Friday, 23 October 2026
อุดมศึกษา

‘อ.สมภพ พอดี’ โพสต์เฟซ!! อุดมศึกษาใน ‘ไทย-ไต้หวัน-สิงคโปร์’ เศรษฐกิจ รายได้ คุณภาพชีวิต อนาคต ต้องเริ่มจากการสร้างคนที่มีความรู้

(22 ก.พ. 68) ‘อ.สมภพ พอดี’ โพสต์ข้อความระบุว่า …

อุดมศึกษา ในไทย ไต้หวันและสิงคโปร์ และเศรษฐกิจ รายได้ คุณภาพชีวิต อนาคต

ไทย ประเทศขนาดกลาง มีความอุดมสมบูรณ์ มีก๊าซธรรมชาติ มีประชากร 70 ล้านคน ปัจจุบันมีผลผลิตทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพีต่อคนประมาณ $7,200 ไต้หวัน เกาะเล็ก ๆ ไม่มีทรัพยากรมากมาย ไม่มีนํ้ามัน ไม่มีก๊าซ มีแต่ผู้คน มีประชากร 23.4 ล้านคน ปัจจุบันมีผลผลิตทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพีต่อคนประมาณ $33,000 หรือมากกว่าไทยประมาณ 5 เท่า

สิงคโปร์ เกาะขนาดจิ๋ว ไม่มีทรัพยากรอะไรเลย นํ้าจืดยังมีไม่พอ ไม่มีนํ้ามัน ไม่มีก๊าซ มีแต่ผู้คน มีประชากร 6 ล้านคน ปัจจุบันมีผลผลิตทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพีต่อคนประมาณ $85,000 หรือมากกว่าไทยประมาณ 12 เท่า

ปัจจุบัน นักเรียนในทั้ง 3 ประเทศเข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ตามสาขาวิชาด้วยสัดส่วนต่อไปนี้
สิงคโปร์
1. ธุรกิจ การบัญชี การเงิน ประมาณ 26%
2. วิศวกรรม ประมาณ 23%
3. คอมพิวเตอร์และไอที ประมาณ 20% และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
4. วิทยาศาสตร์ด้านสุขภาพ เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล ประมาณ 14%
5. สังคมศาสตร์ทุกสาขา ไม่รวมกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ ประมาณ 10%

ไต้หวัน
1. วิศวกรรม ประมาณ 28%
2. ธุรกิจ การบัญชี การเงิน ประมาณ 22%
3. คอมพิวเตอร์และไอที ประมาณ 20% และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
4. วิทยาศาสตร์ด้านสุขภาพ เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล ประมาณ 16%
5. สังคมศาสตร์ทุกสาขา ไม่รวมกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ ประมาณ 7%

ไทย
1. สังคมศาสตร์ทุกสาขา ไม่รวมกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ ประมาณ 32%
2. ธุรกิจ การบัญชี การเงิน ประมาณ 20%
3. คอมพิวเตอร์และไอที ประมาณ 12% และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
4. วิทยาศาสตร์ด้านสุขภาพ เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล ประมาณ 12%
5. วิศวกรรม ประมาณ 8%

สิงคโปร์
มีนศ.รัฐศาสตร์ปีหนึ่ง เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยอย่าง NUS, NTU และ SMU ประมาณ 1,400 คนในแต่ละปี ประมาณ 80% จองนศ.เหล่านี้เป็นคนสิงคโปร์ ดังนั้นจึงมีนศ.สิงคโปร์เข้าเรียน รัฐศาสตร์ ประมาณปีละ 1,100 คน ถ้าสิงคโปร์มีประชากรเท่ากับ ไทย หรือ มากกว่าที่เป็นอยู่ 12 เท่า จะมีนศ.เข้าเรียน รัฐศาสตร์ ประมาณปีละ 13,200 คน

ไต้หวัน
มีนศ.รัฐศาสตร์ปีหนึ่ง เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยอย่าง NTU, NCCU, NTNU, TU และอื่น ๆ ประมาณ 2,200 คนในแต่ละปี ถ้าไต้หวันมีประชากรเท่ากับ ไทย หรือ มากกว่าที่เป็นอยู่ 3 เท่า จะมีนศ.เข้าเรียน รัฐศาสตร์ ประมาณปีละ 6,600 คน

ตัวเลขทั้งหมดด้านบนเป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน สังคมที่จะพัฒนาไปข้างหน้าทางเศรษฐกิจได้ สร้างรายได้ คุณภาพชีวิตที่ดี อนาคตที่ดีให้ผู้คนได้ จะต้องเริ่มจากการสร้างคนที่มีความรู้ที่นำไปใช้สร้างธุรกิจอุตสาหกรรม ความรู้ที่สร้างผลผลิตทางเศรษฐกิจได้สูง สร้างมูลค่าเพิ่มได้มาก ต้องไม่ปล่อยให้คนไม่มีความรู้ที่ไม่เป็นประโยชน์ หรือประโยชน์น้อย ไม่มีคุณค่าในทางเศรษฐกิจ ตัวเลขโกหกไม่ได้

