องใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย แค่โปรยทุ่นระเบิดน้ำลึกรุ่นเก่าๆ ลงในร่องน้ำเดินเรือ การค้าโลกก็เป็นอัมพาตทันที เพราะไม่มีบริษัทประกันภัยไหนในโลกยอมให้เรือน้ำมัน (Tankers) แล่นผ่านดงระเบิดเหล่านั้น และการเก็บกู้ในพื้นที่สงครามเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

นี่คือเหตุผลที่สหรัฐฯ ต้องเดินสาย “ล็อบบี้” พันธมิตรนาโต้ให้มาร่วมรับบาป เพื่อสร้างภาพลักษณ์ความชอบธรรมทางสากล และที่แสบไปกว่านั้นคือการยอมกัดฟันไปขอให้ “จีน” ช่วยกดดันอิหร่าน เพราะสหรัฐฯ รู้ดีว่าลำพังกำลังทหารนั้น “เอาไม่อยู่” แต่ต้องใช้ “กำลังซื้อน้ำมัน” ของจีนเป็นตัวประกัน เนื่องจากจีนเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน หากจีนขยับ เตหะรานย่อมต้องฟัง

การถอยมาตั้งหลักที่อ่าวโอมาน: ยุทธวิธีผู้ชนะ หรือแค่การซื้อเวลาของผู้แพ้?

การที่สหรัฐฯ ปรับยุทธวิธีมาจอดเรือรบปิดทางเข้าออกที่ “ปากอ่าวโอมาน” แทนการลุยเข้าไปข้างในนั้น มองในแง่บวกคือการดึงเกมออกมาเล่นในพื้นที่กว้าง (Open Water) ที่ซึ่งเรือบรรทุกเครื่องบินและระบบป้องกันขีปนาวุธสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากการถูกซุ่มโจมตีจากชายฝั่ง

แต่ในมุมมองนักวิชาการอย่างผม... นี่คือการ “ซื้อเวลา” และยอมรับความจำนนทางชัยภูมิอย่างชัดเจน! เพราะ

1. แม้ตัวเองจะคุมปากทาง แต่ข้างในยังตัน: ต่อให้สหรัฐฯ จะปิดปากอ่าวโอมานได้เบ็ดเสร็จ แต่มันไม่ได้ช่วยให้เรือน้ำมันกล้าแล่นออกจากท่าเรือในอ่าวเปอร์เซียอยู่ดี ตราบใดที่อิหร่านยังคุม “วาล์ว” ในช่องแคบฮอร์มุซ ราคาพลังงานโลกก็ยังจะพุ่งทะยานเป็นจรวด และเศรษฐกิจโลกจะพังทลายก่อนที่อิหร่านจะยอมจำนนด้วยซ้ำ

2. ความพ่ายแพ้ทางจิตวิทยา: การที่มหาอำนาจเบอร์หนึ่งต้องถอยออกมาตั้งหลักข้างนอก คือการประกาศให้โลกรู้อย่างเป็นทางการว่า “อำนาจนำของสหรัฐฯ (Hegemony) มีขีดจำกัด” และไม่สามารถควบคุมน่านน้ำสากลที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สุดของโลกได้อีกต่อไป

เกมยาวที่ไม่มีใครชนะ:

ในเชิงรัฐศาสตร์และกฎหมายระหว่างประเทศ การกระทำของสหรัฐฯ ในปัจจุบันคือการเล่นเกม "Containment" หรือการจำกัดวงล้อมที่อ่อนแรงเต็มที สหรัฐฯ กำลังเดิมพันกับ "เวลา" โดยหวังว่าการปิดล้อมทางเศรษฐกิจจะทำให้อิหร่านล่มสลายจากภายในก่อนที่ระบบเศรษฐกิจโลกจะล่มสลายตามไป

แต่ในความเป็นจริง อิหร่านได้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาสามารถอยู่รอดภายใต้แรงกดดันได้ยาวนานกว่าที่คาด และชัยภูมิ "ฮอร์มุซ" คือไพ่ตายที่อิหร่านจะไม่มีวันสละทิ้ง การที่สหรัฐฯ หันไปพึ่งจีนและนาโต้ จึงไม่ใช่แผนการที่ชาญฉลาด แต่เป็น "ทางออกสุดท้าย" ของยักษ์ใหญ่ที่ขาติดหล่ม

บทสรุป: 

สมรภูมิฮอร์มุซไม่ใช่เกมหมากรุกที่เน้นกินตัวหมาก แต่มันคือเกมล้อมวงที่ใครขยับก่อนก็พัง แม้สหรัฐฯ จะใช้ยุทธวิธี “ล้อมกรอบ” เพื่อรักษาหน้าตาและประคองเศรษฐกิจโลก แต่ตราบใดที่ภูมิรัฐศาสตร์ยังเข้าข้างอิหร่าน พญาอินทรีก็ทำได้เพียงแค่ “พ่นลมปาก” และใช้การทูตนำการทหารไปอีกนานแสนนาน! และหากสหรัฐฯ ยังดื้อแพ่งจะเปิดช่องแคบด้วยกำลัง สิ่งที่พวกเขาจะได้ไม่ใช่ชัยชนะ แต่คือการล่มสลายของระบบระเบียบโลกที่ตนเองสร้างขึ้นมากับมือ!

 

ด้วยความปรารถนาดี

 

โดย: ประพฤติ ฉัตรประภาชัย (อ.อุ๋ย)

นักวิชาการด้านกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ, สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์

https://www.facebook.com/share/p/18HEJmSuKP/?mibextid=wwXIfr