ไทย 
มีนศ.รัฐศาสตร์ปีหนึ่ง เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยอย่าง จุฬา, ธรรมศาสตร์, เกษตร, มช., รามคำแหง และอื่นๆ ประมาณกี่คนในแต่ละปีก็ไม่รู้เพราะหาข้อมูลไม่ได้ เอไอสารพัดยี่ห้อก็ไม่รู้ รู้แค่ว่ามากเกินไปมาก มากเกินความจำเป็น เรียนแล้วอาจจะคลั่งอุดมการณ์โง่ๆ อย่างเช่น คนเท่ากัน คอมมี่คือพัฒนาการสูงสุดของประชาธิปไตย ฯ วิกลจริต หรือโง่จนไม่รู้ว่ามนุษย์มีแค่สองเพศคือหญิงกับชาย หรือไม่รู้ว่าไม่มีใครจ้างใครไปทำงานเพราะมีความรู้เรื่องทฤษฎีการเมือง เท่านั้น

อว. เตรียมจัดสรรทุน Thailand Scholarships ปี 2570 สนับสนุนชาวต่างชาติ 3 กลุ่มเป้าหมาย รวมถึงนักศึกษาอาเซียนและบุคลากรลาว ยกระดับการศึกษานานาชาติในไทย เตรียมประกาศรายละเอียดและสมัครเร็วๆ นี้

อว. เตรียมจัดสรรทุน Thailand Scholarships ปี 2570 เปิด 3 กลุ่มเป้าหมาย รับนักศึกษาต่างชาติ–บุคลากรลาวและกัมพูชา

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เตรียมเดินหน้าโครงการ Thailand Scholarships ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สนับสนุนทุนการศึกษาแก่ชาวต่างชาติ 3 กลุ่มเป้าหมาย ครอบคลุมทั้งนักศึกษาจากประเทศสมาชิกอาเซียน นักศึกษาต่างชาติทุกสัญชาติ และบุคลากรจาก สปป.ลาว และกัมพูชา เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างประเทศ ยกระดับความเป็นสากลของระบบอุดมศึกษาไทย และเพิ่มโอกาสให้นักศึกษาต่างชาติเข้ามาศึกษาต่อในประเทศไทย
โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายความร่วมมือกับต่างประเทศด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตลอดจนส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาไทยมีบทบาทในเวทีการศึกษาระดับภูมิภาคและนานาชาติ โดยเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติได้เข้าถึงหลักสูตรการศึกษาและการฝึกอบรมในประเทศไทย
สำหรับทุนการศึกษาภายใต้โครงการ Thailand Scholarships ปีงบประมาณ 2570 แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มที่ 1 ทุนสำหรับนักศึกษาจากประเทศสมาชิกอาเซียน
มุ่งสนับสนุนนักศึกษาที่มีสัญชาติของประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกในสถาบันอุดมศึกษาไทย โดยเน้นหลักสูตรนานาชาติหรือหลักสูตรที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการสอน เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศไทยกับประเทศสมาชิกอาเซียน

กลุ่มที่ 2 ทุนสำหรับนักศึกษาต่างชาติทุกสัญชาติ
เปิดกว้างสำหรับชาวต่างชาติโดยไม่จำกัดสัญชาติ ครอบคลุมการศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก และทุนแลกเปลี่ยนระยะสั้น เป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้เรียนจากทั่วโลกเข้ามาศึกษา แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในสถาบันอุดมศึกษาของไทย พร้อมส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการศึกษานานาชาติ

กลุ่มที่ 3 ทุนสำหรับบุคลากรจาก สปป.ลาว และกัมพูชา
มุ่งสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยบุคลากรจาก สปป.ลาว มีโอกาสศึกษาต่อระดับปริญญาโท ปริญญาเอก และเข้าร่วมหลักสูตรฝึกอบรม ขณะที่บุคลากรจากกัมพูชาครอบคลุมการศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ตลอดจนหลักสูตรฝึกอบรมและแลกเปลี่ยนระยะสั้น

การเตรียมดำเนินโครงการ Thailand Scholarships ปีงบประมาณ 2570 สะท้อนทิศทางของ อว. ในการใช้ทุนการศึกษาเป็นเครื่องมือสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ พัฒนากำลังคน และขยายเครือข่ายทางวิชาการ โดยมุ่งให้นักศึกษาต่างชาติและบุคลากรจากประเทศเป้าหมายได้รับโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะผ่านระบบอุดมศึกษาของไทย
ทั้งนี้ ผู้สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับรายละเอียดทุน คุณสมบัติผู้สมัคร สาขาวิชา สถาบันที่เข้าร่วม และกำหนดการรับสมัครจากกระทรวง อว. เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนก่อนดำเนินการสมัคร ที่เว็บไซต์ https://www.mhesi.go.th/

ที่มา : https://study-d.com/thailand-scholarships/?fbclid=IwdGRjcAVFInVjbGNrBUUiYmV4dG4DYWVtAjExAHBkb2YFc3J0YwZhcHBfaWQMMzUwNjg1NTMxNzI4AAEedVlE_kA9jFU3h5KTVHC0jyJPFGxmdkGU0YdF5A_M9bgd45ujqZJ4uNQlpo0_aem_HWjqxltZhiugR4KLbyLuHg#google_vignette


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top